EP.29 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 29] [ไม่ทันตั้งตัว] แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่อะไรแม่ อยู่นี่น่ะ แม่ครับ แม่ครับ ไม่เห็นหรือว่าพวกเรากำลังเต้นรำอยู่ ลูกตะโกนเรียกซะไม่อยู่ในจังหวะเลย ลูกดูสิแม่เต้นมั่วหมดแล้ว แบบนี้ครับ แม่ แม่ ให้อยู่ในจังหวะสิ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่กำลังทำงานวิศวกรรมด้านดินหินอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมตอนนี้ถึงได้เหมือนว่าปลดเกษียณแล้วอย่างนั้นล่ะครับ ไม่ต้องพูดถึงแล้ว แม่จะบอกกับลูกนะ เสี่ยวฟางที่แม่ฝึกงานให้กับเขาคนนั้น เก่งมาก ๆ เลย พอพ่อของลูกป่วย แม่ก็เอากิจการให้เขาดูแลเลย เยี่ยม แต่พอแม่มารับช่วงต่อใหม่อีกครั้ง เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ทำได้ดีกว่าแม่ซะอีก การเจียระไนของแม่นี้ ปลื้มมาก แม่แบ่งหุ้นให้เขาสามสิบเปอร์เซ็นต์ แม่เอากิจการให้เขาดูแล ตอนนี้แม่ก็แค่ฟังรายงาน เที่ยวเล่นไปวัน ๆ แม่ก็หาเงินได้แล้ว งั้นก็พอดีเลยครับ แม่ดูสิครับวันนี้อากาศดีมาก แม่ก็พักพอดี ผมก็ได้พักพอดี ผมพาแม่ไปเที่ยวบ้านไร่รอบชานเมืองนะครับ โอเค เที่ยวอะไรกัน ไม่เห็นเหรอว่าพวกเรากำลังเต้นรำอยู่น่ะ
ที่สำคัญก็คืออีกสักพัก พวกเรายังจะต้องไปเล่นไพ่นกกระจอกที่ห้องหมากรุกน่ะ ยังเล่นไพ่นกกระจอกอีกเหรอครับ แม่ครับ นี่แม่เหลวแหลกได้เร็วมากเลยนะครับ นี่ก็สแควร์แดนซ์ นั่นก็ไพ่นกกระจอกอีก แม่เรียนรู้มาจากพ่อผมใช่ไหมครับ ใช่ไง แม่รู้สึกว่าการใช้ชีวิตแบบพ่อของลูกนั้นมันดีมากเลย พอแล้วครับ ไม่ว่ายังไงวันนี้ผมขอยืมตัวแม่หนึ่งวัน มีภารกิจครับ ทำอะไรน่ะ ภารกิจอะไร จะบอกแม่ระหว่างทางนะครับ ไม่ได้ ๆ ชุดของแม่ แม่… แม่จะไปในสภาพแบบนี้ไม่ได้ แม่ครับ แม่ดูวิวนี่สิครับสวยมากเลย อากาศก็สดชื่นมาก แม่น้ำสายนี้ ในช่วงฤดูร้อนยังสามารถตกปลาได้อีกนะครับ ดูสิครับสองข้างทางก็เป็นบ้านไร่ทั้งหมดเลย อีกสักพักพวกเราหาสักหลังหนึ่ง เชือดไก่สักตัว แล้วเอามันตุ๋นหม้อใหญ่เลย หยุด ไม่ต้องมาพูดนั่นพูดนี่ ว่ามาสิ อยากให้แม่ทำอะไรล่ะ ไม่มีอะไรปิดบังสายตาอันแหลมคมของแม่ได้เลย อย่ามาประจบประแจง รีบพูดมาเถอะ คือแบบนี้ครับ อีกสักพักพวกเราจะเจอกับ เซี่ยเจี๋ยตำรวจหญิงในกองพวกผม และก็แม่ของเธอ ภารกิจของแม่ ก็คือ หาวิธีทำความรู้จักและเป็นเพื่อนกับแม่ของเธอ จากนั้นก็พยายามโน้มน้าวเธอ ให้เธอโฟกัสกับชีวิตของเธอเอง อย่าคอยเอาแต่ผูกมัดเซี่ยเจี๋ย บอกมา ลูกกับเธอเป็นอะไรกันน่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกันครับ แม่ครับ ทำไมแม่ถึงแล้งน้ำใจขนาดนี้ ทำไมถึงหยาบคายแบบนี้ล่ะครับ พวกเราเป็นแค่เพื่อนตำรวจธรรมดา แม่เองก็ไม่ใช่ไม่รู้จักนิสัยของผม
เห็นใครเดือดร้อน ก็ต้องช่วยเหลือ ลูกชอบเธอเหรอ ถ้าหากว่าผมชอบแม่ก็จะช่วยเหรอครับ แน่นอนสิ งั้นแม่คิดมากไปแล้วครับ พวกเราก็คือ เพื่อนตำรวจธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไรจะธรรมดากว่านี้อีกแล้ว เป็นแค่เพื่อนตำรวจธรรมดา นี่ขับรถยังไงน่ะ ย้อนศรแล้ว รู้บ้างไหม เซี่ยเจี๋ย หลี่ต้าเหวย นี่คนกันเองปะทันกันเองเสียแล้ว คุณป้าคะ คุณป้าก็อยู่ด้วยเหรอครับ แม่คะ คุณป้าครับ คุณป้ามาเที่ยวเป็นเพื่อนเซี่ยเจี๋ยเหรอครับ พอดีเลย แม่ของผมก็มากับผมด้วย แม่ครับ ผมแนะนำให้แม่รู้จักหน่อยนะครับ ท่านนี้ก็คือเซี่ยเจี๋ย เพื่อนตำรวจที่เข้าเป็นตำรวจพร้อมกับผม คือคนที่ผมคอยพูดให้แม่ฟังตอนอยู่บ้านน่ะครับ ใช่ ๆ ใช่ ท่านนี้คือแม่ของเธอ คุณป้าครับ นี่คือแม่ของผมครับ น้องสาว ถ้าหากไม่ใช่ต้าเหวยของเราแนะนำละก็ ฉันแยกไม่ออกจริง ๆ นะคะ ฉันนึกว่าพวกคุณเป็นพี่น้องกันซะอีก สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ คุณป้า หลี่ต้าเหวยเล่าเรื่องของคุณป้าที่สถานีทั้งวันเลยค่ะ ในใจของเขาคุณป้าก็คือวีรสตรีท่านหนึ่ง พวกเราล้วนชื่นชมคุณป้ามากเลยค่ะ ปากของต้าเหวยน่ะ ก็พูดมากแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเหมือนใคร แม่ครับ แม่กับเซี่ยเจี๋ย จะต้องเป็นวีรบุรุษที่มักมีความคิดคล้ายกันแน่ ๆ
เซี่ยเจี๋ยอยู่ที่สถานีก็มักจะว่าผมแบบนี้อยู่บ่อย ๆ คุณป้าครับ เซี่ยเจี๋ยก็พูดแบบนี้ต่อหน้าคุณป้าด้วยหรือเปล่าครับ เซี่ยเจี๋ยของเราถูกอบรมเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวด เวลาอยู่บ้านก็ไม่เคยพูดไร้สาระมาก่อน แม่คะ หลี่ต้าเหวยเอ๋ย ลูกไม่ใช่แค่พูดมาก ยังชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นมากอีกด้วย ลูกว่าลูกไม่มีธุระอะไร แล้วจะไปแหย่คนที่มีการอบรมเลี้ยงดูที่ดีขนาดนี้ทำไมล่ะ บ้านไร่นั่น บ้านไร่ที่ลูกบอกนั้นอยู่ที่ไหนล่ะ พวกเราไปกันเถอะ แม่ครับ แม่ครับ แม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมหน่อยได้ไหมครับ เซี่ยเจี๋ยคือเพื่อนร่วมงานของผม แม่นึกว่าหญิงแก่คนนั้นเป็นแม่ยายของลูกซะอีก หญิงแก่แบบนั้นแม่เจอมาเยอะแล้ว ให้เกียรติไม่ได้ พอให้เกียรติแล้ว ก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองนามสกุลอะไร ขึ้นรถ ไป เสี่ยวเจี๋ย ขึ้นรถ แม่คะ นี่แม่ทำอะไรคะ คนอื่นเขาทักทายแม่ด้วยรอยยิ้ม แม่ทำแบบนี้มันทำให้คนอื่นเขาอึดอัดไม่ใช่เหรอคะ แม่ของลูกยังไม่รู้จักการใช้ชีวิตแบบดูสีหน้าคนอื่นอีกเหรอ คนอะไรน่ะ หยาบคายมาก ขึ้นรถ เราไปกันเถอะ ขึ้นรถสิ หญิงแก่นั่นมีอะไรให้น่าช่วยล่ะ ไม่มีทางรักษาหญิงแก่คนนั้นได้หรอก ครับ ก็เป็นเพราะไม่มีวิธีรักษา ถึงได้ให้แม่ออกโรงไงครับ แม่ลองคิดถึงเซี่ยเจี๋ยสิครับ ที่เจอกับแม่แบบนี้ เธอน่าสงสารแค่ไหน สงสาร สงสาร เซี่ยเจี๋ยน่าสงสาร ลูก… ลูกกับเธอเป็นอะไรกันล่ะ แล้วก็เกี่ยวอะไรกับแม่ด้วย นี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแม่ครับ
แต่มันเกี่ยวกับผมจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ครับ ผมหมายความว่า ผมกับเซี่ยเจี๋ยเข้ากองตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนมากในเวลาทำงานก็เป็นคู่หูกัน แม่ของเธอชอบโวยวายแบบนี้ อย่างนี้ก็กระทบการทำงานของเธอ และกระทบการทำงานของผมด้วยไม่ใช่เหรอครับ แม่ครับ แม่ก็ยอมช่วยเธอสักครั้งเถอะนะครับ แม่ก็ถือว่าช่วยลูกชาย สร้างสัมพันธ์ที่ดีในสถานีตำรวจ ว่ามาซิ วันนี้ลูกมีแผนอะไร ไม่มีแผนอะไรแล้วครับ ไม่กล้าวางแผน ไม่มีแผน… ลูกไม่มีแผนงั้นเหรอ ลูกขับรถมาตั้งไกลเพื่อไปหาแม่ที่ลานกิจกรรม เสร็จแล้วก็ลากแม่มาซะไกลขนาดนี้ ลูกยังบอกว่าไม่มีแผนอีกเหรอ แผนอะไร ผมพูดกับแม่ตรง ๆ เลยนะครับ คือว่า จริง ๆ แล้วผมกับเซี่ยเจี๋ยได้ปรึกษากัน อยากให้แม่ทั้งสองคน รู้จักกันด้วยวิธีนี้ หลังจากนั้น ก็หวังว่าแม่จะเป็นเพื่อนกับเธอได้ ด้วยลักษณะนิสัยที่ร่าเริงของแม่ เฉลียวฉลาดใจกว้าง อย่างน้อยมันจะสามารถส่งผลต่อเธอได้บ้าง เรื่องนี้น่ะ ก็จริงอยู่ที่พวกผมไม่ได้คิดให้รอบคอบ พวกผม… พวกผม… คราว… คราวหน้าไม่เป็นแบบนี้แล้วครับ หยุดรถ เลี้ยวรถกลับไป แม่ครับ แม่ดูสิครับบรรยากาศวันนี้ไม่ค่อยดีแล้ว ผู้คนเป็นคนสร้างบรรยากาศ กลับรถ กลับไป จริงเหรอครับ จริงสิ แม่คะ เรื่องวันนี้แม่ทำไม่ถูกนะคะ
คนอื่นเขาเป็นกันเองกับแม่ขนาดนั้น แม่ลองดูสีหน้าของแม่ดูสิคะ เป็นกันเองงั้นเหรอ ใครเป็นกันเองกับแม่ แม่ก็ต้องเป็นกันเองกลับงั้นเหรอ พวกนักต้มตุ๋นที่ขายอาหารเสริมเหล่านั้น ยังเป็นกันเองกว่าเธออีก พอเห็นหน้าแม่หนึ่งคำก็พี่สาว สองคำก็แม่ ลูกดูสิว่าแม่สนใจพวกเขาไหม สุดท้ายเป็นยังไง เพื่อนบ้านของเรา มีบ้านไหนบ้างที่ไม่กองไปด้วยอาหารเสริมน่ะ แล้วลูกมาดูบ้านของเรา ลูกเจอมันสักขวดไหม พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ แม่ แม่คะ พวกเขาตามมาแล้วค่ะ ใครน่ะ พวกเขาจะทำอะไรน่ะ พวกเขาจะทำอะไรน่ะ ขับเร็วหน่อย สะบัดพวกเขาทิ้ง ลูกขับเร็วหน่อยสิ เสี่ยวเจี๋ย ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ค่ะ ลูกทำอะไรน่ะ ลูกอย่าจอดรถนะ น้องสาว ลูกชายฉันได้หาบ้านไร่ด้านหน้าไว้ที่หนึ่ง บอกให้เราสองครอบครัวทานข้าวด้วยกันมื้อหนึ่ง อยู่ด้านหน้านี่เอง เดินสองสามก้าวก็ถึงแล้ว ลงจากรถเถอะ ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเราไม่ทานข้าวนอกบ้าน ไม่สะอาด ไม่สะอาด กินแล้วไม่ป่วย มา ลงมาเถอะ คุณทำอะไรน่ะ ลงมา ลงมา ลงมา ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้น่ะ ลงมา ลงมา ลงมา
ไม่เป็นไร มา ๆ มา ลงมา ลงมา บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิ คุณไป ลงมาเถอะ ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฟังแบบนี้นะ คุณรอเดี๋ยว รอเดี๋ยว ฉัน… ให้ฉันช่วยถือนะ ฉันช่วยถือเอง ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้น่ะ ฉันถือเอง ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร คุณดูสิ เสี่ยวเจี๋ย ลูกดูเขานะ ลูกดูเขานะ ผิวเนียนดูอ่อนเยาว์ ดูแม่ของลูก ผิวหยาบหนังหนา ฉันบอกกับคุณนะ เดิมทีลูกชายฉันกับลูกสาวคุณก็ไม่ได้รู้จักกัน พอเป็นตำรวจ ก็รู้จักกันเลย งั้นเราสองคนก็ได้รู้จักกันแล้ว – นี่ก็คือพรหมลิขิตไม่ใช่เหรอ – เสี่ยวเจี๋ย ลูก อยู่ไหนนะ อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นครับ ใกล้จะถึงแล้ว ฉันถือเอง อย่า ๆ ไป ๆ ไป ไปกันเถอะ บีบฉันจนเจ็บหมดแล้ว งั้นเหรอคะ งั้นเหรอคะ งั้นคุณก็ไม่ต้องดิ้น คุณไม่ดิ้นก็ไม่เจ็บแล้ว คุณดูคุณกับลูกสาวคุณสิ คุณสองคนก็เหมือนรูปปั้นหยกคู่หนึ่ง
พอแขวนไว้บนผนังก็คือภาพวาด วางไว้ในตู้โชว์นั่นก็คือนางแบบ แต่ว่าในการใช้ชีวิตคุณก็ต้องหยาบ ๆ บ้าง ถ้าคุณไม่หยาบ คนอื่นก็จะรังแกคุณได้ ตอนนี้รู้จักกับพวกเราแล้ว รู้จักฉัน รู้จักลูกชายฉันแล้ว มีเรื่องอะไรก็มาหาฉัน ไม่มีปัญหา ไป ๆ ไป รีบเดิน ถึงแล้ว ถึงแล้ว ไป ๆ ไป แม่ของนายสุดยอดมาก – วีรสตรีไง – ฉันถือเอง ฉันถือเอง นับถือ แม่ครับ ลำบากแม่แล้ว ลำบากแม่แล้วครับ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว อึดอัดมากจริง ๆ แม่ครับ วันนี้แม่ทำได้อันนี้… อันนี้อันนั้นอะไรกัน แม่ทำไปก็เพื่อลูก ครับ ๆ ครับ สาปแช่งแม่ของเธอ แม่ของเธอ อย่าพูดครับ อย่าพูดครับ อย่าพูดครับ ทั้งที่แม่เธอเป็นแบบนี้ แม่นี่… ลูกแน่ใจเหรอว่าจะช่วยหนูเซี่ยเจี๋ยคนนี้น่ะ ทั้งที่แม่เธอเป็นแบบนี้ ลูกก็จะช่วยงั้นเหรอ แม่ครับ ผมแน่ใจครับ งั้นก็ได้
หายโมโหนะครับ งั้นแม่น่ะ แม่จะต้องคิดหาวิธี ให้แม่ของเธอรีบแต่งงาน จะได้ไม่ต้องมาทำลายแม่หนูน้อยคนนั้นอยู่ที่บ้าน แม่ครับ แม่ใจเย็น ๆ นะครับ เซี่ยเจี๋ยกตัญญูมากนะครับ ถ้าหากแม่ทำให้แม่เธอโกรธละก็ จากนั้นเซี่ยเจี๋ยก็จะไม่ชอบหน้าผมอีก ลูกวางใจได้ แม่ของลูกอยู่ในแวดวงการค้ามาตั้งหลายปี มีคนแบบไหนบ้างที่แม่ไม่เคยเจอ ใช่ไหม ลูกทำอาหารเย็นนะ แม่จะต้องจัดทำแบบแผนสักหนึ่งอย่าง เรื่องนี้ยังจะต้องมีแผนอะไรอีกเหรอครับ แน่นอนสิ แม่จะต้องทำตัวชี้วัดความสำเร็จขึ้นมาสักหนึ่งอัน อะไรนะครับ มีอะไรเหรอ พ่อหนุ่มหล่อ แค่นี้ก็ไม่เข้าใจเหรอ ตอนนี้ลูกเป็นถึงตำรวจของประชาชน ลูกจะต้องเรียนรู้ให้ดี ๆ นะ ไม่อย่างนั้นลูกจะตามคนอื่นไม่ทัน เราไม่ต้องทำให้มันใหญ่โตขนาดนั้นหรอกครับ วางใจเถอะ พ่อหนุ่มหล่อ ไม่เกินหนึ่งเดือน แม่ก็จะคืนหญิงแก่ที่ปกติธรรมดาทั่วไป ให้กับลูกคนหนึ่ง เปลี่ยนเป็น ไม่เกินหนึ่งเดือน แม่จะคืนคุณยายแก่ที่ปกติธรรมดาทั่วไปให้กับลูกคนหนึ่ง นี่มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ล้วนเป็นผู้หญิงทั้งนั้น ก็ใช่ไง แม่ แม่จะไปทำอะไรครับ ทำตัวชี้วัดความสำเร็จ มื้อเย็นทานไก่นะครับ แม่ แล้วแต่ลูกเลย คุณแม่เสี่ยวเจี๋ย คุณแม่เสี่ยวเจี๋ย น้องสาว น้องสาว คุณแม่เสี่ยวเจี๋ย ฉันคือพี่สาวเธอไง น้องสาว
น่าเบื่อ คนคนนี้นี่ น้องสาว คุณแม่เซี่ยเจี๋ย ฉันพี่สาวเธอไง พี่สาวฉัน คิดไปเองหรือเปล่า น้องสาว น้องสาว น้องสาว น้องสาว คุณทำอะไรอยู่น่ะ ต้องขออภัยจริง ๆ น้องสาวฉัน น้องสาวกับฉันมีปากเสียงกัน เธอไม่เปิดประตูให้ฉัน แต่ว่าฉันไม่วางใจ ฉันต้องทุบประตูนี้ให้เปิดออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ขอโทษนะคะ น้องสาว น่ารำคาญชะมัด น้องสาว คุณแม่เซี่ยเจี๋ย คุณแม่เซี่ยเจี๋ย เธอรีบเปิดประตูสิ ทำอย่างนี้ทุกคนก็ได้รับผลกระทบด้วยนะ คุณแม่เซียเจี๋ย คุณแม่เซี่ยเจี๋ย ไม่จบแน่ น้องสาว พี่สาว ขอโทษนะคะ รบกวนคุณแล้วจริง ๆ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ขอบคุณ ขอบคุณ ไม่เป็นไร คุณแม่บ้านหลี่ คุณจะทำอะไรน่ะ น้องสาว พวกเราเล่นไพ่นกกระจอกกัน สามขาดหนึ่ง ขาดคุณไปไง ไป ๆ ไป ขอโทษที ฉันไม่สนใจที่จะเล่นจริง ๆ คุณเล่นเป็นก็สนุกแล้ว เร็วหน่อยไปกันเถอะ ฉันยังใส่รองเท้าแตะอยู่เลย
คุณไม่ต้องใส่รองเท้าแล้ว ฉันขับรถพาคุณไป ไปกันเถอะ คุณขับรถเหรอ ใช่สิ คุณคิดว่าไงล่ะ ฉันทำธุรกิจ อยู่คนเดียวเทียวไปเทียวมา จะขับรถไม่เป็นได้ยังไง ไป ไม่ได้หมายถึงว่าคุณขับรถเป็นหรือไม่เป็น คุณขับรถอย่างนี้ฉันไม่กล้านั่งจริง ๆ ฉันกล้าขับ คุณจะมีอะไรที่ไม่กล้านั่งล่ะ เร็วเข้า พวกเราไปกันเถอะ ไป คุณอย่าดึงฉัน ฉันเดินเองได้ ไม่เป็นไร ค่อย ๆ เดินนะ ค่อย ๆ เดินพวกเรา… – เป็นอะไรไปล่ะ – ฉันจะกางร่ม แดดแรงขนาดนี้ ฉันก็ว่าอยู่ทำไมผิวคุณถึงดีขนาดนี้ ผิวเนียนดูอ่อนเยาว์ ฉันน่ะไม่ได้ ปกติแล้วฉัน… คุณแม่เสี่ยวเจี๋ย คุณจะออกไปข้างนอกเหรอ ใช่ พวกเราออกไปข้างนอก ฉันคือพี่สาวของเธอ ดี ๆ ดี แล้วพบกัน ลาก่อน ลาก่อน ไป ไป ๆ ไป เร็วหน่อย ถึงแล้ว รถจอดอยู่ตรงนั้นไง ไป
ฉันบอกว่าไม่ไปก็ลากฉันไปจนได้นะ ไปสิ น่าสนุกดีออก ถึงแล้ว คันนี้ สวยไหม นี่คือรถของคุณเหรอ ใช่ไง ก็รถนี่ ใช้งานได้จริง คุณดู ฉันต้องอยู่ตั้งกี่ไซต์ก่อสร้าง ท่องไปทั่วอย่างนี้ ที่ด้านหลังรถของฉันยังสามารถบรรทุกสินค้าได้ด้วย ดูแล้วรถก็ไม่ได้ใหญ่เลยใช่ไหมล่ะ บรรทุกสินค้าได้หนึ่งตันเชียวนะ รถคันนี้นั่งยังไง ฉันอายุอานามขนาดนี้ก็ยังไม่เคยนั่งรถแบบนี้มาก่อนเลย น้องสาว น้องสาว น้องสาว คุณฟังนะฉันจะบอกคุณให้ นี่มันดีมากเลย จริง ๆ นะ คุณฟังที่ฉันพูดนะ ฉันจะบอกคุณให้นะ รถคันนี้ จริง ๆ เบาะนั่งเป็นหนังแท้ นั่งแล้วรู้สึกสบาย คุณลองนั่งดูสิ ถ้าไม่สบายคุณก็ลงมา ดีไหม หุบร่มก่อนเถอะ มา หุบก่อน ค่อย ๆ นะ ค่อย ๆ มา อย่าชนโดนหัว ค่อย ๆ นะ ดี ๆ ยกขาขึ้นไป คาดเข็มขัดนิรภัย เยี่ยมมาก ที่นี่แหละ
คุณดูสิ ดีไหม ดีแค่ไหน ครึกครื้นแค่ไหน ทั้งหมดนี้ทำไปทำไม ปกติแล้วเป็นสถานที่บันเทิงของทุกคน เต้นรำหรือเล่นไพ่ทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่ ดีไหมล่ะ คนพลุกพล่านวุ่นวายนี่มันอะไรกัน น้องสาว น้องสาว น้องสาว เล่นสักหน่อยเถอะ เล่นสักหน่อย เล่นสักหน่อยนะ คุณมาได้ยังไง พาฉันมาสถานที่แบบนี้เนี่ยนะ ที่นี่ดีจะตาย คุณดูเอาสิ ทุกคนสนุกกันมากแค่ไหน คุณดูสิ ที่นี่มันดีขนาดไหน นั่นไง นั่นไง ตรงนั้น ตรงนั้นคือเวลาปกติฉัน… ปกติพวกเราสองสามคนจะไปเล่นกันอยู่ตรงนั้น คุณรู้ไหม เพื่อน ๆ เพื่อน ๆ คุณแม่ต้าเหวย คุณก็มาด้วยเหรอ คุณแม่ต้าซุ่น ขอโทษด้วยนะ คุณเล่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ให้พวกเราเล่นสักหน่อยเถอะ ได้ ๆ ได้ มา ๆ มา พวกคุณเล่นเถอะ พวกคุณเล่นเถอะ ฉันไม่เล่น และไม่นั่งด้วย ฉันจะกลับบ้าน คุณฟังนะ คุณฟังนะ ฉันจะบอกคุณให้นะ น้องสาว
สนุก สนุกมากจริง ๆ นะ จริง ๆ นะ ทำไมฉันต้องมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ – เล่นไพ่นี่กับพวกคุณด้วย – คุณฟังนะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ฉันสอนคุณ ฉันสอนคุณเอง ทุกคนฟังฉันพูดนะ น้องสาวฉันกับฉัน พวกเราล้วนเป็นแม่ของตำรวจ พวกเราจะวางเดิมพันไม่ได้ วางเดิมพันก็ถือเป็นการพนันแล้ว มา คุณแม่ต้าเหวย พวกเราเคยวางเดิมพันมาก่อนเหรอ ใช่ ไม่เคยวางเดิมพัน มา ๆ มา ฉันไม่เล่นจริง ๆ เล่นสักหน่อยเถอะ มา ๆ มา ถ้าไม่สนุกก็ค่อยกลับ มา คุณแม่ต้าเหวย เธอนั่งตรงนี้ คอยจั่วไพ่ จั่วไพ่ ทอยลูกเต๋า มา ฉันสอนเธอ แม่จะบอกลูกให้นะ แม่ของเขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์คับแคบ หยาบคายมาก น่าเบื่อสุด ๆ แม่จะบอกลูกให้นะ แม่ไม่เคยเจอ สาวแก่ที่ดื้อรั้นขนาดนี้เลย แม่อายุอานามขนาดนี้แล้ว ก็ไม่เคยพบเคยเจอสาวแก่ที่ดื้อด้านขนาดนี้มาก่อน โอเคนะ
เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน เธอคิดว่า เธอคิดว่าเธอคือคุณหนูผู้เย่อหยิ่งเหรอ ลูกดูนี่ แม่ก็ทำได้ ใครทำไม่ได้บ้างล่ะ ลูกรู้ไหมว่าเธอให้แม่ทำอะไรให้เธอ เธอให้แม่ทำ… จดบัญชีงานดิน เธอมันน่าไม่อายจริง ๆ ทุกคนชอบแม่ของเธอ พูดจาล้อเล่นเพราะหวังดีกับเธอ ลูกดูเธอสิ หน้าคว่ำหน้างอ ไม่ไว้หน้าแม่เลยสักนิด ตอนนั้นแม่เห็นแล้วก็หงุดหงิดชะมัด แม่ตบไปที่ปากใหญ่ ๆ ของเธอ แม่ แม่ลงมือจริง ๆ เหรอ แม่ เรื่องนั้นแม่ แน่นอนว่าแม่ไม่ได้ลงมือจริง ๆ ในใจแม่คิดอย่างนั้น ลูกเข้าใจไหม แม่ของลูกตลอดชีวิตนี้ ไม่สนใจเรื่องทางโลก เธอกลับให้แม่ จดบัญชีผู้รับเหมาช่วงให้เธอ หลี่ต้าเหวย แม่จะแจ้งให้ลูกทราบอย่างเป็นทางการ งานที่ลูกไหว้วานให้แม่ทำนี้ แม่ทำไม่ไหว แม่ทำไม่สำเร็จ ลูกบอกเด็กคนนั้นด้วย แม่ไม่รู้จักแม่ของเขา บอกแม่ของเขาว่าต่อไปไม่ต้องมาหาแม่อีก แม่ยกตัวอย่างให้ลูกดูอย่างนี้แล้วกัน ยกตัวอย่างเช่นถ้าแม่เป็นผู้ชาย ผู้หญิงทั่วโลกล้วนตายกันหมดแล้ว เหลือเพียงแม่ของเธอ แม่ก็ไม่เอา แม่ แม่ดูแม่ร้ายกาจขนาดนี้ ทานซุปสักหน่อย มา ลูกไม่ต้องตักให้แม่ ทานสักหน่อยเถอะ ลูกไม่ต้องมาประจบแม่
ซุปไก่เคี่ยวนานนะครับ แม่ดูสิ แม่รู้ เหลืองอร่าม นั่นแม่เป็นคนเคี่ยวเองนะ มันก็ใช่น่ะสิ ทำไมลูกไม่ทาน ผมทาน ผมก็ทานอยู่นี่ไง อร่อยจริง แม่ดูสิ แม่ฉันโกรธเสียจนน้ำมูกน้ำตาไหล แม่นายรังแกอะไรแม่ฉันกันแน่ แม่ฉันยังโมโหจนปวดที่อกอีกด้วย นายว่าแม่สองคนนี้คงจะไม่ตบตีกันจริง ๆ ใช่ไหม ไม่มีทาง ฉันจะบอกเธอให้นะ ตบตีคือสนิท ดุด่าคือรักกัน เธออย่ามองแค่ว่าพวกเธอเอาแต่พูดจาร้าย ๆ ใส่กัน ความจริงแล้วน่ะ ทั้งสองคนมีความสุขกับมันมาก ต่างคนต่างคอยอยู่เป็นเพื่อนกัน คุยอะไรกันน่ะ ดูสนุกจังเลย เรื่องเล็กน้อยภายในครอบครัวน่ะครับ เซี่ยเจี๋ย ได้ยินว่าแม่เธอกลับมาจากข้างนอกครั้งนี้ ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับครั้งก่อน ไม่เหมือนตรงไหนคะ แม่ฉันไม่โทรหาพวกคุณแล้วเหรอ นั่นก็ช่างเถอะ ฮัลโหล เรื่องอะไร อะไรนะ โรงพยาบาลจิตเวช โอเค ฉันจะเตรียมตัวเดี๋ยวนี้ โรงพยาบาลจิตเวชเกิดเหตุผู้ป่วยก่อเหตุจลาจล ผู้ป่วยคนหนึ่งแทงหมอ ไปกันเลย ได้ ๆ ได้ ผมไป ๆ อาจารย์คะ ฉันไปด้วย อันตรายมาก เธอก็
เอาเถอะ ไปกัน ขอบคุณค่ะอาจารย์ ต้าเหวย ไปกัน เหลาอิ่น เหลาอิ่น ส่งคนไปมากขนาดนั้น เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ บอกว่าโรงพยาบาลจิตเวชมีผู้ป่วยคนหนึ่งแทงหมอ ความขัดแย้งระหว่างหมอและผู้ป่วย โรงพยาบาลจิตเวช ที่ไหน ก็โรงพยาบาลจิตเวชในเขตของเราไงครับ เร็ว ๆ เร็ว เตรียมรถให้ผม ทุกคนอย่าเข้ามานะ ทุกคนอย่าเข้ามานะ ให้คนแซ่หม่าออกมา เรียกคนแซ่หม่าออกมา หลึกทางหน่อย หลีกทางหน่อย หลีกทางหน่อย หลีกทางหน่อย ชิดใน หลีกทางหน่อย ทุกคนถอยไปด้านหลัง ถอยไปด้านหลัง อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา ถอยไปข้างหลัง อย่าขยับ อย่าเข้ามา วางมีดลง ได้ยินไหม ทุกคนอย่าเข้ามา ถ้าเข้ามาฉันจะฆ่าเธอ พวกเรามาจากสถานีตำรวจปาหลี่เหอ พวกเรามาช่วยคุณคลี่คลายปัญหา ทุกคนอย่าเข้ามา เรื่องนั้น ใจเย็นลงหน่อย ทุกคนอย่าเข้ามา วางมีดลง ดีไหม พวกเราคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทางสถานีปาหลี่เหอส่งตัวมา พวกคุณทุกคนถอยไปให้หมด ทุกคนใจเย็น ๆ หน่อย ถอยหลัง ถอยหลัง
ถอยหลัง ถอยหลัง อย่าขยับ คุณใจเย็นลงหน่อย พวกเรามาช่วยคุณคลี่คลายปัญหา คุณต้องเชื่อผม วางมีดลง พวกเราค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จา กัน วางมีดลง อย่าเข้ามา ไป พาคนแซ่หม่านั่นมานี่ เขาเป็นคนที่ผมอยากจะฟัน ได้ พวกเราไม่เข้าไป อย่าขยับ แต่คุณต้องใจเย็นลงหน่อย อย่าขยับ อย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกเลย ผมไม่ได้อยากจะฟันเขาจริง ๆ – คุณอย่าเข้ามา – ต้าเหวย ทุกคนถอยไปข้างหลังให้หมด พวกคุณทุกคนถอยไปให้หมด คุณใจเย็นลงหน่อย ผมจะบอกคุณให้ – ผมไม่อยากฟันเขา – คุณไม่อาจทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณคงไม่อยากให้ลูกกลายเป็นเด็กกำพร้าใช่ไหม – ผมไม่อยากฟันเขาจริง ๆ – ตอนนี้คุณเป็นพ่อคนหนึ่ง ตอนนี้คุณเป็นเพียงผู้ปกครองคนเดียวของลูกแล้ว [เสี่ยวเจี๋ย] [เธอไม่มีพ่อแล้ว] ส่งตัวคนแซ่หม่ามา คนที่ผมอยากฟันก็คือเขา คุณอย่าเข้ามา ผมไม่เชื่อพวกคุณหรอก ใจเย็นลงหน่อย วางมีดลง วางมีดลง
คุณยังมีโอกาส แต่คุณจะทำผิดต่อไปอีกไม่ได้ ลูกต้องการคุณ ผู้กำกับครับ ซินเฉิง ผู้กำกับ ท่านมาได้ยังไง สารวัตรเฉิง ใครถูกแทงเหรอ เห็นบอกว่าแซ่จั๋วอะไรสักอย่าง เป็นอะไรไปครับ จั๋วเหรอ ผู้กำกับครับ เลือด เลือด รีบไปเอาเลือดมา หมอครับ หมอครับ ใคร ใครถูกแทงครับ คุณหมอจั๋วลี่หมิงจากแผนกศัลยกรรม คุณปล่อยมือ เลือดมาแล้ว เลือดมาแล้ว คุณคะ คุณคะ ไม่ ๆ ไม่ เขาคือเพื่อนของผม เขาคือเพื่อนของผม คุณให้ผมเข้าไปเถอะ คุณให้ผมเข้าไปเถอะ เขาเป็นเพื่อนของผม เขาเป็น คุณหมอจั๋ว CPR ปั๊มหัวใจต่อไป ผู้กำกับ ใจเย็นหน่อย ใจเต้นแล้ว เจ้าเพื่อนยาก ทำไมคุณออกมาล่ะ เขาเป็นอย่างไรบ้าง คุณไปช่วยเขาสิ ทำ ทำไมคุณออกมาล่ะ คุณ คุณไปช่วยเขาสิ ผมก็อยากจะช่วยเขา ผมก็อยากจะช่วยเขา เขาเป็นคนสำคัญที่สุดของผม อย่างนั้นคุณก็ไปช่วยเขาสิ มาร้องไห้อยู่ที่นี่ทำไม
ช่วย ช่วยไม่ได้แล้ว คุณพูดว่าอะไร ผู้กำกับ ผู้กำกับครับ คุณไปช่วยเขา คุณไปช่วยเขา ประเทศเลี้ยงคุณมาหลายปีขนาดนี้เพื่ออะไร ผู้กำกับครับ ฮึกเหิมหน่อย ฮึกเหิมหน่อย ผู้กำกับครับ เขาไม่ใช่คนที่สำคัญสำหรับคุณเหรอ คุณไปช่วยเขา ผู้กำกับครับ คุณไปช่วยเขาสิ ผู้กำกับครับ ผู้กำกับครับ [คนนั้นกับคุณหมอจั๋วไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ] [ภรรยาของเขาคลอดลูกนั้น] [น้ำคร่ำอุดตันหลอดเลือดเสียชีวิต] [ตอนนั้นเขายอมรับไม่ได้] [จึงถือมีดไปหาเรื่องที่แผนกสูตินรีเวช] [จับพยาบาลสูตินรีเวชคนหนึ่งและจะทำร้าย] [ราวกับคนบ้า] [คุณหมอจั๋วผ่านมา] [เห็นสถานการณ์คับขันจึงกระโจนเข้าไป] [เขาจึงถูกฟันสิบเจ็ดแผล] [แบบนี้] ผู้กำกับครับ แสดงความเสียใจด้วย [รอนายมีเวลาว่าง] [และฉันก็มีเวลาว่าง] [พวกเราเพื่อนชี้มานั่ง] [ก๊งเหล้ากันสักหน่อย] [มาคุยเรื่องราวทางโลก] [ไม่แน่อาจจะมีทัศนคติทางความคิดเหมือนกันอีกมากมาย] [เพื่อนยาก] [เกิดแก่เจ็บตาย เป็นเรื่องไม่แน่นอน] [ยามที่เป็นไม่ได้] [ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ] [เราทั้งสองคนต่างทำเพื่อให้โลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น] [ปลายทางเดียวกัน] เซี่ยเจี๋ย เซี่ยเจี๋ย เซี่ยเจี๋ย เซี่ยเจี๋ย อะไร เซี่ยเจี๋ย เธอไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ถ้าหากว่าเธอไม่เป็นอะไร เธอออกมานั่งหน่อยสิ จ้าวจี้เหว่ยบอกว่าเขาเหงาแล้ว
ฉันอยากจะนอนสักแป๊บ เอ่อ ฉันไม่ได้เหงา ฉัน ฉันอยากทานบะหมี่ เธอจะทานไหม ฉันไม่ทานแล้ว พวกนายทานกันเถอะ เอ่อ คือ ต้าเหวยบอกว่าอยากทานบะหมี่ที่เธอทำ ครับ อาจารย์ ต้าเหวย ฉันถามนายหน่อย นายรู้ไหมว่าเซี่ยเจี๋ยอยู่ที่ไหน ผมรู้ครับ เธออยู่ในห้องของเธอครับ อยู่ในห้องเหรอ อย่างนั้นก็ดีมาก ดีมากเลย ฉันจะบอกกับนาย รอเดี๋ยว ฉันจะบอกกับนาย แม่ของเธอโทรศัพท์หาเธอ ติดต่อเธอไม่ได้จนลนลานไปหมดแล้ว จึงโทรมาหาฉันตลอดเลย [ตอนนี้นายให้เธอ] [รีบโทรศัพท์กลับหาแม่ของเธอหน่อย] ครับ เซี่ยเจี๋ย อาจารย์บอกว่าให้เธอโทรศัพท์กลับไปหาแม่ของเธอหน่อย แม่เธอตามหาเธอน่ะ เซี่ย เซี่ยเจี๋ย เธอ เธอคงไม่ได้ไม่สบายหรอกนะ เธอยังไม่เปิดประตูอีก ฉันจะเข้าไปแล้วนะ ล็อก เซี่ยเจี๋ย พวกนายสองคนปล่อยฉันให้ได้สงบหน่อยได้ไหม ไม่ได้ อาจารย์หาเธอ เธอบอกให้เธอโทรศัพท์กลับไปหาแม่ของเธอหน่อย ฉันจะโทรกลับตอนนี้ โอเคหรือยัง เมื่อกี้โทรศัพท์ฉันแบตหมด งั้นเธอก็เปิดประตูหน่อย ให้พวกเราเข้าไปดูว่าตอนนี้เป็นอย่างไร เซี่ยเจี๋ย เซี่ยเจี๋ย เซี่ยเจี๋ย พวกเขาทำแบบนี้น่ารำคาญมาก รู้ไหม
รู้ รู้ การเป็นห่วงแบบบีบบังคับแบบนี้ของพวกนาย ทำให้ฉันกดดันมาก ได้ ๆ ได้ ปล่อยให้เธอสงบสักพัก ชีจื่อ ออกปฏิบัติงานแล้ว ฉันว่านะทำไมคุณถึงชอบเรียกฉันออกไปปฏิบัติงานตลอด คุณหาคนอื่นไม่ได้หรือไง ให้ฉันเถอะ ให้ฉันเถอะ ที่ไหน ถนนจินเป่า คุณอย่ามายุ่ง กั๋วเฮ่า ออกปฏิบัติงาน คุณป้ามาแล้ว กำลังอยู่ที่ห้องรับแจ้งความ คุณป้า ดื่มน้ำสักแก้วก่อนค่ะ เซี่ยเจี๋ย แม่ แม่มาได้ยังไงคะ ฉันมายังไง ลูกยังจะถามแม่อีกเหรอ ฉันลนลานจะตายอยู่แล้ว แม่นอนไม่หลับทั้งคืน เสียงเบาหน่อย หนูบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะกลับไปคืนนี้ แล้วเมื่อวานล่ะ เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ออกไปพูด ออกไปพูด ออกไปพูด ลูกรู้ไหมว่าเมื่อคืน แม่ผ่านมายังไง สารวัตรเฉิง สารวัตรเกา ผู้กำกับล่ะ ไม่อยู่ นี่มันกี่โมงแล้ว ปกติเขาไม่เข้างานสายนี่ ผมเคาะตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว ไม่มีคน อีกอย่างรถของเขาก็ไม่อยู่ด้วย หรือเป็นไปได้ไหมว่าเขาจะไปตรวจเอวของเขา ยังจะเอวอะไรอีก คุณไม่รู้เหรอ คุณหมอที่เกิดเรื่องเมื่อวาน เป็นเพื่อนของผู้กำกับ ก็คือคนที่ช่วยตรวจเอวให้กับเขา
ทำไมผมถึงคิดไม่ถึง ผมโทรศัพท์ถามสักหน่อย ไม่มีคนรับ คงไม่ได้หายสาบสูญไปหรอกนะ อย่าพูดส่งเดช ไปหาอาจารย์เถอะ อาจารย์ กำลังหาพวกคุณอยู่พอดีเลย ตำรวจนครบาลโทรศัพท์มาเมื่อกี้ บอกว่าสองวันนี้ผู้กำกับลางาน ผู้กำกับลางาน แล้วเขาไม่บอกกับพวกเราสักคำ นี่ไม่ใช่นิสัยของเขานะ [ผมยื่นเรื่องลางานพักผ่อนสองวันแล้ว] [มีเรื่องอะไร] [พวกคุณก็จัดการตามเหมาะสมเถอะ] [ไม่ต้องตอบกลับแล้ว] ผู้กำกับมาอารมณ์ไหนกันเนี่ย จะต้องเป็นเพราะ คุณหมอเพื่อนของเขาจากไปอย่างแน่นอน จิตใจคงรับความจริงนี้ไม่ได้ จึงก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปไม่ได้ คงไม่มั้ง สิ่งที่คาดไม่ถึงที่เขาเผชิญยังน้อยไปเหรอ เอาล่ะ เอาล่ะ เรื่องของผู้กำกับอย่าคาดเดากันอีกเลย พวกเรามาปรึกษาหารือกัน สองวันที่ผู้กำกับไม่อยู่ จะจัดการงานกันอย่างไร แบ่งงานกัน นี่มีอะไรน่าแบ่ง อาจารย์คุณเป็นผู้นำ เดิมทีเรารับผิดชอบอะไร เราก็ทำกันต่อ ผู้กำกับแค่ไม่มาสองวันเอง อย่า ๆ อย่า คุณพูดมันง่าย ผู้กำกับควบคุมดูแลทุกอย่างในสถานี แล้วก็เขตชุมชนในแถบนี้ จุกจิกหยุมหยิมมาก อาจารย์อยู่ในสถานี เดิมทีงานของตัวเองก็หนักอยู่แล้ว อีกทั้งในบ้าน มีทั้งเด็กและคนชรา อย่าเพิ่มภาระให้เธออีกเลย อย่างนั้นสารวัตร คุณทำก็แล้วกัน ผมเหรอ ไม่ เอาอย่างนี้ ผมเสนอ
อาจารย์ เอ่อ คุณคุมทั้งสถานีต่อ ผมจะคอยช่วยคุณ คุณอายุยังน้อยพลังมาก ชุมชนเขตนั้นคุณแบกรับชั่วคราวไว้ก่อน ฉันว่าได้ ผมไม่มีปัญหา – ผู้กำกับ – งั้นก็เอาตามนี้ ผู้กำกับครับ เรียกทำไม ทำไมเหรอ เกิดอะไรขึ้น เซี่ยเจี๋ยทะเลาะกับแม่ของเธอแล้ว อะไรนะ ก็ไม่เชิง ก็คือแม่ของเซี่ยเจี๋ยจะเข้ามาในสถานี เซี่ยเจี๋ยเธอไม่ยอม – อยู่ไหน – คนอยู่ไหน อยู่ด้านนอกประตูใหญ่ครับ ไป ๆ ไป ไปดูกัน ไปกันเถอะ ฉันไม่ไป ฉันจะเจอเขา กลับไปคุยกันที่บ้าน คุณป้า คุณป้ามีอะไรเข้าไปคุยกันด้านใน พี่สะใภ้ ได้ ฉันจะเข้าไปหาหวังโส่วอี หลี่ต้าเหวย นายอย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก คนอื่นให้เรื่องยุ่งยากยังไง ลูกไม่พาแม่ไปเจอหวังโส่วอี หลี่ต้าเหวยพาแม่ไปเจอ แม่อย่าทำให้หนูลำบากใจได้ไหมคะ ต้าเหวย นายปล่อยให้เซี่ยเจี๋ยจัดการเองเถอะ กลับบ้าน กลับบ้านค่ะ แม่ไม่กลับ – กลับบ้าน – ปล่อยแม่ กลับไปคุยที่บ้าน
พี่สะใภ้ของฉัน นี่เกิดอะไรขึ้นคะ มีเรื่องอะไรคุยกับฉันก็เหมือนกัน ใครเป็นพี่สะใภ้ของเธอ หวังโส่วอีล่ะ ผู้กำกับลางานค่ะ อย่างนั้นเฉิงเฮ่าล่ะ เขาเป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งรองผู้กำกับ หลบไปไหนแล้ว เอ่อคือ อาจารย์แม่ อาจารย์แม่ครับ ผมไม่ได้หลบครับ ผมไม่ได้หลบ ตามลำดับแล้ว เมื่อผู้กำกับลางาน ก็ต้องเป็นอาจารย์ที่รับผิดชอบครับ ฉันถามคุณ คุณกับหวังโส่วอีรับปากกับฉันยังไงตอนแรก พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ใจเย็นก่อน ผมเกาเฉาเป็นรองผู้กำกับครับ ไม่ต้องมุงดูแล้ว ผู้กำกับของพวกเราลางานจริง ๆ พวกเราก็ติดต่อเขาไม่ได้เช่นกัน หากว่าคุณต้องการอะไร พวกเราเข้าไปคุยในห้องกัน ดีไหม ใช่ ๆ ใช่ ไปกันเถอะ เข้าไปคุยกันด้านในห้อง เข้าไปคุยกันด้านในห้อง มา [อย่าโมโห] [มีอะไรคุยกันดี ๆ] เซี่ยเจี๋ย เธอรอก่อน ซินเฉิง พวกคุณออกปฏิบัติงานเหรอ ใช่ พาเซี่ยเจี๋ยไปด้วย เซี่ยเจี๋ย เธอตามพวกเขาไป ได้ ไปเถอะ เซี่ยเจี๋ย ไปเถอะ ๆ ไปเถอะ
ลูกสาวของฉัน ทำไมฉันจะไม่โมโหล่ะ พี่อย่าเพิ่งโมโห มีอะไรอยากพูด มา มาพูดที่ห้องทำงานของฉัน พี่สะใภ้ ทำ… พี่สะใภ้ พี่ – นี่ดูอะไรกัน ควรทำอะไร ก็ทำไปสิ – นี่พี่เป็นอะไรอีก อย่า อย่าร้องไห้ พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ ทางนี้ ๆ ทางนี้ ทางนี้ ๆ ทางนี้ พี่อย่าร้องไห้ มา ๆ มา พี่นั่งก่อน มีอะไรค่อย ๆ พูด เมื่อพี่ร้องไห้ ก็ทำให้พวกเรา พลอยไม่สบายใจไปด้วย รีบไปยกน้ำมา พี่สะใภ้ พี่มีอะไรอยากพูดก็พูดกับพวกเราได้เลยนะ อย่าเพิ่งร้องไห้ ไม่ร้อง ๆ มา ดื่มน้ำก่อน มีอะไรค่อย ๆ พูด หวังโส่วอีหมายความยังไง พวกคุณหมายความยังไง เหล่าเซี่ยสามีฉัน อุทิศตนเพื่อสถานีตำรวจปาหลี่เหอแล้ว นี่พวกคุณยังอยากให้เซี่ยเจี๋ยอุทิศตนด้วยอีกเหรอ หากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ พวกคุณว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ต่ออย่างไร
อาจารย์แม่ คุณอย่าเพิ่งใจร้อน เอ่อคือ ผมไม่เข้าใจความหมายของคุณจริง ๆ หากว่าตรงไหนที่พวกเราทำไม่ดี พวกเราจะแก้ไข ไม่มีใครให้เซี่ยเจี๋ยไปอุทิศตนนะ ยังจะโกหกฉันอีก หวังโส่วอีโกหกฉัน คุณเฉิงเฮ่าโกหกฉัน ตอนนี้แม้แต่เซี่ยเจี๋ยก็โกหกฉัน ผมเปล่านะ เปล่าอะไร เมื่อวานพวกคุณทำอะไรกัน พ่อของเซี่ยเจี๋ยได้เสียสละตัวเองไปแล้ว พวกคุณยังจะให้เธอไปในสถานที่อันตรายแบบนั้นอีก อาจารย์แม่ ผมเข้าใจที่คุณพูดแล้ว เมื่อวานออกไปปฏิบัติงาน ตอนแรกพวกเรามีความกังวลจริง แต่เมื่อคิด ๆ พวกเรามีคนเยอะแยะคอยปกป้องเธอยู่ข้าง ๆ เช่นนี้ ไม่น่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น และ และที่สำคัญคือ ผมเพิ่งจะรับปากกับเสี่ยวเจี๋ยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่าต่อไปจะไม่ทำการปกป้องเธอมากเกินไป อะไรคือปกป้องมากเกินไป นี่ คุณไม่ใช่ไม่รู้ หลังจากที่เสี่ยวเจี๋ยประสบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อของเธอ เห็นเลือดก็เป็นลม เสี่ยวเจี๋ยของพวกเราเธอต้องการเข้มแข็ง เธอไม่อยากได้อภิสิทธิ์ ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อกี้ฉันบีบเค้นเธอ ตีให้ตายเธอก็ไม่มีทางบอกกับฉัน ฉันบอกว่านี่ไม่ใช่อภิสิทธิ์ นี่คือสภาพความเป็นจริงของปัญหา คุณว่าถ้าเธอเป็นลมไป ไม่รู้สึกตัว จากนั้นล้มลงแทบเท้าของคนร้าย อย่างนั้นชีวิตก็คงไม่เหลือแล้วใช่ไหม