EP.27 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 27] [ควรทำหรือไม่ควรทำ] ผู้กำกับครับ ท่านจะต้องช่วยเจี้ยนจวินพูดหน่อยนะครับ ผู้กำกับครับ เจี้ยนจวินเขาก็แค่ทำผิดเล็กน้อยเท่านั้น พวกเราจะต้องช่วยเขานะครับ ผู้กำกับครับ หรือว่าลดขั้นเขาลงสามขั้นก็ได้ แต่ไม่ควรนั่งอยู่เฉย ๆ ดูเขาถูกส่งตัวไปแบบนี้นะครับ ผู้กำกับ เขาเพิ่งไขคดีได้คดีหนึ่งนะครับ และยังจับนักโทษได้หนึ่งคน เขา… เขามีคุณงามความดีมากกว่าความผิดนะครับ เชิญ ผู้กำกับครับ ผมได้ยินมาว่า… คุณอยากจะพูดอะไร ถึงแม้ว่าผมเองจะไม่ค่อยชอบเฉาเจี้ยนจวิน หมอนั่นชอบชิงดีชิงเด่นไปหมด ภาพพจน์การกินก็ดูไม่ดี แต่ว่าเรื่องนี้ ไม่ว่าจะยังไงพวกเราก็ต้องประกันตัวเขาใช่ไหมครับ ผู้กำกับครับ เจี้ยนจวินเป็นตำรวจมา 16 ปี เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย บาดเจ็บหลายครั้ง ก็เป็นเพราะมีจุดบกพร่องเล็ก ๆ ในตัว บางครั้งเรา… ควรให้คำชมเชยและเกียรติยศกับเขา แต่เราก็ไม่ได้ให้เขา แต่ท่านดูสิครับว่าเขาทำงานยังไง พวกเราทั้งหลายต่างก็เห็นกันอยู่ ผมรู้ ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมาก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็น่าจะพออภัยให้ได้นะครับ ตอนนี้ตำรวจทั้งหมดของสถานีเรา ก็ยืนดูอยู่ตรงนั้นกันนะครับ หากเราไม่ประกันตัวเขา อย่างนั้นก็ทำให้ทุกคนหมดกำลังใจนะครับ ต่อไปใครยังจะทำงานได้เหมือนเจี้ยนจวินแบบนั้นล่ะครับ ท่านลองคิดดูครับ ผู้กำกับ หรือว่า

    ท่านลองไปพูดกับผู้บัญชาการ ให้ทางด้านตำรวจจราจรนั้นช่วยผ่อนปรนหน่อย ให้เป็นการลงโทษทางวินัยก็พอแล้ว ถ้าหากท่านคิดว่าท่านช่วยออกหน้านั้นจะไม่เหมาะสม อย่างนั้นพวกเราก็เขียนรายงานในนามของสถานี ต่อไปต้องรับผิดชอบอย่างไรนั้น พวกเราก็… ท่านพักผ่อนเถอะครับ ผู้กำกับครับ หลายปีมานี้เจี้ยนจวินทำงานอย่างขยันขันแข็ง และก็ได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนไม่น้อย จะลงโทษทางวินัยก็ให้ลงโทษทางวินัย แต่ถ้าหากไล่ออก มันไม่มีเหตุผลไปหน่อยเหรอครับ ใช่ครับ นี่ใคร… ใครสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่ทำผิดบ้าง ใช่ครับ แม้กระทั่งผู้ต้องสงสัยเรายังให้โอกาสเลย ตำรวจเราก็เป็นคน พวกเธอเห็นตำรวจเป็นอะไร มีอภิสิทธิ์เหรอ ตำรวจก็เป็นคน ตำรวจเป็นคนยังไง ตำรวจคือคนที่ในมือถือข้อบังคับใช้กฎหมายเอาไว้ ผู้ที่บังคับใช้กฎหมายทำผิดกฎหมายเอง หากพวกเธอยังจะขอร้องให้ช่วยผ่อนปรนให้เขา ถ้าอย่างนั้นต่อไปใครยังจะปฏิบัติตามกฎหมายอีกล่ะ ในวันนี้ ณ ตรงนี้ ผมขอเตือนอีกคำนะ เรื่องของเฉาเจี้ยนจวิน ต่อไปใครก็ห้ามพูดแม้แต่คำเดียว จะจัดการยังไง ก็เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา งานสองสามชิ้นที่ผมได้มอบหมายไปเมื่อกี้ เร่งมือหน่อยละกัน งานไตรมาสที่สี่ก็ห้ามล่าช้า อย่าทำให้ทุกคน เสียหน้ากันไปหมด เลิกประชุม ผู้กำกับครับ ลงโทษก็ควรลงโทษ แต่ช่วยก็ต้องช่วย เจี้ยนจวินนั้นคือเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายของพวกเรา เสี่ยวฮุ่ย พวกพี่มาได้ยังไง พวกเราไม่มาแล้วใครจะมาล่ะ เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ เปลี่ยนรองเท้า ฟ้องร้อง อย่างเป็นทางการแล้วเหรอ วันนี้

    ถือว่าได้แจ้งให้ครอบครัวทราบอย่างเป็นทางการแล้ว งั้นในกรมตำรวจเอยกองตำรวจของพวกเขาเอย ก็ไม่สามารถพูดขอร้องแทนเขาได้เหรอ เรื่องของเขานี้ไปพูดขอร้องอะไรไม่ได้ งั้นถูกตัดสินเป็นเวลาเท่าไหร่ เธอ… เธอได้ถามหรือยัง ฟังที่ผู้กำกับหวังพูดแล้ว อย่างน้อยสุดก็ต้องกักขังชั่วคราว ประมาณสองสามเดือนมั้งคะ เวลาสองสามเดือนนั้นไม่นานมาก ออกมาแล้วก็คือนักโทษที่ถูกปล่อยตัว ต่อไปจะทำยังไงล่ะ วันทั้งวัน ก็เอาแต่พูดว่าเขาเป็นตำรวจ เขาเป็นตำรวจ ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว การเป็นตำรวจของเขาทำไมถึงไม่ช่วยเขาล่ะ เสี่ยวฮุ่ย เธอว่าเธอแต่งงานกับคนแบบนี้ เธอได้รับอะไรดี ๆ บ้างไหม ปล่อยให้เธอรับผิดชอบบ้านทั้งหลัง ทำไมเขาถึงยังดื่มเหล้าลง ชั่วชีวิตของคนเรา ไม่เห็นแก่เงิน ก็ต้องเห็นแก่อำนาจ เขามีอะไร ยังไม่ดีเท่าพี่เขยเธอเลย ใช่แล้ว ฮุ่ยฮุ่ย พี่เขยเธอได้ออกจากบัญชีดำนั่นแล้วนะ สามล้านหยวน เขาแค่เซ็นชื่อ ก็คืนแล้ว แม่คะ เรามาเยี่ยมเสี่ยวฮุ่ยนะ จะพูดถึงเขาทำไม แม่จะบอกน้องสาวเธอ ให้เขาคิดทบทวนชีวิตการแต่งงานของเขาหน่อย ฮุ่ยฮุ่ย เธอดูเธอสิ ที่พี่สาวเธอได้กินได้ใช้ กับที่เธอได้กินได้ใช้ ตอนนี้เธอ ยังแต่งงานกับคนมีประวัติต้องโทษอีก แม่คะ จะทำยังไง งั้น… งั้นต่อไปจะทำยังไง เธอคิดไว้หรือยัง เธอ… เธอยังยืนหยัดที่จะเฝ้ารอเขางั้นเหรอ เธอดูพี่เขยของเธอ…

    ไม่ต้องพูดแล้ว แม่คะ วันนี้แม่มาทำอะไร แม่มาเยี่ยมเธอไง มาเยี่ยมหนูเหรอ คำก็พี่เขยสองคำก็พี่เขย พี่เขยหนูมีความสามารถขนาดนั้น เงินสามล้านหยวนบอกให้คืนก็คืน เขาอยู่ในบัญชีดำอะไรกัน แกล้งตายอะไรล่ะ ที่หนูแต่งงานกับเฉาเจี้ยนจวินนั้นหนูเต็มใจ ต่อให้เจี้ยนจวินเขาจะมีข้อบกพร่องอีก แต่เขาก็รักเดียวใจเดียว เขาเป็นสามีที่ดี เขาเป็นพ่อที่ดี แล้วพี่หนูล่ะ พี่เขยหนูนั้นมีเงิน อยู่ข้างนอกทั้งเที่ยวโสเภณีทั้งเที่ยวผู้หญิง คนทวงหนี้ก็มาทวงถึงหน้าบ้านแล้ว พี่หนูได้รับผลประโยชน์อะไรบ้างไหม พี่คะ ที่พี่แต่งงานกับคนร่ำรวยเงินทองแบบนี้ พี่มีความสุขไหม ไม่ต้องพูดถึงเขาแล้ว หนูต้องพูด แม่ไม่ชอบเฉาเจี้ยนจวินมาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ดีแล้ว เกิดเรื่องกับเขาแล้ว แม่พอใจหรือยัง แต่แม่มองลูกสาวแม่ผิดไป หนูก็ยังคงจะชอบเฉาเจี้ยนจวิน ตอนนี้หนูจะพูดเอาไว้ตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าเขาจะอยู่ข้างในนั้นนานเท่าไหร่ก็ตาม ในอนาคตไม่ว่าชีวิตของพวกเราจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม หนูยอมรับในตัวเขา หนูชอบเขา ชั่วชีวิตของหนูนี้หนูก็จะอยู่กับเขาไปตลอด แม่คะ แม่ไม่ชอบเขาก็ไม่เป็นไร หนูไม่บังคับ แต่ต่อจากนี้ไปบ้านหลังนี้น่ะ แม่ก็ไม่ต้องมาแล้ว บ้านของแม่หนูก็จะไม่ไป ระหว่างเราต่างก็ไม่ต้องมาสนใจกัน ถึงเวลาที่หนูจะไปรับลูกแล้ว พวกแม่กลับไปเถอะ ชงชง เขายังจะไม่ให้แม่พูด แม่ทำเพื่อใครล่ะ แม่ทำเพื่อใคร แม่นั้นหวังดีกับเธอไม่ใช่เหรอ หนูไม่ต้องการ พี่พาแม่กลับบ้านเถอะ ไปเถอะค่ะ แม่

    เธอ… เธอมันเก่ง เธอ… เธอมีความสามารถ พอใจหรือยัง ฉันบอกเธอนะ เธอมีความสามารถ ชั่วชีวิตนี้ของเธอก็อย่ามาขอความช่วยเหลือจากตระกูลโจว เธอหลีกไป ฉันกลับก็ได้ ฉันกลับก็ได้ ฉันกลับก็ได้ ฉันกลับก็ได้ ผู้กำกับหวังครับ ผู้บัญชาการบอกว่าการประชุมเช้าประจำวันจันทร์ของเรา ใช้เวลาค่อนข้างนาน บอกให้คุณกลับไปก่อนครับ ท่านรู้ถึงจุดประสงค์ของคุณครับ เสียวหลี่ว์ ประชุมเช้าของทางพวกเรานั้น ประชุมเสร็จเร็ว ผมน่ะ ก็ไม่ได้มีธุระอะไร ผมนั่งรออยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน ครับ เชิญนั่งก่อนครับ เชิญนั่งครับ นั่ง เชิญครับ ครับ ขอบคุณครับ ผู้กำกับหวังครับ คุณอย่าทำแบบนี้เลย เรื่องของเฉาเจี้ยนจวินพวกเราก็ได้ยินมาหมดแล้ว ผู้บัญชาการเองก็ไม่สบายใจมากเหมือนกัน ล้วนเป็นเพราะเจี้ยนจวินไม่เอาไหน ขอบคุณนะครับ ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนแล้ว ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ คุณนั่งก่อนครับ เนื่องด้วยเอกสารในครั้งนี้ ผมคิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจกันหมดแล้ว พวกเราจะต้องออกปฏิบัติงานอย่างทั่วถึง ต่อสู้กับอาชญากรรมอย่างจริงจังให้ได้ สำหรับสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกล พวกเราก็จะต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น กับการศึกษาเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย อย่าให้ตกหล่นแม้แต่ซอกมุมใด ๆ ก็ตาม เขาบอกว่าจะต้องพบท่านให้ได้ครับ ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่กลับไป เขายังอยู่ที่นั่นตลอดเลยครับ ผู้บัญชาการซ่ง ท่านอย่าเรียกผมว่าผู้บัญชาการซ่งเลย

    ท่านคืออาจารย์ของผม ตั้งแต่ผมเป็นตำรวจมา ควรเป็นตำรวจยังไงนั้นท่านก็เป็นคนสอนผมทั้งนั้น เรื่องของเจี้ยนจวิน นอกจากเมื่อวานตอนกลางคืนที่ท่าน วิ่งไปที่บ้านผมแล้วพูดเรื่องเหล่านั้น มีคำอธิบายใหม่ ๆ อีกไหมครับ มีไหมครับ ถ้ามีท่านก็บอกผมมา ผมกำลังประชุมอยู่ ผมยังจะพูดอะไรได้อีก ลูกน้องก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ผมยังต้องแบกหน้าแก่ ๆ นี้มาพบคุณอีก ผมยังจะพูดอะไรได้อีกเหรอ เหตุผลเหรอ ผมเข้าใจทั้งหมด แต่ผมจะไม่มาก็ไม่ได้ ผมต้องทำเพื่อเจี้ยนจวิน ต่อสู้เพื่อความหวังสุดท้ายอันน้อยนิดนี้ ซ่งเอ๋อร์ เจี้ยนจวินคือรุ่นน้องคุณ คุณรู้จักเขาดีนี่ พวกเราคิดหาหนทางกันได้ไหม อย่าต้องให้เขาต้องติดคุกเลย ซ่งเอ๋อร์ อาจารย์ครับ เรื่องนี้ผมก็ยังบอกไม่ได้ เรื่องนี้ต้องดูว่าสุดท้ายแล้วกฎหมายจะว่าอย่างไร แต่ในส่วนของความผิดทางวินัยผมบอกได้เลยว่า เมาแล้วขับ คัดค้านอะไรไม่ได้แล้ว นี่ถูกกำหนดไว้ตั้งนานแล้ว เจี้ยนจวินจะต้องเข้าคุกหรือไม่นั้น ผมเองก็ไม่รู้ แต่เขาที่เป็นตำรวจนี้ ต้องไม่รอดแน่ อาจารย์ครับ แทนที่อาจารย์จะอยู่กับผมอย่างนี้ ทำไมอาจารย์ถึงไม่ควบคุมเขาให้เข้มงวดสักหน่อยครับ เรื่องนี้ ก็พูดได้เพียงเท่านี้ อาจารย์ครับ ผมรู้ ทุกคนคิดว่าเฉาเจี้ยนจวิน ต้องรับโทษอาญาสำหรับเรื่องนี้ ทุกคนล้วนมีความคิดเห็นของตัวเอง ใช่ เฉาเจี้ยนจวินเคยได้รับเกียรติคุณขั้นสองอันทรงเกียรติ เหรียญเกียรติคุณขั้นสองของเขา เป็นผมที่เป็นคนมอบให้แก่เขาเอง อย่างนั้นแล้วมันจะยังไง

    ทุกคนนั้นเท่าเทียมกันเมื่อต้องเผชิญกับกฎหมาย ดีก็ว่าดี ผิดก็ว่าไปตามผิด หากยืนกรานว่ามีอะไรที่แตกต่างกัน อย่างนั้นก็เป็นการฝ่าฝืนการบังคับใช้กฎหมาย บทลงโทษทางกฎหมายอาจจะยิ่งรุนแรงขึ้น เฉาเจี้ยนจวินฝ่าฝืนกฎหมาย กรมตำรวจนครบาลของเรา ยังมีสถานีตำรวจของพวกคุณอีก ล้วนมีการอบรมที่ไม่ดีพอ ควบคุมรับผิดชอบได้อย่างหละหลวม กรมตำรวจนครบาลได้ตัดสินใจแล้ว จะใช้พฤติกรรมของเฉาเจี้ยนจวินมาเป็นตัวอย่างเชิงลบ ให้ทุกกรมได้พัฒนาอย่างทั่วถึง จัดระเบียบกฎของตำรวจใหม่อย่างเคร่งครัด [สถานีตำรวจปาหลี่เหอ] มาแล้วเหรอ อรุณสวัสดิ์ หยางซู่ หยางซู่ มองอะไรล่ะ ไปยังจุดเกิดเหตุกัน พี่เฉิน ไปยังจุดเกิดเหตุ ต้าเหวย ไปกัน เสี่ยวเจี๋ย มาที่สำนักงาน จี้เหว่ย ต้าซู่ รอนายมาครึ่งค่อนวันแล้ว นายจะไปไหน ไป ๆ ไป เร็วเข้า ไปกับฉัน วันนี้มีหลายชุมชนที่ต้องไป บ้านของทางสามีเหล่าติงน้ำรั่ว เธอพูดเยอะมาก พูดจนน้ำไหลไฟดับมาครึ่งค่อนวันแล้ว ครับ ต้าซู่ ถ้าฉันไม่มีเรื่องอะไร นายไม่มีเรื่องอะไร กลับมาค่อยคุยกันนะ ชีจื่อ เรียกเหล่าสวีและคนอื่น ๆ ไปประชุมที่ห้องประชุม เหล่าสวี ประชุมที่ห้องประชุม มาแล้ว ทำไมกลิ่นหอมขนาดนี้นะ ให้ฉันหลับตาทาย

    หม้อเย็นช่วนช่วนใช่ไหม ทำไมฉันถึงคิดว่า ฉากนี้เหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อนนะ หยางซู่ล่ะ หมดอาลัยอยู่ในห้องเหรอ ฉันจะไปคุยกับเขาสักหน่อย พี่ต้าเหวย ทำไมพี่ถึงไม่รู้จัก ให้พื้นที่ส่วนตัวกับคนอื่นบ้าง เธอจะไปรู้อะไร นายก็ฟังเจียเจียเถอะ นายต้องให้เขาได้อยู่กับตัวเอง ดี ขอบใจ เป็นยังไงบ้าง รสชาติไม่เลวเลยใช่ไหม อร่อย อร่อย นึกไม่ถึงเลยว่า คุณบอกว่าจะพาผมไปทานหัวหมู ก็ได้ทานแล้วจริง ๆ พูดแล้วก็ต้องทำตามที่พูดสิ คิดได้แล้วก็ต้องทำ มา คุณมองผมทำไม ไม่ดื่มสักหน่อยจริง ๆ เหรอ ผมดื่มชา เวลาที่เลิกงานแล้วยังเข้มงวดกับตัวเองถึงขนาดนี้เลยเหรอ สถานีของเราน่ะมีคนที่มีทักษะในการปฏิบัติงานระดับสูงอยู่คนหนึ่ง ก็กลายเป็นคนขี้เหล้าไปแล้ว เมาแล้วขับ ไม่เพียงแต่ต้องถอดเครื่องแบบตำรวจ เขายังต้องเข้าคุก เขาไม่ได้เมาแล้วขับจริง ๆ เขาคนนี้ ด้วยเรื่องนี้ของเขา ความดีก่อนหน้ามันคนละเรื่องกับครั้งนี้ ทุกอย่างถูกลบล้างไปจนหมด พร้อม ๆ กัน คุณเข้าใจไหม ชีวิตของคนเรานั้นไม่เที่ยง ใช่ครับ ชีวิตของคนเรานั้นไม่เที่ยง โรงพยาบาลก็ยิ่งเป็นแบบนี้ แต่ละวันก็เกิดแก่เจ็บตาย ดังนั้นก็ต้องยอมรับมัน ผมก็แค่คิดว่า เขาเป็นนายตำรวจที่ดีมากคนหนึ่ง ทั้งยังเพิ่งได้เลื่อนขั้น

    ทำไมถึง… ถึง… ถึง… ถึง… ถึง… ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้สินะ นี่ไม่ใช่ชีวิต นี่คือเรื่องของนิสัย ใช่แล้ว ๆ นี่คือเรื่องนิสัย ผมจะบอกคุณให้นะ ตอนนั้นผมยังคุยกับเฉาเจี้ยนจวินคนนี้อยู่เลย ก็คือนายตำรวจที่เกิดเรื่องขึ้นคนนั้น ผมบอกกับเขามาโดยตลอด ผมบอกว่าเฉาเจี้ยนจวิน คุณต้องเปลี่ยนนิสัยนี้ได้แล้วนะ คุณต้องเปลี่ยน หากคุณไม่เปลี่ยน ไม่ช้าก็เร็วต้องมีสักวันที่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นกับคุณ คุณดูสิ พูดเอาไว้ไม่มีผิด สิบกว่าปีแล้ว ก็ยังไม่เปลี่ยน นิสัยนี้หากเปลี่ยนได้ ชีวิตนี้ก็เปลี่ยนแปลงได้ แต่ชีวิตนี้หากเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะไม่มีชีวิตจนเกิดเรื่องนี้แล้ว สหายเก่า ผมชอบคุยกับคุณนะ คำพูดนี้คุณพูดได้ลึกซึ้งมาก พอแล้ว ไม่ง่ายเลยที่พวกเราสองคนจะมาทานอาหารด้วยกันได้ อย่าพูดเรื่องที่ทำให้เสียขวัญอย่างนั้นสิ พูดเรื่องที่สุขใจหน่อย ผมไม่มีเรื่องอะไรที่น่าสุขใจเลยจริง ๆ ผมก็ไม่รู้จะพูดคุยกับใครดี งั้นคุณพูด คุณพูดมาเถอะ ผมรับฟังเอง คุณฟัง ผมพูด ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าผมเคยพูดกับคุณแล้วเหรอ สถานีตำรวจของเรา มีคนหนุ่มสาวมาสี่คนใช่ไหมล่ะ มีคนหนึ่งที่โดดเด่น จบมาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เขาก็อยู่กับเฉาเจี้ยนจวินคนนั้น ก็คือตำรวจคนที่เกิดเรื่องขึ้นคนนั้น เกิดเรื่องขึ้นกับอาจารย์ ในกรมตำรวจนครบาลนี้ จู่ ๆ ก็สอบสวนเรื่องสำคัญอะไรก็ไม่รู้

    ต้องการแค่บทความหนึ่ง คนที่ต้องการคนก็เข้ามาที่สถานีแล้ว ยังจะถามผมอีกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย งั้นคุณเห็นด้วยไหม ผมจะ… ในกรมตำรวจนครบาลน่ะ ผิวเผินเขาพูดได้อย่างน่าฟัง ความจริงผมรู้ว่าหมายความว่ายังไง เขาก็แค่เป็นห่วงคนที่เขารักนี่ รอต่อไปที่สถานีตำรวจของผม เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกนิดหน่อย คุณดูวิตกกังวลเล็กน้อยนะ คิดมากเกินไปหรือเปล่าครับ ผมก็วิตกกังวลน่ะแหละ สหายเก่า คุณช่วยให้คำแนะนำผมหน่อย คุณว่าผมจะเห็นด้วย หรือว่าขัดคำสั่ง คุณขัดคำสั่งได้เหรอ เรื่องการขัดคำสั่งนั้น ผมพูดได้ไม่เต็มปาก แต่ว่า ผู้บัญชาการน่ะ เมื่อก่อนคือลูกศิษย์ผม ผมสามารถไปรบกวนเขาได้ สหายเก่า เรื่องของกรมตำรวจนครบาลของคุณ เรื่องของสถานีของคุณ ปกติคุณก็เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา ไม่กล้าให้คำปรึกษาคุณหรอก ผมเพียงพูดถึงความรู้สึกของผมให้ฟังได้เท่านั้น เมื่อครู่พวกเราพูดถึงเรื่องการเกิดแก่เจ็บตาย ชีวิตคนเรานั้นไม่เที่ยง พบเห็นมาเยอะก็ค่อย ๆ เข้าใจเพิ่มขึ้นทีละน้อย ๆ นั่นก็คือ ตอนที่ทำได้ ก็พยายามให้ดีที่สุด ตอนที่ทำไม่ได้ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทำได้ ทำไม่ได้ ผู้กำกับ มีเรื่องค่ะ ผู้กำกับ ผู้กำกับครับ อาจารย์ ผู้กำกับ ต้องประชุมแล้วครับ วันนี้หารือเรื่องอะไร นั่ง นั่ง นั่ง

    ขออนุญาตครับ ผู้กำกับ สารวัตรเกา สารวัตรเฉิง อาจารย์ หยางซู่มาแล้ว หยางซู่ เรื่องนั้นฉันต้องประกาศ เป็นข่าวดีมาก ๆ เลยนะ กรมเมืองของเรานั้น ต้องการขยายรายการออกไป การสำรวจและวิจัยพิเศษที่สำคัญนี้ จากสถานีตำรวจแต่ละที่นั้น เลือกคนที่มีความสามารถ โดยให้แต่ละสถานีตำรวจเป็นคนแนะนำ ส่วนสถานีตำรวจของเรา เป็นกรมตำรวจนครบาลเจาะจงชื่อของหยางซู่โดยตรง บอกว่าหยางซู่มีความรู้พื้นฐานทางกฎหมาย ทักษะภาษาก็ดี ระหว่างการฝึกงาน ผลงานก็โดดเด่น อย่างนั้น กรมตำรวจนครบาลยัง สอบถามความเห็นพวกเราโดยเฉพาะ ว่าสามารถโยกย้ายหยางซู่ไปได้หรือไม่ ผมจึงคิด นี่เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่ดีนี่ ถูกไหม ประการแรกคือ เป็นการพิสูจน์ว่า หยางซู่เป็นคนที่มีความสามารถ เป็นคนเก่งที่ไปถึงไหนก็มีแต่คนแย่ง ประการที่สองคือ สถานีตำรวจปาหลี่เหอของพวกเรา จะต้องส่งเสริมการทำเพื่อส่วนรวมสิ ถูกไหม หยางซู่ นายเอาอย่างนี้ นายรีบดำเนินการขั้นตอนการส่งมอบตัว จากนั้นก็ไปรายงานตัวที่กรมตำรวจนครบาลเถอะ เป็นเรื่องที่ดี เอ่อแล้ว อาจารย์ สารวัตรเฉิง พวกคุณสองคนช่วยเหลือหยางซู่หน่อย ทำขั้นตอนนั้นให้เสร็จ ทำเสร็จแล้วจากนั้นก็จัดเตรียมรถ ส่งเขาไปที่กรมตำรวจนครบาล เลิกประชุม ได้ยินหรือยัง ดอกเตอร์หยางซู่ถูกโยกย้ายไปที่กรมตำรวจนครบาล เลือกในช่วงเวลานี้เนี่ยนะ

    เฉาเจี้ยนจวินเพิ่งจะเกิดเรื่อง ผมคิดว่า กรมตำรวจนครบาลไม่วางใจสถานีตำรวจของเรา คุณอย่าพูด ผมยิ่งอยู่ยิ่งชอบเด็กนั่นแล้ว ค่อนข้างใสซื่อ เด็กคนนี้ดีจริง ใช่ ออกมาพูดกันเถอะ นายอยากพูดเรื่องของหยางซู่ใช่ไหม เธอก็ได้ยินมาเหมือนกันเหรอ ฉันไม่เพียงแต่ได้ยิน ฉันยังยืนยันกับอาจารย์ของฉันด้วย นี่พวกเขาจะทำอะไร บอกว่ากรมตำรวจนครบาลเป็นคนเลือกเจาะจงยืมคน อย่างนั้นต้าซู่ล่ะ ฉันกลับมาก็ไม่เห็นเขา ฉันได้ยินข่าวนี้ก็ไม่เห็นเขาแล้ว เมื่อตอนบ่ายฉันยังถามว่าหยางซู่อยู่ไหน ในวีแชตกลุ่มอยู่เลย พวกนายไม่มีใครตอบฉันสักคน ฉันจะรู้เหรอว่าเธอต้องการทำอะไร ฉันคิดว่าต้าเหวยก็คิดแบบนี้เช่นกัน เขาออกไปปฏิบัติงานกับอาจารย์ของเขาแล้ว ฉันคิดว่าคงยังไม่เห็นข้อความเหมือนกัน แล้วจะทำอย่างไรดีทีนี้ จะทำอะไรได้ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดี คืนนี้กลับไป พวกเราจัดเลี้ยงส่งให้หยางซู่กันอย่างมีความสุข อย่างนั้นเธอบอกต้าเหวยในกลุ่มหน่อย บอกเขาว่าออกไปปฏิบัติงานเสร็จแล้วให้รีบกลับมา ได้ ไปกันเถอะ บอกจะไปก็ไปเลย พี่ต้าเหวย ทำไมซื้อของเยอะแยะอย่างนี้ ก็รับคำสั่งจากเซี่ยเจี๋ยกับเจ้าจี้เหว่ยนะสิ บอกว่าให้ซื้อผักหน่อย ตอนเย็นทานหม้อไฟกัน เลี้ยงส่งหยางซู่ เลี้ยงส่งให้พี่หยางซู่ เขาจากไปแล้วนี่คะ ไปแล้ว ตอนบ่ายเขากลับมาเก็บข้าวของที่ห้อง จากนั้นก็ลากกระเป๋าแล้วบอกหนูว่า เขาจะไปทำงานที่กรมตำรวจนครบาลชั่วคราว ไป ๆ กลับ ๆ ไม่สะดวก หนูนึกว่าพวกพี่ ๆ รู้แล้วเสียอีก

    เซี่ยเจี๋ย ต้าเหวย จี้เหว่ย ฉันไปที่กรมตำรวจนครบาลก่อนนะ ฉันอยากไปทำความคุ้นเคย กับสภาพแวดล้อมใหม่ที่ทำงานใหม่แต่เนิ่น ๆ วันนี้ไม่อยู่ร่วมทานข้าวกับพวกนายแล้ว แล้วฉันจะกลับมาบ่อย ๆ หยางซู่คนนี้นี่ ไปไม่ลาสักคำ บอกหน่อยก็ไม่ได้ ฉันถึงว่า ทำไมในกลุ่มแชตเขาดูเงียบ ๆ เขาแอบไปอย่างเงียบ ๆ บางทีอาจต้องการหลบหน้า แม่ ทานอะไรบนเครื่องหรือยังคะ ทานขนมปังไปหนึ่งชิ้นจ้ะ ต้าหลี่สนุกไหมคะ ไม่สนุก แม่รู้สึกสนุกมาโดยตลอดไม่ใช่เหรอคะ แม่พูดตั้งแต่เมื่อไหร่ โอเค ๆ โอเคค่ะ กลับมาแล้ว ไม่พูดถึงแล้ว กลับมาก็ไม่สนุก ลูกทำงานทั้งวันยุ่งขนาดนั้น ก็ไม่มีเวลามาอยู่เป็นเพื่อนแม่ แม่คะ สถานีตำรวจ ทำไมถึงไม่ส่งรถสักคันมารับแม่ล่ะ พวกเรามีรถเอง ทำไมต้องรบกวนสถานีตำรวจด้วย รถจอดอยู่ที่ลานจอดรถค่ะ พวกเราไปกันเถอะ แม่ นอนแล้วเหรอคะ แม่ขอนอนแป๊บหนึ่งก่อน ฮัลโหล คุณป้าคะ คือแม่ของหนูกลับมาอารมณ์ก็ไม่ค่อยดี เธออยู่ทางนั้นเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ เสี่ยวเจี๋ย เป็นลุงเหลียงของเธอ ป้าคิดว่าเรื่องของพวกเขาคลอนแคลนแล้ว ทำไมคะ เหมือนลุงเหลียงของเธอจะมีคนอื่นแล้ว แบบนี้เหรอคะ [นี่โทษคนอื่นไม่ได้]

    ตอนแรกที่ป้าเห็นคนเขาก็มีความกระตือรือร้นดี แม่ของหนูเอาแต่เล่นตัว [ต่อมาลุงเหลียงของเธอก็ไปหาคนอื่น] สะสางงานทางนี้เสร็จล่วงหน้าแล้วก็กลับไป ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณป้า หนูทราบแล้วค่ะ เสี่ยวเจี๋ย ลุงเหลียง เสี่ยวเจี๋ย หนูมาได้ยังไง มา ๆ พวกเราไปหาที่ร่ม ๆ คุยกัน ตรงนี้ร้อน เมื่อวานหนูเพิ่งจะรับแม่ของหนู กลับมาจากต้าหลี่ แม่ของหนูนี้ไปต้าหลี่ครั้งนี้ โชคดีที่มีลุงเหลียงคอยดูแล หนูจึงตั้งใจมาขอบคุณลุงเหลียงโดยเฉพาะ แม่ของหนูกลับมาแล้วเหรอ เธอบอกจะไปใช้ชีวิตช่วงฤดูหนาวที่นั่นไม่ใช่เหรอ เดิมทีมีแผนการนี้อยู่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ ก็ร้องจะกลับมา หนูก็เหมือนกันค่ะหลังจากที่คุณแม่กลับมาแล้ว ถึงได้รู้ว่าลุงเหลียงก็กลับมาด้วย ลุงเหลียงคะ ท่านกับคุณป้าคนนั้นที่เพิ่งเจอกัน ความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้างคะ ก็เป็นคนอื่นเพิ่งแนะนำมาเหมือนกัน ลุงเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ หนูจะกล่าวอย่างเห็นแก่ตัวนะคะ แม่ของหนูอยู่บนโลกใบนี้ หาคนที่เหมาะสมกว่าท่านไม่ได้อีกแล้ว หากว่าพลาดไป ไม่ใช่ท่านที่ต้องเสียใจภายหลัง แต่เป็นแม่ที่ต้องเสียใจภายหลัง ลุงรู้ แม่ของหนู ถึงแม้จะปฏิเสธลุง แต่ความจริงแล้วก็ยังคงมีความรู้สึกดี ลุงเองก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ เริ่มแรกน่ะ ลุงอยากขอบคุณความดีที่พ่อของหนูมีต่อลุง แต่ว่าต่อมา เป็นเพราะรักเอ็นดูแม่ของหนู ลำบากหนูแล้วนะ เสี่ยวเจี๋ย หากว่าแม่ของหนูเต็มใจ ลุงก็ยินดี

    เพียงแต่ หนูเข้าใจค่ะ ลุงเหลียง หนูจะรีบให้แม่ตอบตกลงลุงเหลียงค่ะ ดี ๆ ดี แม่ แม่เพิ่งกลับมา ทานผลไม้หน่อยค่ะ ที่นี่ของพวกเราใหญ่สู้ต้าหลี่ไม่ได้ แม้แต่รายการที่อยากดูก็ไม่มี อย่างนั้นพวกเราก็ไม่ดู ลูกจะทำอะไร แม่คะ แม่ไปตั้งนานขนาดนี้ หนูคิดถึงแม่แล้วค่ะ วันนี้เราไม่ดูทีวีกัน มาคุยกันดีกว่า นี่ลูกจะคุยกับแม่เรื่องคนแซ่เหลียงใช่ไหม แม่คะ ลุงเหลียงเป็นคนดีมากนะคะ ทำไมต้องเรียกคนอื่นว่าคนแซ่เหลียงด้วยล่ะคะ เขาดีมากเหรอ เสี่ยวเจี๋ย ลูกรังเกียจแม่มากเลยใช่ไหม อยากจะให้แม่รีบแต่งออกไปเร็ว ๆ ไม่ใช่ค่ะแม่ แม่ไตร่ตรองทุกอย่างเพื่อลูก คอยปกป้องหนู แม่เสียสละให้หนูทุกอย่าง แต่ผลสุดท้าย หนูไม่ย้ายออกไป ก็จับคู่ให้แม่กับคนที่แซ่เหลียงคนนั้น ลูกว่า ลูกไม่ได้อยากจะสลัดแม่ที่เป็นภาระคนนี้ทิ้งเหรอ แม่คิดไปถึงไหนคะนี่ พวกเราสองคนอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขคู่กันมาหลายปี หนูจะสลัดแม่ทิ้งได้ไง แม่คะ หนูแค่กลัวว่าแม่จะโดดเดี่ยว แต่แม่ก็โดดเดี่ยวมาหลายปีแล้วนี่ อีกอย่าง แม่ก็ยังมีหนูไม่ใช่เหรอ แม่คะ ตอนนี้หนูทำงานมีแต่จะยุ่งมากขึ้นทุกวัน อีกอย่างหนูก็อายุยี่สิบสองแล้ว ลูกสาวเติบโตแล้วรั้งไม่อยู่จริง ๆ แม่รู้ว่าหนูอายุยี่สิบสองแล้ว นี่ลูกอยากจะบอกว่า ลูกอยากแต่งงาน ลูกอยากจะมีแฟน ใช่ไหม

    หนูแค่อยากจะบอกว่า หนูก็อยากจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง อะไรคืออยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง ลูกใช้ชีวิตอยู่กับแม่ ไม่ใช่การมีชีวิตเป็นของตัวเองเหรอ ลูกว่าทำไมชีวิตแม่ถึงได้ขมขื่นเช่นนี้ พ่อของลูกทิ้งแม่ไปไม่สนใจ ตอนนี้แม้แต่ลูกก็อยากทิ้งแม่ไปไม่ไยดีอีก แม่มีชีวิตอยู่ต่อไปจะมีความหมายอะไร