บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.20 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 20] ท่านพี่ อย่าทิ้งข้าไปนะ ของของเจ้า ข้าได้ส่งไปยังศาลาริมน้ำซือเชียนแล้ว ตอนนี้เจ้าตอบข้ามาได้หรือยัง ผู้ใดฆ่าท่านอาจารย์ข้ากันแน่ หลิ่วเซากับท่านเซียนลั่วเกอ เป็นไปไม่ได้ จะต้องให้ข้าเตือนเจ้าหรือไม่เล่า ว่าเรื่องหอคอยลู่ซือ ท่านอาจารย์หลูเซิงของเจ้า ก็มีส่วนร่วมด้วย ฉะนั้น เจ้าเองก็เกลียดพวกเขาใช่หรือไม่เล่า วางใจเถิด เรื่องที่ในร่างเจ้ามีพลังปีศาจอยู่ ข้าไม่ให้พวกเขาล่วงรู้ได้หรอก เจ้าเพียงแต่ต้องมาที่นี่สองวันครั้ง อย่างไรเสีย ศัตรูของศัตรู ก็คือมิตร สิ่งนี้คืออะไรหรือ นี่คือดอกเว่ยยางที่เก็บมาเมื่อวาน ข้าลองใช้อาคม ทำให้มันแข็งตัวไว้เป็นบางดอก เป็นอย่างไร งดงามหรือไม่ ดอกเว่ยยางนี้จะไม่มีวันร่วงโรย จะอยู่เคียงข้างกันเช่นนี้ไปชั่วชีวิต ข้าขอ วางมันไว้ตรงนี้ได้หรือไม่ ขอร้องละ ตามใจเจ้าเถอะ ท่านไม่ได้จะสอนวิชาอาคมให้ข้าหรอกหรือ เจ้าสามารถใช้บทเพลงเสียงสัมผัสทั้งหก ที่ข้าสอนไปคราวก่อนมาฝึกฝนจิตใจได้ แต่ก่อนหน้านั้น ข้าต้องเชื่อมจุดชี่ไห่ของเจ้าเสียก่อน ชี่ไห่หรือ [การฝึกฝนพลังวัตรของมนุษย์] [กับพลังวิญญาณของตำหนักเซียน] [แก่นแท้ไม่ได้ต่างกัน] [ข้าเปิดจุดชี่ไห่ให้กับเจ้า] [ให้ลมปราณที่คั่งค้างกลายเป็นพลังที่ไหลเวียน] [ก็จะสามารถฝึกฝนวิชาอาคมของตำหนักเซียนได้] ท่านเซียน ไม่เป็นอันใดนะ ข้าไม่เป็นไร สร้อยข้อมือมุกนี่ กำจัดพลังบางส่วนแทนเจ้า มันคุ้มครองเจ้าไว้
คุ้มครองข้าไว้ แต่ตนเองกลับต้องแหลกสลาย เป็นข้าเอง ที่ทำลาย ของล้ำค่าที่ลู่หลีทิ้งไว้ให้กับเจ้าจนแตกสลาย ต่อไปข้าจะชดใช้ให้เจ้าเอง ขอเพียงท่านยังอยู่ เรื่องอื่น ก็ล้วนแต่เป็นเพียงของนอกกาย พลังเทพเจ้าเย่าหลิงในตัวเจ้า แท้จริงแล้วมีความพิเศษอยู่ ข้าต้องใช้เวลาพินิจให้ถี่ถ้วน สองสามวันนี้ ข้าต้องฝึกจิตภาวนา เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถิด นี่มันคือสิ่งใดกันนะ เทพธิดาน้อยลั่วหนิง แม้จะช้าไปหนึ่งวัน แต่ขอให้ท่านสุขสันต์วันเกิดนะ ข้าน้อย นับว่าเป็นผู้มีสติปัญญาหลักแหลม ส่วนหน้าตาน่ะหรือ ก็ถือว่าใช้ได้ แต่หากเทียบกับพี่ชายข้าแล้ว ก็ยังแย่กว่านิดหน่อย เจ้าค่อนข้าง ผอมบางไปหน่อย เทพธิดากล่าวผิดแล้ว หน้าหนาใช้ได้เลยนะ แต่ว่า ก็นับว่านี่เป็นข้อดี ดีกว่าพี่ชายข้าหน่อย เอาละ ตอนนี้ บอกข้ามาซิ เจ้าพยายามอย่างหนักขนาดนี้ ทำให้ตนเองมาปรากฏกายต่อหน้าข้า มีจุดประสงค์อันใดกันแน่ ข้าเป็นเพียงนักโทษ แม้ว่าร่างกาย อาศัยพลังวารี มาปรากฏกายต่อหน้าเจ้าได้ แต่จิตวิญญาณข้าถูกกักขังไว้อยู่ แล้วยังถูกเทพธิดากดขี่อีก ข้าจะไปมีความคิดอะไรได้ พูดได้ดูดีมาก ก็อย่างเช่นว่า สืบดูข่าวคราวของตำหนักเซียน แอบสืบพี่ชายข้า ว่ามีจุดอ่อนอันใดไหม ยังมีข้าอีกคน เทพธิดา ผู้ที่ไม่เคยออกไปไหน และไร้เดียงสาผู้นี้ มีจุดใด
ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ใช่ไหมเล่า เทพธิดาน้อยคิดมากเกินไปแล้ว เจ้าดูเอาเถิด ข้าเพียงแต่เหงาที่ถูกกักขังอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ต้องการหาคนมาเล่นสนุกด้วยก็เท่านั้น ข้าชอบเหตุผลนี้ ไม่อย่างนั้น พวกเราลองมาเล่นการละเล่นเล็ก ๆ ดูว่าพลังวารีแค่นี้ จะทำให้เจ้าอดทนได้นานเพียงใดกันเถอะ ที่แท้ก็อ่อนแออยู่บ้างจริง ๆ ว่าอย่างไรนะ ร่างกายของท่านเซียนยังไม่หายดีงั้นหรือ ข้าว่า ไม่น่าใช่แผลเก่าที่ยังไม่หายดี แต่เป็นการบำเพ็ญเพียรของเขา น่าจะมีปัญหาเสียมากกว่า ท่านลองคิดดู พิษของบัวฟ่านเทียน ยังถูกเขาขับออกได้ไม่หมด บาดแผลจากก็กระบี่ยังไม่หายดี ขนาดช่วยข้าเปิดจุดชี่ไห่ ยังบาดเจ็บได้อีก ถึงเขาจะบอกข้าว่าไม่เป็นอะไร แต่ว่า ข้าว่าเขามีปัญหา และยังเป็นปัญหาที่หนักมากด้วย ดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาได้เป็นท่านเซียน การบำเพ็ญเพียรของเขาก็ไม่ค่อยปกติ เกิดปัญหาที่ด่านเคราะห์หรือเปล่าน่ะ ทำให้สภาพจิตใจและลมปราณได้รับความเสียหาย เพราะหัวใจครึ่งดวงของลู่หลีอย่างนั้นหรือ เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจนะ อันที่จริงช่วงหมื่นปีมานี้ ก็มีเซียนชั้นสูงปรากฏตัวขึ้นอยู่สี่ห้าท่าน อีกทั้งยังมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานทั้งนั้น เจ้าว่า ท่านเซียนเหล่าซาง ก็คือพ่อของซางอวี้หรงที่ชอบโอ้อวดน่ะ บำเพ็ญเพียรเป็นเซียนชั้นสูงได้สองร้อยปี แล้วก็ขี่นกกระเรียนไปสวรรค์แล้ว ไปแล้วก็ไม่หวนกลับมาอีกเลย นี่ นี่ ๆ วิ่งหนีทำไมเล่า ไม่ได้จะทำอะไรเจ้าเสียหน่อย เจ้าตำหนักซาง ท่านมานานแล้วหรือ ข้านอนบนต้นไม้มาตลอด ไม่ได้ย้ายที่เลย
เซียนเวิง โปรดวางใจเถิด ข้าเพียงแต่ ได้รับบาดเจ็บจากของวิเศษของกึ่งปีศาจหลูเซิง ในยามที่จัดการกับเขา ภายหลังพอสร้างเขตอาคม สำนักอู่หยางโหวอีกครั้ง ก็ต้องใช้พลังวิญญาณเยอะ จึงได้รับบาดเจ็บอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อครู่ข้าเห็นหมดแล้ว พลังเทพในร่างหลิ่วเซา เป็นของท่านเทพเย่าหลิง เป็นพลังหยาง แต่พลังเทพในร่างเจ้า เป็นของเทพจันทรา เป็นพลังหยิน เจ้าสองคน พลังวิญญาณหักล้างกันโดยธรรมชาติ ฉะนั้นเเผลของเจ้าจึงหายได้ช้า อีกทั้งจะค่อย ๆ ผ่ายผอมซีดเซียว นี่เป็นเหตุผลที่แท้จริง ลำพังด้วยฝีมือของนางเอง ต่อให้นางมีพลังของท่านเทพเย่าหลิง ก็ไม่อาจทำร้ายเจ้าได้ เจ้าต่างหากที่เกรงว่าจะทำร้ายนาง หากไม่ใช่เพราะเจ้าจะถอนพลังวิญญาณคืนไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเองบาดเจ็บหนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่านางจะเป็นอย่างไร แม้ว่านางจะมีมุกธาราคุ้มครองอยู่ นางก็อาจจะ กลายเป็นผุยผงได้ เจ้าจะเป็นกังวลถึงเพียงนี้ไปใย ไม่มีอะไร ยังเป็นห่วงเรื่องที่ลั่วเกอ ยังไม่อาจรักษาตัวให้หายดีได้โดยเร็ววันใช่ไหม เขาเป็นเซียนชั้นสูง ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ถ้าหากลั่วเกอเป็นอะไรขึ้นมา เจ้าก็คงจะช่วยเขาแก้ปัญหาใช่หรือไม่ ใช่แล้ว ๆ แต่ว่า เจ้าคืนมันให้ข้าได้หรือไม่ นี่เป็นดอกไม้ที่ศิษย์พี่ของข้ารักมากที่สุด ปีนี้บานแค่ดอกเดียวเอง ข้าต้องนำไปให้นางชม อืม คืนให้เจ้า
ข้าน่ะ ก็ไม่ได้จะรับของคืนมาเปล่า ๆ หรอก ปิ่นปักผมนี้ข้าให้เจ้า ถือเสียว่าเป็นการขอบใจเจ้า พวกเจ้าทำอะไรกัน ศิษย์พี่ ปิ่นปักผม ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ดอกไม้นี่ งามหรือไม่ เจ้าเป็นถึงเจ้าตำหนักที่สง่างาม ไม่ตั้งใจฝึกฝน สนใจแต่เรื่องเด็ดดอกหักกิ่งไม้พวกนี้ เจ้าคิดได้อย่างไร ศิษย์พี่ไว้ชีวิตข้าเถิด อย่าหนีนะ หยุดเดี๋ยวนี้ ศิษย์พี่ ข้าผิดไปแล้ว อย่าวิ่งหนีสิ ศิษย์พี่ไว้ชีวิตข้าเถิด เจ้าตำหนักจั๋วนี่สุดยอดจริง ๆ [แต่ปิ่นปักผมนี่อย่างไรก็ต้องคืนเขา] ไม่เลวเลย ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วยาม อยู่ห่างจากพลังวารีแล้ว ก็ยังทนอยู่ได้นานเหมือนกันนะ เจ้า หน้าเจ้า เป็นอะไรหรือ เทพธิดาศึกษาเผ่าปีศาจ ได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้ กลับไม่รู้ว่าแม้ข้าจะขาดน้ำได้ แต่ขาดได้ไม่เกินหนึ่งชั่วยามอย่างนั้นหรือ ใช่ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องพวกนี้ด้วย ขออภัยด้วย ช่วงนี้ข้า ยุ่งอยู่กับการท่องตำรา ความจำไม่ค่อยดีเท่าใดนัก เจ้า เจ้าเป็นอะไรอีกหรือ สภาพของข้าดูไม่น่ามอง เทพธิดา ข้าขอตัวไปก่อน ช้าก่อน ช้าก่อน อาฝูจวินผู้นี้ แม้จะไม่ใช่คนดีอะไร ทว่า ก็น่าสนใจอยู่บ้างละนะ
ท่านบูรพาจารย์อาวุโส นี่มันตำราวิชาแพทย์หรือยันต์ไก่เขี่ยกันแน่ ข้าอ่านไม่ออกสักตัวอักษร แม่ทูนหัวตัวน้อยของข้า นี่มันตำราที่มีเพียงเล่มเดียว ในรอบหมื่นปีเชียวนะ หากเจ้าไม่เคยพบเห็นก็ช่างปะไร แต่ห้ามดูหมิ่นลายมือบรรพบุรุษของข้า เช่นนั้นแล้ว ของของบรรพบุรุษ ท่านก็ควรเก็บไว้เองสิ จะนำมาให้ข้าดูทำไม ข้าอ่านไม่ออกเสียหน่อย ตำราเล่มนี้บันทึกไว้ว่า หญ้าเวยหรุยช่วยให้ท่านเซียนฟื้นคืนพลังได้ หญ้าเวยหรุย มันสามารถมอบพลังชีวิต ที่ไร้ขีดจำกัดให้แก่ร่างกายได้ ยามที่ลั่วเกอเลื่อนขั้นเป็นเซียน จำต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ย่อมต้องหลงเหลือบาดแผลไม่มากก็น้อย มันจะทำให้ลั่วเกอ เปลี่ยนแปลงราวกับเป็นคนใหม่ สดชื่นเหมือนเกิดใหม่ เช่นนั้น หญ้าชนิดนี้คงหายากมากใช่หรือไม่ หายากมากน่ะสิ หมื่นปีถึงจะพบได้สักครั้งหนึ่งน่ะ แต่ข้าคือท่านบูรพาจารย์อาวุโส ผู้ที่หมื่นปีถึงจะได้พบเชียวนะ ข้ามีเมล็ดพันธุ์ของมันอยู่เม็ดหนึ่ง จริงหรือ ท่านคงไม่ได้จะบอกข้าว่า มีเมล็ดพันธุ์ แต่ปลูกไม่ได้หรอกนะ จริง ๆ แล้วก็ปลูกได้ เพียงแต่ต้องมีคน ดูแลปรับสมดุลพลังหยินหยาง เพียงสามวันก็ปลูกได้แล้ว แต่ผู้ใดกัน ถึงจะสามารถปรับสมดุลพลังหยินหยางได้ เรื่องนี้ จะรู้หรือไม่รู้ ข้าก็ไม่รู้ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส ข้าว่าท่านน่ะ ควรโยนตำราโบราณของท่านเล่มนี้ลงน้ำไปซะ ทำให้คนหลงดีใจเก้อ ถึงอย่างไรมันก็ต้องมีวิธีแหละน่า [แม่นางหลิ่วเซา] [ท่านเซียนลิ่วเกอเรียกพบ] มาแล้ว ๆ
นี่คืออะไรน่ะ นี่เป็นคัมภีร์พลังน้ำแข็ง จะช่วยให้ตัวเจ้าเข้าไปเปิดจุดชี่ไห่ได้ บรรลุการบำเพ็ญตบะ คัมภีร์พลังน้ำแข็ง [พลังแห่งน้ำแข็ง] [อาศัยสายน้ำที่อ่อนโยนเป็นมารดา] [อาศัยพลังหยินเพื่อดึงดูด] [เคล็ดลับนี้] [น่าจะเป็นการสอนข้าให้เข้าไปถึงจุดหยิน] [ปรับให้เข้ากับพลังหยางของเย่าหลิงได้] [เช่นนั้นพลังวิญญาณ ที่ได้จากการบำเพ็ญตนตามเคล็ดลับนี้] [จะเป็นพลังความสมดุลของหยินหยาง] [ตามที่หมื่นปีกล่าวไว้หรือไม่นะ] เคล็ดลับนี้ดีนัก ข้าจะหมั่นฝึกฝนแน่นอน ก่อนจะเริ่มฝึก ดื่มสิ่งนี้เสียก่อนสิ นี่คือของดีสำหรับการบ่มเพาะพลังวิญญาณหรือเปล่า ไม่จำเป็น ๆ ร่างกายข้าแข็งแรงดีมาก ของดีแบบนี้ ท่านเซียนเก็บไว้ดื่มเองเถอะ นี่คือน้ำตาหงส์ เป็นสิ่งที่ท่านเทพเย่าหลิงเหลือไว้ น้ำตาหงส์คืออะไรหรือ การนิพพานของหงส์ ฟื้นขึ้นจากกองขี้เถ้า ก่อนนิพพานจะระลึกถึงเรื่องราวในอดีต และหลั่งน้ำตา แต่หลังจากนั้น ชีวิตใหม่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นน้ำตาหงส์จึงมีผลทำให้ลืมเลือนอดีต สามารถทำให้เจ้าลืมสิ่งเหล่านั้นไปได้ ทั้งผู้คนและเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก นับจากนี้การบำเพ็ญเพียรของเจ้า ก็จะราบรื่นขึ้นมาก ท่านบอกเองไม่ใช่หรือ ต่อให้เป็นพลังชำระจิตของไม้วิญญาณเทพ ก็ไม่อาจลบล้าง ความคิดถึงของมนุษย์ได้ ไม้วิญญาณเทพชำระล้าง ได้เพียงความคิดฟุ้งซ่าน น้ำตาหงส์ จะทำให้เจ้าลืมเรื่อง เกี่ยวกับความรักทั้งหมด เปรียบได้กับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ที่ด้านบนน้ำมีฝุ่นเกาะ ไม้วิญญาณเทพจะล้างเอาฝุ่นนั้นออก ส่วนน้ำตาหงส์ จะเทน้ำในแก้วเสียจนหมดสิ้น ฉะนั้น ท่านต้องการให้ข้าลืมลู่หลี
ลืมเรื่องทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นในกาลก่อน ท่านจำไม่ได้ ก็ต้องให้ข้าลืมด้วย ทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเลยหรืออย่างไร เรื่องรักในโลกมีแต่จะขัดขวาง การบำเพ็ญเพียรของเจ้า หลิ่วเซา ลืมไปเสียจะดีกว่า แต่ข้าไม่ได้ต้องการบำเพ็ญเพียร ข้าต้องการเพียงได้อยู่กับท่าน นี่คือความคิดฝันที่เจ้าไม่ควรมี แต่เป็นสิ่งที่เจ้าควรจะลืมเลือนไปเสีย ข้า… เรื่องเหล่านั้นที่เกิดขึ้นกับข้าและลู่หลี ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงทั้งนั้น ไม่ใช่ฝุ่นละอองอันใด และไม่ใช่น้ำที่ถูกทำให้ปนเปื้อน ต่อให้ตอนนี้ท่านจะเป็นท่านเซียนลั่วเกอ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ข้าหลิ่วเซา ยอมตายแต่ไม่ยอมลืม บังอาจ หลิ่วเซา หลิ่วเซา ลั่วเกอ ข้าไม่มีทางลืม ให้ตายก็ไม่มีวันลืม เจ้าไม่อยากลืมก็ย่อมได้ ออกจากตำหนักเซียน ไปจากเขาซีอิ่น กลับไปยังโลกมนุษย์ของเจ้าเสีย ไม่ ท่านก็แค่ลืมเรื่องอดีตชาติ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเราสอง ท่านไม่เคยลืมไปเลยใช่หรือไม่ ข้าสามารถสัมผัสได้ หัวใจของท่านดวงนี้ ยังคงเป็นของลู่หลี ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ข้าไม่มีทางผิดเป็นแน่ เจ้าผิดแล้วละ ใจข้ามีเพียงการบำเพ็ญเพียร ความรู้สึกของลู่หลี ข้าไม่มีทางมีได้ ♫ ในวันที่ฝนพรำ โบกพัดไร้ควัน ♫ ท่านมี ได้ยินมาว่าลู่หลีเคยถูกคำสาปกลืนวิญญาณ ♫ กลับกลายเป็นวงกลม ♫ จนตายก็ยังมิอาจคลายได้ เจ้าดูสิว่าข้ามีหรือเปล่า
♫ วงทั้งสองด้าน ครวญหาถ้อยคำ ♫ ♫ ราตรีไม่หลับใหล ♫ ♫ เงาจันทร์จางหาย ผู้คนอาวรณ์ ♫ ♫ เงาฝั่งตรงข้ามคล้ายกับรังไหม ♫ ♫ สัญญาจากเจ้า อยู่ในอุ้งมือของข้า ♫ นี่เจ้ากล้าล่วงเกินท่านเซียนอย่างนั้นหรือ ♫ ไม่ว่าฤดูใบไม้ผลิจะผันแปร กาลเวลาเปลี่ยนผัน ♫ ♫ แต่หัวใจยังไม่แปรเปลี่ยน ♫ เกอเอ๋อร์ ลั่วเกอ ♫ เมฆบนนภา ประดับประดาระยิบระยับ ♫ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ เซียนเวิง ♫ ดั่งเช่นทุ่งหม่อนที่เขียวขจี ♫ หลิ่วเซานางมิได้มีเจตนาร้าย ♫ ลงเรือลําเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ ♫ ไม่ว่านางจะคิดอันใดอยู่ พลังวิญญาณของพวกเจ้าก็หักล้างกัน ♫ ใบหน้าซบไหล่ ♫ มีแต่จะทำร้ายซึ่งกันและกัน ♫ ชีวิตที่เหลือของข้า มิอาจต้านผ่านช่วงเวลานี้ได้ ♫ หรือเจ้ายังคิดจะทำร้ายทั้งผู้อื่นและตัวเอง ทำให้สามพิภพไร้ซึ่งความหวังอย่างนั้นหรือ
พลังวิญญาณหักล้างกัน… ♫ ข้าคะนึงถึงเจ้า ไกลออกไปถึงเมฆสีขาว ♫ ไม่สิ ในเมื่อลู่หลีเกิดใหม่เป็นท่านแล้ว ♫ ใกล้สุดขอบฟ้าก็ยัง นึกถึงใบหน้าอ่อนเยาว์ของเจ้า ♫ พลังวิญญาณยังหักล้างกันอีกหรือ เจ้าไม่รู้สึกว่าบาดแผลของเขาหายช้า ♫ เจ้าไม่ได้ยินเสียงหิมะตกในฤดูหนาวหรือ ♫ หนำซ้ำยังอ่อนแอลงทุกวันอย่างนั้นหรือ ที่แท้… ♫ เมื่อดอกไม้หยุดร่วงโรย เราทั้งสองก็ยังคงคิดถึงกัน ♫ ที่แท้ทุกอย่างก็เป็นเพราะข้า หลิ่วเซา ♫ สิ่งต่าง ๆ ในโลกหมุนเวียนไป ด้วยความเข้าใจ ♫ อย่าได้ฝืนสู้เพื่อเรื่องที่เปลี่ยนแปลงมิได้อีกเลย การลืมทุกสิ่งจะดีกับเจ้ามากกว่า ข้าไม่ลืม ♫ หลังพลาดซึ่งคืนวันที่ได้ดูแลกัน รูปลักษณ์ที่มิได้โรยราของข้า ♫ ต่อให้ตายข้าก็ไม่มีทางลืม ♫ วันนั้นบุปผาร่วงโรยในเรือนอันเงียบงัน วันที่พบอุปสรรค ♫ ข้าจะไปจากตำหนักเซียน จะไม่มาพบกับท่านอีก ♫ ภพชาตินี้ดุจปมในใจ เมื่อคราแรกที่เจ้าหันกลับมา ♫ เจ้าคิดได้แล้วหรือ ข้าคิดไม่ตกเลยสักนิด ♫ เนรเทศจากขอบฟ้าของเจ้า ♫ เหตุใดข้าจึงมิอาจครองคู่กับคนที่ข้ารักได้
♫ สู่ดินแดนรกร้างของใครกัน ♫ แต่ข้าเองก็รู้ดี ♫ หมู่เมฆท่ามกลางสี่สมุทรบิดม้วนกลิ้งเกลียว ♫ การที่ข้าทำเช่นนี้ จะเป็นการทำร้ายเขา ♫ ภูเขาและสายน้ำหลังการจากลานั้น ♫ ดังนั้นข้าจะเดินจากไปให้ไกล ♫ เงียบงันไร้คำพูดใดเอื้อนเอ่ย ♫ จะไม่มีทางมาเจอท่านอีก ♫ วันเวลาทอดถอนใจอย่างไร้เสียง ♫ ♫ ช่วงเวลาของใครกัน ♫ ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็อย่าได้ลังเลอีกเลย รีบลงจากเขาไปเถอะ เซียนเวิง ข้ายังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ ขอเซียนเวิง โปรดให้ข้าอยู่ที่นี่ตำหนักเซียน ต่ออีกสามวัน อนุญาต ได้ เจ้าสามารถอยู่ที่ตำหนักเซียนต่อได้ แต่ห้ามมาที่เขาซีอิ่นอีก ♫ ข้าคะนึงถึงเจ้า ไกลออกไปถึงเมฆสีขาว ♫ เซียนเวิง ต้องให้ข้าไปเฝ้าดูหลิ่วเซาไว้หรือไม่ ♫ ย้อนมองภพก่อนของเจ้า ยังคงไว้ซึ่งปรารถนาในรัก ♫ ข้ากลัวว่านางจะหาเหตุกลับไปที่เรือนเล็กเฝ่ยยวน หรือไม่ก็ไปขอให้ลั่วหนิงช่วย ดูนางไว้ให้ดี ♫ เจ้าไม่ได้ยินเสียงหิมะตกในฤดูหนาวหรือ ♫ อย่าให้นางขึ้นมาที่เขาซีอิ่นอีก เจ้าค่ะ
♫ รอบุปผาปลิดปลิว ข้าและเจ้าระลึกถึงกัน ♫ เกอเอ๋อร์ ♫ สิ่งต่าง ๆ ในโลกหมุนเวียนไป ด้วยความเข้าใจ ♫ ดูเจ้าสิไม่สงบใจแล้วรักษาตัวให้ดี แต่กลับช่วยนางสร้าง “คัมภีร์พลังน้ำแข็ง” อะไรนั่นอีก แบบนี้ไม่เป็นการสร้าง บาดแผลเพิ่มขึ้นหรอกหรือ ♫ หลังได้ดูแลกันในช่วงชีวิตที่เหลือ รูปลักษณ์ที่มิได้โรยราของเจ้า ♫ ใช่ว่าข้าอยากจะเป็นคนเลวที่พรากคู่รัก ♫ วันนั้นบุปผาร่วงโรยในเรือนอันเงียบงัน วันที่พบอุปสรรค ♫ แต่นางเป็นใครกันเล่า จะสำคัญไปกว่าเจ้า และความสุขสงบของตำหนักเซียนนี้ได้อย่างไร ♫ ช่วงเวลาในภพชาติ ช่วงเวลาที่ผ่านไปพริบตา ♫ ♫ ช่วงเวลาของใครกัน ♫ หยุดนะ ไป๋เฟิ่ง เจ้าจะทำอะไร เซียนเวิงกำชับให้ข้าจับตาดูเจ้าไว้ ห้ามเจ้าขึ้นไปที่เขาซีอิ่นอีก ข้ารับปากแล้วว่าจะไม่ไป ก็ย่อมไม่ไปอยู่แล้ว ใครจะไปเชื่อเจ้ากัน ด้วยความรู้สึกที่เจ้ามีต่อลู่หลี ต่อให้ขาหักก็จะไปหาเขาอยู่ดีสินะ กระบวนท่านี้ของศิษย์พี่ คล่องแคล่วและงดงามมาก คำสั่งของท่านเซียนเวิง คือขับไล่นางออกจากเขาซีอิ่น ได้สั่งให้เจ้าหักขานางทั้งสองข้างด้วยหรือ เจ้ากล้าดีอย่างไร บิดพลิ้วเจตนา ถือโอกาสล้างแค้นส่วนตัว เจ้าตำหนักจั๋ว
หลิ่วเซาผู้นี้… เรื่องที่เจ้าทำไว้ตอนอยู่ที่สำนักอู่หยางโหว อย่าได้คิดว่าข้าจะไม่รู้ ในเมื่อมาที่ตำหนักเซียนแล้ว ก็เก็บหางของเจ้าให้ดี ทำตัวเป็นผู้เป็นคน อย่ามาก่อเรื่องที่นี่ ถ้าแน่จริง ก็ทำเหมือนกับหลิ่วเซา ไปเดินผ่านบ่อละลายกระดูกเสีย ข้าก็จะได้เชื่อ ว่าเจ้าไม่ใช่คนเลว ยังไม่รีบไสหัวไปอีก มัวแต่ยืนอยู่นี่ให้ศิษย์พี่ข้าโกรธอยู่ได้ เจ้าค่ะ ขอบคุณเจ้าตำหนักจั๋ว เจ้าเองก็เงียบไปเถอะ ข้าไม่ได้ทำไปเพื่อเจ้า แต่ทำไปเพื่อตำหนักเซียน หลิ่วเซา เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม ทำไม เจ้าอยากจะดูแลนางต่อที่นี่ หรืออยากจะพากลับไปดูแลเล่า มิกล้า มิกล้า ข้าจะไปตามผู้อาวุโสสมุนไพรเดี๋ยวนี้ ผู้อาวุโสสมุนไพรรู้วิชาแพทย์ ดูเหมือนเทพธิดาน้อยจะผิดหวังมากนะ ก็นิดหน่อย อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่อยากเห็นเจ้าตายนี่นะ เทพธิดาน้อยกลับตรงไปตรงมายิ่งนัก ไม่มีมารยาเลยสักนิด ข้าชอบ คนชอบข้าตั้งเยอะแยะไป ไม่เห็นจำเป็นต้องมีเจ้าเพิ่มมาอีกคนเลย อย่างน้อยข้าอยู่ เป็นเพื่อนรอพี่ชายเจ้าได้นะ ไม่ต้องให้เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอก แค่ข้าอยากเจอ ก็เจอพี่ชายข้าได้ตลอดเวลา ถึงแม้เขาจะรักเจ้า แต่เขาก็ไม่ได้เป็นของเจ้า เขาเป็นคนของตำหนักเซียน เป็นคนของสามพิภพ มีเพียงแค่เท่านี้ ที่ถือว่าเป็นของเจ้า แปลกใจที่ข้าเข้าใจเจ้าใช่ไหมเล่า ครั้งก่อนที่ข้ามาพบว่า เทพธิดาน้อย เหมือนจะถนัดงานฝีมือมาก ฉะนั้นข้าจึงเอางานฝีมือมาหนึ่งชิ้นเช่นกัน นี่เจ้าอย่าได้ยกตุ๊กตาน่าเกลียดนี่ ให้ข้าเชียวนะ
แบบนี้จะเป็นการทำลาย ฮวงจุ้ยของศาลาริมน้ำข้าจนสิ้นได้ ข้าก็แค่นักโทษคนหนึ่ง ไม่มีอะไรทั้งนั้น ตุ๊กตานี่ ข้าใช้เสื้อผ้าของข้าทำขึ้นมา เป็นตัวแทนว่าของทุกชิ้น ล้วนมาจากข้า เช่นนั้น… เช่นนั้นข้าก็ยิ่งไม่ต้องการ เมื่อก่อนนี้ ข้าเคยทำตัวที่น่าเกลียดกว่านี้ให้พี่ชายข้า เขาเป็นตัวแทนเผ่าข้า ออกไปสู้กับเผ่าอื่น ไปครั้งหนึ่งก็นานถึงสามเดือน แต่เมื่อตอนที่เขากลับมา ข้าพบว่าเขาทำตุ๊กตาของข้าหาย ข้าโกรธเป็นฟืนไฟ อาละวาดไม่หยุด ทำลายข้าวของในห้องนอนของเขาไปจนหมด และยังกัดเขาไปหนึ่งทีด้วย คนอย่างเจ้านี่นะ ฝีมือทำงานฝีมือไม่ค่อยได้เรื่องก็จริง แต่กับเรื่องนี้แล้ว กลับถือว่าทำได้น่าสนใจมาก น่าสนใจอย่างนั้นหรือ ปกติแล้วเวลาแบบนี้ ทุกคนจะต้องพูดว่าข้ามันไม่รู้ความ พี่ชายรู้ความตั้งขนาดนั้นแล้ว แล้วพวกเราจำเป็นต้อง รู้ความขนาดนั้นด้วยหรือ พี่ชายดีเสียขนาดนี้ เหตุใดจึงเป็นของข้าคนเดียวไม่ได้ เหตุใดจึงต้องเป็นของคนทั้งเผ่า พูดได้มีเหตุผล ถือสิทธิ์อะไร พี่ข้าจึงต้องเป็นของตำหนักเซียน ถือสิทธิ์อะไร พี่ข้าจึงต้องเป็นของสามพิภพ เรื่องราวน่ะ ตอนเล่ามามันก็สนุกอยู่หรอกนะ แต่ว่า ตุ๊กตานี่มันก็น่าเกลียดจริง ๆ นั่นแหละ อาฝูจวิน เจ้าคิดหาวิธีแทบตาย ถึงกับใช้เรื่องพี่ชายข้ามาเอาใจข้า นับว่าเจ้าเล่ห์ไม่เบานะเนี่ย ถ้าทำให้คลายเหงาได้ แล้วจะเป็นอันใดเล่า ก็จริง ให้ข้าเป็นพี่ชายเจ้าดีหรือไม่ เทพธิดาน้อยอย่างข้า ปีนี้อายุครบหนึ่งพันปีพอดี
มิทราบว่า ท่านแม่ทัพองครักษ์ ปีนี้ท่านอายุเท่าไรหรือ ข้าใกล้จะครบหนึ่งพันปีแล้ว ใกล้จะครบหนึ่งพันปีแล้ว เช่นนั้นก็ยังไม่ถึงละสิ เรียกข้าว่าพี่สาว พี่สาว… แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่า ชื่อเทพธิดาน้อยเหมาะกับเจ้ามากกว่า เทพธิดาน้อย เช่นนั้นก็ได้ ข้า… ข้าเรียกเจ้าว่าอาฝูก็แล้วกัน ได้ อาฝู เจ้าทั้งคิดจะหลอกข้า ทั้งคิดจะเป็นพี่ชายข้า เช่นนั้นแล้ว คงจะยอมเชื่อฟังข้าทุกอย่างแน่นอนใช่ไหม จะว่า… เช่นนั้นก็ได้ ตอนเจ้าออกไปยังดี ๆ อยู่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้กลับมา ไม่ได้การแล้ว ยังจะกลับไปที่ใดได้อีก ตอนนี้แม้แต่ที่ซุกหัวนอนก็ไม่มีแล้ว ใช่ ที่ผ่านมาข้าพยายามไล่ตาม และไล่ตาม ก็แค่อยากอยู่กับเขาอย่างมีความสุข เป็นคู่สามีภรรยาธรรมดาทั่วไป ต่อให้ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน แค่ได้มองหน้ากันในตำหนักเซียน และได้เคียงข้างกันและกันเช่นนี้ ก็รู้สึกสุขใจเหมือนกัน แต่ว่า ตั้งแต่แรก มันก็เป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่แรก มันก็เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน เดิมคิดว่าเจ้ากับลู่หลี จะไม่แยกจากกันอย่างแน่นอน แต่เหตุใดถึงถูกแยกจากกันครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาบอกว่า ข้ากับเขาพลังวิญญาณหักล้างกัน หากอยู่ด้วยกัน จะทำร้ายเขาได้ เจ้าฟังคำพูดเหลวไหลของพวกเขาหรือ สมุนไพรเรามีฤทธิ์หักล้างกันอยู่ด้วยกัน สรรพคุณดีจะตาย ข้าไม่รู้ แต่ว่า…
ขอแค่ลั่วเกอใช้ชีวิตไปได้ดี ข้าจะเป็นอย่างไรก็ได้ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส ท่านให้เมล็ดของหญ้าเวยหรุยแก่ข้าได้ไหม เจ้าจะเอามันไปทำอะไร ข้าจะทำให้ลั่วเกอใช้ชีวิตไปได้ดี นายท่าน นี่คือพลังปีศาจที่หลอมจากทารก ที่เกิดมายังไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ของเผ่าภูตวารี หากนายท่านใช้มัน พลังจะต้องรุดหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอนขอรับ ใครใช้ให้พวกเจ้าลงมือกับเผ่าภูตวารีกัน อยากตายกันนักใช่ไหม ราชาปีศาจอาภรณ์ขาวมาแล้ว เหล่าปีศาจจงฟังคำสั่ง ตลอดนับร้อยปีที่ผ่านมา เผ่าปีศาจเราแตกความสามัคคีกัน ทั้งยังรุกรานกันเอง เป็นที่ดูแคลนของสามพิภพ บัดนี้ ข้าราชาปีศาจอาภรณ์ขาวขอสาบาน ว่าจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งนี้ นับจากนี้ไป ขอเพียงเป็นปีศาจ ขอเพียงยืนอยู่บนเขตแดนของเผ่าปีศาจ พวกเจ้าจะต้องเคารพข้า เฮอน่า เป็นราชา ทุกคำพูดและการกระทำ ล้วนต้องทำตามคำสั่งข้า หากมีผู้ใดไม่ยินยอม ก็ให้ลุกขึ้นมา คารวะราชาปีศาจเฮอน่า พวกเราจะจงรักภักดี และปฏิบัติตามท่านอย่างแน่นอน ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง จงจำไว้ กฎข้อแรกของข้า ผู้ที่ฆ่าเด็กเล็ก ไม่แยกเผ่าพันธุ์หรือมิตรศัตรู ให้ฆ่าไม่เว้น น้อมรับคำสั่งราชาปีศาจ [คาถาฉานซิน] คาถาฉานซิน ตำราเหล่านี้ พี่ชายของข้าได้ร่ายคาถาเอาไว้ ขอแค่ผู้ที่อ่าน ท่องเนื้อหาในตำราทั้งหมด ตัวอักษรเหล่านี้จึงจะหายไป เจ้าชอบข้าขนาดนี้ น่าจะยินดี ช่วยข้าท่องการบ้านในเดือนนี้ให้หมดนะ ทำไม จะไม่ท่องหรือ
ท่อง ต้องยินดีช่วยเจ้าท่องแน่นอน เพียงแต่ขอถามเทพธิดาว่า เดือนนี้ ยังเหลืออีกกี่วัน เชื่อฟังจริง ๆ เจ้าตั้งใจอ่าน ได้ยินหรือไม่ อ่านอยู่น่า ไม่เลว ไม่เลว อาฝูผู้นี้ ช่างเป็นคนเก่งที่น่าส่งเสริมเสียจริง การบ้านของเดือนหน้าใกล้จะมาแล้ว ข้าน่ะ ต้องการคนเก่งอย่างนี้พอดี น่าเกลียดเสียจริง แต่ว่า เขาช่วยเจ้าท่องการบ้านทั้งหมดของเจ้า จนหมดเลยนะ ตั้งเยอะขนาดนี้เชียวนะ แต่ว่า… ก็ยังน่าเกลียดอยู่ดี ค่อยดีขึ้นเยอะเลย ดูท่าวันนี้อาฝูจวิน พูดคุยกับเทพธิดาลั่วหนิง สนุกสนานดีนะ สิ่งของที่ข้าให้เจ้าตามหา หาเจอหรือยัง สิ่งของทุกอย่างที่อาจารย์หลงเหลือไว้ ข้าตรวจดูหมดแล้ว ไม่มีค่ายกลใด สามารถทลายเขตอาคมที่ท่านเซียนติดตั้งได้ เป็นไปอย่างที่คิด เช่นนั้นข้าก็ทำได้เพียงลองเสี่ยงตาย ทุกครั้งที่ผ่านศาลาริมน้ำซือเชียน ก็เก็บพลังวารีไว้ให้มากหน่อย รอให้พลังวารีมากเพียงพอ ข้าจะใช้ร่างกายเรียกจิตวิญญาณ ฝืนใช้จิตวิญญาณทลายเขตอาคม ย่อมต้องแตกสลาย เจ้าจะต้องตายอย่างน่าอนาถ ว่ากันว่าในวันที่พิณสือกู่เซ่อ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มีดวงดาวดวงหนึ่ง พุ่งผ่านท้องฟ้า ตกสู่ร่างของลั่วหนิง แล้วอย่างไรเล่า นั่นไม่ใช่ดวงดาว แต่คือพลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ ของพิณสือกู่เซ่อ กลับคืนสู่เจ้าของ หมายความว่าอย่างไร
ลั่วหนิงก็คือผู้สืบทอดของ เทพธิดาเจ๋อสุ่ยอย่างนั้นหรือ ก็เหมือนที่พลังเทพของเย่าหลิง ตกสู่ร่างของหลิ่วเซาเช่นกัน ส่วนพลังเซียนของเจ๋อสุ่ย ก็ตกสู่ร่างของลั่วหนิง ลั่วเกอน่าจะรู้เรื่องนี้นานแล้ว กลัวว่าน้องสาวจะถูกความแค้น ของเจ๋อสุ่ยมากระทบจิตใจ จึงให้นางคัดพระคัมภีร์ตั้งแต่เล็ก เพื่อสงบจิตใจ ตำนานกล่าวว่าพิณสือกู่เซ่อ สามารถรักษาบาดแผลได้ทุกชนิด ดังนั้นข้าอยากเดิมพันสักตั้ง ว่านางช่วยข้าได้ และนางจะช่วยข้า ขอให้เป็นเช่นนั้นเถอะ ขอแค่ได้ใจนาง ก็ย่อมทำได้ จะยากก็อยู่ตรงที่… ใจของเทพธิดาผู้นี้ ไม่ค่อยได้มาง่ายเท่าไร เก็บตัวได้ดีทีเดียว สีหน้าดูดีขึ้นไม่น้อยเลย ไม่นานมานี้ข้าไม่ระวังได้รับบาดเจ็บ พักรักษาตัวไม่กี่วัน ไม่นับว่าเก็บตัว พูดมา ที่ตามข้ามามีธุระอะไร ข้าไม่เคยดื่มสุรา จริงหรือ ไม่เคยดื่มจริงหรือ [ท่านไม่กล้าเผชิญหน้า] [และไม่กล้าดื่มสุรานี้] [ท่านกลัวว่าพอดื่มมันแล้ว] [จะเปิดเผยด้านที่เป็นลู่หลีออกมา] มันต้องแบบนี้สิ มา นางเป็นอย่างไรบ้าง ผู้ใด นาง… นางผู้ใด รู้แล้วยังจะถามอีก พวกท่านไม่ให้นางอยู่ที่เขาซีอิ่น ข้าให้ผู้อาวุโสสมุนไพรมารับตัวนางไปแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ไหน ไม่รู้แน่ชัด แต่ว่า ผู้อาวุโสสมุนไพรจะดูแลนางเป็นอย่างดี