EP.16 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 16] [ไม่รู้จะทำอย่างไรดี] อาจารย์ มีคนพก GPS มาแจ้งความไหมครับ อะไรนะ ก่อนหน้านี้พวกเราติดตั้ง GPS ให้กับชาวบ้านในเขตไงครับ ตอนนี้มีหนึ่งคันถูกขโมย ชาวบ้านพก GPS มาแจ้งความครับ นายหมายถึงบัตรเติมไฟที่นายขายก่อนหน้านี้ ได้ผลแล้วงั้นเหรอ ไม่ได้เกิดผลจากบัตรเติมไฟ แต่เป็น GPS ที่เกิดผล ตอนนี้มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่ติดตั้ง GPS หนึ่งคัน ถูกขโมยครับ เจ้าของที่ทำหายล่ะ อยู่ข้างนอกครับ ครั้งนี้จับโจรได้ง่ายขึ้นแล้ว พี่เฉา นายตำรวจเฉา คุณดูสิ อาจารย์ครับ รถคันนี้ยังเคลื่อนที่อยู่เลย เคลื่อนที่จากที่ผมดูเมื่อกี้ ไปหนึ่งพันกว่ากิโลเมตร ได้ สรุปว่าคือดอกเตอร์ใช่ไหม อาจารย์ อย่าเล่นสิครับ เยี่ยมไปเลย นี่เยี่ยมไปเลยเหรอคะ พวกเราสามารถรวบแหได้แล้ว นั่นค่ะ นั่น ๆ รถของฉัน รถของฉัน อันนั้นเหรอครับ ใช่ ๆ อันนั้นแหละ อาจารย์
อย่าลน เร็ว ๆ เข้าสิ ถ้าเกิดคลาดกันล่ะ บนรถของคุณมี GPS กลัวอะไร เขามาขโมยรถไกลขนาดนี้ ไม่น่าจะเอาไปขับเองหรอก พวกเราลองตามดู ลองดูสิว่าเขาไปปล่อยของโจรที่ไหน ไปกัน คุณรอบนรถนี่แหละ เชื่อฟังหน่อย ตำรวจ ตำรวจ อย่าส่งเสียง เชื่อฟังหน่อย อย่าส่งเสียง นี่ตำรวจ พวกคุณทำอะไรเนี่ย อย่าส่งเสียง เฝ้าเขาไว้ หยุดนะ อย่าขยับ หมอบลง หยุดนะ อย่าหนี อย่าขยับ ห้ามขยับ อย่าขยับ เอาตัวไป ผมทำอะไรผิด เอาตัวไป รีบลงมา เจี้ยนจวิน ทำเรื่องใหญ่อีกแล้ว ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอก พี่เฉา หมดนี่เลยเหรอ ทางนี้ยังมีอีก ยังมีอีกเหรอ พามานี่ให้หมด มานั่งข้างหน้า ไปนั่งยอง ๆ ฝั่งนั้น เหล่าสวี คนเยอะจัง ให้พวกเขาไปนั่งตรงนั้น เจี้ยนจวิน ใช้ได้นะเนี่ย
นายไขคดีให้ฉันอย่างเงียบ ๆ ได้อีกแล้วนะ ผู้กำกับครับ เทคโนโลยีมีส่วนช่วยอย่างมาก ยุคดิจิทัล วิธีการทำคดีเมื่อก่อนเชยไปหมดแล้ว คุณดูวิธีการที่พวกเราคิดตอนนี้สิ ตัวผู้ต้องสงสัยเอง นำพวกเรามาในรังโจรเองเลย ใช้ได้นะเนี่ย ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาความเป็นตำรวจ เข้ากับยุคสมัยนะเนี่ย ได้ไอเดียนี้มาจากไหนเนี่ย เรียนรู้ไงครับ ตัวผมเองไม่รู้ แต่ข้างตัวผมมีดอกเตอร์ไงครับ ผมสามารถเรียนรู้จากดอกเตอร์ได้ ไอเดียอะไรกัน ต่างก็เป็นสิ่งที่คนคิดออกมาทั้งนั้น มาครับ คุณลองดูสิครับ เจี้ยนจวิน ใช้ได้นะเนี่ย ใช้ได้เลย เยี่ยมมาก หยางซู่เอ๋ย ความรู้ก็คือพละกำลัง ฉันจะบอกนายให้นะ นายอย่าไปเลย นายนั่งในห้องทำงาน สนุกเท่ากับอยู่บนเส้นทางนี้ รู้สึกประสบความสำเร็จที่ไหนกันล่ะ ใช่ไหมล่ะ หยางซู่ คิดอะไรอยู่น่ะ เปล่า นายตำรวจเฉา เซี่ยเจี๋ย ยุ่งอยู่เหรอ หยางซู่ ฉันคุยกับอาจารย์มาแล้ว เธอให้พวกเราเอาคดีการติดตามเบาะแส รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าครั้งนี้ มาทำอะไรนะ อันนั้นน่ะ รายงานเป็นตัวหนังสือออกมา สำนวนการเขียนของนายดี เขียนบทความได้ตรงประเด็น สรุปก็ดี นายเป็นคนเขียน เดี๋ยวตอนนั้นฉันจะส่งไปเอง นายเป็นอะไรไป ไขคดีใหญ่ได้ไม่ดีใจ แล้วยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอีก
เหรอครับ ไม่งั้นเหรอ หยางซู่ นายคงจะไม่ได้ คิดว่าฉันไม่ได้บอกต่อหน้าผู้กำกับว่า นายเป็นคนทำคดี นายเป็นคนออกไอเดีย เลยไม่พอใจสินะ นายคิดมากเกินไปแล้ว ผู้กำกับฉลาดขนาดนั้น นายคิดว่าถ้าฉันไม่พูด เขาก็จะไม่รู้ว่าผลงานนี้เป็นของนายงั้นเหรอ เรื่องนั้นฉันก็ทำไม่เป็นไง อีกอย่าง ฉันเป็นอาจารย์ของนายใช่ไหม นายเป็นลูกศิษย์ของฉันใช่ไหม เรื่องการทำคดีแบบนี้ เดิมทีมันก็คือของฉันก็คือของนาย ของนายก็คือของฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง พี่เฉา เกิดอะไรขึ้นเหรอ นายดูสิ ฉันกันลูกศิษย์ไขคดีได้หนึ่งคดี แล้วไม่ได้พูดถึงเขาต่อหน้าผู้กำกับ เลยไม่พอใจ ดอกเตอร์ ความรู้เยอะขนาดนี้ ยังมาแย่งผลงานอีกเหรอ พี่เฉา เดิมทีดอกเตอร์เขาก็ลงมาเพื่อชุบทองอยู่แล้ว ที่มีทองเขาต้องแปะบนหน้าเขาอยู่แล้ว นั่นน่ะสิ แปะจนเป็นตุ๊กตาทอง ส่งไปเป็นแมวกวักในสถานีของพวกเรา ไม่สิ นายดู เสี่ยวติง ทำไมถึงได้… นายไม่สั่งสอนเขาหน่อย อย่าลืมเขียนรายงานนะ ยังเป็นเด็กอยู่ ทำงานไป ต้าซู่ ออกมากินเนื้อย่างเสียบไม้ ไม่เป็นไร ฉันไม่กินแล้ว พวกนายกินเถอะ นายทำอะไรอยู่ พอกลับมาก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง ฉันเขียนรายงานอยู่ นายเขียนรายงานอะไร ขังตัวเองอยู่ตั้งนานคิดได้แค่บรรทัดเดียว ฉันกำลังคิดอยู่ นายคิดอะไรเล่า ออกมากินเนื้อย่างเสียบไม้ก่อน
ฉันไม่เป็นไร ฉันไม่กินแล้วจริง ๆ พวกนายกินกันเถอะ ปิดประตูให้ฉันด้วย ก็ได้ เขาไม่กินเหรอ ไม่กิน ฉันรู้สึกว่าวันนี้ต้าซู่ดูแปลก ๆ ไป เหมือนมีเรื่องในใจเลย เมื่อกี้ฉันเข้าไปดูเขา กำลังลุกลี้ลุกลนอยู่กับคอมพิวเตอร์ บอกว่าเขียนรายงานอะไรไม่รู้อยู่ แต่ว่าฉันเห็นว่าเขากำลังหาข้อมูล เกี่ยวกับการสอบปริญญาเอกอยู่ เป็นอะไรไป ให้ฉันหลับตาแล้วลองทายนะ เนื้อเสียบไม้หม้อเย็น ทำไมนายไม่ปิดจมูกล่ะ ทำไมไม่กินล่ะ รอฉันเหรอ พวกนายสองคนเป็นอะไรไป หยางซู่ หยางซู่เป็นอะไร ต้าซู่จะไปแล้ว จะสอบปริญญาเอก สอบปริญญาเอกเหรอ จ้าวจี้เหว่ย นายพูดอะไรมั่ว ๆ น่ะ เป็นเพราะเรื่องรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ฉันเองก็ได้ยินพวกเขาคุยกันเมื่อบ่ายวันนี้ ที่ห้องทำงาน คร่าว ๆ ก็คือนายตำรวจเฉา บอกว่าการติดตั้ง GPS จนหารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเจอ เป็นผลงานของเขาเอง อีกอย่างพวกเขาก็คุยกันว่าหยางซู่ขี้น้อยใจ นี่มันไม่ตลกนะ เรื่องการติดตั้ง GPS ให้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านี้ หยางซู่เป็นคนคิดได้เอง ฉันช่วยเขาติดต่อเพื่อนฉันให้ เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นหยางซู่ก็เป็นคนจัดการคนเดียว ไม่สิ นายตำรวจเฉาเป็นอะไรเนี่ย
ครั้งก่อนก็โยนความผิดมาให้ ครั้งนี้ก็มาแย่งผลงาน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป หยางซู่ของพวกเรานี้ ก็ถูกเขาเอาผลงานไปหมดคนเดียว เบา ๆ หน่อยสิ นั่นน่ะสิ พี่เฉานี่ก็อายุสามสิบสี่สิบแล้ว ฉันว่าก็ไม่เห็นจำเป็นต้อง มาแย่งตำรวจฝึกหัดอย่างพวกเราเลย ฉันคิดว่าผ่านเรื่องครั้งที่แล้วมา เขาจะปรับปรุง นั่นสิ เรื่องครั้งที่แล้วก็อึดอัดมากพอแล้ว ตอนแรกคิดว่า จะไม่เกิดเรื่องแบบเดิมอีกแล้ว ผลสุดท้ายล่ะเป็นไง มีแค่หยางซู่ที่พิจารณาตัวเองอยู่คนเดียว คนแก่อย่างเขาทิฐิสูง เด็ดเดี่ยวไม่เปลี่ยน ตอนที่ฉันเพิ่งมา ฉันก็คิดว่านายตำรวจเฉาคนนี้เป็นฮีโร่คนหนึ่งเสียอีก นิสัยแย่มาก นายจะทำอะไร ไปโน้มน้าวเขาไง ให้เขาออกมา พวกเรามาปรึกษากัน เรื่องนี้จะปล่อยให้จบแบบนี้ไม่ได้ นายคิดจะทำยังไง ให้หยางซู่กับอาจารย์เขามองหน้ากันไม่ติด แล้วคนทั้งสถานีก็รู้กันหมดเหรอ นั่นมันคือการผูกอาฆาตกันไม่ใช่หรือไง อย่างน้อยผู้กำกับก็ควรจะรู้บ้างนะ ผู้กำกับเป็นคนยุติธรรม ฉันว่าผู้กำกับรู้ แต่เขารู้แล้วทำอะไรได้ล่ะ เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเกียรติยศขนาดนั้น ถึงยังไงฉันก็ต้องไปคุยกับเขา เขาอยู่คนเดียวอึดอัดตายเลย ถ้าเขาอยากบอกเขาก็บอกตั้งนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอก ทะเลาะกันจนหนักใจหมด จริง ๆ เลย ตามรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับมาได้ทั้งหมด 38 คัน แต่ว่าที่เป็นของเขตปกครองของเรามีแค่เก้าคัน ครั้งนี้เสียเปรียบสถานีตำรวจเซี่ยนฝู่เจียไปแล้ว ช่วยพวกเขาตามกลับมา 18 คัน
คุณไม่ได้เห็น สีหน้าอวดดีของเหล่าเฉิงนั่น เจ้าหมอนั่นอวดดียังไงคิดว่าฉันไม่รู้เหรอ งั้นทางฝั่งเรานี้ก็แย่แล้ว หายไป 21 คัน ยังเหลืออีก 12 คันตามกลับมาไม่ได้ เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ หายไปตั้งนานแล้วทั้งนั้น ถูกขายไปตั้งนานแล้ว งั้นก็ได้ พาผู้ต้องสงสัยไปชี้จุดเกิดเหตุก่อน ได้ครับ คาดว่าเจี้ยนจวินก็รอคุณออกคำสั่งนั่นแหละ เดี๋ยวฉันจะบอกให้เขาไป เดี๋ยวก่อน ทำไมครับ เอาแบบนี้นะ พวกเราแบ่งเป็นสองฝ่าย ที่หากลับมาได้ นายพาทีมไปชี้ตัว ที่หากลับมาไม่ได้ ให้เจี้ยนจวินพาไป ผู้กำกับครับ ทำแบบนี้เขาจะไม่ระเบิดเอาเหรอ รถพวกนี้เขาเป็นคนหาเองเลยนะ ไม่ดีหรอกมั้งครับ แบบนี้ นายฟังฉันเถอะ อย่ากระแทก มา ระวังนะ อย่ากระแทก อย่าชนนะ วางใจเถอะครับสารวัตรเฉิง กว่าจะเอากลับมาได้ มา ยกมือหน่อย หนึ่ง สอง ยก ค่อย ๆ ระวังนะ ระวัง ระวัง มา วางไว้มั่นคงแล้วใช่ไหม พี่เฉา ลำเลียงเสร็จหมดแล้วครับ นี่หมายความว่าไง นี่จัดการยังไงเนี่ย
ไม่รู้สิครับ หาเจอแล้ว ค่อย ๆ ระวัง ในที่สุดพวกคุณก็มา ขอบคุณนะคะ ๆ ลำบากพวกคุณแล้ว ดอกไม้ที่ให้เป็นพิเศษ ซื้อมาจากตรงหน้าประตู ขอบคุณนะคะ ขอบคุณ ลำบากพวกคุณมาก ๆ แล้ว พวกคุณจัดการเรื่องดีเรื่องใหญ่ให้พวกเราจริง ๆ เลย ควรทำอยู่แล้วครับ ๆ ควรทำอยู่แล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะ ดูเร็วเข้า รถคันไหนเป็นของพวกคุณ ฉันเห็นตั้งนานแล้ว คันนี้แหละค่ะ คันนี้แหละ งั้นก็ ลงทะเบียนตรงนี้ก่อนครับ ลงทะเบียนเสร็จก็เอารถไปได้เลย โอเคค่ะ มาแล้ว มาแล้ว ในที่สุดพวกคุณก็มา รออยู่ที่นี่ตั้งนานน่ะ ขอโทษนะครับ มาช้าไป ขอบคุณมากเลยนะคะ ขอบคุณมากเลย คุณตำรวจ รถของผม ๆ รถของผม เมื่อกี้โทรศัพท์มา โทรศัพท์มาแล้ว นี่รถของผม ของคุณใช่ไหม รถของผม รถของผม หารถเจอแล้วใช่ไหมครับ ใช่ไหม ขอบคุณคุณมาก ๆ เลยครับ
ในที่สุดก็หารถให้ผมเจอ ไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ มา มา ๆ รบกวนหลบหน่อยครับ ขอทางหน่อยครับ ให้ผมดูรถหน่อย คุณลองดูก่อนว่าใช่หรือเปล่าครับ คุณป้า หลบทางก่อนครับ คุณป้า ขยับไปครับ ผมจะดูรถ ผมจะดูรถครับ ใช่อันนี้ไหมครับ ใช่ ใช่ ๆ ครับ ครับ ๆ รถพวกเราล่ะ ของผมก็รถสีดำเหมือนกันนะ ถูกใช่ไหม รถผมล่ะ ครับ พวกเราอย่าแย่งกันเลยนะ ค่อย ๆ มาทีละคนนะ รถของพวกเราล่ะคะ คุณตำรวจ เอาเอกสารรับรองมาหรือยังครับ คุณตำรวจ รถของพวกเราล่ะ ครับ ๆ จะเสร็จเร็ว ๆ นี้แหละครับ ได้ ๆ หามาหมดแล้ว พวกคุณไปหาที่ไหนมากันล่ะ ตั้งนานแล้วนะ รถของพวกเราล่ะ รถของเราก็หายเหมือนกัน พวกเราก็ลงทะเบียนไปแล้ว มา มา ๆ ถ่ายรูปพวกเราที
มา ดี ขอบคุณ ๆ – อย่าเลยครับ อย่าเลย ๆ – ขอบคุณนะคะ นี่เป็นสิ่งที่เราควรทำครับ ขอบคุณการสนับสนุนของทุกคนครับ ขอบคุณครับ ๆ ขอบคุณมาก ๆ เลย รถคันนี้หายไป ฉันก็ไม่คิดเลยว่าจะยังตามกลับมาได้ แปลกใจมากเลยจริง ๆ ค่ะ ควรทำอยู่แล้วครับ ควรทำอยู่แล้ว ขอบคุณพวกคุณนะ ขอบคุณพวกคุณ เป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ ขอบคุณ ขอบคุณ ๆ ขอบคุณพวกเธอมาก ๆ เลยนะ ควรทำอยู่แล้วค่ะ เขตข้าง ๆ หารถเจอตั้งหลายคันขนาดนั้น รถของพวกเราล่ะ ตั้งกี่เดือน ตั้งกี่พันหยวนน่ะ # นายจะไปไหน ลงมา ชี้จุดที ชี้จุดหน่อย รถนี่ขโมยมาจากที่ไหน ด้านนั้นครับ มานี่ ชี้จุด มา หลบหน่อยครับ ขอทางหน่อย ขอทางหน่อยครับ ทุกคนหลบทางให้ตำรวจหน่อยครับ ไปดูกัน
ไป ไป ๆ ตามไป ๆ เร็ว ๆ ตามไป ทางนั้น ใช่ไหม ทางนั้นครับ ไป อยู่ที่ไหน ถ่ายรูป มองกล้องนะ มองสิ พวกนายสองคน ยังเคยขโมยรถแบบไหนจากที่นี่อีก แค่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสีดำคันเดียวครับ ปลดล็อกได้ยังไง ผมใช้กุญแจสารพัดนึกที่ผมพกไว้ปลดคล็อกครับ คุณตำรวจ ที่เขาขโมยก็คือรถของผม หมอนี่ก็จับได้แล้ว รถของผมล่ะ นั่นสิ รถของพวกเราก็หายเหมือนกัน ตั้งนานแล้วนะ รถของคุณน่ะ รีบ ๆ หารถสิ ยังหาไม่พบเลยครับ จากการตรวจสอบ โดนพวกเขาเอาไปขายที่ชนบทแล้วครับ เอาไปขายที่ชนบทพวกคุณก็เลยไม่ตามแล้วเหรอ ไม่ใช่ไม่ตามครับ แล้วก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ตามด้วย นี่ก็แค่ยังตามหาไม่พบชั่วคราวไม่ใช่เหรอครับ พวกเราแค่ยังหาไม่พบชั่วคราวครับ คนที่ขายของโจรเอารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ส่งไปถึงตลาดนัดในชนบท ขายรถไปแล้ว อันที่จริงตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสที่ดีกว่านั้น ไม่สิ คุณพูดอะไรเนี่ย หมายความว่ายังไงกัน เอาไปขายที่ตลาดนัดในชนบท แล้วก็เลยไม่มีเบาะแสแล้วเหรอ คุณอย่าเพิ่งรีบร้อนสิครับ เราจะมองปัญหาแบบนี้ไม่ได้นะครับ คดีนี้ นี่ก็ไม่ใช่ว่าไขคดีได้แล้วเหรอครับ ถึงแม้ว่าจะหารถให้ทุกคนไม่ได้
แต่ว่าแก๊งอาชญากร พวกเราก็จับกุมตัวได้แล้ว นี่ก็จะสามารถป้องกันความสูญเสียมากกว่านี้ ที่คนอีกมากอาจจะต้องพบเจอไงล่ะครับ งั้นความสูญเสียของผมล่ะ จะทำยังไง นั่นสิ พวกคุณทำเรื่องที่ถูกต้องแล้วเหรอ พวกเราอยากได้รถของพวกเรานะ พวกคุณต้องหารถของพวกเราคืนมาสิ พวกเรามีความคืบหน้าเอามาก ๆ แล้วนะครับ คดีนี้มีความคืบหน้ามาก ๆ แล้ว รู้ไหมครับ นี่ไม่ใช่ว่าหารถหนึ่งคัน มาให้ทุกคนแล้วเหรอครับ หาเจอแค่คันเดียวยังจะมีหน้ามาพูดอีก นั่นก็ไม่ใช่รถของเราซะหน่อย พวกเราจะเอารถของเรา พวกเราต้องการรถของเรา รถของพวกเราอยู่ที่ไหน ใครสาดน่ะ สาดน้ำจะสาดใส่ตำรวจไม่ได้นะ คดีนี้ไขได้ง่ายออกนี่ครับ เกิดเหตุอยู่ตำตา ถ้านี่ยังไขคดีไม่ได้ พวกคุณก็โง่เกินไปแล้วล่ะ พี่ใหญ่ครับ พวกเราก็โดนสาดน้ำเหมือนกันนะ พวกเราก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ อย่าโทษตำรวจไปเสียทุกเรื่องสิครับ โอเคไหม ไม่โทษคุณแล้วจะโทษใคร รถหายพวกคุณก็หาไม่เจอ สาดน้ำสกปรก พวกคุณก็หาไม่เจอ สมน้ำหน้าแล้วที่พวกคุณต้องเป็นผู้เสียหาย พูดอะไรน่ะ พูดอะไรกัน ทำไมสมน้ำหน้าพวกเราล่ะ พวกเรามาที่นี่เพราะใครกันล่ะ ใช่ครับ รถของคุณพวกเราหาไม่พบ แต่อย่างน้อยเราก็ไขคดีปล้นได้ อย่างน้อยก็หารถมาคืนให้พวกคุณได้หนึ่งคันไง ทำไมต้องสมน้ำหน้าพวกเราด้วยล่ะ ที่สาดน้ำมาพวกเราต้องตรวจสอบแน่ อีกเดี๋ยวเราจะตรวจสอบ แต่อธิบายจนหมดเปลือกทั้งวัน นี่เป็นปัญหาโดยเนื้อแท้ เขาสาดน้ำใส่เรา แล้วก็สาดน้ำใส่พวกคุณด้วย
แต่สาดใส่พวกเรา ก็สมน้ำหน้าพวกเราเหรอ งั้นที่สาดใส่พวกคุณก็ไม่ใช่ว่าสมน้ำหน้าด้วยเหรอ แยกย้ายเถอะ ๆ พอแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายเถอะ แยกย้ายเถอะ นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม ไม่เป็นไรครับ อีกแป๊บกลับไปที่สถานีแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาด ๆ นะ พอแล้ว ๆ หายโมโหนะ เลิกโมโหนะ จะ จะตรวจสอบทั้งหมด แยกย้าย ๆ วางใจเถอะ ๆ วางใจได้ จะต้องตามให้พวกคุณแน่ มา พร้อมหน้า วันทยหัตถ์ ผู้กำกับคะ – ขอบคุณคุณมาก ๆ เลยนะคะ – เก็บมือ อย่าเลยครับ อย่าเลย ๆ ขอบคุณคุณมาก ๆ เลยนะคะ ให้สารวัตรเฉิงเถอะครับ ขอบคุณคุณมาก ๆ เลยนะคะ ควรทำอยู่แล้วครับ ๆ ให้สารวัตรเฉิงเลยครับ สารวัตรเฉิงคะ สารวัตรเฉิง อย่าเลยครับ อย่าเลย ๆ นี่มันเป็นสิ่งที่พวกเราควรทำอยู่แล้ว
พวกคุณรอแป๊บหนี่งนะ แป๊บหนึ่งนะครับ มา อย่าน่า รีบมาเถอะ – รีบมา ๆ – นายอย่าเรียกฉันไปสิ จะบอกพวกคุณให้นะ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพวกนี้ของพวกคุณน่ะ ล้วนเป็น เฉาเจี้ยนจวิน นายตำรวจเฉาที่ช่วยพวกคุณหา ถ้าจะขอบคุณ ก็ขอบคุณเขาเถอะ – ไม่ครับ ไม่ ๆ – ขอบคุณนะคะ อย่าเลยครับ อย่าเลย ๆ ให้ผู้กำกับพวกเราเถอะครับ นี่คือผลที่จากการพยายามร่วมกัน ของตำรวจทุกนายในสถานีตำรวจปาหลี่เหอของพวกเรา นายก็รับไปเถอะน่า นี่เป็นน้ำใจของมวลชนนะ ถ้าไม่มีนายกับหยางซู่ รถนั่นก็คงตามกลับมาไม่ได้แล้ว หยางซู่ มา มาสิ เจี้ยนจวินนายเป็นตัวแทนหน่อยสิ เจี้ยนจวิน นายเป็นตัวแทนแล้วกัน นายก็เป็นตัวแทนไปแหละ คุณก็รับไปเถอะค่ะ นายตำรวจเฉา คุณรับเถอะค่ะ รับเถอะค่ะ เห็น ๆ อยู่ว่าแค่ความพยายามของตำรวจก็ยังไม่พอ สิ่งสำคัญก็ต้องขอบคุณการสนับสนุนของมวลชนด้วย ตำรวจกับประชาชนก็เป็นครอบครัวเดียวกันไงครับ – ดีค่ะ ดี -ดีครับ เกิดเรื่องที่ไหนเหรอ
ชีจื่อ ไปออกตรวจกับฉัน ข้าวของฉันเอามาหรือยัง เอามาแล้วครับ พี่เฉา ผมถ่ายให้พี่แล้วกัน งั้นก็ได้ ถ่าย ๆ ไปสักรูป ฉันจะให้ลูกสาวฉันดู หยางซู่ ถ่ายรูปคู่กับอาจารย์นายสักรูปสิ นี่เป็นความพยายามของนาย ความคิดของนาย ถึงได้มีผลออกมาแบบนี้ไง ฉันไม่ถ่ายหรอก ต้าเหวย เรื่องนี้ก็มีคุณงามความดีของนายด้วย ไม่งั้นฉันถ่ายให้นายสักรูปไหมล่ะ หยางซู่ นายมาเถอะน่า ถ่ายแค่รูปเดียวเอง ไว้หน้าฉันหน่อย มัวอ้างอะไรอยู่ มา มา ๆ หยางซู่ ยิ้มหน่อย พี่เฉา วันนี้พี่ไม่ได้จะไปบ้านพ่อตาหรอกเหรอ ยังไม่ไปอีกเหรอ จะไปอยู่ ฉันจะไปอยู่ อาจารย์ครับ งั้นผมเขียนรายงานต่อแล้วนะครับ หยายา หยายา ออกมาเปลี่ยนรองเท้าได้แล้ว ไปบ้านคุณตาคุณยายแล้ว ต้องพูดว่าอะไร หนูจะให้คุณตาคุณยายดู สมุดการบ้านของหนูในวันนี้ สอบได้ 100 คะแนนสองวิชาเลย ลูกสาวแม่เก่งมากเลย จุ๊บหนึ่งที พอไปถึงแล้วต้องมีมารยาทนะ ห้ามกินของซี้ซั้ว ห้ามกินน้ำเย็นนะ เอามาให้แม่ คุณพ่อ
ลูกรัก ๆ ลูกรัก ไปทำอะไรมาน่ะ ปล้นธนาคารมาเหรอ นี่ ดูคุณพูดเข้าสิ นี่ผมก็อยากจะไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยาย พร้อมคุณกับหยายาด้วยไง ถ้าบอกแต่แรกผมคงไม่ถือขึ้นมาแล้ว ไปไวขนาดนี้เลย หายากจริง ๆ นะ ปกติขอให้คุณกลับบ้านกับฉันสักรอบ อย่างกับจะเอาชีวิตคุณ วันนี้เป็นอะไรไป ไม่มีอะไร ก็แค่คิดถึงพ่อตาน่ะ หลังจากนี้จะได้ตกเป็นขี้ปากคนน้อย ๆ หน่อย คุณสบายใจได้ ถึงคุณจะไม่ไปเลยชั่วชีวิต แม่ฉันก็ไม่คิดถึงคุณหรอก ในสายตาของเขาน่ะ มีแต่หลานสาวเขาเท่านั้นแหละ ใช่หรือเปล่า ค่ะ คุณเป็นคนพูดเองนี่ นี่โชคดีนะที่เป็นแม่คุณเอง พ่อแม่ยังรักยังเป็นห่วงคุณอยู่ไง กลัวว่าอยู่กับผมคุณจะไม่มีความสุข จะรักจะห่วงใครยังไม่รู้หรอก หยายา ไปกันเถอะ ช่วยพ่อเปิดประตูหน่อย โอเคค่ะ เชื่อฟังจริง ๆ แม่ พ่อ พวกเรากลับมาแล้วค่ะ คุณตา คุณยาย สวัสดีค่ะ น่ารักจริง ๆ หยายามาแล้วเหรอ เร็ว เร็ว ๆ รีบมาหาตานี่ เร็วเข้า เด็กน้อยที่น่าสงสาร
เพิ่งจะหกขวบก็ต้องเข้าเรียนแล้ว พ่อ มีแต่พ่อที่ตามใจหลาน หยายา มีอะไรเอามาอวดให้คุณตาดูนะ คุณตา หนูสอบได้คะแนนเต็ม หยายานี่ฉลาดจริง ๆ คุณแม่ครับ คุณพ่อครับ ท่านสองคนสุขภาพแข็งแรงดีนะครับ ดีจ้ะ ดี เก๋ากี้ดำครับ แม่ นี่คือของที่เจี้ยนจวินซื้อให้แม่นะ หนูไม่ให้เขาซื้อมั่วซั่ว อย่างกับจะไม่ใช้ขีวิตด้วยกันต่อแล้วงั้นแหละ แต่เขาก็เอาแต่บอกว่าไม่ได้ วัน ๆ เช้ายันค่ำเขาก็เอาแต่งานการรัดตัว กว่าจะมาได้สักรอบ ต้องซื้อมาสิคะ เสี่ยวฮุ่ยมาแล้วเหรอ พี่คะ พี่ครับ เจี้ยนจวินก็มาด้วยเหรอ เธอรีบนั่งสิ รีบนั่ง ทานผลไม้หน่อย อีกเดี๋ยวจะทานข้าวนะ พี่ ทำไมเถาเถาไม่มาล่ะ อย่าพูดถึงเลย ฉันจะบอกให้นะเด็กเล็กขนาดนี้น่ะ ไปโรงเรียนมีคนคอยดูก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ พี่เขยเธอไม่ยอม ต้องบอกว่าเด็กคนนี้น่ะ จะแพ้ที่จุดสตาร์ทไม่ได้ ส่งเขาไปเรียนโรงเรียนนานาชาติแล้วละ วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรม มาไม่ได้แล้ว พี่เขยฉันมีเงินจนไม่มีที่จะใช้แล้วสินะ ก็เพื่อลูกไง ค่ะ รู้ พวกเธอคุยกันไปก่อนนะ อีกแป๊บเดี๋ยวพวกเรากินข้าวกัน โอเค แม่ มาดูสิ ว่าเจี้ยนจวินซื้ออะไรให้แม่ ปกติเขาไม่ใช้เงิน
เพราะงั้นเลยซื้อของไม่ค่อยเป็น ซื้อมามั่ว ๆ น่ะค่ะ โสมเอี่ยเซียม อันนี้ดี บำรุงพลังในร่างกาย พี่เขยเข้าใจ อันนี้ เวย์โปรตีน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จามรี ผลิตภัณฑ์จากที่ราบสูง อันนี้หนูตั้งใจซื้อให้เขาเป็นพิเศษค่ะ หัวเข่าของแม่ไม่ดีไม่ใช่เหรอคะ อันนี้สำหรับหัวเข่าโดยเฉพาะ แพงมากเลยนะคะ แม่ต้องกินให้อร่อยนะคะ หนึ่งวันสองครั้ง ครั้งละสองเม็ด ฉันขอดูหน่อย กินหมดแล้วค่อยซื้อให้แม่อีก ของดี พ่อคะ มีของของพ่อด้วยนะ มีของพ่อด้วยเหรอ พ่อน่าจะกินอันนี้ให้หมด ตอนที่พ่อของเธออายุยังน้อย ไม่เคยได้เป็นคนหนุ่มสาวที่มีการศึกษาถึงสามปีหรอก ก็กลับเมืองแล้ว เสร็จแล้วบอกว่าจะกลับไปดูบ้านเกิดใช่ไหม ตอนนั้นนะ ไม่มีเงิน แล้วก็ไม่ยอมเสียหน้าด้วย จะซื้ออะไร ขนมปัง อันนั้น อันนั้นที่ห่อใหญ่ ๆ พอถึงที่นั่น คนบ้านเดียวกันก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริง ๆ พ่อครับ พ่อซื้อของเป็นนะเนี่ย ราคาถูกและคุณภาพดี ฮุ่ยฮุ่ย มานี่ มานี่สิ ทำไมเหรอคะ มา พี่เขยของแกมอบให้แม่ หลายแสนเลยนะ นี่ครับ ให้แม่ส่องดูหน่อย อันนี้ส่องยังไงเหรอ
ทำไม่เป็นหรอก ดูสีฟ้าครับ หลายแสนเลยนะเนี่ย โหย่วกวง กี่แสนเหรอ เธอบอกแม่มา อย่าหลอกแม่นะ หนึ่งแสนหกหมื่นครับ เด็กดีของแม่ เป็นอะไรไปครับ คุณพระช่วย นี่เธอ ทำไมเหรอครับ เธอมีเงินมาให้ถลุงเหรอ แสนหกก็แขวนอยู่บนข้อมือ ทั้งเวลากินเวลาดื่มสิ แม่ต้องลำบากเลี้ยงดูพวกเขาสองคนจนโตมาขนาดนี้ สวมอันนี้ไว้เป็นหลักฐานว่าแม่มีความสุขกับชีวิตแล้ว พูดเป็นจริง ๆ เลยนะ เด็กคนนี้ พี่เขยครับ พวกเราต้องอย่าโดนคนอื่นมาหลอกเอานะครับ เมื่อไม่นานมานี้พวกผมเพิ่งจะทำลายร้านหยกที่ไร้จริยธรรม ที่ทำร้ายชาวบ้านโดยเฉพาะไปหนึ่งร้าน สร้อยข้อมือหยกเส้นนั้นก็ 100 – 200 หยวน คนขาย ขายเป็นแสน พี่ว่า กล้ามากไหมล่ะครับ ฉันเล่นหยกมา 10 กว่าปี จะหลอกฉันงั้นเหรอ เจี้ยนจวิน มองเห็นไหม ใบเสร็จอย่างเป็นทางการ หนึ่งแสนหกหมื่น ยังมีอันนี้อีก การรับรองจากทางการ รับรองว่าเป็นของจริง หนังสือรับประกันของทางการเหรอ ถ้าอย่างงั้น หนังสือรับรองแบบนี้ก็มีปลอมไม่ใช่เหรอคะ – เธอมีปัญหานี่ – ใช่ไหมล่ะ เจี้ยนจวิน ดูสิ
ไม่ต้องให้เขาดูหรอก ดูไปก็ไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่เคยเห็นด้วย ก็จริงนะครับ เจี้ยนจวิน ตำรวจอย่างพวกเขา ปกติก็รับผิดชอบในการปราบปราม สินค้าปลอมและไม่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว สินค้าปลอมน่าจะเคยเห็นมาไม่น้อยทีเดียว คงไม่เคยเห็นของแท้แน่ ๆ เลย คุณพระ หยายา ที่หนูชอบที่สุด ขอบคุณค่ะ พ่อ ทำไมเธอถึงตลกขนาดนี้เนี่ย เธอดูนะ ชงชง ฮุ่ยฮุ่ยแฝดของพวกเรา ตอนนี้เธอเห็นไหมว่าพวกเขาสองคนแตกต่างกันแค่ไหน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถ้าบ้านเราไม่มีโหย่วกวง จะเป็นแบบตอนนี้ได้เหรอ ใช่หรือเปล่า ตาเฒ่า จริง ๆ เป็นแบบนี้จริง ๆ ตาเฒ่า ฉันจะบอกคุณให้นะ คุณน่ะก็ไม่มีอนาคต เป็นแค่หัวหน้าเขตเท่านั้น ก็สูงพอแล้วงั้นเหรอ แม่ครับ วันข้างหน้าครอบครัวของเราจะต้องพึ่งพาโหย่วกวง ได้ยินหรือยัง ฝากความหวังไว้ที่เสี่ยวชง หลัก ๆ คือคุณเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำครับ นั่นน่ะสิ แม่ ครอบครัวเดียวกัน แม่จะเกรงใจทำไม ตอนนี้น่ะ สังคมนี้ ยังต้องการการปกป้องจากตำรวจอีกมาก ผมเห็นด้วยครับ งั้นความหมายของคุณก็คือ พี่เขยของเขาทำธุรกิจก็ยังต้องพึ่งพาเจี้ยนจวินใช่ไหม แม่คะ ช่วงเวลาที่สงบสุข
ก็ต้องพึ่งพาอาศัยตำรวจแบบเจี้ยนจวินนี่แหละค่ะ ที่มาปกป้อง แม่พูดอะไรงั้นเหรอ เธอดูสิ แกปกป้องเขาอยู่ แม่ แกใช้ชีวิตมีความสุขอะไรกับเขาเหรอ แม่ครับ ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ตาม ประชาชนก็ควรจะต้องพึ่งพาตำรวจในการปกป้องนะครับ เป็นภรรยาของตำรวจ แค่ลำบากก็เท่านั้นเอง อกสั่นขวัญแขวนทุกวัน ลูกน่ะ ก็ไม่มีคนดูแล เสี่ยวชงบอกกับผมว่า ตอนที่เป็นเด็ก พวกท่านสองคนรักเขาที่สุด ตอนนี้เสี่ยวชงอยู่กับผม จะมากจะน้อยก็นับว่าเป็นการชดเชยได้หน่อย ให้แต่ละวันให้มีความสุข เสี่ยวฮุ่ย ฉันก็รู้ว่ารายได้ของตำรวจไม่สูงนัก ที่บ้านมีปัญหาอะไรรีบบอกกับพี่เขยได้เลย รับรองว่าช่วยได้แน่นอน พี่เขย ขอบคุณพี่นะคะ ไม่แปลกค่ะ ฉันยอมแล้ว ไม่สิ ยัยเด็กนี่ เขาก็ปากแข็งแบบนั้นแหละ แกยอมแล้วใช่หรือเปล่า แม่ของแกยังรักแกนะ แม่ไม่ต้องมารักหนู เก็บใจของแม่ไว้รักพี่หนูเถอะค่ะ หยายา พวกเราไปกันเถอะ พ่อคะ หนูไม่กินแล้วนะ เจี้ยนจวิน ไป นี่คุณ ทำอะไรน่ะ เสี่ยวฮุ่ย อาหารเสร็จหมดแล้วนะ แกจะไปไหน โมโหจนอิ่มแล้ว ไม่กินแล้ว ทำไม คุณยังได้ยินไม่พอหรือไง แม่เขาพูดเล่นน่า ล้อเล่นไง นั่นน่ะสิ แกจะไม่ให้แม่พูดเลยหรือไง
– ไม่ต้องพูดแล้ว – อารมณ์ของแม่เธอก็ไม่รู้หรือไงกัน ทำไมเธอถึงคิดจริงจังล่ะ พอแล้ว พี่ พี่ก็ไม่ต้องมาโน้มน้าวฉันแล้ว พวกพี่กินให้อร่อยเถอะ ไปสิ ไป ไป ๆ พ่อครับ แม่ครับ ขอโทษด้วยนะครับ ฮุ่ยฮุ่ย นิสัยเหมือนแม่เลยครับ ผมไปก่อนนะครับ เธอบอกเขาด้วยนะ ฮุ่ยฮุ่ย ไม่ใช่ คุณนะคุณ เจี้ยนจวิน กว่าจะกลับมาได้สักครั้ง นี่กลับมาแล้ว แล้ว แล้วคุณ ท่าทางแบบนี้ของคุณ ท่าทางของฉันเป็นยังไง ท่าทางของฉันมันเป็นยังไง ทำไม ลูกสาวของคุณน่ะ นอกจากจะอกสั่นขวัญแขวนทั้งวันจนถึงมืดค่ำแล้ว อะไรก็ไม่ได้ เขาได้อะไรบ้าง ฉันไม่พูดได้เลยใช่ไหม คุณไม่ปวดใจนี่ พ่อคะ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้วเนอะ พ่อ ไม่ [การสอบปริญญาเอกที่จริงแล้วสามารถ แก้ไขปัญหาตามความเป็นจริงได้มากมาย] [และใช้ได้จริงมาก ๆ ด้วย] [ให้เวลาตัวเองคิดไตร่ตรองถึงอนาคต] [การทำงานจริงถึงแม้ว่าจะมีเรื่องมากมายที่ไม่พอใจ] [แต่ก็ทำให้แกร่งขึ้นมาก] นายยังไม่ไปอีกเหรอ ยังมีธุระบางอย่างที่ยังจัดการไม่เสร็จครับ อาจารย์
อาจารย์ อาจารย์กลับไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ทำไมถึงกลับมาอีกล่ะครับ คำถามดี นายยังไม่กินข้าวใช่ไหม ไป ไปกินข้าวเป็นเพื่อนอาจารย์หน่อยสิ อาจารย์ครับ ผมไม่ไปแล้ว อาจารย์ไปกินเองเถอะครับ ตัวใหญ่ขนาดนี้จะไม่กินข้าวได้ยังไง ไปเถอะ อาจารย์เลี้ยงเอง อาจารย์ ผมไม่หิวจริง ๆ จริง ๆ นะครับ อาจารย์ไปกินเองเถอะครับ เหล่าสวี เป็นยังไงบ้าง อะไร อะไรเป็นยังไงครับ วันนี้ฉัน จะเข้าเวรแทนนายเอง ไม่สิ พี่เฉา พี่ว่างจนทนไม่ได้ใช่ไหมครับเนี่ย ผมจะบอกพี่ให้นะ วันนี้ที่บ้าน ผมก็ไม่มีอะไรทำ จะให้พี่มาเข้าเวรแทนผมไม่ได้หรอกครับ ไม่อย่างนั้นผมกลับไปก็ไม่มีอะไรให้ทำสิ ใช่ไหมล่ะ อาจารย์ครับ นายดูสิ ไม่ได้เข้าเวรก็ไม่รู้ว่าควรทำอะไรบ้าง ว่างแค่นิดหน่อย จิตใจยังไม่สงบเลย อาจารย์อยากดื่มอะไรครับ ผมไปหยิบให้ นายว่ามีบางคน ที่เขาเป็นตำรวจ ดูเหมือนว่าก็ทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วใช่ไหม ในสมองนั่นก็ขบคิดแค่เรื่องเข้างานเลิกงาน เรื่องเล็กน้อยพวกนั้นน่ะ กินสิ นายกินสิ อาจารย์ครับ ที่ตั้งอยู่ตรงนี้คือเหล้านะครับอาจารย์ อาจารย์ สถานีย้ำแล้วย้ำเล่าว่าห้ามดื่มแอลกอฮอล์นะครับ นี่อาจารย์… นี่คืออะไร
นี่คือเวลาเลิกงาน ตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้านนะ งั้นถ้าหากว่าจู่ ๆ ก็ประกาศให้ทำงานล่วงเวลาล่ะครับ อาจารย์ อาจารย์ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ แบบไหนที่ไม่ได้ล่ะ จะไม่ได้ได้ยังไง ทำไมต้องทำงานล่วงเวลาตอนที่ประกาศกะทันหันล่ะ ฉันกับลูกศิษย์ฉันมาดื่มเหล้ากันนิดหน่อย พูดความในใจที่ฉันอย่างพูด ทำไมจะไม่ได้ อาจารย์ อาจารย์อย่าดื่มเลยครับ วันนี้เตรียมตัวมา ฉันก็เลยอยากดื่มสักอึก ลองพูดในสิ่งที่ปกติฉันมักจะพูดไม่ออก อาจารย์ครับ อาจารย์อยากพูดเรื่องพวกนี้ ปกติตอนไหนก็พูดได้ทั้งนั้นนะครับ ไม่ต้องดื่มเหล้า นายไม่ต้อง แต่ฉันต้อง วันนี้นาย ไม่ได้ขับรถ เดี๋ยวฉันดื่มเสร็จแล้ว นายไปส่งฉัน ไม่มีปัญหาใช่ไหม ดื่มเหล้าแล้ว ฉันจะขับรถไม่ได้เด็ดขาด นี่คือเส้นตาย นายวางใจได้ อาจารย์น่ะ ก็แค่อยากเป็น ตำรวจที่ดีมาก ผมรู้ครับ อาจารย์ นายไม่รู้หรอก ภรรยาของอาจารย์นาย ภรรยาของฉัน เป็นคนยอดเยี่ยมมาก รูปร่างหน้าตาสวยงาม มีวัฒนธรรม มาจากตระกูลข้าราชการ ต้องการอะไร ก็ได้อันนั้น ไม่รู้ว่าทำไม ถึงได้พอใจไอ้หนุ่มคนจนอย่างฉันขนาดนี้ ยังดีต่อฉันมากเป็นพิเศษด้วย นายคิดดูว่าพวกเราไม่ได้อยู่บ้านทุกวัน เขาก็ไม่บ่นเลยสักนิด ดูแลฉันกับลูกให้สุขสบาย ฉันจะพูดอะไรได้ ทำให้ดีเถอะ
ทำหน้าที่ตำรวจของคุณให้ดีเถอะ ทำให้เขาดีใจ ทำให้เขามีความสุข ทำให้เขามีหน้ามีตา ก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้… เจอกับแม่ยายอย่างแม่ของเขา ที่มักจะคิดว่าฉันไม่โอเค มักจะคิดว่าฉันไม่เหมาะสมกับลูกสาวของเขา เธอจะปฏิบัติต่อฉันยังไง ฉันก็ไม่สนใจ เขาทำให้ภรรยาของฉันคิดว่า ในบ้านของเขาไม่มีหน้ามีตาอะไรเลย เงยหน้าขึ้นไม่ได้ แต่อาจารย์ก็เป็นตำรวจ รักในอาชีพตำรวจ ฉันคิดเสมอว่าขอแค่ทำงานตำรวจให้ดี แล้วทำผลงานได้ ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลง ตำแหน่งและสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ของภรรยาของในบ้านเขาได้ ใช่ครับ ผมเข้าใจ นาย นายไม่เข้าใจหรอก ในใจของนาย ยังโทษฉันอยู่ ผมไม่ได้โทษอาจารย์แล้วครับ อาจารย์ นายโทษ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นอาจารย์ที่ทำไม่ถูก อาจารย์รีบร้อนเกินไป อาจารย์ ขอโทษนายด้วยนะ อาจารย์ครับ อาจารย์ไม่ต้องดื่มแล้วครับ เรื่องนี้มันผ่านไปแล้วครับ อาจารย์อย่าใส่ใจมากจนเกินไปเลยครับ ยังไม่ผ่านไป ฉันบอกกับนายว่ายังไม่ผ่านไปไง ฟังเข้าใจไหม ฉันคือคนที่แย่งผลงานนาย ทำผลงานได้ แม่ยายฉันก็ยังดูถูกฉัน ฉันยังรู้สึกผิดต่อภรรยาของฉันอยู่เลย ฉันมองเห็นเขา แสดงความไม่พอใจกับแม่ของเขาแบบนั้น เห็นตาที่แดงก่ำของเขา พูดสิ่งดี ๆ เพื่อฉัน ฉันก็… คือแบบนั้น ฉันเห็นแล้วฉันก็ปวดใจ นายทำอะไรน่ะ
อาจารย์ครับ ทานอาหารสักหน่อยก่อนแล้วค่อยดื่มเถอะครับ กินเยอะ ๆ กินเยอะ ๆ หน่อย