EP.2 (FULL EP) | บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 2] เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมการประเมินยังไม่เริ่มขึ้นอีก ลู่หลียังไม่มาอีกหรือ [เสี่ยวเสวี่ย ลูกศิษย์ของอู่หยางโหว] ดูทางนั้น ๆ จะเริ่มแล้ว ศิษย์ทั้งหลายจงฟังคำสั่ง มีปีศาจปะปนอยู่ในเขตอาคม ปีศาจ ซึ่งอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า ผู้ที่พบและเอาชนะปีศาจ ภายในเวลาธูปหนึ่งดอกได้ จะถือว่าผ่านการประเมิน เริ่มการประเมินได้ นี่มันอะไร เจ้าคนนี้กำลังทำอะไรน่ะ พอแล้ว เงื่อนไขในการทดสอบ เพียงให้เอาชนะมันเท่านั้น เจ้า ปีศาจพวกนี้มีนิสัยโหดเหี้ยม หากเจ้าทำดีกับมัน จักเป็นการทำร้ายตัวเจ้าเอง ปีศาจถูกกำจัดแล้ว ศิษย์อาซี สามารถเลื่อนขั้นได้หรือไม่ เหตุใดธูปยังไหม้อยู่ หรือว่าในหมู่พวกเรายังมีปีศาจอยู่ คงไม่มีปีศาจแล้วละมั้ง ยังไม่สิ้นสุดหรือ คงไม่ใช่เจ้าหรอกนะ คงไม่ใช่เจ้าหรอกนะ อยู่ห่างข้าหน่อย อยู่ห่างข้าหน่อย ทำร้ายตัวเองเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อ ปีศาจก็คือนาง ข้าหรือ หากมิเป็นเช่นนี้ ไฉนเมื่อครู่นี้ปีศาจตนนั้น ถึงไม่ไปโจมตีเจ้าเล่า และไฉนเจ้าถึงต้องขอความเมตตาแทนเขาด้วย เจ้าใส่ร้ายข้า หยุดพูดจาเหลวไหล ลูกไม้สาดผงเช่นนี้ ข้าอายุหกขวบก็ทำเป็นแล้ว ลู่หลี เจ้าเข้ามาได้อย่างไร
ข้ามีขา ก็แน่นอนว่าต้องเดินเข้ามาสิ ข้าเห็นว่าเจ้าดูเหมือนจะถูกใช้ เป็นหัวข้อในการทดสอบเสียแล้ว ฉะนั้นข้า ก็คงมามือเปล่านะสิ โอกาสมาแล้ว รีบไปสังหารเขาซะ ข้าทำไม่ได้ ข้ากล้ว เจ้าไปหาคนอื่นเถอะ เจ้าทำไม่ได้หรือ ไม่ได้ อะไรคือทำไม่ได้ กลัว เมื่อครู่เจ้าทำได้ ทำไมตอนนี้ทำไม่ได้แล้วล่ะ นี่ ดูนี่ อ๋อ ความใจกล้าของเจ้านี่เอาไว้ทะเลาะแต่กับสตรี เมื่อครู่ที่ข้าเห็นเจ้า ทำเยี่ยงนั้น ทำได้ดีไม่ใช่หรือ ลองดู เจ้าดูถูกใครกัน สุดยอดไปเลย ใช้ได้นี่ ข้าแค่แกว่งไปโดยไม่ทันระวัง เขาก็ตายแล้ว แท้จริงแล้วทุกการทดสอบของอู่หยางโหว คือการเอาชนะความกลัว และความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ในการพิชิตปีศาจ หากไม่มีละก็ ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาต้องการ เข้าใจแล้วหรือไม่ ขอต้อนรับทุกท่านสู่สำนักอู่หยางโหว ท่านนี้ คือศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักอู่หยางโหว ไป๋เฟิ่ง [ไป๋เฟิ่ง หัวหน้าศิษย์หญิงแห่งสำนักอู่หยางโหว] การแสดงความสามารถของทุกท่านเมื่อสักครู่นี้ พวกเราล้วนเห็นเป็นประจักษ์แล้ว อีกครู่ ลูกศิษย์ที่ผ่านการประเมินในรอบนี้ จะได้รับแผ่นดอกไม้ทองหนึ่งชิ้น และจะเข้าสู่การประเมินในรอบต่อไปได้ ข้าได้เข้ารอบที่สองแล้ว ข้าได้เข้ารอบที่สองแล้ว มือ ๆ ๆ
มือ ๆ พี่ใหญ่ เมื่อครู่นี้ แค่พริบตาเดียวข้าก็เห็นท่านบินมานี่แล้ว หากมีเวลาสอนข้าด้วย หนึ่งร้อยตำลึงหากข้าฟกเขียว สามร้อยตำลึงหากข้าบาดเจ็บ พี่ใหญ่ ข้าชื่อหวังเจี่ยน ท่านเล่าชื่ออะไร ข้าชื่อลู่หลี เป็นเกียรติที่ได้พบ ลูกศิษย์ที่ไม่ได้แผ่นดอกไม้ทอง อย่าได้ถอดใจไป สำนักอู่หยางโหวยินดีต้อนรับ เหล่าศิษย์ผู้มีปณิธาน ปราบปีศาจและพิทักษ์คุณธรรมเสมอ แต่ข้อแรก คือ ต้องพึ่งพาความสามารถของตนเอง ไม่ใช่อาศัยโชคก็เข้ามาได้ ผ่านด่านจากการช่วยเหลือของคนอื่น เป็นเขาเองหรือ ไม่รักษาสัจจะ หลิ่วเซาผู้นี้ ทำผิดกฎ ท่านผู้นี้ คือ ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเรา ตู้หมิงชง การคัดเลือกศิษย์มาเข้าเรียนในปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นการตัดสินใจของเขา การมาของศิษย์พี่ตู้ในครั้งนี้ มีการเตรียมการอื่น ๆ ด้วยใช่หรือไม่ เมื่อครู่ นางได้รับการช่วยเหลือจากเจ้า จึงผ่านด่านมิใช่หรือ ศิษย์พี่ตู้ เมื่อครู่นี้ ข้าเพียงแค่ชี้แนะอยู่ข้าง ๆ แต่ท้ายที่สุด นางทำสำเร็จด้วยตัวของนางเอง เจ้าเอง ก็เหมาะแล้วที่จะเรียกข้าว่าศิษย์พี่ ข้านึกว่าการเข้ามาในสำนักอู่หยางโหว จะถือว่าเป็นศิษย์เหมือนกัน แท้จริงแล้วสำนักอู่หยางโหวก็แบ่งระดับ ไม่เหมือนกับที่สำนักอู่หยางโหวพูดไว้ว่า ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน
เช่นนั้นลู่หลีขออภัยที่ล้ำเส้น เจ้านี่อ้อมค้อมไปมา เอาคำพูดของท่านเจ้าสำนักมากดดันข้า ขอข้าดูความสามารถของเจ้าหน่อยก็แล้วกัน โอ๊ย ! ศิษย์พี่ตู้ ท่านคือศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก เหตุใดต้องโต้เถียงกับเขาที่มาใหม่ด้วยเล่า -อีกอย่าง ในสำนักก็คัดเลือกกันอย่างเข้มงวด -อย่าขยับ ๆ -หากไม่มีพรสวรรค์ -ไม่โดนเจ้าหรอกใช่ไหม จะเข้าสู่การทดสอบรอบต่อไปได้เยี่ยงไรเล่า ก้นของข้า ข้าเองก็ได้ให้แผ่นดอกไม้ทองไปแล้ว ศิษย์พี่ตู้ เห็นแก่ข้าด้วย ในเมื่อศิษย์น้องไป๋เฟิ่งเอ่ยปากขอ -ข้าก็จะเห็นแก่หน้าของศิษย์น้องไป๋เฟิ่ง – ลู่หลี เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ส่วนจะได้อยู่ต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเจ้าเอง ศิษย์น้องหลิ่วเซา ขอบคุณศิษย์พี่ เหล่าศิษย์ผู้ที่ได้รับแผ่นดอกไม้ทอง ตามข้าไปรวมตัวกันที่ห้องโถงอวี้อวี่ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ อะไร ท่านชอบหลิ่วเซาหรือ สายตาอะไรของเจ้า ทำข้าตาบอดหมดแล้ว ช่วยนางก็ถือว่าชอบนางแล้วอย่างนั้นหรือ ข้าอาจจะ รับเงินจากนางเพื่อช่วยนางก็เป็นได้ โบราณกล่าวไว้ว่า ตีคือจูบ ด่าคือรัก ตีคือจูบ ด่าคือรัก ข้าแค่ล้อเล่น ท่านดูสิ ข้างหน้าก็คือห้องโถงอวี้อวี่ ข้าจะพาท่านไปเอง ไป ๆ ๆ ไป [ห้องโถงอวี้อวี่] คุกเข่าลง
ข้าสั่งให้พวกเจ้าไปจับตัวหลิ่วเซา มีแค่พวกเจ้าสองคนที่รอดชีวิตกลับมา แต่ก็ยังกลับมามือเปล่า นึกไม่ถึงว่า ยังกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีก จริง ๆ พวกข้าทำสำเร็จแล้ว เป็น…เป็นศิษย์หลูเซิงคนนั้น ที่ทำให้เรื่องของพวกเราพัง ใช่ เป็นเพราะลู่หลี ลู่หลีคอยแอบปกป้องนาง เป็นคนของอ๋าวเหิ่นสินะ กลับไปบอกปีศาจแก่ตัวนั้นด้วยว่า หลิ่วเซาคนนี้ ข้าปกป้องได้แล้ว ทำให้นางขาดใจตายไปเลย หลายปีที่ผ่านมานี้ ทั้งหมดนี้ต้องพึ่งข้าในการแสวงหาพลังปีศาจ ทั่วทุกสารทิศอย่างยากลำบาก เพื่อบำรุงนายน้อยของพวกเจ้า ถึงจะสามารถพอถู ๆ ไถ ๆในการต่อชีวิตเขาได้ ณ ตอนนี้ มันไม่ง่ายเลยที่หลิ่วเซาจะออกมา และทำให้ลูกของข้ามีความหวังที่จะหายดี แต่ผลสุดท้ายก็คาดไม่ถึงว่าพวกเจ้าสองคน จะปล่อยให้นางหนีไปได้ ช่างไม่รู้ความเป็นความตายเสียจริง ๆ ท่านประมุขโปรดไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย ท่านประมุข -ทำเรื่องของลูกข้าล่าช้า -ท่านประมุขโปรดไว้ชีวิตด้วย คนไร้ประโยชน์ที่ทำงานไม่สำเร็จ ยังจะกล้าร้องขอชีวิตอีกหรือ เสี่ยวอินเด็กดี แม่รับปากเจ้า แม่จะช่วยเจ้าจับหลิ่วเซามาให้ได้ และเอาพลังในตัวนางถ่ายทอดให้แก่เจ้า คนนี้คืออู่หยางโหวหรือ ผู้นำแห่งโลกมนุษย์ สวยแต่ไร้ความสามารถเสียจริง นอกจากหน้าตาสละสลวยแล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรดีเลย ไม่เห็นที่นั่งอันนั้นของอู่หยางโหว ยังว่างอยู่หรอกหรือ ข้าว่า… ข้าว่าเจ้าสายตาผิดปกติแล้วละ
นั่นคือนายพลคนสนิทของอู่หยางโหว หัวหน้าอารักขาฟางจ้านฟาง ช่างเถอะ วันหน้า เจ้าเข้าสำนักแล้ว ก็ค่อย ๆ เรียนรู้แล้วกัน อันที่จริงแล้ว สวยแต่ไร้ความสามารถก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรดี ถึงแม้ว่าจะไร้ความสามารถ แต่ก็ยังสละสลวย เห็นแล้วก็เจริญตาเจริญใจ กว่าพวกดุร้ายเหล่านั้นเสียอีก ดีใจไหม ใครไร้ความสามารถ ว่าใครกัน เงียบหน่อย วันนี้ ทุกท่านมาถึงสำนักอู่หยางโหว ถึงแม้ว่ายังไม่สำเร็จเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ แต่ควรรู้ไว้ว่า บนบ่าลูกศิษย์ของอู่หยางโหวทุกคน ต่างต้องแบกรับหน้าที่ปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทุกท่านที่มาถึงที่นี่ น่าจะมีความมุ่งหวังที่จะคุ้มกันประชาชน และกำจัดคนชั่วให้สิ้นซาก แต่หากจะทำเช่นนี้ ก็มักจะต้องเผชิญหน้ากับ ความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เดินบนขอบของความเป็นความตาย หากรู้สึกสำนึกผิด สามารถจากไปได้ในตอนนี้ [ข้าสามารถเรียนสำเร็จได้อย่างแน่นอน] [ไม่ต้องกลัวอ๋าวเหิ่นคนนั้นอีกแล้ว] ดี เช่นนี้แล้ว พวกเจ้าไปจัดหาที่พักในสำนักกันก่อน ข้ากำลังรอพวกเจ้าผ่านการเรียนอย่างมุมานะ และการฝึกอย่างเข้มงวดอยู่ เพื่อแตกรังและบินออกไป ปราบปีศาจพิทักษ์เวไนยสัตว์ ปราบปีศาจพิทักษ์เวไนยสัตว์ ข้าเป็นสุนัขหรือ ไม่มีมารยาท เดิน มากับข้า อะไร เจ้ายังไม่เข้าใจ เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่ตู้อยากจัดการเจ้า อยากจัดการข้า เจ้าต้องทำอะไรผิดต่อเขา สักอย่างเป็นอย่างแน่ 《คัมภีร์เอาชีวิตรอด》 ใช่แล้ว
เจ้าไม่เข้าใจเรื่องการปฏิบัติตัว ไปทางไหนก็เจอแต่อุปสรรคเป็นแน่ เจ้าทำตามที่ในหนังสือเขียนนะ ไม่ผิดอย่างแน่นอน นี่เป็นคติพจน์ที่ข้า ตั้งอกตั้งใจใช้เวลาเขียนถึง 20 ปีเชียวนะ มี《คัมภีร์เอาชีวิตรอด》เล่มนี้ [คัมภีร์เอาชีวิตรอด] เจ้าจะสามารถใช้ชีวิตในสำนักอู่หยางโหว ได้อย่างก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง [คัมภีร์เอาชีวิตรอด] [หากหนทางไปไม่เรียบ เจ้าจงเดินอ้อมซะ] นี่มันอะไรกันเนี่ย สิ่งนี้ ทำไมข้ารู้สึกว่า จะโดนท่านหลอก เหมือนครั้งที่แม่น้ำจันทราอย่างไรอย่างนั้น คู่มือเล่มนี้ราคาเท่าใดกัน หากแพงไป ข้าไม่ซื้อหรอกนะ พูดอะไรเช่นนั้น ระหว่างเราสองคน ต้องเอ่ยถึงเรื่องเงินทองด้วยหรือ พูดเล่นอะไรเช่นนั้น อย่างไรเสีย เจ้าก็ต้องตอบแทนข้าอยู่แล้ว ต่อไป ตรงไหนที่เจ้าไม่เข้าใจ ก็อ่านหนังสือให้มาก ๆ ด้านในอธิบายไว้ละเอียดเลยทีเดียว การจะต่อสู้นั้น ต้องฝึกฝนทั้งจิตใจและร่างกาย อย่าเป็นพวกไร้ความสามารถ เข้าใจไหม ใครเป็นเช่นนั้น ข้าไม่ใช่คนไร้ความสามารถนะ เจ้า เจ้าไม่ใช่คนไร้ความสามารถ… ยังจะพูดอีกใช่ไหม คืนเงินข้ามา สามหมื่นตำลึง เงิน ใช่ ใครอยากจ่ายเงิน แล้วได้ความอับอายมาเล่า สามหมื่นตำลึง เดี๋ยวนี้ แท้จริงแล้ว เป็นข้าเองที่พูดผิดไป ผู้ที่สามารถเข้าสำนักอู่หยางโหวได้ จะเป็นพวกไร้ความสามารถได้เช่นไร
ฉะนั้น เจ้าก็คิดเสียว่า เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากพี่ชาย ตกลงไหม ท่านพี่หรือ ปีนี้เจ้าอายุ 18 ส่วนข้า 23 เจ้าควรเรียกข้าว่าอย่างไรล่ะ ท่านพี่ ลู่หลี ดีมาก หากอยากเอาตัวรอดในสำนักอู่หยางโหวแห่งนี้ ก็ต้องเชื่อฟังพี่ชายคนนี้ เข้าใจหรือไม่ เจ้าคนหลอกลวงผู้นี้คงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร สำนักของเรามีกฎระเบียบ ศิษย์ชาย [หลิงซีย่วน] พักที่จู๋ลู่ย่วน [จู๋ลู่ย่วน] ศิษย์หญิง [จู๋ลู่ย่วน] พักที่หลิงซีย่วน [หลิงซีย่วน] แม้ว่าลานที่พักจะมีขนาดใหญ่ แต่ทุกคนห้ามเดินเพ่นพ่าน ศิษย์ชายและศิษย์หญิง มิอาจไปที่พักของอีกฝ่ายตามอำเภอใจได้ พวกเจ้าเข้ามาสิ ต่อไปนี้ จะเป็นห้องพักของพวกเจ้า คนละหนึ่งเตียงนอน ปูที่นอนให้เรียบร้อยล่ะ [คัมภีร์เอาชีวิตรอด] [ต้องชำนาญในการมีน้ำใจต่อผู้อื่น] [ช่วยอะไรได้ก็ช่วยให้มาก] ต้องชำนาญในการมีน้ำใจต่อผู้อื่น ช่วยอะไรได้ก็ช่วยให้มาก ได้ผลจริงไหมนี่ ศิษย์พี่ทั้งหลาย ให้ข้าช่วยเถิด ขอบใจเจ้ามาก ศิษย์น้อง เรียบร้อยแล้ว ให้ข้าทำเถอะ ไม่ต้อง ๆ งั้นรบกวนเจ้าแล้ว ปูที่นอนเป็นครั้งแรก ไม่เลวเลยทีเดียว ศิษย์พี่ ข้านอนเตียงไหนหรือ
ทุกเตียงเต็มหมดแล้ว ศิษย์น้องหลิ่วเซา เจ้าไม่ได้ร่ำรวยหรอกหรือ คิดหาวิธีเอาเองสิ ข้าจะไปนอนที่ไหนเล่า เจ้าตามข้ามา มานี่สิ ท่านพี่ลู่ ท่านพี่ลู่ สิ่งที่ข้าเกรงอกเกรงใจมากที่สุด ก็คือผู้ที่เก่งกล้าสามารถเช่นท่าน จากนี้ไป ท่านไม่ต้องอยู่เบียดๆ กับผู้ใดอีก ท่านอยู่กับข้าที่นี่เถิด ท่านดูสิ เลือกเลย เลือกตามใจท่านเลย ไม่ใช่สิ แต่ไหนแต่ไรมา สำนักอู่หยางโหวก็ยุติธรรมเสมอ เหตุใดเจ้าถึงได้ห้องแบบพิเศษ แล้วยังจัดแจงเสียเรียบร้อยเช่นนี้ มีเพียงผู้ที่เป็นศิษย์เต็มตัวเท่านั้น ถึงสามารถอยู่ได้ อันที่จริง ปู่ของข้า กับอู่หยางโหวคนก่อน ผ่านเรื่องราวมาด้วยกัน จนได้เป็นผู้มีคุณูปการ เขาไหว้วานให้ท่านเจ้าสำนัก ช่วยดูแลข้าสักสองสามครา ไม่เลวนี่ ต่อมาได้เป็นผู้มีคุณูปการ เช่นนั้นในภายภาคหน้า ข้าคงเอ้อระเหยกับเจ้าไม่ได้เสียแล้วสิ ไม่ขนาดนั้น ๆ ๆ ท่านก็กินและใช้การดูแลเหล่านี้ไปพลาง ๆ การประเมินคราวต่อไป ยังคงต้องอาศัยความสามารถตัวเองไปช่วงชิง ท่านเหมือนกับข้าหรือ ทั้งโง่เขลาและอ้วนพี เรียนวิทยายุทธได้ช้า ไม่มีผู้ใดในตระกูลคิดว่าข้าดีเลย แม้แต่พ่อข้ายังถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะทุกวัน เช่นนั้นพ่อของเจ้า รู้สึกผิดหวังมาก ใช่หรือไม่ ผิดแล้ว พ่อข้าบอกว่า ข้าเก่งที่สุด พ่อข้ายังบอกอีกว่า
รอให้ข้าเรียนวิทยายุทธสำเร็จ จะจัดงานเลี้ยงฉลองให้ข้า จากนั้น จะจัดงานแต่งให้ข้าอย่างเป็นทางการ หากถึงเวลานั้น ท่านต้องมาด้วยนะ พวกเราจะได้ดื่มด้วยกัน ทางนี้ นี่คือเตียงของข้า จากนี้ไป เจ้าก็นอนฝั่งนั้นนะ เจ้าค่ะ ข้าจะเก็บกวาดให้เจ้าสักหน่อย ช่วยไม่ได้ เจ้าเลยต้องมาอยู่เบียดเสียดกับข้า ไม่เป็นไร แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ว่าแต่ศิษย์พี่ เหตุใดท่านถึงอยู่ในที่แห่งนี้ เหตุใดจึงอยู่อย่างไม่สมบูรณ์เช่นนี้หรือ แท้จริงแล้ว ข้าเป็นเพียงคนทำความสะอาดระดับล่างของสำนัก ไม่อาจทำงานหนักร่วมกับศิษย์พี่ไป๋ ทำมานานหลายปี จึงให้ข้าดูแลผู้ที่มาใหม่ ข้าขอโทษ ไม่เป็นไร ที่นี่ มีที่ให้กินให้อยู่ ได้แต่งกายอย่างเป็นระเบียบทุกวัน ข้าก็รู้สึกพอใจมากแล้ว จริงสิ เจ้าคงยังไม่ได้เครื่องแบบศิษย์สินะ ตรงนี้ข้ามีหนึ่งชุด เจ้าใส่แก้ขัดไปก่อน พรุ่งนี้ถึงจะส่งเครื่องแบบศิษย์ชุดใหม่มา ขอบคุณเจ้าค่ะศิษย์พี 《คัมภีร์เอาชีวิตรอด》ได้กล่าวไว้ว่าอย่างไร แค่มีเงินก็ทำได้ทุกสิ่ง ถ้าไม่มีเงินก็เปล่าประโยชน์ หากมีผู้ใดทำดีต่อเจ้า เจ้าก็ต้องตอบแทนผู้นั้นด้วยเงิน ศิษย์พี่ ข้าให้ท่าน ใครสอนให้เจ้ารู้จักติดสินบนเช่นนี้ เจ้าให้ผิดคนแล้ว ข้าเป็นเพียงคนที่ไม่ได้สำคัญอะไร เจ้าก็กลับไปคิดดูดี ๆ ว่าจะใช้ความสามารถของเจ้า ผ่านการประเมินครั้งถัดไปอย่างไร เจ้าค่ะ ท่านพี่ลู่หลีอะไรกัน ก็แค่คนโกหกหน้าตายคนหนึ่ง เจ้าคนขี้โกหก
ข้าคงตาบอดเสียแล้ว ถึงมองว่าเขาเป็นเซียนได้ เขามีตรงไหนที่เหมือนกัน เขามันก็แค่ ด้วงมูลสัตว์ตัวใหญ่ [อู่หยางโหว ประมุขแห่งโลกมนุษย์] ผู้ใดกัน ท่านลุง ท่ารำดาบของท่านเมื่อกี้สุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ แบบนี้เลย ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ทรงพลังมาก ท่านพ่อข้าเคยบอกข้าว่า หากดูการแสดงไหนแล้วยอดเยี่ยม ก็ต้องให้รางวัล เจ้าคิดว่าข้าเป็นนักแสดงงั้นหรือ เหมือนกันที่ไหนเจ้าคะ ท่านลุงอย่าเกรงใจไป ท่านรับไปเสียเถิด ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าค่ะ เพื่อนผู้นั้นที่อยู่ข้างนอกออกมาเถอะ ลู่หลี ท่านลุง ท่านอย่าเกรงใจข้าเลยเจ้าค่ะ ดูจากชุดที่ท่านใส่แล้ว ไม่เหมือนกับชุดเครื่องแบบ ระดับต่ำเช่นเดียวกับข้า และก็ไม่เหมือนกับชุดเครื่องแบบ ระดับสูงอย่างตู้หมิงชง ดูเหมือนว่า จะเป็นลูกศิษย์ที่คุณสมบัติไม่ผ่านสินะเจ้าคะ ท่านอายุมากขนาดนี้แล้ว คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใช่ไหม ลู่หลี ข้าไม่รู้จักเจ้า ข้าคือหลิวเซาไง ลูกศิษย์ลู่หลี และหลิวเซาศิษย์สำนักที่พึ่งเข้ามาใหม่ ขอคารวะอู่หยางโหว ขอให้ท่านประมุข โปรดอภัยให้แก่หลิวเซาที่ไม่รู้ความ คุกเข่าลง ท่าน ท่านคืออู่หยางโหวงั้นหรือ ไม่ใช่ นาง…นาง…
ข้าเป็นเพียงแค่คนแก่คนหนึ่ง เป็นศิษย์ที่คุณสมบัติไม่ผ่านเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ ไม่ใช่นะ ข้า ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ทำไมเจ้าไม่รีบพูดเล่า ที่สำนักอู่หยางโหว คนที่สวมชุดเครื่องแบบศิษย์ ไม่แสดงถึงระดับขั้นจะเป็นใครไปได้อีกเล่า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร อีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าเจ้าจะโง่เขลาขนาดไหน เจ้าก็ต้องเคยได้ยิน สายฟ้าฟาดของท่านประมุขมาบ้างไหม สายฟ้าฟาด ท่าเมื่อกี้คือท่าสายฟ้าฟาดหรอกหรือ เจ้าคิดว่ารำดาบเมื่อกี้ เหมาะสมกับใบไม้ทองของเจ้างั้นหรือ นั่นมีค่ามากกว่าใบไม้ทองเสียอีก ท่านสอนข้าได้หรือไม่ นี่ นี่ เจ้า เจ้าอยากเรียนจริง ๆ งั้นหรือ จริงเจ้าค่ะ นี่เป็นท่าหนึ่งที่ง่ายที่สุดของสายฟ้าฟาด เรียนสิ ท่านช้ากว่านี้หน่อยได้หรือไม่ เมื่อกี้เร็วเกินไปข้าเรียนไม่ทัน หุบปาก เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ท่านเจ้าสำนัก ลูกศิษย์คนนี้ช่างโง่เขลา จะเรียนสายฟ้าฟาดของท่านได้อย่างไร ท่านอย่าถือสาคนอย่างนางเลย นางสำนึกผิดแล้ว นางสำนึกผิดแล้วจริง ๆ นี่เจ้าพูดเล่นต่อหน้าข้าหรือ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าเป็นใคร พวกปีศาจข้างนอกล้วนมาหานาง ส่วนเจ้า วันที่เข้าสำนักมา เจ้าต่อสู้กับพวกปีศาจกันเพียงลำพัง แล้วยังโชคดีเอาชนะอ๋าวเหินได้อีก ประวัติของพวกเจ้าไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้น ท่านเจ้าสำนัก ท่านต้องเข้าใจผิดแล้ว ข้า ข้า ข้า
ตอนนี้ขอข้ามอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหนึ่งอย่าง ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือนจะมีการทดสอบอย่างเป็นทางการ หากนางเรียนท่านี้ไม่ได้ พวกเจ้าต้องออกไปจากสำนัก และต้องได้รับโทษมหันต์ ที่ไม่เคารพประมุขแห่งสำนัก เจ้าบอกมาซิ ข้ากับเจ้ามีความแค้นกันหรือ ข้าเป็นหนี้เจ้ามากเลยหรือ ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าวิ่งมาทำอะไรที่ป่าแห่งนี้เล่า ห้ะ เจ้ากับข้าไม่มีความแค้นอะไร แต่ว่าเจ้าติดหนี้ข้าเยอะมาก เจ้าได้เงินข้าแล้ว ก็ไม่สนใจข้า ข้าก็เลยวิ่งมาที่ป่าเเห่งนี้ มาต่อว่าเจ้า เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่สนใจเจ้า เจ้าเคยสนใจข้าหรือ ข้าไม่เคยหรือ ข้าไม่ได้ เจ้าให้《คัมภีร์เอาชีวิตรอด》ข้ามา นั่นมันคืออะไร นั่นมันคือการหลอกลวงนะ ข้าเกือบจะไม่มีที่ให้อาศัยอยู่แล้ว อีกอย่าง ก็รู้อยู่แล้วว่าข้าเพิ่งเข้ามา สำนักของอู่หยางโหว ไม่คุ้นเคยกับที่นี่ ไม่แม้เเต่จะมาเยี่ยมข้าเลยสักครั้ง เชอะ เจ้าไม่ได้เป็นคนเก่งหรอกหรือ ข้ามันก็แค่ นักต้มตุ๋นที่ไม่มีประโยชน์คนหนึ่ง คำพูดของหญิงสาวที่กำลังโกรธ เชื่อได้ไหมเล่า เอ่อ ข้า เอาล่ะ ได้ ๆ ๆ ข้าผิดไปแล้ว ๆ ไม่ได้หรือ จริง ๆ แล้วเจ้านั่นแหละที่ผิด ข้าผิดไปแล้ว ยื่นมือมาให้ข้า ทำอะไร เจ้ายื่นมือมาก่อน ข้าจะพาเจ้าไปดูโลกอีกใบของนักต้มตุ๋น
หลับตาก่อน ลืมตาได้แล้ว [เขตอาคมฝันแห่งจันทรา] เป็นที่ที่สวยงามเป็นอย่างมาก ที่นี่คือที่ไหนหรือ ที่นี่คือภาพมายาที่สร้างด้วยอาคม ผนึกความฝันแห่งจันทรา แต่ไม่สามารถใช้ภาพลวงนี้ในจวนได้ ผนึกความฝันแห่งจันทรานี้ เป็นวิธีผนึกที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้ แตกต่างจากภาพมายาทั่วไป คนอื่นไม่สามารถค้นพบได้ อ๋อ ดึงออกมาดูสิ ข้ากำลังคิดอยู่เลยว่าแม่นางอย่างเจ้า ควรจะใช้อาวุธอะไร ดีเลยเจ้าสำนักให้เจ้าฝึกสายฟ้าฟาด ถ้าเช่นนั้น ลองดาบเล่มนี้ดู น่าจะเหมาะกับเจ้า ดูเหมือนว่า เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธีมาตลอดเลยนะ ข้าจะเพิ่มให้เจ้าอีก 5,000 ตำลึง รอเจ้าฝึกสายฟ้าฟาดให้สำเร็จก่อนค่อยว่ากัน แต่ว่า นี่เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือน ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะสามารถฝึกได้สำเร็จหรือไม่ เจ้านี่ไม่เข้าใจอะไรเลย ที่จริงแล้วเวลาในภาพมายา เมื่อเทียบกับข้างนอกจะยาวนานกว่ามาก แต่ตอนนี้ เวลาไม่ใช่เป็นปัญหา ต้องรู้จักทักษะดาบของสายฟ้าฟาดถึงจะฝึกต่อไปได้ เราไม่มีตำราฝึกดาบนี่ ตอนนี้ชะตากรรมของเราอยู่ในมือเจ้าแล้ว เจ้าต้องฝึกกระบวนท่าสายฟ้าฟาดให้ได้ มิเช่นนั้นเราทั้งสอง ก็จะกลายเป็นดั่งเช่นใบไม้สีทองใบนั้น ถ้าถูกบีบก็แตกเป็นผง คล้ายกับวิชาดาบ สัญลักษณ์ กับบทแสดงพวกนี้ ถ้าเป็นสิ่งที่ข้าชอบ ข้าดูเพียงรอบเดียวข้าก็ทำได้แล้ว แต่ว่าถ้าเป็นพวกบทกลอนหรือบทเพลง ข้าไม่ไหว เพราะข้าไม่ชอบ วางใจเถอะ ข้าจะสอนเจ้าเอง ดีเลย ขั้นแรก เราอย่าให้เปลวไฟ บนปลายดาบตกลงมา
ฟังเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ เข้าใจ มา รวบรวมสมาธิของเจ้า จดจ่อไฟไว้ที่ปลายดาบ ดาบเดินตามใจ ใจเดินตามความคิด ความคิดอยู่ที่ไหนใจก็อยู่ที่นั่น กระบวนท่าของดาบ ต้องฝึกฝนจึงจะสำเร็จ [สำนักอู่หยางโหว] อีกไม่กี่วัน ก็จะเป็นวันทดสอบการประเมินของศิษย์ใหม่ ก่อนการประเมิน ตามคำสั่งของเจ้าสำนัก ข้าจะสอนและฝึกฝนพวกเจ้า จวนโหวมีวิธีรับรู้จิตใจที่ไม่เหมือนใคร – เพื่อยกระดับขึ้น – พี่ใหญ่ สองวันมานี้เจ้ากับหลิ่วเซามักจะ ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นคู่ มีอะไรปิดบังข้าอยู่หรือ พูดเพ้อเจ้อ ข้ากลัวว่านางจะสอบตก จึงให้คำปรึกษาแก่นางมิได้หรือ แล้วท่านไม่กังวลว่าข้าจะสอบตกเลยหรือ ศิษย์หญิงมาใหม่ที่ชื่อหลิ่วเซา ไม่นึกเลยว่าจะอยากเรียนสายฟ้าฟาด ข้าให้เวลานางครึ่งเดือน เจ้าคิดว่า นางจะสามารถเรียนสำเร็จหรือไม่ เรื่องนี้ ข้าคิดว่าท่านประเมินนางสูงไป เวลาหนึ่งปี นางอาจไม่สามารถเรียนได้สำเร็จด้วยซ้ำ ครึ่งเดือน นางจะทำคะแนนได้สักเท่าไรเชียว เจ้าว่าข้าฝึกมานานขนาดนี้ จะฝึกสำเร็จแล้วหรือยัง กระบวนท่าการเคลื่อนไหว ให้เจ็ดคะแนน ลมปราณ ให้สามคะแนน เจตนาของดาบ หนึ่งคะแนนก็ไม่มีให้ เจตนาของดาบสายฟ้าฟาดคืออะไรนะ ข้ามีดาบคมยาวสามฉื่อ ทวงความยุติธรรม นี่ก็คือเจตนาของดาบ ในปีนั้น
อู่หยางโหว เคยคึกคะนองระยะหนึ่ง เรื่องอะไรที่ไม่ยุติธรรม แน่นอนว่า คำถามนี้ กับผู้ที่อยู่เหนือคนอื่น โปรยเงินเป็นว่าเล่น ไม่รู้ความทุกข์ร้อนของโลกมนุษย์ว่าคืออะไร สำหรับแม่นางหลิ่วแล้ว มันซับซ้อนเกินไป อย่างข้ายังเรียกว่าไม่รู้จัก ความทุกข์ร้อนของโลกมนุษย์อีกหรือ ข้าอยู่นอกจวน ถูกตามล่าอย่างโหดเหี้ยมและไม่มีที่ไป ปีศาจเล็กใหญ่ มักจะจ้องมาที่ข้า ตอนนี้ ข้าอาจถูกอู่หยางโหวฆ่าด้วยคมดาบได้ทุกเมื่อ ข้าก็อยากกลับไปเป็นแม่นางหลิ่วตามเดิม แต่ตอนนี้ แม้กระทั่งบ้าน ก็กลับไปไม่ได้แล้ว คือ…คือว่า ที่จริงแล้ว ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เจ้าไม่ต้องกังวล มีข้าลู่หลีที่จะอยู่เคียงข้างเจ้า ข้าจะทำให้เจ้าและครอบครัว ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เชื่อข้า มา ๆ ๆ ฝึกดาบต่อเถอะ มา ข้าควรคิดว่าอ๋าวเหิ่นคือความไม่ยุติธรรม ฟันนาง ฟันนาง ฟันนาง ๆ ๆ นางนี่ฝึกจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว ที่ฝึกวันนี้ต้องระวังหน่อย รูปแบบมือของเจ้าไม่ถูกต้อง ใครสอนเจ้า ฟันนางซะ หลิ่วเซาตีโดนศิษย์พี่ใหญ่แล้ว ใช้ท่าอะไรหรือ ไม่รู้สิ ลำแสงสีทอง ซ่อนไว้ลึกจนไม่เคยมีใครรู้เลยสินะ ศิษย์พี่ใหญ่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม การฝึกของวันนี้พอแค่นี้ก่อน ทุกคนกลับห้องไปพักผ่อน เตรียมพร้อมสำหรับการประเมินในวันพรุ่งนี้
ร้ายกาจจริง ๆ การฝึกวรยุทธผนึกความฝันแห่งจันทรา ไม่ทันไรก็เลยเวลาไปเสียแล้ว จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ เจ้ากำลังกินอะไรอยู่ ไม่สบายหรือ เปล่า เป็นอย่างไรบ้าง รีบนั่งลงก่อน นี่มันอะไร เอามาให้ข้า สั่วหยวนตัน นี่เป็นของอาซี ทำไมนางถึงให้ของเช่นนี้กับเจ้า แล้วทำไมเจ้าต้องกินด้วยล่ะ พูดสิ วันนี้ข้าไปขอศิษย์พี่ไป๋เฟิ่ง นางให้ข้ามีสิทธิพิเศษ ในการเข้าร่วมสอบเป็นศิษย์ แต่ไม่คิดว่าจะบังเอิญเช่นนี้ ที่ข้าได้ไปอยู่กลุ่มเดียวกับอาซี แต่ทำไมนางต้องคิดร้ายกับเจ้าด้วย ข้าทำงานในจวนมาหลายปีแล้ว แอบเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อาซีก็เช่นกัน กลัวจะแพ้ให้กับข้า และคงเสียหน้าถ้าตกรอบไป ไม่ได้ ข้าจะต้องไปบอกศิษย์พี่ไป๋เฟิ่งเสียหน่อยแล้ว อย่าไป ทำไมเล่า ท่านแม่ข้าเป็นแม่ครัวอยู่ที่จวนของอาซี ได้ทำสัญญาว่าจะอยู่ที่นั่นจนกว่า ชีวิตจะหาไม่ ดังนั้นหลิ่วเซา ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ช่างมันเถอะ ทำไมถึงต้องช่างมันเถอะด้วยล่ะ จะช่างมันเถอะแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าดูหน่อย เป็นประโยคนี้ อาซี -ที่แท้เจ้าเป็นคนวางยาเสี่ยวเสวี่ย – เจ้าดูดี ๆ หลิ่วเซาเจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ การประเมินศิษย์ในวันพรุ่งนี้ จับคู่สู้ตายกันไปข้าง
คนที่แพ้ ก็ออกไป เจ้ากลัวจะแพ้ให้กับเสี่ยวเสวี่ย เจ้าเลยทำร้ายนาง เจ้าพูดเหลวไหลอะไร นี่เจ้ากำลังใส่ร้ายข้านะ นี่คือหลักฐาน นี่คือขวดยาของเจ้า ในนี้ยังมีกลิ่นของสั่วหยวนตันอยู่ เจ้านี่มันโง่เสียจริง หลักฐานของเจ้าไม่มีแล้ว ข้าจะไปบอกศิษย์พี่ไป๋เฟิ่ง ไปเลยสิ เสี่ยวเสวี่ยนางไม่สบายเองแท้ ๆ เจ้าจะไปฟ้อง ดูสิว่าลูกสาวแม่ครัวต่ำต้อยเช่นนั้น จะกล้ามาเป็นปฏิปักษ์กับข้าไหม จุดไฟ ทำอาหาร ก็พึ่งกำลังตัวเอง เจ้ามีสิทธิ์อะไรไปว่านางต่ำต้อย คนชั้นต่ำก็คือคนต่ำต้อย แม่นางหลิ่ว เจ้าอย่ามาทำเป็นสูงส่งต่อหน้าข้าเลย เราสองคนก็เหมือนกัน เกิดมาก็มีคนปรนนิบัติรับใช้ ข้ากับเจ้าต่างกัน เราไม่เคยเหมือนกัน วันพรุ่งนี้ เพื่อเสี่ยวเสวี่ย ข้าขอท้าเจ้า