บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.18 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 18] เฮอน่า ท่านเซียนเพียงแค่พาอาฝูจวิน กลับไปคุมขังชั่วคราวเท่านั้น จะไม่มีปัญหาใดแน่ ข้าคือราชาปีศาจ ข้าบอกว่าไม่ได้ ก็คือไม่ได้ น่าเสียดาย ในเผ่าภูตวารีเล็ก ๆ แห่งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อฟังราชาปีศาจ ข้าไป อาฝู ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า ข้าให้เวลาพวกเจ้าร่ำลากันหนึ่งคืน คารวะเซียนเวิง ข้าให้เจ้าจับตาดูหลิ่วเซาให้ดี อย่าให้นางใกล้ชิดกับลั่วเกอมากเกินไป เหตุใดเจ้าจึงปล่อยให้พวกเขาสองคน ไปวังปีศาจด้วยกันอีกเล่า เซียนเวิงผู้มากปัญญา หลิ่วเซาเห็นท่านเซียนจากไป นางจึงตามลงไปเอง ข้าอยู่ที่เขาซีอิ่น อย่างไรคนย่อมไม่คุ้นชินเมื่ออยู่ที่ใหม่ มิอาจสู้หลิ่วเซาที่ได้รับการดูแล จากท่านเซียนเป็นพิเศษ ทั้งยังสนิทสนมกับเทพธิดาลั่วหนิง ดังนั้นไม่ว่าเรื่องใดก็ย่อมสะดวกไปเสียหมด ได้ ข้าจะให้ป้ายคำสั่งที่สามารถ เข้าออกโลกเซียนได้อย่างอิสระแก่เจ้า ส่วนที่เขาซีอิ่น ข้าจะบอกกล่าวลั่วเกอ ไม่ให้เขาขัดขวางเจ้า ขอบคุณเซียนเวิง กลับไปเถอะ อย่าอารมณ์อ่อนไหวนักเลย น้องชายของท่านพี่ ไม่ได้บอบบางถึงเพียงนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็สามารถอยู่ได้อย่างสุขสบาย อาฝูจวินห่างจากน้ำ ได้ไม่เกินหนึ่งชั่วยาม มิเช่นนั้นจะมีอันตรายถึงชีวิต ข้าย่อมจัดการอย่างเหมาะสม ท่านเซียน ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้าอยากพูดคุย
กับเฮอน่าเสียหน่อย เฮอน่า ข้าขอโทษ เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าไม่รู้ว่าอาฝูจวิน เกี่ยวข้องกับศิลาจารึกสี่ฤดูอย่างไร และไม่รู้ว่า เหตุใดผู้อาวุโสหลูเซิงถึงได้ ทิ้งคำเตือนเช่นนั้นไว้ก่อนตาย แต่ข้ารู้ว่า เรื่องนี้ ท่านคือผู้บริสุทธิ์ที่สุด และคือผู้ที่ลำบากใจที่สุด ในฐานะราชาปีศาจของเผ่าที่ถูกสาปแช่ง ถูกลิขิตให้หลีกหนีความลำบากใจ และความเจ็บปวดไม่พ้น ข้าไม่รู้ว่าข้าทำอะไรได้บ้าง แต่เฮอน่า ข้าหวังว่าจะช่วยท่านได้ บัดนี้ เพื่อข้าแล้วอาฝูต้องกลายเป็นนักโทษ เจ้าอยู่ที่ตำหนักเซียนก็ลำบากมากแล้ว จะถูกข้าทำให้เดือดร้อนอีกไม่ได้ ไม่มีทาง แม้ลั่วเกอดูเหมือนจะเย็นชา แต่ไม่ทำให้ข้าลำบากใจแน่ แต่ลั่วเกอไม่ใช่ลู่หลีคนก่อนแล้ว ลู่หลี ได้หายสาบสูญไปแล้ว เมื่อครู่ ผู้ที่อยู่ที่นี้ ที่พาญาติของข้าไป คือท่านเซียนลั่วเกอ ผู้ซึ่งไร้หัวใจ ไร้เมตตา แต่กลับมีพลังอำนาจที่น่ายำเกรง ข้าจะไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก นับแต่นี้ไป สิ่งที่ข้าอยากได้ ข้าจะพยายามแย่งชิงมา ไม่ว่าจะเพื่อความเป็นอยู่ของคนในเผ่า หรือเพื่อผู้ที่ข้าห่วงใย ท่านหมายถึงอาฝูจวินหรือ ยังมีเจ้า ผ่านอะไรด้วยกันตั้งมากมาย แน่นอนว่าเจ้าคือผู้ที่ข้าห่วงใยมากที่สุด เฮอน่า ขอบคุณท่านนะ ข้าดีใจเหลือเกิน ที่มีสหายเช่นท่านมาเสมอ จี้ที่ข้าให้เจ้าเล่า นี่คือ เฟิ่งเหยี่ยนเหลียน ยืมพลังของต้นสาละมาเล็กน้อย
จะทำให้ประสาทสัมผัสของจี้หยกเฉียบแหลมขึ้น ถือว่าเป็นคำขอบคุณเจ้า เมื่อครั้งที่ช่วยพวกข้าปลุกต้นสาละ เฮอน่า ขอบคุณนะ หวังว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีก [หลิ่วเซา] [เจ้าคงไม่รู้ว่า] [สตรีที่จะสวมเครื่องประดับ เฟิ่งเหยี่ยนเหลียนได้อย่างคู่ควร] [มีเพียงราชินีปีศาจ] [หวังว่าสักวัน] [ข้าจะสามารถพาชาวเผ่าของข้า] [เดินใต้แสงตะวัน] [ไปต้อนรับเจ้า] [สู่การเป็นราชินีปีศาจของข้า] เอาข้ามาขังไว้กลางสระน้ำ เพื่อให้ชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา ดูท่าแล้วท่านเซียน จะไม่โหดเหี้ยมเท่าที่คิดไว้เลยนะ ท่านพี่สักแต่จะให้ข้าคัด พระคัมภีร์กับวิชาเวทไร้ประโยชน์พวกนี้ เรียนพวกนี้ไป ข้าเดาว่าแม้แต่ปีศาจเต่าในสระน้ำ ก็คงเอาชนะไม่ได้ ในเขาซีอิ่นไม่มีเต่า และเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องไปทะเลาะกับผู้ใด ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว คัดพระคัมภีร์ที่ข้าให้คัดเสร็จหรือยัง ยังไม่เสร็จ แต่เล็กจนโตก็ให้ข้าคัดแต่พระคัมภีร์ ไม่จบไม่สิ้น ท่านพี่ ข้าได้ข่าวว่า ท่านนำตัวเจ้าคนเลว กลับมาที่เขาซีอิ่นของพวกเราหนึ่งคน เช่นนั้นข้าขอ ฝึกฝนวิชาอาคม ด้วยการสู้กับเขาได้หรือไม่ ไม่ได้ คนผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย เจ้าอย่าได้คิดจะเข้าใกล้ ในสถานที่ที่ข้าคุมขังเขา ได้ติดตั้งเขตต้องห้ามไว้แล้ว หากเจ้าเข้าใกล้เขตเพียงหนึ่งจั้ง ข้าก็จะรู้ทันที ท่านพี่ ๆ เช่นนั้น… ข้าขอไปเที่ยวเล่นที่โลกมนุษย์ได้หรือไม่ ไม่ได้ ท่านพี่ ๆ
เช่นนั้นข้าไปเรียนวิชาอาคม ที่ตำหนักยวนจิ้งกับทุกคนได้หรือไม่ ไม่ได้ เช่นนั้น… เช่นนั้นข้าจะตั้งใจร่ำเรียนวิชารับรู้จิตใจ ไม่แอบขี้เกียจแล้ว ตกลง ท่านพี่ ไม่สนุกเลยสักนิด ในเมื่อเจ้ากระตือรือร้นขนาดนี้ ให้เวลาภายในสิบวัน เจ้าต้องเรียนรู้การทำมหายันต์นี้ให้ได้ นี่… นี่มันยากเกินไปแล้ว ถ้าข้าร่ำเรียนจนทำสำเร็จ ข้าก็คงเป็นเต่าในสระน้ำแล้ว ท่านพี่ ท่านทำอะไรหรือ ช่างประจวบเหมาะเสียจริง มหายันต์ที่ข้าบอกเจ้าเมื่อสักครู่นี้ สามารถคลายเขตต้องห้าม ที่ข้าทำขึ้นเพื่อไม่ให้เจ้าออกมาได้พอดี อะไรนะ ท่านพี่ ท่านทำเกินไปแล้วนะ ท่าน… ท่านปล่อยข้าออกไปเถิด นี่คือน้ำตากึ่งปีศาจ ให้เจ้า ข้าเคยรับปากเจ้าไว้ ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ต้องนำของที่ระลึกมาให้เจ้าหนึ่งอย่าง ไม่เหมือนกับบางอย่างในสระน้ำ ข้าพูดคำไหนคำนั้นเสมอ ท่านพี่ ท่านพี่ ๆ ท่านพี่ ท่านปล่อยข้าออกไปนะ หมื่นปีก่อน ราชาปีศาจสังหารเทพธิดาเจ๋อสุ่ย หมื่นปีให้หลัง คนในเผ่าของราชาปีศาจ ก็ใช้สายพิณปีศาจก่อเรื่อง เข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ เกือบนำไปสู่หายนะครั้งใหญ่ เราจะปล่อยให้พวกมันอาละวาดต่อไปได้อย่างไร ท่านเซียนโปรดออกคำสั่ง ให้ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจทันที เพื่อปราบเผ่าภูตวารี เจ้าตำหนักจั๋ว เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร พวกข้าฝึกฝนวิชาเซียน ก็เพื่อปกป้องสามพิภพ ไม่ใช่เพื่อกำจัดผู้อ่อนแอ
หากต้องรบราฆ่าฟันกันจริง ๆ รอให้มีข้อเท็จจริงเสียก่อนก็ยังไม่สายไป ถึงแม้พวกข้าเหล่าเซียน จะมีเมตตาต่อเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทว่าในสามพิภพนี้ เหล่าปีศาจมีอำนาจเหนือการควบคุมมากที่สุด ในเมื่อ สายพิณปีศาจมาจากฝ่ายราชาปีศาจภูตวารีจริง ก็นับว่าเป็นหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนา ไม่ควรปล่อยเผ่าภูตวารีไปอย่างแน่นอน ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจ ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจ ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจ ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจ ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจ ส่งกองทัพไปยังวังปีศาจ ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ ในเมื่อพวกเราชาวเขาซีอิ่น รับผิดชอบในการสืบสวน ลั่วเกอเองก็เป็นเซียนชั้นสูงเพียงผู้เดียว ในตำหนักเซียนของพวกเรา พวกเราฟังคำสั่งของท่านเซียน ทุกคนต่างก็รู้ ว่าข้ากับเจ้าตำหนักจั๋วขัดแย้งกันมาตลอด ทว่าในครั้งนี้ ข้าเห็นด้วยกับเจ้าตำหนักจั๋ว พวกเราบำเพ็ญเพียรเป็นพันปี ก็เพื่อสร้างความมั่นคงของสามพิภพ ปกป้องสรรพสัตว์ โลกปีศาจก็มีจิตวิญญาณ แม้จะมีปีศาจร้ายก็ตาม อย่างไรก็ไม่ควรกล่าวว่า ทั้งเผ่าปีศาจเป็นเช่นเดียวกัน ถ้าหากไม่สนใจดีเลว ถูกผิด พวกเรากับปีศาจ ที่ฆ่าคนบริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า จะแตกต่างกันอย่างไร เซียนเวิง เกอเอ๋อร์ล่วงเกินท่านแล้ว ซางอวี้หรง ออกมาเดี๋ยวนี้ ซางอวี้หรง ศิษย์พี่ ท่านมาหาข้าหรือ วันนี้ตำหนักลี่เทียนมีการประชุมหารือ ว่าควรโจมตีวังปีศาจดีหรือไม่ ทำไมเจ้าถึงไม่มา ศิษย์พี่ไม่ใช่ว่าเพิ่งให้ คัมภีร์กระบวนท่ากระบี่พิฆาตฉบับที่สอง กับข้าหรอกหรือ ข้าก็ต้องตั้งใจฝึกฝนสิ ทำไม มีใครรังแกท่านอย่างนั้นหรือ
บอกข้ามาว่าใคร ข้าจะไปสั่งสอนมันให้ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีหรอก หากแต่ยากนักที่จะเห็นลั่วเกอมีน้ำใจ เฉกเช่นวันนี้ เข้าข้างข้า เห็นด้วยที่จะไม่โจมตีวังปีศาจ เช่นนั้นก็ดีแล้ว หากเขากล้าที่จะไม่ช่วยท่าน ข้าจะกลับไปคิดบัญชีกับเขาให้ท่านเอง เจ้าสำเร็จวิชาตงหัวเผาสมุทรหรือยัง กล้าที่จะไปสู้กับเขาแล้ว ไม่กลัวถูกเขาอุดปากให้พูดไม่ได้อีกเลยหรือไง ก็ได้ ๆ ๆ ข้าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างแน่นอน จริงสิ สิ่งนี่ ข้าให้ท่าน นี่คืออะไร สิ่งนี้น่ะ คือไขกระดูกฮวาเหยียน ที่ข้าเจอตอนฝึกกระบี่บนภูเขา เอามาให้ท่าน ลองสิ ดังนั้นคือ เจ้าไปเก็บยาในขณะที่เจ้ากำลังฝึกฝนอยู่สินะ ข้าจะแก่หรือไม่ มันใช่เรื่องสำคัญหรืออย่างไร ถึงต้องให้เจ้ามาเสียเวลา ไม่สู้เอาเวลาไปทุ่มกับ การฝึกวิทยายุทธดีกว่า เข้าใจแล้ว ๆ ๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างแน่นอน ข้าจะทำให้ทั้งตำหนักเซียน เห็นถึงความสามารถของเจ้าตำหนักยวนจิ้ง เจ้าออกไปเถอะ ข้าไม่เป็นไร ใช่กระบี่นั้นที่รับแทนข้าหรือไม่ ในไอกระบี่นั้น หรือว่าจะมีไอพิษ ของบัวฟ่านเทียนเจือปนอยู่ ทำให้… ท่านบาดเจ็บหนักขึ้นใช่หรือไม่ แค่บาดแผลจากกระบี่ หายดีนานแล้ว ท่านเซียนบอกว่าหายดีนานแล้ว ก็ต้องหายดีแล้วแน่นอน เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อนนะ อ้อ
จริงสิ ยาที่ต้มเสร็จแล้ว ข้าจะยกเข้ามาให้ท่าน ท่านอย่าออกมาเด็ดขาดนะ ท่านต้องพักผ่อนให้ดี ๆ ระวัง [หัวใจเต้น] [เป็นหัวใจที่เต้นอยู่ของลู่หลี] ทำไมเจ้าถึงโง่ขนาดนี้ ลู่หลี ลู่หลีเขายังอยู่ ลั่วเกอจะไม่เตือนข้า แต่ลู่หลีทำ ลั่วเกอจะไม่ปลอบใจข้า แต่ลู่หลีทำ ลั่วเกอไม่ชอบให้ผู้อื่นแตะเนื้อต้องตัว แม้แต่ชายเสื้อก็แตะต้องไม่ได้ แต่ลู่หลีแตะต้องได้ ท่านจำได้ไหม นี่คือสิ่งที่ลู่หลีชอบทำมากที่สุด เจ้าคิดมากไปแล้ว [เป็นลู่หลี] [ลู่หลีกลับมาแล้ว] [ข้าไม่ใช่ลู่หลี] [ไม่ใช่] ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ [กึ่งปีศาจหลูเซิง] [นี่ไม่ใช่เรื่องจริง] [นี่ไม่ใช่เรื่องจริง] [ท่านอาจารย์] [ศิษย์กลับมาสายเกินไป] [ท่านอาจารย์] [เป็นใครกันแน่] [เป็นใครกันที่ทำร้ายท่าน] [ท่านอาจารย์] [ข้าจะไม่ยอมให้ท่าน] [ต้องจากไปเงียบ ๆ เช่นนี้] [ข้าจะหาตัวคนคนนั้นที่ทำร้ายท่านให้ได้] [ให้มันชดใช้ท่านด้วยชีวิต] [ท่านอาจารย์] [ท่านอาจารย์] [ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น] [ต่อให้ไม่มีการช่วยเหลือของท่าน] [ข้าก็จะตั้งตัวอยู่ในตำหนักเซียนให้ได้] [แย่งศิษย์น้องกลับคืนมา] [ท่านอาจารย์] [ขอวิญญาณท่านบนสวรรค์] [จงช่วยส่งเสริมข้าด้วย] สิ่งนี้ ก็คือของวิเศษที่ท่านอาจารย์ ใช้อำพรางกลิ่นอายปีศาจ
ของตัวเอง เมื่อมีสิ่งนี้ พลังปีศาจของอ๋าวเหิ่นที่ข้าได้มา ก็จะนำมาใช้ได้แล้ว [นายท่านตายแล้ว รีบหนีเร็ว] [พลังปีศาจของอ๋าวเหิ่น] ปีศาจทั้งหลายฟังคำสั่ง จงแยกย้ายไปรวบรวมพลังวิญญาณ พวกเจ้าไปพร้อมกัน [พลังปีศาจนี่นึกว่าเป็นนายท่านเสียอีก] [คนผู้นี้เป็นใครน่ะ] [พูดจาโอหังยิ่งนัก] [นึกว่านายท่านจะกลับมาเสียอีก] [น่าแปลก] [นี่มันวิชาอาคมของนายท่านไม่ใช่หรือ] มีใครอยากตายอีกไหม เหล่าข้าน้อย คารวะนายท่านคนใหม่ [คารวะนายท่านคนใหม่] [คารวะนายท่านคนใหม่] [ข้าจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ] [เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่ข้าต้องการ] [ไม่ว่าจะเป็นลั่วเกอ หรืออำนาจ] [ผู้ใดที่ขวางทางข้า] [ข้าจะฆ่ามันให้หมดทุกคน] เจ้าอย่ากลุ้มใจไปเสียเปล่าเลย สำหรับท่านเซียนแล้ว ต่อให้เจาะรูเขา อย่างมากแค่คืนเดียวก็หายแล้ว ครั้งนั้น ข้าข่วนเขานิดเดียว วันต่อมารอยเลือดยังอยู่บนหน้าอยู่เลย ไม่รู้นะว่าพิษของบัวฟ่านเทียนนี้ เป็นของแสลงท่านเซียนหรือเปล่า ถึงทำให้เขาบาดเจ็บหนักขนาดนั้น เจ้าวางใจเถอะ พิษบัวฟ่านเทียนไม่ทำให้เจ้านั่นตายหรอก เจ้าอย่าได้ดูถูกพลังซ่อนเร้น ที่บูรพาจารย์อาวุโสบำเพ็ญมาหมื่นปีเชียวนะ ข้าหามาแล้ว สรรพคุณที่ร้ายกาจที่สุด ของไม้วิญญาณเทพอยู่ที่ [ไม้วิญญาณเทพ] สามารถชำระความคิดฟุ้งซ่านและกิเลสขณะฝึกฝน ทำให้จิตใจใสสะอาด เป็นของวิเศษที่เอื้อในการบำเพ็ญเพียร มากที่สุดของตำหนักเซียน เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว ชำระจิตใจ ชำระจิตใจ ชำระจิตใจ [ลู่หลี]
[ที่โลกมนุษย์เจ้าไปพบเจอสิ่งใดกันแน่] [เหตุใดถึงใช้พลังวิญญาณ ของไม้วิญญาณเทพไปจนหมด] [ก็ชำระความคิดฟุ้งซ่าน ของใจครึ่งดวงนี้ได้ไม่สิ้น] ท่านเซียน ท่านเซียน ท่านบูรพาจารย์อาวุโส ท่านรีบมาดู เขาเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ท่านบอกว่าพิษบัวฟ่านเทียน สามารถรักษาตนเองได้ไม่ใช่หรือ และยังมี พลังวิญญาณของไม้วิญญาณเทพ ที่สามารถถอนพิษได้ไม่ใช่หรือ ไม่ใช่สิ ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เขาไม่ได้ถูกพิษเพียงอย่างเดียว ตลอดมาบาดแผลก็ไม่ได้หายสนิทดี ทั้ง ๆ ที่ร่างกายของเซียนชั้นสูง สามารถรักษาตนเองได้นี่นา แต่พลังเซียนของเขาในตอนนี้อ่อนแอ เขารักษาอาการบาดเจ็บ อยู่ในห้องสงบใจอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ คนที่ไม่รู้ คงคิดว่าเขาต่อสู้กับคนในห้องสงบใจ ท่านเลิกพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ได้แล้ว ท่านรีบไปดูเถอะว่าจะรักษาได้อย่างไรบ้าง ไม่รู้สาเหตุ ข้าจะรักษาได้อย่างไรเล่า แต่ว่า สามารถใช้ไม้วิญญาณเทพ ช่วยเขาขับพิษไปก่อนได้นะ นี่… ทำไมไม้วิญญาณเทพถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เหตุใดถึงได้เหี่ยวเฉา ใบไม้โรยราไปหมดเล่า ไม้วิญญาณเทพหล่อเลี้ยงด้วยพลังเซียน ไม่รับสายฝนและน้ำค้างทั่วไปของฟ้าดิน หรือว่าท่านเซียน ต้องการใช้ไม้วิญญาณเทพขับพิษ แต่ไม้วิญญาณเทพเกิดปัญหา ขาดแคลนพลังวิญญาณเป็นอย่างมาก ท่านเซียน รดน้ำด้วยพลังเซียนของตนเอง ดังนั้นจึงได้ถ่ายโอนพลังเซียนออกไป หรือว่า ไปตามให้พวกเซียนเวิงมาช่วยดีไหม เจ้าทึ่มหรืออย่างไร ถ้าให้พวกเขารู้ว่า ท่านเซียนต้องบาดเจ็บเช่นนี้เพราะเจ้า ไม่ต้องถลกหนังเจ้าหรอกหรือ
ยิ่งไปกว่านั้น หากใช้พลังเซียนของพวกเขา ก็ไม่พอรดน้ำไม้วิญญาณเทพต้นนี้เหมือนกัน ต้นไม้นี้จำเป็นต้องรดน้ำ ด้วยพลังเซียนเท่านั้นหรือ พลังเทพก็ใช้ได้นะ แต่ว่า ตำหนักเซียนแห่งนี้ ไม่ได้มีเทพชั้นสูงปรากฏขึ้นนับหมื่นปีแล้ว แล้วพลังเทพเล่า [ยังไม่ได้จริง ๆ ด้วย] [แต่เขตอาคมนี้] [ดูท่าจะไม่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อวาน] [หรือว่าลั่วเกอจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น] [หากเป็นเช่นนี้จริง] [ก็ถือว่าสวรรค์ได้มอบโอกาสอันดีแล้ว] [บนเขตอาคมนี้] [ยังมีเขตต้องห้าม ที่ใช้กับผู้อื่นอีกอย่างนั้นหรือ] [ดูท่าลั่วเกอคงไม่อยากให้ใครบางคนมาหาข้า] [ในเมื่อเป็นเช่นนี้] [ข้าก็จะพบคนผู้นี้ให้ได้] [แม้ว่าข้าจะทำลายเขตอาคมไม่ได้] [แต่เขตต้องห้ามเล็ก ๆ เช่นนี้] [ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก] สำเร็จแล้ว ทว่า คนที่ลั่วเกอใส่ใจถึงเพียงนี้ เป็นใครกันแน่ [ไม้วิญญาณเทพมีจิตวิญญาณ] [ขอแค่เจ้าพยายาม เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของมัน] [เริ่มมอบพลังเทพให้แก่มันด้วยตนเอง] [มันก็จะซึมซับพลังวิญญาณของเจ้า] [แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นต้นไม้] [ถ้าเจ้าโคจรพลังเทพได้ไม่คล่องแคล่ว] [มันก็จะล้วงเอา พลังเทพของเจ้าทั้งเป็นไปจนหมด] [ซึ่งเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก] [เจ้าต้องระวังนะ] หลิ่ว… หลิ่วเซา หนาวเหลือเกิน ลู่หลี ลู่หลี ลู่หลี ลู่หลี ท่านเซียนลั่วเกอ สามตำหนักกำลังประชุมหารือกันเรื่องตำหนักลี่เทียน เซียนเวิงให้ข้ามาไถ่ถาม ว่าท่านเซียนสามารถไปได้หรือไม่
ไปมิได้ ลู่หลี ลู่หลี ลู่หลี โชคชะตาอันโหดร้ายที่เจ้าสร้างขึ้น ทำให้ข้าติดค้างนางยิ่งนัก ปีศาจพวกนี้เหตุใดจึงได้เหิมเกริมเช่นนี้ ทั้งอู่หยางโหวและอ๋าวเหิ่น ต่างก็ตายในศึกหอคอยลู่ซือไปแล้ว ทั้งโลกมนุษย์และแดนปีศาจ ต่างก็วุ่นวายแล้วมิใช่หรือ มีหลักการเช่นนี้ที่ไหนกัน คิดว่าตำหนักเซียนของข้าไร้ผู้คนแล้วหรืออย่างไร ตำหนักเซียนของเราก็ทำอะไรไม่ปรึกษาใครอยู่แล้วนี่ เรายังจะต้องห่วงสิ่งใดอีก เซียนเวิง ท่านเซียนลั่วเกอไม่ยินดีมาเจ้าค่ะ เขา เขา เขาเป็นอะไรไป ไม่รู้เหตุใด เขาจึงนั่งเฝ้าอยู่ที่เตียงของหลิ่วเซา มาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว อีกทั้งยังมิให้ผู้อื่นเข้าไป ศิษย์ก็เข้าไปมิได้เช่นกัน เหมือนว่าข้าจะฝันอีกแล้ว ฝันเห็นลู่หลี ไม่ใช่สิ เป็นลั่วเกอต่างหาก ท่านเซียนลั่วเกอ ท่านดีขึ้นแล้วหรือยัง ไม่มีอันใดน่าเป็นห่วงแล้ว เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าด้วย ท่านรู้แล้วอย่างนั้นหรือ ในพลังเทพนั้น มีพลังวิญญาณบางส่วนถูกช่วงชิงไป ถึงจะเจ็บก็จริง แต่สำหรับเจ้าก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง พลังวิญญาณที่เจ้าฝึกฝนใหม่ จะเข้ากันได้ดีกับตัวเจ้ามากกว่า พลังของท่านเทพเย่าหลิง ก็ถือว่ามีหวัง ที่จะกลายเป็นพลังของตัวเจ้าเองจริง ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าก็ถือว่ามีความโชคดีในความโชคร้ายน่ะสิ อ้าปาก อะไรน่ะ ยาเม็ดนี้ หลอมขึ้นจากวัตถุดิบยาหลายชนิด รวมไว้ซึ่งพลังวิญญาณของไม้วิญญาณเทพ นับว่ามีประโยชน์ ต่อวรยุทธ์ของเจ้ามหาศาล พลังวิญญาณของไม้วิญญาณเทพ
เจ้าทำอะไรน่ะ พลังวิญญาณของไม้วิญญาณเทพ สามารถหยุดความคิดของคนได้ เช่นนั้นมิได้หมายความว่า จะให้ข้าเลิกคิดถึงท่าน… เลิกคิดถึงลู่หลีหรอกหรือ ไม่ได้ ต่อให้ข้าตาย ก็ไม่อาจลืมลู่หลีได้เด็ดขาด ไม่ลืมหรอก หากว่ารักนั้นลึกซึ้งแท้จริง ต่อให้ใช้พลังแห่งไม้วิญญาณเทพจนสิ้น ก็ไม่อาจสลายความคิดถึงเช่นนั้นได้หรอก แต่ความรักในโลกมนุษย์นั้น ทั้งดื้อดึงและไร้เสน่หา หากถลำลึกลงไป มีแต่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ท่านต่างหากที่ไร้เสน่หา ตัวข้าเป็นของสามพิภพ เห็นแก่ปวงประชา บริสุทธิ์ไร้ความกังวล ถือว่าไร้เสน่หาจริง ๆ เจ้าควรจะทำความรู้จัก กับคนน่าสนใจที่มีอุปนิสัยตรงกับเจ้าให้มาก จะได้มิต้องมีแนวคิดคับแคบเช่นนี้ ท่านเซียนลั่วเกอ ลู่หลีก็คือคนที่มีอุปนิสัย เป็นคนที่น่าสนใจเช่นเดียวกับข้า ทั้งที่บอกว่าไม่ให้ข้าแตะต้องตัวท่าน แม้แต่ปลายแขนเสื้อ แล้วเหตุใด จึงให้ข้าจับต้อง ปลายแขนเสื้อของท่านได้ทั้งคืนเล่า ลั่วเกอ ขอบคุณท่านมาก ท่านเฝ้าข้า มาตลอดทั้งคืน เจ้าคิดเยอะไปแล้ว ข้าเพียงแต่ ไม่เคยติดค้างบุญคุณใคร รอข้าก่อนสิ ท่านเซียน เซียนเวิงส่งศิษย์ให้มาเชิญท่านเซียน มีเหล่าปีศาจก่อความวุ่นวายในโลกมนุษย์ อย่างกะทันหัน มิทราบว่าท่านเซียน จะลงไปขจัดมารด้วยตนเองได้หรือไม่ เจ้ากลับไปแจ้งให้เซียนเวิงทราบด้วย ว่าข้าจะไป ขอรับ ท่านเซียน แม้ว่าพิษของบัวฟ่านเทียนจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่บาดแผลของท่านยังฟื้นฟูได้ไม่สมบูรณ์ ตอนนี้ท่านไม่ควรจะออกไปด้านนอก
ก่อนนี้ที่ตำหนักลี่เทียน ข้าปกป้องเหล่าปีศาจ ทำให้หลายคนไม่พอใจในตัวข้า เรื่องนี้ข้ามิได้ใส่ใจ แต่เซียนเวิงใส่ใจ เขาเป็นอาจารย์ของข้า ข้าย่อมมิอาจทำให้เขาลำบากเพราะข้าได้ เช่นนั้นข้าจะไปกับท่าน เจ้าน่ะหรือ ข้ามาจากโลกมนุษย์ ไม่แน่ว่า ข้าอาจจะช่วยท่านได้บ้าง ถ้าเจ้ายินดีที่จะตามมา ก็ตามมาเถอะ รอข้าด้วย [สำนักอู่หยางโหว] เสี่ยวเสวี่ย พี่เจี่ยน เสี่ยวเสวี่ย สังหารสองคนนี้ซะ ดูดเอาพลังวัตรออกมา นำไปมอบให้นายใหม่ ผู้ใดกันคือนายใหม่ของเจ้า เสี่ยวเสวี่ย กระบี่ กระบี่โอบจันทร์ นี่มัน หรือว่านี่ก็คือท่านเซียนลั่วเกอ เสี่ยวเสวี่ย ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร ผู้ใดคือนายใหม่ของพวกเจ้า ตอบคำถามของข้ามา ผู้ใดกัน คือนายใหม่ของพวกเจ้า เรื่องนี้ ข้าพูดไม่ได้ หากพูดออกไปแล้ว นายใหม่จะต้องสังหารพวกเราอย่างโหดเหี้ยมเป็นแน่ ร่ำลือกันว่า พวกเจ้าสังหารศิษย์ของสำนักอู่หยางโหวไปมากโข ข้ามแดนเขตโลก สังหารคนเป็น ซ้ำยังสังหารมาถึงหน้าประตูสำนักอู่หยางโหว นึกว่าตำหนักเซียนของข้าไม่มีอยู่อย่างนั้นหรือ เจ้าก็คือนายใหม่ของพวกมันหรือ ไม่ใช่ แล้วเหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่ได้ ขอบคุณที่ท่านเซียนปกป้องเผ่าข้าทั้งเผ่า ให้รอดพ้นความตายเมื่อครั้งอยู่ตำหนักยวนจิ้ง ขณะเดียวกัน ข้าก็ต้องการแจ้งเรื่องหนึ่งให้ท่านเซียนทราบ เรื่องใดกัน เผ่าภูตวารีของข้า เดิมเคยเป็นราชาปีศาจของแดนปีศาจทั้งหมด