EP.5 (FULL EP) |เธอผู้สว่างสดใส(Viva Femina) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เธอผู้สว่างสดใส] [ตอนที่ 5] คุณหลอกใครน่ะ ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าผม ออกเงินให้คุณทุก ๆ เดือน ลี่เจีย ยูไนเต็ดของคุณ จะอยู่ได้ถึงตอนนี้งั้นเหรอ เงินที่เครือข่ายบริษัท ทำให้คุณในครึ่งปีแรก คุณจ่ายไปแทบจะหมดแล้ว ผมจะดูสิว่าครึ่งปีต่อจากนี้คุณจะทำยังไง พวกเราทำสัญญากับ แพลตฟอร์มใหม่เรียบร้อยแล้ว แล้วยังมีอุปกรณ์และรายการใหม่ แล้วก็หมอใหม่อีกด้วย ฉันจะบอกคุณให้นะ ลี่เจีย ยูไนเต็ดของพวกเรา ตอนนี้กำลังจะโด่งดังแล้ว หลินเชียนอวี่ คุณน่ะนะ ใช้ชีวิตดี ๆ มากเกินไปแล้ว คุณทำไปทำมาปริมาณการขายที่ได้ก็ไม่ได้เยอะอะไร ไม่พอให้คุณซื้อรูปภาพด้วยซ้ำไป ผมจะบอกคุณอีกครั้งนะ หลินเชียนอวี่ พรุ่งนี้เอาภาพพวกนี้ ไปคืนให้ผมซะ คุณคืนก็คืน ไม่คืนก็ต้องคืน [ภรรยาของคุณไม่อยู่เหรอคะ] [เขาทำงานยังไม่กลับมา] [คุณรู้ไหวว่าทุกวันนี้] [ผมต้องคอยเอาอกเอาใจพวกเขาสองคนนั้น] [ผมหายใจไม่ออกเลย] [ดังนั้นผมเลยคิดว่า] [จะนัดคุณ] [พวกเราไปขับรถตั้งแคมป์] [ผ่อนคลายกันไหม] [ภรรยาของคุณไม่ทำให้คุณผ่อนคลายเหรอคะ] [ผ่อนคลายอะไรกันล่ะ] [เป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว] [ไม่น่าสนใจแล้ว] [ตอนนี้ผมไม่มีความสนใจ] [เรื่องแบบนั้นแล้ว] [คุณเข้าใจไหม] [อีกอย่างนะหลังจากที่เขาคลอดลูกเสร็จ] [เรื่องนั้นก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว]
[คุณไม่มีลูกคุณไม่เข้าใจหรอก] ด้านพวกนี้เธอต้องระมัดระวังมาก ๆ นะ – เธอต้องอธิบายพวกเขาดี ๆ – พี่เซี่ยหลิง คุณมาแล้วเหรอคะ ทำไมวันนี้คุณถึงได้มีเวลาว่าง มาที่นี่ได้ล่ะคะ จื่อโหยวอยู่ไหม พี่เซี่ยหลิง คุณมาแล้วเหรอครับ เซี่ยหลิงนัดไว้วันนี้เหรอ ใช่ค่ะ ให้ ให้ ให้ ถือไว้ ถือไว้ คุณเซี่ยหลิง เชิญเข้าครับ คุณเซี่ยหลิง คุณมาแล้วเหรอคะ รีบนั่งเถอะค่ะ คังจื่อโหยวล่ะคะ คังจื่อโหยวเหรอคะ เขาสองวันนี้ไม่ค่อยสบาย ขอลาป่วยค่ะ แต่ว่าไม่เป็นอะไรค่ะ ถ้าคุณมีความต้องการอะไร คุณบอกกับฉันได้เลยค่ะ จริง ๆ นะคะ ครั้งที่แล้วที่คุณทำบริเวณใบหน้า รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ อันนั้น ค่อนข้างดีเลยนะคะ ค่อนข้างดีเลยใช่ไหมล่ะคะ ฉันก็บอกแล้วว่าเครื่องมืออันนั้นดีมาก ๆ พวกเรามีเครื่องมือมาใหม่ อีกหลายเครื่องเลยค่ะ ทั้งตลาดมีแค่ที่เราที่นี่ที่เดียวเลยนะคะ บริเวณหน้า บริเวณคอ ร่างกาย ทำได้หมดเลยค่ะ มีแค่ที่เราที่นี่ที่เดียวเลยนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ ประธานหลิน แบบนี้แล้วกันนะคะ
รอคังจื่อโหยวหายป่วยแล้ว ให้เขาติดต่อฉัน หลังจากที่เขากลับมา ดีไหมคะ วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ ฉันไปก่อนค่ะ ประธานหลิน เชิญเข้ามาครับ หมอเนี่ย ประธานหลิน เซี่ยหลิงมาที่นี่แล้ว น่าจะอยากทำการรักษา ก่อนหน้านี้เคสของเขา เป็นคังจื่อโหยวรับมาตลอด ฉันจำได้ว่าพวกคุณสองคน เหมือนกับว่าจะเคยรับงานด้วยกันครั้งหนึ่ง ไม่งั้นการรักษาของเซี่ยหลิง ให้คุณดูแลก็แล้วกัน กลัวว่าคงจะไม่ได้ครับ ผมคิดว่าคุณคงรู้ว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยทำให้เขา โมโหไปแล้วครั้งหนึ่ง อีกอย่างเซี่ยหลิงคนนี้ แน่วแน่ในความคิดส่วนบุคคนมาก คงมีแค่ผอ.คัง ที่จะรับมือเขาได้ ถ้าหากคุณไม่อยาก จะเสียลูกค้าไปละก็ ผมแนะนำให้คุณ ไปหาผอ.คังเถอะครับ ผมยังมีการผ่าตัด ผมไปทำงานก่อนนะครับ คุณไปทำงานเถอะค่ะ ทำงานเถอะ ดึกขนาดนี้แล้ว มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ ถึงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์แล้วไม่ใช่หรือไง ฉันซื้อปูขนมาให้แม่บุญธรรม ไม่มีส่วนของเธอหรอกนะ แต่ว่าเธอช่วยเอาไปให้เขาหน่อยละกัน บ้านเราก็ใช่ว่าจะซื้อไม่ได้ ไม่ต้องการ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยของฉัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเสียหน่อย เธอไม่เอาใช่ไหม ถ้าเธอไม่เอาก็ทิ้งมันไว้ตรงนี้แหละ แม่ฉันอยู่ข้างบน แม่บุญธรรมคะ แม่บุญธรรม หนูมาแล้วค่ะ – เชียนอวี่มาแล้วใช่ไหม – แม่บุญธรรม เชียนอวี่
เธอไม่ได้มา ที่บ้านของพวกเรานานแล้วนะ หนูก็มาหาแม่แล้วนี่ไงคะ เทศกาลใกล้มาถึงแล้ว หนูเอาปูขนมาให้แม่นิดหน่อย ครั้งหน้าไม่ต้องเสียเงินแล้วนะ วันนี้เตรียมว่าจะให้คังจื่อโหยว เอาจากที่บริษัทกลับมาให้ สุดท้ายปรากฏว่าวันนี้เขากลับไม่มาทำงานซะงั้น แม่ของเธอโดดงานแล้ว โดดงานแล้วงั้นเหรอ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงได้ผอมแบบนี้ล่ะ แม่ของเธอทำอาหาร ไม่อร่อยใช่ไหม ไม่เป็นไรนะ มากินข้าวที่บ้านพวกเรานี่มา – ได้ค่ะ – น้องชายคิดถึงเธอแล้ว ถ้าครั้งหน้าเขาโดดงานอีก เธอหักเงินเดือนเขาเลยนะ ไม่ได้สิคะ แม่บุญธรรม พวกเราเป็นอะไรกัน ทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เชียนอวี่ เธอยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม แม่บุญธรรมทำของที่เธอชอบ ให้สักสองสามอย่าง ดีค่ะ กินที่บ้านละกัน ดีค่ะ ดีค่ะ แม่คะ ประธานหลินเขายุ่งจะตาย มีเวลากินข้าว กับเราที่นี่ที่ไหนกัน เขามาหาหนู เพื่อคุยธุระ ไปเถอะ ประธานหลิน ไปคุยธุระกัน ทำอะไรน่ะ เธอคิดจะทำอะไร แยกตัวออก จะแยกกับฉันจริง ๆ ใช่ไหม ทำไมจะไม่ให้คน พูดความจริงแล้วหรือไง ฉันถามเธอนะ ที่ไม่มาทำงาน เธอขอลาหยุดกับใคร
ฉันมีวันหยุดประจำปี ฉันไม่อนุญาติ พวกเราเคยตกลงกันแล้ว วันหยุดประจำปีของฉันไม่จำเป็นต้องขออนุญาติเธอ ถ้างั้นเธอหมายความว่ายังไง จะไม่มาทำงานตลอดไปหรือไง ลาพักสองสามวันละกัน เรื่องต่อจากนี้ ค่อยคุยทีหลัง คือว่าเซี่ยหลิงบอกว่า จะมาทำการรักษาต่อ จริงเหรอ งั้นก็ดีไม่ใช่เหรอ ถ้างั้นเธอจะเอายังไงกันแน่ ถ้าเธอไม่มาตลอด ฉันจะยกเขาให้คนอื่นแล้วนะ ได้สิ ยังไงซะเซี่ยหลิงก็ยินดีที่จะ มาทำการรักษาแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ฉันไม่ใช่หมอสักหน่อย เดี๋ยวสิ ฉันก็แค่คิดว่า เซี่ยหลิง ลูกค้าคนนี้ เธอตามมาตั้งนานขนาดนี้ ไม่มีคุณูปการก็มีการลงแรงในการทำงาน เธอยินดีที่จะ ยกให้คนอื่นแบบนี้งั้นเหรอ เหนื่อยแล้ว ยังไงก็อยากจะลาพักต่อ มีค่าคอมมิชชั่นนะ ประธานหลิน ที่จริงแล้วเธอไม่ได้สนใจ เลยสักนิดว่าฉันจะกลับบริษัทไหม เธอก็แค่หวังให้ ฉันไปดึงเซี่ยหลิงมาให้ได้แน่ ๆ ตอนนี้ เซี่ยหลิงบอกกับเธอใช่ไหมว่า ถ้าฉันไม่อยู่ เขาจะไม่ทำการรักษา ดังนั้น ประธานหลิน ฉันยังอยากลาพักต่อ ถ้างั้นเธอก็พักผ่อนให้ดี ๆ ละ อย่าคิดว่าถ้าโลกนี้ไม่มีเธอ จะหมุนต่อไปไม่ได้นะ ไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อนเลย ประธานหลิน เธอดูสิ เธอยุ่งขนาดนี้ เธอยังเดินทางมาโดยเฉพาะอีก
หลังจากนี้ไม่ต้องนะคะ แค่โทรศัพท์มาก็พอ แม่บุญธรรมคะ หนูกลับก่อนนะคะ ไปแล้วเหรอ ไม่กินข้าวเหรอ ฉันเริ่มทำอาหารแล้วเนี่ย เขาไม่มีเวลากินจริง ๆ ค่ะแม่ กลับดี ๆ นะ ประธานหลิน มีเรื่องอะไรก็โทรศัพท์มา สั่งงานได้ตลอดเลยนะ ได้ กินปูให้เยอะ ๆ พักผ่อนให้ดี ๆ นะ ได้ คุณวางใจเถอะ คุณวางใจเถอะ ต้องมาบ่อย ๆ นะ เชียนอวี่ บ๊ายบาย เชียนอวี่ เธอทำธุระของเธอเถอะ ๆ แม่บุญธรรมลาก่อนนะคะ ธุรกิจของเขาใหญตั้งขนาดนั้น ยุ่งจะตาย จะมีเวลา มากินข้าวกับคนธรรมดา แบบพวกเราได้ยังไง บริษัทเขาจะเข้าตลาดแล้วนะ จื่อโหยว อาหารเช้าทำเสร็จหมดแล้ว รีบมากินข้าวเช้าได้แล้ว หนูแปรงฟันอยู่ค่ะ ทำไมแกถึงได้แปรงฟันนานขนาดนี้ ฟันซีกหนึ่งใช้เวลาแปรงนานขนาดนี้ แกมีแปรงสีฟันไฟฟ้าไม่ใช่หรือไง แปรงสีฟันไฟฟ้าแบตหมด ชาร์จอยู่ค่ะ แต่ยังไงก็ แปรงนานขนาดนี้ไม่ได้นะ ตอนเด็ก ๆ แม่สอนหนูไม่ใช่เหรอ แม่บอกว่า
แปรงฟันต้องใช้เวลาให้เพียงพอ ตอนนี้กลับไม่ให้หนู แปรงนานขนาดนี้ แม่จะเอายังไงกันแน่ แกตั้งใจใช่ไหม แกอย่ามาทำให้ฉันโมโหนะ เร็ว ๆ เข้า หนูไม่ได้โมโห หนูแปรงฟันอยู่ ไทเฮา พอแล้วค่ะ คุณผู้หญิง แค่นี้ก็พอได้แล้ว เร็วเข้า ต้องแปรงให้สะอาดหน่อยสิ จะสายแล้ว จะสายแล้ว เร็ว ๆ หน่อยเถอะ แกอย่าให้ แกอย่าให้ฉันต้องรีบ ตั้งแต่เช้ายันเย็น พอแล้วค่ะ แม่เลิกบ่นหนูได้แล้ว หนูไปแล้วค่ะ ไปแล้ว ๆ หนูจะไปเดี๋ยวนี้ ๆ แม่หยุดว่าหนูได้แล้ว หนูไปแล้วค่ะ หนูไปแล้ว แกเนี่ยนะ วันหนึ่ง ต้องให้ฉันโมโหแกให้ได้ แกถึงจะวางใจสินะ แกปิดประตูทำไมกัน คุณจะไปทำงานเหรอ ไม่นะคะ ฉันอยากไปเดินเที่ยวห้าง ทำไมแกยังไม่ไปอีก รู้แล้วค่ะ ไปแล้ว ๆ เชียนอวี่ให้คุณมางั้นเหรอ ไม่ใช่อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เพื่อเซี่ยหลิง ไม่อย่างนั้นจะมีเรื่องอะไร ที่จะรบกวนหมอเนี่ยได้ เมื่อวานผมไม่เห็นคุณมา ดังนั้น เลยมาดูเป็นพิเศษว่าเกิดอะไรขึ้น
ถ้างั้นคุณ โทรหาฉันก็ได้นี่ คุณก็ใช่ว่าจะ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ฉันสักหน่อย คุยโทรศัพท์ได้ยินแต่เสียง ไม่ได้เห็นตัวคนนี่ ผมว่าคุณคงไม่ได้เป็นอะไร ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปทำงานได้แล้ว ไม่ไปค่ะ เซี่ยหลิงบอกว่าจะคุยแค่กับคุณเท่านั้น ดังนั้น ฉันก็ยังคงมีค่าแค่ เอาไว้ทำประโยชน์สินะ สำหรับศูนย์เวชศาสตร์ความงาม ก็คงจะใช่ แต่ว่าพวกเราทุกคนก็เป็นเหมือนกัน พวกเราเป็นคนทำงาน แต่ถ้าสำหรับเซี่ยหลิงละก็ คุณคือความกล้าเดียวของเขา คุณนี่พูดเก่งจริง ๆ จริงเหรอครับ แต่ว่าถ้าคุณเลือกที่จะไม่ไปแล้วละก็ สำหรับลี่เจีย ยูไนเต็ดแล้ว ก็ไม่ได้มีความเสียหายอะไร สายงานนี้คนมีความสามารถก็เยอะอยู่ น่าจะหาคน มาแทนคุณได้ แต่สำหรับเซี่ยหลิงเพื่อนสนิทคุณแล้ว เขาสูญเสียโอกาสไปโอกาสหนึ่ง อันนี้ถือว่าเป็นข้อบังคับทางศีลธรรมไหมคะ คุณแต่งตัวทางการขนาดนี้ ที่จริงแล้วไม่ได้อยากจะไปซื้อของใช่ไหมล่ะ ชุดไปทำงานของคุณ จะเน้นการใส่สบายเป็นหลัก มีแต่ตอนที่ไปเจอลูกค้าคนสำคัญเท่านั้น คุณถึงจะใส่ชุดทางการ จิตใต้สำนึกของคุณ ตั้งใจว่าจะไปเจอเซี่ยหลิงอยู่แล้ว ผมขับรถเอง ไปกันเถอะ ไปสิ ผมว่าผมอย่าไปดีกว่า ถ้าผมไปเดี๋ยวจะไป ทำให้เขาโมโหอีก ถือว่าคุณรู้ตัวเองดี ที่สำคัญคือผมเชื่อใจคุณ สู้ ๆ นะ ปรับประโยคนี้สักหน่อย โอเคไหม อีกเดี๋ยวเธอ เชิญเข้ามาค่ะ
เธอบอกกับพิธีกรด้านนั้นหน่อย แบบนี้แหละ ประธานเซี่ย เธอมาแล้วเหรอ โอเค พวกเธอไปกันก่อนเถอะ มา รีบเข้ามาเถอะ ฉันเอาชาอันใหม่มาให้คุณ ขอบคุณนะ ขอโทษด้วยนะ วันนี้ฉันยังมี สัมภาษณ์อีกสามอัน อีกเดี๋ยวยังต้องไปสตูดิโอที่หนึ่งอีก ไม่มีเวลาเลยจริง ๆ ทำได้เพียงนัดเธอมาที่นี่ ไม่เป็นไรค่ะ เดิมทีก็เป็นฉันเองที่อยู่ดี ๆ ก็มาเยี่ยม จื่อโหยว วันนั้นหลังจากที่เธอพูดกับฉัน ฉันก็ไปคิดดูสักพัก เป็นเพราะปัญหาหลังการคลอดของฉันจริง ๆ ฉันกลับไป ก็หาข้อมูลหลายอย่าง ฉันคิดว่า ข้อวินิจฉัยของพวกเธอนั้นถูกต้อง แต่ว่าตอนนี้ฉัน มีภาระบางอย่าง แต่ว่าฉันคิดว่า ที่คุณกังวลไม่ใช่อายุ แต่เป็นสิ่งที่คนข้างกายคุณ ตัดสินและเข้าใจคุณ จะเปลี่ยนไปแย่ลง เพราะว่าเรื่องนี้หรือเปล่า ฉันเดินเข้าตึกใหญ่ตึกนี้ ทุกคนต่างก็จะทักทายฉัน ตอนที่ฉันออกรายการ รับสัมภาษณ์ ทุกคนต่างก็เรียก พี่เซี่ยหลิง ฉันก็คือนามบัตร ใบหนึ่งที่ถูกตรึงเอาไว้ บนนั้นเขียนไว้ว่าหญิงแกร่ง หญิงแกร่ง ควรจะเป็นอย่างไรงั้นเหรอ ควรจะบ้างาน ทำงานหนักและรวดเร็ว ดีที่สุดก็คือรูปร่างดี ดูไม่แก่ตลอดไป ในเมื่อทุกคนต้องการ หญิงแกร่งแบบนี้
งั้นฉันก็พยายามจะทำมัน แล้วยังต้องทำมันให้ดียิ่งขึ้น แต่ทว่า ช่วงนี้ ใจสู้แต่กำลังไม่เป็นใจนิดหน่อย ถีงขนาดที่ว่า ยากที่จะเอ่ยปาก ที่จริงแล้วมีผู้หญิงหลายคนที่ต้องเผชิญหน้า กับสถานการ์ณแบบนี้ มันไม่ได้เป็นข้อยกเว้น เพียงแค่ว่าคนส่วนใหญ่ ไม่คิดว่าสิ่งนี้เป็นปัญหา คิดเพียงแค่ว่ามันแค่ลำบากนิดหน่อย ครั้งแรกที่เกิดเรื่อง แบบนี้ขึ้น คือที่งานเลี้ยงครั้งหนึ่ง ตอนนั้นฉันอยู่บนเวทีกล่าวสุนทรพจน์ อยู่ดี ๆ ฉันก็ ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ฉันไม่ชอบความรู้สึก ของการควบคุมตัวเองไม่อยู่แบบนี้ คุณก็รู้นี่ ว่าฉันไม่สามารถที่จะเสียการควบคุมได้ น่าขันใช่ไหมล่ะ ฉันสามารถควบคุม คนทุกคนในตึกใหญ่ ๆ นี่ได้ แต่ฉันกลับควบคุมปัสสาวะของตัวเองไม่ได้ พวกเราไม่สามารถพูดได้ว่า พวกเราจะสามารถแก้ไขปัญหาของคุณ ทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แต่พวกเราจะ พยายามอย่างสุดความสามารถ ของพวกเรา เพื่อคลายสิ่งที่ทำให้คุณลำบากใจ แต่ว่าฉันก็ยัง ฉันก็ยังกังวลใจมาก ๆ คุณหยาง พวกเธอทุกคนคงจะคิดว่า ฉันกับเสี่ยวหยาง เป็นความรู้สึกตื่นเต้นเพียงชั่วครู่ แค่เล่น ๆ เท่านั้น ใช่ไหมล่ะ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นะคะ แต่ที่จริงแล้วน่ะนะ ที่จริงแล้วฉันจะบอกเธอให้นะ คนที่ไม่สามารถแยกจากฝ่ายตรงข้ามได้ คนคนนั้นคือฉันเอง ฉันอยู่กับเสี่ยวหยาง
ฉันสามารถออดอ้อนเขาได้ สามารถทำตัวเป็นเด็ก ๆ ได้ ถึงขั้นที่ว่าไม่ต้องคิด ถึงความรับผิดชอบมากมายขนาดนี้ ที่จริงแล้วพวกเขาหลายคน เรียกฉันว่าผู้หญิงแก่ ลับหลังฉัน ฉันไม่สนใจเลยสักนิด แต่ว่ากับเสี่ยวหยางไม่ได้ ฉันไม่สามารถให้เขาเห็นว่า ฉันแก่แล้วจริง ๆ ได้ พวกเราจะปกป้องเรื่องส่วนตัวของคุณอย่างดีค่ะ เรื่องนี้คุณวางใจเถอะค่ะ ขอบคุณนะจ๊ะที่รัก ขอบคุณที่เธอสามารถ เข้าใจหัวอกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กังวลไม่มีความมั่นคง ตอนอยู่ต่อหน้าสามีเด็ก กินน้ำแล้วค่อย ๆ พูดค่ะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแม่ของผมกลับมา งั้นการที่คุณแม่คุณกลับมา ส่งผลอะไรกับตัวคุณ บ้างไหมคะ ตอนแรกผมคิดว่า แค่กินยาก็พอแล้ว ไม่ว่าแม่ผมจะพูดอะไร ก็คงจะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับผม แต่ว่า เมื่อเขากลับมา ผมถึงได้รู้ ผมถึงได้รู้ว่า ผมกลับไปเป็นสภาวะ เหมือนกับช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ผมรู้สึกว่า เวลาผมอยู่ต่อหน้าเขา ผมไม่มีอะไรดีสักอย่าง แบบว่า ไม่แน่ว่าถ้ามีประโยคไหน ที่คุณทำให้เขาไม่มีความสุข เขาสีหน้าเปลี่ยน จบแล้ว ฟ้าถล่มลงมาแล้ว วัน วันนี้นาย อย่าหวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ดังนั้นมีบางครั้งผมคิดว่า ผมถึงได้พูดว่าตายไปซะเลยน่าจะดีกว่า ยังไงซะผมทำอะไรก็ไม่เคยดีสักอย่าง ไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน
ก็ไม่เคยได้รับการยอมรับ ไม่มีคำพูดดี ๆ สักประโยค ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาคุยกัน ครั้งที่แล้วคุณพูดกับฉันเรื่องคุณพ่อของคุณ ฉันพบว่า เวลาคุณพูดถึงพ่อของคุณ ใบหน้าของคุณมักจะมีรอยยิ้มเสมอ พวกเราพูดเกี่ยวกับเขากันอีกดีไหม คุณพ่อของผม คุณพ่อของผม ที่จริงแล้วมีบางครั้งผม ก็จะคิดถึงเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ผม ผม ผมคิดว่าเขาลำบากจริง ๆ ก็คือ ผม ถึงขนาดที่คิดว่า เขาเสียไปเร็วละดีแล้ว ผม ผม ตอนที่เขายังอยู่ ประโยคที่แม่ของผม พูดกับเขามากที่สุดก็คือ ก็คือ คุณมันไม่มีอะไรเลย พ่อจะบอกแกให้นะ แกมันไม่มีอะไรเลย ตอนนี้เขาจากไปแล้ว ก็คงถึงตาของผมแล้วละมั้ง คุณหญิงเซี่ย การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนี้ออุ้งเชิงกรานของคุณ อยู่ที่ระดับสองครับ คะแนนรวมคือหนึ่งถึงห้า น้อยกว่าระดับสามลงไปไปถือว่าปกติ ส่วนระดับสี่ขึ้นไป พวกเราแนะนำให้เขา ทำการรักษาฟื้นฟู หรือว่าฝึกฝนกำลัง ถ้างั้นฉันต้องทำกี่ครั้งคะ ปกติคือสามถึงห้าครั้งครับ ผมแนะนำให้คุณ ทำสามครั้งก่อนครับ อีกเดี๋ยวผมจะสอนคุณ สองสามท่า กลับไปคุณก็สามารถ ฝกฝนได้ด้วยตัวเองครับ ได้ค่ะ ไม่ซับซ้อนเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็จะไม่มีค่อยมีอาการ ไม่สบายตัวด้วยค่ะ
ไม่ต้องกลัวนะคะ ถ้างั้นผมขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะครับ ขอบใจเธอมากนะ จื่อโหยว ที่จริงแล้วเรื่องนี้ ฉันคิดมานานมาก ในที่สุดก็ตัดสินใจ บอกหยางเจาแล้ว จริงเหรอคะ อาจจะเป็นการทดสอบอย่างหนึ่งละมั้งคะ ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากที่ฉันบอกเขาแล้ว เขาไม่ใส่ใจเลยสักนิด แล้วก็ ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเราสองคน ยังเข้าใกล้กันมากขึ้น อีกขั้นหนึ่ง ดีใจแทนคุณจริง ๆ ค่ะ พี่เซี่ยหลิง ขอรบกวนสักครู่นะคะ เธอออกมานี่หน่อย เขาไปเตรียมตัวแล้ว คงจะอีกไม่นาน คุณรอสักครู่นะคะ หลังจากที่เขาเตรียมใกล้เสร็จแล้ว จะมาพาคุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะคะ ได้ค่ะ ได้ค่ะ ฉันออกไปสักครู่นะคะ เดี๋ยวกลับมา ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เธอไปทำงานเถอะ มา มา มา ทำอะไรน่ะ โรงพยาบาลเรา จะครบรอบแล้วไง เธอถือโอกาสตอนที่เซี่ยหลิงอยู่ เธอให้เขาช่วยฉัน อัดวิดีโออวยพรหน่อยสิ ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสมอะไรกัน ความสัมพันธ์พวกเธอสองคนดีออกขนาดนั้น เพื่อนสนิทมีอะไรไม่เหมาะสมกัน ด้านในคือเซี่ยหลิงนะ ฉันให้เขาทำอะไรเขาก็จะทำงั้นเหรอ เธอคิดว่าฉันเป็นใคร เธอยังไม่ได้ลองเลย วันนี้เขามาทำโปรแกรม เธออย่าสร้างปัญหาให้ฉันได้ไหม ประธานหลิน
ไม่ คังจื่อโหยว เธอกำลังทำงานอยู่ อย่าใช้อารมณ์ได้ไหม อีกอย่างนะ ให้เซี่ยหลิงอัดวิดีโออวยพร ที่จริงแล้วก็เป็นงานของเธอ นี่เป็นงานที่สร้างผลประโยชน์ ให้แกพวกเรา ในฐานะที่เธอเป็นผู้จัดการใหญ่ ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ถ้าเธอไม่ยินยอมที่จะทำละก็ เธอก็คือใช้อารมณ์ ฉันสามารถเข้าไปพูดได้ พูดเสร็จแล้ว เขาไม่ยินยอม จนไม่ทำโปรแกรมแล้ว เธอรับผิดชอบนะ อย่างมากฉันก็มอบการรักษา ให้แก่เขาสักอัน เธอคิดว่าเซี่ยหลิง ขาดแคลนเงินเล็กน้อยที่เธอจะมอบให้งั้นเหรอ ถ้างั้น เธอก็คิดหาวิธีสิ เธออย่าทำให้งานของตัวเอง ยากขึ้นสิ เธอต่างหากที่เป็นคน เพิ่มความยากให้กับงานของฉัน คังจื่อโหยว ถ้าเธอไม่อยากทำงาน เธอก็ลาพักอยู่บ้านต่อไปสิ ฉันก้มหัวให้เธอ ไปขอร้องเธอถึงที่บ้าน เธอไม่สนใจใยดีฉัน เนี่ยอวิ๋นเจ๋อ พูดกับเธอสองประโยค เธอก็วิ่งต้อย ๆ กลับมา อะไรนะ ฉันมาเพราะเซี่ยหลิง โอเคแล้ว โอเคแล้ว โอเคแล้ว เธอช่วยฉันคิดหาวิธี แก้ปัญหานี้เถอะนะ อีกอย่างนะ แค่พูดอวยพรสองประโยคเอง มันยากตรงไหนกัน โปรแกรมนี้ มันก็เป็นโปรแกรมที่ดีมาก ๆ โปรแกรมหนึ่งอยู่แล้ว เธอว่าการยืมชื่อเสียงของเขา มาทำให้ผู้คนเขาใจ
และยอมรับโปรแกรมนี้มากยิ่งขึ้น มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ เป็นประโยชน์แก่ผู้หญิงส่วนใหญ่ เอาแบบนี้แหละ สู้ ๆ นะ ประสานงานกันดี ๆ นะคะ ประสานงานกันดี ๆ พี่เซี่ยหลิงคะ มาครับ หนึ่ง สอง สาม เริ่ม เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ฉันได้เป็นเพื่อนกับ ลี่เจีย ยูไนเต็ด ในขณะเดียวกัน ฉันก็ขอแนะนำให้พี่ ๆ น้อง ๆ หลายคน ให้พวกเราทุกคนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีมากยิ่งขึ้นร่วมกันค่ะ ฉันขอแนะนำลี่เจีย ยูไนเต็ด ให้แก่ทุกคนจากใจจริงค่ะ เป็นยังไงบ้างครับ ที่รัก ก็โอเคนะ ฉันรู้สึกว่า เจ็บกว่าที่คิดไว้ ใช่ ผม ผมบอกแล้วว่าไม่ให้คุณทำ ผมก็ ผมไม่รู้ว่า ตอนที่ผมรอคุณอยู่ข้างนอก คุณดูบนปากผมสิ เป็นร้อนใน ขึ้นตุ่มบวมหมดแล้ว อ๋อ ใช่ ผมให้พี่หลิวตุ๋นน้ำแกงไก่เอาไว้ กลับไปก็สามารถดื่มได้แล้ว พวกเราสองวันนี้ ไม่ต้องไปไหนกันแล้ว ผมอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณ ไม่ต้องหรอก
ไม่ใช่ผ่าตัดสักหน่อย จะประมาทไม่ได้นะ พี่เซี่ยหลิง นั่นน่ะ จำได้นะ รู้แล้วน่ะ อ๋อ ใช่ ยังมีอีก ฉันน่ะ วิดีโอที่ถ่ายก่อนที่ จะทำการรักษาอันนั้น ฉันหวังว่าจะ ไม่เอาไปใช้ที่อื่นนะ วางใจเถอะค่ะ จะไม่เอาไปใช้เชิงพาณิชย์แน่นอนค่ะ โอเค ถ้างั้นก็ตามนี้แหละ ฉันไปก่อนนะ บ๊ายบาย กินของเย็นให้น้อย ๆ นะคะ โอเค บ๊ายบาย – บ๊ายบาย – บ๊ายบาย กินของเย็นไม่ได้นะคะ จำได้แล้ว สวัสดีค่ะ ไทเฮา [คณะศิลปะอิงโจว] แม่จะบอกแกนะ วันนี้หลังจากที่นีนีเลิกเรียน แกให้นีนีตรงมา หาแม่ที่นี่เลยนะ แม่ทำอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้เขาสองสามอย่าง ว่าแล้วเป็นคุณยายแท้ ๆ จริง ๆ ด้วย เหลวไหล แม่กับแกไม่ใช่แม่ลูกแท้ ๆ หรือไง วันนี้ไม่ได้ค่ะ หนูนัดกับนีนีไว้แล้ว ว่าเย็นวันนี้ หนูจะทำสปาเกตตีเบคอนไวท์ซอส ให้เขากิน
แกทำอาหารงั้นเหรอ พระอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันตกหรือไง หนูไม่สนว่าพระอาทิตย์ จะขึ้นจากฝั่งไหน ยังไงซะวันนี้หนูก็จะ ทำอาหารอร่อย ๆ สักมื้อให้นีนีกิน แกคิดว่าทำอาหารมันง่าย เหมือนวางแผนรบบนกระดาษหรือไง อีกอย่างนะ นีนีจะกินอาหาร ที่แกเป็นคนทำได้งั้นเหรอ อย่าทำให้เด็กต้องทรมานสิ คุณแม่ที่รักของหนู แม่ช่วยเชื่อใจหนูสักครั้งได้ไหมคะ ถ้าไม่งั้นแม่ก็มาด้วยสิ มาตรวจสอบฝีมือการทำอาหารของหนู แม่ไม่ไปหรอก แกให้นีนีมาที่นี่เถอะ แกอยากกินอะไร แกก็กินไป ขอโทษด้วยนะคะ วันนี้นีนีถูกหนูจองตัวไว้แล้วค่ะ ลาก่อนนะคะ ไทเฮา จื่อโหยว เด็กคนนี้นี่ เธอเป็นอะไรไปน่ะ ฉันคิดว่า ที่นายเล่นเมื่อกี้ดีเลยทีเดียว คงจะมีประกาศนียบัตรขั้นสิบสินะ อาจจะมีมั้ง ฉันก็จำไม่ได้แล้ว ยังไงซะฉันก็แค่เล่นเล่น ๆ เฉย ๆ เล่นเล่น ๆ งั้นเหรอ คิดไม่ถึงเลยว่านายจะสอบประกาศนียบัตรขั้นสิบ เพื่อที่จะแค่เล่นเล่น ๆ เล่นเปียโนถ้าไม่ใช่เพื่อเล่น จะเป็นเพื่ออะไรล่ะ เพื่อที่จะสอบอิงโจวไง เป็นคนที่อยากจะไปอิงโจวอีกแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมต้องไป ไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ ไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ยังไงซะก็ทำเพื่อที่จะให้พ่อแม่มีความสุข ใช่ไหมล่ะ พ่อแม่นายอยากให้นายไปอย่างนั้นเหรอ พ่อฉันไม่สนใจฉันหรอก
พวกเขามีสิ่งที่สนใจเป็นของตัวเอง ดังนั้นเวลาฉันเห็นพ่อแม่คนอื่น บังคับให้ลูกตัวเองไปเรียนดนตรี ฉันรู้สึกว่ามันน่าขันนิดหน่อย หมอเนี่ย บ๊ายบายครับ หมอเนี่ย บ๊ายบายค่ะ บ๊ายบาย เชิญเข้าค่ะ เลิกงานแล้ว มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ รีบกลับบ้านไปทำอาหารเหรอ ทำอาหารอิตาลียังไงให้อร่อย ถ้าอยากทำ โบโลเนสซอสเนื้อให้อร่อยละก็ ต้องใช้เส้นสปาเกตตี ถ้าอยากให้ชุ่มซอส ต้องใช้ลิงกวีเน ทำผักอบไวท์ซอสใช่เส้นมักกะโรนี ทำสลัดใช้ฟูซีลี ทำเนื้อตุ๋นใช้โอเรกกีเอเต ลูกค้าตอนบ่ายสองวันพรุ่งนี้ ผมย้ายไปเป็นวันมะรืน แล้วก็นี่เป็นประวัติคนไข้ของวันนี้ ได้ค่ะ เอ่อคือ แล้วสปาเกตตีเบคอนไวท์ซอสล่ะคะ ถ้าอยากทำให้อร่อย สิ่งสำคัญคือกระเทียมและส่วนผสม ไม่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ เอ่อคือ คือ ถ้าอย่างนั้นควรซื้อแบบไหนเหรอคะ สปาเกตตี แล้วก็ส่วนผสมที่คุณพูดถึง มีอะไรบ้างเหรอคะ แบบนี้ถึงจะกลีบเล็กหน่อย แต่ว่ากลิ่นจะหอมกว่า คุณลองดมดูสิ หอมมาก ใช่ไหมล่ะ อันนั้นไม่ได้ใช้ วางกลับไปเถอะ ละแวกนี้ มีบริษัทต่างประเทศอยู่สองสามแห่ง เพราะฉนั้นห้างนี้ ก็เลยขายวัตถุดิบทำอาหารฝรั่งค่อนข้างเยอะ คุณทำอาหารทุกวันเลยงั้นเหรอคะ ทำไมคุณถึงได้รู้เยอะขนาดนี้ คุณไม่เคยทำอาหาร
แน่นอนอยู่แล้วที่คุณจะไม่รู้ ผมทำอาหาร อยู่ทุก ๆ วัน อีกอย่างนะ ของที่กินเข้าไปอยู่ในท้อง คุณควรจะเลือกให้ดี ๆ เพราะว่าสิ่งที่ตัวเองทำเอง กับสิ่งที่ซื้อจากข้างนอก มันเอามาเปรียบกันไม่ได้ ความรู้สึกมีความสุข ของร่างกายหลังจากที่กินเข้าไป มันโกหกใครไม่ได้ มันต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ ใช่สิ คนที่ตอนเด็ก ๆ ไม่ได้อยู่กับแม่ รู้ทั้งนั้นว่ามันต่างกัน ตอนเด็กคุณไม่ได้อยู่ กับแม่งั้นเหรอคะ เขาไปไหน คุณรู้สึกยังไง ฉันสัมภาษณ์คุณหน่อย คุณรู้ไหมว่าสปาเกตตีเบคอน ต้องทำยังไงถึงจะ ทำให้คนประทับใจได้ สปาเกตตีที่ทำให้ประทับใจงั้นเหรอ ใส่เบคอนเยอะ ๆ ใส่ครีมเยอะ ๆ ก็ไม่ถูกครับ ถ้าอย่างนั้นต้องใส่อะไรล่ะ ต้องใส่อันนี้ ซอสไข่แดงงั้นเหรอคะ คุณแน่ใจเหรอ ใส่ซอสไข่แดงกับสปาเกตตี ใส่รวมกันน่ะนะ นี่เป็นวิธีการกินที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม คนญี่ปุ่นเป็นคนคิดค้นขึ้น แต่ว่าจะดั้งเดิมหรือไม่นั้นไม่สำคัญ อร่อยต่างหากถึงจะสำคัญที่สุด คุณเชื่อผม ใส่ซอสไข่แดงลงไปในสปาเกตตี ก็เหมือนกับว่า ใส่จิตวิญญาณลงไปให้มันนั่นแหละ ตอนที่คุณกินคุณจะรับรู้ได้ถึง ความสุขที่ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้ เว่อร์ขนาดนั้นเชียว ยังไม่ได้จ่ายเงินเลย นี่มันนิสัยอะไรของคุณเนี่ย อีกเดี๋ยวผมจะต้องซื้อมันแน่นอน
ที่สำคัญคืออยากให้คุณลองชิม มา เชื่อผม อร่อยมากจริง ๆ อร่อยมากจริง ๆ เป็นยังไงบ้าง อร่อยไหม ไม่แย่เลย รสชาตินี้ คุณรู้ไหมว่าตอนที่คุณ ได้กินของที่อร่อย ฉันรู้ว่าการแสดงสีหน้ามันเวอร์มาก แต่มันเรื่องจริง ทำไม ถ้าใส่เพิ่มเข้าไปแล้วไม่อร่อย ฉันจะมาคิดบัญชีกับคุณทีหลัง ดังนั้น ตกลงแล้วแม่ของคุณไปไหน ตอนผมเด็ก ๆ แม่ของผม มักจะบินไปบินมา งานของเขายุ่งมาก ดังนั้นความสัมพันธ์ของผมกับเขา ไม่ค่อยใกล้ชิดกันเท่าไร แต่เขาก็อยากสร้าง ความสัมพันธ์ดี ๆ กับผม ดังนั้นตอนที่เขารู้ว่า ผมชอบกินสปาเกตตีอันนี้ ทุก ๆ ครั้งเวลาที่เจอกับผม เขาก็จะต้มเส้นอันนี้ แต่ผมไม่ชอบแบบนี้ เหมือนกับว่ามันเป็นเครื่องมือในการเอาใจผม เส้นนี้พอกินเข้าไป รสชาติมันก็เปลี่ยนไป คุณคิดแบบนี้ได้ยังไงกัน แม่คุณคิดหาวิธีทำ ของที่คุณชอบกินให้คุณ นี่เป็นเพราะว่าเขารักคุณ นี่เป็นวิธีการหนึ่ง ในการแสดงออกความรักของเขา คุณคงไม่ได้คิดว่าเขาไม่ได้รักคุณหรอกใช่ไหม เขาทำเพื่อที่จะลดระยะห่าง ระหว่างคุณไง คุณเป็นคนแปลกขนาดนี้ ทำไมคุณพูดเหมือนกับว่า คุณเข้าใจแม่ผมมาก แน่นอนว่าฉันไม่เข้าใจแม่คุณ แต่ว่าทุกคนต่างก็เป็นผู้หญิง
ดังนั้นฉันคิดว่า ฉันน่าจะสามารถ เดาความคิดในใจของเขาได้ ถ้างั้นปกติแล้วคุณใช้วิธีการอะไร ในการลดระยะห่างระหว่างคนล่ะ วิธีของฉันงั้นเหรอ แน่นอนว่ามีมากมายหลายแบบ แต่ว่าคงไม่ได้ใช้กับคุณ ดังนั้นฉันไม่บอกคุณหรอก นีนี คุณยายฉันมาแล้ว ฉันไปก่อนนะ โอเค บ๊ายบาย คุณยายคะ คุณยายคะ หนูคิดถึงคุณยายจะตายอยู่แล้วค่ะ คุณยายมาได้ยังไงคะเนี่ย ยายก็มารับหลานน่ะสิ วันนี้แม่ของหลาน เข้าครัวทำอาหารให้ลูกใช่ไหมล่ะ หนูเคยเห็นเขาทำกับข้าว เกือบจะทำห้องครัวระเบิด ยายก็กลัวหลานจะกินไม่อิ่ม ดังนั้นดูสิ ยายเอาอะไรมาให้หลาน หมูนึ่งแป้ง หลานรู้ได้ยังไงเนี่ย พอแล้ว ๆ กินตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวหลานกินอิ่มแล้ว แม่หลานจะบอกว่า ยายไม่ให้โอกาสเขาอีก ที่จริงคุณยายเหมือนแม่หนูเลย เวลาตัดสินใจจะทำอะไร ม้าแปดตัวก็ดึงไม่กลับ ยายเหมือนแม่หลานเหรอ พวกคุณสองคนเป็นแม่ลูกแท้ ๆ จะไม่เหมือนกันได้ยังไงล่ะคะ เด็กน้อย แม่ของหลานไม่ให้พวกเรา กลับไปบ้านก่อนหกโมง หลานว่าพวกเราควรไปที่ไหนกันดี ไม่อย่างนั้น พวกเราไปตลาดผักกันดีไหม ได้สิคะ คุณยาย พวกเราซื้อกันเยอะเกินไปแล้ว หนูถือไม่ไหว วันนี้พวกเรามาถูกเวลา ของใช้ประจำวันหลายอย่างลดราคา หลานดูสินี่ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งทั้งนั้นเลย พวกเราเรียกรถเถอะค่ะ
เรียกรถอะไรกัน เปลืองเงินจะตาย เดินแค่นิดหน่อยเอง มา ยายถือให้ คุณยายเป็นอะไรไปคะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ยายถือเอง ไม่ใช่ คุณยาย เป็น เป็นอะไรไปเหรอคะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร – เอวยายก็เป็นแบบนี้แหละ – หนูบอกแล้วว่าเดี๋ยวหนูช่วยเรียกรถ ไม่ต้อง หลานพยุงยาย พ่อคะ แม่ครับ นี่ นี่แม่เป็นอะไร หนูกับคุณยายมาซื้อของ สุดท้ายคุณยายเอวเคล็ด ทำไม ทำไมถึงได้ถือ ของเยอะแยะขนาดนี้ มา ผม ผมช่วยแม่ถือครับ เดี๋ยวผมไปส่งแม่เอง ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ต้อง เดินแค่นิดเดียวเอง เดี๋ยวพวกเรา ค่อย ๆ เดินกลับไปกันเอง เดี๋ยวพวกเราก็ถึงแล้ว ไม่ ไม่ -ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ต้อง – นั่งรถพ่อเถอะค่ะ ใช่ครับ ผม ไม่ต้อง ไม่นั่ง
ผมขับรถมา รถก็ยังจอดอยู่ ฝั่งนั้น ฉันรู้ ฉันรู้ พวก พวกเราอยู่แค่ชั้นบนชั้นล่าง ผม ผมไปส่งแม่เถอะครับ ฉันรู้ ไม่ต้อง แม่อย่าเกรงใจผมเลยครับ มา มา ไปเถอะค่ะ ไปเถอะค่ะ ซื้อเยอะขนาดนี้ ขอบคุณค่ะพ่อ แม่ครับ พวกเราไปทางนี้ครับ ไปเถอะค่ะ ไปเถอะ แม่ครับ พวกเราก็ ไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้วนะครับ เรื่องนี้โทษผม ผมควรจะ ไปเยี่ยมแม่บ่อย ๆ ช่วงนี้ร่างกายแม่ สบายดีใช่ไหมครับ ก็โอเค นีเอ๋อร์ พ่อได้ยินมาว่า โรงเรียนของลูกตอนนี้ มีคณะศิลปะอิงโจวแล้วใช่ไหม ลูกเข้าร่วมแล้วหรือยัง หนูกำลังคิดอยู่ค่ะ หลานถามพ่อหลานดูสิ คณะศิลปะอิงโจว ควรจะเข้าร่วมหรือเปล่า ยังจะคิดอะไรอยู่อีก ที่คุณยายพูดก็มีเหตุผล ยังจะคิดอะไรอยู่อีก จื่อโหยวดื้อดันบอกกับฉันว่า ต้องฟังการตัดสินใจของนีนี จื่อโหยวก็นะ บางครั้งบางเรื่อง ก็ค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีเหตุผล งั้นก็ เคารพความสนใจและงานอดิเรก
ของเด็ก ๆ เถอะครับ นายนี่ไม่ล่วงเกินใครเลยนะ ก็ไม่นะครับ เขายังเด็กอยู่เลย วัยรุ่น ลูกทำผิดได้ มีเวลาลองผิดลองถูก เพียงแต่ว่า ลูกต้องคิดให้ดีว่า สามารถยอมรับผลลัพธ์ของสิ่งที่ทำลงได้ พวกนายน่ะนะ เห็นแก่ตัวกันเกินไปแล้ว คิดแต่เรื่องของตัวเอง เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เขาจะสามารถ รับผิดชอบการตัดสินใจของเขาได้ยังไงกัน อีกอย่างนะ ช่วงเวลาวัยรุ่นของเด็กก็มีแค่ครั้งเดียว เลือกผิดก็กลับมาไม่ได้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เสียหน่อย ใช่ครับ แม่ แม่พูดถูก เชียนอวี่ ทำไมเธอถึงมาช้าขนาดนี้ รอเธออยู่คนเดียวเนี่ย ของขวัญวันเกิดของลูกสุดที่รัก บอกแล้วไงว่าไม่ต้องพกของขวัญมา ไม่ต้องพกของขวัญมา แค่คนมาได้ก็ดีแล้ว เธอดูสิสองสามคนนี้ไม่ได้เอามา เชื่อฟังดีมากเลย ขาดแค่เธอแล้ว ฉันจะบอกพวกเธอให้นะ เธอดูสิ สีหน้าของเชียนอวี่นับวันยิ่งดีขึ้น ใช่น่ะสิ ดูแลยังไงงั้นเหรอ ที่โรงพยาบาลของพวกเรา มือเครื่องมือเครื่องหนึ่งมาใหม่ วันไหนมาลองสิ ได้ ต้องไปแน่นอน ใช้วันเกิดถือโอกาส รวมตัวกับทุกคนเสียหน่อย ใช่ไหมล่ะครับ คุณว่าแบบนี้ดีแค่ไหนกัน ขอรบกวนหน่อยนะคะ ได้ครับ ได้ครับ เชิญครับ
มีอะไรเหรอ ภรรยา ใครนะ สามีของเขา – ทักทายทำความรู้จักสักหน่อย – ใครงั้นเหรอ คนนั้นคือสามีของพี่หวัง พวกคุณยังไม่เคยเจอกัน – พี่เขย – ประธานหม่า ประธานหลิน ไม่ได้เจอกันนานเลย ขอโทษด้วยนะครับ เมื่อกี้ ปาร์ตี้วันเกิดเด็ก ๆ ครั้งนี้ จัดได้ไม่เลวเลย งั้นเหรอครับ ถ้างั้นถ้าไม่ติดธุระอะไร ก็พาเด็ก ๆ มาเล่นที่บ้านบ่อย ๆ นะคะ ได้ครับ ได้ครับ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่คุณ พาสามีออกมา ปกติมีแต่คุณออกมา คุณนับวันยิ่งสวยนะเนี่ย ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ ประธานหลิน มา มา มา ครับ ๆ ขอบคุณค่ะ ประธานหลิน ยินดีครับ ๆ ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวก็กินข้าวแล้ว พวกคุณเดินเล่นกันไปก่อนนะคะ ทำตัวตามสบายเดินเล่น ให้เหมือนบ้านของตัวเองเลยนะคะ ครับ เดี๋ยวพวกเราไปดูด้านนั้นหน่อยครับ ค่ะ
ตามสบายเลยครับ ตามสบายเลย ฉันเห็นว่าคนมาครบแล้ว พวกเราเตรียมตัวกินข้าวกันเถอะ เค้กล่ะคะ ยุ่งจนลืมไปเลย ขาดแค่เค้กอย่างเดียวแล้วค่ะ เค้กน่าจะใกล้มาถึงแล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวผมโทรศัพท์ถามให้ ประธานเสิ่น มาแล้วเหรอ ให้คุณซื้อเค้กมางั้นเหรอ พี่จง มา อีกเดี๋ยวอย่าลืม – เอาเงินให้เขานะคะ – ได้ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันให้ เสี่ยวซินแล้วกันค่ะ จะทำแบบนั้นได้ไงล่ะ พวกคุณทำงาน หาเงินมาใช่ว่าจะง่าย ๆ วันเกิดลูกของเจ้านาย ให้คุณออกเงินได้ยังไง พูดล้อเล่นอะไรกัน ขอบคุณนะคะ บ๊ายบาย หลีเหวิน คุณทำอะไรอยู่น่ะ วันนี้วันเกิดลูกชายผม ทุกคนมาร่วมด้วยกันสิ มา มา มา เร็วเข้า เร็วเข้า มา มา มา ได้ค่ะ กินข้าวแล้วค่ะ ช่วยถือของหน่อย ได้ค่ะ แม่อย่าถือเลยครับ ผมถือเอง ผมถือเอง มา นีเอ๋อร์ เร็ว ๆ เข้า
ลูกถืออันนี้ อันนี้ลูกก็ถือไว้ หมูอบแป้งของหนู โอเค ไปเถอะ ไปเถอะ อันนี้ อ๋อใช่ อันนั้นของผมครับ มา ๆ แม่เอามาให้ผมเถอะครับ แม่ไม่ต้องถือครับ แม่ไม่ต้องถือครับ เอามาให้ผมเถอะครับ ไม่ต้อง ไม่ต้อง อันนี้พวกเราถือได้ อยู่ชั้นบนชั้นล่างกันเองครับ แม่ฟังผมเถอะ ก็เป็นเพราะว่าอยู่ชั้นบนชั้นล่าง พวกนายต่อไปเจอกันน้อย ๆ หน่อย เพราะว่าตอนนี้ นายมีครอบครัวใหม่แล้ว หลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่ควรจะเกิด ขอบคุณนะ ขอบคุณ ได้ครับ ขอบคุณนะ ขอบคุณ ได้ครับ ขอบคุณนะ ไปเถอะ นีเอ๋อร์ ช่วยถือเสียหน่อย คุณยายคะ เอ่อ ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไป ขอบคุณนายมากนะ ลาก่อนนะคะ พ่อ มีเรื่องอะไรแม่ให้นีเอ๋อร์ ส่งข้อความมาหาผมนะครับ ไปทำงานยังขี้ลืมอีก กระเป๋าใบนี้ ไม่เห็นบอกว่าจะเอาไปเลย โอเคแล้ว ถึงบ้านแล้ว ถึงบ้านแล้ว ถึงบ้านแล้ว แม่คะ
ล้างมือ ล้างมือ ยินดีต้อนรับกลับบ้านองค์หญิงคนโตและองค์หญิงคนเล็ก เยอะขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ใช่ว่าสั่งอาหารมานะ ล้างมือ ล้างมือ นี่มันสถานการณ์อะไรของแกเนี่ย ตั้งแต่ซื้อ เตรียมของ จนถึงทำ ทั้งหมดนี้แม่ลงมือทำคนเดียวหมดเลย จริงงั้นเหรอเนี่ย เชิญชิมได้เลย นี่ พวกนี้แกทำหมดเลยงั้นเหรอ ใช่ค่ะ ตะลึงอะไรกันอยู่ล่ะ ไม่มีพิษ ชิม ชิม ชิม หนูกิน เดี๋ยวหนูลองชิมก่อน กินไม่ได้เลยใช่ไหม อร่อยมากเลย อร่อยงั้นเหรอ เหมือนกับ อาหารข้างนอกที่ทำได้ไม่ค่อยดี นี่มันรสชาติอะไรกัน เหมือนกับว่ายายจะยังไม่เคย กินรสชาติแบบนี้จริง ๆ ด้วย ในสปาเกตตีอันนี้ เติมซอสไข่แดงลงไป เป็นวิธีทานแบบหนึ่งที่คนญี่ปุ่นคิดค้นขึ้นมา ที่คนญี่ปุ่นคิดค้นขึ้นมา สปาเกตตีเบคอนไวท์ซอส เติมซอสไข่แดงเข้าไป ถ้าเท่ากับว่า เส้นอันนี้มันหาจิตวิญญาณของมันเจอ ทุกคำที่กิน มันจะสร้างความสุขได้อย่างมหาศาล เป็นไปได้ยังไง คงไม่ใช่ว่าไม่สบายหรอกนะ – ดูท่าทางแกสิ – ชนแก้ว นึกไม่ถึงเลยว่า แม่จะรู้วิธีทำซอสไข่แดง แรงบันดาลใจ เข้าใจไหม เปิดโลกช้าไปแล้วมั้งแกน่ะ
ผู้เล่นรูปแบบใช้พรสวรรค์ แม่หมายความว่า อาหารที่แม่ทำ พวกเราได้กินมื้อไม่ได้กินมื้องั้นเหรอ ลูกเนี่ยนะ เป็นเด็กที่รู้จักพูดดีจริง ๆ แกเนี่ยนะ เมื่อไรแกจะเลิกหุนหันพลันแล่น ใช้ความชอบในการทำงานสักที แม่ว่าถ้าไม่มีความสนใจ จะทำเรื่องนี้ ให้ได้ดีได้ยังไง ใช่ไหมล่ะ ไม่แน่สักหน่อย แกควรจะทำสิ่งที่ควรทำก่อน แล้วค่อยไปทำสิ่งที่ชอบทำ บนโลกใบนี้มีเรื่องที่ชอบทำ เยอะขนาดนั้นที่ไหนกัน แม่ยังไม่เต็มใจจะทำอาหาร ไม่เต็มใจจะทำงานบ้านเลย ไม่ทำได้งั้นเหรอ ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ แม่คะ ท่านแม่ผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้น เรื่องคณะศิลปะอิงโจว ของนีนีของพวกเรา ก็ไม่สามารถที่จะตัดสินจากความชอบได้ แกต้องตัดสินจากประสบการณ์ชีวิตของผู้ใหญ่