EP.4 (FULL EP) | เธอผู้สว่างสดใส (Viva Femina) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เธอผู้สว่างสดใส] [ตอนที่ 4] ตรงนี้เรียกว่าจุดจู๋ซานหลี่ กดแล้วจะค่อนข้างสบาย เป็นยังไงบ้าง สบายขึ้นหน่อยไหม ขอโทษนะคะ ให้พวกคุณรอนานเลย พี่เซี่ยหลิง คุณผอมลงไปเยอะขนาดนี้ ท่าทางดูดีมากเลยนะคะ จริงเหรอ แนะนำหน่อยนะคะ ท่านนี้คือหมอเนี่ย ที่ฉันพูดให้คุณฟัง แล้วก็ความต้องการพวกนั้นของคุณ เขาได้ดูแล้ว ฉันช่วยคุณทำ แผนง่าย ๆ สวัสดีครับ เชิญนั่งครับ เชิญนั่งค่ะ ๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะครับ คุณผู้ชายท่านนี้อาจจะต้องรบกวนเขา… – ท่านนี่คือเซี่ย… – ผมชื่อหยางเจา สามีของคุณเซี่ยครับ สวัสดีครับ ผมอยู่ตรงนี้สะดวกไหมครับ สะดวกค่ะ ๆ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ สะดวกค่ะ ได้ครับ เชิญนั่งครับ เชิญนั่งค่ะ ๆ คุณเซี่ยครับ รบกวนคุณถอดผ้าปิดปาก ออกได้ไหมครับ ขอโทษด้วยค่ะ ช่วงนี้ฉัน กำลังเป็นโรคจมูกอักเสบ ดังนั้นก็เลยชอบจาม ต้องใส่ผ้าปิดปากน่ะค่ะ ผมว่าคุณน่ะขาดวิตามิน มา กินหน่อยสิที่รัก

    ฉันไม่กิน กินสักชิ้นสิ คุณกินเถอะ ๆ ๆ ได้ ผมกินก็ได้ ๆ คุณเซี่ยครับ คุณหันหน้าของคุณ ให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีความต้องการ แบบไหนเหรอครับ คืออย่างนี้ค่ะ ฉันน่ะ ช่วงนี้ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ใช่เพราะลดน้ำหนักหรือเปล่า ดังนั้นเลยทำให้โหนกแก้มฉัน สูงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อวาน ฉันไปร่วมงานเลี้ยงหนึ่งมา เพื่อนหลายคนบอกว่า ดูหน้าฉันแล้ว ค่อนข้างดุ เหมือน รู้สึกว่าดวงจะไม่ค่อยดี คุณเซี่ยครับ ผมดูแล้วนะ ที่โหนกแก้มของคุณดูแล้วค่อนข้างสูง สาเหตุเพราะคุณอายุมาก เมื่อเราอายุมาก จะทำให้ไขมันและคอลลาเจน บางส่วนหายไป จะทำให้จุดไท่หยางและแก้ม ของเราค่อนข้างบุ๋มลงไป ดูในทางตรงกันข้าม โหนกแก้มของคุณก็เลยค่อนข้างเด่น ครับ ถ้าเติม ผมแนะนำคุณ อย่าเติมเป็นบริเวณกว้าง เพราะแบบนั้นเหมาะกับ ผู้หญิงอายุประมาณต่ำกว่า 20 ปี พวกเขาสามารถเติม ตรงจุดไท่หยางหรือหน้าแก้ม แบบนั้นจะทำให้ท่าทางโดยรวม ดูแล้ว ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ถ้าเป็นคุณผมคิดว่า ไม่เหมาะจริง ๆ ครับ

    แต่หมอเนี่ยคะ ถ้าฉันยืนกราน จะทำให้ได้ล่ะคะ ยืนกรานที่จะทำ ผมคิดว่าไม่เหมาะจริง ๆ ครับ ผลลัพธ์จะออกมาตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ผมคิดว่าคุณ ถ้าจะแก้ปัญหาจริง ๆ ผมคิดว่าสามารถแก้ปัญหา ริ้วรอยระหว่างคิ้วของคุณได้ แล้วก็รอยตีนกาของคุณ จะทำให้ดูแล้ว สดใสมากขึ้น มีชีวิตชีวาขึ้นหน่อยครับ เพราะปัญหาใหญ่สุด ของคุณในตอนนี้ ก็คือ ทั้งใบหน้า ดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดครับ ขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้ฉันอยากเข้าห้องน้ำหน่อยค่ะ น้ำมันหอมระเหยของพวกคุณ ทำเอาฉันทนไม่ไหวเลยค่ะ คุณสกุลอะไรนะครับ เนี่ยครับ เพิ่งมาใช่ไหม ใช่ครับ ยังเด็กเกินไป หมอเนี่ย คุณเป็นอะไรไป เราตกลงกันดีแล้ว ที่ประตูไม่ใช่เหรอ อย่าพูดถึงอายุ ความเหนื่อยล้า คำศัพท์พวกนี้ ผอ.คัง ผมเพียงแค่ บอกสภาพบนใบหน้าของเขาที่เห็น บางส่วนกับเขา – และวินิจฉัยให้เขาอย่างดีที่สุด – แต่คุณทำแบบนี้จะทำให้เขารู้สึก ว่าตัวเขาเองแก่มากนะ ผอ.คัง ผมคิดว่า คุณเซี่ยเขาควรจะ ตรวจเช็ก… หมอเนี่ย คืออย่างนี้นะ ฝีมือของคุณดีมาก สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

    แต่ว่า มีบรรยากาศการคุยที่ดี ให้คุณค่าทางอารมณ์ที่ดี แก่อีกฝ่ายหนึ่ง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณเข้าใจไหมคะ คุณค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ฉันจะไปขอโทษลูกค้าก่อน โอเคไหมคะ ช่วงนี้สามีฉัน ชอบไปหาอดีตภรรยาของเขา พูดอย่างดีว่าไปเยี่ยมลูก ใครจะไปรู้ว่าไปเยี่ยมผู้ใหญ่ หรือไปเยี่ยมเด็กกันแน่ ฉันได้ยินว่า คุณนายเฉียนตึกสี่นั้น ตอนนี้โวยวายจะหย่า เพราะสามี ตอแยไม่ตัดขาดกับอดีตภรรยา สามีเธอดีกับเธอจังนะ เขาแต่งงานรอบสอง อดีตภรรยาก็รู้งานเลย เหลาเสิ่นเคารพเธอ อดีตภรรยาเขาพาลูกชาย อยู่ที่เมืองนอก อย่างซื่อสัตย์ ไม่เคยจงใจหาเรื่องอะไร ไม่ติดต่อกับอดีตภรรยาเลย ทำเอาคนอื่นอิจฉาไปเลยนะ แยกกันมาหลายปีแล้ว ต่างคนต่างอยู่มาหลายปี ฉันไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก พวกเธอดูคุณนายหลิวนั่นสิ ทั้งสาวทั้งสวยแบบนั้น เริ่มทำธุรกิจกับสามีเขา แถมยังมีลูกอีกสองคน สามีคนนี้บอกว่านอกใจก็นอกใจเลย ทำให้คนรู้ไปทั่ว น่าอับอายมากเลย จริงเหรอ เพราะงั้นถึงได้บอกว่า จิตใจต้องดี จิตใจยิ่งแย่ ผู้ชายก็จะหนีไปยิ่งเร็ว ระดับการแพทย์ของหมอเนี่ย ยอดเยี่ยมแน่นอนค่ะ เราแย่งตัวเขามาจาก โรงพยาบาลใหญ่ ๆ หลายที่เลยนะคะ ไม่อย่างนั้น ฉันคงไม่กล้า แนะนำเขาให้คุณหรอกค่ะ

    พี่เซี่ยหลิง เพียงแต่เขา เพิ่งมาที่โรงพยาบาลเราจริง ๆ ดังนั้นวิธีการแสดงออกของเขา เลยไม่ค่อยเหมาะกับพวกเรา… จื่อโหยว ฉันก็เคยเจอหมอมาเยอะแล้ว ใช่ค่ะ ๆ แต่ว่า ก็ไม่ควรตำหนิหมอเนี่ย ความเข้าใจของเขาที่มีต่อใบหน้าฉัน กับที่ฉันเข้าใจ ต่อใบหน้าของตัวเองนี้ อาจจะไม่เหมือนกัน ที่รัก อยู่ ๆ ผมก็นึกขึ้นได้ เพื่อนผมเคยแนะนำหมอชาวญี่ปุ่น ให้ผมคนหนึ่ง มาประเทศจีนปีละครั้ง – ผมกับเพื่อนผม… – ที่รัก ฉันไม่อยากให้เพื่อนของคุณ รู้เรื่องฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณไม่เข้าใจล่ะ ผมเข้าใจแล้ว คุณว่ามาสิคุณผิดตรงไหน ผมผิดไปแล้ว ๆ ผมไม่ระวังอีกแล้ว ไม่ระวังอีกแล้ว จื่อโหยว ไม่เป็นไร ทำไม่ได้เราก็เปลี่ยนโรงพยาบาล โอเคไหม ไปเถอะ ๆ ผมจะไปขับรถนะ พี่เซี่ยหลิง อยู่ ๆ ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เครื่องมือบิวตี้สตาร์ที่คุณถามฉันครั้งก่อน มาถึงแล้วนะคะ ไหน ๆ วันนี้ก็มาแล้ว คุณอยากลองหน่อยไหมคะ วันนี้เหรอ ใช่ค่ะ

    ยังไม่ได้กำหนดราคา ยังไม่ได้ทำโฆษณาเลย คุณเป็นลูกค้าคนแรก โรงพยาบาลเราให้คุณฟรีค่ะ ก็มีเวลานะ งั้นฉันลองนะคะ งั้นก็ลองสิ งั้นคุณรอสักครู่นะคะ ฉันจะไปเตรียมของค่ะ – ได้ ขอบใจนะ – รอสักครู่นะคะ งั้นก็ลำบากคุณ รออีกหน่อยนะคะ จะบอกว่าลำบากได้ยังไง ผมเป็นผู้เข้าแข่งขัน ที่จะอยู่รับใช้จนถึงสุดท้ายเลย เยี่ยมที่สุดเลยค่ะ นักเรียน ครูคิดว่านักเรียน ต้องเคยได้ยิน ชื่อคณะศิลปะอิงโจว ทั้งเมือง มีแค่โรงเรียนไม่กี่แห่ง ที่มีสิทธิ์ก่อตั้งคณะแยก โรงเรียนเราก็เป็นหนึ่งในนั้น หวังว่านักเรียนที่สนใจ และมีความสามารถ จะกลับไป คุยกับผู้ปกครองหน่อยนะ ก่อนบ่ายวันศุกร์ เอาแบบฟอร์มที่ผู้ปกครองเซ็นแล้ว ส่งให้หัวหน้ากลุ่มของแต่ละกลุ่มนะ ได้ยินชัดเจนกันหรือยัง ชัดเจนแล้วค่ะ โอเค เลิกเรียนจ้ะ นายจะเข้าร่วมไหม ฉันเข้าร่วมอยู่แล้ว ที่บ้านฉัน ให้ฉันสอบวัดระดับเปียโนตั้งแต่เด็ก เพื่อคณะศิลปะนี้แหละ ครอบครัวพวกนาย เริ่มเตรียมตัวนานขนาดนี้เลยเหรอ นี่ไม่ใช่ชั้นเรียนที่น่าสนใจธรรมดา ๆ นะ เด็กที่เข้าร่วมได้ ไม่เพียงมีโอกาสได้ฝึกฝน และแสดง ยังสามารถไปแสดงต่างที่ โรงเรียนฝึกอบรม เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น

    เรื่องที่ดีขนาดนี้ จริงเหรอ [คณะศิลปะอิงโจว เมืองผิงป๋อ] รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ ไม่เลวจริง ๆ ด้วย พี่เซี่ยหลิงคะ สามีคุณใส่ใจคุณมากเลยนะคะ เขารออยู่ข้างนอก อย่างเชื่อฟังตลอดเลยค่ะ เขาชอบดื่มชาหรือว่ากาแฟคะ ฉันจะให้คนส่งไปให้เขา ไม่ต้องสนใจเขาหรอก ไม่เป็นไรค่ะ แอร์เย็นเกินไปหรือเปล่าคะ คุณเซี่ย คุณยังมาสก์หน้าไม่เสร็จนะคะ ไม่ละ ฉันไม่มาสก์แล้ว ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ ทำไมแค่จาม ก็ต้องไปห้องน้ำด้วยล่ะ มีใครไหมคะ พี่เซี่ยหลิง ไปด้านนั้นก่อนนะคะ ฉันจะอยู่หน้าประตูให้ ไม่มีใครเข้าไปหรอกค่ะ แต่ว่า ฉันจะกลับไปยังไงล่ะ คุณเอาอย่างนี้นะคะ คุณเข้าไปในห้องนั้น คุณล็อกประตูให้ดี ฉันจะไปเอาเสื้อผ้าคุณมา เดี๋ยวฉันกลับมานะคะ ได้จ้ะ ๆ ๆ เธอรีบไปนะ ๆ ขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณมากนะ จื่อโหยว ถ้าเมื่อกี้ไม่มีเธอ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าจะออกจากประตูนั้นยังไง มีอะไรให้ขอบคุณกันคะ เรื่องคุณไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันจะเล่าเรื่องน่าอายของฉัน ให้คุณฟังนะคะ มีครั้งหนึ่ง ฉันประชุมอยู่ข้างนอก

    มีหลากหลายคนแบบนั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าหลายวันนั้น ฉันกินอะไรไปกันแน่ รู้สึกว่าแน่นท้องมาก ๆ อยากผายลมอยู่ตลอด ฉันก็อดทนแล้วอดทนเล่า จนกระทั่งฉันอดทนไม่ไหวแล้ว ฉันคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่บนเวทีนั้น พูดคุยกันเสียงดังขนาดนั้น ฉันแอบผายลม น่าจะไม่มีคนรู้หรอก ผลลัพธ์ เสียงดังอย่างกับอะไรดี สิ่งที่สำคัญสุดไม่ใช่จุดนี้ สิ่งสำคัญคือที่ฉันผายลม ตอนนั้น เพื่อน ๆ คุยกันจบแล้ว ทุกคนหันกลับมามองฉัน ฉันอายจนอยากจะ แทรกแผ่นดินหนี งั้นเธอก็น่าสงสารมากเลย เทียบกับเธอแล้ว วันนี้ฉันถือว่าโชคดีแล้วละ ดังนั้นฉันเลยบอกคุณ แค่คนเดียวนะคะ ให้พวกเขารู้ ต้องหัวเราะเยาะฉันแน่ ๆ คุณต้องช่วยฉันเก็บเป็นความลับด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วง พี่เซี่ยหลิง ตอนที่คุณตรวจร่างกาย ได้ตรวจกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของคุณไหมคะ เคยตรวจตอนที่ คลอดลูกเสร็จแล้ว แต่ก็ไม่มีปัญหานะ ความจริงแล้วมีผู้หญิงหลายคน มาที่นี่ของเราเพื่อทำ โปรแกรมคล้าย ๆ แบบนี้ เพราะมีผู้หญิง ที่ผ่านการคลอดลูก ไม่มากก็น้อยที่กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน จะหย่อน เล็กน้อย ดังนั้นตอนที่จาม หรือว่าไอ ก็จะเกิดเหตุการณ์ แบบเมื่อกี้ได้ง่ายค่ะ

    ช่วงนี้คุณเป็นแบบนี้ไหมคะ จื่อโหยว โปรแกรมแบบนี้จำเป็นต้องผ่าตัดไหม ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดค่ะ ได้ผลดีอยู่นะคะ ดังนั้นฉันเลยอยากบอกว่า ถ้าคุณมีเวลา มาเช็กที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อไรก็ได้ แน่นอนว่าไม่เป็นจะดีที่สุด แต่ถ้าเป็นนิดหน่อย โปรแกรมด้านนี้ของโรงพยาบาลเรา – ที่รัก – ความจริงก็… ที่รัก คุยโปรแกรมอะไรกันเหรอ ไม่มีอะไรค่ะ จื่อโหยว ฉันคิดว่า ฉันไม่น่าจะเป็นปัญหานั้นหรอก ค่ะ อีกอย่างโปรแกรมใหม่ของพวกเธอวันนี้ ฉันก็ลองแล้ว ไม่เลวนะ แต่จะให้ฉันเป็นหนูทดลอง โปรแกรมใหม่ทุกอย่างของพวกเธอ ไม่ได้สิ เปล่าค่ะ ๆ พี่เซี่ยหลิง ไม่หรอกค่ะ เรายังมีนัดกินข้าว ฉันไม่คุยกับเธอแล้วนะ ได้ค่ะ ไปเถอะ กลับดี ๆ นะคะ พี่เซี่ยหลิน มาถูกเวลาจริง ๆ ที่รัก ในห้องนี่กลิ่นอะไรกัน ทำไมถึงเหม็นขนาดนี้ นี่ นี่ นี่คือน้ำหอมที่คุณซื้อให้ฉันนะ ซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว เหม็นแล้วคุณซื้อมาทำไม ผมซื้อให้คุณเหรอ รสนิยมผมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ผมก็ไม่รู้ ตอนนั้นผมผ่านห้างพอดี

    ผมเลยเข้าไป หาพนักงานหยิบสุ่ม ๆ มาสักขวด ที่รัก คุณว่าคืนนี้ คุณไม่ต้องทำงานจนดึกขนาดนี้แล้ว ดีไหม เรามาดื่มเหล้า เข้านอนเร็วหน่อยดีไหม คุณดูสิ สไลด์นำเสนอที่หลีเหวินทำ ทำออกมาดีมากเลย ไปอาบน้ำละ ไม่เลวจริง ๆ อยู่กันหมดเลยเหรอ คุณนายเสิ่น คุณนายเสิ่น ฉันอบคุกกี้เอง เอามาให้พวกเธอลองชิมด้วยนะ คุณนาย ฉันเองค่ะ ชิมสิ ๆ ทำออกมาดีมากเลยค่ะ หอมมากเลย พวกเธอชิมสิ เป็นยังไงบ้าง นี่ฉันอบครั้งแรกเลยนะ อบครั้งแรก อบได้ดีขนาดนี้เลย คุณนาย คุณเก่งมากเลยค่ะ ครั้งหน้าจะอบรสช็อกโกแลต มาให้พวกเธอนะ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณนาย ทำงานเถอะ ๆ ๆ นี่ที่ทำงานใครน่ะ ทำเหมือนเกิดอะไรขึ้นเลย ของหลีเหวินค่ะ แล้วเขาล่ะ วันนี้ไม่มาทำงานเหรอ เขาประชุมกับท่านประธาน อยู่ในห้องทำงานค่ะ คุณนายเสิ่น คุณอยากดื่มอะไรไหมคะ โซดาแล้วกัน ประธานหลิน คุณมาแล้วเหรอคะ เขายังประชุมอยู่เหรอ อีกสักพักเลยค่ะ

    ฉันมาช่วยประธานเสิ่นหยิบเอกสาร เอาฉบับไหนล่ะ น่าจะอยู่ในลิ้นชักค่ะ เธอหยิบสิ เธอหยิบเลย ให้ฉันเหรอ ไม่ให้คุณแล้วจะให้ใครล่ะ งั้นคุณนั่งอยู่ก่อนนะคะ ฉันจะไปบอกประธานเสิ่น ให้เขาเลิกประชุมแล้วมาหาคุณ พี่จ้าว ประธานหลิน รีบเก็บกวาดให้ฉันหน่อย ไม่ได้ลวกใช่ไหมคะ ไปเอาโคล่ามาให้ฉันหน่อย ขอเย็น ๆ นะ โคล่า ทำไมเหรอ ห้องชากาแฟมีอยู่ไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนมีค่ะ แต่ผอ.คังบอกว่า ศูนย์เวชศาสตร์ความงามวางโคล่าไว้ ดูไม่ดีต่อสุขภาพ ให้พวกเราเปลี่ยนเป็น น้ำแร่นำเข้าแล้วค่ะ ฉันจะไปเอามาให้คุณขวดหนึ่งนะคะ ใครบอกว่าเวชศาสตร์ความงามวางโคล่าแล้ว จะไม่ดีต่อสุขภาพ ใครพูดกัน ผอ. ผอ.คังเป็นคนพูดค่ะ ฉันจะดื่มโคล่า ไปซื้อมาวางให้เต็มเลยนะ ได้ค่ะ ๆ ๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้นะคะ ผอ.คัง วันนี้มาเช้าจังนะ พอดีเลย มีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย ว่ามาสิ เซี่ยหลิง ฉันกับหมอเนี่ยต่างคิดว่า ปัญหาที่รุงแรงที่สุดของเขาตอนนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่ใบหน้า เขาต้องทำกายภาพบำบัดหลังคลอด แต่ตัวเขาเองเหมือนจะค่อนข้างต่อต้าน กับเรื่องนี้ ตอนแรกฉันคิดว่า จะไปหาเขากับหมอเนี่ย แต่คนอย่างหมอเนี่ยนี่ พูดจาตรงไปตรงมาเกินไป

    ล่วงเกินคนอื่นได้ง่าย ฉันคิดไปคิดมา ให้เขาทำงานของตัวเอง ให้ดีก็พอแล้ว อย่าทำให้เขาลำบากใจเลย ไม่อย่างนั้นเธอไปกับฉันหน่อยสิ แบบนี้จะดูเหมือนว่า เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับเขา ฉันคิดว่าปัญหาที่ใบหน้าของเซี่ยหลิง ค่อนข้างรุนแรงนะ พวกเธอแก้ไขปัญหาที่ใบหน้าของเขา ให้ดีก็พอแล้ว ปัญหาอย่างอื่นที่ซ่อนอยู่ ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น – ค่อยว่ากันทีหลัง – ทำไมไม่เข้าใจล่ะ ที่ฉันพูดกับเธอน่ะ ตอนนี้สิ่งที่แก้ได้ยากของเขา ก็คือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อน ปัญหานี้ ฉันว่าเราควรจะเกลี้ยกล่อมเขา ให้แก้ไขเรื่องที่รุนแรง ที่สุดก่อน เธอกำลังสอนฉันอยู่เหรอ พูดอะไรน่ะ ฉันขอถามเธอหน่อยนะ ทำไมเธอต้องเปลี่ยนโคล่า เป็นน้ำแร่ด้วย มีคนเคยถามฉัน เคยขอความยินยอมจากฉันหรือเปล่า ทำไมไม่มีใครบอกฉันเลย เธอเป็นอะไรไหมเนี่ย โคล่าขวดเดียว เธออยากดื่มก็ให้พี่จ้าวไปซื้อให้เธอสิ เรื่องเล็กขนาดนี้เธอต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ต้องได้รับอนุญาตจากเธอ… ใครบอกว่าเปลี่ยนโคล่าเป็นน้ำแร่ มันคือเรื่องเล็ก ใครเป็นคนกำหนดว่าอะไรเป็นเรื่องใหญ่ อะไรเป็นเรื่องเล็ก เธอเป็นวัยทองก่อนกำหนดหรือไง หาเรื่องทะเลาะเหรอ เธออย่าคิดว่า ฉันไม่รู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ เธอคิดว่าจะเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก เธอก็ตัดสินใจแทนฉันได้ ดีเลย งั้นเธอมาเป็นซีอีโอ เธอมาเป็นประธาน ลี่เจีย ยูไนเต็ดนี้ ตามสกุลคังของเธอ ดีไหม

    เธอเป็นอะไรเนี่ย หลินเชียนอวี่ ฉันเบื่อจะสนใจเธอแล้วนะ ดีมากเลย พวกเธอไม่ต้องมาสนใจฉัน พวกเธอไม่ว่าใครก็แทนที่ฉันได้ ฉันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ได้ พวกเธอทำไปทำมาเองแล้วกัน เห็นฉันเป็นถังขยะเหรอ ผอ. ผอ.คัง คุณ คุณจะไปไหนคะ ลาพักร้อน เชิญครับ โปรแกรมฟื้นฟูผิวที่โฆษณาบนแพลตฟอร์ม พรุ่งนี้มีนัด 20 คน แล้วก็ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปฉันลาพักร้อนนะคะ คังจื่อโหยว ผมดูสีหน้าคุณแล้วอยากจะ… คุณอยากทำด้วยไหม ผมจัดการให้คุณเป็นพิเศษได้นะ พรุ่งนี้บ่ายหมอเจิง มีผ่าตัดใหญ่หนึ่งเคส ดังนั้นเขาไม่มีเวลา คาดว่าการรักษาส่วนมาก ต้องรบกวนหมอเนี่ยด้วย อย่าเพิ่มปริมาณงานอย่างอื่น ในเวลาที่ไม่เหมาะสม นี่คือระเบียบของบริษัท นอกจากคุณจะบอก เหตุผลที่คุณขอลากับผม บางทีผมจะลองคิดดู เหนื่อยค่ะ เหนื่อย ลาพักร้อนเหนื่อยที่สุดต่างหาก ผมเชื่อว่าคุณต้องรู้อยู่แล้ว คุยกับคุณเหนื่อยที่สุดต่างหากค่ะ ขอบคุณที่ชมครับ ดังนั้นพรุ่งนี้ รบกวนหมอเนี่ยจัดการตามสมควรด้วยนะคะ การโฆษณาครั้งนี้ ทำร่วมกับแพลตฟอร์ม ถ้าทำออกมาไม่ดี ไม่เพียงได้รับคำวิจารณ์แย่ ๆ จากลูกค้า ในระยะหลังที่ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ก็จะได้รับผลกระทบมากนะครับ ในเมื่อคุณรู้ทุกอย่างแล้ว ยังจะแกล้งทำเป็นหมาป่าหางโต อะไรกับฉันอีก

    ไม่ใช่เหรอครับ ปกติแล้วเวลาขอร้องคน ไม่ได้มีท่าทีแบบนี้เหมือนคุณนะครับ หมอเนี่ย ลำบากแล้วนะคะ คุณทำแบบนี้ เพิ่มปริมาณงานอย่างกะทันหัน ก็จะลด เวลาพักผ่อนของผม พอผมได้พักน้อยลง ก็เป็นธรรมดาที่จะส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อสภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของผม ฉันช่วยคุณยื่นขอหยุดวันธรรมดา โอเคไหมคะ หยุดวันธรรมดา แล้วตอนนี้ผม นัดลูกค้าไว้แล้วจะทำยังไงครับ แม่ฉันบวกกับหลินเชียนอวี่แล้ว ยังไม่จัดการยากเท่าคุณเลย ไม่ใช่เหรอครับ คุณต้องเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายก่อน ถึงจะเสนอ ความต้องการของตัวเองออกมาได้ แล้วความต้องการของคุณนั้น คืออะไรกันแน่คะ ผมอยากให้คุณ รับปากผมสามเรื่อง พรุ่งนี้ทำการรักษาเพิ่มสองสามอย่าง คุณให้ฉันรับปากคุณสามเรื่อง ใช่ครับ ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอาก็ไม่เป็นไรครับ คุณลองพูดมาสิคะ มีเหตุผลฉันก็จะรับปาก ความจริงผมก็ยังไม่ได้คิด ว่าเป็นสามเรื่องไหน ไม่งั้นคุณก็รับปากไว้ก่อนสิ แล้ว ผมคิดออกค่อยบอกคุณนะ แล้วคุณ ห้ามเปลี่ยนใจนะ ตกลงค่ะ พรุ่งนี้คุณไม่ต้องเป็นห่วงมาก มีผมอยู่ ขอให้คุณมีความสุขในวันลาพักร้อนนะ ไทเฮา แม่มาแล้วเหรอ แกคิดว่าแม่อยากมาเหรอ บอกแม่ให้แม่ไม่ต้องห่วง จะดูแลนีนีอย่างดีแน่นอน เมื่อกี้ตอนที่แม่มา เด็กหิวโซเลย เสียดายจริง ๆ

    ทำไมแม่ไม่มาอยู่ กับนีนีด้วยนะ ไม่รู้ว่านีนี เป็นลูกแม่ หรือลูกแกกันแน่ ดังนั้น แม่เลยเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไงคะ แล้วแกเป็นแม่ประสาอะไรล่ะ ทำให้ลูกหิวโซ หนูทำโอที หนู หนูรีบกลับมา เพื่อทำอาหารให้เขานี่ไงคะ หนูไม่คิดว่าแม่จะอยู่นี่ ใช่ไหมล่ะ แม่ถามแกหน่อย มีแม่ที่ไหน กลางคืนไม่กลับบ้าน แกปล่อยให้นีนี อยู่ในบ้านคนเดียว แกวางมือไม่ยุ่ง แกสบายใจขนาดนี้เลยเหรอ สุดท้ายแล้วแกดูแลนีนีได้หรือเปล่า แกบอกแม่มาสิ ถ้าแกดูแลไม่ได้ แม่ก็เลี้ยงเองได้ หนูเลี้ยงได้ แม่ใจเย็น ๆ สิ หนูเลี้ยงนีนีได้ ครั้งนั้นหนู มีสถานการณ์พิเศษนิดหน่อย ดังนั้นหนูคือ หนูไม่ได้ทำแบบนี้ทุกวันเสียหน่อย แกยังจะทำอีกกี่ครั้ง แกไปดูห้องนั้นของแก อีกรอบสิ ในตะกร้าผ้าสกปรกนั่น ตะกร้าผ้าสกปรกนั่นเต็มหมดแล้ว แกดูสิ ในห้องนั้นของแกเละเทะไปหมด มีเสื้อผ้าอยู่เต็มไปหมด แกดูสิ ห้องของนีนีเขา แกยังเก็บกวาดไม่สะอาด เท่าห้องนีนีเลย แม่คะ ก็หนูชินแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ถึงของหนูจะดูเละเทะ แต่หนูก็รู้ดีอยู่แกใจ ตอนนี้แม่มาเก็บกวาดให้หนู หนูก็หาไม่เจอแล้ว ว่าของอยู่ตรงไหน งั้นแม่ก็คงผิด

    แม่ขอโทษแกแล้วกัน ครั้งหน้าของของแก แม่ไม่ยุ่งแล้วโอเคไหม เปล่าค่ะ ๆ ๆ แม่ หนู หนูผิดต่อแม่เอง หนูผิดไปแล้ว แม่อย่าโกรธเลยนะคะ ใครวางเปียโนนี่เนี่ย วางไว้ตำแหน่งนี้ดูดีมากเลยนะ ดีมาก แล้วทำไมแกไม่วางไว้ตรงนั้น นานแล้วล่ะ เปียโนนั่นกี่วันแล้ว แกคลุมมันอยู่ตลอด แกก็ไม่เปิด แล้วนีนีจะซ้อมเปียโนยังไง แกคิดแต่ตัวเอง ใช่หรือเปล่า ไม่เคยคิดเรื่องของนีนีเลย ใช่ไหม แม่คะ หนูที่อยู่ในใจแม่ ไม่มีอะไรดีเลยใช่ไหมคะ แม่ก็เข้าใจความรู้สึกหนูหน่อยสิคะ หนูต้องทำงาน หนูต้องย้ายบ้าน เก็บกวาดทั้งบ้าน ไม่ง่ายเลยนะคะ หนูแค่ช้าไปสองสามวัน เขาซ้อมเปียโนช้าไปสองสามวัน แล้วจะเป็นยังไงล่ะคะ ไม่เป็นยังไงอยู่แล้ว แต่แม่จะบอกแกให้ เปียโนของนีนี ต้องซ้อมทุกวัน ทุกวันแม่ต้อง ดูเขาซ้อมเปียโนนี้ ง่ายไหมล่ะ แม่ไม่ง่ายค่ะ โอเคไหมคะ แม่อย่ากลับมาแล้วพูดใส่หนูฉอด ๆ ได้ไหมคะ แม่จะบอกแกให้นะ ความสามารถทางศิลปะนั้นของนีนี แกอย่าทำเสียเวลาล่ะ กินข้าว นีนี กินข้าวได้แล้ว คุณยาย คุณนายเสิ่นสนใจภาพนี้เหรอครับ

    คุณว่ารูปนี้ของเขา วาดอะไรเหรอคะ ได้ยินนักเขียนบอกว่า เกี่ยวกับความรักที่บ้าคลั่งครับ ความรัก ฉันกลับมองไม่เห็นความรักอะไร ฉันคิดว่าเขามีความโกรธบางอย่าง คุณดูสีสันนี้สิ แล้วก็ลายเส้นนี้ ถ้าจะบอกว่าเป็นความรัก ก็น่าจะเป็นความรักที่แปลกประหลาด ฉันพูดไร้สาระน่ะ ตีความไปเรื่อย ไม่หรอกครับ คุณนายเสิ่น ที่คุณพูดเมื่อกี้น่าสนใจมากเลย คนส่วนมากที่เห็นรูปนี้ จะต้องสับสนแน่ ๆ เดิมทีพวกก็ดูไม่ออก ว่ากำลังวาดอะไร แต่คุณ มองเห็นการใช้งานของมัน ที่แตกต่างไปจากสีของมัน นี่คือการชื่นชม ระดับสูงแล้วครับ งั้นเหรอคะ ใช่ครับ คุณมีการสอบถาม คิดวิเคราะห์ต่อภาพนี้ แสดงว่า ภาพนี้มีโชคชะตาต่อคุณ ภาพนี้มีสามภาพ อีกสองภาพเป็นภาพพิมพ์ มีเพียงภาพนี้ที่วาดด้วยมือ ทั้งโลกมีใบเดียว เอาอันนี้ละ จี่อโหวยแกดูอันนี้หรือยัง แม่ โอกาสดีขนาดนี้ ใบสมัครของคณะศิลปะอิงโจว คณะอะไรนะคะ คณะอะไรคะ ขนมชิงถวนไส้หมูหยอง แกดูแกเป็นแม่คนสิ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แกเอาปากกาให้แม่หน่อย แม่จะกรอกให้เขา ของนีนีเหรอ ทำไมล่ะ ถามเขาหน่อยสิคะ อีกอย่างเด็กโตขนาดนี้แล้ว เราไม่ต้องกรอกให้เขาหรอก ให้เขากรอกเองสิ กรอกเองได้แล้ว

    หนูจะไปถามเขานะคะ อันนี้ลูกอยากไปหรือเปล่า ไม่อยากไป แล้วทำไมลูกไม่พูดล่ะ กลัวคุณยายไม่มีความสุขใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง แม่คะ เราคุยกันหน่อยได้ไหม หนูกับนีนีคิดว่า ตอนนี้เขาไป คณะศิลปะอะไรนี้ ไม่จำเป็นหรือเปล่าคะ เขาเองก็คิดแบบนี้ เขาไม่อยากไปเอง เด็กอย่างเขาจะรู้อะไรล่ะ คณะศิลปะอิงโจวจำเป็นต้องไป ไม่มีโอกาส สร้างโอกาสก็ต้องไป แกคิดว่าเป็นชมรมของโรงเรียน ธรรมดา ๆ แบบนั้นเหรอ คณะศิลปะอิงโจวนี้ จะต้องไปทำการแสดงทุกปี อีกอย่างเด็กที่ได้ไปก็เป็น เด็กที่ครอบครัวอบรมสั่งสอนมาดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชีวิตนี้ ที่จะคิดถึงเกียรตินี้ได้ แค่เพียงประสบการณ์ที่เขา ออกไปแสดงต่างประเทศเหล่านี้ ตอนสอบเข้ามหาลัยในอนาคต ก็เพิ่มคะแนนได้ นี่มีประโยชน์กว่าการอยู่บ้าน อ่านหนังสือร้อยเล่มเสียอีก ใช่ค่ะ ต้องมีข้อดีของมันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้นีนีเรียนม.ต้นอยู่ ตอนนี้เขาก็เรียนหนัก มากจริง ๆ ทุกคืนทำการบ้าน จนถึงห้าทุ่มเที่ยงคืน เด็กคนนี้ขยันมากนะคะ ถ้าเข้าร่วมคณะแบบนี้อีก จะกดดันเขา ไปหรือเปล่าคะ เด็กไม่มีความกดดัน จะกระตุ้นศักยภาพของเขาได้ยังไง อีกอย่างนีนี แกดูสิ ซ้อมเปียโนมาตั้งกี่ปีแล้ว ลำบากขนาดนั้น โอกาสดี ๆ แบบนี้ไม่ไป

    น่าเสียดายแย่นะ แม่คะ ตอนนั้นที่เราให้เขาซ้อม ซ้อมเปียโนนี้ เพราะอยากให้เขา มีงานอดิเรกเพิ่มหน่อย เขาเองก็ชอบ ความจริงแล้วทำให้เขามีความสุขมากขึ้น ถ้าเพราะซ้อมเปียโนนี้แล้ว เขาต้องเข้าร่วม คณะที่เขาไม่อยากไป หนูคิดว่าวางลำดับความสำคัญผิดไปหน่อยนะคะ แม่คิดสิเขาไม่มีเวลาเล่นแล้ว และไม่มีเวลา ทำเรื่องอื่นที่อยากทำ หนูคิดว่าเขาไม่มีความสุขนะคะ เรื่องแบบนี้ ก็ต้องเคารพ ความเห็นของเขาเองนะคะ เขาเพิ่งเรียนม.ต้น ไม่ใช่ว่าทุกเรื่อง เขาจะตัดสินใจเองได้ แม่ละเสียใจจริง ๆ ที่ตอนนั้นกดดันแกน้อยเกินไป เลยทำให้ต่อมาแก เอาแต่ใจแบบนี้ ทำตามใจตัวเอง เพราะงั้นปัญหาในภายหลังของแก แกคิดดูสิ ไม่ใช่ว่ามาจาก ความเอาแต่ใจของแกเหรอ หรือว่าบทเรียนในชีวิต ยังไม่พอ ไม่สิ ชีวิตให้บทเรียนอะไรหนูล่ะคะ หนูทำไมล่ะ หนูแค่หย่าไม่ใช่เหรอ จะถือว่าเป็นอะไรไป ทำไมถึงเรียกว่าเป็นบทเรียนล่ะ แกแค่หย่าเหรอ ตอนนั้นแค่ใจร้อนแกก็แต่งงานแล้ว ตอนนั้นแม่คิดว่า แกยังเด็ก ให้อิสระแกหน่อย สุดท้ายไปมายังไงไม่รู้ ก็คลอดลูกมาอีก แม่คิดว่าแกยังเด็ก ได้สัมผัสแล้วแกก็คงจะรู้ แต่ต่อมาล่ะ ก็หย่าด้วยความสับสน แกเรียนมหาลัยไม่จบด้วยซ้ำ ไม่ได้สำเร็จการศึกษา แม่เป็นคนเลี้ยงลูกของแก แกบอกว่าแกจะไล่ตามความสุข

    ความสุขของแม่ล่ะ แม่ลำบากขนาดนี้ แม่ต้องทุ่มเทให้แก กี่สิบปีแล้ว กี่ 40 ปีแล้วนะ คังจื่อโหยว หนู 39 แก 39 ในหัวแกก็ยังเต็มไปด้วยความสับสน ไม่ใช่ว่าชีวิตกดดันแก ชีวิตกดดันแม่ต่างหาก แม่ผิดก็ผิดที่ ให้อิสระแกเกินไป ดังนั้นตอนนี้แม่ แม่จะแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำไปก่อนหน้านี้ แม่จะให้นีนี เดินทางเดิมของแกไม่ได้ ทางเดินของหนูมันยังไงคะ ทำไมแม่ถึงชอบ พูดแบบนี้ต่อหน้านีนีอยู่เรื่อยเลย หนูเดินเส้นทางแบบนี้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แม่สั่งสอนเหรอคะ หนูคิดว่าชีวิตตอนนี้ของหนู ก็ตรงไปตรงมา หนูมีอะไรไม่ดีคะ ทำไมแม่ถึงมีคำบ่นในใจต่อหนู มากมายขนาดนั้น ไม่ชอบหนูขนาดนั้นเลยเหรอ แม่ต้องบ่นแกสิ แกเคยเลี้ยงลูกเองไหม เป็นแม่คนเดียวที่เลี้ยงแกจนโต แล้วก็เลี้ยงนีนี จนโตคนเดียว นอกจากเรื่องงาน เรื่องไหนบ้างที่แม่ไม่ใช่เช็ดล้าง ให้แกอยู่ข้างหลัง สิ่งที่แกควรรับผิดชอบ แกก็วางมือไม่ยุ่ง ความรับผิดชอบของแกไปอยู่ที่ไหน ได้ หนูไม่มีความรับผิดชอบ หนูไม่มีความรับผิดชอบ หนูมันแย่ โอเคไหมคะ หนูติดหนี้แม่ หนูขอโทษแม่ด้วย แต่พูดตามความจริงแล้ว หลายปีมานี้หนูไม่ได้ขยันทำงานเหรอคะ อย่างน้อยในด้านนี้ ก็ไม่ได้ทำให้แม่กับนีนี ได้รับความน้อยใจในชีวิตเลยนะคะ

    หนูไม่มีความดีความชอบสักนิดเลย ใช่ไหม ใช่ แกขยัน แกมีความดีความชอบ แกหาเงิน แล้วเงินแก้ปัญหาทุกอย่างได้ไหม เพื่อนที่แกควรจะมีล่ะ การนำพาที่ดีล่ะ แกพูดได้ไหมว่าแก ไม่ได้ทำให้นีนีรู้สึกขาด เด็กจะมาหรือไม่มา แม่จะเคารพความต้องการของเด็ก ความจริงแกแค่อยากวางมือไม่ยุ่ง แม่มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่า หนูวางมือไม่ยุ่ง ตอนนั้นใครกันที่บอกว่า แกไปทำงาน แกไม่ต้องสนใจลูก แม่จะช่วยแกเลี้ยงเอง เป็นเพื่อนของหนู นั่นเพราะแม่เข้าใจแก แม่บังคับให้แกแต่งงานเหรอ แม่บังคับให้แก เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ ทำไมแม่ต้องเอาแต่พูดเรื่องนี้ด้วย เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้วยังไงคะ เลิกทะเลาะได้แล้วค่ะ การมีหนูอยู่มันคือความผิด หนูเป็นคนทำให้แม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หนูเป็นลูกติด เป็นภาระ นีนี ขอโทษนะ เมื่อกี้คุณยายกับแม่ ไม่ได้หมายความแบบนั้น ไม่หรอกค่ะ หนูกำลังคิดเรื่องของหนูอยู่ หนูไม่ได้เข้าใจผิด และไม่อยากได้ยินพวกแม่ทะเลาะกัน เมื่อกี้เพราะเราแค่บอกว่า เรื่องนั้น ลูกเหมือนจะลังเล คุณยายแค่คิดว่า เขาไม่อยากให้ลูกเดินทางอ้อม แต่แม่คิดว่า ลูกคือ มีความคิดของลูกเอง แล้วทุกวันลูกก็มีความสุข ลูกชอบทำเรื่องแบบนี้ สำคัญกว่า อีกอย่างแม่ก็คิดว่าลูกโตแล้ว ลูกตัดสินใจเรื่องของตัวเอง ได้แล้ว กลับกันตั้งแต่เล็กจนโต

    แม่ก็ไม่เคยสนใจหนู หนูเป็นคนตัดสินใจเองมาตลอด ไม่ได้ขาดสิ่งนี้เสียหน่อย ขอโทษนะ คังนี แม่ให้ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ที่มีพ่อมีแม่ กับลูกไม่ได้ แต่พ่อลูกกับแม่ต่างก็รักลูกมาก ลูกรู้เรื่องนี้ใช่ไหม เหมือนแม่จะไม่เคยเล่า เรื่องแม่กับพ่อลูกให้ลูกฟังเลย เคยเล่าไหม แม่กับพ่อลูก ตอนนั้นยังเด็กมาก 20 ต้น ๆ ละมั้ง ความจริงก็ไม่ได้เตรียม การแต่งงานให้ดี ดังนั้นต่อมา เราเกิดปัญหากัน เราเลยแยกทางกัน ต่อไป ลูกคงต้องรบกวนคุณกับแม่ ไม่ใช่สิ คุณกับคุณน้า ดูแลลูกให้ดีด้วยนะ คุณไม่ต้องห่วงเรื่องคังนีหรอก ดูจากที่คุณยอมให้เขา ใช้สกุลตามฉันแล้ว ฉันจะบอกเขาว่า พ่อยุ่งมาก แต่พ่อก็รักเขามาก จำได้ว่าตอนนั้นลูกยังเด็กมาก ติดคน แม่จะเตรียมสอบ เลื่อนขั้นอะไรสักอย่าง มีอยู่วันหนึ่ง อยู่ ๆ แม่ก็ตื่นขึ้นมา แม่เห็นว่าลูกตกลงไป ระหว่างมุ้งกันยุงกับเตียง ลูกรู้ใช่ไหม ในถุงนั้น ทั้งตัวติดอยู่ในถุงนั้น แล้วก็หัว… แม่ตกใจมาก แม่เลยอุ้มลูกไปโรงพยาบาล ระหว่างทางที่วิ่งแม่ก็คิดว่า จะเป็นไปได้ยังไง

    ทั้ง ๆ ที่แม่กอดลูกไว้อยู่ ลูกตกไปตรงนั้น ได้ยังไง หลังจากวันนั้นลูกก็ป่วย แล้วแม่ก็ต้องทำงาน และยังต้องพาลูกไปโรงพยาบาล แล้วก็ต้องเอาลูกไปทำงาน ตอนกลางคืนก็ต้องตื่นมากลางดึก ป้อนยาลูกอะไรแบบนั้น ยังไงแม่ก็ไม่มีอนาคต ไม่นานแม่ก็ป่วย ตอนนั้น แม่ถึงได้รู้ว่าคำว่าแม่ มันไม่ใช่แค่คำเรียก และไม่เพียงบอกว่า ในใจลูกมีแค่ความรักก็พอแล้ว ลูกต้องมีความสามารถนี้ ลูกต้องมีเวลานี้ ลูกต้องมี.. แต่ตอนนั้นแม่ ใช้ชีวิตตัวเองได้ แย่มาก แม่ไม่มีทางไปแบกรับ ชีวิตของคนอื่นได้ ดังนั้นแม่เลยเลือกที่จะหลีกหนี แต่ตอนนั้นแม่ไม่ได้คิดว่า แม่หลีกหนีนะ ตอนนั้นแม่ไม่ได้คิดจริง ๆ แม่คิดว่า คุณยายเลี้ยงเด็ก ได้ดีกว่าแม่ และเขาก็รักลูกมาก แม่น่ะ ก็รับผิดชอบออกไปหาเงิน ขยันหาเงิน ทำให้ลูกกับคุณยาย ไม่ต้องกังวลกับการใช้ชีวิต แม่คิดว่าดีมากเลย แม่ไม่คิดว่าขาดอะไรนะ สม สมดุลมาก ชีวิตแบบนี้ดีมาก จนกระทั่งวันหนึ่งแม่พบว่า แม่ไม่เข้าใจลูกตัวเองเลยสักนิด ลูกชอบกินอะไร ลูกชอบอะไร เกรดลูกเป็นยังไงบ้าง ลูกชอบภาษา คณิต หรือว่าวิทย์หรือว่าอะไร แม่ไม่รู้เลยสักนิด แม่เพิ่งพบว่าแม่

    พลาดการเติบโตของลูกไป สิ่งนี้ แย่มากจริง ๆ ดังนั้นบางครั้งแม่ ถึงได้ศรัทธาแม่เหล่านั้นมาก ที่จัดการเรื่องครอบครัว เรื่องงาน ทั้งสองอย่างได้ดีมาก และยังสามารถชี้ทางสว่าง ให้ลูกตัวเองได้ แม่คิดว่าพวกเขา ไม่เป็นเป็นผู้หญิง แม่คิดว่าเป็นซูเปอร์วูแมนเลยละ สุดยอดเลย ดังนั้นแม่คิดว่าตัวแม่เอง แย่มาก ความจริงแม่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ดังนั้น ลูกยินดีให้โอกาส แม่อีกครั้งได้ไหม ไปเป็นแม่ที่เหมาะสม รวมถึงเป็นเพื่อนของลูกด้วย เพื่อน แบบที่ ลูกคิดอะไรอยู่ในใจ ลูกก็ยินดีบอกแม่ แม่มีความคิดอะไร ก็ยินดีที่จะบอกลูก แล้วเราอยู่ในบ้านกัน จะได้ผ่อนคลาย เท่าเทียมกัน อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ ดูการกระทำในอนาคตของแม่แล้วกันค่ะ งั้นเริ่มพรุ่งนี้เลยดีไหม แม่จะลองทำ ของที่ลูกชอบกิน ไม่สิคะแม่ ความจริงวิธีแสดงออกของแม่ มีหลายแบบนะ แม่ไม่ต้องท้าทาย ด้านที่ตัวเองไม่เก่งสิคะ ไม่ได้ ทำอาหารเป็นเรื่องพื้นฐานสุด ถ้าขนาดทำอาหารแม่ยังทำไม่ได้ แม่จะเป็นแม่ที่เหมาะสม ได้ยังไงล่ะ อีกอย่างแม่ก็หวังว่า หลังจากลูกโตแล้ว ก็จะมีความรู้สึกแบบนั้นเหมือนคนอื่น คำนั้นเรียกว่าอะไรนะ รสชาติของแม่ในความทรงจำ เพราะงั้นลูกอยากกินอะไรล่ะ งั้นหนูก็จะไม่เพิ่มความลำบากให้แม่แล้วกันค่ะ พาสต้าครีมเบคอนที่ง่ายที่สุด

    ได้ไหมคะ นี่ ง่ายเกินไปแล้วนะ ลูกจะดูถูกแม่เกินไปแล้ว แม่รู้ไหมว่าพาสต้าต้องต้มนานเท่าไร พาสต้า ตอนนี้เปลี่ยนใจยังทันนะคะ ไม่มีทาง พรุ่งนี้ พาสต้าครีมเบคอน กลับไปกับแม่นะ คิดสิว่าพาสต้าครีมเบคอน ทำยังไงถึงจะอร่อย อีกอย่างอย่าโกรธคุณยายเลยนะ ไม่โกรธค่ะ คุณยายรักลูกที่สุดแหละ ลูกก็รู้ คุณวางไว้ตรงนี้ก็ได้ค่ะ อยู่บ้านเหรอ ไปซื้อรูปอีกแล้วเหรอ เพื่อนคุณพวกนั้น พาคุณไปแกลเลอรีนี้ แกลเลอรีนั้นทั้งวัน จุดประสงค์ไม่ใช่ว่า อยากจะเอาเงินคุณเหรอ คุณดูไม่ออกหรือไงกัน แกลเลอรีนี้ของเขาได้มาตรฐานมากเลยนะ มีชื่อเสียงในวงการมาก ได้มาตรฐานหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่อย่างน้อยคุณก็ไม่เคยศึกษา ประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างเป็นระบบ คุณก็อย่าไปทำเรื่องที่ คอยตามคนที่มีฐานะพวกนี้สิ ไม่ช้าก็เร็วคุณจะถูกหลอก ผมจะบอกไว้ให้ เอารูปมาให้ผมดูหน่อย หยิบไม่ไหว คุณดูแบบนี้แล้วกัน รสนิยมของคุณ คุณจะซื้อรูปอะไรได้ ถึงจะบอกว่าปกติ ผมไม่ได้เล่นของแบบนี้ แต่ระดับความชื่นชมของผม สูงกว่าคุณมากนะ หลินเชียนอวี่ นี่คุณซื้อ รูปอะไรมาเนี่ย แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นรูปไม่มีคุณภาพ นี่มันของเกรดต่ำไม่มีระดับ ที่แขวนอยู่บนแท่น ไม่ได้ด้วยซ้ำ คุณว่าคุณ ซื้อกระเป๋า ซื้อเครื่องประดับทุกวัน ช็อปปิงกับเพื่อนสนิทพวกนั้นของคุณ

    กินข้าวกันดีแค่ไหน คุณกลับเอาแต่ไปทำเรื่อง ที่คุณไม่รู้ สร้อยเส้นนั้นที่ผมให้คุณ ทำไมคุณไม่เคยใส่เลย ฉันไม่ได้มี แค่สร้อยเส้นนั้นเส้นเดียว ทำไมฉันต้องใส่ทุกวันด้วยล่ะ ฉันเซ่นไหว้เลยดีไหม ฉันจะบอกคุณให้นะ ฉันชอบพวก ของเกรดต่ำที่แขวนขึ้นแท่นไม่ได้ แล้วยังไงล่ะ ฉันมีความสุขฉันเลยซื้อหนึ่งรูป ฉันไม่มีความสุขฉันก็จะซื้ออีกรูป กระเป๋าฉันก็จะซื้อ เครื่องประดับฉันก็จะซื้อ รูปฉันก็จะซื้อ ไม่แน่ว่าวันไหนที่มันราคาสูงขึ้น ฉันก็จะเอามันไปประมูล ฉันยังหาเงินได้เป็นก้อนด้วย ถ้ามันราคาตก ฉันก็จะเอามันไปแขวน วันนี้ฉันแขวนรูปนี้ พรุ่งนี้แขวนรูปนี้ ฉันพอใจ ผมจะบอกคุณให้นะหลินเชียนอวี่ ห้ามแขวนรูปภาพมั่วซั่วแบบนี้ ในบ้าน ทำไมรูปของฉัน ถึงเป็นรูปมั่วซั่วล่ะ เหล้าวิสกี้ของคุณ เป็นของมั่วซั่วต่างหาก คุณเข้าใจเหล้าวิสกี้เหรอ คุณก็ทำตามคนมีฐานะไม่ใช่เหรอ โรงกลั่นเหล้า ถังไม้ แบรนด์อะไรคุณรู้จักไหม ฉันจะบอกคุณให้นะ คุณซื้อเหล้าของคุณ ฉันซื้อรูปของฉัน เราสองคนต่างไม่ก้าวก่ายกันและกัน ผมหวังจริง ๆ ว่า รูปพวกนั้นที่คุณซื้อ จะขายได้ราคาในอนาคตนะ มาเสริมลี่เจีย ยูไนเต็ดของคุณ ที่ขาดเงินสดหมุนเวียน ธุรกิจลี่เจีย ยูไนเต็ดของฉัน ดีจะตายไป ทำไมล่ะ คุณหลอกใครน่ะ

    ถ้าไม่ใช่ผมที่ให้เงินคุณ ต่อทุกเดือน ลี่เจีย ยูไนเต็ดของคุณ จะอยู่ได้ถึงตอนนี้เหรอ เงินที่ทั้งกลุ่มบริษัทให้คุณ ครึ่งปีแรก คุณก็ใช้เกือบจะหมดแล้ว ผมจะดูสิว่าครึ่งปีหลังคุณจะทำยังไง เราเริ่มร่วมงานกับ แพลตฟอร์มใหม่แล้ว เพิ่มอุปกรณ์และโปรแกรมใหม่แล้ว แถมยังมีหมอใหม่ ฉันจะบอกคุณให้ ลี่เจีย ยูไนเต็ดของเรา ใกล้จะดังแล้ว