บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.13 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 13] [สำนักอู่หยางโหว] พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พรุ่งนี้พวกเจ้าก็ต้องออกเดินทางแล้ว ก่อนเดินทาง ข้าขอคารวะให้กับพวกท่านหนึ่งจอก ผ่านระยะเวลาหนึ่ง พวกเจ้าก็ไปเข้าร่วมพิธีการที่ตำหนักเซียน กับท่านเจ้าสำนักแล้ว พวกเราก็จะได้พบเจอกันอีกครั้งแล้วละ เช่นนั้น ๆ ตอนนั้นอยู่ที่ตำหนักเซียน บัดนี้ อิสระมากนะ ในค่ำคืนนี้พวกเรา สนุกให้สุดก่อนค่อยว่ากัน ชนแก้ว -ชนแก้ว -ชนแก้ว [ศาลาล้างดาบ] ลู่หลี เจ้าทำอะไรอยู่หรือ ข้ากำลังมองศีรษะหลิ่วเซาที่อยู่บนดวงจันทร์ เช่นนั้นเจ้าควรมองหลิ่วเซาที่อยู่ตรงหน้า หลิ่วเซา กล่าวกันว่ามีวิธีการหนึ่ง ข้าสามารถไม่ไปจากเจ้าได้ ใครก็ไม่สามารถแยกพวกเราออกจากกันได้ เจ้าว่าข้าจะลองดูหรือไม่ ลองดูสิ แน่นอนว่าต้องลองดูสิ บางทีสามารถลองดูสักครั้งได้จริง ๆ แต่ว่าเรื่องนี้ ง่ายขนาดนั้นเหมือนกับที่ท่านอาจารย์พูด จริงหรือไม่ [การผนึกของศิลาจารึกสี่ฤดูนับวันยิ่ง อ่อนลงแล้ว] [หวังว่าศิษย์คนนี้ของสำนักอู่หยางโหว] [สามารถช่วยตำหนักเซียนซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู ได้จริง ๆ] พวกเราไปตำหนักเซียนไม่ใช่หรือ ไยเจ้าถึงจับปลามาหนึ่งตัวล่ะ เจ้าเดา เจ้าเดาข้าเดาหรือไม่เดา เจ้ารู้หรือไม่ กล่าวกันว่า หลังจากที่มนุษย์ไปสู่ตำหนักเซียนแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ได้เร็วมาก

    เหมือนดั่งปลาคาร์พข้ามไปสู่ประตูมังกร มาสิ ระวัง ๆ ๆ ระวัง เตรียมพร้อมให้ดี บัดนี้ถึงจะเป็นการออกเดินทางที่แท้จริง ดูนั่น [ตำหนักเซียน] เซียนเวิง ข้าเคยเห็นท่าน สวัสดีเซียนเวิง สวัสดีว่านอู๋เซียนเวิง วันนั้น อู่หยางโหวขอให้ข้าตรวจสอบเรื่องที่ ท่านเซียนเสด็จลงมา ข้าเคยเห็นเจ้าทั้งสอง ผ่านกระจกเสวียนเทียนจวนโหว ฉะนั้นคราวนี้ ท่านเป็นผู้มอบโอกาสและวาสนาให้ข้าหรือ เป็นพิณสือกู่เซ่อ ที่มอบโอกาสและวาสนาให้เจ้า เจ้าก็คือผู้สืบทอดคนใหม่ที่อู่หยางโหว คัดเลือกไว้ ดูเป็นผู้มีความสามารถนะ มิบังอาจขอรับ วรยุทธ์ของข้ายังห่างไกลจากอู่หยางโหวอีกมาก เซียนเวิง เจ้าเองหรือ ทำไมหรือ เจ้ารู้จักกับพวกเขาทั้งสอง เช่นนั้นดีเลย ข้าฝากสองคนนี้ ไว้ให้กับเจ้าก็แล้วกัน ขอรับ เซียนเวิงเดินทางระมัดระวัง คารวะนักพรตเซี่ย ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหน่อย เจ้าทั้งสอง ก็เดินไปยังที่พำนักของศิษย์ระดับล่าง ของตำหนักอู๋จี๋ พำนักที่นั่น ตำหนักอู๋จี๋ นักพรตเซี่ย ตำหนักอู๋จี๋อยู่ที่ใดหรือ ไม่บอก แล้วพวกข้าจะไปตามหาได้ที่ไหนล่ะ ช่างเขาเถอะ ในเมื่อมาที่นี่แล้วก็อยู่ที่นี่ อย่างสงบจิตสงบใจ ไป ข้าพาเจ้าไปเดินชม ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมกันหน่อย

    -ไป -ไปเถอะ ไปดูตรงนั้นหน่อย [ข้าจะบอกเจ้าให้ ตอนเด็กข้าเคยมาที่นี่แล้ว] [เจ้าเคยมาที่ตำหนักเซียนหรือ] เจ้าดูสิ ๆ นี่ก็คือวิชาอาคมที่ตำหนักเซียนถ่ายทอดให้ เจ้าดูท่าทางของพวกเขา เหมือนกับของข้าหรือไม่ เจ้าดูข้าเลียนแบบได้เหมือนหรือไม่ [เจ้าดูสิ] [บนนภาก็ยังมีน้ำตกด้วย] [เจ้าเคยมาแล้วไม่ใช่หรือ] [ข้าแค่มองจากที่ไกล ๆ เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น] [ลู่หลี] [ถ้าเป็นแบบนี้ไปตลอดกาลได้ก็ดีสิ] [เจ้าตั้งใจอยู่ที่ตำหนักเซียนตลอดไปแล้ว จริงหรือ] [ข้าอยาก] [อยู่ด้วยกันกับเจ้าตลอดไป] [บัดนี้ข้าอยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู] [เพียงแค่ดึงกระบี่โอบจันทร์ออกมา] [ก็จะสามารถอยู่เคียงคู่หลิ่วเซาตลอดไปได้] [แต่หลิ่วเซาถูกสั่งให้ซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู] [ควรบอกนางหรือไม่] ลู่หลี ใจลอยอะไรอยู่หรือ เมื่อกี้ข้าไปล้างผลไม้มาเล็กน้อย รีบชิมดู หวานหรือไม่ หวานหรือไม่ เจ้าก็กินด้วย เจ้าว่าผู้คนเหล่านี้ที่อยู่ตำหนักเซียน พวกเขาฝึกตนเป็นเซียนอะไรกันหรือ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราสองคนในตอนนี้ นั่นถึงจะเป็นการใช้ชีวิตของเทพ พวกเขาให้ข้ามาบำเพ็ญเพียรที่นี่ แต่ว่า มาหลายวันขนาดนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่ได้จัดแจงวิชาเรียนอะไรให้ข้าเลย ยังจะวิชาเรียนอีก พวกเขามุ่งหวังพิณสือกู่เซ่อของเจ้า เพียงเจ้าช่วยพวกเขาซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู ได้สำเร็จ พวกเขาจะต้องรับเจ้าเอาไว้เป็นแน่ แล้วถ้าข้าซ่อมไม่สำเร็จ พวกเขาจะส่งข้ากลับไปงั้นหรือ คิดอะไรอยู่ เจ้ารู้หรือไม่ เพื่อซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู พวกเขาต้องเตรียมความพร้อมมากน้อยเพียงใด

    เพียงแค่ขอยืม สรรพคุณการรักษาของพิณสือกู่เซ่อเท่านั้น ถ้าหาก เจ้าซ่อมได้ไม่สำเร็จละก็ ทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์ เช่นนั้นก็จะ ก็จะโดน โยนลงไปใต้น้ำตกเพื่อเป็นอาหารให้ปลา เจ้าพูดเสียจน ตำหนักเซียนโหดร้ายกว่าอ๋าวเหิ่นเสียอีก ที่จริงก็ไม่สำคัญแล้ว ไม่แน่บางทีซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูแล้ว ถึงเวลา ข้าขอร้องอ้อนวอน พวกเขาก็จะได้รั้งให้เจ้าอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ เช่นนี้ ก็ขอบคุณคุณหนูหลิ่วอย่างยิ่งล่ะ ไม่ต้องเกรงใจ ๆ แต่ว่าเจ้า ยังต้องรับผิดชอบสำนักอู่หยางโหวอีก หากพวกเขาไม่ให้ข้ากลับไปอีก น่าเบื่อ ให้เจ้าดูสิ่งนี้ สิ่งนี้คืออะไร เจ้าดูให้ดีนะ นี่ก็คือวิชาหุ่นกระบอกหรือ ใช่แล้ว วันที่เจ้าดึงกระบี่ ไป๋เฟิ่งใช้สิ่งนี้ในการหลอกลวงเจ้า เพียงแค่น่าเสียดายที่พลังของข้าไม่เพียงพอ ข้าทำได้เพียงแปลงเป็นรูปลักษณ์ของข้า ไม่เหมือนกับท่านอาจารย์ข้า แม้จะแปลงเป็นรูปลักษณ์ของข้า ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ อย่าโมโหเลยนะ ต่อไปข้าจะ ไม่โดนสิ่งเหล่านี้หลอกลวงอีกแล้ว ต่อไปข้าจะเชื่อใจเจ้า ข้าน่ะ เชื่อเพียงเจ้าเท่านั้น [ไม่เชื่อดวงตา] [ไม่เชื่อหู] [ก็ต้องเชื่อเจ้า] ทำไมหรือ เจ้าอยากจะมาเยาะเย้ยข้าหรือ ข้าเพียงต้องการเยาะเย้ยตำหนักเซียนเท่านั้น สนใจหรือไม่ ข้าไม่สนใจ ข้าเพียงต้องการ เผาตำหนักเซียนแห่งนั้นด้วยเพลิง ใช้เลือดของทุกคนที่อยู่ในนั้น มาไว้อาลัยให้อ๋าวอินลูกชายของข้า เช่นนั้นร่วมมือกันเถอะ พรุ่งนี้พวกเขาจะทำการซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู

    พวกข้าไปร่วมพิธีการพอดี แต่ว่า พรุ่งนี้เข้าตำหนักเซียน มีเขตอาคมจำนวนมาก เจ้าสามารถเข้าไปได้จริงหรือ หลิ่วเซาล่ะ [หลิ่วเซา] [เจ้านัดข้าออกมา] ต้องการพูดคุยเรื่องซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูใน วันนี้หรือ ไม่ใช่ ๆ ข้าเคยใช้พิณสือกู่เซ่อรักษาบาดแผลของตัวเอง แล้วหนึ่งครั้ง สามารถรู้สึกถึงพลังวิญญาณของมันได้ บรรเลงได้ไม่มีปัญหา เช่นนั้นแล้วเจ้า เพราะลู่หลี ร่างของเขาโดนคำสาปกลืนวิญญาณ แม้ว่าบัดนี้ ฝืนยับยั้งเอาไว้ได้ แต่ว่า นี่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาในระยะยาว ฉะนั้นข้าอยากบอกว่า หากข้าซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูได้สำเร็จ ขอให้ตำหนักเซียนช่วยถอน คำสาปกลืนวิญญาณให้เขาได้หรือไม่ ข้ายินยอมสละโอกาสที่จะได้บำเพ็ญเพียร ที่ตำหนักเซียน [ขอเพียง] [แลกมาซึ่งการปราศจากโรคภัยของลู่หลี] เจ้ามั่นใจ ข้ามั่นใจ [รอให้เจ้าซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูสำเร็จ ค่อยว่ากันก็แล้วกัน] เจ้าตัดสินใจแน่แล้วหรือ แน่นอน แต่ว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป อายุไม่ยืนยาวนะ ข้าไม่ต้องการกาลเวลาบำเพ็ญเพียร ที่โดดเดี่ยวนานนับพันปีหมื่นปี เมื่อก่อนข้ามักอยากไปที่ตำหนักเซียน เพื่อหาเซียน แต่ว่าตอนนี้ ข้ามีเจ้า เพียงแค่ชั่วชีวิตนี้มีเจ้าอยู่ด้วยกัน ข้าก็รู้สึกไม่ผิดหวัง ไม่สิ เป็นกำไร กำไรมหาศาล ดี เช่นนั้นข้าจะกลับไปขอท่านเจ้าสำนักให้เป็นพ่อสื่อให้ ไปสู่ขอเจ้าที่บ้าน ไม่แน่ว่าปีนี้น่ะ อาจยังสามารถเลือกฤกษ์ดีวันสมรสได้

    จริงด้วย ถึงเวลาตอนที่พวกเราสมรส พวกเราต้องเรียกหวังเจี่ยนและเสี่ยวเสวี่ย แล้วก็เฮอน่าด้วย ก็จริง จะลืมเฮอน่าไม่ได้ ถึงแม้ว่า ข้าจะไม่ชอบปีศาจปลาปลอมตัวนั้นมากก็ตาม เมื่อถึงเวลาน่ะ พวกเราก็ปลูกบ้านหลังหนึ่งอยู่ข้าง ๆ สำนักอู่หยางโหว [ใช่ ๆ ๆ] [เลี้ยงกระต่ายน้อยด้วย] [ดี] [แล้วก็แกะน้อย] ท่านเจ้าสำนัก พี่ใหญ่ เชิญทางนี้ วันนี้ ตำหนักเซียน โลกมนุษย์ ร่วมมือกันทำภารกิจสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย บทเพลงซ่อมแซมสวรรค์ มิตรภาพระหว่างเซียนและมนุษย์จะมั่นคงตลอดกาล เริ่มกระบวนการ [กระบวนการเรียกรวมอาวุธยิ่งใหญ่มากเลย] [ที่แท้] [ตำหนักเซียนก็ใช้วิธีการเช่นนี้] [ปกป้องโลกมนุษย์] [วันนี้] [ข้าก็จะกลายเป็นผู้ที่ปกป้องโลกมนุษย์] หลิ่วเซา ดีดพิณสือกู่เซ่อ ซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู [สมาธิตั้งมั่น] [เงียบสงบ] [พิณสือกู่เซ่อ] [ออก] [เจ้าดูทางนั้น] [รอยแตกร้าวยิ่งอยู่ยิ่งน้อยลงแล้ว] [จริงด้วย] [เปลี่ยนไปทางที่ดีแล้ว] [ศิษย์พี่หลิ่วเก่งมากเลย] [ใช่] [สมกับที่เป็นศิษย์พี่หลิ่ว] พี่สะใภ้ของข้าคือเก่งมาก เจ้าเบาเสียงหน่อย เหตุใดต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เล่า

    เก่งมากก็คือเก่งมาก ถึงแม้ว่าพี่สะใภ้ของข้ากลาย เป็นศิษย์ตำหนักเซียนแล้วก็ตาม นางก็ยังเป็นพี่สะใภ้ของข้า เอาละ พอได้แล้ว [พิณสือกู่เซ่อ] [เหมือนกับว่ากำลังเรียกหาผู้ใด] [หลิ่วเซา] [ขอบคุณเจ้าที่นำพิณสือกู่เซ่อมาถึงศิลาจารึกสี่ฤดู] ต่อไป ดูของข้าบ้างก็แล้วกัน [พิณนี้] [พิณนี้กำลังแย่งพลังวัตรดีดพิณของข้า] [ไม่] [ไม่ได้] ชิวเสียน ลิ่งฉี [ตั้งค่ายกลให้มั่นคง] [นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ] [เกิดอะไรขึ้น] [หยุดเดี๋ยวนี้] [รีบหยุดเดี๋ยวนี้] เซียนเวิง ดูศิลาจารึกสี่ฤดู เซียนเวิง พวกข้ายับยั้งไม่อยู่แล้ว [ทำอย่างไร] [พิณสือกู่เซ่อไม่ยอมให้ข้าควบคุม] หลิ่วเซานี่เกิดอะไรขึ้น นางจะทำลายศิลาจารึกสี่ฤดู หลิ่วเซา เจ้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ตั้งค่ายกลให้เต็มกำลัง ต้องไม่ให้สิ่งชั่วร้ายนั้นเกิดขึ้น เปลี่ยนกระบวนการ พิณสือกู่เซ่ออันนั้น เหมือนกับว่าไม่ยอมให้หลิ่วเซาควบคุมแล้ว หลิ่วเซา หลิ่วเซา ไม่ดี มีปีศาจโจมตีโล่จื่อจิน อยากจะทำลายเขตอาคม แย่แล้ว พี่สะใภ้ยังอยู่ข้างบนอยู่เลย กระจายกระบวนการ ลูกศิษย์ของสำนักอู่หยางโหวฟังคำสั่ง ปกป้องศิลาจารึกสี่ฤดู ขอรับ เซี่ยลิ่งฉี คืนชีวิตลูกชายของข้ามา ไม่เจียมตัว ข้าจะดูว่ายังมีผู้ใดสามารถขัดขวางข้าได้ ท่านเจ้าสำนัก อู่หยางโหว

    ท่านเจ้าสำนัก [พิณสือกู่เซ่อ ไม่สามารถ…] [คำสาปกลืนวิญญาณ] [เหตุใดถึงกำเริบในเวลานี้] [หลิ่วเซา ไม่ได้] [ข้าจะประคองไม่ไหวแล้ว] [หลิ่วเซา] [หรือว่านี่ก็คือ] [ความไม่เป็นตัวของตนเอง] [ลู่หลี] [เจ้าเห็นชัดหรือยัง] [คนในใจของเจ้า] [เพื่อนของเจ้า] [ศิษย์ร่วมอาจารย์ของเจ้า] [ต่างจะต้องตายแล้ว] [เมื่อคำสาปกลืนวิญญาณกำเริบทั้งสิ้น] [เจ้าก็ใกล้จะตายแล้ว] [เจ้ายินยอมหรือ] [หยิบกระบี่โอบจันทร์ขึ้น] [ฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก] [ทำให้เทพจันทราปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง] [เพียงแค่เจ้าครอบครองพลังเทพชั้นสูง] [สรรพสิ่งทั้งหมดของสามพิภพ] [ก็จะฟังคำสั่งของเจ้า] [ทุกสิ่งทุกอย่าง] [ล้วนอยู่ในการควบคุมของเจ้า] [ลู่หลี] [หากเจ้าต้องการปกป้องหลิ่วเซา] [ก็ไปฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออกจากกัน] [ฟันศิลาจารึกสี่ฤดู] [ก็…ก็จะสามารถช่วยพวกเขาได้] ลู่หลี รีบไปพิทักษ์ศิลาจารึกสี่ฤดู หากศิลาจารึกสี่ฤดูถูกทำลาย สิ่งชั่วร้ายจะทำลายผนึกและออกมา แดนนรกในโลกมนุษย์ของสามพิภพ สรรพสัตว์ต้องตายทั้งเป็น [ตายทั้งเป็น] [แดนนรกในโลกมนุษย์] [ฟันศิลาจารึกสี่ฤดู] [ครอบครองพลังแห่งเทพชั้นสูง] [เจ้าถึงจะสามารถปกป้องพวกเขาได้] ลู่หลี เจ้ายังจะรออะไรอีก [ลู่หลี] [เจ้ายังลังเลใจอะไรอยู่อีก] ดูศิษย์ร่วมสำนักของเจ้าที่ตายไป พลังของเจ้าในตอนนี้ไม่อาจช่วยผู้ใดได้ รีบลุกขึ้นมาซะ ช่วยพวกเขาปกป้องศิลาจารึกสี่ฤดู [ฟันศิลาจารึกสี่ฤดู] [ข้าจะไม่ฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออกจากกัน] [เพื่อทำให้เทพจันทราปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง]

    [และปล่อยให้สามพิภพเป็นดังแดนนรกในโลกมนุษย์] [ข้าไม่ยอม] ข้าไม่ยอม [ลู่หลี] [อย่าทำให้ข้าผิดหวัง] [จากนี้ไป] [ก็ส่งต่อให้เจ้าแล้ว] น่าขันสิ้นดี ดูเจ้าในตอนนี้ยังจะทำอะไรได้อีก รนหาที่ตาย ชั่วชีวิตข้าพิทักษ์ฟ้าและดิน แม้ต้องสละชีพ ก็จะไม่ยอมให้เจ้ามาดูถูกย่ำยีได้อย่างเด็ดขาด ท่านเจ้าสำนัก ท่านเจ้าสำนัก [ไม่] [ข้าจะให้พิณสือกู่เซ่อควบคุมไม่ได้อีกแล้ว] [ข้าต่างหากที่ต้องเป็นคนดีดพิณสือกู่เซ่อ] [ข้าต่างหาก] หลิ่วเซา หลิ่วเซา หลิ่วเซา ลู่หลี ลู่หลี ข้าต้องการเอาพลังเทพของหลิ่วเซา มารักษาอาการบาดเจ็บของข้า คาดไม่ถึงว่า เจ้าจะรีบไปตายซะก่อน ลู่หลี ลู่หลี พวกเจ้ามนุษย์คนธรรมดาพวกนี้อ่อนแอสิ้นดี คู่ควรที่จะฝังไปพร้อมกับลูกชายข้าเพียงเท่านั้น [ท้ายที่สุด] [ข้าก็ยังไม่มีวิธี] [ที่จะสามารถปกป้องคนที่ข้าอยากจะปกป้องได้อีกหรือ] ลู่หลี [มนุษย์สมควรตายหรือ] [มนุษย์ก็มีสิ่งของที่อยากจะปกป้อง] [คนที่อยากจะปกป้อง] ลู่หลี กระบี่โอบจันทร์ ไฉนกระบี่โอบจันทร์ถึงยอมรับมนุษย์ธรรมดาเป็นนายได้ล่ะ ยังจำที่พวกข้าพูดต่อหน้าเจ้าตอนที่พบกันได้หรือไม่ อ่อนแอแล้ว จะเป็นผู้ที่กล้าขย่มต้นไม้ และยังกล้าสะท้านฟ้าได้อย่างไรเล่า ไม่เอา หากต้องเหยียบย่ำโลหิตของ พวกพ้องคนรักเพื่อให้ได้ขึ้นตำแหน่งเป็นเทพชั้นสูงละก็ ข้าไม่ทำ ข้าอยากจะทำก็เพียงแต่ สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขาอย่างคนธรรมดา เป็นไปไม่ได้ เสี่ยวเสวี่ย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง

    เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่หรือไม่ ข้าไม่เป็นอะไร ค่อย ๆ นะ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ลู่หลี พี่ใหญ่ ลู่หลี พี่ใหญ่ ลู่หลี ไม่ หลิ่วเซา ตลอดชีวิตที่ข้าเคยพูด ข้า… ข้าทำไม่ได้แล้ว ไม่ได้ เจ้ารับปากข้าแล้ว เจ้ารับปากข้าแล้ว เจ้าห้ามโกหกข้า ที่ข้าเคยพูดว่า จะดูแลเจ้าไปตลอดชีวิต น่าเสียดาย ข้ายังไม่มีวิธี ที่จะปกป้องเจ้าอีกแล้ว ข้าไม่ได้ต้องการเจ้าปกป้องข้า ข้าต้องการให้เจ้าไม่เป็นอะไร ข้าเพียงหวังให้เจ้าไม่เป็นอะไร เจ้าไม่เป็นอะไรสำคัญกว่าสิ่งใด รับปากข้า รับปากข้าได้หรือไม่ -เจ้าไม่เป็นอะไร -อย่าร้องไห้เลย อย่าร้องไห้เลย ขอร้องเจ้าละ ขอร้องเจ้าละ พวกเรา พบกันใหม่ในชาติหน้า ไม่เอา พวกเราตกลงกันแล้ว ต้องไม่เป็นอะไรสิ ตกลงกันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต ลู่หลี ข้าขอร้องเจ้าละ เจ้าอย่าจากข้าไปนะ ขอร้องเจ้าละ ชีวิตนี้ เพราะมีหลิ่วเซา จึงเสียดาย แต่ไม่เสียใจ

    ♫ บทเพลงบรรเลงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ♫ ♫ ดอกท้อโบยบินไปกับนกนางแอ่น ♫ ♫ แสงไฟแห่งใดส่องแสงให้ผู้คนกลับมา ♫ ♫ เมฆาม้วนเกลียวอาทิตย์อัสดง ♫ ♫ จันทราจุมพิตที่ปลายคิ้ว ♫ ♫ ยังรอคอยท่านเอ่ยกล่าว ♫ ♫ ในชาตินี้ ราตรีนี้ ♫ ♫ ถามไถ่ธารารินรับรู้ถึงใบไม้แดง ♫ ♫ คะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ♫ ♫ ยังจดจำดรุณผู้นั้น ♫ ♫ รอยยิ้มที่ปรารถนาชิงชังหากต้องแก่ชราไป ♫ ♫ บุปผาแบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫ [อันที่จริง ข้าค้นพบมานานแล้วว่าชีวิตของข้า] ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ [ไม่ได้เป็นของข้า] ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ [โลกมนุษย์นี้] ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ [ที่ข้าเดินไปพบ] [เหมือนเยี่ยงเงา ๆ หนึ่ง]

    [ไม่หลงเหลืออะไรไว้ให้] ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ [แต่ข้ากลับพบเจ้า] ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ [ลู่หลี] ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫ [เจ้าคนนี้ แม้ปากจะเสียไปบ้าง] ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ [แต่] [เมื่อคนอื่นสงสัยในตัวข้า] [เจ้ายินดีที่จะเชื่อข้า ช่วยข้า] [สามหมื่นตำลึง] [สุดยอด] ♫ ถามไถ่ธารารินรับรู้ถึงใบไม้แดง ♫ [แล้วข้า] ♫ คะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ♫ [จะกลับไปขอท่านเจ้าสำนักให้เป็นพ่อสื่อให้] [ไม่แน่ว่าปีนี้น่ะ] [อาจยังสามารถเลือกฤกษ์ดีวันสมรสได้] ♫ ยังจดจำดรุณผู้นั้น ♫ หลิ่วเซา ♫ รอยยิ้มที่ปรารถนาชิงชังหากต้องแก่ชราไป ♫ -ลู่หลี -หลิ่วเซา ลู่หลี ♫ บุปผาแบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫

    ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ [เช่นนั้นก็ขยายระยะเวลาที่กำหนดเถอะ] [ก็ขยายถึง] ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ [วันนั้นวันที่ไม่สามารถปกป้องคนรักได้] ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ [ไม่เป็นที่ต้องการของใคร] [ชีวิตเดินทางมาถึงจุดจบ] ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ ลู่หลี ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫ ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ [ข้าเกิดมาก็มีหัวใจเพียงครึ่งดวง] [แต่ในตอนนี้] [ข้าหาอีกครึ่งดวงเจอแล้ว] [ก็คือเจ้า] คนโกหก งมดวงจันทร์เถอะ ผู้ที่ผ่านมา อย่าปล่อยโอกาสไปเสียเปล่า ๆ คุณหนู คุณหนู บอกแล้วว่าเป็นความจริงพวกเจ้าก็ไม่เชื่อ ที่แห่งนี้ข้าเคยมา ท่านเซียนพาข้ามา คุณหนู คุณหนู เดินช้าหน่อยเจ้าค่ะ คุณหนู น่ารักมากเลย รอข้าหาท่านเซียนของข้าพบก่อน ข้าจะต้องให้เขาพาข้าไปดูแน่นอน

    ภูผาสายน้ำสุริยันจันทรา ดวงดาวทั่วทุกมุมโลก งมดวงจันทร์เถอะ ผู้ที่ผ่านมา อย่าปล่อยโอกาสไปเสียเปล่า ๆ งมดวงจันทร์เถอะ [ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยคิดมาก่อน] [สัญญานั่น] [เป็นเพียงแค่ความฝันหรือไม่] [เพราะว่าข้าจําหน้าเขาไม่ได้] [ถ้าเจ้าเอาโชคชะตาของเจ้ามอบไว้กับข้า] [ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าได้สามวัน] [ไปทั่วทุกมุมโลก] [ไปที่ที่น่าสนใจ] [และน่าสนุก] [แต่ถ้าข้าไม่เชื่อแม้แต่ตัวเอง] [สามวันนั้น] [ก็เป็นเพียงแค่ความฝัน] [ขอเพียงแค่เชื่อ] [สัญญานั่น] [ถีงจะนับว่าเป็นจริง] ท่านเซียน