EP.2 (FULL EP) | เติบโตอย่างหญิงแกร่ง (Wild Bloom) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [ยอดหญิงแกร่ง] [ตอนที่ 2] [งานแสดงเหล็กเจียงตงนานาชาติ] พวกคุณคุยกัน ปรึกษากันไปนะ ผมขอไปชนแก้วสักหน่อย ไปชนแก้วกับประธานเกาใช่ไหม จะรอคุณนะ จะรอนะ โอเค ๆ ๆ เสียวสวี่ ฟังพี่สักหน่อยนะ เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว 15,000 ตัน รู้ไหมว่าเป็นเงินเท่าไร ฉัน…ฉัน… ไม่ต้องรีบพูด คุณฟังพี่ทั้งสองพูดให้จบก่อน ดีไหม ประธานสวี่ มันเรื่องพื้นฐานเลยนะ คุณมีโควตาไหม ใช่แล้ว ใช่ไหม เปิดบริษัทก็มีแล้วไม่ใช่เหรอ คุณรู้ไหมว่าบริษัทหนึ่ง ขอโควตาได้เท่าไร เหล็ก 15,000 ตัน คุณต้องจดทะเบียนบริษัทกี่แห่ง 15 แห่ง คุณทำได้เหรอ มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้กัน ถ้าประธานอู่กล้าให้ฉัน แบบนั้นฉันอยากเปิดกี่แห่งก็เปิดได้ พอ ๆ ๆ ไม่มีอะไรที่เสียวสวี่ทำไม่ได้ ไม่เลว ๆ ดื่มเหล้า ๆ ๆ มา ๆ ๆ
ประธานฉิว อีกเดี๋ยวประธานอู่กลับมา คุณต้องช่วยฉันพูดหน่อยนะ คุณอย่าทำแบบนี้เลย ผมอยากช่วยแต่ช่วยไม่ไหวจริง ๆ ผมช่วยไม่ได้ เมื่อกี้ตอนที่อยู่หน้าประตู คุณบอกว่าช่วยฉันได้ไม่ใช่เหรอ งั้นผม…ผม…ผมจะพยายามนะ โอเคไหม ผมจะพยายามช่วยเต็มที่นะ มา ๆ ดื่มเหล้า ๆ ดื่มสักแก้ว เรื่องอะไรกัน ไม่มีอะไร ๆ ประธานอู่ ประธานอู่กลับมาแล้ว ดื่มกันครึกครื้นดีนะ ประธานอู่ รีบนั่ง ๆ ผม…ผมเพิ่งดื่มมา พอแล้ว ไม่ต้องแล้ว พวกคุณเคยคิดกันบ้างไหมว่า เหล็ก 50,000 ตันของเราที่เข้ามา จะขายให้ใคร ขาย…ขายให้ใครเหรอ บริษัทต่างชาติไง จริงด้วย งั้น…งั้นมิสเตอร์จ้าว ฝรั่งขี้นกนั่น ขายให้เขา ขายเขาได้ เขาเป็นบริษัทต่างชาติใช่ไหม เขาพูดถูก เหล็ก 50,000 ตันของเรา บริษัทเขาที่เดียวก็กินเรียบแล้ว จริง ๆ นะ ฉันจะบอกให้นะ อีกเดี๋ยวพอเขามาแล้ว เราต้องฉลาดหน่อย ต้องหาทาง พาเขามาที่โต๊ะเรา
มีคนจ้องเขาอยู่ไม่น้อยเลย นั่น ๆ ๆ มาแล้ว ๆ ๆ ตรงนั้น ๆ มาแล้ว ๆ [ใช่ ผมมาถึงแล้ว] [คุณอยู่โต๊ะไหน] ทางนั้นใช่ไหม โอเค ๆ ๆ ประธานจ้าว คุณมาแล้วเหรอ ในที่สุดก็มาแล้ว เอาเหล้ามาให้ประธานจ้าวหน่อย มา ๆ ๆ ธุรกิจปีนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ชนให้ประธานจ้าวสักแก้ว มา ๆ ๆ ขอบคุณนะ ขอบคุณทุกท่าน ๆ ปีหน้าธุรกิจรุ่งเรืองนะ ทุกคนเข้าไปล้อมหมดแล้ว จะวนมาถึงโต๊ะเรา ตอนไหนกัน ต้องหาทางไปแย่งตัวมา แบบนี้จะไปแย่งตัวมายังไง ผมไปนั่งก่อนนะ แล้วมาอีกนะ ประธานจ้าว ๆ ตอนนี้ธุรกิจขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ปีนี้เพิ่มโควตาให้เราหน่อยได้ไหม [ธุรกิจรุ่งเรือง โอเคไหม] [คุณพูดแบบนี้] [ปีที่แล้วเพิ่งเพิ่มโควตาให้พวกคุณเอง] [ต้องเหลือไว้ให้ทุกคนด้วย] ประธานจ้าว แก้วนี้ ฉันขอดื่มกับทุกท่านแทนประธานจ้าวนะ
ฉันหมดแก้ว ทุกท่านค่อย ๆ ดื่ม นี่… ขอบคุณ…ขอบคุณครับประธานจ้าว ประธานจ้าว อย่าลืมพวกเรานะครับ ประธานจ้าว ฉันมีธุรกิจใหญ่จะคุยกับคุณ คุณคือใครครับ ฉันแซ่สวี่ ชื่อสวี่ปั้นเซี่ย บริษัท เหล็กปินไห่ปั้นเซี่ย จำกัด เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจเศษเหล็ก ต่อไปต้องขอฝากตัวด้วยค่ะ เมื่อกี้คุณบอกว่ามีธุรกิจใหญ่อะไรเหรอ ตอนนี้เรามีเส้นทางหนึ่ง ที่จะนำเศษเหล็กเข้ามาจากทางเหนือ 50,000 ตัน คุณคิดว่าทางคุณจะให้ได้เท่าไร [คุณเสนอราคาได้เลย] [พวกเราคุยง่ายทั้งนั้น] เธอหมายความว่ายังไง ทำไมเธอถึงพูดเรื่องนี้ออกไป 50,000 ตันทางเหนือนั่น จริงหรือเปล่า จริงแน่นอนค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ – ประธานอู่ของเรารอคุณอยู่นานแล้ว – ประธานจ้าว ประธานอู่ ไม่ได้เจอกันนานเลย นั่นสินะครับ นั่งก่อนสิ ๆ [ไม่เป็นไร ๆ ผมอยู่โต๊ะนั้น] [เหมือนกันแหละครับ นั่งก่อนเถอะ] [มา ๆ ๆ นั่งลงก่อน] เบื่อไหม ออกไปสูดอากาศหน่อยไหม ไม่ไป ฉันมีภารกิจ
คุณไม่กล้าเหรอ กลัวว่าเจ้านายของคุณจะไม่อนุญาตเหรอ [ถ้าคุณไม่มาเราจะไม่ทาน] [อยู่โต๊ะนั้น] [นั่ง ๆ ๆ] [เหมือนกันแหละครับ] [คุยกันที่นี่ก่อน มา ๆ ๆ] ทำไมจะไม่กล้า [ดีจังเลย เหลือแค่คุณแล้ว] เมื่อกี้ผมได้ยินว่า พวกคุณจะนำเศษเหล็กจากทางเหนือ มา 50,000 ตันเหรอ คือแบบนี้ค่ะ ฉันขอแนะนำกับประธานจ้าวก่อนสักเล็กน้อย แต่ทางเรา ยังไงก็ขึ้นอยู่กับประธานอู่ 50,000 ตันนี้ เป็นของใครในพวกคุณกัน ของทุกคน ใช่ ๆ ของทุกคนครับ ๆ คุณเป็นคนขับรถหรือเลขาเหรอ [ถงเซียวฉี] [ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ] รอง…รองผู้จัดการ ถงเซียวฉี ชื่อเพราะดีนะ แม่ฉันเคยบอกว่า มีองค์กรเอกชนหนึ่ง มีแค่คนเดียว เขาเป็นประธานคณะกรรมการ ควบทั้งตำแหน่งประธาน รองประธาน บัญชี พนักงาน และคนทำความสะอาด แล้วคุณล่ะ บริษัทคุณมีแค่สองคน เรามีเพิ่มมาหนึ่งคน ฉันเป็นคนขับรถ ควบทั้งรองผู้จัดการ พนักงานขนของ เธอชื่ออะไร ทำไม
ทำความรู้จักกันหน่อยไง แมวป่า คนอื่นเรียกฉันแบบนั้น คุณก็เรียกแบบนั้นเถอะ แมวป่าเหรอ ชื่อเธอนี่พิเศษจังเลยนะ แล้วเธอเป็นเลขา คนขับรถ หรือรองผู้จัดการล่ะ เยาวชนว่างงาน มากินข้าวฟรีน่ะ งั้นเราสองคนก็ไม่ต่างกัน ผมก็ยังยืนยันคำเดิม อย่าว่าแต่ 50,000 ตันเลย ต่อให้เอามาเยอะกว่านี้ ผมก็จ่ายไหว แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ คุณวางใจเถอะ ผมอู่เจี้ยนเซ่ออยู่ปินไห่ มานานหลายปีแล้ว ผมไม่โม้โอ้อวด แล้วทำให้ตัวเองขายหน้าหรอก ประธานอู่ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ในเมื่อคุณพูดขนาดนี้แล้ว ผมก็จะเชื่อคุณ มา – ครับ ๆ ๆ – ดื่มให้คุณ มา ๆ ๆ มา ขอบคุณ พวกเราทุกคน ดื่มให้ประธานจ้าวของเรากันเถอะ เป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ ๆ ๆ เป็นเรื่องที่ควรทำ ๆ [มันจำเป็นนะ] [ทุกคนดื่มให้ประธานจ้าวด้วยกัน] [มา ๆ ๆ] [ทำธุรกิจนี่ไม่ง่ายเลย]
[เรามาดื่มแบบสามัคคีกัน] เสียวสวี่ ประธานจ้าวชนแก้วน่ะ ประธานสวี่ไม่มีเหล้าแล้ว ผมรินให้ประธานสวี่เอง ใช่ ๆ ๆ ฉันไม่มีเหล้าแล้ว ประธานสวี่ ผมได้ยินมาว่า การไปทำธุรกิจทางเหนือ ต้องดื่มเหล้าหนัก พวกเขาดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำเปล่า ถ้าผู้หญิงตัวคนเดียวแบบคุณไปไม่ได้จริง ๆ ละก็ ผมไปแทนคุณได้นะ จะไปได้ได้ยังไง ฉันต้องไปสิ ฉันใช้อันนี้ดื่มนะ – ไม่ ๆ แก้วของคุณใหญ่เกินไปแล้ว – ประธานจ้าว การพบกันครั้งแรก เป็นการแสดงความจริงใจ ประธานอู่ ตกลงแล้วนะว่าจะพาฉันไปด้วย เสี่ยว…เสียวสวี่ มา ๆ ๆ หมดแก้ว ๆ เราก็หมดแก้วกันเถอะ คุณทำงานนี้มานานแค่ไหนแล้ว วันนี้วันแรก วันแรกเหรอ งั้นก่อนหน้านี้คุณทำอะไร ฉันลงมาจากเขาน่ะ คุกเหรอ เธอเข้าใจด้วยเหรอ มันจะไปมีอะไร คุณก็ถูกใส่ร้ายเหรอ เธอนี่ตลกจัง ติดคุกแล้วยังถูกใส่ร้ายอีก แล้วคุณเป็นคนเลวหรือเปล่า เธอคิดว่าไงล่ะ เหมือน เธออายุยังน้อย ไม่เข้าใจอะไร กลับกันเถอะ
ไม่รู้ว่าข้างในดื่มกันเป็นยังไงบ้างแล้ว คนเลว ช้า ๆ หน่อย ลูกพี่ ลูกพี่ ตื่น ๆ นายเป็นใคร ผมถงเซียวฉี เอาคีย์การ์ดห้องมาให้ผม นาย… นายไปตายที่ไหนมา ผมผิดไปแล้ว ๆ ๆ นาย…เจ้าบ้านี่ พี่อย่าขยับ ๆ นายรู้ไหมว่าฉัน ดื่มเหล้ากับพวกนั้นไปเยอะแค่ไหน ผมผิดไปแล้ว ๆ เร็วเข้า ๆ ฉันดื่มเหล้าขาวกับพวกนั้นไปสองขวด รีบเข้าไปเถอะ นายจะฆ่าฉันใช่ไหม ถงเซียวฉี – นายจะฆ่าฉันให้ตาย – ผมผิดไปแล้ว ผมไปคุยกับคนอื่นมา พี่ไม่ได้ให้ผมรู้จักคนเอาไว้เยอะ ๆ เหรอ ผมเอานามบัตรให้ไปด้วยนะ นาย…นายแต่งเรื่องใช่ไหม…นาย… – นายแต่งเรื่องสินะ – ระวัง ผมจะรินน้ำมาให้นะ ฉันไม่หิว โทรศัพท์ฉันดัง พี่เลิกขยับได้แล้ว – อย่าขยับ ๆ ๆ – โทรศัพท์ฉัน ผมหยิบให้
นายทำฉันโดนลวก ถงเซียวฉี นายจะลวกฉันให้ตายเหรอ ถงเซียวฉี ผมบอกแล้วไงว่าอย่าขยับ นายจะลวกฉันให้ตาย…นาย… โทรศัพท์ ๆ โทรศัพท์ เอ้า โทรศัพท์ ใคร [พูดสิ ใคร] ขอโทษนะครับสวี่ปั้นเซี่ยใช่ไหม ประธานจ้าวใช่ไหมคะ ฉันเองค่ะ ๆ ฉันสวี่ปั้นเซี่ย ประธานจ้าว [คุณไม่เป็นไรใช่ไหม] ฉันสบายดีค่ะ เหล้าแค่นี้สำหรับฉันแล้ว ไม่เท่าไรหรอก ขอบคุณที่โทรมาเพราะเป็นห่วงนะคะ ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ ที่ผมโทรมา เพราะอยากยืนยันกับคุณหน่อย ว่าเรื่องที่จะไปซื้อเหล็กที่ทางเหนือ เป็นเรื่องจริงใช่ไหม จริงค่ะ เรื่องจริงค่ะ ประธานอู่จัดการไว้หมดแล้ว ประธานอู่พูดจาเชื่อถือได้ ฉันรู้จักกับประธานอู่มาหลายปีแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ ขอจากเขา 15,000 ตันหรอก แบบนั้นไม่ใช่ว่าฉัน ก็เอาตัวเองเข้าไปเอี่ยวด้วยแล้วเหรอ คุณเชื่อฉันนะ ฉันรับประกันกับคุณได้เลย คุณรับประกันเหรอ ฉันเอาคุณธรรมของฉันรับประกันเลย [ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน] [คุณก็คงไม่โทรหาฉัน] [ใช่ไหมคะ] ที่ผมโทรมาเพราะคุณดื่มไปเยอะ [ดูจากท่าทางที่คุณดื่มวันนี้] [คุณจริงใจกว่าพวกเขาอีก] [โอเค คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว]
ฉันจริงใจเหรอ เขาบอกว่าฉันจริงใจ ฉันจริงใจไหม ดื่มน้ำสักหน่อยไหม ถงเซียวฉี ฉันต้องขอบคุณนายนะ คืนนี้ฉันไม่ได้โอกาสอะไรเลย ได้แค่ความจริงใจ นายเลิกทำหน้าบึ้งสักวันได้ไหม อย่างกับติดเงินใครอยู่งั้นแหละ ตอนนี้เราทำธุรกิจ ทำธุรกิจนะ เข้าใจไหม ต้องทำหน้ายิ้มเป็นมิตร นายทำแบบนี้ใครจะสนใจนาย ทำไมถึงทิ้งมันล่ะ ทิ้งอะไร ก็ทิ้งแล้ว ทำไมเหรอ ทำไมถึงไม่มาเยี่ยมผม ผมอยู่ในนั้นห้าปี พี่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่เสี่ยวเฉินมา ต่างก็บอกว่าพี่ยุ่งมาก ยุ่งมากเลยจริง ๆ เหรอ ใช่ ฉันยุ่งมาก ผมรู้ ว่าพี่โทษผมอยู่ พี่เลยไม่มาเยี่ยมผม ใช่ไหม พี่หย่ากับไอ้เลวนั่นแล้วเหรอ นายแตะแค่ครั้งเดียวก็ทำให้เขาไร้ค่าแล้ว ไม่หย่าได้เหรอ นายอยากรู้ว่า ทำไมฉันถึงไม่ไปเยี่ยมนายใช่ไหม พูดตามตรง ฉันไม่รู้ว่าจะมองหน้านายยังไง และก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี นายอยู่ในนั้นมาห้าปี ฉันใช้เงินห้าหมื่น หรือหนึ่งแสนก็ซื้อมันกลับคืนมาไม่ได้ นายไม่ใช่หมาหรือแมว ฉันเองก็หลอกนายไม่ได้ แล้วฉันไปพูดเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้กับนาย เพื่ออะไรกัน พูดไปนายก็ไม่เข้าใจ แต่ในใจฉันรู้สึกขอบคุณนายมาตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะการเตะของนาย ฉันคงจะใช้ชีวิต เหมือนจมปลักอยู่ในโคลน เดินออกมาไม่ได้ไปตลอด ฉันไม่เคยโทษนายเลย
ต่อมา ฉันก็อยู่กับเสี่ยวเฉินมาตลอด โรงเก็บขยะถูกปิด เราเลยเปลี่ยนมาขายเศษเหล็ก ไม่ว่าบริษัทจะเล็กหรือใหญ่ ก็จะมีผู้ถือหุ้นสามคนเสมอ เสี่ยวเฉิน ฉัน แล้วก็นาย เสี่ยวเฉินจะบอกเรื่องของนาย ให้ฉันฟังทุกครั้ง บอกว่านายอ้วนขึ้น ผอมลง ผิวคล้ำขึ้น ฝึกจนกล้ามหน้าอกไม่เท่ากัน เสี่ยวเฉินพูดไปเรื่อย นายให้เบอร์กับใครไป ฮัลโหล ใครครับ [รองผู้จัดการถง] คุณเสียมารยาทเกินไปหรือเปล่า ไม่ทักทายกันสักคำ คุณรู้ไหมว่า ฉันตามหาคุณที่ริมทะเลสาบตั้งนาน มีเรื่องนิดหน่อยเลยไปก่อนน่ะ ทำไมเหรอ [เจ้านายของคุณรีบกลับ] [คุณก็เลยม้วนหาง] [แล้วรีบตามกลับไปสินะ] พูดอะไรเนี่ย เธอเป็นแมวป่ามีหาง ฉันไม่มีหาง เธอต่างหากที่ม้วนหาง [คุณร้อนใจด้วย] มีเรื่องอะไร รีบพูดมา ค่าโทรศัพท์มันแพงนะ [ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร] [ฉันแค่อยากถามคุณว่า] [ตอนที่ฉันเบื่อฉันไปเที่ยวหาคุณได้ไหม] ตามใจเธอ [โอเค] ไม่มีอะไรจะวางแล้วนะ [วางเลย] ใครโทรมาหานายกัน คนที่นั่งโต๊ะเดียวกันวันนั้น แล้วดื่มเหล้าด้วยกันน่ะ ผู้หญิงใช่ไหม อย่า ๆ ลูกพี่ นายเพิ่งจะออกมาก็จีบสาวแล้วเหรอ นายว่างไม่ได้เลยใช่ไหม ยืนอยู่ตรงนั้นเลยนะ
– เปล่านะ เธอจะคุยกับผมให้ได้เอง – ยืนอยู่ตรงนั้นเลย ผมก็ไม่มีทางเลือก นายกับใคร ผมผิดไปแล้ว ๆ ๆ นายทิ้งฉันไว้ที่นั่น นายรู้ไหมว่าฉันดื่มหนักแค่ไหน นายยังไปจีบสาวอีก ผมผิดไปแล้ว ผม…ผมขอโทษ ฉันดื่มจนภาพตัดเลยนะ อย่า ๆ ๆ ลูกพี่ ทรมานแทบแย่ ฉันมึนหัวจนไม่รู้ว่ากลับมาได้ยังไงด้วยซ้ำ เฉินอวี่โจ้ว ถงเซียวฉี จะตะโกนทำไมเนี่ย ทำไมไม่มารับฉัน ฉันทำธุรกิจจะมารับนายได้ยังไง ธุรกิจสำคัญกว่าฉันเหรอ ธุรกิจนั่นไม่สำคัญเท่านายหรอก แข็งแรงเชียว ไป ฉันจะพานายไปดู ไป ๆ ๆ บริษัทใหม่ นายเห็นแล้วใช่ไหม พวกนี้น่ะ ทางนั้น ด้านหลัง ล้วนเป็นเศษเหล็กทั้งนั้น บ้านเก่า ๆ เมื่อก่อนหลังนั้น วางไม่พอเลย ใช้ได้เลยนี่ ที่นี่ไม่พอใช้แล้ว ต่อไปเราต้องเปลี่ยนเป็นที่ใหญ่กว่านี้อีก เป็นยังไงบ้าง รู้จักประธานธุรกิจลู่โจวแล้วใช่มั้ย อย่าพูดถึงเลย คนพวกนั้นมีเก้าในสิบคนเลยที่ไม่จริงใจ อาหารก็ไม่อร่อย หลอกลวงทั้งนั้น ฉันจะบอกนายให้นะ
ต่อไปคนที่นายจะได้เจอเป็นแบบนี้ทั้งนั้น มา มา [บริษัท เหล็กปั้นเซี่ย จำกัด] บริษัท เหล็กปั้นเซี่ย จำกัด เป็นยังไงบ้าง เปิดบริษัทแล้วเหรอ นายก็มีหุ้นด้วย มา ดูตรงนี้สิ ห้องพักของเรา ที่นอน ผ้าห่ม หมอน เจ้าอ้วนซื้อให้นายใหม่หมดเลย ส่วนฉันให้แต่อันเก่า ทำอะไรน่ะ หอมจังเลย ทำมาทั้งบ่ายแล้ว กินข้าวกันเถอะ มา ๆ ๆ ไป ๆ ๆ ใครจะยกกระเป๋า ลืมเลย ๆ ๆ มาแล้ว เร็ว ๆ เลยนาย เจ้าอ้วน เราเก็บเศษเหล็ก ในประเทศก็มากพอแล้ว จำเป็นต้องไปต่างประเทศไกล ๆ แบบนั้น เพื่อรับเหล็กด้วยเหรอ ฉันคำนวณดูแล้ว ราคาเศษเหล็กทางเหนือ 350 ต่อหนึ่งตัน บวกค่าขนส่ง ค่าภาษี ต้นทุนต่อหนึ่งตันก็แค่ประมาณ 700 แล้วถ้าตลาดในประเทศดี
หนึ่งตันเราจะขายได้เกือบ 1,400 1,400 นะ นายคิดดูสิว่าจะเป็นยังไง เราจะหาเงินได้เท่าไร ฉันวางแผนว่าจะเอา 15,000 ตัน ถ้าไม่ได้ ฉันจะขอจากอู่เจี้ยนเซ่อ 10,000 ตัน ตอนนี้จะไปหาเศษเหล็กที่ 350 ต่อหนึ่งตัน พอเปลี่ยนมือแล้วขายได้ตั้ง 1,400 ได้ที่ไหนกัน นั่นไม่ใช่เศษเหล็กแล้ว นั่นมันทองคำ แล้วมันเท่าไรเหรอ 10.5 ล้าน ไม่ใช่นะ เจ้าอ้วน เราจะคิด 350 ต่อหนึ่งตันไม่ได้ เราต้องคิดตามราคาต้นทุนต่อตัน บวกค่าขนส่ง ค่าภาษี ตามที่เธอคิด 700 ต่อตัน เธอรู้ไหมว่าเราต้องเตรียมเงินเท่าไร – สิบกว่าล้าน – ค่าขนส่งค่อยว่ากัน ถ้าฉันไม่ไหวกลับมาค่อยให้อู่เจี้ยนเซ่อ แต่เงินที่ซื้อเหล็ก เราต้องเตรียมเอาไว้ก่อน ได้ งั้นเราก็คิดตามเงินที่จะซื้อ ตอนนี้บัญชีของบริษัทวางอยู่นั่น ก็แค่หนึ่งล้านหรือมากกว่านั้น เธอต้องการซื้อเหล็ก 15,000 ตัน นั่นคือ 5.25 ล้าน พวกเรายังขาดอีกสี่ล้านกว่า จะไปเอาเงินมากขนาดนั้นมาจากไหน
เฉิน เราสองคนเก็บเศษเหล็กมาหลายปีขนาดนี้ ทำเงินได้เท่าไร ถ้าเราทำธุรกิจนี้ไปได้ดี ชีวิตเราก็พลิกแล้ว ฉิวปี้เจิ้งกับเฝิงอวี้ต่างก็แย่งกันไป พวกเขายังไม่ยอมให้โควตากับฉันเลย เธอใจเย็นลงก่อน ยังไงโรงเก็บขยะนั่นก็ไม่พอใช้ ต้องทำลานตู้คอนเทนเนอร์ พอทำลานเสร็จแล้ว ถ้าไม่มีของมาวาง มันจะเสียเงินเปล่านะ รอฉันกลับมา 15,000 ตันนั่นก็จะได้วางที่นั่น ลานก็ได้ใช้แล้ว ธุรกิจของเราก็จะใหญ่ขึ้น นายบอกว่าข้างลานตู้สร้างท่าเรือได้ด้วย พอท่าเรือสร้างเสร็จ พวกเราก็ไม่ต้องขายเศษเหล็กอีกต่อไปแล้ว ใช่ ๆ เรื่องที่พูดมาฉันเข้าใจดี แต่เราจะกินจนอิ่มแปล้ในครั้งเดียวไม่ได้ ฉันจะบอกว่าตอนนี้ในมือเรา ไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น เราซื้อไม่ไหว ยืมสิ จะไปยืมที่ไหน สี่ล้านนะ แม่นาง นายลองคิดดูก่อน ถ้าตอนนี้เอาของที่เรามีทั้งหมดขายออกไป จะมีเงินเท่าไร แล้วเดี๋ยวฉันจะยืมกับพ่อฉัน นายคอยดูเสี่ยวถง ทำเรื่องฉิวปี้เจิ้งให้เรียบร้อย หลังทำเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ฉันจะได้เงินนิดหน่อย แล้วก็ทางเฝิงอวี้ ฉันน่าจะพอยืมได้บ้าง ธนาคาร ที่ธนาคารนายพอรู้จักใครไหม ธนาคารที่ไหนจะยอม ให้คนเก็บขยะอย่างเรากู้เงิน ก็ไม่มีไง หุบปาก สรุปแล้วก็มีสองเรื่อง หนึ่ง นายต้องเจรจาเรื่องชายฝั่งให้เรียบร้อย รีบเอามาให้ได้ สอง นายพาเสี่ยวถง
ไปหาหลาย ๆ คน จดทะเบียนบริษัทหลาย ๆ แห่ง ฉันต้องการโควตามากกว่านี้ ส่วนเรื่องอื่น ฉันจะหาทางเอง นายเองก็มีหุ้นของบริษัทอยู่ นายออกความเห็นสักหน่อยสิ นายคิดว่า ยืมเงินเยอะขนาดนี้เพื่อไปซื้อเศษเหล็กทางเหนือ สี่ล้านนะ นายจะทำเรื่องนี้ไหม ทำยังไง ใครถามนายว่าทำยังไง ฉันถามว่านายทำได้ไหม ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ฉันแค่ถามว่าทำยังไง เอ้า ต้อนรับผมกลับบ้าน ตอนที่น้าจากไป ค่อนข้างสงบมาก ไม่ทุกข์ทรมาน มักจะบอกกับพวกเรา ว่าคิดถึงนาย ที่นี่ ฉันกับเจ้าอ้วนเป็นคนเลือก ภูเขาและแม่น้ำค่อนข้างดี ไม่ว่าฉันกับเจ้าอ้วนจะยุ่งแค่ไหน เดือนหนึ่ง ต้องมาครั้งหนึ่ง น้า เสี่ยวถงกลับมาแล้ว น้าวางใจเถอะ ต่อไปเราจะใช้ชีวิตอย่างดี อยากร้องก็ร้องเถอะ [แกขโมยเงินใช่ไหม] [แกขโมยเงินเป็นแล้วใช่ไหม] แกอยากให้ฉันโมโหตายใช่ไหม [1991] แม่ เงินนี้ไม่ได้ขโมยมาจริง ๆ ผมหามาได้ แม่ ผมมีเพื่อนดี ๆ อยู่สองคน พวกเขาดีกับผมมาก ดูแลผม พาผมหาเงิน คนหนึ่งเหมือนพี่ชาย อีกคนเหมือนพี่สาว
ผมรู้ว่า ต่อไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเขาไม่มีทางไม่สนใจผม พวกเขาเป็นครอบครัว แม่วางใจเถอะนะ [แม่] [ผมมาเยี่ยมแม่แล้วนะ] ชาติหน้า ผมจะเป็นหมาน้อยของแม่ พอเห็นแม่ก็จะกระดิกหางให้ จะไม่โมโหแม่ นายทำอะไรน่ะ นี่นายทำอะไรเนี่ย ขอบคุณพวกนายมาก ที่กตัญญูแทนฉัน พอแล้ว รถเราขับมาได้แค่นี้ เข้าไปหน่อยก็ถึงแล้ว นายไหวไหมเนี่ย มาทางไหนเนี่ย ใช่แล้ว นี่มันที่ไหนเนี่ย เราสร้างลานตู้ก็ต้องสร้างถนนด้วยไม่ใช่เหรอ นี่ไม่ใช่ประเด็นของปัญหานะ อยู่ข้างหน้านี่เอง เดินสองก้าวก็ถึงแล้ว แล้วประเด็นคืออะไร ประเด็นคือพื้นที่ของชายฝั่ง ราคาเช่า แล้วก็ระดับน้ำ รู้ไหม ช้าหน่อย ฉันจะบอกนายให้นะ ถ้าที่นี่ไม่เหมาะ… ลูกพี่ พี่อยากจะบอกว่า ถ้าที่นี่ไม่เหมาะจะโยนเขาลงทะเลใช่ไหม ฉันจะเลือกที่ที่ลึกที่สุดของทะเลเลย ฉันจะบอกพวกนายให้นะ ถ้าโยนลงทะเลฉันจะลากพวกนายสองคนไปด้วย เห็นหรือยัง พื้นที่ชายฝั่งนี้ใหญ่มากพอไหม สร้างที่นี่ จะวางเหล็กกี่หมื่นตันก็ไม่มีปัญหา ใหญ่กว่าโรงเก็บขยะของเรา เป็นร้อยเท่าเลย นี่มันใหญ่เกินไปหรือเปล่า นายจะไปเข้าใจอะไร ฉันจะบอกให้นะ ยิ่งขนาดใหญ่การต่อยอดยิ่งเยอะ รู้ไหม นายเห็นระดับน้ำนี่ไหม น่านน้ำนี้ ฉันถามมาแล้ว ระดับน้ำลึกพอแน่นอน
ตามที่เจ้าอ้วนบอก ต่อไปพวกเราจะหาเงินจากที่นี่โดยตรง สร้างท่าเรือ เรือขนาด 10,000 ตัน จะมาเทียบท่าที่ท่าเรือของเรา ส่วนพวกเรา ก็มาที่ลานตู้ ถึงตอนนั้นเทคนิคขับรถบรรทุก ที่นายเรียนอยู่ในนั้น ก็จะไม่ได้ใช้แล้ว อย่างนายเรียกว่าดีแต่พูด ขี้โม้ เรือบรรทุกสินค้าขนาด 10,000 ตัน เรือบรรทุกสินค้า 10,000 ตันขับเข้ามา นายมีสินค้าหลายหมื่นตัน จะลากไปตามทรายหรือไง ไม่มีวิสัยทัศน์ กบในกะลา ลูกพี่ ผมคิดว่า ที่นี่เราควรทำเป็นลานจอดรถ ถึงตอนนั้นผมจะเอารถบรรทุกหลายสิบคัน มาจอดตรงนั้น มีสไตล์ ตรงนี้ เราน่าจะทำตึกสามชั้นเล็ก ๆ ชั้นแรกเป็นแผนกต้อนรับ รับลูกค้า ห้องครัว ห้องอาหาร เราก็ต้องมี ส่วนชั้นสอง เป็นห้องทำงาน ใช้ทำงานอย่างเดียว แล้ว…แล้วชั้นสามล่ะ ยังไม่ได้คิด แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ควร ทำห้องนอนสองสามห้อง พอทำงานเหนื่อยแล้วจะมาได้มานอนได้เลย งั้นนาย ต้องทำห้องเกมด้วยใช่ไหม ฉันว่าห้องสนุกเกอร์ก็ทำได้นะ ถามราคามาหรือยัง ถามแล้ว ถามมาหลายคนเลย มากที่สุดคือ สองแสนต่อปี เพียงแต่
ฉันยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่บ้านเลย จะไปไหน ยืมเงิน ฮัลโหล ประธานฉิวเหรอ ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของประธานสวี่ สวี่ปั้นเซี่ย เราเคยเจอกันมาก่อนแล้ว ประธานสวี่ของเราให้ผมมาเอาบัญชี ใช่ บัญชีของคุณ สองปีนี้ ผมอยู่ตรงข้ามโรงงานพวกคุณ ข้าง ๆ ถนน รถเจ็ตตาสีขาว โอเค อาตง คุณมาแล้วเหรอ มีอะไรเหรอ บ่ายนี้วางแผนยังไง ไม่มีแผน คุณมีความคิดเห็นยังไง เอาแบบนี้นะ คุณไปที่เดิม ซื้อของอร่อย ๆ ให้เราสองคน ตอนเที่ยงเราดื่มกันสักหน่อย ผมให้พวกเขาคนไหนไปก็พอแล้ว ดูคุณสิ ผมยุ่งอยู่ คุณต้องไปด้วยตัวเอง คุณรู้ว่าผมชอบกินอะไร สามอย่างนั้นใช่ไหม ได้ คุณเอานี่ไว้ ดูสิ เกรงใจผมอีก [เฟิงเจียชุน] จะให้คำตอบได้เมื่อไร เราจะพยายามให้เร็วที่สุด พวกคุณจับตาดูหมอนี่เอาไว้ให้ดี ดูว่าเขาทำอะไรตอนที่ผมไม่อยู่ วันนี้ตอนบ่ายผมไม่กลับไปโรงงานแล้ว ได้ ลำบากแล้ว ฮัลโหล เจ้าอ้วน ได้บัญชีมาแล้ว [ถ้าวันนี้นายกับเสี่ยวถง] [ยังพอมีเวลา] [ไว้เราไปในหมู่บ้านกันสักรอบ]
[โอเค งั้นฉันจะรอข่าวจากนายนะ] โอเค ฉันเข้าใจแล้ว นายว่านี่… ทั้งหลบทั้งสะกดรอยตาม นี่ไม่ใช่เพื่อนของลูกพี่เหรอ นายโง่หรือเปล่าเนี่ย ในธุรกิจจะไปมีเพื่อนสักกี่คน แต่ว่า ถ้าไม่มีเพื่อนแล้วจะทำธุรกิจได้ยังไง เฉินอวี่โจ้ว นายกลายเป็นคนเลวไปแล้ว ตอนนี้ไม่เหมือนกับหลายปีก่อนแล้วนะ คนแบบนาย มีความคิดว่าไม่ใช่คนดีก็เป็นคนเลว ไม่ได้เรียกว่าไร้เดียงสา แต่เรียกโง่ ค่อย ๆ เรียนรู้เอาไว้นะ เด็กน้อย วางใจเถอะ ยังมีฉันกับเจ้าอ้วนอยู่ ไม่ทำให้นายเสียเปรียบแน่นอน ไสหัวไป ๆ ๆ วันนี้เจ้าอ้วนกลับไปยืมเงินที่บ้าน ไม่รู้ว่าจะราบรื่นไหม คงจะร้ายมากกว่าดี ทำไมเหรอ ครอบครัวพี่ไม่ดีกับพี่เหรอ นายรู้ไหมว่า ทำไมเจ้าอ้วนถึงชื่อปั้นเซี่ย ทำไม ปั้นเซี่ยเป็นยาชนิดหนึ่ง อันนี้ฉันรู้ ปั้นเซี่ยลู่ไง ปั้นเซี่ยลู่คือปั้นเซี่ยที่สุกแล้ว ปั้นเซี่ยสด ๆ มีพิษ แม่เจ้าอ้วนตายตอนคลอดเธอออกมา พ่อเธอเลยเกลียดเธอ ก็เลยตั้งชื่อเธอว่าปั้นเซี่ย ปั้นเซี่ยสด พิษ พ่อเธอยังเป็นคนอยู่ไหม ก็พูดยาก นายต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ ห่างขนาดนี้ ก็จริง เธอน่ะ ออกจากบ้านมาตั้งแต่เด็กแล้ว
ส่วนพ่อเธอ ต่อมาก็มีภรรยาใหม่ แม่เลี้ยงมีน้องสาวให้เธออีกคนหนึ่ง เพราะงั้นเจ้าอ้วน พอเรียบจบมหาลัย ก็หาคนแต่งงานด้วยแล้ว ♫ผักกาดน้อยเอ๋ย♫ ♫ช่างรันทดนัก♫ ♫อายุยังน้อย♫ ♫ก็ขาดแม่แล้ว♫ – อาเจ๊มาแล้ว – [ท่อนแรกร้องได้ดีมากเลย] [แต่ท่อนหลัง] วันนี้วันที่เท่าไร สิบกว่า ๆ สิบกว่า ๆ ทำไมมาอีกแล้ว ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ยังไม่ถึงสิ้นเดือนเลย ทำไมถึงมาวันนี้ล่ะ ยังไม่ถึงสิ้นเดือนแล้วหนูจะมาเยี่ยมพ่อไม่ได้เลยเหรอ หนูคิดถึงพ่อไง ได้ไหม เข้ามาดื่มน้ำดื่มท่าก่อนเถอะ ใช่ มา ๆ ๆ มา ♫ผักกาดน้อยเอ๋ย♫ มีเรื่องอะไรใช่ไหม ว่ามาสิ เดือนที่แล้ว หนูให้เงินเพิ่มไม่ใช่เหรอ ให้พ่อไปย้อมผม ทำไมถึงไม่ย้อมล่ะ ย้อมครั้งหนึ่งอยู่ได้ตั้งครึ่งปีหรือเป็นปี คนแก่อายุเกือบหกสิบแล้ว จะย้อมผมอะไรอีก จะย้อมไปให้ใครดู เชี่ยนเชี่ยนน้องสาวลูกยังเด็ก ต้องใช้เงินเยอะ ใช่ ลูกโตขนาดนี้ ต้องใช้เงินทุกวัน เอ้า ดื่มน้ำสิ คุณมานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม อาเจ๊มาแล้ว คุณรีบไปทำอาการเพิ่มสักสองอย่างสิ หมายถึงคุณนั่นแหละ
ฉันจะคุยกับเธอหน่อย เรื่องที่คุยกันเมื่อสองเดือนก่อนยังจำได้ไหม เรื่องอะไรเหรอ น้องสาวแก ต้องสอบดนตรีระดับเก้าแล้วไม่ใช่หรือไง ครูคนนี้ พกหีบเพลงนี่มาสอนทุกวันเลย แล้วบ่นกับเราตลอดว่า หีบเพลงใช้ไม่ได้ ต้องใช้เปียโน บ้านเราก็ไม่มี ใช่ บ้านของครูมี [แต่ไกลเกินไป] [กว่าจะไปกลับ] [กลับมาถึงก็ดึกดื่นค่ำมืด] [จะมีเวลาไหนไปทำการบ้าน] [เราสองคนเลยต้อง] ไปดูเปียโนที่ห้าง อันที่จริงราคา ก็ไม่นับว่าแพง สี่พันกว่า ยังไม่ถึงห้าพันเลย เรื่องเปียโนไม่มีปัญหา ถ้าต้องการจะไปซื้อเมื่อไรก็ได้ รับปากแล้วนะ ขอบคุณนะ ที่หนูมาเพราะมีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง อยากคุยกับพ่อหน่อย พ่อ ตอนนี้ธุรกิจเศษเหล็กในประเทศไม่ค่อยดี หนูมีเพื่อนคนหนึ่ง เขามีเส้นทาง ที่จะนำเหล็กจากทางเหนือ มาทำธุรกิจนำเข้าเหล็กได้ กำไรสูงมาก พอเปลี่ยนมือก็เป็นเงิน แต่ว่าเงินทุนของหนูไม่ค่อยพอ หนูอยากยืมเงินพ่อสักหน่อย พอธุรกิจนี้สำเร็จ ครั้งหน้าที่กลับมา หนูจะให้เงินเพิ่มก็ได้ พ่อเข้าใจแล้ว มิน่าล่ะแกถึงมาวันนี้ แกจะมาขอเงินที่บ้านนี่เอง พ่อ หนูไม่ได้ขอเงิน หนูมายืม พ่อจะคิดดอกเบี้ยก็ได้ ดอกเบี้ยสูงหน่อยก็ได้ ถ้าอย่างนั้น พวกพ่อลองปรึกษากันดูก่อน หนูจะรอ ไม่ต้องปรึกษาหรอก เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับฉัน
ต้องการเท่าไร ห้าแสน อะไรนะ ห้าแสนเหรอ แกลองไปถามบนถนนดู ในชีวิตนี้มีใครเคยเห็นเงินห้าแสนบ้าง ใช่แล้ว แกกล้าพูดออกมาได้ พวกพ่อช่วยหนู ให้ผ่านช่วงลำบากนี้ไปหน่อย ได้ไหม เราช่วยให้แกผ่านไปได้ แกก็ควรให้เราผ่านไปได้เหมือนกัน เราสองคนทะเลาะกันเรื่องเปียโนทุกวัน แค่สี่พันยังซื้อไม่ลง เรื่องเปียโนหนูบอกแล้วไง ว่าจะไปซื้อเมื่อไรก็ได้ พอ ๆ ๆ ไม่ต้องพูดเรื่องเปียโนแล้ว ห้าแสนที่แกต้องการพวกเราไม่มีจริง ๆ แกไปเถอะ ๆ พ่อ เราไม่ได้… เราไม่ได้คุยกันแล้วเหรอว่าจะปรึกษากันดี ๆ หนูลำบากจริง ๆ นะ ต้องการเงินมากจริง ๆ แกไม่ได้ขาดเงิน นี่ไม่ใช่เรื่องลำบาก ตอนนี้แกมาที่บ้านเรา แกกำลังทำลายครอบครัวเรา แกเข้าใจไหม หนูมายืมเงินพ่อ มันเป็นการทำลายครอบครัวพ่อได้ยังไง หนูเคยมาขอเงินพ่อตอนไหน สรุปแล้ว ความคิดในการทำธุรกิจนั่น ก็ใช้ครอบครัวสินะ ให้เงินเราทุกเดือน แล้วรู้สึกทุกข์ใช่ไหม ก็เลยอยากเอากลับคืนไปทีเดียว ทำอะไรน่ะ ตกใจหมดเลย ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ถ่ายอะไรน่ะ
เอามาให้ฉันดูหน่อย ใครทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กัน ฉันมาซื้อของนะ ฉันก็ต้องถ่ายรูปให้เถ้าแก่ฉันดูหน่อยสิ ดูเครื่องมือของพวกคุณ ดูเหล็กของพวกคุณ แล้วเถ้าแก่ของพวกคุณล่ะ อยู่ในห้อง งั้นพาฉันไปพบหน่อยสิ ไป ๆ ๆ ไป พี่ มีคนมาคุยเรื่องธุรกิจ [ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ] คุณผู้ชาย กัวฉี่ตง สวัสดีครับ ๆ ๆ ไม่ต้องเกรงใจ นั่งสิ แกออกไปก่อน คุณชื่ออะไรครับ ผมแซ่เฉิน วันนี้ผมรีบออกมา เลยลืมเอานามบัตรมาด้วย เดี๋ยวผมทิ้งเบอร์ไว้ให้นะ ได้ครับ คุณผู้ชาย คุณมาจากบริษัทไหนครับ ผมไม่ค่อยคุ้นหน้าคุณเลย บริษัทของเราอยู่ที่หย่งโจว ชื่อว่า บริษัท ค้าเหล็กอวี่โจ้ว จำกัด บริษัทของคุณทำธุรกิจด้านไหนครับ ต้องการสเปคแบบไหน บริษัทของเรา หลัก ๆ แล้วทำเครื่องครัว ต้องใช้แผ่นเหล็กแบบบางความหนา 21 ชั้น แต่ละปีมีความต้องการอยู่ที่เท่าไรครับ ต้องดูตามคำสั่งซื้อ แต่ทุกปีไม่ว่ายังไง
ก็ต้องใช้ 1,000 ตันเป็นอย่างต่ำ 1,000 ตันเป็นอย่างต่ำเหรอ พ่อ หนูไม่ได้มาทะเลาะ แล้วก็ไม่ได้มาหลอกเอาเงินด้วย ธุรกิจของหนูลำบากมาก เจอเรื่องลำบากจริง ๆ หนูเอาบ้านตัวเองมาจำนองให้พ่อ – โอเคไหม – อย่า ไม่ต้องเลย เราไม่กล้าเอาหรอก บ้านกับรถของแก จะทำยังไง ถ้าในอนาคตมาเอาคืน ทำอะไรน่ะ ทรมานคนเล่นทุกวันเลยหรือไง งั้นหนูคงต้องเตือนพวกคุณเอาไว้ก่อน บ้านที่พวกคุณอยู่ตอนนี้ เป็นบ้านที่ตากับยายหนูทิ้งไว้ให้ ชื่อที่เขียนบนโฉนดเป็นชื่อหนู และโฉนดก็อยู่กับหนู แม่หนูเสียไปแล้ว บ้านนี้ก็กลับมาเป็นของหนู หนูมีสิทธิ์ในการจัดการ แกคิดจะทำอะไร ถ้าหนูยืมเงินไม่ได้ หนูก็ต้องเอาบ้านหลังนี้ ไปจำนองกับธนาคาร ศาลยุติธรรมมาก หนูไม่เชื่อว่าถ้าเรื่องถึงศาลแล้ว พวกคุณจะมาพูดอะไรไร้สาระได้อีก ฉันว่าแก…แก… สวีโหย่วเหริน ฉันซวยจริง ๆ ที่มาแต่งงานกับคุณ ฉันจะทำยังไงดี ฉันกับลูกต้องนอนข้างถนนเหรอ คุณปล่อยให้ศาลไล่ฉันออกไปเถอะ สวี่ปั้นเซี่ย ฉันจะบอกให้นะ ถ้าแกทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่จนถึงศาล ฉันจะตัดพ่อตัดลูกกับแก แกเข้าใจไหม แม่ กินข้าวไหม หนูหิวแล้ว กินอะไรกันล่ะ
จะกินข้าวเหรอ ไปร้องเพลงไป ลูกรัก แกจะทำให้เป็นเรื่องทำไม พ่อ พ่อช่วยหนูหน่อยนะ พ่อลองคิดดู พวกพ่อใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน ไม่เหนื่อยเหรอ ดูแลสุขภาพด้วยนะ ไสหัวไป ไสหัวออกไป ต่อไปนี้ครอบครัวเราไม่ต้องการแกแล้ว อย่ามาทำตัวเป็นคนมีเงินหน่อยเลย ตระกูลสวี่ของเราไม่มีคนแบบแก ไสหัวไป รอบนี้หนูร้องได้ดีมากเลย ทั้งโกรธทั้งหวาดกลัว เรามาลองกันอีกครั้งนะ ♫มีแม่เลี้ยง♫ ♫สามปีครึ่ง♫ ♫คลอดน้องชายออกมา♫ ♫ดีกว่าข้า♫ ประธานฉิว นี่เป็นรูปที่เราซุ่มถ่ายมาได้ช่วงไม่กี่วันนี้ พวกนี้น่ะ เป็นโรงงานที่เขาเปิดในชนบทลับหลังคุณ นิติบุคคลคือกัวฉี่ตง