EP.13 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 13] [ในนามของครอบครัว] เกาเฉา ผมคิดว่าทำตามแผนงานนี้ก็โอเคแล้ว แผนงานนี้น่ะ คุณเองก็ทำมันมานานแล้ว ถ้าหากคุณเองคิดว่ายังมีตรงไหนที่บกพร่อง คุณก็ปรับปรุงแก้ไขเอาเองละกันนะ – ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ – ดำเนินการตามนี้ละกัน ไปจัดการธุระเถอะ สารวัตรเกา ผู้กำกับครับ ผู้กำกับครับ ไปสืบมาอย่างละเอียดแล้วครับ คล้ายกันกับที่ท่านได้คาดการณ์ไว้ การใช้ชีวิตของผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ราบรื่น ฉะนั้นจึงเอาตำรวจอย่างเรามาเป็นที่ระบายอารมณ์ สามีของเขามีชู้ เขาสองคนกำลังจะหย่ากัน สามีนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว คุมสามีไม่ได้ ฉะนั้นก็มาคุมลูกอย่างเข้มงวดไงล่ะ ดังนั้นพอไม่เห็นแค่แป๊บเดียวก็เหมือนจะเป็นบ้า อีกอย่างปกติแล้วคนคนนี้ตอนอยู่ในเขตชุมชนก็ไม่ยอมคนง่าย ๆ บ้านใกล้เรือนเคียงก็ทะเลาะกันมาหมดแล้ว นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไม พอไม่เห็นหน้าลูกแค่แป๊บเดียว เขาก็รู้สึกกระวนกระวาย เราเจอสาเหตุแล้วไง แต่ว่าไปแล้ว นี่ก็ทำให้คนอื่นรู้สึกเห็นใจมากเลยนะ มีแล้ว เราก็ใช้จุดนี้มาเกลี้ยกล่อมเซี่ยเจี๋ย เด็กผู้หญิงน่ะ ใจอ่อนทั้งนั้น ให้เขา มาเห็นใจหน่อย ครับ ผมจะลองพูดดู ลองอะไรกัน จำเป็นเลย ได้ครับ เซี่ยเจี๋ยก็ยังไม่ยอมขอโทษเหรอ ได้ยินมาว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมขอโทษ เขาหัวรั้นมากเลยนะ หากเขาไม่ยอมก้มหัว

    อีกฝ่ายก็ไม่เลิกโวยวายสักที สถานีตำรวจของเราก็ต้องคลี่คลายปัญหาสินะ กำลังคุยเรื่องของเซี่ยเจี๋ยกันทั้งนั้น ดูแล้วคำขอโทษของเซี่ยเจี๋ยนี้ไม่พูดไม่ได้แล้ว ฉันพูดกับพวกนายนะ อีกแป๊บหนึ่งพอเซี่ยเจี๋ยมาแล้ว พวกเราไม่ว่าใครก็ตามอย่าไปยั่วโมโหเขา งั้นนายหมายความว่า… จะขอโทษหรือไม่นั้นให้เขาเป็นคนตัดสินใจเอง พวกเรายิ่งไปเกลี้ยกล่อมเขาก็ยิ่งทำให้เขากดดัน เซี่ยเจี๋ย เซี่ยเจี๋ย เรื่องขอโทษนั้นเธอเลือกเอง ถ้าหากยืนยันว่าจะไม่ขอโทษละก็ ฉันสามารถไปเจรจากับทางสถานีตำรวจแทนเธอได้ ขอบใจนายนะ หยางซู่ ฉันมีหลักการของตัวฉันเอง หากต้องการแล้วค่อยให้นายช่วย ผู้กำกับครับ ผู้กำกับคะ ทำไมถึงไม่ไปตักข้าวล่ะ ฉันไปตักข้าวก่อนนะ ฉันก็ยังไม่ได้ตักเลย ไปด้วยกันสิ เจ้าหมอนี่ ไป กินข้าว เสี่ยวเจี๋ย มา ๆ มา มานั่งทานตรงนี้สิ ให้ดิฉันเห็นใจเขาเหรอคะ ท่านหมายความว่าให้ดิฉันบริจาคเงินให้เขาหน่อยเหรอคะ เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ถ้าหากไม่ได้หมายความแบบนี้ ทำไมดิฉันถึงต้องยอมเสียศักดิ์ศรีของตัวเอง เพื่อไปเห็นใจเขาล่ะคะ เธอค่อย ๆ ทาน ค่อย ๆ คิดนะ ผู้กำกับครับ มีปัญหาอีกแล้วครับ ผมไปที่เขตชุมชน เพื่อสืบดูสถานการณ์ของคุณอู๋ไม่ใช่เหรอครับ ไม่รู้ว่าคนปากโป้งคนไหนไปบอกกับเขา เขาคิดว่าตำรวจเราจะเล่นงานเขา ท่านว่านี่มันเรื่องอะไรกัน นี่ก็มาอีกแล้วครับ อยู่ที่ห้องรับแจ้งความครับ มาแล้วเหรอ

    ผมไปเจอเขาไม่ได้แล้ว จะต้องให้ท่านไปเจอเขาแล้วครับ คุณว่านี่มันคนประเภทไหนกันแน่ ใช่ครับ ผมบอกกับคุณนะ ในโลกใบนี้มีคนอยู่ประเภทหนึ่ง ไม่ว่าคนอื่นจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร เขาก็จะคิดไปในแง่ร้ายเสมอ ไปกันเถอะ ฉันฝ่าฝืนกฎหมายแล้วเหรอ ฉันทำผิดกฎหมายแล้วเหรอ มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้ มีสิทธิ์อะไรไปสืบข้อมูลลับของฉัน มีสิทธิ์อะไร อธิบายมาให้ชัดเจน ผู้กำกับครับ เสี่ยวหวัง มายืนทำอะไรอยู่ที่นี่ นี่เป็นตำแหน่งหน้าที่ของนายเหรอ กลับไป กลับไป ไปทำธุระไป ไม่ต้องมุงดูแล้ว ไม่ต้องมุงดูแล้ว มุงดูกันทำไมน่ะ กลับไป สวัสดีครับ คุณหมออู๋ครับ นี่ก็คือผู้กำกับของเราครับ ผู้กำกับแล้วยังไง ผู้บัญชาการมาฉันก็เหมือนเดิม มาทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้ ฉันทำผิดกฎหมายแล้วเหรอ ฉันฝ่าฝืนกฎหมายแล้วเหรอ คุณผู้หญิงท่านนี้ครับ คุณดูคุณสิครับ คุณไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมาย และก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ว่าคุณมาส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ตรงนี้ คุณได้รบกวนความเป็นปกติของระเบียบในการทำงาน ของพวกเราแล้วน่ะครับ คือว่า แบบนี้ครับ เราเปลี่ยนที่คุยกัน – ดีไหมครับ – ทำไม พวกคุณกล้าทำกับฉันแบบนี้ แต่ไม่กล้าให้ฉันพูดตรงนี้ กลัวประชาชนจะเห็นธาตุแท้ของพวกคุณเหรอ ฉันไม่ไป งั้นเราเปลี่ยนเหตุผลหนึ่ง

    ถ้าหากหลังจากเกิดกรณีพิพาทระหว่างหมอกับคนไข้ แล้วคนไข้ก็ไปเอะอะโวยวาย ในห้องทำงานของคุณ มันเหมาะสมไหมครับ คุณหมออู๋ ไม่เหมาะสมใช่ไหมครับ ไปคุยที่ไหน คือว่า ผมขอเน้นอีกครั้งนะครับว่า ไม่มีใครตรวจสอบคุณ และไม่มีใครสืบข้อมูลลับของคุณ ที่คุณกับนายตำรวจของเราได้เกิดข้อพิพาทกัน เราจะต้อง ตรวจสอบรายละเอียดในทุก ๆ ด้านอย่างแน่นอนครับ ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับนายตำรวจของพวกคุณ นั่นเกิดขึ้นในสถานีตำรวจไม่ใช่เหรอ คุณไปทำอะไรที่เขตชุมชนของฉันล่ะ ข้อแรกฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย สองไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมาย สามไม่ได้ปล้นคน สี่ไม่ได้ปล้นเงิน ฉันเป็นพลเมืองดี ที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ เดิมทีฉันก็เป็นเพราะเรื่องการหย่า อยู่ในชุมชน พวกหญิงแก่ว่างงานเหล่านั้น คอยนินทาว่าร้ายฉันอยู่ทุกวัน ตอนนี้ดีแล้ว พวกคุณยังสร้างข่าวลือที่ไม่ดีให้กับฉันอีก ต่อไปฉันจะใช้ชีวิตอยู่ในเขตชุมชนอย่างไร ผม… พวกคุณคิดยังไงกัน เคยนึกถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหม คุณหมออู๋ครับ นี่เป็นการเข้าใจผิดจริง ๆ ครับ ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด พวกเราเพียงแค่อยากจะรีบแก้ไข ข้อขัดแย้งเล็ก ๆ ระหว่างเรานั่นให้เร็วที่สุด ดังนั้นจะต้องคิดหาวิธีไม่ใช่เหรอครับ ไม่ได้หมายความว่า จะสืบเรื่องส่วนตัวของคุณอย่างแน่นอนครับ ถ้าหากเรื่องนี้ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ นอกจากนี้ คุณเอารายชื่อ ของคนปล่อยข่าวลือนั้นมาให้ผม ผมไปจัดการกับพวกเขาตัวต่อตัว ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นใคร ยังไงก็ตามก็ได้แพร่มาถึงหูของฉันแล้ว

    นี่ก็สามารถแสดงให้เห็นว่า ผลกระทบที่พวกขึ้นสร้างขึ้นมานั้นมันเลวร้ายมากแค่ไหน พวกคุณจะต้องลบล้างคำนินทาให้กับฉัน จำเป็นต้องลบล้าง คุณอู๋ครับ พวกเราไม่ได้ ปล่อยข่าวลือที่ไม่ดีต่อตัวคุณ และไม่ได้สร้างข่าวลือนี้ขึ้นมาด้วย ถ้าหากเป็นเพราะเรื่องที่พวกเราไปทำความเข้าใจกับสถานการณ์ ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่คุณละก็ อย่างนั้นผมก็ต้องขอโทษคุณด้วยครับ คุณมาขอโทษที่นี่ไม่มีประโยชน์อะไร เงื่อนไขของฉันคือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของพวกคุณ แล้วก็ตัวแทนของสถานีตำรวจ จำเป็นต้องไปที่เขตชุมชนของฉัน แล้วขอโทษฉันอย่างเป็นทางการ ต่อหน้ามวลชนของเขตชุมชนของฉัน คุณอู๋ครับ นี่คุณค่อนข้างบังคับให้ผู้อื่นลำบากใจแล้วนะครับ ไม่ขอโทษใช่ไหม คุณหมออู๋ครับ คุณหมออู๋ นั่งคุยกันดี ๆ เถอะครับ ไม่ต้องขอโทษ ไม่ต้องขอโทษตลอดไป เขาจะทำอะไรได้ จะทำอะไรได้ล่ะครับ โทร 12345 จนสนั่นเลยสิครับ สามีของเขาทนมาได้ยังไงกันนะ ท่านยังเห็นใจสามีของเขาอีกเหรอครับ ท่านมาเห็นใจพวกเราเถอะครับ เห็นใจอะไรล่ะ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ต้องมีวิธีรับมือ ผู้กำกับครับ ผู้กำกับครับ เอาอย่างนี้ละกันครับ เรื่องนี้ท่านก็ปล่อยให้ผมจัดการ ท่านไม่ต้องออกหน้าแล้วครับ คุณอู๋คนนี้อาจจะพูดว่า ยศตำแหน่งของผมไม่สูงพอ แต่ว่า ผมจะต้องสามารถคิดหาวิธีเกลี้ยกล่อมเธอให้ได้ อย่างแรกเรื่องนี้ เกิดขึ้นเพราะเซี่ยเจี๋ย เขาไม่ยอมไปขอโทษ และเป็นการบกพร่องในหน้าที่ของอาจารย์อย่างผม สองคือ และเป็นเพราะผมเองที่แก้ปัญหาไม่ถูกวิธี จึงทำให้ผู้หญิงคนนี้ทำเรื่องนี้ให้ใหญ่กว่าเดิม จะให้ผู้กำกับอย่างท่านมาเป็นแพะรับบาปอีกไม่ได้แล้ว

    อย่างท่านอย่างผมอะไรกัน ทั้งสถานีตำรวจคือหมากกระดานเดียวกัน ส่วนทางด้านเซี่ยเจี๋ย ควรทำงานก็ทำงาน ควรติเตียนก็ติเตียนเขา เขาโดนตบหน้าไปหนึ่งทีจริง ๆ เหรอ ครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ยังไงก็ตามก็คือตบหน้าไปหนึ่งที เด็กคนนี้รู้สึกน้อยใจแล้ว ในตอนแรก ที่ท่านเกลี้ยกล่อมผมให้เป็นอาจารย์ของเขา ผมก็… ผมไม่อยากเป็น นี่มันตรรกะอะไรของคุณน่ะ ตรรกะอะไรน่ะ นี่มันคนละเรื่องกัน การงานที่ควรทำก็ต้องทำ ส่วนปมในใจ ก็ต้องแก้เหมือนกัน โอเคไหม เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคนแซ่อู๋นี่เลย ขอโทษครับ ขอโทษครับ ผมขอรับโทรศัพท์หน่อย ผมรับโทรศัพท์แป๊บหนึ่งครับ ผมจะต้องออกไปรับโทรศัพท์หน่อย คุณคุยโทรศัพท์ที่นี่เถอะครับ ผมมีธุระที่ห้องข้าง ๆ นิดหน่อย ขอบคุณครับ สวัสดีครับ ผู้บัญชาการซ่ง [อาจารย์ครับ] [ท่านไม่ควรเป็นเพราะสถานีตำรวจของพวกท่านเพียงแห่งเดียว] [วุ่นวายจนทำให้กรมตำรวจทั้งกรมไม่สามารถทำงานได้นะครับ] [หมออู๋คนนั้น] [วันหนึ่งกดโทร 12345 มาห้าหกรอบยังไม่พอเหรอ] วันนี้ก็เพิ่งไปก่อความวุ่นวายที่สภาเมือง สภาเมืองโทรหาผม คุณจะให้ผมตอบยังไงครับ คุณคือผู้บัญชาการ คุณอยู่ระดับสูง คุณรู้ว่าจะตอบยังไง ดังนั้นผมจึงตอบไปแล้ว ผมบอกว่า พรุ่งนี้พวกคุณก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว [ผู้กำกับหวัง] พรุ่งนี้เป็นเส้นตายของการแก้ปัญหา คุณหมออู๋ครับ

    อย่างนี้ก็ คุณยังยืนกรานเงื่อนไขเดิม สถานีตำรวจกับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ของเรา ให้มาที่ชุมชนเพื่อกล่าวขอโทษคุณต่อหน้าสาธารณชนใช่ไหมครับ แน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ได้ครับ จะว่าไปแล้ว งานของเราก็ทำให้คุณเข้าใจผิด ในฐานะที่ผมเป็นผู้กำกับต้องรับผิดชอบ ผมจะพาคนมาขอโทษต่อหน้าคุณ ผู้อำนวยการหม่า คุณก็ได้ยินสิ่งที่หมออู๋ต้องการแล้ว เรื่องนี้ พวกเราก็ทำตามความต้องการของหมออู๋ ในชุมชนนี้พวกเรามี มีคนอยู่เท่าไหร่กันแน่ ที่รู้เรื่องนี้ มันก็เยอะอยู่นะคะ คนเหล่านั้นชอบซุบซิบนินทา ไม่รู้ว่าแพร่ข่าวไปกี่คนแล้ว ไม่ว่าจะมีกี่คน ล้วนต้องพาเขามาที่นี่ แผ่วงกว้างไปมากเท่าไหร่ในเขตนี้ พวกเราก็ต้องแผ่ขยายคำขอโทษนี้ ไปมากเท่านั้น ภายในขอบเขตนี้จะต้อง ลบล้างคำนินทาให้ได้ ได้ค่ะ คุณว่าคนสมัยนี้เป็นยังไงกัน คุณว่าหมออู๋ พวกเขาสองคนนั้น จะหาเรื่องหย่ากับเธอ เรื่องนี้ เรื่องนี้ เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเหรอ สาเหตุของการนินทาครั้งนี้ ไร้เหตุผลเกินไปนะ ได้ค่ะได้ ฉันจะรีบไปตรวจสอบดูหน่อย ไม่ว่าจะแพร่ไปถึงไหน พวกเราก็จะขจัดคำนินทาไปถึงที่นั่น ถ้าพวกเจ้าของกิจการรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว งั้นเราก็ประชุมกับพวกเจ้าของกิจการกัน ไม่ได้นะ มาที่บ้านพวกเรา มาขอโทษที่บ้านพวกเรา ทำไมถึงเปลี่ยนใจแล้วล่ะครับ ฉันลืมเอาหมวกไป พี่โต้ว เสี่ยวเซี่ย พี่เปลี่ยนทรงผมแล้วเหรอ เห็นผมของเธอดูมีชีวิตชีวาดี ฉันจึงเปลี่ยนบ้าง พวกเรามาส่องกระจกกัน

    มีคนปกป้ององค์หญิงของเราด้วย ใช่สิ ต้องปกป้องเป็นพิเศษอยู่แล้ว หากเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเราทำเรื่องผิดพลาด มีคนขอโทษแทนพวกเราก็ดีแล้ว พอ พอ พอเถอะ เช็ดโต๊ะได้แล้ว ได้ยินแล้วหรือยัง ได้ยินอะไร เธอยืนกรานที่จะไม่ไปขอโทษ ดังนั้นจึงให้เสี่ยวโต้วไปแทนเธอแล้ว เสี่ยวโต้ว อีกสักครู่เธอต้องเสแสร้งเล็กน้อย เสแสร้งยังไงคะ เสี่ยวโต้ว ฉันมีคำแนะนำให้เธอ พอเข้าไปเธอก็ยืนอยู่ข้างหลังฉัน พอพวกเราเริ่มกล่าวขอโทษ เธอก็ปิดหน้าร้องไห้ จะมีน้ำตาหรือไม่มีเธอก็ต้องร้องนะ แน่นอนว่า ต้องปิดหน้าด้วย ฉันให้เธอขอโทษ เธอก็ปิดหน้าพลางพยักหน้า จากนั้นก็พูดสามคำว่าฉันขอโทษ ต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต้องร้องให้มีน้ำตาออกมา เธอเข้าใจไหม คือว่า ถ้าไม่มีน้ำตาก็ให้เตรียมยาหยอดตาไว้สักขวด ขออนุญาตค่ะ เข้ามา ฉันไปเองค่ะ พวกเรามาสร้างจิตใจให้มั่นคงกันก่อน ทุกคนไม่ต้องกดดัน พวกเราก็แค่ไป ทำให้คนที่ไม่ค่อยจะมีเหตุผลคนหนึ่ง ให้เธอมีความสุข ให้เธอได้รู้สึกดีสักหน่อย ต่อหน้าก็ขอร้องมาเป็นเก้าสิบเก้าครั้งแล้ว นี่คือการขอร้องครั้งสุดท้าย ต้องขอร้องดี ๆ โอเคไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เข้าไปในบ้านแล้ว เรื่องนั้น ให้ระวังเรื่องอารมณ์ เธอพูดอะไร พวกเราก็ตอบ ครับกับค่ะ ห้ามต่อต้าน โอเคไหม พยายามนั่งอยู่ให้ได้เกินหนึ่งชั่วโมง

    ไม่ อย่างน้อยที่สุดก็นั่งให้ถึง 45 นาที ไม่อย่างนั้นก็จะดูไม่ค่อยจริงใจ หลังนี้แหละ หลังนี้ ผมจอดรถตรงนี้นะ อย่างนี้นะ เซี่ยเจี๋ยถือดอกไม้ พวกเราก็ไปกันเถอะ สู้ ๆ ฉันบอกให้เธอถือดอกไม้ไม่ใช่เหรอ ฉันถือเอง ฉันถือเอง ไปกันเถอะ คุณอู๋ครับ พวกเราตัวแทนสถานีตำรวจปาหลี่เหอ มาขอโทษคุณอย่างเป็นทางการ พวกเราเข้าไปได้ไหมครับ มา ๆ มา เข้ามา คุณหมออู๋ครับ คุณหมออู๋ครับ น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนคำขอโทษจากพวกเรา มา คุณหมออู๋ครับ เพราะการทำงานที่บกพร่องของพวกเรา ได้สร้างความเสียหายให้แก่คุณ พวกเราทั้งสามคน เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจปาหลี่เหอทั้งหมด ยังมีตำรวจฝึกหัดนายตำรวจเซี่ยเจี๋ย มาขอโทษคุณอย่างเป็นทางการ ขอให้คุณให้อภัยด้วย วันทยหัตถ์ นี่ มันเรื่องอะไรกัน คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า เชิญนั่งค่ะ คุณอู๋ครับ นึกไม่ถึงจริง ๆ เลยว่า เพราะความผิดพลาดในการทำงานของเรา ทำให้คุณเสียใจขนาดนี้ พวกคุณต้องคิดว่าฉันคนนี้เป็นคนที่ดื้อรั้นเกินไป เปล่านะครับ ความจริงแล้วฉันมีชีวิตที่ขมขื่นมาก

    ฉันน่ะ เป็นหมอคนหนึ่ง ทำงานสามกะต่อวัน เหน็ดเหนื่อยมาก แต่ฉันล้วนไม่สนใจ เพื่อครอบครัวนี้ เพื่อลูกสาวของฉัน จะให้ฉันทำอะไรก็ยอม สามีของฉัน ไม่ค่อยแสวงหาความก้าวหน้า มีรายได้น้อยกว่าฉัน ฉันต้องเลี้ยงดูเขา เลี้ยงดูลูกสาว ขอแค่ครอบครัวของเรามีความสุขดี ฉันก็พอใจแล้ว ฉันคิดว่าฉันทำอะไรก็ล้วนคุ้มค่า ทุกวันฉันยุ่งอยู่ข้างนอก เขามีความสุขอยู่กับผู้หญิงอื่น ฉันจับได้ เขาบอกกับฉันอย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่โทษเขา ฉันผิดเอง เพราะฉันไม่ดูแลครอบครัว ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ฉันเหลือเพียงลูกสาวแล้ว ฉันคิดแม้กระทั่งว่า ฉันมีชีวิตอยู่ก็เพื่อเธอ ทุกครั้งที่ฉันหาเธอไม่เจอ โทรหารอบแรก ฉันยังคิดว่าไม่มีอะไร พอโทรรอบที่สองแล้วยังไม่รับอีก ฉันก็เริ่มคิดฟุ้งซ่าน ฉันคิดว่าเด็กคนนี้ไปไหนเสียแล้ว คุณว่าเธอยังเด็กขนาดนั้น เจอคนเลวเข้าจะทำอย่างไร ถ้าฉันไม่มีเธอ วันข้างหน้าฉันจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร ฉันจะมีชีวิตอยู่ยังไง คือว่า คุณอู๋ครับ นายตำรวจเซี่ยเจี๋ย เธอ คุณดูเด็กคนนี้สิ เธอไม่ได้ถือความรู้สึกส่วนตัวเป็นใหญ่นะ คือเธอ เธอรู้สึกตื้นตันใจ พ่อของเธอก็เป็นตำรวจ สิบปีก่อน ตอนที่จับผู้ร้ายปกป้องเพื่อนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยกัน ก็พลีชีพอย่างมีเกียรติ ตอนนี้เธอกับแม่ของเธอต่างก็พึ่งพาอาศัยกัน บางครั้งแม่ก็พูดกับเธอ เหมือน ๆ กับที่คุณพูดกับลูกสาว

    เธอเลยรู้สึกสะเทือนใจ มันก็แน่อยู่แล้ว ตอนนั้นที่เธอแจ้งความคุณครั้งแรก ทัศนคติในการทำงานของเธอนี้ วิธีการพูดอย่างนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนดูไม่เหมาะสม เรื่องนี้ เธอก็ได้ขอโทษคุณไปแล้ว ส่วนที่นี่ ผมก็ต้องขอโทษคุณแทนเธออีกครั้ง หวังว่าคุณจะให้อภัย เธอยังเด็กอยู่เลยนะครับ ฮัลโหล แม่คะ แม่พักอยู่กับป้านานแล้วนะคะ แม่กลับมาจะดีกว่าไหม หนูจองตั๋วให้แม่เอง แม่เพิ่งจะคุยเรื่องนี้กับป้าของลูกพอดี ป้าของลูกบอกว่าจะไปส่งแม่เอง ตั๋วให้เธอซื้อให้ก็ได้ ไม่ต้องให้ป้ามาส่งหรอกค่ะ ถ้าแม่ไม่อยากกลับมาคนเดียว หนูจะลางานไปรับแม่เอง ป้าลูกบอกว่าต้องส่งแม่ให้ได้ ตั๋วเธอก็ซื้อแล้ว พอเถอะ ป้าของลูกก็ไม่ใช่คนนอก เรื่องนี้ลูกก็ไม่ต้องยุ่งแล้วนะ งั้นก็ได้ค่ะ งั้นถ้าพวกแม่มาถึงเมื่อไหร่ก็บอกหนูสักหน่อยนะคะ หนูจะไปรับ แม่คะ ค่อยคุยกันนะ หนูวางก่อนนะ น้องสาว จำพี่ได้ไหม ทำไมเธอถึงยังไม่กลับบ้านล่ะ เธอรีบกลับไปเถอะ แม่จะเป็นห่วงเอานะ รออีกสักครู่ได้ไหมคะ ตอนนี้เธอยังได้เจอพ่อของเธอไหม พี่รู้จักพ่อของหนู ฉันได้ยินมาจากแม่ของเธอน่ะ ขอโทษนะ ฉันถามมากเกินไปแล้ว หนูรู้ว่าพ่อทำเรื่องที่ผิด ผิดต่อแม่ของหนู พ่อก็พูดแบบนี้ แต่หนูก็ยังเต็มใจที่จะอยู่กับพ่อ อยู่กับพ่อหนูมีความสุขมาก แต่ว่าหนูก็รู้สึกผิดต่อแม่ของหนู น้องสาว ฉันรู้ว่าเธอชื่อจิ้งจิ้ง ถูกต้องไหม

    หนูชื่อหยวนย่าจิ้ง ชื่อเล่นคือจิ้งจิ้ง เธอมีวีแชตไหม พวกเราเพิ่มเพื่อนกันได้ไหม ได้ค่ะ ฉันสแกนของเธอ มา ได้แล้ว พี่เป็นตำรวจที่สถานีตำรวจปาหลี่เหอ พี่ชื่อเซี่ยเจี๋ย ไม่ร้อง จิ้งจิ้ง แม่ของหนูเองก็ลำบาก หนูต้องเข้าใจคุณแม่หนูหน่อยนะ รู้ไหม ตอนนี้พวกเรามีวีแชตกันแล้ว หากหนูมีอะไรที่อยากให้ช่วยเหลือ มีอะไรที่อยากถาม หนูสามารถส่งวีแชตมาถามพี่ได้ตลอดเลยนะ ดีไหม เด็กดี เป็นอีกคนหนึ่งที่น่าสงสาร มา นี่ไม่ใช่ลูกสาวของคุณอู๋เหรอ หนูน้อย ทำไมหนูถึงยังไม่รีบกลับบ้านจ๊ะ คุณแม่รออยู่ที่บ้านไม่เห็นหนูกลับมาจะเป็นห่วงได้นะ รีบกลับบ้านดีไหม บ๊ายบายค่ะพี่สาว จำไว้นะ บ๊ายบาย เซี่ยเจี๋ย เมื่อกี้เธอคุยอะไรกับน้องเขา คุยเรื่อยเปื่อยสองสามคำค่ะ เซี่ยเจี๋ย คุณอู๋คนนี้ ค่อนข้างอ่อนไหวกับเธอ ต่อไปเรื่องที่เกี่ยวกับพวกเขาเธอหลีกเลี่ยงสักหน่อยนะ เอาล่ะ กลับกันเถอะ เสี่ยวเจี๋ย คำพูดของเธอครั้งก่อน อาจารย์ได้คิดไตร่ตรองอย่างจริงจังแล้ว อาจารย์ ครั้งก่อนเป็นฉันเองที่แสดงกิริยาไม่ดี ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยค่ะ ไม่ ๆ เสี่ยวเจี๋ย เป็นเพราะอาจารย์เองที่ไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ทำให้เธอไม่สบายใจแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่า อาจารย์ เรื่องพ่อของฉันได้ผ่านมาสิบปีแล้ว เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว

    ตอนนี้ท่านเป็นอาจารย์ของฉัน อาจารย์ปฏิบัติกับฉันเหมือนศิษย์ทั่วไปก็พอค่ะ สมควรดุก็ดุ สมควรเรียกใช้ก็ให้เรียกใช้ ไม่ต้องคิดมากขนาดนี้ ดีไหมคะ ได้ยินมาว่าหัวหน้าทั้งสามคนล้วนไปกันหมด ยังมีเซี่ยเจี๋ยด้วย ไปขอโทษแล้วจริง ๆ ทำผิดอะไรอะ แม้แต่หัวหน้าทุกคนก็ไปขอโทษด้วย กำลังทานกันอยู่เหรอ ผู้กำกับ ปลาผัดซอสแดงเหรอ สารวัตรเฉิง สารวัตรเฉิง ช่วยผมตักปลาสักสองตัวหน่อยนะ ผมกลัวว่า เดี๋ยวจะถูกคนพวกนี้แย่งไปหมด นายรู้ไหม ได้ สองตัวนะ เซี่ยเจี๋ย เธอก่อน ไม่ต้องค่ะ อาจารย์ ซินเฉิง ผู้กำกับ อยู่กันครบทุกคนเลยนะ คือ ผม จื้อกัง นั่ง ผมขอพูดสองคำ เรื่องของคุณหมออู๋ทุกคนต่างก็ได้ยินแล้ว ก่อนที่จะไป ความคิดของหัวหน้าทุกคนของพวกเรา ความจริงแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากทุกคน ไปแล้วถึงได้รู้สึกว่าการไปครั้งนี้มันคุ้มค่ามาก พวกเราเป็นตำรวจ คงอาจจะช่วยทุกคนไม่ได้ แต่ว่าพวกเราลำบากนิดหน่อย สามารถทำให้คนคนหนึ่งรู้สึก มีชีวิตที่ดีขึ้นสักหน่อย นั่นจะทำให้งานของเรามีคุณค่ามากขึ้น อย่างนั้นลำบากนิดหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร ถูกไหม อยู่ที่นี่ ผมขอพูดเรื่องอื่นสักหน่อย ยุคสมัยของพวกเราตอนนี้นะ ไม่เหมือนกับ ตอนที่ผมเป็นตำรวจใหม่ ๆ ตอนนั้นตำรวจมีอำนาจมาก

    ตอนนั้นเวลาออกปฏิบัติงานนอกพื้นที่ ไม่พกปืนเหมือนกัน แต่เมื่อตำรวจอ้าปาก ทุกคนก็จะหุบปากทันที แต่ตอนนี้เหรอ เดี๋ยวนี้พวกเราออกไปใช้กฎหมาย มักจะมีคนใช้โทรศัพท์ สามร้อยหกสิบองศา ถ่ายอย่างไม่ให้เล็ดลอด และคอยเฝ้าสังเกต แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง เป็นเพราะความตระหนักทางกฎหมายของมวลชน แข็งแกร่งขึ้น รู้จักปกป้องสิทธิประโยชน์ของตัวเอง ยื่นข้อเรียกร้องที่สูงขึ้น เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจ นี่บังคับพวกเรา ปรับปรุงระดับการบังคับใช้กฎหมาย และทัศนคติในการใช้กฎหมายของพวกเรา สร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้สภาพแวดล้อมการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เพิ่มความสามารถการใช้กฎหมายของพวกเรา ปกป้องศักดิ์ศรีของกฎหมายและอำนาจของตำรวจ นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจ และตระหนักถึง จึงอยากแบ่งปันสิ่งนี้กับทุกคนสักหน่อย หวังว่าทุกคนจะพยายามด้วยกัน กับหัวข้อใหม่นี้ นี่ต้องปรบมือแล้ว นายจะโห่ดังทำไม อย่าโห่ดัง ปลาผัดซอสแดง แม่ แม่ก็จริง ๆ เลย ทำไมถึงให้คุณป้าลากกระเป๋าใบใหญ่ล่ะคะ คุณป้าลูกไม่ให้แม่ถือนี่ ลากแบบนี้ก็ไม่ได้หนัก น้องสาม ฉันพาเธอมาส่งให้เสี่ยวเจี๋ยอย่างไม่บุบสลายแล้วนะ เสี่ยวเจี๋ย ส่งแม่เธอกลับบ้าน ดูแลแม่เธอให้ดี ๆ อย่างนั้นคุณป้า ป้าไม่ได้มาส่งแม่ของเธอโดยเฉพาะ ป้ามาร่วมงานฉลองงานเลี้ยงรุ่นครบรอบสี่สิบปีกับเพื่อน ๆ พวกเขาได้จองโรงแรมไว้ให้ป้า เดี๋ยวป้าก็จะไปที่นั่น มีเวลาว่างแล้วจะมาเยี่ยมพวกเธอนะ พาแม่ของเธอกลับบ้านเถอะ คุณป้าของลูกยิ่งแก่ก็ยิ่งใช้ชีวิตแบบอิสระ ไม่เหมือนกับแม่

    ใช่ที่ไหนล่ะ คุณป้าพักอยู่ที่ไหนคะ หนูขับรถมา หนูไปส่งคุณป้า ไม่ต้อง เธอดูสิ พวกเขามารับป้าแล้ว ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ พวกเธอมาถึงเสียที งานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้รอเธอมาจนได้นะ พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ คุณป้า ดูแลตัวเองด้วยนะคะ จ๊ะ จ๊ะ ไม่เปลี่ยนสักนิดเลย รถคันนั้น รถคันนั้น ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบ แม่ กลับบ้านกันเถอะ กลับบ้านกัน ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ ไปเถอะ ไม่ต้องดูแล้ว แม่ ทานข้าวค่ะ เสี่ยเจี๋ย พวกเราเสนอให้ทางสถานีตำรวจ เปลี่ยนให้ลูกนั่งทำงานในสำนักงาน ที่ที่สงบหน่อย ไม่ต้องออกไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่เถอะ แม่ ทำไมพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ความจริงแล้ว แม่กลัวว่าหนูอยู่ข้างนอกแล้วจะลำบาก ตอนนี้มีเพียงเราสองแม่ลูก ไม่มีคนที่คอยดูแลลูก ลูกต้องถูกรังแกมากเท่าไร แม่คะ แม่โทรหาสถานีตำรวจอีกแล้วใช่ไหม ใช่ แม่โทรอีกแล้ว หากว่าแม่ไม่โทร หนูจะต้องไม่บอกเรื่องที่หวังโส่วยีพวกเขา บังคับหนูไปขอโทษคนอื่นอย่างแน่นอน ลูกไม่บอก แม่มีวิธีที่จะรู้เอง แม่เคยรับปากกับหนูไม่ใช่เหรอคะ ว่าจะไม่ก้าวก่ายงานของหนูอีก

    คำพูดเหล่านั้นของแม่ แม่ก็พูดไปอย่างนั้น หนูเป็นลูกสาวของแม่ แม่จะปฏิบัติเหมือนคนนอก ที่ไม่สนใจไยดีได้อย่างไร เรื่องคุณหมออู๋คนนี้ หากว่าแม่อยู่ แม่จะต้องไปหาเขาโดยตรง แม่ แม่อย่าทำอย่างนี้เด็ดขาดนะ หากว่าแม่ไปหา หนูก็จะลาออก ไม่ทำอีกเด็ดขาด สถานีตำรวจของพวกหนูปฏิบัติกับหนูดีมาก หวังโส่วอีคนนี้ ทำไมต้องกดหัว บังคับให้หนูไปขอโทษคนอื่นด้วย คนอื่นไปไม่ได้หรือไง ตอนนั้นพวกเขารับปากอะไร ต่อหน้าป้ายวิญญาณพ่อของลูก พวกเขาลืมไปหมดแล้วเหรอ แม่ พ่อเป็นฮีโร่ในใจของหนู แต่ว่า งานของหนู ชีวิตของหนู น่าจะต้องบอกลากับพ่อได้แล้ว แม่ หนู หนูกำลังปรึกษากับแม่อยู่ไงคะ แม่ร้องไห้ทำไมอีก เสี่ยวเจี๋ย ทำไมลูกพูดแบบนี้ ตอนนั้นที่แม่ตั้งท้องลูก พ่อของลูกอยากได้ลูกชายสุดหัวใจ เขาคิดว่าได้ลูกชายแล้ว เขาจะสามารถสอนให้เขาเป็นตำรวจได้ในอนาคต ต่อมาเมื่อมีลูก พ่อของลูกก็รู้สึกทันที ว่าหนูเป็นลูกที่เขารอมาโดยตลอด ตอนที่ลูกยังเล็ก ทุกครั้งที่พ่อของลูกเลิกงานกลับมา ก็จะอุ้มหนูไว้ไม่ยอมปล่อยมือ ก่อนที่พ่อของหนูจะเสีย แม่ซบอยู่ข้างใบหูเรียกเขา ปากของพ่อหนูขยับ ขยับ เขาพยายามใช้แรงเรียก เจี๋ย เสี่ยวเจี๋ย พ่อของลูกก่อนเสียก็ยังคิดถึงลูก แต่ตอนนี้ลูกกลับคิดว่าเขาส่งผลกระทบต่อลูก แล้วแม่ล่ะ หนูยิ่งรังเกียจใช่ไหม

    แม่ แม่หยุดพูดได้แล้ว หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น หนูแค่อยากจะขอร้องแม่ หนูอยากขอร้องแม่เลิกวุ่นวายกับหนูสักทีได้ไหม ไม่อย่างนั้นหนูจะออกจากบ้านหลังนี้ จ้าวจี้เหว่ย หลบ ต้าเหวย อย่ามากวน ใครกวนนาย นายอย่ากวน อย่ากวน ต้าเหวย นายอยากจะมีเรื่องใช่ไหม ฉันจะจั๊กจี้นายแล้วนะ จั๊กจี้ฉันใช่ไหม จั๊กจี้ฉันใช่ไหม หยุด ๆ หยุด ๆ หยุด ๆ ยอมแพ้ ยอมแพ้ ยอมแพ้ หยุด ๆ หยุด ๆ หยุด ๆ พักสักครู่ก่อน ได้ ได้ ฉันขอขอบคุณพวกนาย เซี่ยเจี๋ยทำไมยังไม่กลับมา ใช่ เธอไม่ได้โทรหานายเหรอ ไม่นะ พอได้แล้ว ๆ พอได้แล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว พวกนายลงมาได้แล้ว ฉันบอกว่าพวกนายลงมากันได้แล้ว จ้าวจี้เหว่ย ลงมา ซ้อมให้กับนายนะ ใช่ไหม เจ้าทึ่ม แม่ของเซี่ยเจี๋ยกลับมาแล้ว วันนี้เธอไม่กลับมาพัก นายรู้ได้อย่างไร

    ฉันถามไง แล้วทำไมเธอไม่บอกในกลุ่มแชต เธอให้ฉันบอกพวกนาย ทำไมนายไม่บอกแต่เนิ่น ๆ นี่เป็นของเซี่ยเจี๋ย นี่เป็นของฉัน ไป ไปให้พ้น ให้เงินฉัน คายเงินของนาย คายแล้ว หลี่ต้าเหวย ทำไมนายสกปรกอย่างนี้ นาย นายทำไมสกปรกอย่างนี้ ให้เงินฉัน พี่ พี่ ให้เงินฉัน ให้เงินฉัน ต้าเหวย หลายวันแล้วที่ลูกไม่กลับบ้าน แม่คิดถึงลูก และก็อยากห่อเกี๊ยวให้ลูกทาน