EP.28 (FULL EP) | ที่พักแห่งหัวใจ (Life is a Long Quiet River) ซับไทย | iQiyi Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] ♫ ในที่สุดก็มีคำตอบ ที่ที่ทำให้ฉันสุขใจก็คือบ้าน ♫ [ที่พักแห่งหัวใจ] [ตอนที่ 28] [เรื่องนี้] [ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด] [เรื่องนี้คุณวางใจได้] [ฉันกับชิงอวี๋เป็นเพื่อนกันมาหลายปี] [ฉันไม่มีทางหักหลังเธอแน่นอน] [เปลี่ยนผู้ใช้] [เปลี่ยนผู้ใช้] [รหัสผ่านผิดพลาด] [เปลี่ยนผู้ใช้] [รหัสผ่านผิดพลาด] [ผู้ครอบครองเอกสาร] [กู้ชิงอวี๋][ซือหยวน] [วันที่ 15 กรกฎาคม ปี 2018] [เปลี่ยนผู้ใช้] [ยินดีต้อนรับ] [บทนำบริษัทอุตสาหกรรมยาชิงเฟิง] ลุงหวัง ออกกำลังกายเหรอครับ [ห้องการเงิน] คุณนับหน่อยนะ ได้ค่ะ ขอบคุณ รีบแจ้งเร็วเข้า บนใบเสร็จนี้ นี่เป็นสามหรือแปดคะ นี่คือแปดครับ พิมพ์ไม่ชัดเจน แปด บนนี้เขียนไว้นี่ไง นมสองลังและผลไม้สองลัง [บ้านพักคนชรายังไม่สาย] ตอนนี้ที่นี่ของพวกเรา เปิดมาหนึ่งเดือนแล้ว วันนี้เชิญเธอมา ใช้สายตามืออาชีพของเธอช่วยฉันดูหน่อย บ้านพักคนชราของเรามีตรงไหนที่ไม่ดีพอ กรุณาเสนอความคิดเห็นที่มีค่าหน่อยนะ วันนี้เป็นวันหยุดนะ เสนอความคิดเห็น จะให้ค่าทำงานล่วงเวลาไหม ไม่มีปัญหา ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญอย่างเธอ ยังเก็บค่าผู้เชี่ยวชาญได้
ต้องการเท่าไร เธอบอกมาก็พอ ที่นี่เป็นพื้นที่กิจกรรมของพวกเรา หรือจะต้องวางยาพิษฆ่าสามีเธอจริง ๆ เธอว่าอะไรนะ ไม่ได้พูดอะไรค่ะ ทางนี้มี ที่เขียนพู่กัน ห้องอ่านหนังสือก็อยู่ที่นี่ ฉันน่ะ เปิดบ้านพักคนชรามีจุดสำคัญอย่างหนึ่ง ชีวิตที่มีความสุขของผู้สูงอายุ นอกจากมีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ชีวิตทางจิตวิทยาไม่สามารถขาดได้ ฉันคิดไม่ถึงเลยนะว่า เดือนกว่าจะมีคนเยอะขนาดนี้ ตลอดมาฉันใช้ ระบบการจัดการของฮาร์วาร์ดมาดูแล… เสี่ยวฉิน พี่คะ ที่สำคัญที่สุดคือ โชคดีที่พวกเราเชิญคุณเฝิงเสี่ยวฉิน มาเป็นซีอีโอของฉัน เธอจัดการที่นี่จนกิจการรุ่งเรือง พูดจากปากนายเนี่ย ไม่ควรเป็นเงินทองไหลมาเทมาเหรอ สิ่งที่ฉันคนนี้ไม่สนใจที่สุดก็คือเงิน เธอรู้ไหม สำหรับฉันแล้วเงิน เป็นเรื่องที่มีศูนย์น้อยลง หรือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัวเท่านั้น ที่สำคัญคือคุณภาพของชีวิต แล้วทำไมนายยังทำธุรกิจอีกล่ะ นายบริจาคเงินของนายให้ประเทศ ก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ ก็ไม่ได้บรรลุขั้นสูงขนาดนั้น แต่ฉันคิดมาตลอดว่า สำหรับพวกเราที่ทำธุรกิจ กำไรส่วนตัว ไม่ควรเป็นเป้าหมาย ที่สำคัญคือผลประโยชน์ทางสังคม ต้องอยู่เหนือผลประโยชน์ส่วนตัวของเรา ฉันมีความคิดหนึ่ง พูดออกมาเดี๋ยวเธอจะหัวเราะเยาะ อีกไม่กี่ปีฉันจะขายบ้านทั้งหมดของฉัน แล้วก็สร้างบ้านพักคนชราสิบกว่าแห่ง พอถึงตอนเที่ยง คนแก่อายุเกิน 70 ปีแถวนี้ ก็มากินข้าวที่นี่ได้ สองเนื้อ สองผัก กินตามสบาย
เงินที่เหลือจะทำยังไง ฉันอยากเปิดโรงเรียนประถมแห่งความหวัง ฉันคิดชื่อไว้แล้วด้วย ชื่อชิงอวี๋โรงเรียนประถมแห่งความหวัง เป็นไง ทำไมต้องใช้ชื่อฉันด้วย เพราะไง โรงเรียนประถมจ่านเสียงก็ไม่เลวนะ กางปีกโบยบิน ชื่อนี้ฟังดูเหมือนโรงเรียนเทคนิคเลยนะ ทางนี้เป็นร้านอาหาร ฉันรู้ว่าเธอจบจากโรงเรียนบัญชี แต่นอกจากคิดบัญชีแล้ว ความรู้พื้นฐานปกติเธอก็ต้องรู้นะ แอปเปิลหนึ่งกล่องสิบกิโลกรัม กิโลกรัมละ 20 หยวน 400 หยวน ฟูจิแดงธรรมดาก็แค่ห้าหยวนกว่า ต่อให้กิโลกรัมละสิบหยวน ก็ไม่ใช่ราคานี้นะ ถ้าพรุ่งนี้เขาให้ ใบเสร็จสี่พันหยวนกับเธอ เธอก็จะเบิกให้ใช่ไหม ฉัน… ฉันไม่รู้จริง ๆ ค่ะ เธอทำงานนี้ เธอจะไม่รู้ไม่ได้ ถ้าเธอไม่รู้เธอถามได้ ถามพี่ใหญ่ ถามฉันก็ได้ ถ้าเธอเป็นแบบนี้ต่อไป ใครเอาใบเสร็จมาเธอก็เบิกให้งั้นเหรอ พี่เฝิงคะ คุณหาคนใหม่เถอะ ฉันไม่ทำแล้ว ฉัน… ฉันยังไม่ทันว่าอะไรเธอเลย เธอ… สวัสดีครับ ที่นี่มีคนชื่อเฝิงเสี่ยวฉินไหม ไม่ใช่ ให้เฝิงเสี่ยวฉินเหรอ ใครคือเฝิงเสี่ยวฉินครับ ดอกลิลลี่ป่าก็มีช่วงเวลาดี ๆ เหมือนกัน ฉันค่ะ ดอกไม้ของคุณครับ ใครให้ฉันคะ ไม่รู้สิครับ
คุณดูการ์ดข้างในสิ ขอบคุณค่ะ ติงหย่วนจื้อ แฟนให้มาเหรอ ดอกไม้นี่สวยจังเลย ไม่ใช่ค่ะ ๆ คือว่า เพื่อนส่งมาให้น่ะ พวกเราเพิ่งเปิดที่นี่ไม่ใช่เหรอ คือว่า มาแสดงความยินดี ยายคะ ถ้าพวกคุณชอบก็หยิบตามสบายได้เลย หยิบคนละดอกก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ติงหย่วนจื้อ ทำอะไรเนี่ย ฮัลโหล เสี่ยวติง คุณส่งดอกไม้ให้ฉันเหรอ ใช่ครับ ส่งถึงแล้วใช่ไหม ใช่ ส่งถึงแล้ว แต่ว่าคุณส่งดอกไม้ให้ฉันทำไมล่ะ แล้วยังส่งไปที่ที่ฉันทำงานอีก คุณ… คุณเป็นห่วงว่า ฉันจะพูดเรื่องนี้ออกไปใช่ไหม ฉันสัญญากับคุณแล้วว่าจะไม่พูดมั่ว ๆ คุณวางใจเถอะ คุณ… คุณทำอะไรน่ะ คุณทำแบบนี้ก็เท่ากับ ทำให้ฉันขายหน้าไม่ใช่เหรอ [สร้างการเงินที่โปร่งใส] ผมจะให้พี่ขายหน้าได้ยังไงครับ ฉันไม่สน โอเคไหม ฉันไม่ชอบให้คุณทำเรื่องแบบนี้ ถ้าคุณยังทำแบบนี้อีก ฉันจะบล็อกคุณนะ [สร้างการเงินที่โปร่งใส] ดอกกุหลาบช่อใหญ่มากเลย ประมาณ 99 ดอกมั้ง แกว่าเธอมีแฟนแล้วเหรอ [จะมีแฟนหรือเปล่าหนูไม่รู้] แต่ต้องมีคนจีบแน่นอน
พ่อคะ เรื่องนี้พ่อต้องปล่อยวางให้ได้นะ กู้เหล่ยจากไปหนึ่งปีกว่าแล้ว จะไม่ให้เธอแต่งงาน ไปตลอดชีวิตไม่ได้ใช่ไหมล่ะ พ่อรู้ โอเคค่ะพ่อ หนูไม่คุยกับพ่อแล้วนะ เรื่องดอกไม้พ่อไม่ต้องบอกเธอนะ เดี๋ยวเธอจะว่าหนูปากเปราะอีก เอาเถอะ วางใจเถอะ ทำไมตอนนี้คุณ ขี้ซุบซิบขึ้นเรื่อย ๆ เลย พี่สะใภ้ซุบซิบน้องสะใภ้ นี่เป็นเรื่องมาตรฐานอยู่แล้วนี่ ทำไม พ่อคุณได้ยินว่ามีคนจะจีบเสี่ยวฉิน เขาไม่ชอบเหรอ ไม่ได้ไม่ชอบหรอก เขาตัดใจจากเสือน้อยไม่ได้ แต่ลูกชายอยู่กับแม่ มันเป็นปกติอยู่แล้วนี่ ใช่ เขาเข้าใจเหตุผลทั้งหมด แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเขา เขาต้องไม่สบายใจแน่นอน คุณก็รู้จักพ่อฉันดี คิดเพื่อคนอื่นมาทั้งชีวิต เป็นคนดีคนหนึ่ง ตอนนี้อายุมากแล้ว คนที่ไม่สามารถปล่อยวางได้มากที่สุด ก็คือหลานชายของเขา เข้าใจได้นะ ที่รัก ทำไมวันอาทิตย์คุณยังต้องทำโอทีอีกล่ะ ผมไม่ทำโอที รอคุณมาเลี้ยงผมเหรอ ได้สิ ฉันเลี้ยงคุณเอง ห้ามโกรธนะ เราตกลงกันแล้วนะ ห้ามเอาจริงเอาจัง พวกเราต้องสงบสุข ต้องผ่อนคลาย พวกเราคิดถึงปัญหา ในมุมของอีกฝ่าย ใช่ไหม ตอนนี้ผม ผ่อนคลายมาก สงบมาก ไม่โกรธ แล้วก็ไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไร
สิ่งเดียวที่ผมกังวลก็คือ คุณบอกว่าจะเลี้ยงผม นั่นจริงใจหรือเปล่า ที่รัก ทำไมคุณน่ารักขนาดนี้ เพราะผมชอบกินคอร์นเนตโต คุณดูพวกเราสองคนตอนนี้ดีจะตาย คุณมีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องเก็บไว้ในใจ พูดออกมาให้หมด พวกเราต้องอยู่กันดี ๆ โอเคไหม รับทราบ ก็ได้ งั้นคุณไปทำงานเถอะ ลูกชายฉันโตขนาดนี้แล้วยังให้ดอกไม้ฉันอีก อีกอย่างเขาเกือบจะเป็นน้องเขยฉันแล้ว เขาเคยคบกับเธอไม่ใช่เหรอ พี่ เราสองคนไม่เคยคบกันนะ ฉันไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย พี่อย่าทิ้งความสุขของตัวเอง เพราะเรื่องแค่นี้นะ ความสุขเหรอ พูดเหมือนว่าฉันจะหนีตามเขางั้นแหละ เธอไม่สนใจเขา ฉันก็ไม่สนใจเขาเหมือนกัน ฉันพบว่าคนคนนี้แปลกมาก เธอดูสิ เขาติดคนเก่งมาก ตอนนั้นเธอทำโครงการกับเขา เขาก็จับจ้องมองเธอ ฉันก็แค่ติดรถไปหน่อย พูดคำเกรงใจไม่กี่ประโยค เขาก็ติดฉันอีกแล้ว เหมือนแป้งที่ติดมือตอนเปียกจริง ๆ สลัดก็สลัดไม่ออก ลองคบหาสักหน่อยก็ไม่เป็นไรนี่ ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย ฉันไม่อยากคบหากับเขา บ้านพักคนชรายุ่งจะตายอยู่แล้ว จะมีเวลาว่างขนาดนี้ได้ยังไง ฉันพบว่าเด็กพวกนี้ ว่าอะไรไม่ได้จริงๆ ว่าไม่กี่ประโยคก็สะบัดก้นหนีไปเลย ตอนนี้ฉันจะไปหาคนที่ไหน รำคาญจะตายอยู่แล้ว [เรียนบัญชีขั้นพื้นฐาน] [ฉันยุ่งทั้งวัน] [ดูแลคุณอย่างกับเป็นบรรพบุรุษ] [ก็หวังว่าคุณจะสอบใบอนุญาตให้ได้] [ผมไม่ถนัดเรื่องนี้จริง ๆ] [อยากสอบก็ไปสอบเองสิ]
[ทุกวันเอาแต่สอบ ๆ ๆ] [บ้านพักคนชรายังไม่สาย] [แผนกต้อนรับ] อรุณสวัสดิ์เถ้าแก่ อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์ เช้าขนาดนี้เลยเหรอ พี่ก็มาเช้าแบบนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ เพราะฉันเป็นซีอีโอไง ฉันรู้ว่าพี่เป็นซีอีโอ เป็นบอส ไม่ต้องคอยเตือนฉันหรอก อ่านหนังสืออะไรเหรอ [แค่อ่านก็เข้าใจการรับจ่ายบิล มีภาพประกอบทั้งหมด] อ่านนี่ทำไม ผู้หญิงฝ่ายการเงินคนนั้นไปแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันอยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถ้าเข้าใจแล้ว ก็จะช่วยพี่ประหยัดค่าการเงินได้อีกก้อน ฉันจ้างคนใหม่ก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ อย่าปวดหัวไปเลย ยังไงเรียนก็ต้องเรียน มีทักษะหนึ่งติดตัว ในอนาคตจะได้ไม่ต้องโดนคนอื่นดูถูก โดนว่าไม่เอาไหนอีก เฝิงเสี่ยวฉิน เธอมีความสามารถมากแล้ว ในบรรดาคนที่ฉันรู้จัก นอกจากมารีคูรีแล้ว เธอได้เรื่องที่สุดเลย เถ้าแก่คุณเก่งนี่นา มารีคูรีพี่ก็รู้จักด้วย แล้วมารีคูรีเธอคิดค้นอะไรเหรอ เถ้าแก่ พี่จำไว้นะ มารีคูรีเธอค้นพบแรงโน้มถ่วง เธอนี่แย่จริง ๆ ผมกินอิ่มแล้ว ไปทำงานแล้วนะ หนูออกไปกับเขาดีกว่าค่ะ หนูจะไปซูเปอร์มาเก็ต ไม่ต้องหรอก วันนี้วันจันทร์ ช่วงเวลาเร่งด่วน คนเยอะมากนะ ฉันเดินเป็นเพื่อนคุณได้หน่อยนะ เดินอะไรกัน คุณอยู่บ้านดี ๆ ก็พอแล้ว
ข้างนอกอากาศก็ไม่ดี ผมไปทำงาน คุณไม่ต้องไปสักหน่อย ไม่งั้นคุณไปทำงานแทนผมดีไหม ไม่เห็นจำเป็นเลย [กู้ซิน] [ที่รัก ลูกคิดถึงพ่อแล้ว คุณโทรกลับมาหน่อยสิคะ] เสี่ยวฉินมาแล้วเหรอ คุณป้า เย่ว์เย่ว์อยู่ไหมคะ ฉันมาดูหลานน่ะค่ะ [กู้ซิน] [ที่รัก ลูกคิดถึงพ่อแล้ว คุณโทรกลับมาหน่อยสิคะ] [ยุ่งอยู่] เย่ว์เย่ว์ พี่สะใภ้ ฉันมาเยี่ยมเธอน่ะ เอากระเป๋ามาให้ฉัน มา เป็นไงบ้าง มา ฉัน ถักเสื้อผ้าเล็ก ๆ ให้เขา เธอดูสิว่าชอบไหม มา – ชอบสิคะ -ดื่มน้ำ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ แม่ แม่ดูสิคะ ฉันถักเสื้อผ้าเล็ก ๆ มาตัวหนึ่ง สวยจัง ยังมีถุงเท้าคู่เล็กด้วย ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้ ใส่ตอนอากาศหนาวหน่อยนะ ป้ามาเยี่ยมหนูแล้ว หลานรัก เช็ดมือแล้วค่อยกอดหนูนะ หน้าเขานี่เกาเองเหรอ กลางคืนตอนที่เขานอน เธอได้ใส่ถุงมือเล็ก ๆ ให้เขาไหม ไม่ได้ใส่ค่ะ
ใส่ถุงมือผ้าก๊อซเล็ก ๆ ให้เขา แบบนี้ก็จะไม่ข่วนหน้าเป็นแผลแล้ว ให้ป้าอุ้มหน่อยนะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ยังให้นมคืนละสามครั้งเหรอ เด็กน้อยนี่เอาใหญ่แล้วนะ ทุกคืน ป้อนเขาสองคำ เขาก็หลับแล้ว เดี๋ยวเดียวก็ตื่น ฉันสอนเธอให้นะ ถ้าเขาหลับไปเธอก็ดีดฝ่าเท้าเขา ดีดให้เขาตื่น ให้เขาดื่มเสร็จค่อยนอน ใช่ไหมล่ะ เด็กดี มา หนักจริง ๆ นอนลงนะ พี่สะใภ้คะ ฉันก็พูดไปเรื่อย ฉันรู้สึกว่ากู้ซินของพวกเรา ช่วงนี้ดูแปลก ๆ ไม่ค่อยปกติ พี่ว่า เขาจะ มีผู้หญิงอยู่ข้างนอกหรือเปล่า ไม่หรอกมั้ง ช่วงนี้เขา เย็นชามากกับฉันมาก ไม่สนใจเลย ทำเหมือนรังเกียจมาก น่าจะไม่หรอก นิสัยของกู้ซินเป็นยังไง เธอก็รู้ดี เหมือนพ่อเขามากไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่นะคะ ตอนแรกเขาก็ดีกับฉันนะคะ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูด ส่งวีแชต โทรศัพท์ ฉันรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าเลย พี่สะใภ้ช่วยคิดทีสิคะว่าจะทำยังไงดี เธอคงไม่ได้ เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดใช่ไหม – คิดมากไปแล้ว – ไม่ใช่นะคะ
มา พี่สะใภ้ พี่ต้องช่วยฉันคิดหน่อยจริง ๆ นะคะ ฉันไม่ได้พูดเหลวไหล [เก่อเย่ว์] [ที่รักข้าวเย็นมีไก่ผัดเกาลัดที่คุณชอบที่สุด กลับมาเร็วหน่อยนะ] [รู้แล้ว] [เฝิงเชี่ยนเชี่ยน] [เฝิงเชี่ยนเชี่ยน] [เดือนนี้ฉันได้รับโบนัส เพราะผลงานได้อันดับหนึ่ง คืนนี้เลี้ยงข้าวพี่นะคะ] [เฝิงเชี่ยนเชี่ยน] [เดือนนี้ฉันได้รับโบนัส เพราะผลงานได้อันดับหนึ่ง คืนนี้เลี้ยงข้าวพี่นะคะ] [โอเค] [เก่อเย่ว์] [ที่รักข้าวเย็นมีไก่ผัดเกาลัดที่คุณชอบที่สุด กลับมาเร็วหน่อยนะ] [เย็นนี้ต้องทำโอที] – ขอบคุณค่ะ – กินสิ พี่ก็กินผักหน่อยสิคะ มา ใช่แล้ว ให้พี่ค่ะ ยังมีของขวัญด้วยเหรอ พี่ช่วยฉันทำออเดอร์ใหญ่ขนาดนี้ แค่เลี้ยงข้าวพี่มื้อเดียวจะพอได้ยังไง เธอไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก ขอบคุณนะ ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ ชนแก้ว กลับมาแล้วเหรอ ฉันช่วยคุณนะ [ถ้าเขามีผู้หญิงอยู่ข้างนอกจริง ๆ] [จะต้องมีพิรุธอะไรสักอย่างแน่] [เธอดูบนเสื้อผ้าของเขา] [มีกลิ่นน้ำหอม] [มีรอยลิปสติกไหม] กลิ่นอะไรเหรอ คืนนี้หัวหน้าเราเลี้ยงหม้อไฟ ในกระเป๋าหลังของคุณนี่อะไรเหรอ หัวหน้าของเราไปเที่ยวญี่ปุ่น เอาของขวัญกลับมาให้ผม [ช่วงนี้ได้รับของขวัญพิเศษอะไรไหม] ให้ที่หนีบเน็กไททุกคนเลยเหรอ ไม่ใช่หรอก
ของคนอื่นเป็นพวกอาหารเครื่องดื่มน่ะ มีแต่ผมที่ได้ที่หนีบเน็กไท [เธอลองดูว่า] [ตอนนี้เขาค่อนข้างชอบส่องกระจกหรือเปล่า] [ฉันเคยดูละครเรื่องหนึ่ง] [หวังกุ้ยกับแอนนา] [ตอนที่หวังกุ้ยนอกใจ] [เขาชอบแต่งตัวต่อหน้ากระจก] ไม่ต้องส่องแล้ว หล่อมากพอแล้ว ฮัลโหล เก่อเย่ว์ [พี่สะใภ้] [ยังไม่นอนใช่ไหมคะ] ยังเลย เมื่อกี้ หลังจากกู้ซินอาบน้ำเสร็จ พี่ว่าเขาเป็นผู้ชาย อยู่ ๆ ก็ทาครีมอยู่ตรงนี้ [ยืนส่องอยู่หน้ากระจก] [ส่องซ้ายส่องขวาไม่จบไม่สิ้น] ฉันดมกลิ่นบนเสื้อผ้าของเขา ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่ฉันรู้สึกว่า ก็เหมือนกับ กลิ่นเครื่องสำอางของผู้หญิง ตั้งแต่มีลูก ฉัน… ฉันก็… ไม่เคยใช้เครื่องสำอางเลย พี่ว่ากลิ่นนี้ติดมาจากไหนเหรอ เก่อเย่ว์ เก่อเย่ว์ เธอฟังฉันพูดก่อน เธออย่าเพิ่งร้องไห้ [อีกอย่าง] [เขามีที่หนีบเน็กไท] [พอฉันถามเขา] [เขาบอกว่าหัวหน้าผู้ชายคนหนึ่งให้เขา] มีผู้ชายที่ไหนให้ที่หนีบเน็กไทผู้ชายบ้าง [พี่ไม่รู้สึกแปลกเหรอ] หลายอย่างที่ฉันพูดกับเธอ ฉันก็เดาเอาเหมือนกัน ฉันก็ไม่มีประสบการณ์ เธออย่าเพิ่งคิดมาก ไม่อย่างนั้น [เธอรอดูอีกหน่อย] ไม่ใช่นะคะ จุดที่พี่พูด มันถูกหมดเลย
เขาคงไม่ได้มีผู้หญิง อยู่ข้างนอกจริง ๆ หรอกนะ ฉันคิดว่าเธอรออีกหน่อย รอดูอีกสักพัก ถ้าเธอสงสัยจริง ๆ ไม่งั้นหาโอกาส เธอคุยกับเขาดี ๆ ค่ะ [บ๊ายบาย] พี่คะ เธอเป็นอะไรเหรอ เก่อเย่ว์สงสัยว่ากู้ซินมีชู้อยู่ข้างนอก [เฝิงเชี่ยนเชี่ยน] [ให้ของขวัญพี่ ภรรยาพี่ไม่คิดมากใช่ไหมคะ] [ให้ของขวัญพี่ ภรรยาพี่ไม่คิดมากใช่ไหมคะ] [ไม่หรอก] [งั้นก็ดีแล้ว] [ไม่หรอก] [งั้นก็ดีแล้ว] [เธอไม่ต้องกังวล] [งั้นก็ดีแล้ว] [เธอไม่ต้องกังวล] [ฉันไม่ได้กังวลค่ะ แต่ไม่อยากให้พี่มีปัญหาเพราะฉัน] [เธอไม่ต้องกังวล] [ฉันไม่ได้กังวลค่ะ แต่ไม่อยากให้พี่มีปัญหาเพราะฉัน] [ทุกคนเป็นญาติกันทั้งนั้น] [เธอไม่ต้องกังวล] [ฉันไม่ได้กังวลค่ะ แต่ไม่อยากให้พี่ลำบากเพราะฉัน] [ไม่ลำบาก] [งั้นก็ดีแล้ว] [เธอไม่ต้องกังวล] [ฉันไม่ได้กังวลค่ะ แต่ไม่อยากให้พี่มีปัญหาเพราะฉัน] ที่รัก คุณอยู่ไหนเหรอ ที่รัก ผม มาแล้ว มาแล้ว [งั้นก็ดีแล้ว] [เธอไม่ต้องกังวล] [ฉันไม่ได้กังวลค่ะ แต่ไม่อยากให้พี่มีปัญหาเพราะฉัน] [เฝิงเชี่ยนเชี่ยน][ลบ] ไปเดี๋ยวนี้แล้ว [ลบการสนทนานี้]
[ประธานหลิว][โครงการเว่ยหลันเทียนคง][อาจารย์ฉิน] เข้าเรียนต้องตั้งใจฟังนะ ครับ อย่าเล่น ได้ยินไหม [เสี่ยวติง] [คืนนี้ว่างไหมครับ เลี้ยงข้าวพี่ได้ไหม] เอารากบัวอันหนึ่งค่ะ [คำเตือน] [โปรดบริโภคทันทีหลังจากซื้อ] เอาอันนี้ให้ฉันด้วย [เสี่ยวติง] [พี่ชอบกินอะไร กินหม้อไฟดีไหมครับ] ฮัลโหลเสี่ยวติง ฉันเองนะ คุณฟังฉันนะ ต่อไปรบกวนคุณ อย่าส่งข้อความแบบนี้มาให้ฉันอีก แล้วก็อย่ามากวนใจฉันอีกนะ จริง ๆ ถ้าจะให้พูดแบบน่าเกลียด ฉันเป็นผู้หญิงที่สามีตายไปแล้ว ฉันมีคนแก่มีเด็กต้องดูแล ยังต้องจัดการเรื่องบ้านพักคนชราทุกวัน ยุ่งจนตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอต ฉันไม่มีเวลากินข้าวเป็นเพื่อนคุณหรอก คุณฟังฉันนะ เสี่ยวติง ถ้าคุณจะหาแฟน ข้างนอกมีผู้หญิงที่สวยกว่าฉัน ว่างกว่าฉันเยอะแยะ คุณไปหาพวกเขา อยากมีความสุขยังไงก็ตามใจ แต่ฉันไม่มีเวลาจริง ๆ แล้วก็ขอให้คุณอย่าโทรหาฉันอีก ไม่งั้นฉันจะอาละวาดแล้วนะ พี่เขย พี่ได้ยินหมดแล้วเหรอ พี่ว่าเขาอายุไม่ถึง 40 แล้วเป็นข้าราชการอีก ถึงแม้ว่าเคยหย่าครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้คนเราไม่สนใจหรอก พี่หย่ามาห้าหกครั้ง ขอโทษนะคะ พี่เขย – ไม่เป็นไร – ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น
ไม่เป็นไร ผมรู้ ตอนนี้พี่กับพี่สาวโอเคไหมคะ ฉันไม่ได้จะสืบข่าวอะไรนะ ฉันก็แค่สงสัยน่ะ อยู่กับผู้หญิงที่ ประสบความสำเร็จอย่างพี่สาวฉัน การใช้ชีวิตแบบนี้รู้สึกยังไง มีความสุขไหมคะ มีความสุขสิ มีความสุขก็ดีแล้ว การใช้ชีวิตสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือความสุขใช่ไหมคะ ที่จริงก่อนหน้านี้ฉันก็พบปัญหาหนึ่ง พี่ดูนะ ฉันเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลกู้ พี่เป็นลูกเขย พูดจากฐานะแล้ว พวกเราสองคนเหมือนกันมากนะ ใช่ไหมคะ ทำไมเหรอ ดังนั้นคุณมีเรื่องอะไร ให้ผมช่วยแนะนำไหม ฉันจะมีเรื่องอะไรล่ะ ฉันก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากขนาดนั้น ใช้ชีวิตน่ะ เรียบง่ายก็พอแล้ว พูดเรื่องไร้สาระกับพี่ตั้งมากมาย ฉัน ฉันไป “ยังไม่สาย” ทางนั้นนะคะ พี่เขย งั้นพี่ก็ทำธุระเถอะ ได้เลย แล้วเจอกันนะ เสี่ยวฉิน คุณพูดถูกแล้ว คุณเป็นลูกสะใภ้ ผมเป็นลูกเขย จากบางมุมแล้ว พวกเราสองคนเหมือนกันมากนะ คนอย่างพวกเรา อยากได้อะไร ต้องอาศัยตัวเองไปช่วงชิง ที่สำคัญกว่าก็คือ คนเราน่ะ มักจะถูกความเคยชินผลักไปข้างหน้า บางครั้ง ตัวเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ดังนั้นพวกเราจะพลาดโอกาสใด ๆ ไปไม่ได้ ผมคิดว่าผู้ชายคนนั้น ถ้าคุณไม่ได้เกลียดเขามาก
คุณก็ลองคบหาเขาสักหน่อยก็ได้ ไม่อย่างนั้น คุณจะเป็นได้แค่ลูกสะใภ้ของบ้านนี้ตลอดไป ไม่ใช่ตัวคุณเอง [แล้วพี่ล่ะคะ พี่เขย] [ผมก็เหมือนกัน] [ผมก็ไม่อยากเป็นแค่ลูกเขย] [ของบ้านนี้] [เป็นสามีของชิงอวี๋เท่านั้น] [ผมก็อยากเป็นตัวของตัวเอง] [นี่คือข้อมูลพื้นฐานของประธานเสิ่น] รวมถึงนิสัยการทำงานของเขา สไตล์การทำงาน รสนิยมและงานอดิเรก อยู่ข้างในหมดแล้ว [บริษัทอุตสาหกรรมยาชิงเฟิง เสิ่นเจียงเฟิง] [งานอดิรเก ดื่มชา ปีนเขา เล่นกีฬา] เป็นยังไงบ้าง พอไหวไหม ไม่มีปัญหาครับ ที่รัก ทำไมวันนี้คุณกลับมาดึกจัง วันนี้ไปกินข้าวกับลูกค้าคนหนึ่ง แล้วเขาอยู่ที่เป่าซาน ผมส่งเขากลับไปน่ะ คุณเป็นอะไรเหรอ ไม่เป็นไรหรอก ฉันดูหน่อยสิ ทำไมบวมได้ล่ะ ไม่เป็นไร คุณทะเลาะกับลูกค้าเหรอ ผม… ผมคงจะชนเองโดยไม่ตั้งใจน่ะ ฉันเอาน้ำแข็งมาประคบให้คุณนะ คุณไม่ระวังเกินไปแล้ว [แผนโครงการบริษัทอุตสาหกรรมยาชิงเฟิง] เอ้า กันดั้ม วางใจเถอะ ฝีมือผม ห้าร้อยนะ ครบแล้ว ได้ [สำนักงาน ] เสียวอวี่ เถ้าแก่จ่านเรียกฉันเหรอคะ เมื่อกี้เธอเห็นหรือเปล่าว่า ใครเข้ามาในห้องทำงานฉัน ไม่มีนะคะ
ทำไม ของหายเหรอ ไม่เป็นไร เธอไปทำงานเถอะ ฉันหาเอง ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ฉันช่วยหาให้ ไม่ต้อง ไม่ต้อง เธอก็ไม่รู้หรอก เธอไปเถอะ ไปทำงานเถอะ ถ้าต้องการความช่วยเหลือคุณบอกฉันนะ ไปเถอะ ๆ ๆ ถ้าตอนกลางคืนเขาอาบน้ำดึกขนาดนี้ เธอต้องบอกเขาหน่อย ไม่ได้นะ เพราะว่าตอนกลางคืนพยาบาลของเราน้อย เธอรู้ใช่ไหม ฉันบอกเขาแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้น ต้าเหนียน แกจะออกไปเหรอ ออกไปเดินเล่นน่ะ ฉันถามแกหน่อย สองวันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง ก็ไม่ยังไงนะ อาจารย์สอนเป็นยังไงบ้าง ฟังเข้าใจไหม พอได้ ได้ แกซื้อรองเท้ามาเหรอ ซื้อมาใหม่น่ะ เท่าไรเหรอ ไม่เท่าไร จะไม่เท่าไรได้ยังไง รองเท้าคู่นี้แพงมากนะ ลดราคาเสร็จก็ต้องหกเจ็ดร้อย นี่เป็นของปลอมน่ะ ของปลอม ฉันถามแกอยู่นะ ใช้เงินไปเท่าไรกันแน่ รองเท้าคู่นี้ของปลอมจริงหรือเปล่า แกเอาบันทึกการใช้ให้ฉันดูหน่อย ผมใช้เงินสด แกเอาเงินสดมาจากไหนเยอะแยะ ตอนแกออกมา แม่ให้แกไว้แค่สองร้อย นั่งรถใช้ไปห้าสิบ ฉันให้แกอีกหนึ่งร้อย ต่อให้แกไม่ใช้อะไรเลย มีติดตัวอย่างมากก็แค่สองร้อยห้าสิบใช่ไหม
พี่ต่างหากที่ไม่เต็มเต็งน่ะ เอาบันทึกการใช้จ่ายของแกให้ฉันดูหน่อย พี่ ให้ฉันดูหน่อย พี่ รองเท้าคู่นี้ใช้เงินเท่าไรกันแน่ พี่ แกเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้ ฉันนึกออกแล้ว วันนี้เถ้าแก่จ่านหาของในห้องนี้ หาอยู่ตั้งนาน เหมือนจะมีอะไรหายไป คุณพระ เธอไม่ได้ขโมยหรอกใช่ไหม เกี่ยวอะไรกับผมล่ะ ใช้ได้ ไม่เลว ตีกอล์ฟกับคุณนี่ฉันตื่นเต้นมากจริง ๆ โปรเจกต์ชิงเฟิงเป็นยังไงบ้างแล้ว ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ นี่เป็นโครงการใหญ่ คุณต้องทำให้ดีนะ อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น คุณเล่นกอล์ฟเป็นเพื่อนผมร้อยรอบ ก็ไม่มีประโยชน์ ประธานจ้าวคะ โครงการนี้ฉันเข้ามาช่วยนะ ทำไมพอคุณพูด มันก็ไม่ใช่แล้วล่ะ เหม่ออะไรอยู่เหรอ ไปเถอะ ดื่มน้ำหน่อยสิ พวกเราสองคนมาทางนี้ พวกคุณน้าจะหาพวกเราไม่เจอหรือเปล่า วางใจเถอะ ที่พวกเขามาเล่นกอล์ฟ หลัก ๆ ก็เพื่อคุยธุระ ไม่สนใจพวกเราสองคนหรอก ที่จริงฉันคิดว่า เราสองคนนั่งรถชมวิวแบบนี้ ก็ดีเหมือนกันนะคะ เมื่อก่อนเธอเคยเล่นกอล์ฟไหม ไม่เคยค่ะ พี่ล่ะ ฉันก็ไม่เคย พวกเขามาเล่นกอล์ฟ พวกเราแค่มาเฉย ๆ ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดเลยว่า ฉันจะได้ เล่นกอล์ฟกับพี่เหมือนวันนี้
งั้นดีหรือไม่ดีล่ะ ดีมากค่ะ พี่รู้ไหม พี่สาวฉัน ก่อนหน้านี้เธอคิดจะจับคู่ พวกเราสองคนด้วยนะ จริงเหรอ แล้วทำไมไม่ทำล่ะ เธอคิดว่า ดูเหมือนพี่จะเชื่อถือไม่ได้ แล้วเธอล่ะ เธอรู้สึกยังไง ฉัน เชื่อถือได้หรือเปล่า ฉันไม่รู้ ไม่ว่ายังไงฉันก็ชอบพี่มากนะคะ ฉันบอกว่าฉันชอบพี่มาก ฮัลโหล ฮัลโหล พี่รอง พี่อยู่ไหน พี่รีบกลับมาบอกพวกเขาเลย ผมขี้เกียจจะสนใจพวกเขา [สำนักงาน ] ที่ขายไม่ได้ก็อยู่ที่นี่หมดแล้ว ทำไมเธอไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ ฉันรับปากว่าจะเก็บเป็นความลับให้เขา แกก็เหมือนกัน แกบอกพี่หน่อยไม่ได้หรือไง พวกพี่มาถึงก็คิดว่าผมเป็นโจร ผมพูดแล้วมีประโยชน์เหรอ ไม่ใช่พวกเรามาถึงก็คิดว่าแกเป็นขโมย แกเป็นเด็กแค่อายุ 16 ไม่ใช่ลูกเศรษฐีสักหน่อย จะเอาเงินมาจากไหนมากมาย ซื้อรองเท้าแพงขนาดนี้ ถามแกก็ไม่พูด งั้นเขาก็ต้องสงสัยแกอยู่แล้ว ใช่ ได้สิ งั้นตอนนี้เข้าใจแล้ว ถ้าเข้าใจแล้ว ก็ให้เธอมาขอโทษผม เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว ฉันแค่สงสัย ไปทำงานเถอะ จากนี้อย่าพูดมั่ว ๆ อีกนะ ต้าเหนียน เก่งมากนะ
มา มานั่งนี่ นายใช้ได้เลยนะ อายุยังน้อยก็รู้จักหาเงิน เหมือนฉันตอนเด็กมากเลยนะ พวกฟิกเกอร์ที่ยังเหลือของนาย ฉันจะซื้อเอง แล้วก็จองอีกลอตจากนายด้วย – ฉันจ่ายค่ามัดจำให้ – พี่คะ พี่คะ พี่อย่ามาก่อเรื่องที่นี่เลย จะหาเงินเป็นเรื่องในอนาคต ฉันพูดกี่ครั้งแล้ว แกดูเด็กเซี่ยงไฮ้สิ มีใครไม่ตั้งใจเรียนบ้าง อนาคตสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี หางานที่ดี ถึงตอนนั้นเขาเป็นเจ้าคนนายคน ทำงานออฟฟิศ อย่างมากแกก็เป็นแค่พนักงาน ทั้งชีวิตก็ลืมตาอ้าปากไม่ได้ พี่หวังว่าแก เหมือนคนเซี่ยงไฮ้ที่แท้จริง นั่งอยู่ในออฟฟิศ ใส่สูทผูกเน็กไท นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ พูดออกมาประโยคเดียว ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ เปลี่ยนได้ตามใจชอบ เป็นคนแบบนี้ไม่ดีเหรอ เชี่ยนเชี่ยนกลับมาแล้วเหรอ พี่ยังไม่กลับมาเหรอ พี่สาวหนูยังอยู่ที่ “ยังไม่สาย” ค่ะ เธอจะกลับมาช้าหน่อย โอเค คุณทำอะไรเหรอคะ – เชี่ยนเชี่ยน – ฉันช่วยคุณนะคะ ได้ยินว่าผลงานเดือนนี้ของเธอทำได้ไม่เลว ก็พอได้ค่ะ ไม่ใช่ว่าพอได้นะ เด็กใหม่คนหนึ่งเพิ่งเข้าบริษัท ทำได้ขนาดนี้ไม่ง่ายเลย โชคดีน่ะค่ะ ไม่เพียงแต่อาศัยโชค ที่สำคัญคือเธอพยายามเอง
แน่นอน เส้นสายก็สำคัญมาก เธอว่าในตลาดมีแค่ไม่กี่บริษัท พวกเขาจะยอม ยกลูกค้าของตัวเองให้เธอได้ยังไง เธอทำได้ยังไงเหรอ ฉันยังคงพูดประโยคนั้น โชคดีน่ะค่ะ วันนั้นฉันยังล้อเล่นกับกู้ซินอยู่เลย ฉันบอกว่านายทำงานมาตั้งหลายปี ไม่เคยเห็นนายแนะนำกิจการอะไรให้ฉันเลย แต่พอเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยปาก นายก็รับปากแล้ว พี่ชายแนะนำงานให้ฉัน ครั้งนั้นครั้งเดียวค่ะ งั้นเหรอ พี่คะ ฉันรู้ว่าพี่หมายความว่าอะไร พี่ก็แค่อยากบอกว่าผลงานของฉันในตอนนี้ ไม่ได้อาศัยตัวเอง แต่ได้มาด้วยความสัมพันธ์ใช่ไหม ฉันไม่ได้โง่นะ ฉันฟังออก ถึงความสกปรกในคำพูดเหล่านี้ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ทำไมเธอต้องเครียดขนาดนี้ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน พี่คะ ฉันทำอะไรผิดเหรอ เมื่อก่อนตอนที่ฉันไม่ได้เรื่อง พวกพี่ก็ดูถูกฉัน ให้ฉันไปเป็นแม่บ้าน ตอนนี้ฉันพอจะมีอนาคตบ้างแล้ว ก็จะถูกคนอื่นคิดไปในทางที่ไม่ดี จะทำอะไรก็ผิดไปหมด พี่คะ ถ้าเทียบกับพวกพี่แล้ว ฉันก็ขาดแค่ทะเบียนบ้านเซี่ยงไฮ้ ใบเดียวไม่ใช่หรือไง ใช่ พี่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ยังกินทุนเก่าได้ แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันทำได้แค่พยายามด้วยตัวเอง พยายามก็ต้องใช้ทางที่ถูกต้อง ชุดนี้ไม่เลวเลยนะ วันนี้ไปตีกอล์ฟเหรอ หนูไปแล้วนะ พ่อไปส่งแก จะส่งอะไรใกล้แค่นี้เอง แกนี่นะ ทำไมต้องพูดแบบนั้นกับเชี่ยนเชี่ยนด้วย หนูไม่ได้พูดอะไรผิดสักหน่อย ครอบครัวเดียวกัน ทำไมต้องพูดรุนแรงด้วยล่ะ
พูดดี ๆ ไม่ได้เหรอ เชี่ยนเชี่ยน วันนี้เธอเป็นอะไรไป ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้คนอื่นดูถูก ฉันจะต้องทำให้เธอเห็น วันนี้พี่ก็จริง ๆ เลย พูดจาแปลก ๆ อย่าใส่ใจเลย แค่ผลงานเราได้ที่หนึ่งก็พอแล้ว ใช่ไหม แกกินข้าวเย็นหรือยัง ไม่อยากกินก็ต้องกิน เป็นช่วงวัยกำลังโตนะ ได้ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้ จะเอาอะไรอีกไหม ผมก็อยากกิน พอได้แล้วน่า พรุ่งนี้จะทำกับข้าวให้แกกินแล้วไง ยังไม่พอใจอีก ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอ พี่เป็นคนที่ไม่อยากใส่ร้ายแกที่สุดในโลกนี้ ฉันว่าแกนิดหน่อยจะเป็นอะไร แล้วถ้าคนอื่นจะว่าแกล่ะ คำพูดไม่น่าฟังกว่าเหรอ อีกอย่างแกอายุแค่นี้ ถ้าเกิดทำผิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ ก็จะเสียไปทั้งชีวิต ได้ ๆ ๆ ฉันไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว แกรีบนอนนะ แกจำไว้นะ พี่รักแกที่สุด รักแกที่สุดของที่สุดเลย นอนเถอะ ลูกเบะปากทำไม วันนี้น้าเล็กถูกใส่ร้าย แม่ปลอบใจเขา แม่ก็รักลูกนะ