ปรมาจารย์พยัคฆ์กระเรียน (Tiger and Crane) | EP.2 ( FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [ปรมาจารย์พยัคฆ์กระเรียน] [ตอนที่ 2 ศึกประลองอาคมเดือด ตอนแรก] หยุดนะ อย่าทำร้ายพวกเขา พวกเขาถูกปีศาจดูดเลือดควบคุมไว้แล้ว อย่าทำร้ายพวกเขา พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แย่แล้ว จะปล่อยให้เขาดูดเอามุกชาดไปไม่ได้เด็ดขาด เอา… เอาอย่างนี้ พวกเราแยกย้ายกันตามหา ร่างที่แท้จริงของปีศาจดูดเลือด อย่าได้ทำร้าย ชาวบ้านพวกนี้เด็ดขาด ผู้ใหญ่บ้าน นี่ข้าเอง ท่านย่า ท่านย่า นี่ข้าเองนะ ข้าเอง โก่วจื่อ ยินดีด้วย ที่เจ้าหาเจอ ข้าจะดูว่าพวกเจ้าจะช่วยใครได้ รีบเอามุกมา ปีศาจดูดเลือดอยู่ในร่างของโกวจื่อ ไม่ได้ หากทำเช่นนี้ข้าจะทำร้ายเขาได้ มีสติหน่อย เขาไม่ใช่โก่วจื่ออีกแล้ว ทำเช่นนี้จะเป็นการทำร้ายเขาได้ หากเจ้าไม่ลงมือ ทุกคนก็จะได้ตายไปพร้อมกันนี่ละ รีบถอนมุกมาสิ รีบไปสิ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ พี่หู่จื่อ ขอโทษนะโก่วจื่อ เจ้าพูดหน่อยสิ โก่วจื่อ อย่าได้ไม่นึกเสียดายชีวิต เอามุกชาดออกมาให้ข้าแต่โดยดีเถิด มิเช่นนั้น เจ้าก็จะมีจุดจบ เหมือนกับพวกเขา

    อย่านะ ปล่อยข้าไปเถิด เจ้าไม่เหมือน… เจ้าไม่เหมือนพวกเขา อะไรกันน่ะ เกิดอะไรขึ้น เจ้าไม่เป็นไรนะ เจ้าไม่เป็นไรนะ ช่างน่ากลัวจริง ๆ นี่ข้าเอง ๆ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้วนะ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ โก่วจื่อ เจ้าเป็นคนทำให้ลูกข้าตาย โก่วจื่อ โก่วจื่อ เจ้าเห็นโก่วจื่อมาตั้งแต่เด็กจนโต เขาติดตามเจ้ามาตั้งแต่เด็ก แล้วเจ้าลงมือโหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ข้า… ข้าขอโทษ เจ้าอย่าแตะต้องตัวเขา ท่านน้า ท่านใจเย็นก่อน เมื่อครู่นี้หู่จื่อกำจัดปีศาจดูดเลือด ช่วยทุกคนไว้ เขาเป็นคนทำให้ลูกข้าตาย เขาเป็นคนทำให้ลูกข้าตาย เจ้าคืนลูกมาให้ข้านะ โก่วจื่อไม่ได้ถูกเขาฆ่าตาย เกรงว่า เมื่อวานนี้ ตอนที่เราเจอโก่วจื่อ เขาก็ถูก ปีศาจดูดเลือดลงมือแล้ว เป็นเพราะเจ้า เพราะเจ้าเอามุกชาดเข้ามาในหมู่บ้าน นำพามาซึ่งภัยพิบัติ ทำให้เมียข้าต้องตาย เป็นเพราะเจ้า จะตีตัวซวยอย่างเจ้าให้ตายเลย เจ้าทำให้ทุกคนเดือดร้อน เจ้าทำให้ทุกคนเดือดร้อน ตัวหายนะ ทั้งหมดมันเป็นเพราะเจ้า หยุดนะ

    ต้องโทษเจ้าเลย [หมู่บ้านรู่อวิ๋น] ท่านผู้เฒ่า ควรทำเช่นไรดี นี่คือ… คำสาปขังดวงวิญญาณหรือ มีเพียงคำสาปนี้ ที่จะกักขังดวงวิญญาณในร่างของเจ้าเด็กนี่ได้ จึงจะหยุดยั้งการสะท้อนกลับ ของมุกชาดได้ชั่วคราว แปลว่าตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วหรือ เจ้าเด็กนี่ก็นับว่า มีความพิเศษมากนัก คนทั่วไปหากกลืนมุกชาดแล้ว จะถูกมันสะท้อนกลับจนตายในทันที นี่เขาไม่เพียงแต่พลังในร่างเพิ่มขึ้นมาก แต่ยังสามารถทนมาได้จนถึงตอนนี้ นับว่าหาได้ยาก แต่อาคมนี้ของอาจารย์ ก็ประคองได้เพียงไม่กี่วัน หากไม่รีบลงมือ ถอนมุกชาดออกมาละก็ เกรงว่าเจ้าเด็กนี่ ต้องถูกดูดกลืนพลังจนหมดสิ้น ร่างแหลกตายน่ะสิ แล้วจะถอนมุกออกมาได้อย่างไรกัน ทั้งสองท่านมีวิธีหรือ ตำบลปาเป่าในละแวกนี้ มีผู้อาวุโส ที่ชำนาญในอาคมและของวิเศษ อาจมีวิธีก็ได้ อีเหมยหรือ บ้านข้าอยู่ที่ตำบลปาเป่านี่ละ ไม่ได้ บัดนี้เรื่องทะเลเพลิง ไม่อาจล่าช้าได้อีก หากเรายังอ้อมไปตำบลปาเป่า เกรงว่าจะทำให้เสียการเรื่องใหญ่ แต่ชีวิตคนสำคัญ ออกเดินทางจากที่นี่ไปตำบลปาเป่า เพียงครึ่งวันก็ถึงแล้ว การนำมุกออกมาน่าจะ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ทำให้เรื่องพวกท่านเสียเวลาไปหรอก เสี่ยวเซวียน เจ้าคิดว่าอย่างไร ได้ หยุดรอได้มากสุดสามวัน หลังจากสามวันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ข้าก็จะพามุกชาด กลับเมืองหลวง เช่นนั้นก็เอาตามนี้ละ ตลอดคืนมานี้ เล่นเอากระดูกกระเดี้ยวคนแก่อย่างข้า

    แทบจะแหลกไม่เป็นชิ้นดีแล้ว ข้าต้องนอนพักสักครู่แล้วละ เมื่อครู่ได้ยิน เรื่องทะเลเพลิง เกิดอะไรขึ้นที่ทะเลเพลิงหรือ ทะเลเพลิง [หู่จื่อ เจ้าไสหัวออกมาเลยนะ] โผล่หัวออกมา ออกมา ๆ ๆ [รีบไสหัวออกมา] [เจ้าทำให้คนต้องเดือดร้อน] [หู่จื่อ ออกมานะ] ออกมา ๆ ๆ ออกมา ผู้ใหญ่บ้าน หู่จื่อ สิบปีก่อน เจ้าร่อนเร่พเนจร พวกเราเห็นว่าเจ้าน่าสงสาร จึงได้พาเจ้ามาที่หมู่บ้าน เจ้าเองก็โตมาด้วยข้าวน้ำ และเสื้อผ้าของชาวบ้านทุกคน คิดไม่ถึง การทำไปด้วยความเมตตาในครั้งนั้น จะเป็นการนำพา ภัยร้ายครั้งใหญ่ให้หมู่บ้านได้ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษทุกคนด้วย ผู้ใหญ่บ้าน อย่าไปเสียเวลาพูดกับมัน นั่นสิ อย่าไปพูดกับมันเลย ทุกท่าน พวกท่านยังไม่เข้าใจ เรื่องราวที่เกิดขึ้นใช่หรือเปล่า เมื่อวานหู่จื่อคือคนที่สู้แทบตาย จนช่วยพวกท่านเอาไว้ได้นะ หู่จื่อ สิบปีมานี้ สิ่งที่เจ้าทำเพื่อหมู่บ้าน พวกเรารู้ดี แต่บัดนี้ เจ้าจะอยู่ที่หมู่บ้านนี้ไม่ได้แล้ว เพื่อความสงบสุบของหมู่บ้าน ทำตามคำเรียกร้องของชาวบ้าน แล้วก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง เจ้าจงไปจากหมู่บ้านเสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่าได้กลับมาอีกเลย

    ผู้ใหญ่บ้าน ๆ เอาให้กระชับหน่อย เก็บข้าวของแล้วไสหัวไปซะ ใช่ ไสหัวไป ๆ ๆ เด็กเอ๋ย ลำบากเจ้าเสียแล้ว ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง เจ้าโตแล้ว ที่นี่ไม่ต้องการเจ้าอีกแล้ว แต่ว่าโลกภายนอก ต้องการเจ้านะ ท่านย่า แต่ว่าข้า… ไปเถอะ ไปยังโลกภายนอก ออกไปดูโลก ไปเถอะเจ้าเด็กเอ๋ย ไปเถอะ ไปเสีย [หมู่บ้านรู่อวิ๋น] [หลุมฝังศพของโก่วจื่อ] โก่วจื่อร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก พวกเด็ก ๆ ไม่ชอบชวนเขาเล่นด้วย นอกจากข้าที่เล่นอยู่กับเขา ก็มีเพียงลูกแก้วพวกนี้แล้วละ โก่วจื่อ อยู่ที่นั่นแล้ว ต้องแข็งแกร่งเข้านะ ต้องเป็นลูกผู้ชาย พี่หู่จื่อไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้าแล้ว เจ้าต้อง… บางเวลา คนเรามักจะต้องเลือก ในสิ่งที่ตัวเองถูกบีบบังคับ แบกรับความปรารถนา ที่อยากจะมีชีวิตต่อไปของผู้ตาย ใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ถึงจะเป็นการชดใช้ความผิดที่ดีที่สุด ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นคนช่วยพวกเจ้าไว้ แต่พวกเขากลับชดใช้บุญคุณด้วยความแค้น ขับไล่เจ้า หากไม่มีพวกเขาก็ไม่มีข้า ข้ากลับนำความโชคร้ายมาให้พวกเขา เจ้าอย่าพูดเช่นนี้สิ เจ้าเป็นคนช่วยพวกเขาไว้นะ หวังว่าอีกหน่อยทุกคน

    จะมีชีวิตสงบสุข มีความสุขกัน พักก่อนสิ ไม่ได้นะ ก่อนอาทิตย์ตกดิน ต้องไปถึงตำบลปาเป่า หากเขาเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ดีแน่ ในวันเดียว เกิดเรื่องมากมายขึ้นกับตัวเขา ย่อมต้องรับไม่ได้ ในเวลาอันสั้นอยู่แล้ว ข้าจะไปพูดกับเขาดู หู่จื่อ เราต้องรีบไปให้ถึงตำบลปาเป่า ก่อนอาทิตย์ตกดิน พวกเราต้องรีบเร่งฝีเท้าแล้วนะ ข้า… ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ ขอพักสักครู่เถอะ ข้ารู้นะ ว่าเกิดเรื่องเศร้าพวกนี้กับเจ้า เจ้าต้องรับไม่ไหวอยู่แล้ว แต่เจ้าต้องทำตัวเองให้กระปรี้กระเปร่า คนเราต้องมองไปข้างหน้า เดินไปข้างหน้าใช่ไหมล่ะ พูดน่ะมันง่าย ข้าใช้ชีวิตในหมู่บ้านรู่อวิ๋นมาสิบปี คนทุกคน หญ้าทุกต้น ข้าล้วนแต่คุ้นเคยดี แต่นี่กลับเปลี่ยนไปเสียสิ้นในคืนเดียว มองไปข้างหน้า เกรงว่าจะไม่มีโอกาสให้มองย้อนกลับไปแล้ว ไม่มองย้อนไปแล้วจะมีอะไรไม่ดีกันเล่า ชาวบ้านพวกนั้นน่ะ… เจ้าอยู่กับพวกเขามานานถึงเพียงนี้ เมื่อครู่พวกเขายังขับไล่เจ้าออกมา การจากมา บางทีอาจเป็นเรื่องดีก็ได้นะ ข้าไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก กินอยู่กับชาวบ้าน อาศัยเสื้อผ้าชาวบ้านใส่จนโต ถ้าไม่มีพวกเขา ข้าก็อยู่รอดไม่ได้มาจนถึงวันนี้ เรื่องนี้ข้าเป็นคนผิดเอง หากไม่ใช่เพราะข้า ก็คงไม่เกิดเรื่องราวมากถึงเพียงนี้ นิสัยลักเล็กขโมยน้อย ที่เจ้าเป็นอยู่พวกนั้นน่ะ ก็ควรจะแก้ไขได้แล้ว ข้าไปเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อยตั้งแต่เมื่อใดกัน ปกติข้าไม่มีนิสัยแบบนี้หรอกนะ เป็นเพราะคราวก่อนมีกลุ่มโจรภูเขา ปลอมตัวเป็นนักปราบปีศาจแห่งแคว้นมาขโมยข้า

    ข้าถึงได้นึกว่าพวกเจ้าก็เป็นโจรภูเขา ถึงได้เอาคืนด้วยวิธีร้าย ๆ เหมือนกัน เอาเถอะ ประสบการณ์ครั้งนี้ ก็ถือเสียว่าเป็นบทเรียนแล้วกัน รีบไปได้แล้ว เจ้าเลิกต่อว่าข้าได้แล้ว เรื่องนี้ เจ้าเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบอยู่มาก เจ้าเป็นคนทำมุกชาดนี้ หายใช่หรือไม่ แล้วพอข้าช่วยเจ้าเอากลับคืนมา เจ้าก็ทำหายอีก นี่เจ้า… ไม้ผุพังมิอาจสลักได้โดยแท้ พอแล้วน่า ๆ ได้ ไม้ผุพังเช่นข้า ต้องพักผ่อนสักครู่จริง ๆ แล้วละ เรื่องของมุกชาด เดิมทีก็เป็นเพราะเจ้า แล้วจะมาโทษข้าได้อย่างไรกัน รีบไปได้แล้ว ไม่มีเวลามาเล่นอยู่กับเจ้าที่นี่หรอกนะ สั่งใครกันน่ะ หากเจ้าจะมีท่าทีแบบนี้ เจ้าก็ไปของเจ้าเองเถอะ ข้าไม่ไปกับเจ้าด้วยหรอก หู่จื่อ เจ้าหน้าตายบ้านี่ เล่นลูกไม้หรือ ใครเล่นลูกไม้กัน พลังหยางจากมุกชาดในร่างเจ้า เดิมก็ถูกควบคุมด้วยคำสาปขังดวงวิญญาณ ข้าเพียงแต่ปลดคำสาปชั่วคราว ในระยะเกินกว่าสิบก้าว พลังหยางจากมุกชาดในร่างเจ้า ก็จะระเบิดออกมา เจ้าจะไปหรือไม่ก็ตามใจ – เจ้า – ใช้วิธีนี้ดีกว่าจริง ๆ ควรใช้ตั้งนานแล้ว วิชามารอะไรกัน แล้วยังจะบอกว่า เป็นนักปราบปีศาจแห่งแคว้นอีก รอข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว

    รอข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว พี่เสี่ยวเซวียน จริง ๆ ข้าอยากถามท่านตั้งแต่แรกแล้ว ท่านเป็นนักปราบปีศาจแห่งแคว้นใช่หรือไม่ ใช่แล้ว ทำงานให้กับตำหนักเทียนกัง นักปราบปีศาจแห่งแคว้นของตำหนักเทียนกัง ได้ยินชื่อมานาน จริง ๆ แล้วข้ามีความฝันหนึ่งมาโดยตลอด คือการได้เป็น นักปราบปีศาจแห่งแคว้นของตำหนักเทียนกัง หากท่านไม่รังเกียจ ขอให้พี่เสี่ยวเซวียน รบกวนชี้แนะให้น้องผู้นี้ด้วย เจ้าต้องให้เขาแนะนำให้เจ้าดี ๆ เขาไม่ธรรมดาหรอกนะ เขาไม่ได้เป็นแค่ทายาท ของบรรพชนนักปราบปีศาจฉีอู๋จี๋ แต่ยังเป็นหัวหน้าค่าย นักปราบปีศาจแห่งแคว้นด้วย หัวหน้าค่ายหรือ เก่งจะตายไป ทำมุกชาดหาย แถมถูกปีศาจดูดเลือดเล่นงานซะหัวหมุน ถึงอย่างไรก็เก่งกว่าเจ้าแล้วกัน ใครเป็นคนฆ่าปีศาจดูดเลือด – เจ้าพูดให้น้อยหน่อย – เดือนหน้าเมืองหลวงแคว้นฝูหลง จะจัดการสอบนักปราบปีศาจแห่งแคว้น หากเจ้าต้องการเข้าร่วม ข้าสามารถแนะนำเจ้าได้ ขอบคุณพี่เสี่ยวเซวียนที่ชี้แนะ คนหนึ่งหน้าตาย อีกคนหน้าอ่อน [ตำบลปาเป่า] มาทำอะไรน่ะ ขอดูใบอนุญาตเข้าเมืองหน่อย ข้าน้อยไม่รู้ว่าท่านนักปราบปีศาจแห่งแคว้น จะมายังตำบลแห่งนี้ คารวะท่านนักปราบปีศาจ เชิญ ป้ายคำสั่งของพวกเจ้านี่ ข่มขวัญคนได้ถึงเพียงนี้เชียว นั่นเป็นของที่นักปราบปีศาจ จะมีกันทุกคนหรือเปล่า นั่นเป็นถึงป้ายคำสั่ง ของนักปราบปีศาจแห่งแคว้น

    มิใช่ว่าทุกคนจะมีได้ เจ้ารู้ด้วยหรือ เจ้าเองก็ไม่ใช่นักปราบปีศาจ พูดราวกับว่าเป็นเรื่อง ในบ้านของตัวเองอย่างนั้นละ พ่อข้าเป็น… เป็นคนที่เล่าให้ข้าฟังตั้งแต่เด็ก ถึงเรื่องตำนานของนักปราบปีศาจแห่งแคว้น อย่างน้อยข้าก็รู้มากกว่าเจ้าแล้วกัน พ่อเจ้าไม่เคยบอกเจ้าตอนเด็ก ๆ หรือ ลูกผู้ชายต้องกล้าหาญแข็งแกร่งเสียหน่อย อย่าได้ตัวบางร่างน้อยถึงเพียงนี้ อย่างข้าเขาเรียกว่าสะอาด ใครจะเหมือนเจ้า เจ้าเหม็นจะตายอยู่แล้ว นี่มันกลิ่นของลูกผู้ชายต่างหาก เจ้าคนหน้าขาว เจ้าถอยไปเลย คุณชายฉี ในเมื่อมาถึงตำบลปาเป่าแล้ว ข้าก็ขอตัวกลับไป รายงานตัวกับที่บ้านก่อน รอให้พวกท่านไปเยี่ยมเยือน ท่านเซียนอีเหมยแล้ว ข้าค่อยมาแวะทักทายอีกครา แล้วเจอกัน พวกประหลาด รูปคนงาม นี่ท่านออกมาตั้งแต่เมื่อใดกัน เอ๊ะอะไรของเจ้า ข้าจะออกมา ดูไม่ได้หรือ ได้สิ ๆ ท่านดูน่าสนใจกว่านะ มีคนติดเงินเขาอยู่หรือ เหตุใดเขาถึงได้ทำหน้าเย็นชาอยู่ทุกวัน ราวกับว่าคนทั้งใต้หล้า ล้วนแต่ติดเงินเขาอยู่ ไม่มีความเป็นมนุษย์เอาเสียเลย พูดไปแล้วเรื่องมันยาว แปดปีก่อน เจ้าเด็กเสี่ยวเซวียนนี่ ต่างจากตอนนี้ราวฟ้ากับเหวเลยละ ตอนนั้นเขายังเป็น เด็กเรียบร้อยไร้เดียงสา แต่มันเป็นเพราะ… ท่านผู้เฒ่า ไปได้แล้ว ไปเดี๋ยวนี้แหละ เสี่ยวเซวียน ท่านดูสิ ท่านดู

    เขาเป็นเด็กดีตรงไหนกัน ดูสภาพเขาแล้ว ไม่จับข้าผ่าดูให้หมดไส้หมดพุง ข้าก็ขอบคุณเขามากแล้ว ท่านผู้เฒ่า ตอนนี้ก็เย็นแล้ว ต้องรีบตามหาที่อยู่ของอีเหมย ใช่สิ ผู้อาวุโสคิ้วเดียวนั่น อยู่ไหนกัน จากความเข้าใจที่ข้ามีต่ออีเหมย ในตำบลนี้ ที่ใดดูมีพลังอำนาจที่สุด ที่นั่นก็คือ บ้านของท่านเซียนอีเหมย เป็นอะไรไป ข้าต้อง… ปล่อยมือ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ มุกนั่นเล่นงานหรือเปล่า ปล่อยมือสิ กินนี่ซะ เม็ดยาสะกดวิญญาณ มีฤทธิ์ช่วยให้ดวงวิญญาณสงบลงได้ เป็นอย่างไรบ้าง ยังมีอีกไหม มีเม็ดเดียวหรือ มันแพงมากนะ ไปได้แล้ว เดี๋ยวสิ ขอพิงหน่อย ข้าต้องหาอะไรกินแล้ว นักปราบปีศาจแห่งแคว้นอย่างพวกเจ้า มีเงินเยอะแบบนี้ทุกคนหรือ อีเหมยไม่ใช่นักปราบปีศาจแห่งแคว้นหรอก ในโลกของนักปราบปีศาจ นางถือเป็นผู้เดียว ที่ได้ชื่อว่านักปราบปีศาจของวิเศษ นักปราบปีศาจแลกของวิเศษหรือ ผู้ที่ได้รับสมญานามนี้ ภายในสองสามแคว้นนี้ มีนางเพียงคนเดียว เช่นนั้นต้องใช้อะไรไปแลกกับนางเล่า เจ้าคิดจะใช้อะไรไปแลกล่ะ ใช้… ใช้อะไรแลกได้เล่า แลกอะไรของเจ้า จะใช้ถังหูหลู่ไปแลกหรือ ของวิเศษจากคำว่าวิเศษต่างหาก อันนี้เองหรือ อีเหมยต่างจากนักปราบปีศาจคนอื่น นางน่ะ เน้นการสร้างอาวุธวิเศษเป็นหลัก อาวุธวิเศษที่สร้างจากมือ ของท่านเซียนอีเหมย

    ล้วนมีพลังอำนาจเหนือใคร นั่นเป็นอาวุธร้ายเพียงหนึ่งเดียว ที่ใช้กำจัดปีศาจ ทั่วทั้งใต้หล้า ทุกคนล้วนใฝ่ฝันปรารถนา คนคนนี้เก่งขนาดนี้เชียว เช่นนั้นข้า… ข้าจะฝันได้บ้างหรือไม่ เช่นนั้นก็ต้องดู วาสนาระหว่างเจ้ากับท่านเซียนอีเหมยแล้วละ คิดไม่ถึงว่านี่ก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว นางจะย้ายมาอยู่ที่นี่เสียได้ ช่างใช้ชีวิตสงบสุขเสียจริง [หอซือคง] ข้าน้อยคือสิงจือ เป็นคนในปกครองของท่านเซียนอีเหมย [สิงจือ ลูกน้องคนสนิทของท่านเซียนอีเหมย] ทุกท่าน ไม่ทราบว่ามีเรื่องใดจะชี้แนะหรือ ข้าคือนักปราบปีศาจแห่งแคว้น ของตำหนักเทียนกัง ฉีเสี่ยวเซวียน มาเพื่อขอเข้าพบท่านเซียนอีเหมย เชิญด้านในเถิด ทั้งสามท่านโปรดพักอยู่ที่นี่ก่อน ข้าน้อยจะไปเรียนให้ท่านเซียนทราบเดี๋ยวนี้ คนที่ชื่ออี… ท่านเซียนอีเหมย ใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียว เป็นใครมาจากไหนน่ะ เจ้ารู้เรื่องเมื่อห้าร้อยปีก่อน ที่ยอดวีรบุรุษหนุ่มทั้งห้าเอาชนะ ศึกหุบเขาเตียนเฟิงหรือไม่ ฉีอู๋จี๋ ฉีผู้ไร้เทียมทานอย่างไรเล่า ท่านผู้เฒ่า อย่างข้าน่ะ เคยเป็นอาวุธวิเศษของฉีอู๋จี๋ ส่วนท่านเซียนอีเหมยน่ะเป็น เสียงพิณรัตติกาลของหนึ่งใน ยอดวีรบุรุษหนุ่มทั้งห้า ท่านเก่งขนาดนี้เชียว นี่อายุห้าร้อยปีแล้วหรือ แล้ว… แล้วท่านยายผู้นี้ ก็เหมือนท่านหรือ อย่าพูดซี้ซั้ว รูปลักษณ์ของข้า นับแต่นำพลังวิเศษถ่ายทอดสู่ของวิเศษ ก็เป็นเช่นนี้แล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับอายุหรอก ไม่ใช่ท่านยายหรือ ก็ต้องไม่ใช่น่ะสิ แล้วตอนนั้นที่ถ่ายทอดพลังวิเศษ

    เหตุใดไม่สร้างรูปลักษณ์ ที่หนุ่มแน่นแข็งแรงให้ท่านหน่อย มีแขกมาเยือน ต้องขอโทษด้วยที่มิได้ออกมารอต้อนรับ [ท่านเซียนอีเหมย นักปราบปีศาจของวิเศษ] ยินดีที่ได้พบกันครั้งแรก ข้าคืออีเหมย ได้ยินชื่อเสียงของท่านเซียนอีเหมยมานาน วันนี้ได้พบท่าน ถือเป็นโชคดียิ่งนัก สมแล้วที่เป็นท่านเซียนอีเหมย ไม่เจอกันตั้งหลายปี รูปงามดังเดิม แต่รัศมีของท่าน ส่องสว่างยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ถ้อยคำเยินยอเหล่านี้ อย่าได้เอ่ยถึงเมื่ออยู่ต่อหน้า คนหนุ่มเลย ท่านผู้เฒ่ามาหาข้า มีเรื่องใดหรือ ในร่างของเขามีมุกชาด ท่านเซียนอีเหมยสายตาเฉียบแหลมนัก เจ้าเด็กเหม็นนี่ เป็นพวกไม่รู้ประสา กลืนมุกชาด ไปจริง ๆ ต้องขอรบกวนท่านเซียน ช่วยถอนมุกชาดออกมาด้วย ในเมื่อเป็นการไหว้วานของท่านผู้เฒ่า ข้าย่อมต้องทำสุดความสามารถ แต่นี่ก็ต้องดูว่า เขามีวาสนานี้หรือไม่ มิสู้ว่า เจ้าบอกเล่าเรื่องราวและที่มาของเจ้า ให้ข้าฟังหน่อยเถิด ยังต้อง… ข้าไม่มีเรื่องราว… ข้าชื่อหู่จื่อ ไร้บิดามารดร ถูกคนในหมู่บ้านรู่อวิ๋น เก็บไปเลี้ยงตั้งแต่เด็กจนโต ปกติแล้ว ออกล่าสัตว์กับท่านปู่กัว ท่านปู่กัวเป็นสหายของข้า พอแล้ว เจ้าเด็กเหม็นนี่มีร่างกายพิเศษกว่าผู้อื่น หากคนทั่วไปกลืนมุกชาดเข้าไป ก็ต้องระเบิดตายไปในทันทีแล้ว เขาไม่เพียงแต่ใช้พลังของมุกชาดนี้ สังหารปีศาจดูดเลือดได้ แต่ยังสามารถทนมาได้จนถึงตอนนี้ มันเกิดอะไรขึ้น ในร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้

    มีพลังที่แข็งแกร่งนัก น่าจะเป็นไอปีศาจที่มีตบะบำเพ็ญอยู่ไม่น้อย ไอปีศาจหรือ หากคิดจะถอนมุกออก ต้องกำราบไอปีศาจนี้ให้อยู่หมัดก่อน มิเช่นนั้นหากเร่งรัดลงมือ ทั้งสองฝ่าย จะเป็นการเสี่ยงมากเกินไป แต่ว่า ในร่างกายเขามีไอปีศาจได้อย่างไรกัน [มีไอปีศาจหรือ] ข้าจะรู้ได้อย่างไรกัน ไอปีศาจนี้ เกรงว่าจะเกิดจากผู้อื่น ถ่ายทอดลงในร่างกายของเขา ต้องทำเช่นไรเพื่อกำราบไอปีศาจนี้ จึงจะถอนมุกชาดออกมาได้ มุกชาดนั้นเกี่ยวข้อง กับความปลอดภัยของทะเลเพลิง จะช้าไม่ได้แม้แต่นิด ข้ามีของวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง ที่ใช้กำราบไอปีศาจได้ แต่ว่า ข้าไม่อาจทำลาย กฎที่ข้าตั้งขึ้นเองได้ ผู้ที่มาขอของวิเศษ จำเป็นต้องชนะ ศึกลานประลองที่ถูกจัดขึ้น ในลานต่อสู้ของตำบลเสียก่อน ยังต้องต่อสู้อีกหรือ ท่านเซียนอีเหมย กฎที่ท่านตั้งขึ้น พวกเราย่อมทำตาม แต่พวกข้าน้อยในตอนนี้มีเวลาน้อยนัก หากต้องรอการประลองฝีมือ เกรงว่าจะไม่ทันเวลาเอาได้ ไม่ต้องใจร้อนไป ศึกลานประลอง จะจัดขึ้นหนึ่งครั้งในทุกกลางเดือน พอดี พรุ่งนี้ก็คือกลางเดือน หากว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ สามารถเอาชนะได้สำเร็จ ตัวข้า ย่อมต้องมอบของวิเศษนั้นให้ในทันที พรุ่งนี้ต้องสู้เลยหรือ แต่ว่า… เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เรามาวัดฝีมือกันที่ลานประลอง เราขอกลับที่พักกันก่อนละ เพื่อเตรียมตัวต่อสู้ที่ลานประลอง ข้าไม่ได้รับปากนางนะ

    – ท่านผู้เฒ่า – ข้าไม่ได้ตอบตกลงเสียหน่อย เขาจะไปได้อย่างไรกัน นี่มันไม่ได้นะ รีบไปสิ [โรงเตี๊ยมตำบลปาเป่า] ข้าไม่ไป ถอนมุกออก แล้วยังต้องไปสู้ลานประลองอะไรอีก เมื่อวานยังสู้กันไม่พอหรืออย่างไรกัน ข้ายังพักได้ไม่เต็มที่เลย สถานการณ์ของเจ้าตอนนี้ค่อนข้างซับซ้อน นี่ไม่ใช่เพียงปัญหา ของมุกชาดเพียงอย่างเดียวแล้ว หากว่าไอปีศาจในร่างของเจ้า กลืนกินดวงวิญญาณ เช่นนั้นเจ้าก็ต้องเข้าสู่วิถีมารแล้วละ แต่… ไม่มีวิธีอื่นหรือ จะต้องไปสู้ที่ลานต่อสู้อะไรนั่นด้วยหรือ ท่านผู้เฒ่า ท่านเป็นของวิเศษบรรพชน อายุห้าร้อยปีมิใช่หรือ ท่านต้องมีวิธีแหละน่า ตบะบำเพ็ญของข้ากับท่านเซียนอีเหมย มันเทียบกันไม่ได้เลย ในศึกเตียนเฟิงครั้งนั้น ทำลายตบะของข้าไปไม่น้อย ทุกห้าชั่วยาม ข้าจะต้องเปลี่ยนร่างกลับเป็นพู่กัน เพื่อเก็บรักษาแรง ข้ากำราบไอปีศาจ ในร่างกายเจ้าไม่ได้ ยิ่งไม่อาจถอนมุกชาดออกมาได้ ท่านยังจะมาพูดอีก เจ้าล่ะ เจ้าเป็นหัวหน้าค่าย นักปราบปีศาจแห่งแคว้นมิใช่หรือ เจ้าจะช่วยกำราบไอปีศาจ ของข้าได้หรือไม่ ข้าไม่เคยเห็นไอปีศาจ เช่นเจ้ามาก่อน ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ไป ท่านผู้เฒ่า ท่านคุ้นเคยดีกับอีเหมยนั่นมิใช่หรือ ท่านก็ให้นางดึงออกให้ข้าเลยเถอะ หู่จื่อ นี่เป็นกฎที่ท่านเซียนอีเหมย ตั้งเอาไว้มาตลอดร้อยปี ใครก็เปลี่ยนแปลงมิได้ เจ้าอย่าได้เห็นว่าท่านเซียนอีเหมยนั่น หน้าตาน่ารักสดใส

    แต่นิสัยนางน่ะไม่ยอมใครง่าย ๆ หากว่าเจ้าไม่เอาชนะบนลานประลอง ได้อย่างถูกต้อง ต่อให้ใครมาโน้มน้าว นางก็ไม่มีทางเอาของวิเศษ มาให้เจ้าหรอก ประเด็นคือข้าขึ้นลานประลองไป นอกจากถูกคนอื่นซัดแล้ว ข้าจะไปเอาชนะใครได้เล่า เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลไป เจ้าคิดดู ปีศาจดูเลือดเมื่อวานนั่น ยังถูกเจ้าจัดการได้โดยง่าย ลานประลองเล็ก ๆ นี่ จะกังวลไปไยกัน ข้าว่านะ เพียงแต่ต้องให้เสี่ยวเซวียน สอนวิชาเจ้าในวันนี้ ก็จะรับมือลานประลองในวันพรุ่งนี้ได้ ร้องขอพระเมื่อจวนตัวหรือ แถมต้องขอร้องเขา จะไหวหรือ เจ้าอย่าได้ดูถูกเสี่ยวเซวียนเชียว นักปราบปีศาจที่ผ่านการเรียนกับเขา ล้วนแต่เป็นคนที่มีฝีมือชั้นยอดกันทั้งนั้น ท่านผู้เฒ่า ให้ข้าสอนเขาหรือ ข้าไม่สอนหรอก ขอบใจ ข้าก็ไม่อยากเรียนเหมือนกันแหละ พวกเจ้าสองคนหุบปากไปเลย มุกชาดเป็นเรื่องสำคัญ นี่ก็เป็นหนึ่งในแผนรับมือ ที่จำเป็นต้องทำน่ะ ที่นี่ดียิ่งนัก ฝึกฝนกันที่นี่เถิด เสี่ยวเซวียนเอ๋ย เจ้าอธิบายให้หู่จื่อฟังดี ๆ ล่ะ ท่านจะไปพักแล้วหรือ ในร่างกายของทุกคน ล้วนแต่มีพลังหยินและหยาง เมื่อหยินหยางรวมกันจะกลายเป็นพลังปราณ ถูกเก็บกักไว้ในจุดตานเถียน เมื่อเวลาผ่านพ้นไป พลังปราณส่วนมากก็จะเลือนหายไป มีเพียงส่วนน้อย ที่จะถูกเก็บไว้ในจุดตานเถียน รวมกันเป็นพลัง พลังหรือ ส่วนผู้ที่บำเพ็ญ

    ก่อนที่พลังปราณจะเลือนหายไป สามารถใช้การฝึกฝน เพื่อสะสมพลัง เสริมสร้างรากฐาน การเผาไหม้พลังในร่างกาย จะสามารถปลดปล่อยพลังปราณจำนวนมาก ในระยะเวลาสั้น ๆ ได้ ทำให้เกิดเป็นพลังที่เกินกว่าคนธรรมดา นี่ก็คือสิ่งที่เรียกกันว่าอาคม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนที่สามารถใช้พลัง ถ่ายทอดลงในอาวุธ เพื่อให้พลังของอาวุธเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก พลังของคนทั่วไปจะเป็นสีขาว ผู้ที่ฝึกฝนอาคม เมื่อถึงระดับหนึ่ง พลังในร่างกาย จะค่อย ๆ กลายเป็นสีน้ำเงิน ส่วนผู้ฝึกฝน ยิ่งพลังแข็งแกร่งมากขึ้น พลังของอาคมในร่างกาย ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ว่า ไม่ใช่ว่าทุกคน จะสามารถฝึกฝนพลังเช่นนี้ ได้สำเร็จ ต้องดูเรื่องพรสวรรค์ด้วย พรสวรรค์ข้าย่อมต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว รับไป ลองใช้อันนี้ดู ให้ข้าใช้อันนี้น่ะหรือ เดินลมปราณจุดตานเถียน สัมผัสถึงพลังทั้งหมดในร่างกาย สุดท้ายให้ใช้พลัง ปลดปล่อยออกมาเป็นพลังปราณ ทำต่อ ไม่เรียนแล้ว การฝึกฝนอาคม เดิมต้องอาศัยการฝึกฝนมุ่งมั่น อดทนต่อความทุกข์ทรมาน จึงจะมองทะลุหยินหยางได้หมดสิ้น อย่างเจ้าน่ะ รวบรวมสมาธิไม่ได้ขนาดนี้ อุปนิสัยเช่นนี้ เรียนไปก็เปล่าประโยชน์ เป็นเพราะเจ้าสอนไม่ได้เรื่องต่างหาก ดูที่เจ้าพูดมาแต่ละอย่าง ใครจะไปฟังเข้าใจกันเล่า ทั้งปราณเอย พลังเอย ไม่เรียนมันแล้ว

    พรุ่งนี้ข้าจะตรงไปที่ลานประลองเลย ขนาดปีศาจดูดเลือดยังสู้ได้ แล้วข้ายังต้องกลัวคนพวกนั้นด้วยหรือ ไปลานประลองเลยน่ะหรือ ที่เมื่อวานเอาชนะปีศาจดูดเลือดได้ ก็เพราะอาศัยพลังจากมุกชาด เลยโชคดีรอดมาได้ก็เท่านั้น แม้แต่พลังยังควบคุมไม่ได้ ยังคิดจะควบคุมมุกชาด ระวังเถอะว่าธาตุไฟจะเข้าแทรก มุกชาดทะลุออกมาจนตาย ถึงจะธาตุไฟเข้าแทรกก็ไม่เรียนกับเจ้าแล้ว หรือไม่อย่างนั้นเจ้าก็แหวกท้องข้าออก แล้วเอามุกนั่นออกไปเลยเถอะ เจ้าเด็กโง่ จะไปไหนน่ะ ท่านผู้เฒ่า เจ้าหน้าตายนี่คุยยากชะมัด อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่หัวโบราณยิ่งกว่าท่านอีก ให้ท่านสอนข้าดีหรือไม่ เจ้าเด็กโง่ สิ่งที่เสี่ยวเซวียนสอนเจ้า คือวิชาที่ใช้ได้จริงแท้ ข้าน่ะ ไม่ได้รับศิษย์ มานานมากแล้ว ร้อยปีมานี้ ศิษย์คนเดียวที่เคยรับ ก็คือเสี่ยวเซวียน ที่พรสวรรค์ถึงขีดสุดอย่างไรเล่า ข้าก็ไม่เลวนะ คราวก่อนท่านยังบอกว่าข้า มีพรสวรรค์ถึงขีดสุดมิใช่หรือ พรสวรรค์ของข้าต้องแข็งแกร่งกว่าเขาอยู่แล้ว เจ้าเด็กเหม็นอย่างเจ้าน่ะ จริงอยู่ที่มีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่ว่า ต้องให้ศิษย์พี่ของเจ้าตอบตกลงก่อนถึงจะได้ ให้เขาตกลงหรือ วันหน้าอยู่ร่วมสำนัก พวกเจ้าสองคนต้องช่วยเหลือเกื้อกูล เรียนรู้ร่วมกัน เจ้าก็ต้องให้ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า ยอมตอบตกลงมิใช่หรือ เขา… พูดเช่นนี้แปลว่าท่านตอบตกลงแล้วหรือ ท่านผู้เฒ่า ท่านจะสอนเขาจริง ๆ หรือ ขอท่านอาจารย์ โปรดรับการคำนับจากศิษย์ด้วย ศิษย์พี่

    วันหน้าต้องรบกวนท่านแล้ว ท่านผู้เฒ่า ท่านอยากจะสอนก็สอนไปเถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในสามวันข้างหน้า ข้าต้องได้มุกชาดมา