EP.24 (FULL EP) | มาเป็นเจ้าหญิงของข้าเถอะ (Be my princess) ซับไทย | iQiyi Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [ตั้งชื่อ] [โจวอี้ พจนานุกรมชื่อแซ่] ในใจของลูกฉันจะต้องมีฟ้าและดิน บิดฟ้ากลับดิน งั้นก็ชื่อ มู่โหย่วเฉียน มู่โหย่วเฉียน มู่โหย่วเฉียน ทำไมฟังดูแปลก ๆ นะ ไม่ได้ ๆ ไม่มงคล ไม่มงคล จะตั้งชื่อทำไมมันถึงยากแบบนี้ ถามแม่ฉันดีกว่า คนเขียนบทน่าจะตั้งชื่อเก่ง [ถิงโจว] – แม่ครับ – [มีอะไรเหรอ] แม่ครับ ช่วงนี้สบายดีไหมครับ [สบายดีมากเลย] [ลูกล่ะ ถิงโจว] [ช่วงนี้ยุ่งไหม] ผมเองก็สบายดีมากครับ แม่ครับ บ๊ายบาย เรื่องนี้จะให้เธอรู้ได้ยังไงกัน มู่ถิงโจว หมิงเวย มู่ถิงโจว หมิงเวย มู่ถิงโจว หมิงเวย มู่หมิง ชื่นชมชื่อเสียง ชื่นชมชื่อเสียง ไม่ได้ ๆ ๆ ถ้าเกิดต่อไปมีลูกสาว เธอต้องโทษว่าพ่อแบบฉัน ไม่ตั้งใจตั้งชื่อแน่เลย พ่อ ฉันจะเป็นพ่อคนแล้ว ลองคิดดูดี ๆ [สารานุกรมชื่อ]
[มาเป็นเจ้าหญิงของข้าเถอะ] [ตอนที่ 24] ต่อไปคุณจะทำงาน เป็นนักแสดงต่อไปเรื่อย ๆ ไหม หรือว่า อยากจะลองดื่มด่ำกับชีวิตดู มีความเป็นไปได้ ที่คุณจะกลับไปเป็นล่ามไหม แน่นอนว่าต้องเป็นนักแสดงต่อไปค่ะ จริง ๆ แล้วคำถามนี้ของคุณ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยครุ่นคิดมาก่อน ยิ่งทำงานในสายงานนี้นานเท่าไร ฉันยิ่งรู้สึกได้ถึง ความสนุกและความสำเร็จจากมัน ฉันชอบอาชีพนี้ด้วยใจจริง ดังนั้น ฉันจะทำต่อไปค่ะ ในเมื่อคุณเลือกที่จะทำอาชีพนี้ต่อไป อยากจะเป็นนักแสดงมืออาชีพ ถ้างั้นคุณไม่รู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำในวันนี้ มันไม่เป็นมืออาชีพเอามาก ๆ เหรอ ฉันแค่กลัวว่า ด้วยปัจจัยภายนอก จะทำให้ส่งผลต่อสภาพในการถ่ายทำของฉัน กันไว้ดีกว่าแก่ นักแสดงที่ได้มาตรฐาน ในขณะที่สร้างตัวละครขึ้นมานั้น ในใจควรจะมีแค่ตัวละครนี้ ถึงขั้นเปลี่ยนตัวเองเป็นคนคนนั้น สำหรับเขาแล้วปัจจัยโดยรอบ ไม่สามารถส่งผลอะไรกับเขาได้เลย และสำหรับนักแสดงแบบเราแล้ว การได้เจอกับบทและตัวละครที่ดี ถือเป็นเรื่องที่โชคดีมาก ๆ ควรที่จะหวงแหนเอาไว้ พวกเราไม่ควรมีเหตุผลใด ๆ ในการใช้มาปฏิเสธมัน จะต้องจดจำเอาไว้ ว่าละครนั้นสำคัญกว่าฟ้า ขอบคุณนะคะ อาจารย์มู่ คำพูดของคุณทำให้ฉันคิดได้มาก คิดได้ก็ดีแล้ว ในเมื่อนี่เป็นอาชีพทั้งชีวิตของพวกเรา ก็ควรจะหวงแหนเอาไว้ ผมมีคำถาม
ไม่รู้ว่าคุณจะยินดีตอบไหม คุณพูดมาเถอะค่ะ ผมอยากถามคุณว่า ราชครูเป็นคนยังไงกันแน่ ผมอยากจะทำความเข้าใจ ช่วงเวลาที่ผมผ่านมันมาในฐานะราชครู ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อาจารย์มู่คะ ฉันเข้าใจความสงสัยของคุณนะคะ แต่ว่า คุณจะให้ฉันค่อย ๆ ย้อนนึกถึงอดีตของฉันกับราชครู ทีละเรื่อง ให้ฉันย้อนนึกถึงอดีตที่มีร่วมกันกับเขาทั้งหมด คุณไม่คิดว่ามันโหดร้ายเกินไปสำหรับฉันเหรอคะ [ราชครู] [วันนี้ ฉันไปเจอเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้มา] [ไม่รู้ว่าต้องเลือกยังไงดี] [คุณว่าฉันควรกล้าที่จะเผชิญหน้ามัน] [หรือว่าหันหลังกลับ] [เพื่อไม่ปล่อยให้ตัวเอง] [มีโอกาสสะกิดรอยแผลเดิมออกมาอีกครั้งดี] [ฉันสับสน] [ถ้าคุณอยู่คงจะดีมาก ๆ เลยนะ] [องค์หญิง จากที่กระหม่อมดูแล้ว] [เมื่อทุกคนต่างเลือกเส้นทางเดินของตัวเองแล้ว] [ก็ควรที่จะพยายามเดินหน้าต่อไป] [เป็นชายชาตรีนั้นจักต้องทำอะไรได้อย่างเต็มที่] [คิดเสียว่าเรื่องงานเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก] พี่เสิ่นคะ หนูตัดสินใจจะรับงานละครเหลียงจู้แล้วค่ะ ทำไมล่ะ ไม่สิ ก่อนหน้านี้ฉันก็บอกแล้วไง ว่าเธอไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไรทั้งนั้น ขอแค่เธอไม่อยากรับละครเรื่องนี้ ฉันก็จะช่วยเธอแก้ไขปัญหาทุกอย่างเอง เธอไม่จำเป็นต้องลำบากตัวเองเลยนะ พี่เสิ่นคะ หนูรู้ว่าพี่เอ็นดูหนูที่สุดแล้ว ขอบคุณที่พี่อนุโลมให้หนูมาโดยตลอดนะคะ แต่หนูคิดได้แล้วละค่ะ ในเมื่อหนูตัดสินใจจะเป็นนักแสดงมืออาชีพ งั้นก็ต้องให้ความสำคัญกับละครมากที่สุด ไม่ให้ถูกปัญหาส่วนตัวอื่นใดมารบกวน แบบนั้นมันไม่เป็นมืออาชีพเลย ส่วนเรื่องปัญหาส่วนตัว หนูก็จะต้องไปเผชิญหน้ากับมันแน่นอน ไม่ใช่หลบหนีมัน
ไม่งั้น หนูก็จะไม่เติบโตนะคะ เธอทำให้ฉันประหลาดใจมาก ๆ เลยนะ เธอรู้ไหม ในบรรดาน้องใหม่ทุกคน เธอเป็นคนที่เติบโตเร็วที่สุด ตั้งใจทำงานนะ ฉันจะคอยคุ้มกันดูแลเธอให้ดีเอง ขอบคุณค่ะพี่เสิ่น รายการสัมภาษณ์ที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้ จะอัปโหลดวันพรุ่งนี้แล้ว ฉันเชื่อว่ายอดผู้เข้าชมจะต้องดีมากแน่ ๆ [คุณหมิงเวยคะ อย่างที่ทุกคนทราบกันดี] [โสวฝู่แห่งยุคได้รับ] [เรตติ้งผู้ชมดีมาก ๆ] [ผู้ชมเองต่างก็ยอมรับในฝีมือการแสดงของคุณมาก] [และตัวละครหนึ่งในเรื่อง ราชครูมู่อวิ๋น] [เป็นตัวละครที่องค์หญิงหมิงหัวที่คุณแสดง] [คอยห่วงใยตราบจนตลอดชีวิตของเธอ] [ดังนั้นฉันอยากจะถามหน่อยค่ะ] [คุณคิดว่าตัวละครราชครูนี้] [มีเสน่ห์ในจุดไหนมากที่สุด] [และในฐานะเจ้าตัวหมิงเวยเอง] [คุณหวั่นไหวให้กับตัวละครนี้ไหมคะ] [ราชครูเป็นคนที่ทำให้องค์หญิงหมิงหัว] [ถึงขั้นตัวฉันเอง] [รู้สึกชื่นชอบมาก ๆ ค่ะ] [ตัวละครนี้ที่นักเขียนบทสร้างขึ้นมานั้น] [สามารถพูดได้เลยค่ะว่าไร้ที่ติ] [เป็นคำคอมเมนต์ที่ดีมาก ๆ เลยนะคะ] พอเถอะ ถิงโจว เลิกดูได้แล้ว อาหารเย็นหมดแล้ว รีบกินเถอะ [ทั้งชีวิตของราชครู] ต้องเจอเรื่องราวใหญ่โตมากมาย ทิ้งความเป็นตัวเอง ภายนอกของเขาดูมีราศี หน้าตาหล่อเหลา ภายใน ความสามารถล้นหลาม ไม่เป็นสองรองใคร [ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้คู่ครองกับองค์หญิงหมิงหัว] [แต่เขารักเธอมาตลอดชีวิต]
[คอยปกป้องเธออยู่เงียบ ๆ] [ทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเธอ] [แต่กลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียว] ฉันคิดว่า ผู้ชายแบบราชครู ถ้าไม่เหมาะสมกับคำว่าสมบูรณ์แบบ เกรงว่า คงไม่มีใครเหมาะสมกับคำนี้แล้วละค่ะ งั้นถ้าเปรียบเทียบกับราชาภาพยนตร์มู่ถิงโจวล่ะคะ ราชครูกับมู่ถิงโจวไม่ใช่คนเดียวกัน ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้ แต่สิ่งที่ฉันต้องยอมรับเลยก็คือ ทักษะการแสดงของราชาภาพยนตร์นั้นลึกล้ำมาก ทำการสร้างตัวละครราชครู ที่ไร้ที่ติมอบให้กับพวกเราทุกคน เธอกำลังชมหรือกำลังว่าฉันอยู่กันแน่ ฉันว่าน่าจะหมายความแบบที่นายคิดนั่นแหละ [เหลียงจู้] [บันทึกบทละคร] ถิงโจว ยังไม่กลับอีกเหรอ ยังค่ะ ตอนนี้เพิ่งจะไม่กี่โมงเอง หนูได้ยินมาว่า พี่จะร่วมงานละครกับหมิงเวยเรื่องใหม่อีกแล้วเหรอ นี่คือบทเหรอคะ ก่อนหน้านี้เธอพูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าจะไม่มาข้องเกี่ยว หรือพัวพันอะไรกับพี่อีก ทำไมผ่านไปไม่กี่เดือนเธอก็คืนคำแล้วล่ะ นี่คือตัวเลือกที่พี่เลือกเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ตอนเช้านี่รถติดมากเลย พรุ่งนี้ออกเดินทางล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงนะ จะได้ไม่ชนกับเวลาคนไปทำงาน ตอนนี้พอนายเริ่มทำงาน ฉันจะนอนงีบยังไม่ได้เลย เพิ่มเงินเดือนเลยนะ เอาแบบนี้แล้วกัน เพิ่มเงินเดือนกับให้วันหยุด เลือกมาหนึ่งอย่าง หยุดงาน ฉันจะไปอยู่กับแฟน เห็นผู้หญิงสำคัญกว่าเพื่อน จริงสิ วันนี้ตอนสัมภาษณ์นายกับหมิงเวย ทำตัวให้สนิทสนมกันหน่อยนะ อย่าไปทำท่าทางห่างเหินแบบนั้นอีก ช่วงนี้พวกนายมีแฟนคลับจิ้นเยอะมากนะ รู้ไหม หมิงเวย อาจารย์มู่ อรุณสวัสดิ์ค่ะ อรุณสวัสดิ์
คุณไม่เป็นไรใช่ไหม ฉันไม่… [ห้องเทสหน้ากล้อง ห้องแต่งหน้า ห้องประชุม แผนก HR] ใช่แล้ว วันนี้พี่มีสัมภาษณ์ เธอลืมแล้วเหรอ ดีขึ้นมากแล้วละ ใกล้จะหายแล้ว ไม่เป็นไรแล้วละ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ วันนี้พี่ดีขึ้นมากแล้วจริง ๆ พี่นัดคุณหมอเอาไว้ด้วยนะ เฉียวเฉียว เรื่องนี้ พี่คิดดีมาก ๆ แล้ว ตอนนี้พวกเราเก็บมันไว้ไม่ได้นะ พวกเราไม่มีปัญญาเลี้ยงมันเลยนะ ถ้าเก็บมันเอาไว้จริง ๆ แบบนั้นก็เท่ากับเราไม่รับผิดชอบต่อมันเลย เอาละ พี่วางสายก่อนแล้วนะ ใกล้จะสัมภาษณ์แล้ว ทำไมอยู่ดี ๆ นายถึงอยากกินองุ่นขึ้นมาซะล่ะ แถมยังให้ต้องเลือกอันเปรี้ยว ๆ มาอีก นับวันยิ่งเอาใจยากขึ้นทุกทีเลยนะ [บทสัมภาษณ์] หมิงเวย กินผลไม้สิ ดีต่อสุขภาพ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ [บทสัมภาษณ์] อาจารย์มู่ สีหน้าของคุณมันดูเกินไปหน่อยนะคะ เปรี้ยวขนาดนั้นเลยเหรอคะ นายให้ฉันเลือกซื้อแบบเปรี้ยวมาไม่ใช่เหรอ นายฟังผิดแล้ว [บทสัมภาษณ์] คิดอะไรอยู่น่ะ ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดอะไรเหรอ วันนี้นายให้ฉันไปซื้อองุ่น แถมให้ฉันซื้อแบบเปรี้ยวอีก
ซื้อให้หมิงเวยใช่ไหม แล้วก็วันนี้ทั้งวัน นายเอาแต่จ้องหมิงเวย นายบอกฉันมาสิ มีอะไรน่าดูตรงไหน ถึงได้จ้องขนาดนั้นน่ะ อย่าคิดมาก ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น มา ดื่มหน่อยนะ ไม่พูดก็ช่าง ยังไงนายก็โกหกฉันไม่ได้หรอก ไวน์นี่ไม่เลวเลยนี่ นายยังมีอีกไหม พอดีพรุ่งนี้ ฉันจะไปกินข้าวกับพ่อแม่ของหมิงเฉียวพอดี ฉันจะติดไปด้วยสักสองขวด ถ้าอยากดื่มก็ไปซื้อเอาเอง อย่าเอาของของฉันไปให้ใคร มาของฉันของนายอะไรกัน ระหว่างเรายังต้องแบ่งแยกชัดเจนขนาดนั้นด้วยหรือไง อีกอย่าง ฉันไปกินข้าวกับพ่อแม่ของหมิงเฉียว ก็เป็นการไปทำความเข้าใจให้นายทางอ้อม ถึงความชอบของพ่อตาแม่ยายเราไม่ใช่เหรอ ต่อไปนายจะได้ไม่ต้องเดินผิดทางไง ขอโทษนะพรรคพวก เมื่อกี้การกระทำและคำพูดของฉัน เสียมารยาทไปหน่อย ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ฉันยังมีไวน์อีกสองขวด ขวดนี้นายเอาไปก่อนนะ ถ้านายจะเอาละก็ ฉันให้นายหมดเลย จริงสิ นายจะช่วยเตรียมบัตรธนาคารให้ฉันสักใบได้ไหม โอนเงินใส่บัตรไว้สักหน่อย นายจะเอาไปทำอะไร ต้องใช้น่ะ มา เชิญครับ ประธานอู๋ครับ วันนี้เจรจาไปได้สวยเลย ผมยินดีมาก ๆ เลยครับ งั้นก็ตามนี้ โอเคนะครับ เอาไว้ผมเลี้ยงชาคุณนะครับ ครับ ๆ ๆ ลาก่อนครับ เชิญครับ
พ่อ ลูกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ผมนัดเพื่อนทานข้าวน่ะครับ อะไรนะ เซียวจ้าว เฉียวเฉียว มาครับ คุณป้าสวัสดีครับ คุณลุงสวัสดีครับ นี่ครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือพ่อของผมครับ คุณลุงสวัสดีค่ะ สวัสดีครับ แม่คะ แม่ คุณลุง คุณป้าครับ จะไปไหนกันคะ ทำไมถึงกลับกันแล้วล่ะครับ เซียวจ้าว อยู่ดี ๆ ป้าก็รู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง วันนี้ขอไม่ทานข้าวก็แล้วกันนะ แม่ แม่เป็นอะไรไปคะ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงไม่สบายท้องล่ะ โรคเก่าแล้วน่ะ เฉียวเฉียว ลูกกลับไปกับแม่เถอะนะ ผมไปเอารถนะ พวกเรากลับกันเถอะ คุณป้าครับ ให้ผมพาไปโรงพยาบาลไหมครับ ไปลองตรวจดูว่าเป็นอะไรไหม ไม่ต้องหรอก เฉียวเฉียว ไปกันเถอะ แม่คะ คุณป้าครับ เฉียว แม่คะ กระเพาะแม่ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลจริง ๆ เหรอคะ ไม่เป็นไร ดีขึ้นมากแล้วละ เฉียวเฉียว แม่ถามลูกหน่อยนะ เซียวจ้าวน่าจะแซ่เซียวไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไปเป็นลูกชายของสวีซิวได้ล่ะ
แม่รู้ได้ยังไงคะว่าเขาคือลูกชายของสวีซิว พวกแม่รู้จักกันมาก่อนเหรอคะ คือว่า สวีซื่อกรุ๊ปน่ะ มีชื่อเสียงไปทั่ว สวีซิวก็เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ออกข่าวบ่อยจะตาย พ่อกับแม่ลูกต้องรู้จักอยู่แล้ว แต่ว่าเมื่อกี้ตอนอยู่ที่โรงแรม ตอนที่เจอกับพ่อของเขา ทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ ล่ะคะ เฉียวเฉียว ลูกตอบแม่มาก่อน ทำไมเซียวจ้าวถึงไม่ได้แซ่เซียวล่ะ เซียวจ้าวแซ่สวีค่ะ เซียวจ้าวเป็นแค่ชื่อที่เขาปลอมขึ้นมา ชื่อจริงของเขาคือสวีรุ่น รุ่นรุ่น ลูกยังจำได้ไหมว่าตอนเด็ก ๆ พ่อเคยพูดกับลูกถึงคุณป้าคนหนึ่ง คุณป้าที่พ่อพูดคงไม่ได้หมายถึง… คงไม่ใช่แม่ของหมิงเฉียวใช่ไหมครับ ใช่แล้ว พ่อกับเธอรู้จักกันที่งานเลี้ยงหนึ่ง ตอนนั้น เธอเป็นอาจารย์ที่ถูกเชิญมาบรรเลงกู่เจิง อ่อนโยน สุภาพเยือกเย็น จนถึงตอนนี้พ่อยังจำท่าทางตอนที่ เธอดีดกู่เจิงได้อยู่เลย แต่ว่ารุ่นรุ่น ลูกรู้ไหม ย่าของลูกไม่ชอบเธอ ไม่เห็นด้วยที่พวกเราจะคบกัน ถึงขั้นแอบพ่อไปหาเจียงเยว่ เพื่อบังคับให้เธอจากไป แต่สิ่งที่ย่าของลูกไม่รู้ก็คือ เธอตั้งท้องแล้ว งั้นพ่อรู้แล้วว่าเธอท้อง ทำไมถึงไม่ไปตามเธอกลับมาล่ะครับ พ่อตามแล้ว แต่พ่อตามหาไม่เจอ พ่อคิดว่าเธอน่าจะเกลียดพ่อ ที่ไม่จัดการให้ดี เลยจากไปทั้งที่ไม่บอกลา จากนั้นก็ขาดการติดต่อกันไปเลย ตอนนี้พ่อมานึกย้อนดูแล้ว ตอนนั้นพ่อช่างไร้ความสามารถจริง ๆ รุ่นรุ่น ลูกว่า หมิงเฉียว
จะเป็นเด็กคนนั้นหรือเปล่า อาจารย์มู่คะ คุณ สมองมีปัญหาอะไรขึ้นมาอีกเหรอคะ แค่มาตรวจซ้ำเป็นประจำปกติน่ะ คุณเรียกฉันมาที่นี่ มีเรื่องอะไรเหรอคะ ดอกไม้นี่บานสวยมากเลยนะ หมิงเวย สภาพร่างกายของคุณในตอนนี้ ยังไม่ค่อยเหมาะที่จะแสดงเหลียงจู้ คุณไปถอนตัวเถอะนะ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการแสดงเหลียงจู้ ก่อนหน้านี้พวกเราคุยกันไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ ตอนนั้นคุณยังสนับสนุนให้ฉันแสดงอยู่เลย อีกอย่าง สภาพร่างกายของฉันก็ดีนะคะ ทำไมเหรอคะ คุณไม่ต้องปิดบังแล้วละ ผมรู้หมดแล้ว บอกตามตรงนะ ตอนนี้การงานของคุณกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ควรที่จะรักษาโอกาสเอาไว้ดี ๆ แสดงละครหลาย ๆ เรื่อง แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว คุณวางใจเถอะนะ ผมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ผมควรรับผิดชอบเอง อาจารย์มู่ คุณกำลังพูดอะไรคะเนี่ย ทำไมฉันถึงฟังไม่เข้าใจเลย เด็ก เป็นของราชครูใช่ไหม คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมจะรับผิดชอบแทนเขาเอง อีกทั้ง นี่ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผมเหมือนกัน ละ เลือดเนื้อเชื้อไขอะไร ลูกอะไรคะ อาจารย์มู่ คุณคงไม่ได้ เกิดปัญหาเรื่องความทรงจำอีกแล้วใช่ไหมคะ คุณท้องไม่ใช่เหรอ ฉันไปท้อง… ฉันไปท้องตอนไหนคะ ไม่สิ ก็วันนั้นผม เห็นคุณอาเจียน วันนั้นฉันกินของเสียเข้าไป เป็นลำไส้อักเสบ คุณต้องกระต่ายตื่นตูมขนาดนี้เลยเหรอคะ
ไม่สิ แต่ว่าวันนั้นผม ผมได้ยินคุณคุยโทรศัพท์ บอกว่าคุณไม่สามารถเลี้ยงเขาได้อะไรนี่แหละ เลี้ยงเขาก็จะไม่มีงานแล้ว นี่มันคือ นั่นคือสุนัขของเพื่อนหมิงเฉียว มันเพิ่งคลอดลูกค่ะ พวกเรากำลังคุยกันเรื่องเลี้ยงสุนัขค่ะ จริงเหรอ ดังนั้น คุณให้เซียวจ้าวซื้อองุ่นเปรี้ยวมาทดสอบฉันเหรอคะ ฉันชอบกินของเปรี้ยวมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว อาจารย์มู่คะ คุณให้คุณหมอลองตรวจดูอีกทีดีกว่านะ ฉันไปก่อนนะคะ ทำอะไรน่ะ ลากฉันออกมาถึงที่นี่ ผมเห็นคุณมีเรื่องไม่สบายใจ เฉียวเฉียวก็อยู่ที่บ้าน กลัวคุณไม่สะดวกที่จะพูด เลยพาคุณลากออกมาที่นี่ ดูออกแล้วเหรอ สวีซิวคนนั้น ก็คือคนที่คุณเคยเล่าให้ผมฟังใช่ไหม หลายปีที่ผ่านมา ฉันอกสั่นขวัญแขวนมาโดยตลอด คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ มันจะมาถึงจริง ๆ ฉัน ฉันไม่ได้กลัวที่จะเจอเขาอีกครั้งจริง ๆ นะ เพียงแค่ ฉันไม่อยากให้ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว มาส่งผลกระทบต่อลูกของเรา เอาแบบนี้นะ พวกเราปิดบังลูก ๆ ไปก่อน ถ้าทางฝั่งสวีซิวไม่มีอะไร พวกเราก็อย่าเพิ่งบอกลูกก่อน โอเคไหม ไปเจอพ่อกับแม่แล้วแท้ ๆ เดิมทีวันนี้ก็ราบรื่นดี หนูไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ สิ่งที่จะเกิดมันก็ต้องเกิด เรื่องหลายเรื่อง
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้มันเกิด แล้วก็สามารถจะหนีพ้นได้ เฉียวเฉียว เรื่องในวันนี้ แม่ของเธอได้พูดอะไรกับเธอไหม ไม่เลยค่ะ หนูถามเธอแล้ว แต่เธอไม่ยอมพูดอะไรเลย หรือว่าแม่ของหนูกับพ่อของพี่ เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกันหรือเปล่า พ่อของพี่ได้พูดอะไรกับพี่ไหม ไม่ เขาไม่ได้พูดอะไรเลย งั้นทำไมพวกเขาสองคนถึงเป็นแบบนี้นะ หนูจะไปถามพวกเขาให้รู้เรื่องเลย อย่าถามเลย พี่ว่า เอาไว้ค่อยถามเถอะนะ ในเมื่อวันนี้พวกเขาจะต้องอารมณ์ไม่ดีกันแน่ ๆ เลิกคิดไปเองได้แล้ว จะต้องไม่มีอะไรแน่นอน ทำไมพอฉันเข้าบ้านมา ก็ต้องให้คนโสดแบบฉันมาเห็นภาพแบบนี้ด้วย เลิกทำให้ฉันอิจฉาได้แล้ว พี่คะ พี่กลับมาแล้วเหรอ สหายเซียวจ้าว ยินดีกับคุณด้วยนะคะ อีกไม่นานก็จะได้กลายมาเป็นลูกเขย ของบ้านหมิงของเราแล้ว ต้องทำตัวดี ๆ นะ ฉันรอคุณเรียกฉันว่าพี่สาวแล้วนะ โอเค งั้นกขคอย่างฉันขอตัวขึ้นไปก่อนนะ อีกเดี๋ยวหนูก็กลับบ้านแล้วค่ะ พี่ เฉียวเฉียว ทำไมเหรอคะ พี่ พี่เรียกหนูเหรอ เธออารมณ์ไม่ดีหรือเปล่า วันนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอ พ่อกับแม่ไม่ชอบเซียวจ้าวเหรอ เป็นอะไรไป วันนี้ เซียวจ้าวจะเลี้ยงข้าวพ่อกับแม่ แล้วไปเจอกับพ่อของเซียวจ้าวเข้า แล้วพอแม่เห็นพ่อของเขา ก็เดินกลับไปเลย หนู ไม่รู้ว่าพวกท่านเคยมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า
ยังไงซะหนูก็ไม่สบายใจเลย แม่กับพ่อของเซียวจ้าว ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ คนหนึ่งเป็นแม่บ้าน อีกคนเป็นนักธุรกิจของเมืองนี้ พวกเขาไม่มีเรื่องอะไรให้เกี่ยวข้องกันได้เลยนะ หนูก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ดังนั้นถึงรู้สึกกลุ้มใจมากเลย ไม่เป็นไรนะ เอาไว้พรุ่งนี้พี่จะไปถามดู น่าจะไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก วางใจเถอะนะ พี่ว่า พ่อของเขาจะดูถูกบ้านของเราไหมคะ ถ้าเขาดูถูกพวกเรา พวกเราก็ไม่เห็นจะต้องการพวกเขาเลย เธอไม่ต้องสนใจเรื่องนี้แล้ว ขอแค่เธอกับเซียวจ้าวรักกันด้วยใจจริง แค่นี้ก็พอแล้ว วางใจเถอะนะ ต้องหวงแหนคนที่อยู่ตรงหน้าให้ดี พอสูญเสียไปแล้ว ไม่ว่าแต่ก่อนจะมีช่วงเวลาดี ๆ แค่ไหน มันก็ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว พี่คิดถึงราชครูอีกแล้วใช่ไหม หนูถึงบอกไงว่าพี่ไม่ควรรับละครเรื่องเหลียงจู้ มู่ถิงโจวไม่ใช่ราชครูสักหน่อย วัน ๆ พี่ไปเห็นหน้าเขา ไม่ทำให้ตัวเองกลุ้มใจเพิ่มเหรอ งานก็คืองาน ต้องแยกออกจากเรื่องความรู้สึก อีกอย่าง ตอนนี้มู่ถิงโจวเป็นแค่เพื่อนร่วมงานของพี่เท่านั้น แค่นั้นเท่านั้น พี่คิดแบบนั้นจริงเหรอ เธอยังไม่รู้จักคุณภาพจิต ของพี่สาวเธอหรือไง ครับพ่อ รุ่นรุ่น พ่อคิดไปคิดมาแล้ว พ่อควรจะไปคุยกับเจียงเยว่ต่อหน้าสักหน่อย ไปถามให้ชัดเจน ลูกว่ายังไงล่ะ พ่อครับ ถ้าพ่อกับคุณป้าเจียงมาเจอกัน มันจะต้องอึดอัดมากแน่ ๆ เธอเองก็อาจจะไม่ยอมมาเจอพ่อก็ได้ [ดังนั้นผมคิดว่า] [ผมออกหน้าแทนจะดีกว่านะครับ] ก็ดีนะ
ลูกพูดถูก พ่อขอบคุณลูกนะ แต่ว่ารุ่นรุ่น เรื่องนี้จะต้องเร่งมือเข้านะ ครับ ผมทราบแล้วครับ คุณป้า เชิญนั่งครับ คุณป้า อยากดื่มอะไรไหมครับ ผมไปสั่งให้ เธอเรียกป้ามา คงไม่ได้อยากจะเลี้ยงกาแฟป้าหรอกมั้ง ผมรู้ว่าถ้าผมถามแบบนี้ มันจะต้องเสียมารยาทมากแน่ ๆ แต่ว่ามีเรื่องเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะยืนยันกับคุณป้าสักหน่อย พูดมาเถอะ ตอนนั้น คุณป้ากำลังตั้งท้องแล้วไปจากพ่อของผม หลายปีที่ผ่านมา พ่อของผมตามหาคุณป้ามาโดยตลอด [ป้าไม่ยอมรับให้เธอกับหมิงเฉียวคบกัน] [ยิ่งไม่หวัง] [ให้พวกเราสองครอบครัวต้องมาเกี่ยวข้องอะไรกันอีก] [ดังนั้น] [จบแค่นี้เถอะนะ] [หมิงเฉียว: พี่เซียวจ้าว คืนนี้กินข้าวด้วยกันเถอะค่ะ] [พี่เซียวจ้าว คืนนี้กินข้าวด้วยกันไหมคะ] วันนี้นายไม่ยุ่งเหรอ ไม่ยุ่ง งั้นทำไมถึงไม่ออกไปเดทกับแฟนล่ะ ก่อนหน้านี้นายเอาแต่ว่าฉัน ว่าไม่ให้เวลานายไปหาแฟนเลยไม่ใช่เหรอ อยู่เป็นเพื่อนนายก็สำคัญนะ นายคิดว่าฉันต้องการให้นายอยู่ด้วยเหรอ [หมิงเฉียว] ฮัลโหล ฮัลโหล พี่เห็นอากาศด้านนอกหรือยังคะ วันนี้อากาศดีมากเลย เอาไว้ตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันนะ ตอนบ่ายพี่ว่างไหม หนูมีหนังที่อยากดูมาก ๆ อยู่เรื่องหนึ่ง พี่ไปกับหนูนะ วันนี้พี่ค่อนข้างยุ่งน่ะ ไปหาเธอไม่ได้ งั้นคงกินข้าวเย็นด้วยกันได้ใช่ไหมคะ
ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าพี่ยุ่งละก็ หนูไปหาพี่ก็ได้ วันนี้พี่น่าจะต้องยุ่งถึงดึกเลย ช่วงนี้พี่มัวแต่ยุ่งเรื่องอะไรกันแน่ พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้วจริง ๆ นะ ขอโทษนะ หมิงเฉียว พี่ต้องวางสายก่อนแล้วละ เซียวจ้าว ว่ามาเถอะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงต้องหลบหน้าหมิงเฉียว เปล่านะ ไม่มีอะไร จริง ๆ นะ เก่งแล้วนะ ปิดบังความในใจกับฉันเหรอ ฉันเตือนนายเลยนะ ถ้าไม่รนหาที่ตาย ก็จะไม่ตาย ได้ ๆ ๆ ฉันไป ฉันไปก็ได้โอเคไหม แม่คะ ลองชิมดูนะคะ วันนี้หนูเลี้ยงเองค่ะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็สั่งกันเลยนะคะ สั่งเยอะ ๆ กินเยอะ ๆ เลย พอแล้วละ พอแล้ว กับข้าวเยอะแยะไปหมด อีกอย่างกว่าลูกจะหาเงินมาได้ก็ลำบาก ประหยัด ๆ หน่อยเถอะ แม่คะ แค่นี้มันจะเท่าไรกันเอง อีกเดี๋ยวหนูก็ต้องเข้ากองถ่ายแล้ว จะไม่ได้เจอกับทุกคนสักระยะเลยนะคะ วันนี้พวกเราก็มากินกันให้อิ่มหนำเถอะค่ะ ใช่แล้ว ๆ ๆ น้ำใจของเวยเวย
กินเยอะ ๆ เลย เวยเวย เข้ากองถ่ายครั้งนี้ ต้องถ่ายละครกับมู่ถิงโจวอีกแล้ว จะต้องระวังตัวให้มาก ๆ นะ ถ้าเขาคิดไม่ซื่อกับลูก ลูกบอกพ่อทันทีเลยนะ พ่อจะไปจัดการเขาในทันทีเลย พ่อคะ ไม่ได้หนักขนาดนั้นหรอกค่ะ มู่ถิงโจวเขาก็ไม่ใช่คนอันตรายอะไร พวกเราก็แค่ เป็นเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันเท่านั้น อีกอย่าง ถ้าพวกเราผิดใจอะไรกัน ยังมีเฉียวเฉียวกับเซียวจ้าวคอยหนุนหลังหนูอยู่นะคะ ใช่จ้ะ ใช่ จะว่าไปตาเซียวจ้าวนั่น แม้แต่ชื่อยังใช้ชื่อปลอมเลย แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นลูกบ้านคนมีเงิน แค่ออกมาเที่ยวเล่น ไม่น่าเชื่อถือเท่าไร เขาน่ะปลอมชื่อก็เพราะเรื่องงาน มันเกี่ยวอะไรกับความไม่น่าเชื่อถือกันคะ พ่อจะไปรู้อะไร ลูกเอ๊ย พ่อไม่ได้ไม่ชอบลูกชายบ้านคนรวยนะ พ่อแค่คิดว่าตั้งแต่เด็ก พวกเขาใช้ชีวิตค่อนข้างสบาย ชอบเลือกผู้หญิงมากมาย ท่าทางหยิ่งผยอง อาจจะไม่ได้จริงใจก็ได้ ลูกสาวของพ่อจะไปให้คนอื่น เลือกเป็นสิ่งของไม่ได้หรอกนะ พ่อว่า ถือโอกาสจบ ๆ ไปซะเถอะ ใครมาเลือกหนูกัน พ่อรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ได้จริงใจกับหนู พ่อเพิ่งเจอเขาไม่กี่นาที พ่อก็รู้แล้วเหรอคะว่าเขาไม่ได้จริงใจกับหนู เฉียวเฉียว พ่อของลูกไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ เขาไม่อยากให้ลูกเดินผิดทางน่ะ ใช่แล้ว เฉียวเฉียว เธออย่าเพิ่งโกรธเลยนะ พ่อคะ แม่คะ
เซียวจ้าวคนนี้หนูรู้จักเขาดี เขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมาก ดังนั้น พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ พ่อคะ แม่คะ งั้นพ่อกับแม่บอกหนูมาหน่อยสิ ว่าพ่อแม่กับพ่อของเซียวจ้าว มีปัญหาอะไรกันมาก่อนกันแน่