EP.23 (FULL EP) | มาเป็นเจ้าหญิงของข้าเถอะ (Be my princess) ซับไทย | iQiyi Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] คุณหมอครับ ผมมีเรื่องที่ค่อนข้างจะพูดยาก แต่ว่าผม ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไงดี คือว่า ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนเลย ก็คือร่างกายของผม คุณเข้าใจไหมครับ คุณมู่ครับ คุณมีปัญหาอะไรกันแน่ครับ พูดมาตั้งนานแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าคุณมีปัญหาอะไร อย่าบอกนะครับว่าอาการของคุณหนักกว่าเดิม ไม่ใช่ครับ มานี่ครับ คุณหมอครับ วันนี้ที่ผมมาหาคุณ คุณจะต้องเก็บไว้เป็นความลับนะครับ โอเคไหม ก็คือมีคนคนหนึ่ง พอผมเจอคุณ ผู้หญิงนะครับ ผู้หญิง ผมก็จะ คุณเข้าใจไหมครับ ไม่ค่อยเข้าใจครับ ตื่นเต้น ใจสั่น เหงื่อออก หรือว่าเวียนหัวตาพร่ามัวครับ ไม่ใช่หมดเลยครับ คุณมู่ คุณวางใจเถอะครับ จรรยาบรรณในการทำงานของผม ก็คือการรักษาความลับแทนคนไข้ครับ คุณมีเรื่องอะไร ก็พูดออกมาได้อย่างสบายใจเลย ผมถึงจะสั่งยาให้ถูกกับอาการคุณได้ยังไงล่ะครับ [มาเป็นเจ้าหญิงของข้าเถอะ] [ตอนที่ 23] ทำไมคุณต้องแจ้งตำรวจจับพ่อฉันด้วย ถ้าคุณไม่ชอบขี้หน้าฉัน คุณก็มาลงกับฉันสิ ทำไมคุณต้องจับพ่อของฉันด้วย พ่อของฉันเขาทำอะไรผิดกันแน่ คุณหมิง คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะ พ่อของฉันถูกจับไปแล้ว ฉันจะใจเย็นได้ยังไงอีก
ฉันบอกคุณเลยนะ มู่ถิงโจว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของฉัน ฉันไม่ปล่อยคุณไปแน่ ฉันเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกเลยนะ คุณป้า ค่อย ๆ นะคะ คนที่เป็นฝ่ายใช้กำลังยังมาพูดได้อย่างมั่นใจแบบนี้ คนใช้กำลังเหรอ เป็นไปไม่ได้ ถึงพ่อฉันจะเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่เขาไม่มีทางลงไม้ลงมือกับใครแน่ งั้นเคุณหมายความว่า พวกเราตั้งใจใส่ร้ายพวกคุณงั้นเหรอ คุณดูเอาเองเถอะ คุณป้าแกล้งบาดเจ็บงั้นเหรอ พวกเราทุกคนต่างก็เห็นกันหมด ว่าพ่อคุณนั่นแหละเป็นคนผลักคุณป้า พอได้แล้ว เลิกพูดเถอะ ก็มันเป็นแบบนั้นนี่ ทั้ง ๆ ที่พวกเราเป็นผู้ถูกกระทำแท้ ๆ เธอมีสิทธิ์อะไรถึงมาพูดอย่างมั่นใจอยู่ตรงนี้ พอได้แล้ว เรื่องของพี่ พี่จัดการเองได้ แม่ครับ แม่กลับห้องไปพักผ่อนก่อนเถอะนะครับ พวกเธอค่อย ๆ คุยกันนะ ครับ พ่อของฉันเป็นคนทำให้คุณป้าเจ็บตัวจริง ๆ เหรอ มันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้น อาจารย์มู่ ขอโทษนะคะ ฉันขอโทษคุณกับคุณป้าด้วย คุณจะปล่อยพ่อของฉันไปได้ไหมคะ พ่อของฉันอายุมากแล้ว เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ฉันกลัวว่าร่างกายของเขาจะรับไม่ไหว อาจารย์มู่คะ ฉันขอร้องคุณเถอะนะคะ ค่ารักษาพยาบาลของแม่คุณ พวกเราจะชดใช้ให้ทุกบาททุกสตางค์ ฉันขอเป็นตัวแทนของพ่อฉัน ขอโทษครอบครัวของคุณด้วย ขอแค่คุณตกลงที่จะปล่อยพ่อของฉันไป
ฉันรับรองว่า ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะไม่เหยียบเข้ามาที่บ้านของคุณอีก แล้วก็จะไม่มาข้องเกี่ยวกับคุณอีก ตั้งแต่นี้ไป จะไม่สร้างปัญหาให้พวกคุณอีก ได้ไหมคะ ขอร้องคุณเถอะนะคะ คุณวางใจเถอะ เรื่องในครั้งนี้ ผมไม่เอาเรื่องหรอก ในเมื่อสถานการณ์แบบนี้ พวกเราทุกคนต่างก็มีส่วนรับผิดชอบ ค่ะ เป็นความผิดของฉันทั้งหมด ฉันผิดตรงที่ ไม่ควรใจอ่อนไปอยู่ข้างกายคุณ ตอนที่คุณบอกว่าตัวเองคือราชครู ฉันผิดที่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าราชครูเป็นตัวละครหนึ่งในละครเท่านั้น แต่ฉันก็ยังหักห้ามใจไม่ได้ที่จะรักเขา แต่ว่า ฉันไม่เสียใจเลย เพราะว่าเขาควรค่าพอ ขอบคุณที่อาจารย์มู่ใจกว้างนะคะ หวังว่าต่อไป พวกเราจะไปตามทางใครทางมัน ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันอีกตลอดไป คุณเลิกเสียใจได้แล้ว ไม่เป็นไรแล้วละ ผมอยู่ในนั้นไม่นาน ตำรวจก็ปล่อยผมออกมาแล้ว ไม่ได้มีโทษอะไรเลยสักนิด เอาละ พอเถอะนะ ๆ พ่อคะ เป็นเพราะหนูคนเดียว เลยทำให้พ่อต้องเจอเรื่องขนาดนี้ หนูดันทุรังจะแต่งงานกับราชครูเอง ถึงทำให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้ ขอโทษนะคะ หนูผิดไปแล้ว เด็กโง่ ลูกพูดอะไรน่ะ ครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ จะต้องมาขอโทษอะไรกัน อีกอย่างนะ พ่อกับแม่จะโทษลูกของตัวเองได้ยังไง พวกเราเป็นหลุมหลบภัยของลูกเสมอนะ พอเถอะค่ะ พี่
เลิกเสียใจได้แล้ว ยังไงเรื่องนี้มันก็ผ่านไปแล้ว ถ้าพวกเขายังกล้ามาหาเรื่องอีกละก็ หนูไม่ให้อภัยพวกเขาแน่ จากที่พ่อดูนะ เวยเวยออกจากวงการบันเทิงจะดีกว่า คุณคิดดูนะ ถึงวงการบันเทิงจะไม่เลว แต่ว่ามันมีข้อเสีย นั่นก็คือเรื่องเล็กใหญ่แค่ไหน ก็จะถูกเปิดเผยให้ทุกคนได้รับรู้กันหมด ไม่มีชีวิตส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงเกิดปัญหาขึ้นเยอะแบบนี้ พวกเราน่ะ อยู่ห่าง ๆ มู่ถิงโจวเอาไว้ ออกห่าง ๆ จากวงการบันเทิง อย่าให้ลูก ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกเลย เวยเวย พ่อกับแม่จะเลี้ยงลูกไปทั้งชีวิตเองนะ หนูจะไม่ออกจากวงการบันเทิงค่ะ พ่อคะ แม่คะ พ่อกับแม่สอนหนูมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าเวลาเจอเรื่องลำบาก ห้ามท้อถอย ต้องกล้าที่จะไปเอาชนะมัน ตอนนี้ถึงแม้หนูจะเจอกับปัญหา แต่หนูจะไม่ยอมแพ้แบบนี้หรอกนะคะ ไม่งั้น หนูก็ไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลหมิงแล้วละค่ะ แล้วก็ลูกน่ะ พวกเราเป็นครอบครัวแสนสุข [พี่เซียวจ้าว] [เฉียวเฉียว พวกเราออกมาเจอกันหน่อยเถอะ] [พี่เซียวจ้าว] ขอบคุณครับ ตอนนี้อารมณ์ของคุณลุงคุณป้า กับของหมิงเวยเป็นยังไงบ้าง ไม่ค่อยดีเท่าไรค่ะ พ่อหนูเป็นคนที่หวงศักดิ์ศรีขนาดนั้น แถมเป็นคนที่ไม่ยอมคนขนาดนั้น กลับถูกคนที่ เกือบจะได้มาเป็นลูกเขยของตัวเอง ส่งเข้าสถานีตำรวจไปซะอย่างนั้น นี่มันยังไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดนะคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ
เขาเอาลูก ๆ กับภรรยา ไว้ในตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขามาโดยตลอด ตอนนี้พี่หนูต้องมาลำบากแบบนี้ แม่หนูเองก็เป็นห่วงไปด้วย เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย ปากเขาบอกว่าไม่เป็นไร แถมยังเอาแต่ปลอบพวกเราตลอด แต่ว่าหนูรู้ ว่าในใจเขาจะต้องโทษตัวเองมากแน่ ๆ ขอโทษนะ เฉียวเฉียว พี่ขอเป็นตัวแทนของตัวเองกับสวีหลิน ขอโทษครอบครัวของเธอนะ พี่จะมาขอโทษอะไรกัน ถึงจะบ่นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับพี่หรอก ถ้าจะโทษก็ต้องโทษมู่ถิงโจว เขาต่างหากที่เป็นคนเริ่มเรื่อง เฉียวเฉียว จริง ๆ แล้ววันนี้ ก่อนที่หมิงเวยจะไปบ้านของถิงโจวนั้น ถิงโจวก็ได้ให้พี่ ไปไกล้เกลี่ยที่สถานีตำรวจ แล้วปล่อยคุณลุงแล้วละ ดังนั้นถึงหมิงเวยจะไม่ไป คุณลุงก็จะได้กลับบ้านอย่างรวดเร็วแน่นอน อีกอย่างถิงโจวไม่ได้อยากแจ้งตำรวจเลย สวีหลินต่างหากที่เป็นคนแจ้ง พี่ไม่ได้พูดออกหน้าแทนมู่ถิงโจวใช่ไหมคะ พี่เปล่านะ พี่ก็แค่พูดตามความเป็นจริง งั้นน้องสาวของพี่นี่ก็จริง ๆ เลยนะ เกี่ยวอะไรกับเธอกัน ทำไมชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านแบบนี้นะ ใช่ เรื่องนี้น่ะ เอาไว้พี่จะคุยกับเธออย่างละเอียดเอง แต่ว่าเรื่องนี้ ถ้าเปลี่ยนมุมมองมาคิดดูแล้ว ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้นะ เรื่องนี้เนี่ยนะเรื่องดี พี่รู้นะ ว่าตั้งแต่ถิงโจวความทรงจำกลับมาแล้ว หมิงเวยก็ตกอยู่ในสภาพอารมณ์ที่ผิดหวัง ยังคงเดินออกมาไม่ได้ และถึงแม้ครั้งนี้ถิงโจว จะทำเกินไปหน่อย แต่ไม่แน่มันอาจจะทำให้หมิงเวยตัดใจ เดินออกมาจากเงาของการอกหักก็ได้นะ
เพราะในเมื่อราชครูไม่มีทางกลับมาได้แล้ว พี่อาจจะพูดถูกก็ได้นะคะ เอาละ พี่จะคอยดูถิงโจวกับสวีหลินให้ดีเอง หมิงเวยก็จะค่อย ๆ เดินออกมาได้ ต่อไปทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง ยังจะดูอะไรอีก หนูว่าชาตินี้พี่สาวของหนู คงไม่มาเจอมู่ถิงโจวอีกแล้วละค่ะ พวกเราบ้านหมิงกับบ้านมู่ ตั้งแต่นี้ไปก็อยู่กันคนละโลก ไม่มีทางมาข้องเกี่ยวกันอีก อากาศหนาวแบบนี้ เธอมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ หนูอยากคุยกับพี่หน่อย ได้สิ พี่ก็อยากคุยกับเธอเหมือนกัน วันนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทำไมเธอถึงไม่ห้ามไว้ล่ะ ทำไมต้องแจ้งตำรวจด้วย หนูเดาไว้อยู่แล้วว่าพี่ต้องถามหนูเรื่องนี้ ตอนนั้นคุณป้าล้มลงกับพื้น เธอเจ็บจนแม้แต่จะยืนตรงยังไม่ได้เลย ถิงโจวก็โมโหมากพอแล้ว หนูก็ไม่รู้จักพ่อของหมิงเวยดีนักหรอกนะ พ่อของเขาดูดุขนาดนั้น เขามาก็เพื่อมาหาเรื่องชัด ๆ ถ้าหนูไม่แจ้งตำรวจ ใครจะรู้ว่าต่อไปจะเกิดเรื่องอะไรชึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เรื่องแย่ลงไปกว่าเดิม ดังนั้นหนูจึงต้องเลือกที่จะแจ้งตำรวจ พี่รู้ว่าไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พอมันออกมาจากปากเธอ มันก็จะมีแต่เหตุและผลเต็มไปหมด พี่จะไม่ยอมรับความคิดของหนูก็ได้ แต่ว่าหนูก็ยังจะต้องพูดออกมา หมิงเวย เรื่องที่เธอปล่อยให้พ่อเธอ มาซักไซ้เอาความคนอื่นถึงบ้านแบบนี้ มันไม่ถูกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หรือว่าไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องใช้วิธีทะเลาะกัน ในการแก้ไขปัญหางั้นเหรอคะ หนูไม่เข้าใจเลยสักนิด พี่เองก็ไม่เข้าใจตรรกะของเธอเหมือนกัน พี่คะ หนูเป็นน้องสาวของพี่นะ หนูเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่นะ ทำไมพี่ถึงว่าหนูแบบนี้ล่ะ หรือว่าสิ่งที่หนูทำไปทั้งหมดเพราะหนูเจตนาร้ายงั้นเหรอ
หนูว่าพี่น่ะหลงยัยหมิงเฉียวนั่นเข้าแล้ว ตอนนี้พี่พูดอะไร ก็เข้าข้างบ้านหมิงนั่นไปหมด หนูไม่เข้าใจเลยนะ ว่าก่อนหน้านี้พี่มีแฟนมาตั้งหลายคน คนไหนบ้างที่ไม่ดีกว่าหมิงเฉียว ทำไมพี่ถึงมาชอบเธอได้ล่ะ หรือว่าพี่กินอาหารมิชลินเยอะเกินไป เลยอยากชิมรสชาติอาหารข้างถนนงั้นเหรอ สวีหลิน เธอลองว่าเขาอีกครั้งดูสิ เธอดูแลตัวเองให้ดีก็พอแล้ว อย่ามายุ่งเรื่องของพี่อีก หนูรู้ ตั้งแต่หนูกลับมาครั้งนี้ พี่กับถิงโจวก็ไม่ค่อยพอใจในตัวหนู แต่ก่อนพวกเราสามคนสนิทกันจะตาย พวกเรามีความทรงจำดี ๆ ร่วมกันตั้งมากมาย พี่กับถิงโจว คิดว่าหนูเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว เอ็นดูหนู เป็นห่วงหนูมาก แต่ว่าทำไมตั้งแต่ยัยหมิงเวยนั่นปรากฏตัว ทั้งหมดนี้มันก็เปลี่ยนไปล่ะ หนูรู้ดี พี่คิดว่าหนูแล้งน้ำใจ คิดว่าหนูจิตใจคับแคบ แต่ว่า แต่ว่าก็เพราะหนูรักถิงโจวมากเกินไป ไม่อยากสูญเสียเขาไป พี่คะ พี่อย่าว่าหนูเลย พอแล้ว ๆ ๆ พอเถอะ พี่รู้หมดแหละ เลิกร้องเถอะ ๆ เอาละ โตเป็นสาวแล้วนะ ยังจะร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่อีก อากาศเย็นแล้ว พวกเราเข้าบ้านเถอะ เข้าบ้าน ไป [ราชครู] [ฉันรู้ว่าคุณไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว] [แล้วฉันก็รู้ดี] [ว่ามู่ถิงโจวไม่ใช่คุณเลย] [ก่อนหน้านี้] [ฉันเคยคาดหวังว่ามู่ถิงโจว] [จะย้อนนึกอะไรขึ้นมาได้]
[ตอนนี้มาคิดดูแล้ว] [ช่างเป็นความคิดที่เหลวไหลสิ้นดี] [คุณก็คือคุณ] [จะมีใครมาแทนที่คุณได้กัน] [ตั้งแต่วินาทีนี้ไป] [ฉันจะฝังคุณเอาไว้ในใจตลอดไป] [บอกลากับเรื่องที่ผ่านมา] [คุณเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าของฉันเพียงคนเดียว] [ไม่มีใครสามารถแย่งไปได้ทั้งนั้น] [ฉันจะฟังสิ่งที่คุณบอก] [มีชีวิตที่ดี] [ตามที่คุณบอก] [ยืนขึ้นใหม่อีกครั้ง] นายเรียกหาฉันเหรอ มีอะไร ฉันรู้ ว่าเรื่องในวันนี้ฉันจัดการได้ไม่เหมาะสม ฉันน่าจะห้ามไม่ให้สวีหลินแจ้งตำรวจ แต่ว่าเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว นายว่า ฉันควรจะชดใช้ยังไงดี ฉันรู้ หมิงเวยจะรู้สึกว่าคำว่าชดใช้นี้ เหมือนเป็นการดูถูกสำหรับเธอ แต่ฉันคิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้วจริง ๆ พี่ชาย ในที่สุดนายก็คิดได้สักทีสินะ หมิงเวยน่ะไม่ใช่ผู้หญิง ที่จะถูกหลอกล่อด้วยเงิน มาปลอบใจได้ง่าย ๆ หรอกนะ การชดใช้ด้วยสิ่งของ สำหรับเขาแล้วมันคือการดูถูก งั้นตกลงฉันควรทำยังไงดี จากที่ฉันดูนะ รอก่อนเถอะ ในเมื่อวงการนี้มันก็ใหญ่แค่นี้ ยังไงพวกนายสองคนก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี ถึงตอนนั้นนายก็ ขอโทษหมิงเวยอย่างจริงใจ ฉันว่าผู้หญิงที่จิตใจดีแบบหมิงเวย จะต้องให้อภัยนายแน่ ๆ [คุณ ก็คือเจ้าหญิงของผม] สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหมิงเวย [คุณมู่] [คุณ ก็คือเจ้าหญิงของผม] [ช่วยเซ็นลายเซ็นให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ] หมิงเวย ทำไมเราถึงฝันเห็นเธอได้ล่ะ
[สองสามวันมานี้] [ทำไมถึงเอาแต่คิดถึงเธอตลอดเลยนะ] [คุณ ก็คือเจ้าหญิงของผม] [คุณ ก็คือเจ้าหญิงของผม] [เรื่องในอดีตของต้าถัง แสงแดดอุ่น เรื่องราวที่อบอุ่น] [เหลียงจู้] [โสวฝู่แห่งยุค] มา พักก่อนนะ มา ค่อย ๆ ดื่มสิ ค่อย ๆ ดื่ม ค่อย ๆ ดื่ม ไม่มีใครแย่งเธอหรอกนะ ตั้งแต่พี่หนูมาเจอกับเรื่องนี้ วัน ๆ หนูเองก็เศร้าไปด้วยเลย ไม่ได้เหงื่อออกเยอะ ไม่ได้สบายใจแบบนี้มาตั้งนานแล้ว พี่เธออารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง ดีขึ้นมากแล้วละค่ะ ตอนนี้ก็ทำงานได้ตามปกติแล้ว เวลาว่าง ๆ ก็มาคุยเล่นกับหนูบ้าง ในที่สุดเรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปได้สักทีนะ ทุก ๆ คนก็กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องแล้ว หนูหวังว่าต่อไปพี่ของหนู จะเดินไปบนเส้นทางที่สวยงามตลอดไป ไม่ต้องมีอุปสรรคอีกเลย เซียวจ้าว บังเอิญจังเลย พี่ก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ สวัสดี เพื่อนที่จะมาเล่นด้วยกันมีธุระมาไม่ได้แล้ว หนูเองก็เล่นบาสไม่ค่อยเป็น พี่สอนหนูหน่อยสินะ ขอโทษนะ ฉันเล่นกับแฟนฉันเท่านั้น พี่ไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไรกัน พี่มีแฟนตั้งเยอะขนาดนั้น หนูจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นใคร
เรื่องนี้ฉันผิดเอง ฉันน่ะ เอาแต่รู้สึกว่า ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ จากแฟนและครอบครัวของแฟน ก็เลยไม่กล้าประกาศ กลัวว่าจะถูกแฟนทิ้งแล้วเสียหน้า ตอนนี้พอดูแบบนี้แล้ว ฉันน่าจะยอมรับการเตือนของเธอ ทำการประกาศเรื่องนี้ กับเพื่อน ๆ รอบตัวให้หมด คว้าเธอเอาไว้ในมือให้ดี จริงไหม ก็ได้ค่ะ ไม่เบานี่ วัน ๆ สต็อกสาว ๆ ด้านนอกนี่ไม่เลวเลยนะ พี่เปล่านะ พี่มีแฟนตั้งเยอะขนาดนั้น คนเมื่อกี้ไปรู้จักกันตอนไหนอีก ไม่ใช่ตอนไหนทั้งนั้นแหละ เป็นคนที่รู้จักตั้งนานแล้ว ตั้งแต่พี่คบกับเธอ พี่ก็รู้จักผู้หญิงแค่เธอคนเดียวนี่แหละ คำนี้เชื่อถือไม่ได้ หนูไม่เชื่อ ตอนนี้เธอจะไม่เชื่อพี่ก็ได้ แต่ว่าเธอสามารถทดสอบพี่ได้ ในอนาคตไง ถึงตอนนั้นเธอก็จะรู้เอง ว่าพี่พูดจริงหรือเปล่า ไปเถอะ เล่นกันอีกสักรอบ ให้โอกาสเธอเอาชนะพี่ หนูไม่ไปแล้ว เหนื่อยมากเลย ไปกันเถอะ ครั้งนี้หนูวางแผนจะทำชุดสูท สไตล์คลาสสิคให้พี่ หนูร่างแบบเอาไว้แล้ว ในส่วนของรายละเอียดหนูเพิ่ม การออกแบบที่ต่างจากเดิมลงไป พี่เห็นแล้วต้องชอบแน่ ๆ สายตาของเธอน่ะ พี่เชื่อ จริงสิ ก่อนหน้านี้เธอบอกไม่ใช่เหรอว่า ยังจัดการเรื่องเรียนที่อังกฤษไม่เสร็จ เธอเตรียมตัวจะกลับไปตอนไหนเหรอ
หนูยังไม่คิดจะกลับไปหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้แยกจากพี่นานเกินไป ตอนนี้น่ะ หนูอยากอยู่กับพี่เยอะ ๆ ไม่จำเป็นต้องมาอยู่กับพี่หรอก พี่กลับรู้สึกว่า นาน ๆ ทีเธอถึงจะกลับมา ควรจะเอาเวลาไปอยู่กับคุณลุงเยอะ ๆ นะ เขาอยู่คนเดียวตลอดเลย เซียวจ้าวก็อยู่กับพี่ทุกวัน ไม่ได้ดูแลท่านเลย เธอย้ายกลับไปเลยจะดีกว่า เขาต้องการให้เธอไปอยู่เป็นเพื่อนนะ ถิงโจว ตอนนี้พี่กำลังไล่หนูไปเหรอ ไม่ใช่อยู่แล้ว งั้น หนูจะกลับไปอยู่กับคุณพ่อสักสองสามวัน ถ้าทางพี่มีเรื่องอะไรละก็ หนูมาหาได้ตลอดเลยนะคะ เธอวางใจแล้วกลับไปเถอะ ทางฝั่งพี่ไม่มีเรื่องอะไรหรอก [โสวฝู่แห่งยุค] โสวฝู่แห่งยุคออกอากาศได้ไม่เลวเลยนะ ตอนนี้ชาวเน็ตต่างก็บอกว่าเธอมีภาพลักษณ์ดี ฝีมือการแสดงก็ดี ฉันว่านะ ถือโอกาสนี้ พวกเราจะต้องถ่ายละครเยอะ ๆ เพื่อหาจุดยืนในตลาด พี่เสิ่นคะ ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะไม่มีงานใหม่ แต่ว่าหนูอ่านหนังสือเฉพาะทางเยอะเลยตอนอยู่ที่บ้าน เพื่อเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเอง หนูเตรียมตัวพร้อมแล้วละค่ะ หมิงเวย เธอรู้ไหม ฉันว่าพอเจอกับเรื่องของเธอกับมู่ถิงโจวมา เธอสุขุมและเติบโตขึ้นแล้ว หนูเข้าใจค่ะ ในสายงานนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฝีมือการแสดงและความสามารถ ตอนนี้หนูแค่อยากจะถ่ายละครให้ดี พัฒนางานของตัวเองให้ดี เรื่องอื่น ๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูทั้งนั้น เป็นยังไงบ้าง ดูพวกนี้แล้ว
คิดอะไรขึ้นมาได้บ้างไหม นายเป็นคนแสดงเองเลยนะ ไม่ได้ใช้นักแสดงแทนเลย ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย แต่ว่า ฉันรู้สึกว่าท่าทีที่แสดงออกมาในฉากนี้ ไม่ใช่วิธีการแสดงทั่วไปของฉัน ฉากนี้ไม่เห็นจำเป็นจะต้องจูบเลย นี่ก็หมายความว่านักแสดงที่มาเล่นคู่กับนายเก่งไง เธอกระตุ้นทำให้นายใช้วิธีการแสดงที่ไม่เหมือนเดิม นายถึงยอมรับรูปแบบการแสดงแบบนี้ไง ความเข้าใจแบบนี้ของนายนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ ความจริงมันก็เป็นแบบนี้นี่ ก่อนหน้านี้นายไม่รับบทจูบมาโดยตลอด ที่นายรับได้ ในแง่หนึ่งก็คือมีความจำเป็นในการถ่ายละคร อีกแง่หนึ่งก็แสดงว่า นายยอมรับในการแสดง ของนักแสดงที่แสดงคู่กับนาย นั่นก็คือหมิงเวย เอาละ นายค่อย ๆ ดูเอาเถอะนะ จริงสิ บทสองสามเล่มที่ฉันให้นายไป นายอ่านไปถึงไหนแล้ว รีบกำหนดให้เร็ว ๆ นะ นายเองก็ควรที่จะเริ่มงานได้แล้ว ยังเลือกอยู่เลย แต่ว่าในนั้นมีบทหนึ่ง ที่ไม่เลวเลยทีเดียว ก็ดี ค่อย ๆ อ่านนะ [หมิงเวย] [หมิงเวย: สถานที่ถ่ายทำที่ดีที่สุด ทางเดิน] [หมิงเวย: วันนี้อากาศดีจังเลย ฉันกลับมาเล่นสนุกอีกแล้ว] เป็นยังไงบ้าง ถิงโจว เลือกบทไหนเอาไว้เหรอ [เหลียงจู้] บทละครนี้เขียนได้ไม่เลว ฉันอยากรับ ไม่มีปัญหา ฉันไปคุยเอง [เหลียงจู้] [เหลียงจู้]
หมิงเวย ฉันมีเรื่องหนึ่งที่จะต้องบอกเธอ มีอะไรเหรอคะ พี่เสิ่น ท่าทางพี่ดูจริงจังมากเลย มู่ถิงโจวตัดสินใจจะแสดงบทเหลียงจู้แล้ว ถิงโจว ฉันว่านะ นายอย่ารับบทเหลียงจู้เลยจะดีกว่า ทำไมล่ะ ตอนที่ฉันไปคุยกับโปรดิวเซอร์ถึงรู้ว่า ที่แท้นางเอกกำหนดไว้เป็นหมิงเวย นายอย่ารับเลยดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวพวกนายก็อึดอัดกันหมดหรอก ฉันเป็นนักแสดง พอเจอกับบทที่ดี จะปล่อยให้เหตุผลส่วนตัว มาส่งผลกระทบกับเรื่องงานได้ยังไง จริงไหมล่ะ ได้ นายเป็นคนดึงดันจะรับเองนะ แต่ว่าฉันไม่กล้ารับรองนะ ว่าหมิงเวยจะไม่ปฏิเสธเพราะเรื่องนี้ ถ้าเธอเป็นมืออาชีพมากพอ ก็จะไม่สูญเสียบทดี ๆ แบบนี้ไป เพียงแค่เพราะฉันหรอกนะ พูดมีเหตุผลดี ได้ งั้นนายออกกำลังต่อเถอะ มู่ถิงโจวจะร่วมงานกับพี่หนูอีกเหรอ ใช่แล้ว พี่เองก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง แต่ว่าเขาเป็นคนบ้าการแสดง พี่ว่าเขา น่าจะรู้สึกว่าบทมันดีจริง ๆ มั้ง พี่ไปเกลี้ยกล่อมเขาไม่ได้เหรอคะ หนูขอร้องให้เขาปล่อยพี่สาวหนูไปเถอะ จะแค้นอะไรขนาดนั้น พี่เกลี้ยกล่อมไม่ได้เลย เรื่องที่มู่ถิงโจวตัดสินใจแล้ว วัวสิบตัวก็กู่ไม่กลับนะ แต่ว่า เธอจะเกลี้ยกล่อมพี่สาวเธอหน่อยได้ไหม อย่าปล่อยให้มู่ถิงโจวคนเดียว มาส่งผลกระทบถึงอารมณ์สิ พวกเราควรทำงานก็ต้องทำ อย่างน้อยมู่ถิงโจวนั่นก็เป็นแค่ เพื่อนร่วมงานธรรมดา ทำไมพี่ถึงเข้าข้างมู่ถิงโจวตลอดเลย พี่ ทำไมไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องให้พี่หนูอดทนทุกครั้งเลยล่ะ
เธอทำงานทุกวันไม่เหนื่อยหรือไง แถมยังจะต้องมาคิดหาทางปรับอารมณ์อีก เรื่องในอดีตมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ได้เหรอคะ พี่ไม่ได้เข้าข้างมู่ถิงโจวนะ เธออย่าโกรธเลยนะ พี่เองก็ไม่มีทางออกแล้วนี่ เธอคิดดูสิ ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาสองคน พวกเราสองคนจะมาร้อนใจแทนทุกวันทำไม ถ้าให้พี่พูดนะ พวกเขาสองคนน่ะเป็นศัตรูกันตั้งแต่ชาติก่อน ชาตินี้ชะตากำหนดให้มีปัญหากันไม่รู้จบ อย่าโมโหเลยนะ เข้ามาสิ พี่ทำอะไรน่ะ พี่กำลังอ่านหนังสือ มีอะไรเหรอ การพัฒนาตัวเองของนักแสดง เป็นยังไงบ้าง ละครในครั้งนี้ พี่จะรับหรือไม่รับกันแน่ พี่คิดไปคิดมาแล้ว พี่ว่าไม่รับดีกว่า วัน ๆ ต้องมาทำงาน กับคนที่หน้าตา เหมือนแฟนของตัวเองเป๊ะ ๆ ทุกวัน พี่ไม่มีทางนิ่งเฉยเหมือนไม่มีเกิดอะไรขึ้นได้หรอก ปล่อยตัวเองไปดีกว่า ค่อยหาบทอื่นที่เหมาะสมก็แล้วกัน มู่ถิงโจวนี่เป็นตัวซวยจริง ๆ เซียวจ้าวเองก็ไม่มีประโยชน์ เกลี้ยกล่อมเขาไม่ได้เลย เธอไม่ต้องไปโกรธเพราะเรื่องนี้หรอก มู่ถิงโจวมีอำนาจในการเลือกละคร พี่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปบ่น อีกอย่าง อย่าให้เรื่องของพี่กับเขา ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเธอกับเซียวจ้าวสิ แบบนี้มันไม่คุ้มนะ ก็ได้ค่ะ งั้นตอนที่พี่เข้ากองถ่ายในครั้งนี้ หนูจะไปกับพี่แน่นอน จนถึงตอนนี้พี่ยังไม่ยอมหาผู้ช่วยเลย ครั้งนี้ ให้หนูมาเป็นผู้ช่วยของพี่แทนนะ ได้สิ ขอแค่ไม่ส่งผลกับการเรียนของเธอก็พอ เธอมาเป็นผู้ช่วยพี่ พี่ต้องชอบอยู่แล้วละ
งั้นพี่รีบนอนลงเถอะ หนูจะให้พี่ลองสัมผัสกับ การบริการขั้นสุดยอดของผู้ช่วยสุดเทพ การบริการขั้นสุดยอดเหรอ งั้นมันต้องแพงมากเลยสิ ไม่มีราคาหรอกค่ะ จริงสิคะ พี่ พ่อกับแม่บอกว่าอีกสองสามวันจะมาหาพวกเรา เพราะว่าเป็นห่วงที่พวกเราสั่งอาหารกินทุกวัน บอกว่าจะมาทำอาหารให้พวกเรากินสักสองสามวัน ได้สิ ถ้าพี่ไม่รับงานละครเหลียงจู้นี่ละก็ ก็จะมีเวลามาอยู่กับพวกท่านแล้วละ ดีมากเลย มาเถอะ หลับตาลงนะ โปรดิวเซอร์หลิว ขอโทษจริง ๆ นะคะ พวกเราพิจารณาดูแล้ว พวกเรายังไม่ให้หมิงเวยแสดง บทนางเองก็เหลียงจู้จะดีกว่าค่ะ มันเป็นปัญหาของพวกเราเอง จะต้องจ่ายค่าละเมิดสัญญาเท่าไร พวกเราจะจ่ายตามที่สัญญาระบุไว้ให้คุณนะคะ พี่เสิ่นคะ ขอโทษนะคะ ไม่เป็นไรครับ พวกคุณไม่ต้องจ่ายค่าละเมิดสัญญาหรอกครับ เมื่อครู่ทางฝั่งมู่ถิงโจว ให้เซียวจ้าวมาติดต่อผมแล้ว เขาบอกว่าถ้าเกิดหมิงเวยเสนอจะถอนตัว อย่างนั้นแล้วพวกเขาพร้อมจะจ่ายค่าละเมิดสัญญา แทนหมิงเวยทุกเมื่อ ดังนั้นเรื่องนี้ พวกคุณไม่ต้องกังวลไปหรอกนะครับ แบบนี้ไม่ได้นะคะ นี่เป็นเรื่องของฉันเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ฉันก็ควรจะเป็นคนรับผิดชอบเอง ไม่ควรไปรบกวนคนอื่นนะคะ โปรดิวเซอร์หลิวคะ รบกวนคุณไปบอกอาจารย์มู่ว่า ฉันรับน้ำใจของเขาแล้ว แต่เงินนี้ ฉันออกเองดีกว่าค่ะ คุณพูดมาเลย โอเค ผมรู้แล้วละ เหมือนที่คาดไว้เลย หมิงเวยปฏิเสธรับแสดงเหลียงจู้แล้ว อีกทั้งเธอยังปฏิเสธที่จะรับ เงินค่าละเมิดสัญญาที่นายจะจ่ายให้เธอด้วย
แถมยังฝากให้โปรดิวเซอร์มาบอกนาย ว่าเธอรู้สึกขอบคุณ นายดูสิ เรื่องบานปลายมาขนาดนี้ จิตใจของหมิงเวยน่ะ ฉันว่าจะต้องเจ็บปวดมาก ๆ จากเรื่องก่อนหน้านี้แน่ ดังนั้นพอมาเจอบทที่ดีแบบนี้ เธอก็เลยเลือกที่จะยอมแพ้ดีกว่า อาจารย์มู่คะ คุณเรียกหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ เรื่องค่าละเมิดสัญญาน่ะ จริง ๆ แล้วผมพอจะเดาออก ว่าเหตุผลที่คุณไม่รับแสดงแล้ว น่าจะเป็นเพราะผม และเป็นเพราะว่าผมรู้เหตุผลนี้ อีกทั้งผมก็ชอบบทละครนี้ เลยดึงดันที่จะรับ ดังนั้นผมรู้สึกว่าการที่คุณถอนตัว ผมควรจะรับผิดชอบอะไรสักหน่อย ระยะเวลาในการทำงานของคุณยังไม่นาน คิดว่าเงินค่าละเมิดสัญญานั้นสำหรับคุณแล้ว น่าจะไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ดังนั้นผมอยากจะพยายามใช้กำลังที่มี ช่วยคุณจ่ายค่าละเมิดสัญญาซะ ขอบคุณนะคะ อาจารย์มู่ คุณคิดเผื่อฉันขนาดนี้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งมาก แต่ว่า การที่ฉันเลือกที่จะไม่แสดงละครเหลียงจู้เรื่องนี้ มันเป็นการเลือกของฉัน ไม่ใช่ปัญหาของคุณ ถ้าคุณจ่ายค่าละเมิดสัญญาแทนฉัน ฉันจะต้องรู้สึกไม่ดีแน่ค่ะ เงินก้อนนี้ให้ฉันจ่ายเองจะดีกว่านะคะ ต่อไปคุณจะทำงาน เป็นนักแสดงต่อไปไหม หรือว่า อยากจะลองใช้ชีวิตดู มีความเป็นไปได้ ที่คุณจะกลับไปเป็นล่ามไหม แน่นอนว่าต้องเป็นนักแสดงต่อไปค่ะ จริง ๆ แล้วคำถามนี้ของคุณ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยครุ่นคิดมาก่อน ยิ่งทำงานในสายงานนี้นานเท่าไร ฉันยิ่งรู้สึกได้ถึง ความน่าสนใจและความสำเร็จจากมัน ฉันชอบอาชีพนี้จากใจจริง
ดังนั้น ฉันจะทำต่อไปค่ะ ในเมื่อคุณเลือกที่จะทำอาชีพนี้ต่อไป อยากจะเป็นนักแสดงมืออาชีพ ถ้างั้นคุณไม่รู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำในวันนี้ มันไม่เป็นมืออาชีพเอามาก ๆ เหรอ