EP.2 (FULL EP) | สูตรรักข้ามเวลา (The Heart of Genius) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [สูตรรักข้ามเวลา] [ตอนที่ 2] รีบแปรงฟันซะสิ ไม่งั้นเดี๋ยวจะสายนะ ฉันต้องไปเรียนอะไรอีก ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ทำไมฉันต้องไปเรียนชั้นประถมอีก หยุด หยุด หยุด ถ้าเธอโหวกเหวกโวยวาย ตะโกนเสียงดังลั่นไปบนถนนอีกว่า ฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันมาจากปี 2018 ดูสิว่าแม่หลี่ จะกักบริเวณเธออีกกี่วัน หรือส่งเธอไปสถาบันจิตเวชเลย จัดกระเป๋าหนังสือซะสิ นี่มันอะไรเนี่ย ฉันว่าเธอต้องไปสถาบันจิตเวชแล้วละ นี่กระเป๋าหนังสือของเธอไง นี่มันน่าเกลียดเกินไป กี่โมงแล้วเนี่ย เธอยังจะมาหงุดหงิดกับอันนี้อีก แถมอันนี้ก็ดีจะตายไป เธอดูที่พิมพ์ข้างบนสิ กู่น่าราเทพแห่งความมืดมิด เท่จะตาย เทพอะไรนะ กู่น่าราเทพแห่งความมืดมิด ปาลาลาเทพตัวน้อยแห่งโลกเวทมนตร์ เธอไม่เคยดูหรือไง ปาลาลาแปลงร่าง ฉัน หลินเจาซี ถึงจะโดนหาว่าเป็นโรคประสาท ต้องถูกกักตัว ต้องกินยาทุกวัน ยังไงซะฉันก็ไม่มีทางแบกของเล่นนี่ไปเด็ดขาด งั้นเธอก็ไปซะเถอะ ฉันรอเธอที่หน้าประตูนะ เร็วหน่อยสิ ไปโรงเรียนไม่ได้หรอก อีกเดี๋ยวพวกเรา ต้องไปที่ประตูบ้านฉัน ในเมื่อทุกอย่าง เกิดขึ้นที่ประตูบ้านฉัน เพราะงั้นทางที่จะกลับไป ต้องอยู่ที่นั่นแน่ ๆ พวกเรารอจนถึงตอนพักเที่ยงได้ไหม

    ถ้าเราไปตอนนี้ เราจะขาดเรียนนะ เด็กประถมขาดเรียนเป็นเรื่องร้ายแรงมากนะ พอถึงบ้านฉัน พวกเราก็จะกลับไปได้แล้ว นายจะกลัวอะไร แล้วถ้ากลับไปไม่ได้ล่ะ ไม่มีคำว่าถ้า ฉันต้องกลับไปให้ได้ โลกทั้งใบเป็นของเธอหรือไง หลินเจาซี พวกเธอสองคน ตั่งอ้ายหมิน ทำอะไรอยู่น่ะ เร็วเข้าสิ เร็วเข้าสิ ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ไป ไป เข้าแถวให้เรียบร้อยนะ เดินระวังด้วยนะ มา ก้าวให้ทันนะ เร็วเข้า เร็วเข้า เร็วเข้า ช้าหน่อย ช้าหน่อย ไป เร็ว ทุกคนมาครบแล้วหรือยัง ครบแล้วค่ะ ครบแล้วค่ะ เร็ว ๆ เร็วหน่อย เจอกันนะครับ น้าหลี่ ไม่ต้องรีบร้อนกันนะ เจียฉี อวี้ชิง พวกเธอได้ยินที่ครูพูดไหม ได้ยินแล้วค่ะ ทำอะไรเนี่ย นายจะไปหรือไม่ไป พวกเรามาวางแผนกันก่อน อย่างแรกพอถึงบ้านฉัน คือไปดูผนังนั่นก่อน ถ้าผนังนั่น มีสมการนั้นละก็ พอเช็ดออกอาจจะทำให้กลับไปก็ได้ มีเหตุผล อย่างที่สอง ถ้าเกิดว่าไม่มีสมการนั้น คงต้องลองฉีกภาพถาพนั้น

    อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ มีเหตุผลมาก ๆ ถ้าไม่มีอะไรเลยละก็ คงต้องไปหาพ่อของฉัน ฉันกลายเป็นเด็กกำพร้า เรื่องนี้มันผิดปกติมาก เขาอาจจะรู้อะไรบ้าง นายคิดว่าไง มีเหตุผลสุด ๆ ไปเลย คุณจี้ นายช่วยแสดงความคิดเห็นอะไร ที่มันเป็นประโยชน์สักหน่อยได้ไหม ก็แล้วแต่เธอเลยไง ยืนขึ้น สวัสดีค่ะนักเรียนทุกคน สวัสดีค่ะ/ครับ คุณครู เชิญนั่ง พวกเรามาเปิด หนังสือภาษาจีนหน้าที่ 79 กันก่อน หลินเจาซีล่ะ เขาไม่มาครับ ไม่มาค่ะ ตั่งอ้ายหมินก็ไม่มาเหรอ ไม่รู้ค่ะ/ครับ ห่าวม่อซือ เธออ่านหนังสือภาษาจีน นำเพื่อนไปก่อนสักเดี๋ยวนะ ครูจะออกไปข้างนอกสักหน่อย น่าเสียดายที่เดือนแรกได้ผ่านไปแล้ว ค่ะ ๆ ฉันทราบแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ที่หอพัก ฉันก็หาจนทั่วแล้ว ของใช้ส่วนตัวของพวกเขายังอยู่ครบ ทางโรงเรียนว่ายังไงบ้าง ครูที่โรงเรียนบอกว่า พวกเขาไม่ได้เข้าคาบเรียนแรก ยามหน้าประตูก็บอกว่า ระหว่างคาบเรียนก็ไม่เห็นนักเรียนออกไปเลย นี่ก็ยังไม่กลับมา คุณว่าเด็กสองคนนี้ จะไปที่ไหนกัน เมื่อเช้าฉันไปส่งพวกเขา ที่หน้าประตูโรงเรียนด้วยตัวเองเลยนะ ทำไมถึงหายตัวไปได้ล่ะ ครูหลี่คะ คุณอย่าเพิ่งกระวนกระวายใจไปเลย

    ไม่แน่นะ เด็กสองคนนั่น อาจจะออกไปวิ่งเล่นเองก็ได้ เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นเจ้าหัวโต เจ้าเกี๊ยว พวกเขาอาจจะเป็นไปได้ ปกติหลินเจาซีเป็นคนที่เชื่อฟังที่สุด ฮวาเจวี่ยนก็เป็นเด็กที่ซื่อสัตย์ พวกเขาไม่เคยโดดเรียนกันมาก่อนเลย ถ้านี่เกิดเรื่องขึ้นมา จะทำยังไงกันดี อย่ากระวนกระวายใจไปเลยนะ พวกเรามาค่อย ๆ หากันเถอะ ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากลท่านหนึ่ง ได้ยืนยันว่าการเตรียมความพร้อม สำหรับงานโอลิมปิกปักกิ่งปี 2008 ได้มีการเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ปักกิ่งเตรียมดำเนินการก่อสร้าง สนามกีฬาแห่งใหม่ 15 แห่ง และซ่อมแซมสถานที่จัดการแข่งขันเดิม 11 แห่ง คณะกรรมการท่านนี้ยังบอกอีกว่า เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้า ของการดำเนินงานในปัจจุบัน ไปกันเถอะ ขึ้นไปข้างบนกัน ไปกัน และเป็นการทดลองการใช้งานล่วงหน้า ก่อนการเปิดงานโอลิมปิกสองปี สนามกีฬาเหล่านี้ เป็นอาคารกีฬาสมัยใหม่ ที่มีความยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ไม่มีอะไรเลย เดิมทีบนผนังมีสมการสองสมการ ฉันกับพ่อของฉัน เขียนมันเอาไว้ ตอนที่เล่นเกม ตอนนี้ฉันกลายเป็นเด็กกำพร้า พ่อของฉันเองก็ไม่ได้เลี้ยงเด็ก เพราะงั้นก็เลยไม่มี สองสมการนี้ กลับบ้าน ! นายทำอะไรน่ะ ไม่กลับบ้านแฮะ ดูของฉันนะ

    เหมือนจะล้มเหลวอีกแล้ว พวกเราอยากกลับบ้าน ทำไมถึงไม่ให้พวกเรากลับไป ทำไมต้องให้พวกเราย้อนเวลามาด้วย เธออย่าพูดออกมาสิ อย่าทำให้คนอื่นรู้เข้าสิ พ่อคะ อยู่บ้านไหมคะ เธอเบาเสียงหน่อยสิ พ่ออยู่บ้านไหมคะ ยังไม่แน่ใจเลยนะว่าใช่บ้านของเธอไหม พ่อคะ หนูคือหลินเจาซี หลินเจาซี เธออย่าใจร้อนสิ เปิดประตูหน่อยสิคะ พ่อคะ พ่ออยู่บ้านไหมคะ หนูคือหลินเจาซีไงคะ อย่าใจร้อนสิ พ่ออยู่บ้านไหมคะ อย่าใจร้อนสิ เจ้าเด็กนั่นทำอะไรน่ะ พ่อ สดใสหน่อยซุปหม่าล่า โอเค พ่อ พ่อคะ เด็กคนนี้ใครน่ะ ไม่รู้สิ พ่อคะ หนูคือลูกสาวของพ่อ เรียกฉันเหรอ คุณมีลูกสาวด้วยเหรอ ตลกแล้ว สภาพฉันเหมือนคนมีลูกเหรอ – พ่อ – เจ้าเด็กคนนี้ อย่ามาเรียกมั่วซั่วนะ ไม่สิ พ่อคะ หนูคือหลินเจาซี คุณดูสิ คุณยังบอกว่าคุณไม่มีลูกสาวอีกเหรอ แซ่หลินเหมือนกับคุณเลย ไอ้คนหลอกลวง เชี่ยนเชี่ยน เชี่ยนเชี่ยน ไม่ใช่นะ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด พ่อ พ่อจำหนูไม่ได้แล้วเหรอ หนูคือหลินเจาซีไง

    พ่อ หนู หลินเจาซี เธอปล่อยเลยนะ เธอจำผิดคนแล้ว เธอ ๆ เชี่ยนเชี่ยน เชี่ยนเชี่ยน ฟังฉันอธิบายก่อนได้ไหม หลินเจาซี เชี่ยนเชี่ยน เชี่ยนเชี่ยน ฉัน ๆ เธอเงียบไปเลยนะ เธอเงียบไปเลย คุณรอผมเดี๋ยวนะ ผม…ผมขอถาม ๆ ถาม ๆ ถาม ๆ ถามให้ชัดเจนก่อน ดีไหม ที่รัก ดีไหม ถามให้ชัดเจน ถามให้ชัดเจน อะไรกัน เธอ เธอ เธอนี่มันอะไรกัน ทำไมพอสนใจใครก็เรียกว่าพ่อไปหมดเลยล่ะ มันอันตรายรู้ไหม ถ้าเธอถูกลักพาตัวไปจะทำยังไง ไหนลองพูดมาซิ เธอรู้จักฉันเหรอ เธอถึงได้มาเรียกฉัน คุณชื่อหลินจ้าวเซิง ปี 1973 เกิดที่โรงพยาบาลเพื่อประชาชนลำดับที่สอง ปู่ของหนูชื่อว่าหลินชื่อเสียง ย่าของหนูชื่อว่าซ่งชุนหวา ตอนประถมคุณเรียนที่ฉังเกิง มัธยมต้นคุณเรียนที่ซานจง ไม่สิ ที่รัก นั่น… เธอเป็นใคร หนูคือลูกสาวของคุณ ใช้ได้เลยนะ หลินจ้าวเซิง

    อยากจีบฉันให้ติด จนแม้แต่ลูกสาวก็ไม่ต้องการแล้วงั้นเหรอ ไม่ใช่นะ ไอ้ขยะเอ้ย ไม่ใช่นะ ไม่ใช่นะ เชี่ยนเชี่ยน เธอฟังฉันอธิบายก่อน เชี่ยนเชี่ยน คือแบบนี้ คือแบบนี้ คือว่า ไม่สิ เอามาให้ฉัน ไม่ใช่นะ เชี่ยนเชี่ยน ผม – นายอย่ามาดึงฉันสิ – ผมรักคุณนะ เชี่ยนเชี่ยน ไปซะ เธออย่าลืมสิ พวกเรามาทำอะไรกัน ตอนนี้เธอโตมาจาก บ้านเด็กกำพร้านะ พ่อของเธอไม่รู้จักเธอ ก็เป็นเรื่องธรรมดา เธอก็แค่ถามเขาว่า รู้เรื่องย้อนเวลานี่ไหม ฉันขอบอกนาไว้เลยนะ ถ้าไปหาฉันหนึ่งครั้ง ฉันก็จะตีคุณหนึ่งครั้ง ผมรักคุณนะ เชี่ยนเชี่ยน ผมรักคุณ ไอ้ขยะเอ้ย แม่เจ้า บ้าบอเกินไปแล้ว มา มา ๆ เธอสองคนมันอะไรกัน ผมเอง ให้ผมเล่าเอง ก็คือพวกเรา เป็นเด็กของบ้านเด็กกำพร้าหงซิง ฉันจะบอกนายให้นะ ฉันไม่มีแผนจะรับอุปการะเด็กกำพร้าหรอกนะ ไม่ใช่ครับ คุณลุง ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น นายเรียกใครว่าลุง ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ

    ถ้างั้น พี่ใหญ่ คือว่าพวกเรา… นายเรียกใครว่าพี่น่ะ คุณลุง คือว่า… เธอพูดเถอะ เธอไปพูดเลย เธอว่ามาสิ เธอว่ามาสิ เธอพูดไปสิ พ่อคะ บางทีสิ่งที่หนูกำลังจะพูดตอนนี้ มันยากที่จะทำใจเชื่อได้ แต่หนูรับรองได้เลยว่า สิ่งที่หนูพูดทั้งหมดล้วนเป็นความจริง หนูเป็นลูกสาวของคุณ ไม่รู้ว่าทำไม ถึงถูกคนส่งไปบ้านเด็กกำพร้าได้ ตั้งแต่เล็กจนโตก็อยู่ในบ้านเด็กกำพร้า ที่ตอนนี้มาหาพ่อเพราะมีเรื่องด่วน ได้ เธอเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่ง ที่โตมาในบ้านเด็กกำพร้า แล้วเธอรู้ได้ยังไง ว่าฉันเป็นพ่อของเธอ มันผุดขึ้นมาในหัวหนู พวกเราสองคนเป็นพ่อลูกกันมาตลอด ปีนี้หนู… พอปี 2018 หนูจะอายุ 23 ปี นี่เป็นบ้านของเรา เราสองคนอยู่ที่นี่มาตลอด อยู่มาวันหนึ่งพ่อก็ป่วยหนักมาก ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครเป็นคนทำ ตอนนี้ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย จะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จากนั้นอยู่มาวันหนึ่ง ตอนที่หนูกำลังกลับบ้านก็ไปเจอเขาเข้า จากนั้นภาพลึกลับภาพหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นมา แล้วหนูก็ขูด สมการที่พ่อ เขียนไว้บนผนังเมื่อสองสามปีก่อนออก เอยกกำลังสองบวกบียกกำลังสอง เท่ากับซียกกำลังสอง จากนั้นก็มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น แล้วหนูก็กลับมาในปี 2006 กลายเป็นเด็กกำพร้า ส่วนพ่อยังอยู่ที่นี่

    พ่อรู้ไหมว่าทั้งหมดนี่ มันเกิดอะไรขึ้น รู้แล้ว สมองของเธอได้รับการกระทบกระเทือน เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารมาก ๆ เธอพูดถึงจุดนี้ เด็กกำพร้า เอาละ ฉันจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเธอละกัน ไปเล่นซะเถอะไป ไม่สิ ไม่สิ พ่อ หนูอาจไม่ได้พูดให้ชัดเจน พ่อฟังหนูพูดอีกครั้งนะ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉัน ถ้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ฉันจะบอกเธอไว้เลยนะ ฉันจะติดต่อไปที่บ้านเด็กกำพร้าของพวกเธอ ไม่ครับ ๆ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ ไม่สิ พ่อ หนูคือลูกสาวของพ่อจริง ๆ นะ ไปกันเถอะ พ่อ เธอไม่ต้องพูดแล้ว พ่อต้องเชื่อหนูนะ หนูคือหลินเจาซี พ่อ หนูเป็นลูกสาวพ่อจริง ๆ นะ ตอนนี้พ่อของเธอคิดว่า สมองของเธอมีปัญหา ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร เขาก็ไม่เชื่อแล้ว นั่นไม่ใช่พ่อของฉัน แค่อยู่เหมือนกันเท่านั้น พ่อของฉันขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น ยิ่งกว่านั้นไม่มีทางที่จะแต่งตัวแบบนั้นแน่ ๆ เธออย่าพูดด้วยอารมณ์สิ เธอพูดเองว่าพอมาถึงบ้านเธอแล้ว ก็จะกลับไปได้ แถมยังเขียนเป็นหัวข้ออะไร หนึ่งสองสามอีก สุดท้ายแล้วมีประโยชน์ไหม มีประโยชน์ไหม

    อย่างน้อยฉันก็ยังได้พยายามบ้าง ไม่เหมือนนาย ไม่ทำอะไรสักอย่าง ที่ทำได้แค่พูดตัดกำลังใจ ใครบอกว่าฉันไม่ทำอะไรเลย แล้วฉันไม่อยากกลับไปหรือไง ฉันเป็นถึงไอดอลระดับประเทศ ถ้าฉันกลับไปไม่ได้ แฟนคลับสาว ๆ ของฉัน จะปวดใจแค่ไหน งั้นนายพูดมาสิ นายทำอะไรไปบ้าง เมื่อวานฉันลองวิธีทั้งหมด ที่ฉันจะนึกได้แล้ว เดินทางข้ามเวลา ! เดินทางข้ามเวลา ! เดินทางข้ามเวลา ! นั่นคือวิธีที่นายคิดได้เหรอ ช่างอัจฉริยะจริง ๆ ฉันเป็นนักแสดง ไม่ใช่นักฟิสิกส์สักหน่อย แล้วก็ไม่ใช่โดราเอมอนด้วย ฉันจะคิดวิธีอะไรได้ แล้วก็อีกอย่างนะ ระดับของเราก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรหรอก เขียนสมการ ฉีกภาพ บวกกับตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอยังกล้าว่าฉันอีกเหรอ เธอจะไปไหนน่ะ หลินเจาซี โรงเรียนอยู่ทางนั้นนะ นายก็ไปเรียนโรงเรียนประถมเองสิ ฉันจะไปหาวิธีอื่นดู ถ้าเรายังไม่กลับไปกันอีก เธอเชื่อสิครูใหญ่ต้องแจ้งตำรวจแน่ ๆ ก็ช่างเขาสิ ถ้าเกิดพวกเรากลับไปไม่ได้แล้ว พวกเราต้องเริ่มต้นใหม่กันที่นี่ ต้องมีชีวิตดี ๆ อยู่ต่อไปสิ ถ้าอยากมีชีวิตดี ๆ จะดื้อด้านกับครูใหญ่ไม่ได้นะ ไม่งั้นในแต่ละวัน คงไม่ได้อยู่อย่างเป็นสุขแน่ ๆ

    ตอนนี้พ่อของฉัน ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมา แต่ฉันกลับมาอยู่ในอดีต ที่ไม่สามารถอธิบายได้ อย่างไร้เหตุผล แล้วตอนนี้นาย มาพูดเรื่องใช้ชีวิตอะไรกับฉันก็ไม่รู้ มันก็ต้องวางแผนในทางที่แย่ที่สุดสิ พ่อของเธอเป็นอะไรเหรอ ป่วยงั้นเหรอ ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย ฉันก็ไม่ได้อยากจะถามนักหรอก อาหารของคุณครบแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ที่ฉันสั่งมา เป็นอาหารที่ปกติพวกเธอชอบกินกันที่สุดทั้งนั้น กินสิ จับตะเกียบขึ้นมา คุณครูห้าท่าน คุณน้า รวมถึงฉัน ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ แถวใกล้ ๆ โรงเรียนประถมหงซิง แต่ก็หาพวกเธอไม่เจอ ฉันโทรศัพท์ไปหลายสาย ทั้งโรงพยาบาลเล็กใหญ่ในเมือง ทั้งตำรวจจราจร ฉันก็โทรไปหมดแล้ว พวกเขาล้วนพูดว่า วันนี้ไม่มี เด็กอายุ 11-12 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุเลย จากนั้นฉันก็เลยเบาใจ แม่หลี่ คุณไม่ถามว่า พวกเราไปไหนกันมางั้นเหรอครับ ปกติแล้วพวกเธอเป็นเด็กดี โดยเฉพาะเธอ หลินเจาซี ปกติแล้วเธอจะ พึ่งพาตัวเองได้มากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เพราะงั้นฉันเลยรู้ว่า พวกเธอไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ทุกคนเดือดร้อน กินเถอะ ขอโทษค่ะ หนูผิดไปแล้ว ผิดตรงไหนงั้นเหรอ

    หนูไม่ควรโดดเรียน ทำให้คุณกังวลใจ ฉันไม่เห็นคุณค่า ของโอกาสในการเรียนที่ได้มาไม่ง่าย ฉันต้องขอโทษตัวเอง เอาละ กินข้าวกลางวันเสร็จก็กลับไปเข้าเรียนดี ๆ ฉันจะไปห้องน้ำสักเดี๋ยวนะ ตอนแรกฉันคิดว่า พวกเราไม่ควรอยู่ที่นี่ และไม่ต้องให้ใครมาดูแล แต่เมื่อกี้ ฉันเห็นที่แม่หลี่มองฉันแบบนั้นแล้ว ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ดีขนาดนั้นนะ โดนหลอกเข้าให้แล้ว นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของแม่หลี่ ก็เหมือนกับคนสองคนที่เป็นแฟนกัน พอผู้หญิงเสียใจ จะไม่ด่าผู้ชาย แต่จะถามเขาแทนว่า คุณรู้ไหมว่าคุณผิดตรงไหน ผู้ชายก็จะคิด เมื่อกี้ฉัน พูดเสียงดังกับคุณเกินไปเหรอ ไม่ใช่ ตอนบ่ายที่ซื้อเสื้อผ้า ฉันลังเลที่จะรูดบัตรเหรอ ก็ไม่ใช่ เมื่อคืนคุณทำกับข้าว แล้วฉันไม่ได้ล้างจานเหรอ ก็ยังไม่ใช่ ผู้หญิงน่ะ ยิ่งไม่พูดให้ชัดเจน ผู้ชายก็จะยิ่งกลัวจนใจสั่น ตกใจจนอกสั่นขวัญหาย สุดท้าย ก็ทำได้แค่คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา ขอร้องให้ยกโทษให้ แต่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย ฉันทำผิดตรงไหนกันแน่ ทำผิดแต่ไม่โดนดุ เพราะงั้นก็เลยรู้สึกผิดด้วยตัวเอง นายเข้าใจงั้นเหรอ นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว สงครามจิตวิทยา วิชาบังคับของผู้ชาย ไม่เข้าใจเลยจะรับมือกับผู้หญิงได้ยังไง เหมือนคำที่ว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คนผีทะเล พูด…พูดนอกเรื่องแล้วนะ ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พวกเราไม่ไปโรงเรียนก็คงไม่ได้แล้ว ชั้นประถม

    ช่างเป็นการบากบั่นร่ำเรียน 16 ปีจริง ๆ จู่ ๆ วันหนึ่งก็กลับมาช่วงก่อนได้ปลดปล่อยซะงั้น ในท้องฟ้าสีคราม มีพระจันทร์เต็มดวงสีทองอร่ามลอยอยู่ดวงหนึ่ง ข้างล่างเป็นหาดทรายริมทะเล ล้วนปลูกแตงโมสีเขียวขจีไว้ เต็มพื้นที่สุดลูกหูลูกตา ระหว่างนั้น มีเด็กน้อยอายุ 22 ปีคนหนึ่ง หลินเจาซี สวมแหวนเงินไว้รอบคอ หลินเจาซี ลุกขึ้นยืนแล้วท่องต่อซิ ระหว่างนั้น มีเด็กน้อยอายุ 22 ปีคนหนึ่ง ต่อสิ สวมแหวนเงินไว้รอบคอ ในมือกำ… ในมือกำอะไร รุ่นถู่ [*ตัวละครในนวนิยายจีน] รุ่นถู่ ในมือกำรุ่นถู่หนึ่งเล่มงั้นเหรอ ไปยืนหลังห้อง ลู่จื้อเฮ่า เธอขำอะไร เธอไปยืนเป็นเพื่อนเขาข้างหลังหน่อยสิไป เอาละ พวกเรามาท่องกันต่อ มือกำส้อมพรวนเหล็กหนึ่งเล่ม แทงไปที่ฉาตัวหนึ่งอย่างเต็มแรง [*สัตว์ในวรรณคดีจีนชนิดหนึ่ง] นักเรียนคะ สุดสัปดาห์มีเวลาสองวัน เล่นให้น้อย ๆ อ่านหนังสือให้เยอะ ๆ เอาละ เลิกเรียนค่ะ ยืนขึ้น แล้วเจอกันใหม่ค่ะ/ครับ คุณครู แล้วเจอกันค่ะนักเรียน เลิกเรียนแล้ว เลิกเรียนแล้ว

    นั่งข้างหลังเธอถือว่าฉันซวยเองละกัน ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว นี่เพิ่งจะบ่ายเองนะ ถ้าเรากลับไปไม่ได้จริง ๆ กว่าจะผ่านปิดเทอมฤดูร้อนไปก็อีกตั้งหนึ่งปี ชั้นประถมหกชั้น มัธยมต้นสามปี มัธยมปลายสามปี สี่ปี… รอจนถึงมหาลัยก็จะสบายแล้ว ฉันเรียนอีกรอบไม่ไหวแล้ว ทน ๆ ไป เดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว ใครไม่เคยเป็นแบบนี้บ้างล่ะ ก็ไม่มีใครต้องมาเรียนถึงสองรอบนี่ นายเรียนกับเจ้าหนูพวกนี้ ได้อีกรอบอย่างสงบจิตสงบใจ ได้จริง ๆ เหรอ ถ้าไม่งั้น ก็โดดเรียนไปเลย หรือจะให้ง่ายกับเราสองคน ก็แค่ออกจากบ้านเด็กกำพร้า ครูใหญ่คงจะคิดว่า พวกเราสองคนคงชิงสุกก่อนห่ามกันแล้ว พวกนายจะหนีไปงั้นเหรอ นายฟังไม่ได้ใจความเลยนะ พวกนายสองคนเป็นแฟนกัน อยากจะโดดเรียน แถมยังหนีไปด้วย ฉันจะไปบอกแม่ของฉัน ไม่ใช่นะ ไม่ใช่นะ แล้วจะบอกแม่นายทำไม แม่ของเขาเป็นครูประจำชั้นของพวกเรา พวก ฉันรู้นิสัยของนาย นายไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก อัลบั้มหนึ่งอัลบั้ม อะไรนะ นายซื้ออัลบั้มให้ฉันอัลบั้มหนึ่ง แล้วฉันจะไม่บอกแม่ของฉัน ฉันไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม เขากำลังขู่กรรโชกฉันอยู่เหรอ เด็กคนนี้ตลกกว่านายอีกนะ ที่น่าตลกกว่าคือ เขาคือผู้จัดการของฉันในอนาคต เขาไว้ใจได้มากเลยทีเดียว

    ที่ฉันพูดคือหลังจากโตแล้วนะ พวกนายสองคนดูเหมาะสมกันดีนะ เป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบมากจริง ๆ พวกนายสองคนพูดเรื่องอะไรกัน ถ้าไม่ซื้อฉันจะไปห้องพักครู ไปหาแม่ฉันแล้วนะ ซื้อ ๆ ความสัมพันธ์ของเราต่อจากนี้เป็นยังไง เป็นเหมือนพี่น้องกันแท้ ๆ แบบนี้ดีไหม งั้นฉันอยากได้ อัลบั้มใหม่ของฟางเหวินซานหนึ่งอัลบั้ม ไม่มีปัญหา เดี๋ยวนะ นายพูดว่าอัลบั้มใหม่ของใครนะ ฟางเหวินซานไง แผ่นนี้แหละ [โชแปงที่นอกหน้าต่าง] ฉันว่าโลกทัศน์ของฉันมันทลายลงไปแล้ว จี้เจียง นายรู้ไหมว่าแถวนี้ ที่ไหนเล่นอินเทอร์เน็ตได้บ้าง ไปกัน ทำไมพวกนายสองคนไปกันแล้วล่ะ ผลงานใหม่ของผู้กำกับเก๋อโย่ว ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลไก่ทองคำ เก๋อโย่ว วงชิ่งกงจิ่วประกาศยุบวง ไม่ใช่เก๋อโยวเหรอ อวี๋เสี่ยวเชียน ไม่ใช่อวี๋เสี่ยวเชียนเหรอ จากนี้ไปจะใช้การแสดงและโชว์ตลก เป็นแนวทางหลักในการพัฒนา ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นี่เป็นผลงานชิ้นแรกที่ร่วมแสดง หลังจากการกลับมาของเขา พระเจ้า [โลกชีส ปี 2006] [หลินเจาซีอายุ 11 ปี] ฉันเข้าใจแล้ว ฉันรู้ว่าแล้วทำไม ฉันถึงได้มาอยู่บ้านเด็กกำพร้า เธอเข้าใจอะไรงั้นเหรอ ฉันไม่เห็นเข้าใจอะไรเลย นายเคยได้ยินไหมที่ว่า ทุก ๆ ความปรารถนาในการเลือกของคน

    จะสร้างโลก ที่แตกต่างกันขึ้นมาอีกใบหนึ่ง หมายความว่าอะไร นายดูสิ อย่างเช่นพวกเราในตอนนี้ อยากจะซื้อเค้ก จากนั้นก็มี มี…มีรสสตรอว์เบอร์รี่หนึ่งชิ้น กับรสชีสหนึ่งชิ้น ในทุก ๆ การเลือก ล้วนมีการพัฒนาที่แตกต่างกันไป นั่นอาจจะเป็นพวกเรา ที่เคยอยู่ในการเลือกรสสตรอว์เบอร์รี่ แต่ตอนนี้ โลกใบนี้คือโลกของรสชีส เธอเลือกเค้ก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ การที่เธอมาอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าล่ะ ฉัน ฉันก็แค่เปรียบเทียบให้ดูเฉย ๆ ยังไงก็เถอะ ต้องเป็นเพราะช่วงเวลาหนึ่ง คนคนหนึ่ง ความปรารถนาหนึ่ง ตัวเลือกเปลี่ยนไป ถึงทำให้ผลลัพธ์ นำไปสู่ฉันที่กลายเป็นเด็กกำพร้า รสสตรอว์เบอร์รี่ก็ดี รสชีสก็ดี โลกสองใบนี้ อาจจะคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ประสบการณ์ของนาย คงจะเป็นส่วนที่เหมือนกัน แต่ของฉันไม่ใช่ เพราะงั้นพูดให้ถูกก็คือ พวกเราไม่ได้ย้อนเวลากลับมาในอดีต แต่พวกเรามายัง โลกคู่ขนานใบหนึ่ง ดูตรงนี้สิ ดูผมของพ่อฉัน หล่อสุด ๆ ไปเลย เท่มาก ฉันอยากไว้ผมยาวมาตลอด แต่น่าเสียดายที่มันควบคุมไม่ได้ ที่ฉันอยากจะพูดคือ ในโลกสตรอว์เบอร์รี่ ฉันจำได้ขึ้นใจว่า พ่อของฉันไม่เคย ไว้ผมยาวแบบนี้มาก่อน

    แต่ว่า ในโลกชีส ก็คือพวกเราตอนนี้ ในโลกที่ตั้งอยู่นี้ พ่อของฉันไว้ผมยาว นี่แสดงถึงอะไร แสดงถึงอะไรเหรอ นี่เป็นรูป ที่อยู่ในโลกชีสใบหนึ่ง นี่เป็นรูปของโลกชีสเหรอ แล้วทำไมมันถึงได้ไปปรากฏ อยู่ในโลกสตรอว์เบอร์รี่ได้ล่ะ ฉันไม่รู้ แล้วทำไมมันถึงได้ มาอยู่โลกชีส กับพวกเราอีกล่ะ ฉันมั่นใจอย่างหนึ่งว่า มันไม่ได้แค่ พาพวกเรามายังโลกชีส แต่ยังพาเราไป จุดช่วงเวลาก่อนหน้ากว่าด้วย นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ค่ายฝึกของจางซูผิง ยังไม่เริ่มเลย ภาพใบนี้ อยู่ในอนาคตของโลกชีส เพราะฉะนั้น นี่จะอธิบายอะไรได้อย่างนั้นเหรอ นี่อาจจะเป็นความเป็นไปได้ ของอนาคตอย่างหนึ่งก็ได้ สมมติว่า อีกสองวันพวกเราเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต หมายความว่าอะไร ฉันบอกว่าสมมติไง สมมติ สมมติ สมมติ หรือว่าพวกเรา เดิมทีอาจจะสอบไม่ติด ค่ายโอลิมปิกของจางซูผิงก็ได้นะ ถ้างั้นภาพนี้ มันก็อาจจะไม่ปรากฏออกมา ใช่แล้ว กลับกันคือ พวกเรายิ่งต้องขยัน ทำเรื่องพวกนี้ ทุ่มสุดตัวจนได้ผลลัพธ์ ให้ออกมาอยู่บนภาพนี้ แบบนั้นภาพนี้ อาจจะปรากฏออกมาในอีกสองสามเดือนก็ได้ เป็นไปได้ว่าอาจจะได้กลับไป โลกสตรอว์เบอร์รี่ก็ได้ กลับไปยังประตูบ้านของฉัน กลับไปอีกแล้ว และอาจเป็นไปได้ว่า

    พวกเราก็… ภาพภาพนี้กลับไปแล้ว ไม่แน่ว่าพวกเราก็อาจจะกลับไปได้ ใช่แล้ว เธอจับใจจุดได้มากขนาดไหน ไม่เลยสักนิด นายคิดว่าไง เหมือนกับเธอ ไม่เลยสักนิด งั้นก็ทำแบบนี้ไปก่อน ได้ ทำ ๆ พวกเราต้องทำยังไงเหรอ ก่อนอื่น พวกเราต้องสอบเข้าไปใน ค่ายโอลิมปิกของจางซูผิงให้ได้ ใช่ ถ้าเกิดฉันสอบเข้าค่ายฝึก ได้อย่างราบรื่นละก็ ถ้างั้นทุกคนที่อยู่ในภาพนี้ ก็จะปรากฏตัวเหมือนกัน นอกจากเขา แบบนี้ดูทั้งเป็นเด็กดีทั้งสวย คุณมีความสุขก็ดีแล้ว วันนี้น่ะ มีอาสาสมัครมาไม่น้อยเลย แถมยังมีครอบครัว ที่อยากรับบุตรบุญธรรมมาด้วย เธอต้องทำตัวดี ๆ นะ แต่หนูไม่อยากถูกใครรับเป็นลูกบุญธรรมนี่ พูดอะไรโง่ ๆ เธออยากอยู่ที่นี่ ไปตลอดชีวิตเลยหรือไง ครูหลี่คะ เจ้าเกี๊ยวเลือดกำเดาไหลอีกแล้วค่ะ คุณรีบไปดูเถอะค่ะ ได้ ๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ เธออย่าไปเดินเพ่นพ่านล่ะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหาเธอ เข้าใจไหม รับไว้ รับไว้ ขอบคุณครับพี่ ระวังหน่อย ระวังหน่อย บิด ๆ หน่อมแน้มชะมัด รอเธอตั้งครึ่งวันแล้ว

    เธอมาช้าเกินไปแล้วนะ นอกจากติดกิ๊บแล้ว ยังใส่ชุดกระโปรงด้วย น่ารักบ้องแบ๊วมาก เธอกินข้าวเช้าหรือยัง ยังเลย เอานี่สิ หน่อมแน้มชะมัด ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันจะบอกเธอให้นะ ไม่ต้องพูดกับพ่อเธอ เรื่องโลกคู่ขนานแล้ว พ่อของเธอต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ตกลง ฉันจะฟังนาย เก็บไว้เป็นความลับ หลินเจาซี ทำไมประตูนี่ถึงเปิดอยู่ล่ะ ไปกันเถอะ เข้าไปนั่งที่บ้านฉัน ไปกัน จี้เจียง มีอะไรเหรอ กุญแจ ไม่สิ พ่อของเธอไม่อยู่บ้าน พวกเราเข้าไปคงไม่เหมาะหรือเปล่า มีอะไรไม่เหมาะกันล่ะ ฉันแค่อยากเห็นว่า พ่อของฉันในโลกคู่ขนานคนนี้ ใช้ชีวิตยังไง เด็กน้อย พวก…พวกเธอ น้าซ่งใช่ไหมคะ เธอคือ หนูคือ หลานสาวของหลินจ้าวเซิงค่ะ หนูมาเยี่ยมลุงคนรองค่ะ ตอนเด็ก ๆ หนูเคยเห็นคุณด้วยนะคะ หลานสาวของเสี่ยวหลินเหรอ น่าประทับใจ น่าประทับใจ กุญแจนี่ลุงคนรองเอาให้หนูไว้ค่ะ เขาบอกว่าเขาจะกลับค่ำ ๆ แต่ไม่ได้บอกหนูว่าเขาไปไหน คุณรู้ไหมคะว่าเขาไปไหน ฉันพูดไปอาจจะไม่ดีเท่าไร คงจะไปทำงานแหละ งั้นคุณรู้ไหมคะ ว่าเขาทำงานที่ไหน ตอนนี้เหมือนทำงานอยู่ที่

    ศูนย์กิจกรรมเด็กและเยาวชนนะ ลุงของเธอน่ะ เปลี่ยนงานตลอด ฉันเองจะพูดไปก็ไม่ดีนัก ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไรจ้ะ อย่าลืมปิดประตูด้วย พระเจ้า พ่อของเธอเป็นอาจารย์คณิตศาสตร์เหรอ ในโลกสตรอว์เบอร์รี่ เขาเป็นนักบัญชีของโรงเรียนมัธยมนำร่อง นักบัญชีเรียนขั้นลึกขนาดนี้ ดูเหมือนจะหมกมุ่นอยู่กับคณิตศาสตร์ เหมือนเดิมไม่มีผิด พ่อของฉันเป็นนักคณิตศาสตร์ แต่เป็นคนบ้าน ๆ นอกกระแส นี่ค่อยเหมือนกับห้องของ ชายโสดวัยสามสิบกว่าหน่อย เห็นห้องนั่งเล่นแล้วคิดว่า เป็นห้องของนักวิชาการเก่าผู้น่าเคารพนับถือ วัยเจ็ดสิบกว่าซะอีก ตอนนี้ทำยังไงดี คงรออยู่ที่นี่ตลอดไม่ได้หรอกใช่ไหม พอพ่อของเธอกลับมา คงจะคิดว่าพวกเราเป็นขโมยอีก พวกเราไปกันเถอะ ไปไหนเหรอ ศูนย์กิจกรรมเด็กและเยาวชน ไปหาเขากัน มีคุณครูที่ชื่อว่า หลินจ้าวเซิงหรือเปล่าคะ ที่นี่ไม่มีคนชื่อนี้นะ เด็กน้อย ขอบคุณค่ะ คุณครูคะ สวัสดีค่ะ รบกวนถามหน่อยนะคะ มีคุณครูที่ชื่อว่าหลินจ้าวเซิงหรือเปล่าคะ หลินจ้าวเซิง ไม่เคยได้ยินนะ ขอบคุณค่ะ น้องสาวตัวเล็ก ที่นี่น่ะ ไม่มีคุณครูแซ่หลินหรอกนะ ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไร ในเมืองของเรามีศูนย์เด็กกี่ที่เหรอ มีที่นี่ที่เดียว หรือว่าจะมาผิดทางแล้ว พ่อของเธออาจจะไม่ได้สอนคณิตศาสตร์ก็ได้ เขาทำงานอยู่ที่นี่ ไม่สอนคณิตศาสตร์แล้วจะเป็นอะไรได้ นักบัญชีของศูนย์เด็ก

    เขาก็มีความเป็นไปได้ที่จะสอนดนตรี อะไรพวกนี้ ดูที่เขาแต่งตัวแบบนั้นแล้ว ก็เห็นอยู่ว่าร็อกขนาดไหน เขาร้องเพลงเด็กยังเพี้ยนเลย เอาอะไรมาร็อก แล้วตอนนี้จะทำยังไง กลับไปซอยจวนจู แล้วเฝ้าต้นไม้รอกระต่ายต่อไปงั้นเหรอ คงมีแค่แบบนี้แล้วแหละ ไม่ใช่สิ จะกลับไปจริง ๆ เหรอ สองวันที่ผ่านมา มีผู้ปกครองนักเรียนท่านหนึ่ง กลับมาขอบคุณผม นี่เหล่าลู่ไม่ใช่เหรอ บอกว่าเขาซื้อหนังสือของผมเล่มนี้ กลับไปให้ลูกชายของเขาอ่าน ลู่จื้อเฮ่า ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ล่ะ แล้วพวกนายสองคนทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ บ้านเด็กกำพร้ามีเงินพอ ให้พวกนายเรียนพิเศษแล้วเหรอ เขาชอบพูดจาน่ารังเกียจแบบนี้ตลอดเลยเหรอ ตอนเด็กค่อนข้างไร้เดียงสาน่ะ อย่าทำตัวเป็นเด็กไปหน่อยเลย พูดเหมือนกับว่า พวกนายสองคนเป็นผู้ใหญ่แล้วงั้นแหละ ทำไมเหรอ ทำไมเหรอ เขาอยากซื้อแบบผูกขาดหนังสือเล่มนี้ของผม ซื้อผูกขาดวิธีการนี้ของผม ให้เศษเงินผมจำนวนหนึ่ง จากนั้นผมก็จะไม่สามารถ ขายวิธีคิดเลขในใจของผมแบบนี้ได้อีก แบบนี้ลูกของเขา หลังจากนี้ก็จะไม่มีคู่แข่งแล้ว อะไรกัน แย่เกินไปแล้วนะ เป็นคนยังไงเนี่ย คนนี้มันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว คนคนนี้แย่เกินไปแล้ว เห็นแก่ตัวเกินไปแล้วนะ มีแบบนี้ที่ไหนกัน เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว แถมยังไม่ให้เด็กคนอื่นได้เรียนอีก แน่นอนว่าผมไม่ได้รับเงินเศษเงินนี้ครับ ผมบอกกับเขาไปอย่างเปิดเผยว่า วิธีคิดเลขในใจของผม ก็เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนมากขึ้น สำหรับผมเรื่องเงินไม่สำคัญ ผมค่อนข้างมีฐานะมาก คุณถามผู้ช่วยผมได้

    ผู้ช่วยของผมรู้ดีครับ ผมไปอยู่เมืองไหนแล้ว ไม่มีรถ ไม่มีบ้านบ้าง มีฐานะมากเลยค่ะ พอแล้วครับ พวกเราอย่ามาอวดร่ำอวดรวยกันตรงนี้เลย ผมอยากให้มีเด็ก ๆ ได้เรียนคณิตศาสตร์ได้ดีเพิ่มมากขึ้น ด้วยใจจริงครับ เพราะฉะนั้นผมเลยกำหนดราคา ไว้ค่อนข้างต่ำมาก ๆ 100 หยวน หนึ่งเล่ม 100 หยวน 100 หยวน แพงเกินไปหรือเปล่า ท่านผู้ปกครองทุกท่านครับ พวกคุณลองคิดดูนะครับ 100 หยวน พวกคุณซื้อขนมให้ลูกไปตั้งเท่าไร ออกไปปาร์ตี้กันตั้งเท่าไร เพียงประหยัดเงินไปแค่ 100 หยวนเอง 100 หยวนน้อย ๆ คุณจะทำให้ เรื่องคณิตศาสตร์สำหรับลูกของคุณ พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด คุ้มไม่คุ้ม คุ้ม มาครับ ๆ มาครับ ๆ แม่จะซื้อให้ลูกเล่มหนึ่งนะ ไม่สิ นายจะซื้อเหรอ อย่ามาขวางฉัน เดี๋ยวจะไม่ทันเอา เคล็ดลับวิชาคิดเลขในใจจะแม่นจริงเหรอ โกหกทั้งนั้น ในเมื่อครูจางอยากสร้างประโยชน์ให้กับนักเรียน แล้วทำไมไม่ส่งหนังสือให้โดยไม่คิดเงินล่ะคะ จริงด้วย นั่นสิ จริงด้วย

    ทุกท่าน ผู้ปกครองทุกท่าน นักเรียนทุกคน ทุกคนล้วนเข้าใจปรัชญาข้อหนึ่ง คุณธรรมไม่สามารปล่อยผ่านไปได้ ความรู้ก็คือพลัง ในใต้หล้าไม่มีอาหารกลางวันไหนที่ไม่เสียเงิน ของที่ราคาค่อนข้างถูกของคุณ เมื่อคุณได้มันมาอยู่ในมือ คุณจะหวงแหนมันไหม คุณไม่มีทางแน่นอน คุณธรรมที่คุณพูดถึง หมายถึงความรู้ของอาเธอร์ เบนจามิน กับกำลังของ ไมเคิล เชอร์มอร์ เหรอคะ ใครเหรอ อะไรกันคะ แม้แต่ผู้เขียนต้นฉบับ ของสิ่งพิมพ์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ไม่รู้จักงั้นเหรอ ฉันเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานที่ร่วมกันเขียน ของชาวต่างชาติสองคนนั้นที่ฉันพูดถึงเมื่อกี้ ร้านหนังสือซินหัวก็มีขาย ถ้าฉันจำไม่ผิดละก็ น่าจะขายแค่ 17.5 หยวนเอง 17.5 หยวน รวบรวมวิธีคิดเลขในใจนานาวิธี เอาไว้ครบหมดแล้ว ถ้าไม่เชื่อพวกคุณจะไปดูด้วยตัวเองก็ได้นะคะ อาจจะเป็นเรื่องโกหกจริง ๆ ก็ได้ ผู้ปกครองทุกท่านครับ เด็กผู้หญิงพูดว่า นี่เป็นหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เหรอ ผู้ปกครองทุกท่านครับ เด็กมักไม่พูดโกหก งั้นผมเองก็จะพูดความจริงสักประโยคนะครับ สาวน้อย ชื่อของชาวต่างชาติสองคนนี้ที่เธอพูดถึง ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย และฉันก็ไม่รู้จักสองคนนี้ด้วย เธอกำลังพูดออกมามั่วซั่วหรือเปล่า เธอพูดชื่อของชาวต่างชาติขึ้นมาส่ง ๆ แล้วเธอก็มาตัดสิน ว่าหนังสือของฉันเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ละเมิดลิขสิทธิ์

    ถ้าแบบนั้นละก็ ผู้ปกครองทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ ก็พูดชื่อชาวต่างชาติสองคน อะไรก็ได้ขึ้นมา แล้วก็มาตัดสินหนังสือของฉันเล่มนี้เหรอ ใช่ ๆ จริงด้วย ได้ เธอบอกว่าเธอเคยเห็นหนังสือเล่มนี้ งั้นฉันขอถามเธอหน่อย 13 ยกกำลังสามเท่ากับเท่าไร ตอบมาเดี๋ยวนี้ ลุงเห็นว่าฉันอายุยังน้อย เลยคิดว่าฉันเคยเห็น แต่ก็คงจำไม่ได้หรอกใช่ไหม น่าเสียดายที่ความจำของฉันพอใช้ได้ เปล่าเสียหน่อย ๆ เธอตอบมาได้ไหมล่ะ ตอบมาสิ ๆ 13 ยกกำลังสามเท่ากับ วงเล็บเปิด 13 ลบ 3 วงเล็บปิดคูณ 13 คูณวงเล็บเปิด 13 บวกสามวงเล็บปิด บวกสามคูณสามคูณ 13 เท่ากับ 2197 สาวน้อย ความจำของเธอดีมากจริง ๆ เธอเปิดหนังสือในคราวนั้น ก็สามารถจำข้อนี้ได้แล้ว ฉันจำได้แล้ว เธอเคยซื้อหนังสือของฉัน เธอจำได้ไหม เธอมากับแม่ของเธอ ตอนนั้นเธอยังไม่สูงขนาดนี้เลย เธอสูงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เธอนี่อวดฉลาดเกินไปแล้วนะ แม่สาวน้อย หนังสือของคุณแพงขนาดนี้ พวกเราคงซื้อไม่ได้หรอก ฉันจะบอกเธอให้นะ การคิดเลขในใจมันไม่ใช่การท่องจำ

    ผู้ปกครองทุกท่านก็รู้ สุดท้ายแล้วพวกเรา ต้องนำไปใช้ในทางปฏิบัติจริง ใช่ ๆ เอาแบบนี้นะ แม่สาวน้อย ในที่นี้มีผู้ปกครองมากมายขนาดนี้ พวกเราหาใครมาก็ได้ ให้คิดโจทย์ขึ้นมาข้อหนึ่ง แล้วมาให้พวกเราแย่งกันตอบ มาดูกันว่าใครตอบได้ไวและถูกต้องมากกว่ากัน เธอกล้าแข่งไหมล่ะ กล้าค่ะ ความคิดนี้ดีทีเดียว พี่ใหญ่คนนี้ คุณคิดโจทย์มาข้อหนึ่งสิ ฉันเหรอ งั้นก็ได้ ฉันจะพูดสุ่ม ๆ ออกไปนะ คุณจะพูดสุ่ม ๆ ไม่ได้สิครับ คุณคิดให้มันซับซ้อนหน่อย นี่เป็นการแข่งระดับคนไอคิวสูงกับคนไอคิวสูง ได้ งั้นฉันจะคิดโจทย์ให้ยาก ๆ เลยนะ เก้าสิบสองล้านเก้าแสนหกหมื่น หกร้อยเจ็ดสิบห้า หารด้วย 78 เท่ากับเท่าไร ยากเกินไปแล้วนะ แย่แล้ว หลินเจาซี เธอคิดออกไหม ใครใช้ใครพวกนายอวดกันล่ะ เงียบ ๆ ไปได้ไหม เงียบ ๆ หน่อยได้ไหม แม่สาวน้อย ให้ฉันบอกคำตอบเธอไหมจ้ะ หนึ่งล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่น หนึ่งพันแปดร้อยสาม จุดห้าสองห้าหกสี่หนึ่ง นี่มันอัจฉริยะเลย

    เก่งสุด ๆ ไปเลย เผยจือ นี่ลูกหลานใครครับ ทำไมไม่ดูแลให้ดี ๆ พวกเรากำลังอภิปรายเรื่องคณิตศาสตร์กันอยู่ นายมาแทรกอะไรเนี่ย ไป ๆ ไปเล่นทางโน้น คุณคิดโจทย์ไปแล้ว เพื่อความยุติธรรม ข้อต่อไปผมจะเป็นคนคิดเอง แล้วคุณเป็นคนตอบ นายไม่ต้องมาออกโจทย์ และฉันก็ไม่ตอบด้วย ไม่ยุติธรรมอะไรกัน ทุกคนก็เห็นกันหมด บุคคลที่สามเป็นคนออกโจทย์ ยุติธรรมที่สุดแล้วใช่ไหม เขาเป็นพี่เลี้ยงเด็กของคุณ พูดจาไร้สาระอะไรกัน ทำไมถึงมีคนพูดจาไร้สาระมาอีก ฉันกับเขาไม่รู้จักกันเลย นายเป็นพี่เลี้ยงเด็กของใครเหรอ ถึงจะมาทำลายชื่อเสียงของฉัน ผมจะออกโจทย์แล้ว 1,224… นายออกโจทย์อะไรของนาย นายคิดว่าคำตอบของนายเมื่อกี้ เป็นคำตอบที่ถูกต้องเหรอ ไม่ผิดแน่นอน นายใช้เครื่องคิดเลขคิด หรือว่าพวกนายสมรู้ร่วมคิดกันงั้นเหรอ ง่ายขนาดนี้ ไม่ต้องหรอก ถ้างั้น ผมจะให้คุณชี้ผู้ปกครองมั่ว ๆ คนหนึ่ง มาออกโจทย์อีกข้อ – ดีเลย ดีเลย – มีเหตุผล คิดโจทย์อีกข้อเถอะ คิดโจทย์อีกข้อเถอะ นายบ้าหรือเปล่า ทำไมถึงต้องด่าด้วยล่ะ นี่เป็นลูกหลานของใครครับ ผู้ปกครองของนายล่ะ ไม่มีผู้ปกครองใช่ไหม

    ฉันจะอบรมสั่งสอนนาย แทนพ่อกับแม่ของนายเอง พวกนายหนีไม่รอดแน่ หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ฮวาเจวี่ยน ไปเร็ว ฉันจะอบรมสั่งสอนเธอให้ดี ๆ แทนพ่อกับแม่ของนายเอง หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้เด็กผี มองฉันสิ หยุดเดี๋ยวนี้ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้เด็กผี ไอ้เด็กผี เบื่อชีวิตของแกมากใช่ไหม… ทำไมถึงเป็นนายอีกแล้ว เหล่าหลิน ฉันบอกแล้วใช่ไหม ถ้าฉันเห็นนายหนึ่งครั้ง ฉันจะตีนายหนึ่งครั้ง เจ้าคนหลอกลวง มาอีกแล้วเหรอ ฉันจะออกไป นี่มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย – ทำไมจะไม่เกี่ยวกับฉัน นี่เป็นถิ่นของฉัน – พ่อ ทำไมจะไม่เกี่ยวกับฉัน นายต้องให้พวกเขาออกมา – ฉันจะให้บทเรียนกับพวกเขา – พ่อ ลูกของนาย นายไม่ต้องสนใจหรอกว่าเป็นลูกของใคร นายรีบไปเลยนะ ทั้งครอบครัวของพวกนาย ชอบรังแกคนอื่นกันใช่ไหม ฉันรังแกอะไรใคร แกมันไอ้คนหลอกลวง ครั้งที่แล้วที่ฉันต่อยนาย นายลืมไปแล้วใช่ไหม ไปซะ ใช่ ศูนย์เด็กคือถิ่นของนาย แน่จริง พวกนายออกมาสิ ออกมาอะไร

    – ฉันออกมาแล้วมันยังไง – สูนย์เด็กนี่เป็นถิ่นของนาย นายออกมาสิ ฉันขอบอกนายไว้เลยนะ เจอนายหนึ่งครั้ง ฉันก็จะตีนายหนึ่งครั้ง รีบไปซะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ พวกนายคอยดูเถอะ ไปซะ ไอ้เด็กผี คอยดูเถอะนะ ฉันจำพวกแกไว้แม่นแล้ว แล้วก็นายด้วย นายจะพูดมากอะไรขนาดนั้น รีบไปซะ หลินเจาซี พ่อของเธอไม่ใช่ครูจริง ๆ ด้วย พ่อของเธอเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ ทำไมถึงเป็นเธออีกแล้ว เลิกตามมาได้แล้ว เทพเผย ไม่เจอกันหลายปีเลยนะ นายยังเท่เหมือนเดิมเลย สมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน ไม่เหมือนกับลู่จื้อเฮ่า หายตัวไปไม่เห็นแม้แต่เงา พวกเราสองคนรู้จักกันเหรอ พวกเราน่ะ นี่เป็นเหมือนการฝ่าฟันความทุกข์ยากด้วยกันเลยนะ ใช่แล้ว มาทำความรู้จักกันใหม่สักหน่อย ฉันชื่อจี้… พูดผิดน่ะ ๆ ฉันชื่อตั่งอ้ายหมิน ใช่ ตั่งอ้ายหมิน ชื่อเล่น ฮวาเจวี่ยน เป็นเด็กของบ้านเด็กกำพร้าหงซิง เผยจือ เผยจือ สวัสดี ฮวาเจวี่ยน สวัสดี ไม่สิ เธอ เธอจะทำอะไรกันแน่ วันหนึ่งในอนาคต หนูอาจจะได้ถ่ายภาพ

    แต่หนูอาจจะบอกให้พ่อรู้ล่วงหน้า บอกรับปากได้ไหม ว่าถ้าเรียกพ่อมาเมื่อไหร่พ่อก็จะมาเมื่อนั้น ฉันทำไม่ได้ ทำไมฉันต้องไปถ่ายรูปกับเธอด้วย เพราะว่าพ่อคือพ่อของหนู เธอ ๆ เอาอีกแล้ว ไม่ใช่สิ เด็กน้อย หนูชื่อหลินเจาซี เด็กน้อยหลินเจาซี เธออยากได้อะไรจากฉันงั้นเหรอ ค่าเลี้ยงดูเหรอ หนูอยากให้พ่อส่งหนูกลับไป ส่งเธอกลับบ้านเด็กกำพร้า มันง่ายมากเลยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันเรียกรถให้ ไป ๆ ไม่ใช่ เดี๋ยวก่อนค่ะ ทำไมหนูถึงกลายเป็นเด็กกำพร้า พ่อทิ้งหนูไปเหรอ เธออยากจะมีครอบครัว ความรู้สึกแบบนี้ ฉัน…ฉันพอเข้าใจได้ ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน ฉัน…ฉันซาบซึ้งเลยทีเดียว แต่ฉันไม่ใช่พ่อของเธอจริง ๆ คุณเป็น เธอ…เธอมีหลักฐานไหมล่ะ ไม่ใช่ข้ออ้างที่ว่าเราสองคนแซ่หลินเหมือนกัน ก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันหรอกนะ หนูเคยฝันยาวนานมากครั้งหนึ่ง ฝันเห็นว่าเราสองคนเป็นพ่อลูกกัน เพราะฉะนั้นหนูเข้าใจพ่อทั้งหมด ความฝัน หลักฐานนี้แน่นหนาพอตัว งั้นพ่อถามหนูสิ เจ้าเด็กคนนี้ ได้ ๆ มา ฉันจะถามเธอนะ ฉันชอบกินอะไรมากที่สุด ไก่ ใช่ เธอเคยสำรวจฉัน พ่อกับแม่ของฉันชื่ออะไร เธอก็รู้หมด ส่วนไหนของไก่ ปีกปลาย

    ไม่ใช่ ฉันชอบกินปีกกลางมากที่สุด ปีกปลายมันไม่มีเนื้อเลย ฉันชอบเล่นอะไร คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์มันเล่นได้ด้วยเหรอ เล่นหมากรุก เธอคิดว่าฉันเป็นคุณปู่ ที่ชอบอยู่ตามสวนสาธารณะเหรอ ฉันจะบอกความจริงให้เธอฟังนะ งานอดิเรกของฉันคือ มอเตอร์ไซค์ บิลเลียด เต้นดิสโก้ แล้วก็เดินป่า ไม่สิ จะเป็นไปได้ยังไง ตั้งแต่หนูเป็นเด็กยันตอนโต แม้แต่เซี่ยงไอ้ กว่างโจว พ่อก็ไม่เคยไป ตั้งแต่เล็กจนโต เธอรู้จักฉันเหรอ ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันไม่ใช่แค่เคยไปเซี่ยงไฮ้ แต่ฉันยังเคยอยู่เซี่ยงไฮ้ ทำงานอยู่ตั้งสองปีอีกด้วย ให้ฉันพูดสำเนียงเซี่ยงไฮ้ สำเนียงเซี่ยงไฮ้ฉันดีเลยใช่ไหมล่ะ ดูสิ สำเนียงเซี่ยงไฮ้ของฉันไม่ค่อย… ได้มาตรฐาน ได้มาตรฐานมาก ๆ