บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.14 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 14] อยากขัดขวางการเกิดของข้าอย่างนั้นหรือ ผู้ใดจะขวางข้าได้ [แย่แล้ว ๆ] ไม่ดีแล้ว [ข้าก็ขัดขวางไม่ได้อย่างนั้นหรือ] [ดูเร็ว] [นี่มัน] [นั่นใคร] [ท่านเซียนไร้ลักษณ์] [คือท่านเซียนไร้ลักษณ์] เกอเอ๋อร์บรรลุการฝึกจิตภาวนาแล้ว [ดูเร็ว ยับยั้งได้แล้ว] [สุดยอดไปเลย] [สมกับเป็นท่านเซียน] [ใช่] [ดีมากเลย] [ครานี้ดีเลย] [พวกเรามีทางรอดแล้ว] นี่เป็นของวิเศษที่เซียนชั้นสูง จึงจะสามารถครอบครองได้ กระพรวนจันทร์เพ็ญ เกอเอ๋อร์ได้เลื่อนขั้นเป็นเซียนชั้นสูงแล้ว เกอเอ๋อร์ ยินดีกับการบรรลุการฝึกจิตภาวนา ผ่านช่วงเวลาพันปี ในที่สุดตำหนักเซียนของข้า ก็มีเซียนชั้นสูงมาประทับอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีของตำหนักเซียน เป็นโชคดีของสามพิภพ มหันตภัยร้ายในวันนี้ เกิดขึ้นจากที่ใด ซ่อมแซมเขตอาคม เพิ่มความแข็งแกร่งของค่ายกล ตรวจนับผู้บาดเจ็บล้มตาย ตรวจสอบที่มาของแน่นางผู้นี้ให้แน่ชัด นี่มันเกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ทำไมถึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ ดูสิ ดูเร็ว ใช่ พวกเจ้าดูสิ สีของผลแก้วเข้มขึ้น การควบคุมของตำหนักเซียนผ่อนปรนลงทุกวัน ดูเหมือนว่ารอยร้าวของศิลาจารึกสี่ฤดู จะลึกเพิ่มขึ้นอีก

    ได้ยินมาว่า เป็นเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้หนึ่ง เขาใช้กระบี่โอบจันทร์ สังหารอ๋าวเหิ่น แต่เขาก็ช่วยชีวิตตัวเองไว้ไม่ได้ [ชีวิตนี้น่ายินดียิ่งนัก] [ที่ได้พบผู้ร่ายรำกระบี่โอบจันทร์] [เป็นมนุษย์ธรรมดา] [ลู่หลี] [บทเพลงนี้] [เหมาะให้เจ้าฟังเพียงผู้เดียว] – [คือท่านเซียนไร้ลักษณ์] – [ท่านเซียน] [ท่านเซียนออกมาแล้ว] [ใช่แล้ว ท่านเซียนไร้ลักษณ์ บรรลุการฝึกจิตภาวนาแล้ว] [ดีมากเลย] [ในที่สุดตำหนักเซียนก็มีเซียนชั้นสูงแล้ว] [ใช่เลย] – [ในที่สุดท่านเซียนก็เก็บตัวออกมาแล้ว] – [ดีมากเลย] [ดีมากเลย] ท่านพี่… ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านพี่ ชะล้างจิตใจ เกอเอ๋อร์ เจ้าผ่านด่านเคราะห์กลับมา ไม่น่าเหลือร่องรอยใดๆ บนโลกมนุษย์ เหตุใดยังต้องคิดมากเช่นนี้ ใช้หัวใจผ่านด่านเคราะห์ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดกิเลส จึงต้องชะล้างร่างกายให้สะอาด คืนหัวใจที่ไร้ความโกรธแค้น และความมัวหมองให้แก่ตัวข้า เกอเอ๋อร์ เจ้าบำเพ็ญเพียรมาเป็นพันปี รักษาวินัยมาโดยตลอด อาจารย์ วางใจอย่างมาก ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว ท่านเทพ บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย กำลังรอที่ตำหนักลี่เทียนขอรับ

    [ตำหนักเซียน ตำหนักลี่เทียน] ขณะที่เรายุ่งกับการซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู อ๋าวเหิ่นก็ได้โจมตีโล่ม่วงจนแตก นำฝูงปีศาจบุกเข้ามา ข้าคิดว่าเรื่องนี้ สำนักอู่หยางโหว ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง อีกอย่างผู้ดีดพิณสือกู่เซ่อ ก็เป็นของลูกศิษย์ของอู่หยางโหว หลิ่วเซา พิณสือกู่เซ่อ เจ้าเป็นผู้ดีดหรือ หลิ่วเซา ท่านเซียนถามเจ้าอยู่นะ พิณสือกู่เซ่อ คือข้ากับลู่หลี ไปรับมาด้วยกัน สายขาดแล้ว เราก็ซ่อมมันด้วยกัน นี่เป็นเส้นเลือดวิญญาณ ที่มีแค่ในหมู่ปีศาจระดับสูง เวลาดึงออกมาจะเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด หากไม่ใช่เพราะมีผู้มีส่วนรู้ร่วมคิด แล้วจะกล้ายอมเสี่ยงอันตรายนี้ได้อย่างไร ฉะนั้น ผู้ใดมอบให้เจ้า เป็นเส้นเลือดวิญญาณ ไม่ใช่เส้นผมอย่างนั้นหรือ เส้นผมเทพธิดาเจ๋อสุ่ยเมื่อหมื่นปีก่อน คาดไม่ถึงว่าเจ้าก็หามันมาเสียได้ ไม่ง่ายเลยจริง ๆ [หรือว่าเฮอน่า] [ดึงเส้นเลือดวิญญาณตัวเองออกมาเพื่อช่วยข้า] พวกท่านดูนางสิ พูดจาไม่สอดคล้องกัน ไร้สติไปเสียแล้ว หลิ่วเซา ตอนที่ข้าได้มา มันเป็นเพียงเส้นผมเส้นหนึ่งเท่านั้นจริง ๆ เจ้าพูดจากลับกลอกเถียงข้าง ๆ คู ๆ ยังจะกล้าบอกว่าตนเองมิใช่ไส้ศึกอีกหรือ ก่อนหน้านี้หลิ่วเซาถูกอ๋าวเหิ่นไล่ฆ่า ไร้ที่ใดให้หลบซ่อน แล้วจะเป็นไส้ศึกได้อย่างไรกัน พวกท่านอย่าได้ใส่ความนาง ใช่… ใช่แล้ว ตำหนักเซียนของพวกท่าน ยังพูดกันด้วยเหตุผลอยู่หรือไม่

    เสี่ยวพ่าง เสี่ยวเสวี่ย ข้าว่า พวกเจ้าที่เป็นลูกศิษย์รุ่นนี้ คงได้รับการสั่งสอนมาไม่ค่อยถูกนัก คิดว่ามีคนตายเพียงไม่กี่คน ก็จะเป็นผู้มีพระคุณต่อตำหนักเซียน ตำหนักเซียนติดหนี้บุญคุณ พวกเจ้าแล้วอย่างนั้นหรือ ท่านเซียน พวกเราควรประกาศไปทั้งสามพิภพดีหรือไม่ ว่าหายนะครั้งนี้ล้วนเกิดจากสำนักอู่หยางโหว ห้ามมิให้ชาวบ้านจัดงานศพให้สำนักอู่หยางโหว ห้ามมิให้พวกเขารับการจุดธูปไหว้จากชาวบ้าน เพื่อแสดงให้เห็นถึงบารมี [จริงด้วย] [ชีวิตพวกเราไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ] – [นั่นสิ] – [จริงด้วย] [ไม่มีความหมายแล้ว] ท่านมีสิทธิ์อะไรทำเช่นนี้ พวกเขาทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู ท่านเจ้าสำนักต้องสละชีวิต ศิษย์พี่จำนวนมากต้องสละชีวิต พวกเขาสาบานว่าจะยอมตายเพื่อต้านทานพวกปีศาจ สรุปว่าทำผิดอันใดกันแน่ บังอาจ ทำไม ข้าพูดประโยคใดหรือคำใดผิดไปอย่างนั้นหรือ ศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกเรา นับแต่วันแรกที่เข้าสำนัก ก็ได้รับการอบรมสั่งสอน ให้ปราบปีศาจพิทักษ์เวไนยสัตว์ คิดว่าการคาดคะเนไร้ที่มา ของตำหนักเซียนพวกท่าน จะทำลายทั้งชีวิตของพวกเราได้หรือ เช่นนั้นพวกท่านกับพวกปีศาจ ที่เป็นดั่งผู้คล้อยตามข้าจะราบรื่น ผู้ฝ่าฝืนข้าจะต้องพินาศ จะไปต่างกันได้อย่างไร พวกท่านบงการชะตาชีวิตของพวกเรา มิใช่เพราะทำถูกหรือทำผิด แต่เพราะเป็นผลดีหรือผลเสียต่างหาก พวกท่าน ช่างเสียชื่อประมุขแห่งสามพิภพนัก เจ้าลบหลู่ตำหนักเซียน ตายซะเถอะ กระบี่โอบจันทร์ กระบี่โอบจันทร์ไปอยู่ที่ท่านได้อย่างไร นกหงส์เสาะหาต้นอู๋ถงไว้พักพิง กระบี่ย่อมเสาะหานายตน เหตุใดจะมาอยู่ในมือข้าไม่ได้เล่า

    [ลู่หลีจากไปแล้ว] [แม้แต่กระบี่โอบจันทร์ยังหาเจ้าของใหม่] ท่านเซียน แม่นางผู้นี้ไร้เหตุผลเกินไปแล้ว จะไม่ให้ได้รับการสั่งสอนได้อย่างไร ในเมื่อเจ้ายืนกรานว่า สำนักอู่หยางโหวไม่มีความผิด เช่นนั้นข้า จะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งหนึ่ง [บ่อละลายกระดูก] [มา] [เข้าไปซะ] [ตำหนักเซียนเรามีบ่อละลายกระดูกอยู่] [ทั้งสี่ทิศล้อมรอบด้วยพุ่มไม้หนามหมื่นปี] [ด้านในมีวิญญาณร้ายนับไม่ถ้วน] [ทั้งปีศาจและคนโฉดถูกกักขังไว้] [มีแต่ทางตันเท่านั้น] [หากคนผู้นั้นมีความคิดที่เที่ยงธรรมและบริสุทธิ์] [ก็จะเข้าออกได้อย่างปลอดภัย] [เจ้ายินดีใช้ชีวิตพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของตัวเองหรือไม่] [เพื่อไม่ให้ศิษย์ร่วมสำนักที่ยังมีชีวิตอยู่] [ถูกพวกท่านทำลายไปทั้งชีวิต] [ข้าจะไป] [อาศัยสิ่งของอื่นมาทำให้การฝึกหยุดกลางคัน] [ไม่รักษาสัจจะ] สร้อยข้อมือ ลู่หลี ไม่นะ ไม่นะ นั่นเป็นสิ่งที่ลู่หลีมอบให้ข้า ♫ ในวันที่ฝนพรำ โบกพัดไร้ควัน ♫ คืนข้ามานะ ♫ กลับกลายเป็นวงกลม ♫ ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ ♫ วงทั้งสองด้าน ครวญหาถ้อยคำ ♫ ♫ ราตรีไม่หลับใหล ♫ ♫ เงาจันทร์จางหาย ผู้คนอาวรณ์ ♫ ♫ เงาฝั่งตรงข้ามคล้ายกับรังไหม ♫ [ข้าเกิดมามีหัวใจเพียงครึ่งดวง]

    ♫ สัญญาจากเจ้า อยู่ในอุ้งมือของข้า ♫ [แต่ในตอนนี้] [ข้าตามหาอีกครึ่งดวงเจอแล้ว] [ซึ่งก็คือเจ้า] ♫ ไม่ว่าฤดูใบไม้ผลิจะผันแปร กาลเวลาเปลี่ยนผัน ♫ [ลู่หลีไม่อยู่แล้ว] ♫ แต่หัวใจยังไม่แปรเปลี่ยน ♫ [นี่คือสิ่งเดียวที่เขาทิ้งไว้ให้ข้า] ♫ เมฆบนนภา ประดับประดาระยิบระยับ ♫ [พวกเจ้าก็จะแย่งมันไปอีกหรือ] ♫ ดั่งเช่นทุ่งหม่อนที่เขียวขจี ♫ [หลิ่วเซา] ♫ ลงเรือลําเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ ♫ [สุดปลายหลิวเบื้องบนคือจันทรา] ♫ ใบหน้าซบไหล่ ♫ [เป็นชื่อที่ดีมาก] [ปีนี้เจ้าอายุสิบแปดปี] ♫ ชีวิตที่เหลือของข้ามิอาจต้านผ่านช่วงเวลานี้ได้ ♫ [ข้าอายุยี่สิบสามปี] [เจ้าควรเรียกข้าว่าอะไร] [ท่านพี่… ลู่หลี] [เด็กดี] ♫ ข้าคะนึงถึงเจ้า ไกลออกไปถึงเมฆสีขาว ♫ หากอยากเข้ากับคนอื่นในสำนักอู่หยางโหวได้ [ก็ต้องฟังคำพี่ชายนะ] ♫ ใกล้สุดขอบฟ้าก็ยัง นึกถึงใบหน้าอ่อนเยาว์ของเจ้า ♫ [เอาคืนมานะ]

    [นั่นคือสิ่งที่ลู่หลีมอบให้ข้า] ♫ เจ้าไม่ได้ยินเสียงหิมะตกในฤดูหนาวหรือ ♫ [เจ้าดูสิ] [ในมือเจ้าตอนนี้คือข้า] [ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไป] ♫ เมื่อดอกไม้หยุดร่วงโรย เราทั้งสองก็ยังคงคิดถึงกัน ♫ [ข้าจะปกป้องเจ้าเป็นอย่างดี] [เจ้าฟังเข้าใจหรือยัง] ♫ สิ่งต่าง ๆ ในโลกหมุนเวียนไป ด้วยความเข้าใจ ♫ ♫ หลังพลาดซึ่งคืนวันที่ได้ดูแลกัน รูปลักษณ์ที่มิได้โรยราของข้า ♫ [แต่ว่าชั่วชีวิตมันนานมากนะ] [ถ้าข้าจ้างเจ้าไม่ไหวแล้วจะทำอย่างไร] [เช่นนั้นข้าก็ขายตัวให้เจ้าไงเล่า] [ลู่หลีขายตัวให้หลิ่วเซา] [ราคาหนึ่งอีแปะ] ♫ วันนั้นบุปผาร่วงโรยในเรือนอันเงียบงัน วันที่พบอุปสรรค ♫ [สัญญาตลอดไป ไม่นึกเสียดาย] [สัญญาตลอดไป ไม่นึกเสียดาย] [ข้าชอบเจ้า] ♫ ภพชาตินี้ดุจปมในใจ เมื่อคราแรกที่เจ้าหันกลับมา ♫ [ข้าอยากเป็นแค่คนธรรมดาสามัญ] [ใช้ชีวิตกับเจ้าอย่างเรียบง่าย และมีความสุขชั่วชีวิต] [ได้ เช่นนั้นเราจะเป็นคู่รักคนธรรมดาสามัญ] ♫ เนรเทศจากขอบฟ้าของเจ้า ♫ [ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมีความสุข] ♫ สู่ดินแดนรกร้างของใครกัน ♫ [เจ้าจะไปที่ไหน] [ข้าก็จะตามไปที่นั่น]

    ♫ หมู่เมฆท่ามกลางสี่สมุทร บิดม้วนกลิ้งเกลียว ♫ [ลู่หลี] [รอให้เราดึงกระบี่โอบจันทร์] [เอาชนะอ๋าวเหิ่นได้แล้ว] ♫ ภูเขาและสายน้ำหลังการจากลานั้น ♫ [อย่าลืมให้อาจารย์เจ้ามาสู่ขอข้านะ] ♫ เงียบงันไร้คำพูดใดเอื้อนเอ่ย ♫ ♫ วันเวลาทอดถอนใจอย่างไร้เสียง ♫ [หลิ่วเซา] ♫ ช่วงเวลาของใครกัน ♫ [เช่นนั้นข้า] [กลับไปจะเชิญท่านเจ้าสำนักเป็นพ่อสื่อ] [ไปสู่ขอเจ้าที่บ้าน] [ลู่หลี] [ไม่แน่ว่าอาจเป็นปีนี้] [ยังสามารถเลือกฤกษ์แต่งงานได้อยู่นะ] [แต่ข้าอาจตายได้นะ] [ข้าจะเป็นเพื่อนเจ้า] [ข้าอาจตายจริง ๆ นะ] [ข้าจะเป็นเพื่อนเจ้าจริง ๆ] [ถึงแม้ข้าจะตาย] [ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้เจ้าตาย] นี่คือ… เหตุใดจึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด [เมื่อครู่ไม่ใช่ลู่หลีหรือ] [ทำไมข้า…] กำไล กำไล ข้าหากำไลเจอแล้ว [ข้าเหลือแค่เจ้าแล้ว] [เหลือแค่เจ้าแล้ว] นางไม่เพียงออกมาจากบ่อละลายกระดูกได้ แต่ยังทะลุผ่านประตูกำเนิด มาถึงหน้าศิลาจารึกสี่ฤดูได้โดยตรง เส้นทางของบ่อละลายกระดูก เดิมทีก็เชื่อมผ่านถึงศิลาจารึกสี่ฤดู แต่ว่านางทำได้อย่างไรกัน พวกท่านรีบดูเร็วเข้า นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ลู่หลี เป็นเจ้าใช่ไหม

    เป็นแค่มนุษย์ บังอาจล่วงเกินท่านเซียนหรือ ลู่หลี ท่านเซียน เหตุใดใบหน้าของท่าน… ถึงได้เหมือนกับมนุษย์ผู้นั้นหมดทุกส่วน มีลักษณ์หรือไร้ลักษณ์ต่างก็เป็นตัวข้า พวกเจ้าสงสัยอะไร ตอนที่เกอเอ๋อร์เลื่อนขั้นเป็นเซียนชั้นสูง เคยได้มีร่างมนุษย์ ย่อมมีรูปลักษณ์แบบมนุษย์ได้ นี่เป็นลางบอกเหตุมงคลนะ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับเซียนเวิง – ขอรับ – เจ้าค่ะ ท่านเทพเย่าหลิงก่อตั้งศิลาจารึกสี่ฤดู เลือดของนางสามารถผนึกศิลาจารึกสี่ฤดูได้ ซึ่งนั่นก็แสดงว่า เกอเอ๋อร์ หรือว่าเจ้าสงสัยหลิ่วเซาผู้นี้คือ… ถูกต้อง พลังเทพเย่าหลิงแฝงอยู่ในร่างของนาง หากเป็นเช่นนี้จริง เช่นนั้นข้าคงดูถูกนางเกินไปจริง ๆ ข้าคิดว่าบนตัวนาง มีเพียงชิ้นส่วนพลังเทพเท่านั้น ใครเล่าจะรู้ว่านางเป็นถึงทายาทเย่าหลิง นางออกมาจากบ่อละลายกระดูกได้ เพียงพอที่จะทำให้รู้ว่าเป็นผู้มีคุณธรรม เรื่องพิณสือกู่เซ่อ น่าจะมีสาเหตุอื่นอีก ลู่หลี ลู่หลี เจ้าคือลู่หลีใช่หรือไม่ บนตัวเจ้ามีพลังเทพเย่าหลิงแฝงอยู่ ต้องอยู่ที่เขาซีอิ่น ห้ามกลับโลกมนุษย์ ข้าไม่กลับโลกมนุษย์ เจ้าไปที่ไหน ข้าก็จะไปที่นั่น ข้าคือเซียนชั้นสูงแห่งเขาซีอิ่น ลั่วเกอ ไม่ เจ้าคือลู่หลี เจ้าคือลู่หลี ลู่หลี เจ้าก็คือลู่หลี เมื่อมีรักย่อมมีทุกข์ เหตุใดต้องเข้าไปพัวพันด้วยเล่า หลิ่วเซา

    เจ้าจะไม่กลับไปกับเราจริง ๆ หรือ ไม่แล้ว มีบางเรื่อง ที่ข้าต้องไขให้กระจ่าง พี่สะใภ้ เจ้าคิดว่าท่านเซียนที่เย็นชาผู้นั้น มีความเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่ข้าอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้ หากเกี่ยวข้องกันจริง เหตุใดถึงให้เจ้ากระโดดลง บ่อละลายกระดูกได้ลงคอ ใช่ เจ้าดูบาดแผลบนตัวเจ้าสิ แต่หลังจากที่กระบี่โอบจันทร์จากลู่หลีไป ก็ยอมรับลั่วเกอเป็นนาย และทำตามคำสั่งเขาทันที เช่นนั้น… เช่นนั้นก็หมายความว่า กระบี่โอบจันทร์ประจบประแจง ไม่ใช่ของดีอะไร ถูกต้อง ทั้งยังทำให้เจ้าบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังทำให้ลู่หลีตาย ข้าว่ามันไม่ได้เห็นพวกเจ้าเป็นนายเลยสักนิด เพียงแต่เป็นเพราะว่าลั่วเกอผู้นั้นมีฝีมือสูงส่ง มันจึงยอมรับว่าเป็นนายอย่างเชื่อฟัง แต่พอลู่หลีตายไปไม่นาน ท่านเซียนลั่วเกอผู้นี้ ก็บรรลุการฝึกจิตภาวนา อีกทั้ง ยังมีโฉมหน้าเหมือนกับลู่หลีอีกด้วย มนุษย์ธรรมดาอย่างลู่หลี จะส่งผลกระทบต่อท่านเซียนได้อย่างไร ดังนั้น ข้าจะต้องสืบให้กระจ่าง ถ้าเกิด… ถ้าเกิด… ลู่หลียังไม่ตายเล่า หลิ่วเซา พวกเราก็ได้เห็นกันหมดแล้วนะ ไม่ ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้รับการสั่งสอนมาว่า สิ่งที่ตาเห็นใช่ว่าจะเป็นเรื่องจริง ข้าจะยังไม่กลับไป เจ้าอ้วน ข้าฝากเสี่ยวเสวี่ยไว้กับเจ้าด้วยนะ จำไว้ กลับไปต้องตั้งใจฝึกยุทธ์ อย่าให้ผู้คนในสามพิภพดูหมิ่นเราได้ มันแน่อยู่แล้ว ศิษย์พี่ทุกท่าน เรากลับไปกันเถอะ ท่านประมุขไม่อยู่แล้ว

    โลกมนุษย์ ยังต้องพึ่งพาเราให้พิทักษ์ปกป้อง [พี่สะใภ้] [เจ้าถนอมตัวด้วยนะ] [ศิษย์พี่หลิ่วเซาถนอมตัวด้วย] [ศิษย์น้องถนอมตัวด้วย] [พวกเรากลับแล้วนะ] [ท่านเซียนลั่วเกอ] [เหตุใดจึงมีโฉมหน้าเหมือนกับศิษย์น้องได้] [หรือว่าศิษย์น้องจะไม่ได้ตายจริง ๆ] ทางนั้นคือที่อยู่ของสามตำหนัก ทางนี้คือเขาซีอิ่น เจ้าตำหนักจั๋ว ที่นี่ดูแล้ว งดงามกว่าตำหนักอื่นยิ่งนัก นี่คือที่พำนักของลั่วหนิง น้องสาวของท่านเซียนลั่วเกอ ทั้งตำหนักเซียน มีเพียงห้องของนางที่อยู่ริมน้ำ [นี่ก็คือผู้ที่บรรเลงพิณสือกู่เซ่อผู้นั้นน่ะหรือ] [ข้าอยากฟังจะเสียหน่อย] [ว่าเสียงบรรเลงพิณของนางล้ำเลิศที่ตรงไหน] [ท่านพี่จั๋ว] [เรื่องนี้ท่านห้ามยุ่งนะ] [มิเช่นนั้น] [ข้าจะดึงเอาเม็ดไข่มุกบนมงกุฏทอง] [ของเจ้าตำหนักซาง] [มาเล่นดีดลูกแก้วเสียเลย] ด่านนี้ เจ้าคงผ่านมันไปไม่ง่ายนัก จงอยู่อย่างสำรวมเถอะ ในวันนั้น ที่เจ้าบรรเลงคือพิณใช่ไหม [เจ้าบรรเลงอีกครั้ง] [ให้ข้าฟังหน่อยสิ] [บทเพลงแห่งสาละ] [แต่พิณสือกู่เซ่อ] [ถูกตำหนักเซียนเก็บไปแล้ว] [ข้าจะบรรเลงได้อย่างไรเล่า] [กระดิ่งลม] บทเพลงนี้ เจ้าไปเรียนมาจากไหน ก็ไม่ได้ไปหัดเรียนมาเป็นพิเศษหรอก เพียงแค่ มองเห็นต้นไม้เก่าแก่ ต้นหนึ่งออกดอก มันก็เล่นเป็นเองขึ้นมา ข้ามักจะรู้สึกว่า มันคือบทเพลงที่มีอยู่แล้วในอดีต ฟังแล้วคุ้นเคยเป็นพิเศษ และยังไพเราะมากอีกด้วย คิดไม่ถึงว่า เจ้าไม่เพียงหน้าตางดงาม แถมยังฉลาดเฉลียวอีกด้วย

    มิกล้า ข้าชื่อหลิ่วเซา ท่านก็คือเทพธิดาน้อยลั่วหนิง ที่ร่ำลือกันใช่หรือไม่ ต่อไปถ้ามีใครรังแกเจ้า เจ้าแค่พูดชื่อของข้าก็พอ ทำไมเจ้าถึงได้บาดเจ็บเล่า ไป เข้าไปกับข้า ข้าจะช่วยเจ้า ทายาน้ำค้างบุปผาที่ข้าทำขึ้นมาใหม่ให้ รับประกันว่าทาแล้วบาดแผลเจ้าจะหาย หลังจากนี้ ข้าพาเจ้าไปเดินรอบ ๆ อีกดีหรือไม่ ไปกันเถอะ ครานั้นพบอุปสรรคในการเลื่อนขั้น จำต้องปิดผนึกตนเองไว้ที่นี่ พร้อมทั้งแบ่งหัวใจออกครึ่งดวง ส่งไปยังโลกมนุษย์เพื่อพบพานหายนะ ที่ข้ามีรูปลักษณ์เช่นนี้ได้ หรือจะเป็นเพราะหัวใจครึ่งดวงนี้ เคยได้มีกายหยาบในโลกมนุษย์ ในเมื่อกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว เหตุใดจึงต้องใส่ใจเงาในโลกมนุษย์ด้วย สิ่งต่าง ๆ ที่ประสบพบบนเส้นทางนี้ มิได้สำคัญแต่อย่างใด ผลลัพธ์จึงจะเป็นการบำเพ็ญเพียรของเจ้า แต่ว่าหลิ่วเซา เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางการขึ้นเป็นเทพของเจ้า ไม่อาจเก็บไว้ข้างกายได้โดยเด็ดขาด เซียนเวิงเกรงว่า ประวัติศาสตร์หมื่นปีจะซ้ำรอยหรือ หรือแม้แต่ท่านเองก็รู้สึกว่า ลั่วเกอจะถูกเสน่ห์ยั่วยวนได้ แต่บนร่างของนาง มีพลังเทพเจ้าเย่าหลิง จะให้ข้าไม่กังวลได้อย่างไรเล่า ที่ข้าเก็บนางไว้ก็เพราะเหตุผลนี้เช่นกัน กายและโลหิตของนางมีพลังเทพเจ้าเย่าหลิง ช่วยเราคุมศิลาจารึกสี่ฤดูให้มั่นคงได้ ♫ ไถ่ถามเมฆาที่เคลื่อนคล้อย แลบุปผาที่ลอยลม ♫ ♫ ทำเช่นใดจึงจะคลายความคิดถึงได้ ♫ ♫ เดินข้ามผ่านกาลเวลาจนสุดทาง ♫ สวยมากใช่หรือไม่

    ♫ จะเป็นนิรันดร์ได้หรือไม่ ♫ ♫ คะนึงหาถึงรักเช่นนี้ ประทับลงตรงกลางหว่างคิ้ว ♫ พวกเขาทำอะไรเจ้ากันแน่ ทำไมถึงมีแผลเยอะขนาดนี้ ♫ อาชาสีขาววิ่งข้ามผ่าน แปรเปลี่ยนเป็นบทกวี ♫ ตรงนั้นโล้นมาหลายปีแล้วละ เจ้าดูสิ พอเจ้ามา ดอกไม้ก็เบ่งบานเลย [ตำหนักเซียน เรือนเล็กเฝ่ยเยียน] ♫ ย้อนระลึกถึงรักอันลึกซึ้ง รักมิได้หยุดลง ♫ ♫ ฟ้าครามอันกว้างใหญ่ ลำเอียงรักไล่ตามจันทร์ ♫ [ตำหนักเซียน เขาซีอิ่น] ♫ ท่านจะรู้หรือไม่ ♫ ♫ โอ้ โคมนับพันที่ส่องสว่างดุจทิวากาล ♫ ♫ เป็นดั่งใจของข้าที่คะนึงหามิเลิกรา ♫ ♫ เฝ้ารอ จันทราเคลื่อนคล้อยยังยอดกิ่งหลิว ♫ เขาซีอิ่นเปลี่ยนคนสวนแล้วหรือ ต้นไม้ที่ตายแล้วพวกนี้จึงได้ผลิบุปผาได้อีก ♫ ปรารถนาเพียงได้กุมมือ ถวิลหาเพียงเจ้า ♫ ♫ คุ้มครอง หันหลังมองเพียงหนึ่งครา ♫

    ♫ เพื่อแลกกับการได้ครองคู่กันทุกภพชาติในทุกคืนวัน ♫ ♫ รักยังเป็นดั่งวันวาน ♫ ข้านึกแปลกใจขึ้นมา เลยถามเรื่องของเจ้ากับเซียนเวิง เลยรู้สึกว่าของขวัญชิ้นนี้ เจ้าน่าจะสามารถใช้ได้ นี่คืออะไรหรือ นี่น่ะหรือ นี่คือน้ำหอมที่ข้าคิดค้นขึ้นใหม่ เมื่อเจ้าหยิบมันขึ้นมา หยดลงบนข้อมือของเจ้า สูดดมเล็กน้อย ก็จะสามารถฝันเห็นความฝันที่หอมหวานได้ ในความฝัน เจ้าสามารถเจอคนที่เจ้าชอบ แล้วยังสามารถบอกกับเขาได้ว่า เจ้าคิดถึงเขามาก หรือไม่ก็ เจ้าใช้ชีวิตได้ปกติสุขดี ข้าใช้ชีวิตได้ปกติสุขดีอย่างนั้นหรือ ท่านอาจารย์ ข้าน่ะ [ไปซื้อยาคุณภาพดีกลับมาให้ท่านแล้ว] [ต้องช่วยรักษาอาการไอของท่านอาจารย์ได้แน่] นี่ท่านยังทำอะไรแบบพวกผู้หญิงได้ด้วยหรือ อาฝูจวิน หากเจ้ายังกล้าเหิมเกริมอีก ข้าจะทำลายพลังปีศาจพันปีของเจ้าเสีย ลั่วเกอได้ฝึกฝนจนเป็นเซียนแล้ว กำลังสอบสวนรายละเอียดเรื่องหอคอยลู่ซือ ข้าได้สอบสวนคนที่มาร่วมพิธีการ ทั้งหมดในวันนั้นแล้ว รวมถึงศิษย์ของสำนักอู่หยางโหว วันนั้น หลิ่วเซาใกล้จะซ่อมแซม ศิลาจารึกสี่ฤดูเสร็จแล้ว แต่ใครเลยจะรู้ เมื่อนางพลิกด้านพิณ กลับบรรเลงเป็นดนตรีเพลงแปลก ๆ ขึ้นมา บรรเลงลงบนศิลาจารึกสี่ฤดู บทเพลงมารเมี่ยวอินที่ข้าบรรเลง มีผลให้เกิดการทำลายอย่างรุนแรง เพียงเสียงพิณบรรเลง เมฆาทะลุ หินศิลาแตกแยก หากหลิ่วเซาต้องการทำลาย แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้จึงทำการซ่อมแซม มันไม่สมเหตุสมผล ข้าใช้เสียงพิณระเบิดเป็นรอยแยกออกตั้งมากมาย

    ขอแค่กระบี่โอบจันทร์โจมตี ศิลาจารึกสี่ฤดูก็จะแยกออกจากกัน เช่นนั้นแล้ว กระบี่โอบจันทร์เล่า ยามนั้นใครเป็นผู้ใช้ ศิษย์ของอู่หยางโหว ลู่หลี [ลู่หลี] [นั่นคือร่างเผชิญหายนะของข้า] ยามนั้น เพื่อที่จะช่วยพวกหลิ่วเซาแล้ว เขาใช้กระบี่โอบจันทร์ด้วยร่างมนุษย์ธรรมดา สุดท้ายถูกพลังของกระบี่เทพย้อนกลับจนตัวตาย แต่ลู่หลีมิได้ใช้กระบี่โอบจันทร์ ผ่าศิลาจารึกสี่ฤดูออก แต่กลับใช้มันสังหารอ๋าวเหิ่น อย่างน้อยลู่หลียังเคย ได้ครอบครองกระบี่โอบจันทร์ เจ้า ทำไม่ได้หรอก นอกจากลู่หลีแล้ว ข้ายังมีศิษย์อีกคนหนึ่งอยู่ในตำหนักเซียน นางจะต้องหาวิธีเข้าใกล้ลั่วเกอเป็นแน่ ลู่หลีไม่อยู่แล้ว แต่กระบี่โอบจันทร์ยังอยู่ ก็ไม่นับว่าพ่ายแพ้ แต่กับเจ้ามันไม่แน่นักหรอก เจ้าคงไม่ได้คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่า ลั่วเกอจะตรวจสอบไม่พบอะไรเลย อาวุธเทพสองชิ้นปรากฏขึ้นพร้อมกัน โล่จื่อจินก็ถูกโจมตีจนเสียหาย น่าจะมีคนวางหมากเกมสำคัญเอาไว้ ตามที่ข้าคิด จอมปีศาจอ๋าวเหิ่น มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าจะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง เมื่อครั้งหลิ่วเซาระเบิดพลังเทพ แถวนี้น่าจะมีชิ้นส่วนเย่าหลิงตกหล่นอยู่ รีบหาให้พบ ทางหลิ่วเซาเองก็ต้องคอยจับตาดูไว้ เจ้าค่ะ [บนชิ้นส่วนเย่าหลิงต้องมีร่องรอยการใช้คาถาแน่] แค่พวกเขาตรวจสอบก็จะรู้ว่าเป็นเจ้า แบบนี้เจ้าก็ถูกเปิดโปงแล้ว แล้วยังกล้ามาหาข้าถึงที่นี่ พูดไปยิ้มไป เรื่องนี้ ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป คนของข้าในตำหนักเซียน จะเอาชิ้นส่วนของเย่าหลิงให้ข้าเอง ข้ามีวิธีจัดการปัญหาที่ดีเช่นนี้ เหตุใดต้องเห็นลั่วเกออยู่ในสายตาด้วยเล่า คนที่ท่านควรจะต้องเป็นห่วง

    คือหลิ่วเซานั่นต่างหาก อย่างไรก็ต้องกำจัดนางทิ้ง เพื่อมิให้นางซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดูสำเร็จ ราชาปีศาจผู้พี่ของเจ้าปกป้องนาง แต่เจ้ากลับคิดสังหารนาง พวกเจ้าสองพี่น้องไม่เป็นหนึ่งใจเดียวกัน เหตุใดเจ้าจึงไม่ชิงตำแหน่งนั้นมาเสียเอง อ๋าวเหิ่นก็ตายไปแล้ว แดนปีศาจวุ่นวายยิ่งนัก นี่เป็นโอกาสดีที่เจ้าจะเอาชนะใจคนได้นี่ เรื่องระหว่างราชาปีศาจ มิใช่เรื่องที่กึ่งปีศาจเช่นท่าน จะพูดจาก้าวล่วงได้ เป็นอันใดไป ไม่ชอบหน้าตาของพี่ชายเจ้าในตอนนี้หรือ เปล่านะ ข้าชอบ พี่ชายข้าไม่ว่าจะเป็นเช่นใด ข้าก็ชอบทั้งนั้น เพียงแต่ว่า พี่ชายข้าหน้าดีเกินไป ข้ากลัวว่าหน้าตาของพี่ข้า จะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นได้ ข้าทำเอง ข้าทำเอง ฉะนั้น มีอะไรก็พูดมาตามตรงเถอะ ระหว่างเราสองคนพี่น้อง ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม ท่านพี่ ดื่มชาสิ ข้าน่ะ ไปรู้จักเพื่อนใหม่มา หน้าตาดีมากเลย แล้วก็ดีกับข้าด้วย จะน่าเสียดายก็เพียงแต่ ชะตาชีวิตนางขมขื่นยิ่งนัก ท่านพี่ ท่านจำไม่ได้จริง ๆ หรือ ว่าตอนที่ท่านอยู่ในโลกมนุษย์ เกิดอะไรขึ้นบ้างน่ะ เหตุใดจึงต้องจำได้เล่า แต่ถ้าท่านจำไม่ได้ แล้วคนที่เคยสนิทกับท่านเล่า จะทำอย่างไรกัน หนี้ในโลกมนุษย์ย่อมเป็นเรื่องในโลกมนุษย์ ต่อให้มีเรื่องที่ยังสะสางไม่เสร็จ กับเซียนเช่นข้า ก็เป็นเพียงเมฆที่ลอยล่อง ท่านพี่ เรานี่ช่างเป็นพี่น้องที่มีใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ข้าคิดเหมือนกับท่านเลย เพราะฉะนั้น

    ข้าก็เลยช่วยท่าน ใช้น้ำหอมขังนางไว้ในความฝัน นางอยู่ที่นั่น ก็จะสามารถอยู่กับท่านได้ตลอดกาล ไม่ใช่สิ เป็นท่านในโลกมนุษย์ต่างหาก จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วก็ไม่มารบกวนท่านอีกต่อไป ♫ ต้องผ่านกี่ฤดูฝน ผ่านฝนครั้งใหญ่อีกกี่ครั้ง ♫ เป็นอย่างไรบ้าง ♫ ข้าจึงจะได้พบกับเจ้า ♫ สวยหรือไม่ สวยมาก ♫ ชะตาชีวิตถูกกำหนดให้ดำดิ่งสู่ใต้สมุทร ♫ ♫ เจ้าปรากฏตัวขึ้นในห้วงความคิด ♫ ♫ และในวินาทีนั้นที่เจ้าเชื่อมั่น ♫ ♫ คือข้าเพียงหนึ่งเดียว อย่าได้ลังเล ♫ ♫ บุปผาที่ปลิดปลิวหลังฝนตกนี้ ♫ นางจะฝันถึงลู่หลีหรือไม่ ♫ ข้ายืนอยู่ที่เดิม ♫ หัวใจอีกครึ่งดวงที่ทำให้ข้านึกกลัดกลุ้ม ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า เพราะชื่อของเจ้า ♫ ♫ ทั้งชีวิตที่เหลือของข้าเป็นของเจ้า ♫ ♫ ข้าแยกเส้นความฝันได้ไม่ชัด ♫ ♫ ดอกไม้ยังคงบาน ให้รักได้ไปต่อ ♫

    ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า โปรดอย่าสงสัย ♫ ♫ จะสลักลึกอยู่ในชีวิตข้า  ♫ ♫ ข้าอยากอยู่กับเจ้า ♫ ♫ ฤดูหนาวผันเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ ให้รักได้ไปต่อ ♫ เอาละ เราไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปดูบางสิ่งที่สนุก ๆ ตามข้ามา อะไรน่ะ ชู่ววว กระต่าย เจ้าหามาจากไหนกันน่ะ มันชื่ออะไรหรือ มันจะเป็นอาหารของเราในคืนนี้น่ะสิ แบบนั้นไม่ได้นะ ยกให้ข้า ♫ ต้องผ่านกี่ฤดูฝน ผ่านฝนครั้งใหญ่อีกกี่ครั้ง ♫ ล้อเล่นน่า ถ้าเจ้าชอบละก็ ข้าจะไปจับให้เจ้ามาสักฝูง ♫ ข้าจึงจะได้พบกับเจ้า ♫ เอาไปเลี้ยงบนเขา แล้วเราสองคน ก็เป็นราชากระต่ายคู่หนึ่ง ♫ ชะตาชีวิตถูกกำหนดให้ดำดิ่งสู่ใต้สมุทร ♫ เป็นอย่างไร กลัวแต่ว่าเจ้า จะจับไม่ได้สักตัวน่ะสิ ♫ เจ้าปรากฏตัวขึ้นในห้วงความคิด ♫ ♫ และในวินาทีนั้นที่เจ้าเชื่อมั่น ♫

    ♫ คือข้าเพียงหนึ่งเดียว อย่าได้ลังเล ♫ มาจับข้าสิ เจ้าจะหนีไปไหนน่ะ ♫ บุปผาที่ปลิดปลิวหลังฝนตกนี้ ♫ ♫ ข้ายืนอยู่ที่เดิม มองดูเจ้าจากไปไกล ♫ ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า เพราะชื่อของเจ้า ♫ ♫ ทั้งชีวิตที่เหลือของข้าเป็นของเจ้า ♫ ♫ ข้าแยกเส้นความฝันได้ไม่ชัด ♫ เมื่อตื่นจากฝัน ♫ ดอกไม้ยังคงบาน ให้รักได้ไปต่อ ♫ ข้าจะไม่ได้เจอเจ้าแล้วใช่ไหม ไม่หรอกน่า ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า เพราะชื่อของเจ้า ♫ เพราะว่า ลั่วเกอก็คือเจ้าอย่างนั้นหรือ ♫ ทั้งชีวิตที่เหลือของข้าเป็นของเจ้า ♫ ลู่หลีคือข้า ♫ ข้าแยกเส้นความฝันได้ไม่ชัด ♫ ลั่วเกอก็คือข้า ♫ ดอกไม้ยังคงบาน ให้รักได้ไปต่อ ♫ ที่ที่มีเจ้าอยู่ ย่อมมีข้าอยู่ด้วย ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า โปรดอย่าสงสัย ♫

    ♫ จะสลักลึกอยู่ในชีวิตข้า  ♫ นี่น่ะหรือ ลู่หลีในโลกมนุษย์ ♫ ข้าอยากอยู่กับเจ้า ♫ ♫ ฤดูหนาวผันเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ ให้รักได้ไปต่อ ♫