EP.1 (FULL EP) | สูตรรักข้ามเวลา (The Heart of Genius) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [สูตรรักข้ามเวลา] [ตอนที่ 1] ซีซี นี่รถของเธอเหรอ เป็นอย่างไรบ้าง ขึ้นรถ ไม่ได้ ๆ ๆ นี่รถใหม่ ฉันเพิ่งได้ใบขับขี่มา เดี๋ยวฉันขับรถเธอไปชนอะไรเข้า กลัวอะไร เธอยังมีฉันไง ไม่เป็นไรหรอก ขับตามสบายเลย มีประกันอยู่แล้ว ไปเถอะ หลินเจาซี ใช่ไหม ฉันคือเสี่ยวจู ขอบคุณนะ ขับเลย บ๊ายบาย ที่รัก ไว้ฉันกลับมาแล้วจะโทรหานะ ซีซี เธอขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม เร่งเครื่องเข้าเกียร์สอง การเพิ่มเกียร์ควรจะราบรื่น อุบัติเหตุ 10 ครั้ง เกิดจากความเร็ว 9 ครั้ง อุบัติเหตุเกิดจากความสะเพร่า เธอสวดมนต์อยู่รึไง เคล็ดลับการขับขี่ สอนโดยโรงเรียนสอนขับรถนะ นี่มันรถเกียร์อัตโนมัตินะ โดนเธอขับเหมือนกลายเป็นรถเกียร์กระปุกแล้ว เก่งจริง ๆ นี่ เสี่ยวเหมิง ในกระเป๋าฉันมีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง เธอช่วยหยิบให้ฉันหน่อยสิ อันนี้เหรอ อันนี้คืออะไร แผนที่ไง
เธอนี่จริง ๆ เลย ฝึกงาน ท่องบทเรียน นัดบอด ซื้อเสื้อผ้า เรียนทำอาหาร สอบใบขับขี่ พอเธอเรียนจบมหาฯลัย ก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เธอคิดดีแล้วเหรอ ที่จะไม่ไปหาเผยจืออีก คันหน้าน่ะ ขับรถยังไงของคุณ ขอโทษนะคะ พวกเรามือใหม่หัดขับน่ะ ถนนเส้นนี้เป็นของที่บ้านเธอรึไง ขอ…ขอโทษนะคะคุณ ขอโทษค่ะ ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรพูดถึงเขาเลย พวกเราไปกันต่อเถอะ ดับแล้ว รถดับแล้ว หนูน้อยของฉัน นี่เป็นระบบสตาร์ทกับดับเครื่องแบบอัตโนมัตินะ เธอเหยียบเบรกนิดหน่อย มันก็ดับแล้ว นี่มัน ต้องไปซ้ายหรือขวาล่ะ เธอช่วยฉันดูแผนที่หน่อย 48 75 38 คุณประสาทรึเปล่าเนี่ย นี่คือเสี่ยวหลิน หลินเจาซี เป็นครูฝึกสอนคนใหม่ ของโรงเรียนเรา พวกคุณค่อย ๆ คุยกันนะ เดี๋ยวฉันจะไปตลาดฝั่งตรงข้ามก่อน ค่ะ ผมสั่งอาหารไปบ้างแล้ว หวังว่าจะพอถูกปากคุณนะครับ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ผมได้ยินคุณอาของผมเล่าว่า คุณเรียนปรัชญามา บังเอิญจัง ผมก็ศึกษา เรื่องปรัชญามาบ้าง
เหรอคะ แทนที่จะวิจารณ์คนขี้เหร่ ไม่สู้เลือกคนสวย ชีวิตจะแคบได้ แต่โลกต้องกว้างใหญ่ คนดื้อรั้นจะไปได้ไกลที่สุด เพราะพวกเขาไม่กลัวอะไรเลย กลัวแค่ไปไม่ถึงจุดหมาย ก็เพราะความเชื่อทางปรัชญาเหล่านี้ ที่ทำให้ผมสามารถอดทน จนผ่านครึ่งชีวิตมาได้ ที่คุณพูดมา น่าจะหมายถึงซุปไก่สำหรับจิตวิญญาณ มันต่างกันยังไงเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นครูปรัชญาของคุณ คงสามารถพูดอะไรที่ ดูสมเหตุสมผลได้ยิ่งกว่านี้ คุณอาของผมเล่าว่า คุณเป็นคนที่มีความพยายามคนหนึ่ง ผมชื่นชมคนแบบนี้ที่สุด ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง คุณรู้ไหม ไอน์สไตน์ตอนเด็ก ที่จริงแล้วเป็นคนที่ โง่เขลา ผมจะเล่าให้ฟัง ตอนเขาเข้าเรียน สอบเลขได้แค่หนึ่งคะแนน คุณคิดว่า คนที่สอบวิชาเลขได้แค่หนึ่งคะแนน ไอคิวจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหน แต่เขาอาศัยความพยายามของตัวเอง ทำให้ตนเอง กลายเป็น นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ นี่ก็คือ คุณค่าและความหมายของความพยายาม อย่างไรล่ะสหาย แต่ว่าระบบการให้คะแนนสอบของเยอรมันคือ คะแนนต่ำสุดหกคะแนน แล้วก็คะแนนสูงสุดหนึ่งคะแนน ดังนั้น… เขา เป็นชาวเยอรมันเหรอ ไม่ใช่หรอกมั้ง ผมจำได้ว่า [12 สิงหาคม 2561 วันที่ 2 ต้นเดือน 7] พ่อคะ มานั่งทำอะไรตรงนี้คะ
ลืมกุญแจอีกแล้วเหรอ วันนี้ทำอะไรมา ฝึกขับรถไง หลังจากนั้นล่ะ ก็กลับบ้านไง ไปเถอะ เหนื่อยแล้ว นัดบอดจนเหนื่อยล่ะสิ พ่อเห็นหมดแล้ว มา มาคุยกันหน่อย รู้สึกยังไงบ้าง อะไรยังไงบ้าง คู่นัดบอดไง ก็ไม่ยังไง แล้วลูกยังจะไปอีกเหรอ ตอนแรกหนูก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เขาเป็นญาติของผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ของโรงเรียนที่หนูฝึกงาน หนูก็เลยปฏิเสธเขาไม่ได้ ถ้างั้น สหายหลินเจาซี ลูกกำลังคิดอะไรอยู่ หนูคิดอะไร เรียนจบมหาฯลัยแล้ว ก็ควรนัดบอดได้แล้ว ถ้างั้นแผนการชีวิตของลูกคืออะไร เป็นคุณครู งั้นเพราะลูกคิดจะแต่งงานแล้ว เลยไปนัดบอด ชอบสอนนักเรียนถึงจะเป็นคุณครู สหายเหล่าหลิน หนูคิดว่าพ่อ น่าจะเข้าใจมากกว่าใครนะ คนเราไม่ใช่ว่าชอบอะไร ก็ต้องทำแต่สิ่งนั้นนะ ตอนนั้นพ่อชอบวิชาคณิตศาสตร์มาก แต่ก็ทิ้งโอกาสไปเรียนต่างประเทศ เพื่อจะเลี้ยงดูหนูไม่ใช่เหรอ แต่พ่อไม่ได้ทิ้งคณิตศาสตร์นี่ หนูขอพูดอะไรที่ไม่น่าฟังหน่อยแล้วกันนะคะพ่อ พ่อเป็นนักบัญชีในโรงเรียนมัธยม อย่างมากสุดก็นับว่าเป็นนักวิจัยบ้าน ๆ หนู…หนูไม่ได้หมายความแบบนั้น พ่อรู้นะว่าหนูแอบไปซื้อ หนังสือเตรียมสอบคณิตศาสตร์ ป.โทมา ทำไมไม่ไปสอบล่ะ พวกเราพูดกันตามความจริงหน่อยได้ไหม มันมีช่องว่างระหว่างสี่ปีของระยะเวลาเรียน กับหนู และการสอบคณิตศาสตร์ป.โทนะ สี่ปีนานมากเลยเหรอ ไม่นานเหรอ
หนูเหนื่อยแล้ว กลับกันเถอะ เผยจือเรียนจบแล้วใช่ไหม เขากลับประเทศรึยัง ไม่รู้ค่ะ ลูกชอบเขาไม่ใช่เหรอ เขาไปเรียนต่อที่เยอรมัน เป็นเวลาสี่ปี โดยไม่บอกอะไรหนูสักคำ หนูจะชอบเขาทำไมล่ะ ตอนนั้นลูกยังโวยวายว่า จะไปต่างประเทศไปหาเขานี่ แต่ตอนนี้หนูยอมแพ้แล้ว หนูโตแล้วนะ บนโลกนี้ไม่มีอะไรยาก ตราบใดที่เต็มใจยอมแพ้ นี่สิที่เรียกว่าการเติบโต เติบโตคือการเรียนรู้ที่จะประนีประนอมไม่ใช่เหรอ ลูกยังอายุน้อยแค่นี้ ทำไมจะต้องประนีประนอม ชอบใครก็ไปจีบเขาสิ ชอบทำอะไรก็ทำอย่างนั้น หนูคิดว่า ช่องว่างระหว่างลูกกับการสอบคณิตศาสตร์ป.โท ระยะห่างระหว่างลูกกับเผยจือ มันไกลกว่าการเรียนรู้ ทฤษฎีบทพีทาโกรัสถึงกลุ่มปัญหาเอ็นพีรึเปล่า โอเคค่ะพ่อ วันนี้ได้ยินเรื่องซุปไก่มามากพอแล้ว ตอนนี้หนูสะอึก ออกมาเป็นกลิ่นซุปไก่หมดแล้ว จริง ๆ นะ หนูไม่อยากฟังแล้ว ใครน่ะ วันที่12 เดือนสิงหาคม ปี 2018 สวัสดี หลินเจาซี พวกเราใกล้จะได้เจอกันแล้ว ตอนเด็กนายหัวโตดีนะ หัวโตเหรอ ไม่โตเหรอ คนหัวโตมีอะไรไม่ดีล่ะ ดีออกนะ น่ารักจะตาย งั้นรูปเธอตอนเด็กล่ะ ทำไม พวกเราตกลงกันไว้แล้วนี่ ตกลงอะไร ก็ เธอคงไม่คิดจะเบี้ยวหรอกใช่ไหม
[ผู้อำนวยการเกา] สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการ เสี่ยวหลิน เย็นนี้ว่างรึเปล่าจ้ะ คุณมีธุระอะไรรึเปล่าคะ หลานชายของฉันชมเธอใหญ่เลย บอกว่าเธอมีมารยาทและเรียบง่าย ก็เลยอยากจะนัดเธอไปดูหนังด้วยกันคืนนี้ พวกเธอก็ไปเจอกันที่ห้างสรรพสินค้า ตอนหนึ่งทุ่มตรงแล้วกัน ผู้อำนวยการคะ ฉัน ฉันคิดว่าเราสองคนไม่ค่อยเหมาะสมกันน่ะค่ะ เสี่ยวหลิน ฉันรู้ว่าสถานะทางบ้านของเธอ ค่อนข้างธรรมดา หน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่น แต่เธอไม่ต้องรู้สึกต่ำต้อยเลยนะ เธอจบมาจากโรงเรียนดัง ทางบ้านของพวกเราค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เธอน่ะ มีโอกาสนะ คุณอาจจะเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น บ้าเอ๊ย หลินเจาซี เธอกำลังด่าฉันอยู่เหรอ ไม่…ไม่ใช่ค่ะ ผู้อำนวยการ ฉันไม่ได้ด่าคุณค่ะ ไม่ใช่ค่ะ ฉัน คุณขับรถยังไงเนี่ย ขอโทษครับ ขอโทษนะครับ หลินเจาซี ฉัน ฉัน คุณอย่าเพิ่งพูดอะไรได้ไหมคะ บ้าจริง เดี๋ยวฉันโทรกลับไปนะคะ คุณ คุณยังไงกันเนี่ย นี่ รถฉันยังไม่ได้ขยับด้วยซ้ำ ขอโทษครับ เดี๋ยวผมรับผิดชอบทั้งหมดครับ ผมจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดเอง จี้เจียง นักข่าวตามมาแล้ว เร็ว อย่าถ่าย อย่าถ่าย
ขึ้น ขึ้นรถ ขึ้นรถคันนี้เลย คุณหมายความว่าไงเนี่ย คุณขึ้นมาบนรถฉันทำไม คุณชนรถฉันนะ ไม่สิ ขับรถไปเลยได้ไหมครับ ไม่สิ คุณต้องพูดให้ชัดเจนก่อนสิ คุณขึ้นรถฉันมาทำไม ผม คุณเป็นใครล่ะ ผมไง คุณไม่รู้จักผมเหรอ ดูสิ คุณมองผมสิ เขาไง คุณดูสิ ผมก็คือเขา เขาก็คือผม จี้…จี้เจียง ตอนนี้ไปได้รึยังครับ ฉันกับคุณเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกันนะ คุณรีบขับรถสิ ผมขอล่ะ เร็วหน่อย แย่แล้ว เร็วสิ เร็ว เธอปิดหน้าหน่อยสิ เหยียบคลัตช์เบา ๆ แล้วค่อย ๆ จ่ายน้ำมัน เหล่าลู่ รถอยู่บนถนนไป่ฮวา เรื่องต่อจากนี้ฝากนายจัดการด้วยนะ ทุกครั้งก็เป็นฉันที่คอยตามล้างตามเช็ด ฉันไม่ใช่พ่อนายสักหน่อย ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม อย่าไปโรงแรม อย่าไปโรงแรม เธอบอกฉันซิ เธอไปต่อบททำไมที่โรงแรม เธอให้ฉันไปโรงแรมทำไม ฉันไม่รู้จะทำไงดี ฉันก็แค่อยากไปซ้อมสักหน่อย งั้นซ้อมที่บริษัทไม่ได้รึไง ฉันถามนายแล้ว นายก็ตกลงแล้วไง ตอนนี้คุณกำลังโทษฉันเหรอ ฉันไม่โทษเธอแล้วจะโทษใครล่ะ งั้นเธอก็ไปอธิบายกับคนอื่นสิ
หยุดรถ นี่ นี่ คุณต้องจ่ายค่ารถฉันก่อนแล้วค่อยไปสิ ออกรถ ถ้ายังไม่ไป ผมจะไม่จ่ายแล้วนะ จี้เจียง ออกรถ จี้เจียง ออกรถ จี้เจียง เฮงซวย ทิ้งช่องทางการติดต่อกับที่อยู่ของคุณ ไว้ให้ผมด้วย ผมจะชดใช้ให้ ถ้ารถของคุณเสียหาย รถคันนี้ฉันยืมมา ถ้าอย่างนั้นคุณก็ ติดต่อเจ้าของรถโดยตรงเลยแล้วกัน จอดรถข้างหน้าเถอะ ผมไม่อยากติดต่อกับคนอื่น ผมรู้จักแค่คุณ เดี๋ยวก่อน เบอร์โทร ที่อยู่ ชื่อนามสกุล อ่ะ รถของคุณเสียหายไม่มาก ถ้าซ่อมก็แค่ 300 ผมให้คุณพันนึง ที่เหลือก็ถือว่า เป็นการขอบคุณที่พาผมหนีออกมาแล้วกัน งั้นคุณขอ เบอร์โทร ที่อยู่ของฉันทำไม วันนี้เรื่องที่คุยกันบนรถ เป็นเรื่องส่วนตัวของผม ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นใคร อยู่ที่ไหน ถ้าหากว่าคุณเอาเรื่องของผม ไปโพสต์ซี้ซั้วในอินเทอร์เน็ต ผมจะหาทนายมาฟ้องคุณ ไม่สิ คุณนี่มันน่าสนใจจริง น่าสนใจจริง ๆ ทำไมกลับดึกขนาดนี้ อย่าพูดถึงเลยค่ะ พ่อ…พ่อจะไปไหนคะ จะเข้าไปที่ทำงานหน่อย อาหารเหลือเก็บไว้ให้บนโต๊ะนะ ดึกขนาดนี้แล้วพ่อจะไปที่ทำงานทำไม เดี๋ยวก็กลับแล้ว
เอากุญแจไปรึยังคะ เอามาแล้ว พ่อคะ ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ตอนนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ว่าคนไข้จะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ครับ งั้นอีกสักครู่ ถ้าญาติคนไข้มาแล้ว พ่อ พ่อคะ พ่อ คุณคือญาติของคุณหลินจ้าวเซิงใช่ไหมครับ ค่ะ ฉันเป็นลูกสาวของเขา ตอนนี้อาการเขาเป็นยังไงบ้างคะ คนไข้ถูกกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรง พวกเราเย็บปิด ปากแผลให้เรียบร้อยแล้ว ในกระโหลกไม่พบอาการผิดปกติอะไร ดูจากอาการตอนนี้ สมองได้รับการกระทบกระเทือน อาจจะหมดสติไปอีกสักพักหนึ่ง งั้นลำบากคุณแล้วนะครับ เมื่อคืนวานเขายังดี ๆ อยู่เลย ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็นแบบนี้ คุณอย่าเพิ่งร้อนใจไป เป็นแบบนี้ครับ เช้าวันนี้ประมาณหกโมงกว่า ๆ มีนักเรียนพบคุณพ่อของคุณ สลบอยู่ที่ห้องการเงินของโรงเรียน เงินในห้องการเงินหายไป 170,000 จากที่เรา ทำความเข้าใจเบื้องต้นคือ เมื่อคืนนี้ ซุนเผยเกิน เพื่อนร่วมงานของคุณพ่อคุณโทรหาเขา ให้เขาไปปิดหน้าต่าง ที่ห้องการเงินของโรงเรียน ในระหว่างนั้น มีคนติดตามมาและโจมตีเขาจากด้านหลัง หยิบเอาเงินพวกนั้นไป ฮัลโหล เสี่ยวเหมิง พ่อฉันเกิดเรื่องแล้ว เธอมาช่วยฉันดูแลพ่อ ที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหม ลุงหลินเป็นอะไร
ก็ ตอนนี้ฉัน ยังอธิบายได้ไม่ชัดเจน แต่ฉันต้องกลับบ้านไปเอาเงินก่อน ได้ไหม เธอมาช่วยฉันดูแลเขาหน่อย เขาอยู่ที่ ตึกผู้ป่วย 916 แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลประชาชนสอง ได้ ๆ ขอบคุณนะ วันที่ 5 มกราคม ปี 1998 ซีซีอายุสามขวบ เดือนพฤษภาคม ปี 2001 ซีซีอายุห้าขวบครึ่ง ที่ร้านอาหารจานด่วน ได้รับของเล่นที่ระลึก เดือนธันวาคม ปี 2001 พาซีซีไปเที่ยวปักกิ่ง ปี 2002 สถานที่ เขาติ้งเยว่ เมืองอันผิง ออกไปเที่ยวกับซีซี วันที่ 8 เดือนกรกฏาคม ปี 2017 ซีซีจบการศึกษาระดับปริญญาตรี กำลังจะเข้าทำงาน เงินของโรงเรียนหายไป เราไม่ได้ขุดคุ้ยความผิดพลาดที่ผ่านมาของพ่อคุณ ก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่เรื่องค่ารักษาพยาบาลน่ะ ต้องพึ่งตัวคุณเองแล้วจริง ๆ ว่าแต่พ่อของฉันเคยมีความผิดอะไรเหรอคะ ก็ที่ปกปิดเรื่องโรคไงล่ะ มันส่งผลกระทบกับการทำงาน ความประมาทเลินเล่อ คุณลองคิดดู หน้าต่างห้องการเงิน
เขายังลืมปิดได้ ไม่งั้นจะเกิดเรื่องได้ยังไง โรค…โรคอะไรคะ พ่อของคุณเป็น โรคอัลไซเมอร์ ก็คือโรคสมองเสื่อมไง ในฐานะพนักงานบัญชีคนหนึ่ง เขาไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับโรงเรียน ตั้งแต่ครั้งแรก ก็ถือเป็นการฝ่าฝืนกฏ ของทางฝ่ายการเงินแล้ว เขาเพิ่งจะอายุ 45 ปี เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมหรอก ใช่น่ะสิ พวกเราเอง ก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้กัน ตอนที่ไปแสดงความเสียใจเมื่อช่วงเช้านี่เอง ความลับของพ่อคุณนี้ ปกปิดได้ดีนะ ส่วนรายละเอียด คุณก็ลองไปถามกับคุณหมอดูแล้วกัน พ่อคุณไม่ได้บอกเลยเหรอ เมื่อห้าปีก่อน ก็มารักษากับผมที่นี่ เสี่ยว…เสี่ยวเหมิง เธอช่วยฉันรับหน่อยสิ ได้ ไม่กี่เดือนมานี้ อาการทรุดหนักลงไปอีก อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นกับพ่อของคุณ ส่งผลกระทบกับโรคที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว ก็ยากที่จะคาดเดา ผมยากที่จะสรุปได้ว่า เขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณเองก็ควรจะทำใจไว้หน่อย ซีซี เธอกลับไปก่อนเถอะ คืนนี้ฉันอยู่เฝ้าให้เอง เธออดหลับอดนอนมานานแล้วนะ เธอฟังฉันเถอะ กลับบ้านไปอาบน้ำ นอนหลับพักผ่อนสักตื่น ถ้าร่างกายเธอรับไม่ไหว ต่อไปใครจะดูแลพ่อเธอล่ะ พ่อคะ ข้อสอบคณิตศาสตร์ของหนูเมื่อวาน หนูสอบได้ 100 คะแนน พ่อว่าต่อไป หนูจะเก่งเหมือนพ่อไหมคะ แน่นอนอยู่แล้ว แกเป็นลูกพ่อ
ที่พูดกันว่า สีครามนั้นกลั่นมาจากต้นคราม อีกไม่นานแกก็จะนำหน้าพ่อไป อีกไม่นานคือเมื่อไหร่คะ มานี่สิ ข้างบนนี้น่ะ มันคือคำถามที่แกกำลังเรียนรู้ ด้านล่างนี้คือปัญหาที่พ่อค้นคว้า เมื่อไหร่ที่แกเข้าใจ ปัญหาข้างล่างแล้ว แกก็นำหน้าพ่อไปแล้ว ค่ะ งั้นหนูจะตั้งใจเรียน โตขึ้นจะได้ช่วยพ่อแก้โจทย์ยาก ๆ มา เกี่ยวก้อยกัน เกี่ยวก้อยสัญญา ร้อยปีห้ามเปลี่ยนแปลง ฉันผ่านแล้ว ฉันก็ผ่านเหมือนกัน เราสองคนผ่านแล้ว เราสี่คนก็ผ่านแล้ว พ่อคะ กลับมาแล้วเหรอ สอบไม่ติด สอบไม่ติดก็สอบไม่ติดสิ แค่ค่ายฤดูร้อน เข้าไปเถอะ อีกเดี๋ยวพ่อทำกับข้าวให้ เร็ว เร็วสิ ในที่สุดก็หาเธอเจอสักที เธอช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหม เธอร้องไห้ทำไมน่ะ เธอเป็นอะไรไป ฉันยังไม่ได้พูดเลย ว่าจะให้เธอช่วยอะไร เธออย่าเพิ่งร้องสิ ไม่เป็นอะไรหรอกนะ มีเรื่องอะไรร้ายแรงเหรอ นี่มัน ทำไมเธอถึงมีรูปนี้ล่ะ นายรู้จักเหรอ ภาพถ่ายของค่ายฝึกอบรมจางซูผิง ฉันยังเคยเข้าร่วมเลย เธอดูสิ นี่ไงฉัน จางซูผิง เผยจือ สองคนนี้ใครน่ะ รูปนี้ของเธอไม่ถูกต้อง แน่นอนว่าไม่ถูก เพราะว่ารูปนี้พ่อฉันเป็นคนตัดต่อ ฉันสอบเข้าค่ายฝึกอบรมนี้
ไม่ติดสักหน่อย เขาต้องผิดหวังกับฉันมากแน่ ๆ คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ ที่จริงฉันเรียนคณิตศาสตร์ไม่รอดด้วยซ้ำ เธอจะไปไหน ใจเย็นก่อน เธอใจเย็นหน่อยสิ ที่จริงฉันเรียนคณิตศาสตร์ไม่ได้ด้วยซ้ำ เธอใจเย็นหน่อย ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็สามารถคุยกันได้ทั้งนั้น ถ้าเธอไม่อยากช่วยฉัน เธอไม่ต้องช่วยฉันก็ได้ จริง ๆ นะ ไม่เป็นไรหรอก เธอ เธอ ใจเย็นลงหน่อย เธอนี่มัน ไม่ต้องมาจับฉัน ใครให้เธอไปฟ้องคุณครู ตอบสิ พูดสิ พูดสิ เธอนั่นแหละ คุณครูหลี่มาแล้ว เป็นอะไรกัน มายืนล้อมกันตรงนี้ทำไม หลินเจาซีตีคนอื่นครับ ตีเจ้าเกี๊ยวครับ ใช่ เขานั่นแหละ เขาตีเจ้าเกี๊ยว พอแล้ว เขาตีเจ้าเกี๊ยว เจ้าเกี๊ยว เขาตีเธอเหรอ เขา เขาตีผม ใช่ ทั้งหมดเป็นเพราะเขา เพราะเขา ทั้งหมดเพราะเขา ไม่ต้องพูดแล้ว ๆ เป็นเขาที่ตีเจ้าเกี๊ยว หลินเจาซี เธอพูดสิ พูดสิ
คุณครูให้เธอพูดไง รีบพูดสิ เธอหนีอะไร หนีอะไร หลินเจาซี เป็นอะไรไป เธอไม่สบายเหรอ หลินเจาซี หลินเจาซี หลินเจาซี หลินเจาซี หลิน…หลินเจาซี หลินเจาซี นี่เธอกำลังทำอะไร ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า เธอเป็นอะไรไป เป็นอะไร หลินเจาซี หลินเจาซี หลินเจาซี หลิน…หลินเจาซี หลินเจาซี เธอทำอะไรเนี่ย ไม่สบายตรงไหน เธอเป็นอะไร พอแล้ว เป็นอะไรไป หลินเจาซี หลินเจาซี ไม่ คุณปล่อยฉันนะ คุณเป็นใครน่ะ เธอเป็นอะไรกันแน่เนี่ย หลินเจาซี วันนี้เธอเป็นอะไรไป ฉันไม่มีเวลาจะเล่นกับเธอนะ เธอนั่งสำนึกผิด อยู่ที่ห้องทำงานของฉันไปก่อนแล้วกัน ไม่ค่ะ คุณน้า คุณฟังนะคะ ฉันไม่รู้จักคุณ ฉันเป็นคนจากปี 2018 ปีนี้อายุ 23 เมื่อกี้ ฉันยังยืนอยู่หน้าบ้านอยู่เลย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว หลินเจาซี ปีนี้ ปี 2006
เธออ่านพวกนิยายให้มันน้อย ๆ หน่อย ปกติเธอ เป็นเด็กที่ซื่อสัตย์นะ ทำไมถึงโกหกเป็นแล้วล่ะ ไม่ใช่ ทำไมคุณถึงไม่เชื่อล่ะคะ ให้ฉันเชื่ออะไร ให้ฉันเชื่อว่าเธอนั่งเครื่องไทม์แมชชีน กลับมาในอดีตเหรอ ไม่มีไทม์แมชชีน ก็หลับตาแล้วลืมตาแค่หนึ่งครั้ง ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เธอ ฉันรู้ค่ะ คุณไม่เชื่อ ฉันเข้าใจ ฉันเองยังไม่กล้าเชื่อเลย แต่ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้าน ไม่ใช่ สรุปแล้วคุณเป็นใครกัน ทำไมต้องขังฉันไว้ที่นี่ ตั้งแต่เด็ก เธอเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้าของเรา ผ่านมานานหลายปีแล้ว เธอยังไม่มองว่าที่นี่เป็นบ้านของเธอ เธอทำให้ฉันเสียใจมาก บ้านเด็กกำพร้า ทำไมฉันถึง โตมาในบ้านเด็กกำพร้าล่ะ ฉันมีพ่อนะ หลินเจาซี ห้ามพูดโกหกนะ วันนี้ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไร ทำไมต้องพูดโกหกแบบนี้ ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันหวังว่าเธอจะนั่งคิดดี ๆ ให้ถี่ถ้วน อยู่ในห้องทำงานของฉันนี่แหละ ไม่ค่ะ คุณอย่าไปสิ เปิดประตู เปิดประตูสิ ฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ แบบนี้มันเรียกว่าการลักพาตัวเด็กผู้หญิงนะ ลักพาตัวเด็ก เปิดประตูนะ ปล่อยฉันออกไป เปิดประตูสิ เบอร์โทรของเหล่าหลิน สวัสดีค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ กรุณาโทรใหม่อีกครั้งค่ะ
ขออภัย [หลินเจาซี] ปี 1995 [หนังสือรับรองการรับทารกที่ถูกทอดทิ้ง (เด็กกำพร้า)] วันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ มณฑลอันหนิง เมืองอันผิง สถานสงเคราะห์เด็กหงซิง ขณะที่ผู้อำนวยการตั่งอ้ายผิงออกไปซื้อของ ได้พบเด็กทารกถูกทิ้งอยู่ที่หน้าประตู ตอนที่เจอเด็ก เด็กกำลังนอนอยู่ในรถเข็นเด็ก และมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนตัวเด็ก ในกระดาษเขียนไว้ชื่อหนึ่ง หลินเจาซี ไม่ทราบข้อมูลของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่คือ ภาพถ่ายของค่ายฝึกอบรมจางซูผิง ฉันยังเคยเข้าร่วมเลย เธอดูสิ นี่ไงฉัน จางซูผิง เผยจือ สองคนนี้ใครน่ะ รูปถ่ายใบนี้ไม่ถูกต้อง จี้เจียง มันจะเกี่ยวกับเขารึเปล่านะ ผู้อำนวยการให้ฉันเอาของกินมาให้ โอลิมปิกฤดูหนาวครั้งที่ 24 จะจัดขึ้นที่เมืองไหน ปักกิ่ง คนกันเอง ฉันคือจี้เจียงไง นายคือจี้เจียงจริง ๆ เหรอ ใช่สิ ฉันคือจี้เจียง นายเป็นคนทำใช่ไหม ฉันทำอะไรล่ะ นายเป็นคนพาฉันมาที่นี่ใช่ไหม นายมีจุดประสงค์อะไร ไม่ใช่ฉัน ฉันยังอยากถามเธอเลย ยืนอยู่หน้าบ้านเธอ พริบตาเดียวก็กลับไปเป็นเด็ก ควรจะเป็นเธอมากกว่า ที่ต้องอธิบายให้ฉันฟัง ฉันเป็นผู้เสียหาย
ให้ฉันอธิบายอะไรล่ะ ฉันต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย ฉันไปที่บ้านเธอ คืออยากให้เธอช่วยฉันพิสูจน์ สุดท้าย ย้อนกลับไปในอดีตแล้ว ฉันต่อสู้จากเด็กกำพร้ามาจนถึงตอนนี้ ง่ายนักรึไง ฉันต้องลิ้มรสความลำบาก ที่ฉันต้องได้รับอีกครั้งในอนาคต นายเป็นเด็กกำพร้า ใช่ โตมาในบ้านเด็กกำพร้านี่เหรอ ใช่น่ะสิ แต่ฉันไม่เห็นประวัตินาย ในแฟ้มเอกสารพวกนี้เลย นี่เป็นแฟ้มของฉัน ตั่งอ้ายหมิน [กล่องแฟ้ม] ชื่อเล่นว่าฮวาเจวี่ยน ฉันเปลี่ยนชื่อเป็นจี้เจียง หลังจากที่พ่อแม่บุญธรรม รับเลี้ยงฉัน ฉัน ก็ ถึงจะย้อนกลับมาปี 2006 แต่ฉันก็ไม่ควร จะมาโผล่ที่บ้านเด็กกำพร้าสิ นายรู้ไหม ฉันมีบ้านนะ ตั้งแต่เด็ก ฉันโตมากับพ่อของฉัน ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ฉันก็ยังงงอยู่ ตอนที่เพิ่งมาถึง ฉันคิดว่าฉันกำลังฝันอยู่ แล้วฉันก็ออกไปดูข้างนอก แล้วก็เจอทั้งหมดนี่ เหมือนกับในความรงจำของฉัน ทุกอย่างเลย แต่มีอยู่สองเรื่อง หนึ่งก็คือเธอ ฉันจำไม่ได้ว่าบ้านเด็กกำพร้าของพวกเรา มีเธออยู่นะ หลินเจาซี ก็เพราะว่าฉันไม่ใช่เด็กกำพร้าไง แล้วก็ยังมีรูปนี้ อยู่ที่ฉันอีก ไม่ใช่นายจริงเหรอ ฉันบอกเธอไปกี่รอบแล้ว ไม่ใช่ฉันจริง ๆ ถ้าเธอยังไม่จบ ฉันจะสงสัยว่าเธอเป็นคนทำแล้วนะ
เราก็ไม่ต้องจบเรื่องนี้กันแล้ว ขอ…ขอโทษนะ แล้วเธอคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่คนสามารถทำออกมาได้เหรอ ฉันก็แค่คิดว่าเรื่องนี้ ทำไมต้องมาที่นี่ กับนาย มันน่าแปลกมากเลย ฉันจะรู้ได้ไงล่ะ นี่ไม่ใช่ของเธอรึไง ฉันก็เพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรก ตอนบ่ายกลับถึงบ้าน ฉันก็เปิดดูอีเมล เห็นว่ามีรูป ๆ หนึ่ง ก็คือรูปนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครวางไว้ ตอนแรกฉันยังคิดว่าเป็นของพ่อฉัน ตอนนี้ดูแล้วก็ไม่ใช่ พ่อของฉันเป็นคนวางไว้หรอก แต่จะว่าไปแล้ว ภาพนี้ มากับเราสองคนด้วย มันผิดปกติเกินไปหรือเปล่า ตอนนั้นที่ฉันเห็นภาพ แล้วนายก็มาหาฉัน จากนั้นฉันก็ไปลบสมการ ลบ หรือจะเป็นเพราะลบสมการไป ใครจะรู้ล่ะ ยังไงซะตอนนั้น ฉันเห็นเธอร้องไห้ แล้วฉันก็ปลอบเธอ นอกจากนั้นฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ว่ายังไงรูปนี้ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่บนรูปมีนายนี่ ตั่งอ้ายหมิน จะไม่เกี่ยวได้ยังไง ค่ายฝึกอบรมจางซูผิง ฉันเข้าร่วมก็จริง แต่เราไม่ได้รับเหรียญทอง ในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก แล้วเธอดูเจ้าเผยจือนี่ เผยจือเข้าค่ายฝึกอบรมได้ไม่ถึงสองวัน ก็ทะเลาะกับจางซูผิง จนถอนตัวออกไป เขาไม่ได้อยู่จนถึง การแข่งรอบสุดท้าย ทำไมเขาถึงอยู่ในรูปด้วยล่ะ นายรู้จักเผยจือ เราเรียน ม.ปลายที่เดียวกัน แต่ฉันไม่ค่อยสนิทกับเขา เขาเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้
ได้รับ ที่ได้รับเหรีญทองมี จางเลี่ยง เผยจือ ฉัน ยังมีหลิวซวี่ ลู่จื้อเฮ่า แต่ปัญหาคือ ฉันไม่ได้เข้าร่วม ค่ายฝึกอบรมนี่นา แล้วก็ไม่ได้ลงแข่งเอาถ้วยด้วย ยังมีพ่อฉัน ทำไมพ่อของฉัน ถึงมาอยู่ในรูปนี้ด้วยล่ะ ที่แท้แล้วเป็นเพราะอะไร ที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี่ รูปเหรอ สมการ ยังเป็นอะไรได้อีก ฉันคิดว่านะ พวกเราอย่าเพิ่งไปคิดเลย ว่ามาที่นี่ได้ยังไง เรามาคิดกันดีกว่าว่าจะกลับไปได้ยังไง นายว่าเรายังกลับไปได้เหรอ พวกเธอสองคน ทำไมยังอยู่ที่นี่ล่ะ ดึกขนาดนี้แล้ว ยังไม่ไปพักผ่อนอีก คุณแม่หลี่ พวกเรากำลังจะไปแล้ว หลินเจาซี ต่อไปห้ามพูดโกหกนะ ขอโทษค่ะ คุณแม่หลี่ หนูสำนึกผิดแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ มานี่ ไปสืบมาได้แล้ว เธอพักที่ห้อง 303 เตียงล่างข้างหน้าต่างด้านขวาของประตู นายทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ทำไม เธอไม่คิดว่ามันน่าตื่นเต้นเหรอ ตื่นเต้นอะไร ตอนนี้ทั้งโลก ไม่มีใครรู้ความลับของเราสองคนเลยนะ ประสบการณ์แบบนี้สำคัญมาก ในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ฉันต้องสัมผัสมันเยอะ ๆ เหมือนแสดงหนังสายลับเลย
จำไว้นะ ห้ามเปิดเผย ตัวตนของเธอเด็ดขาด [ประถมศึกษาโอลิมปิก] [เรียนรู้โดยการเปรียบเทียบ] หวังว่าทั้งหมดนี้จะเป็นแค่ฝันนะ รอให้ฉันตื่นมา ทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ หลินเจาซี หลินเจาซี ตื่นได้แล้ว ฝันไป ๆ ๆ ฉันต้องฝันไปแน่ ๆ ฝันอะไรล่ะ รีบไปโรงเรียนได้แล้ว ลุกขึ้น ฉันไปสืบมาแล้ว เรากำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมหงซิง ป.5/2 มานี่ รีบแปรงฟันเร็ว ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ทันแล้วนะ ฉันต้องไปเข้าเรียนอะไรอีก ฉันโตแล้วนะ จะให้ฉันไปเรียนประถมอะไร หยุด หยุด หยุด เธอเสียงดังอีกสิ ไปยืนตะโกนข้างถนนเลย ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันมาจากปี 2018 ดูสิว่าคุณแม่หลี่ จะขังเธอไว้อีกกี่วัน หรือส่งเธอไปแผนกจิตเวชเลย