บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.15 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่15] จับข้าสิ [เจ้าจะหนีไปไหน] ♫ ต้องผ่านกี่ฤดูฝน ผ่านฝนครั้งใหญ่อีกกี่ครั้ง ♫ ตื่นจากฝันแล้ว ♫ ข้าจึงจะได้พบกับเจ้า ♫ ข้าก็จะไม่เจอเจ้าอีกแล้วใช่หรือไม่ ไม่นี่ ♫ ชะตาชีวิตถูกกำหนดให้ด่ำดิ่งสู่ใต้สมุทร ♫ เพราะว่า ♫ เจ้าปรากฏตัวขึ้นในห้วงความคิด ♫ ลั่วเกอก็คือเจ้าใช่หรือไม่ ข้าคือลู่หลี ♫ และในวินาทีนั้นที่เจ้าเชื่อมั่น ♫ และลั่วเกอก็คือข้า ♫ คือข้าเพียงหนึ่งเดียว อย่าได้ลังเล ♫ ทุกหนแห่งที่มีเจ้าอยู่ ข้าก็จะอยู่ด้วย ♫ บุปผาที่ปลิดปลิวหลังฝนตกนี้ ♫ ♫ ข้ายืนอยู่ที่เดิม ♫ นี่ก็คือลู่หลีที่อยู่ในโลกมนุษย์ ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า เพราะชื่อของเจ้า ♫ ♫ ทั้งชีวิตที่เหลือของข้าเป็นของเจ้า ♫ ♫ ข้าแยกเส้นความฝันได้ไม่ชัด ♫ ♫ ดอกไม้ยังคงบาน ให้รักได้ไปต่อ ♫

    ♫ ข้าบอกว่าคิดถึงเจ้า โปรดอย่าสงสัย ♫ ♫ จะสลักลึกอยู่ในชีวิตข้า  ♫ ♫ ข้าอยากอยู่กับเจ้า ♫ ♫ ฤดูหนาวผันเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ ให้รักได้ไปต่อ ♫ ที่แท้หายนะที่ข้าประสบในโลกมนุษย์ คนที่ข้าพบเจอก็คือเจ้า เจ้ายอมรับแล้ว เจ้าก็คือลู่หลี เจ้าเพียงแค่ ลืมไปแล้วใช่หรือไม่ ไม่จำเป็นต้องจดจำ คนหรือเรื่องราวหรือความรักที่ไม่มีอยู่จริง ที่ประสบพบผ่านในโลกมนุษย์มาทั้งหมด ล้วนเป็นเพียงความหายนะ ในเมื่อเป็นความหายนะ แน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นต้องนึกย้อนกลับไป ข้าไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ถึงแม้ว่าลู่หลีตายจากไปแล้วจริง ๆ แม้ว่าการตายของเขา เจ็บปวดเศร้าใจจนน้ำตาไหลออกมาเป็นสายเลือด แต่ข้าก็ยังยินยอมมองย้อนกลับไปยังประสบการณ์ ที่ข้ากับเขาประสบพบผ่านมาด้วยกัน นับครั้งไม่ถ้วน หากไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ หนึ่งชีวิตของข้านี้ ก็จะกลายเป็นจืดชืดน่าเบื่อ และตลอดชีวิตของข้านี้ สิ่งที่โชคดีที่สุด ก็คือได้พบเจอกับเขา มนุษย์อ่อนแอจนน่าขันเสียจริง ก็เพราะว่าเจ้ามีความคิดยึดติดเช่นนี้ ดังนั้นจึงถูกกลิ่นอายความหอมของลั่วหนิง ทำให้ติดอยู่ในความฝัน แต่ว่าตอนนี้ข้าดีใจมาก เพราะว่า เจ้ายังอยู่ พอได้แล้ว ข้าไม่ใช่เขา ข้าว่าเจ้าปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา ห่างไกลความรักใคร่เกลียดชัง เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เกิดจากตนเอง ตลอดชีวิตนี้ของมนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยง ความรักใคร่เกลียดชังหลงใหล

    เป็นเทพที่เย็นชาไร้หัวใจมีดีอะไร มนุษย์อย่างเจ้านี้ กลับมีความไม่ธรรมดาอยู่บนตัวเหมือนกันนี่ อีกสองชั่วโมงหลัง มาที่ตำหนักฉงหัวของข้า ไป๋เฟิ่ง เจ้าวางใจได้ ไม่เกินสามวัน สามารถรักษาบาดเจ็บภายในของเจ้าให้หายดีเป็นแน่ แต่ว่า กว่าจะได้เป็นเพื่อนกัน เจ้าก็ต้องไปเสียแล้ว [หลิ่วเซาบอกแล้วว่า] [ลู่หลีอาจจะยังมีชีวิตอยู่] [ข้าจะกลับไปยังโลกมนุษย์เช่นนี้ไม่ได้] หากคราวหน้าเจ้ามาอีกครั้ง พวกเราค่อยรวมตัวกันให้สำราญใจ ตกลง เช่นนั้นก็ขอบพระคุณเทพธิดาท่านพี่ทั้งสอง ด้วยละ คารวะเซียนเวิง นั่นคือเซียนพี่ท่านไหนหรือ เหมือนได้รับการชื่นชอบจากเหล่าลูกศิษย์มาก -นั่นคือท่านอาจารย์ของท่านเซียนลั่วเกอ -ศักยภาพของเข้าไม่เลวนะ -ว่านอู๋เซียนเวิง -เพียงฝึกฝนด้วยใจ เป็นไปได้มากที่ท่านเซียนลั่วเกอจะฝึกวรยุทธ์ เป็นท่านเทพ เช่นนั้นตำแหน่งของว่านอู๋เซียนเวิง ก็จะไม่ธรรมดาอย่างมากไปตามลำดับอย่างแน่นอน [ไม่ธรรมดาอย่างมาก] [วรยุทธ์ท่านเทพ] นักพรตเซี่ย น่าเสียดายนะ กลับดันไปยืมใบหน้า ของมนุษย์ [กฎระเบียบนับพันนับหมื่นปี] ถึงคราวที่จะพังก็พังไปเสียอย่างนั้น น่าขันเสียจริง แต่เขาก็เป็นท่านเซียนเพียงผู้เดียวของ สามพิภพ หากไม่ใช่เพราะตำหนักเซียนเมตตาและเห็นใจ ให้เจ้าอยู่รักษาบาดแผลที่นี่ มนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่งอย่างเจ้า เจ้ากล้ายืนพูดจาสามหาวอยู่ในตำหนักเซียน ของข้าหรือ เจ้าใส่ร้ายท่านเซียน สมเหตุสมผลแล้วงั้นหรือ -คารวะว่านอู๋เซียนเวิง -คารวะว่านอู๋เซียนเวิง คำพูดของนักพรต เจ้าก็บังอาจกล้าโต้แย้ง

    เจ้าไม่กลัวตายหรือ ศิษย์รู้เพียง ท่านเซียนเกิดมาเพื่อสามพิภพ มิอาจถูกใส่ร้ายได้ นอกเหนือจากนี้ ศิษย์ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น เจ้า หญิงสาวผู้นี้ ข้าชื่นชอบมาก ให้อยู่ต่อได้ แต่ว่า เจ้าต้องเริ่มทำจากคนงานในตำหนัก เจ้ายินยอมหรือไม่ ศิษย์จะมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ในที่สุดก็มาถึงแล้ว ไม่ใช่หรอกมั้ง เข้าตำหนักฉงหัวทั้งที ยังต้องทะล่วงกลอีกหรือ ค่ายกล เกอเอ๋อร์ เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ ในเมื่อต้องการให้นางอยู่ที่เขาซีอิ่น ก็จะต้องทดสอบความอดทนและความเข้าใจของนาง [สิ่งที่พวกข้าต้องการ] [เพียงเลือดของนางเท่านั้น] ซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู ปกป้องสงบสุขของสามพิภพ จึงจะสามารถเห็นอกเห็นใจเวไนยสัตว์ได้จริง ๆ แต่ทว่าหลิ่วเซาก็เป็นหนึ่งในเวไนยสัตว์ ไม่ถึงทางเลือกสุดท้าย ห้ามยอมแพ้อย่างง่ายดายโดยเด็ดขาด [นอกเหนือจากนี้ใช้เลือดของหลิ่วเซาจนหมดร่าง] [ก็ไม่แน่ว่าจะซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูได้สำเร็จ] [แต่วรยุทธ์ของนางมากพอที่จะทะลวงกลได้] เช่นนั่นก็จะมีกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถลองได้ ก็คือสร้างยันต์เลือด ยันต์เลือด ตกลง ตกลง ลู่หลี เจ้ายังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมง เจ้า โอ้ย ใคร ๆ ๆ ใคร ๆ ๆ บังอาจหาญกล้า เอ๋ หลิ่วเซา ท่านบูรพาจารย์อาวุโส เจ้ามาตำหนักเซียนได้อย่างไรกัน

    ข้า ที่แท้ก็เกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้เลยหรือ การเปลี่ยนแปลงของศิลาจารึกสี่ฤดู เป็นเพราะเจ้า ท่านเซียนที่เลื่อนขั้นใหม่ คือลู่หลีจริง ๆ หรือ ข้ารู้สึกว่าเขาคือลู่หลี แต่ว่า ก็ไม่เหมือนลู่หลี ลู่หลีไม่ปฏิบัติกับข้าเช่นนี้ และไม่ปฏิบัติกับผู้อื่นเช่นนี้ เช่นนี้แล้วกล่าวได้ว่าเขาไปโลกมนุษย์เพื่อ ประสบความหายนะ บัดนี้กลับสูญเสียความทรงจำที่อยู่ในโลกมนุษย์ เขาไม่รู้จักกับเจ้าอีก จึงเย็นชากับเจ้า แต่ว่า เปลี่ยนเพียงภายนอกแต่ภายในยังคง เหมือนเดิม ดอกไม้ใบไม้เปลี่ยนแปลงไปแต่รากยังคงเดิม ก็ยังคงเป็นคนเดิมไม่ใช่หรือ แม่หนู ลู่หลี เป็นผู้ที่รักและทะนุถนอมเจ้าเท่าชีวิตเลยละ ไม่ใช่ว่าอยากตัดทิ้งก็ตัดทิ้งได้ง่าย ๆ นะ แม้ว่าเขาอยากตัดทิ้ง ข้าก็ไม่ให้เขาตัดทิ้งได้หรอก ลู่หลีก็คือเขาไม่ใช่หรือ ทำไม คำพูดที่พูดก่อนหน้านี้ ก็จะโมฆะแล้วหรือ ข้าจะต้องทำให้เขาชอบข้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อย่างน้อยทำให้เขาสามารถจำข้าขึ้นมาใหม่ได้ อีกครั้ง นี่ถึงจะเป็นหลิ่วเซาที่ข้ารู้จักยังไงเล่า ตำหนักฉงหัวนี้อยู่ใกล้มากเพียงเท่านี้แล้ว ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะข้ามไปไม่ได้ ถูกต้อง ค่ายกลห้าธาตุที่เปลี่ยนไปแล้วนี้ ก็เป็นค่ายกลห้าธาตุ ใช่น่ะสิ ค่ายกลนี้ ไม่สามารถขัดขวางเจ้าได้อย่างแน่นอน [อย่าลืม] [ค่ายกลของลู่หลีสอนโดยหลูเซิงนะ] [แม้ข้าจะฝึกวิชามาได้เพียงเล็กน้อย] [แต่ว่า] [ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว] [เสาทั้งห้ามีไม้เป็นเนื้อแท้] [เช่นนี้แล้ว] [ค่ายกลห้าธาตุมีไม้เป็นศูนย์กลาง]

    [ข้าใช้ไฟข่มทอง] [แต่โดนน้ำจากฝั่งตรงข้ามควบคุมไว้] [แต่] [ระบายน้ำด้วยไม้] [และก่อให้เกิดไฟ] [สุดท้าย] [ใช้ไม้ข่ม] [ดินที่เกิดขึ้นพร้อมทอง] [ดินน้ำตัดขาดกันทั้งหมด] [ไฟสามารถครองดินทองได้โดยตรง] [ค่ายกลนี้จะสกัดกั้นข้าได้อีกเช่นไร] ไปกันเถอะ [หลิ่วเซามาตรงเวลาแล้ว] [ท่านเซียน] แบบนี้จะดีหรือ ดี ท่านเซียน หลิ่วเซามาตามนัดแล้ว พวกเราเข้าไปแล้วนะ ไฉนถึงไม่มีผู้ใดกันเล่า ท่านเซียน ท่านเซียน เจ้าอยู่หรือไม่ ข้าว่าเขาน่ะ เพราะเห็นเจ้าล้มลงแล้ว ไม่ได้พยุงเจ้าขึ้นมา แอบไปรู้สึกผิดแล้วเป็นแน่ เจ้าคิดมากไปแล้ว หนูน้อย เจ้าดูนี่คืออะไร ไยต้นไม้ต้นนี้มีลักษณะแบบคว่ำล่ะ เช่นนั้นรากของมันอยู่ไหนหรือ ต้นไม้ที่ห่างจากดินจะดีได้ถึงไหนกันเชียว เหงาหงอยไร้ที่พึ่ง หนูน้อย ช่วยหน่อยสิ รดน้ำให้สหายผู้นี้หน่อย นี่คือดินแดนของท่านเซียนนะ ข้าไม่กล้าหรอกนะ เจ้าเก็บกลับไป เจ้าช่วยเขาดูแลต้นไม้ให้ดีแล้ว เขายังจะตำหนิเจ้าอีกหรือ ฟังที่ข้าพูดน่ะ ไม่ผิดแน่ จริงหรือ ก็ได้ ท่าน ๆ ท่านเซียน พวก พวกเราไม่ได้มีความหมายอื่นนั้น พวกเราก็แค่อยากรด รดน้ำให้ต้นไม้ต้นนี้ นี่คือไม้วิญญาณเทพ หล่อเลี้ยงโดยพลังเซียน

    ไม่รับน้ำฝนและน้ำค้าง แน่นอนว่า และไม่ยอมให้เจ้ารดน้ำ ท่านนี้ก็คือคนทำสวนคนใหม่ ของเขาซีอิ่นหรือ เจ้าคือลู่หลีคนนั้นจริง ๆ ด้วย ต้นหลิวในเขาซีอิ่นแห้งตายมานานร้อยปี แต่เพราะเซียนพี่มีฝีมือสามารถรักษาให้ฟื้นคืนได้ ผลิดอกออกผลขึ้นใหม่ ข้าขอขอบคุณท่านในที่นี่ เช่นนั้น ปลูกต้นไม้ดอกไม้ ข้ารับผิดชอบเอง ภายหลังดอกไม้และต้นไม้ของเขาซีอิ่น ก็ต้องลำบากเซียนพี่แล้ว ได้เลย ๆ รบกวนเซียนพี่ออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับหลิ่วเซา ไป ๆ ๆ ไปสิ ท่านเซียนตามข้ามา มีเรื่องใดหรือ ในตัวเจ้ามีพลังเย่าหลิง เลือดในร่างกายสามารถซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู สิ่งนี้เจ้ารู้หรือไม่ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ บัดนี้รู้แล้ว เช่นนั้น เจ้าจะสูบเลือดของข้าจนหมด แล้วไปซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูนั่นหรือ ถึงแม้ว่าจะปล่อยเลือดของเจ้าจนหมด ก็ไม่พอซ่อมแซม ฉะนั้นล่ะ ฉะนั้นข้าเตรียมสร้างยันต์เลือดบนตัวเจ้า ตามเลือดแดงสดและพลังชีวิตของตัวเจ้า ฝึกวิชาไข่มุกฝู สุดท้ายค่อยลอกไข่มุกฝูออก ซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู แล้วจะมีผลกระทบต่อร่างกายของข้าหรือไม่ ใช้หนึ่งถึงสองเม็ดไม่มีปัญหา ใช้สี่ห้าเม็ดจะทำลายพลังชีวิตอย่างมาก หากใช้เจ็ดเม็ด มั่นใจเต็มร้อยว่าสามารถรักษาศิลาจารึกสี่ฤดูได้ แต่เจ้า จะขวัญหนีดีฝ่อ แล้ว… แล้วเจ้าจะใช้กี่เม็ดหรือ อันนี้ ถึงเวลานั้นจะต้องดูคุณประโยชน์ของไข่มุกฝู หากคุณประโยชน์ไม่เพียงพอ

    เจ้าจะใช้เจ็ดเม็ดจริงหรือ ทำให้ข้า ขวัญหนีดีฝ่อหรือ เจ้าสามารถไม่เห็นด้วยได้ แต่เมื่อศิลาจารึกสี่ฤดูตกสถานการณ์อันตรายอย่างยิ่ง เจ้าจำเป็นต้องถูกใช้เลือดเพื่อบูชา ถึงเวลานั้นไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิต นี่ก็คือความเมตตากรุณาและความเห็นอกเห็นใจ ของท่านเซียนหรือ ข้าเห็นใจสรรพสัตว์ แต่เจ้าเป็นเพียงหนึ่งในสรรพสัตว์ หากโชคของเจ้าสูงมากพอ สักวันหนึ่งจะสามารถรับไข่มุกฝูกลับคืน และสามารถฟื้นฟูเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าข้าจะไม่รับปากเจ้าก็มิได้ เช่นนั้นเจ้ารับปากข้าเงื่อนไขหนึ่ง เจ้าพูด ตำหนักฉงหัวของเจ้า ไม่ขัดขวางข้าอีก ให้ข้าเข้าออกอย่างอิสระ ข้ารู้ว่าท่านเซียนชอบความสงบ แต่เจ้าจะทำให้ข้ากลายเป็นไข่มุกฝู เกรงว่าเวลาที่ข้าจะมาตำหนักฉงหัวเหลือไม่มากแล้ว ได้ ข้ารับปากเจ้า แต่ระเบียบของตำหนักฉงหัว เจ้าก็จำเป็นต้องปฏิบัติตาม ท่านเซียนเชิญพูดเถอะ สามข้อที่ต้องห้าม ข้อหนึ่ง ห้ามแตะต้องไม้วิญญาณเทพ ข้อสอง ห้ามแตะต้องหนังสือของตำหนักฉงหัว ข้อสาม ก็เป็น ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ข้า เจ้าห้ามแตะต้อง แม้จะเป็นเพียงเงาหรือเศษเสื้อก็ตาม เจ้าเข้าใจหรือยัง ระเบียบของท่านเซียน ข้าจะปฏิบัติตามแน่นอน แต่ได้โปรดท่านเซียนรับปากข้าเงื่อนไขหนึ่ง เจ้าพูด เรื่องกลิ่นหอมในความฝันอย่าโทษลั่วหนิงเลย ทั้งหมดนี้คือความคิดเซ่อ ๆ ของข้า นางเพียงแค่อยากช่วยเหลือข้าเท่านั้น เพียงเช่นนี้ ดี พระคัมภีร์เยอะขนาดนี้ คัดทั้งหมดเลยหรือ พี่ชายของข้า ให้เจ้านำมาให้ข้าจริงหรือ

    เป็นเขาที่พูดจริง ๆ เขายังบอกว่าครั้งนี้แตกต่างจากคราวก่อน จะต้องนำตัวอักษรในหนังสือนี้ ให้หายไปถึงจะนับว่าคัดคัมภีร์เสร็จสิ้น นี่ นี่จะต้องทำอย่างไร ถึงจะคัดตัวอักษรบนหนังสือให้หายไปล่ะ เจ้าเป็นวิชาเซียนไม่ใช่หรือ สามารถค่ายกลนี่ จริงด้วย ข้าลืมได้อย่างไร ดี เอาละ ข้าลองคิดดู ลอง ลองอีกครั้ง ลองอีกครั้ง ใช้ไม่ได้ [เป็นเพราะลั่วเกอลงเขตต้องห้ามในหนังสือเหล่านี้] เพราะเหตุใดจึงไม่ได้น่ะ [หรือว่าวิชาเซียนของลั่วหนิงใช้ไม่ได้] หลิ่วเซาคนดี มิเช่นนั้น มิเช่นนั้นเจ้ากลับไปหารือ ๆ กับพี่ชายข้า ให้เขาลองหาวิธีอื่น ข้าไม่มีหน้าขนาดนั้น แต่ว่า ข้าช่วยเจ้าหาวิธีได้ เหล่านี้ เมื่อก่อนเจ้าเคยอ่านหรือไม่ ข้าเคยอ่านแล้ว อีกทั้งก็คัดหลายรอบมากแล้วด้วย แต่ว่า แต่ว่านี่มีประโยชน์อะไรล่ะ ข้าไม่สนใจพระคัมภีร์เลย เนื้อหาน่ะหรือ ข้าแค่หันหลังกลับก็ลืมแล้ว ไม่รักไม่ทำร้าย ไม่เห็นแล้ว จริงด้วย ข้ารู้แล้ว มีเพียงตัวอักษรที่จำขึ้นใจจริง ๆ ตัวอักษรเหล่านี้ ถึงจะหายไป ที่แท้เป็นเช่นนี้ หลิ่วเซา ข้าว่า… สิ่งนี้สำหรับเจ้า ดูเหมือนว่าจะง่ายมากเลยนะ มิเช่นนั้นอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้าช่วยข้าอย่างหนึ่ง

    เจ้าช่วยข้าท่องจำเหล่านี้ให้หมดเถอะ เช่นนี้ข้าก็สามารถรายงานกับพี่ชายได้แล้ว ดีหรือไม่ หลิ่วเซาคนดี ลั่วหนิง เจ้าอยากได้ หยาดน้ำค้างก่อตัวของผู้อาวุโสสมุน ไพรหมื่นปีหรือไม่ หยาดน้ำค้างของผู้อาวุโสสมุนไพรหมื่นปีหรือ ข้าอยากได้ ๆ เจ้ารีบบอกข้าว่าอยู่ที่ใด ข้าจะบอกเจ้า แต่ว่า เจ้าจะต้องท่องจำก่อนนะ วางใจเถอะ ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเอง ท่อง ๆ ท่องจำหมดแล้วหรือ [คาถาชานซิน] ไยท่านพี่จั๋วมาที่เขาซีอิ่นอีกแล้วล่ะ เจ้าตำหนักซางของพวกเขา แอบหนีออกมาอีกแล้วแน่ ๆ เจ้าตำหนักซาง ใช่สิ ข้าจะบอกเจ้านะ ผู้นำสามตำหนักซางอวี้หรงคนนี้ รูปภายนอกงดงามแต่กิริยามารยาทไม่ดี วัน ๆ ไม่ทำการทำงาน หลิ่วเซาฉะนั้นน่ะ เจ้าจะต้องระวังหน่อยนะ อยู่ห่างจากเขาหน่อย ฟังเทพธิดาน้อยลั่วหนิงของเรา [ตำหนักเซียน ตำหนักหยวนจิ้ง] รีบจัดเก็บ อีกเดี๋ยวพวกเราก็ไปที่ตำหนักลี่เทียนคอยปรนนิบัติ พิธีการพระราชทานยศของเซียนชั้นสูงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ได้ เข้าใจแล้ว ซางอวี้หรง เจ้าไสหัวออกมา นักพรตจั๋ว เจ้าตำหนักซางล่ะ ออกไปแต่เช้าตรู่แล้วเจ้าค่ะ หรือเขาไม่รู้ ว่าช่วงเช้าจะจัดพิธีพระราชทานยศ เขาคือหัวหน้าสามตำหนัก จำเป็นต้องเข้าร่วมหรือไม่

    รู้ ๆ เจ้าค่ะ รู้แล้วยังจะหลบซ่อน ไป นำเสื้อไหมริมทองตัวโปรด แล้วก็เครื่องหัวไข่มุกทะเล ของเจ้าตำหนักพวกเจ้ามาให้ข้า นักพรตจั๋ว ฝากบอกเจ้าตำหนักของพวกเจ้า ถึงเวลาฤกษ์งามยามดี จำเป็นจะต้องปรากฎอยู่ที่ตำหนักลี่เทียน มิฉะนั้น ข้ากล้ารับประกัน แม้แต่ผ้าด้ายเขาก็ไม่สามารถสวม ในที่สุดก็ท่องจำจนหมด หลิ่วเซา เจ้าช่างแสนดีเหลือเกิน ท่องจำหนังสือเหล่านี้เป็นเพื่อนข้า ลำบากเจ้าแล้วนะ แต่ว่าถ้าไม่ใช่เพราะข้า เจ้าก็จะไม่โดนท่านเซียนลงโทษนี่ ฉะนั้นพวกเรานี้กล่าวว่ามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ไปตามหาหยาดน้ำค้างเถอะ ไป อย่า หลิ่วเซา บัดนี้ข้าไม่อยากตามหาหยาดน้ำค้างแล้ว มิเช่นนั้น พวกเราไปตำหนักลี่เทียนด้วยกันเถอะ วันนี้ เป็นวันที่พี่ชายของข้ารับพระราชทานยศ เราไปด้วยกัน [ลั่วเกอเลื่อนขั้นเป็นเซียนชั้นสูงแล้วหรือ] ไปด้วยกันดีหรือไม่ [เช่นนั้นลู่หลีเป็นเซียนชั้นสูงแล้วหรือ] กี่พันปีแล้วที่ไม่มีเซียนชั้นสูงกำเนิดขึ้นมา [ทำไมอาหรงยังไม่มา] [เป็นวาสนาของตำหนักเซียนเสียจริง ๆ] [ช่างน่าเฝ้ารอคอย] [ใช่แล้ว] เป็นเวลานับพันปี ที่ตำหนักเซียนเพิ่งจะกำเนิดเซียนชั้นสูงขึ้น นั่นต้องจัดอย่างอึกทึกครึมโครมสินะ ท่านเซียนขึ้นรับพระราชทานยศ วันสำคัญเช่นนี้ ซางอวี้หรงเป็นหัวหน้าของเจ้าตำหนักสามตำหนัก แต่กลับไม่ปรากฏตัว นี่จะไม่เป็นการไม่ไว้หน้าท่านเซียนไปหน่อยหรือ ช่วงนี้เจ้าตำหนักซางยุ่งอยู่กับการฝึกฝน จึงอาจลืมเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านเซียนก็ใกล้จะมาถึงแล้ว

    เจ้าตำหนักซางไม่อยู่ แล้วใครจะมาดำเนินพิธีการใหญ่นี้ล่ะ พูดได้ถูกต้อง บัดนี้ลั่วเกอคือเซียนชั้นสูง ตำแหน่งหัวหน้า ซางอวี้หรงจะไม่สั่นคลอนหรือ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดกำลังอะไร นี้ยังดูไม่ออกอีกหรือ ซางอวี้หรง กับเซียนชั้นสูง ห่างกันไม่ใช่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนั้นหากไม่ใช่เจ้าตำหนักผู้อาวุโสซาง เล่นพรรคเล่นพวก ตำแหน่งเจ้าตำหนักยวนจิ้งของเขา เกรงว่าจะรักษาไว้ไม่อยู่ด้วยเช่นกัน บัดนี้ซางอวี้หรงเป็นหัวหน้าของเจ้าตำหนัก สามตำหนัก กลับเรียนรู้วิชาตงหัวเผาสมุทร ที่ตำหนักยวนจิ้งเท่านั้นที่มียังไม่ได้เลย นี้จะให้เจ้าตำหนักอาวุโสที่ขี่นกกระเรียน ท่องนภา สงบจิตสงบใจได้เยี่ยงไร ข้าขอเตือนเจ้าสำรวมทั้งวาจาและการกระทำ พูดจาล่วงละเมิดเจ้าตำหนัก เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของเซียน เจ้าตำหนักจั๋วพูดรุนแรงไปแล้ว หรือว่าเพียงพูดความจริง ก็เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบเซียนหรือ ข้าก็แค่เพียงเพราะ ลั่วเกอเลื่อนขั้นเป็นเซียนชั้นสูง จึงรู้สึกปิติยินดีแทนเขาเท่านั้น เจ้าอยากจะพูดอะไรกันแน่ ทุกท่าน ลั่วเกอเป็นท่านเซียนที่เลื่อนขั้นใหม่ ข้าคิดว่าตำหนักเซียนทั้งตำหนักจะต้องมีการ เปลี่ยนแปลงไปด้วย อาทิเช่น ตำแหน่งของเจ้าตำหนักสามตำหนัก ควรเปลี่ยนให้ผู้ที่มีความสามารถไปพำนัก วันนี้เซียนชั้นสูงรับพระราชทานยศ ข้าไม่ลดตัวไปทะเลาะกับเจ้า หากเจ้ายังพูดจาสามหาวอีกละก็ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ทำไม ถูกข้าพูดโดนเรื่องที่อยู่ในใจหรือ ไม่อยากเปลี่ยนเจ้าตำหนัก ทุกท่านว่าใช่หรือไม่ ถูกต้อง เซียนขั้นสูงควรเลือกผู้ที่มีความสามารถ เป็นเจ้าตำหนักได้แล้วจริง ๆ ไม่เช่นนั้นรากฐานนับหมื่นปีของตำหนักเซียน ก็จะพังทลายลง ตำแหน่งเจ้าสามตำหนักมิใช่พิจาณาโดยพวกเจ้า เหลวไหล

    เช่นนั้นข้าอยากถามหนึ่งคำถาม เจ้าตำหนักยวนจิ้ง ที่น่าเคารพนับถือเช่นนี้ อยู่แห่งหนใดหรือ [เจ้าตำหนักยวนจิ้ง ซางอวี้หรง] เปิด ลั่วหนิง เห็นทีเป็นเพราะเมื่อคืนอ่านหนังสือนานเกินไป แต่อันนี้ ทำอย่างไรกันเล่า เจ้าเป็นใครกัน แม่นาง เจ้าอยากไปตำหนักลี่เทียนที่ ตำหนักยวนจิ้งหรือ ใช่ ข้าจำทางได้ ข้าพาเจ้าไป แต่ข้าไม่รู้จักเจ้า เช่นนั้นจะเป็นอะไรไป ที่นี่คือตำหนักเซียน เป็นสถานที่ที่สงบและไร้ความสนุกที่สุด และข้าก็แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเช่นนี้ ต้องไม่ใช่คนร้ายแน่นอน ก็ได้ ลำบากสหายเซียนด้วยละ ใช่แล้ว เมื่อกี้นี้ข้าเห็นเจ้าขับเรือไม่เป็น ข้าสอนเจ้าแล้วกัน ได้ เช่นนี้ก็ได้แล้ว ถูกต้อง เช่นนี้ละ ไม่เลวเลยนะ เจ้าไปทางซ้ายอีกนิดหน่อย ซ้ายอีกหน่อย ซ้ายอีกนิดหน่อย ไม่ ๆ ๆ ไปทางขวาหน่อย ดี ใช่ ๆ ๆ เช่นนี้ละ ถูกต้อง ๆ ซ้ายอีกหน่อย ซ้าย เจ้า ซางอวี้หรงเดี๋ยวเถอะเจ้า

    คนของเขาซีอิ่นอย่างพวกข้า เจ้าก็บังอาจ กล้าชี้นิ้วสั่ง ระวังข้าจะไปหาศิษย์พี่จั๋วของเจ้า ที่ตำหนักอู๋เสียนั่น ฟ้องเรื่องของเจ้า หนิงหนิงน้อย เจ้าตื่นได้พอดี มา เจ้ามองข้าเร็ว ทิวทัศน์และกาลเวลาที่งดงามเช่นนี้ กับเสื้อคลุมขนอีกาทองที่งดงามของข้า เหมาะสมกันอย่างหาที่เปรียบมิได้ใช่หรือไม่ ฉะนั้น เจ้าให้ข้าปรับทิศทางมาตลอด เพื่อให้ร่วมมือกับ การแต่งกายของเจ้านี้หรือ ใช่สิ อะไรกัน เจ้าทำเกินไปแล้ว ข้าจะกลับไปบอกพี่ชายของข้า ตำหนักยวนจิ้งของข้าเป็นหัวหน้าของ สามตำหนักในตำหนักเซียน และข้าก็เป็นเจ้าตำหนัก ข้ากลัวพี่ชายเจ้าหรือ หลิ่วเซา เจ้าอาจจะไม่รู้ว่า คน ๆ นี้น่ะ ฝึกวิชาตงหัวเผาสมุทรห้าร้อยกว่าปีแล้ว จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังฝึกวิชาไม่สำเร็จ ทั้งยังถ่วงศิษย์พี่จั๋วของเขาอีก ถูกเซี่ยลิ่งฉีผู้นั้นเย้ยหยัน ยังกล้าเทียบชั้นกับพี่ชายของข้า อะไรกัน เซี่ยลิ่งฉี เขากล้าเย้ยหยันศิษย์พี่ของข้า พิธีการจะเริ่มขึ้นแล้วใช่หรือไม่ พวกเราจะไปสายหรือไม่น่ะ ไม่สาย ๆ อย่าไปสนใจเขา นั่งเถอะ เจ้าตำหนักซางจิตใจจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน ไม่สะดวกมาที่นี่ ข้าเป็นตัวแทนเจ้าตำหนักคารวะทุกท่าน อวยพรให้ฟ้าคุ้มครองยวนจิ้งของข้า [ใครว่าเจ้าตำหนักไม่มากันเล่า] เซียนเวิง เจ้าตำหนักได้สั่งไว้โดยเฉพาะ ในเมื่อสามตำหนักปิติยินดีกับท่านเซียน ฉะนั้นแล้วก็ควร ให้สามตำหนักร่วมทำของขวัญแสดงความยินดี ชิ้นนี้ให้สำเร็จถึงจะถูกต้อง

    ทั้งยังกรุณาให้พี่จั๋วเปิดกล่องสมบัติล้ำค่า นี้เสียก่อน คนนี้มาได้อย่างไรกัน ไม่เหมาะสมกระมัง คิดไม่ถึงว่านางจะปรากฏอยู่ในพิธีการใหญ่ เช่นนี้ นักพรตเซี่ย โปรดอ่านตัวอักษรที่อยู่บนภาพวาดม้วนออกมา เช่นนี้ถึงจะนับว่ามอบของขวัญสำเร็จ เหตุใดต้องเป็นข้า แน่นอนว่าเป็นความต้องการของเจ้าตำหนักซาง ของพวกเจ้า ทำไม เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกหรือ ข้า… เซียน จวี ยวี่ หลัง เสด็จ ซางอวี้หรงเจ้าของสามตำหนัก แบบอย่างตำหนักเซียนบนล่าง น้อมคารวะท่านเซียน น้อมคารวะท่านเซียน [ข้ามาจากเขาซีอิ่น] [นางคือบุคคลที่เขาซีอิ่นของข้าต้องคุ้มครอง] น้อมอวยพรท่านเซียน ร่างดั่งเช่นแก้ว โปรงใส่ทั้งภายในและภายนอก สงบทั้งกายวาจาและใจ ไร้ซึ่งความมัวหมอง น้อมอวยพรเลื่อนขั้นเซียนชั้นสูง นับแต่นี้เป็นพระคุณเมตตาต่อโลก สามพิภพน้อมสวามิภักดิ์ ข้าลั่วเกอ ยินดีทำประโยชน์แก่สามพิภพ ยินดีทำประโยชน์เพื่อประชาชนทั่วไป ยินดีโปรดสรรพสัตย์ทั้งปวง ยินดีกับทุกสิ่งที่มีแล้วไม่มี เปลี่ยนโลกให้บริสุทธิ์โปร่งใส ขอรับ ท่านนี้คือศิษย์พี่ของข้า นางดูแลจัดการตำหนักอู๋เสีย รับผิดชอบกฎระเบียบความโปร่งใส แส้อัสนีที่อยู่ในมือใช้สำหรับสู้กับ ความชั่วร้ายโดยเฉพาะ เจ้าตำหนักอู๋จี๋ว่านอู๋เซียนเวิง ดูแลจัดการเรื่องส่งกลุ่มกำลังปราบปีศาจ โดยเฉพาะ ส่วนเรื่องจิปาถะอื่น ๆ ที่อยู่ในตำหนักเซียน ดูแลจัดการโดยตำหนักยวนจิ้งของข้า กล่าวโดยเช่นนี้ได้ว่า ตำหนักยวนจิ้งเป็นหัวหน้าของสามตำหนักงั้นหรือ

    ฉลาด แล้ว… ตำหนักฉงหัวล่ะ ตำหนักฉงไม่จัดอยู่ในสามตำหนัก ลั่วเกอบำเพ็ญเพียรอย่างตั้งใจ ฝึกจนถึงขั้นเป็นเซียนชั้นสูงแล้ว ตำหนักฉงหัวของเขาน่ะ แน่นอนว่าต้องแยกออกไปเสียหน่อย มา ลุก ๆ ๆ ไปด้านหลัง เข้ามานั่ง ข้าหรือ ได้หรือ ได้ นั่ง นี่คงไม่เหมาะสมกระมัง มีอะไรไม่เหมาะสมกันเล่า นี่คงไม่เหมาะสมกระมัง นี่เป็นถึงงานเฉลิมฉลองของเซียนชั้นสูงเชียวนะ มนุษย์ธรรมดาทั่วไป มีสิทธิ์อะไรนั่งลงงั้นหรือ นั่งลง ทำไม เพียงแค่หลิ่วเซายินยอม ตำแหน่งนายหญิงเจ้าตำหนัก ข้าก็ให้นางได้ ซางอวี้หรง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่ การทำตามอำเภอใจก็ควรมีขีดจำกัดหน่อยนะ นั่ง มนุษย์ธรรมดาทั่วไปแล้วทำไมหรือ ท่านเซียนแล้วทำไมหรือ ข้ารู้เพียงว่า หลิ่วเซายินยอมใช้เลือดในร่างของตนมาทำเป็น ยันต์เลือด ใช้ในการซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู ข้าอยากถามเซียนทุกท่านที่นั่งอยู่แห่งนี้ มีใครที่สามารถทำได้หรือไม่ล่ะ วันพรุ่งข้าจะจัดเตรียมค่ายกลที่หอคอยลู่ซือ ยืมร่างของหลิ่วเซา ฝึกวิชายันต์เลือด ศิษย์ยินดีช่วยเสริมพลังแก่ท่านเซียน คุ้มกันค่ายกลเจ้าค่ะ ไม่ต้องล่ะ ศิษย์สามตำหนักในตำหนักเซียน ห้ามเข้าใกล้หอคอยลู่ซือ เป็นเวลาร่วมสามวัน ขอรับ