บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.22 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 22] ท่านเซียน เรื่องราวทั้งหมด ข้าได้ยินจากเจ้าตำหนักซางแล้ว แต่กฎของตำหนักเซียนจะละเลยไม่ได้ ความผิดร้ายแรงเช่นนี้ หากต้องการไปจากตำหนักลี่เทียน จะต้องรับทัณฑ์อัสนีสามสาย เจ้าตำหนักจั๋วหมายความว่า ไม่ว่าหลิ่วเซาจะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่ ถ้าอยากจากไปก็ต้อง รับทัณฑ์อัสนีสามสายใช่ไหม ศิษย์พี่ อย่าว่าแต่สามสายเลย ข้าว่าตอนนี้แค่สายเดียวนางก็รับไม่ไหวแล้ว ท่านคิดดู หากหลิ่วเซาถูกใส่ความจริง สภาพนางในตอนนี้ก็น่าสงสารมากอยู่แล้ว พวกเรายังจะต้องการเอาชีวิตของนางอีกหรือ ถึงแม้จะถูกใส่ความ นั่นก็เป็นความรับผิดชอบของท่านเซียน หรือว่าบทลงโทษนี้ ไม่ใช่เพราะท่านเซียนเห็นด้วย จึงตัดสินหรอกหรือ กฎของตำหนักเซียนจะละเลยไม่ได้ การที่หลิ่วเซาถูกใส่ความ มันเป็นความผิดของข้าจริง ๆ ทัณฑ์อัสนีสามสายนี้ ข้าจะรับแทนนางเอง เจ้าตำหนักจั๋ว ไม่ทราบว่าหลังจากรับทัณฑ์อัสนีสามสายนี้ จะเป็นอย่างไรต่อ หลิ่วเซาจะถูกส่งตัวให้ท่านเซียนลงโทษ พวกเราสามตำหนักจะไม่ข้องเกี่ยว ตกลง ♫ เสียงลมพัดอ่อนดอกสาลี่ช่างน่าเวทนา ♫ ท่านเซียนโปรดผนึกพลังวิญญาณ มีเพียงการลงโทษจากสายฟ้าเท่านั้น ถึงจะเข้าใกล้ท่านเซียนได้ ♫ สีเงินอันหนาวเหน็บ ♫ ทว่า ภายในสามแซ่จะมิแบ่งแยกยศศักดิ์ ตำหนักเซียนสามตำหนักและผู้ใดจะขวางข้าก็ได้ ♫ ยอดคีรีสูงเสียดฟ้าเวียนมาจุติ ♫ ภายนอกสามแซ่หลังจากบทลงโทษ

    ข้าจะไม่ยอมให้ ♫ จันทราประดุจเกล็ดหิมะ ♫ หลิ่วเซามีความผิดใด ข้าจะรับโทษร่วมกับนาง ♫ เฝ้าปรารถนาให้โลกหน้าสมบัติสมบูรณ์ ♫ ♫ ครึ่งของดวงใจ ครึ่งของดวงจิต ♫ ♫ ที่จ่ายไปเพื่อแรงปรารถนาในโลกนี้ ♫ ♫ เจ้ากลับทำหูทวนลม ♫ ♫ ราตรีกำลังสิ้นสุด สลักดวงใจในบทกวี ♫ หนึ่ง ♫ เสียงลมพัดอ่อนดอกสาลี่ช่างน่าเวทนา ♫ ♫ สีเงินอันหนาวเหน็บ ♫ ♫ ยอดคีรีสูงเสียดฟ้าเวียนมาจุติ ♫ ♫ จันทราประดุจเกล็ดหิมะ ♫ สอง ศิษย์พี่ ♫ สามวันที่พบเจอ ประทับไว้บนหน้า ♫ ♫ เวลาที่ผ่านไปกับท่าน ♫ ♫ วันที่น้ำในมหาสมุทรจมดิ่งลง ♫ ♫ วันที่จันทราหลับใหลในโลกมนุษย์ ♫ ♫ เฝ้าปรารถนาให้โลกหน้าสมบัติสมบูรณ์ ♫

    ♫ ครึ่งของดวงใจ ครึ่งของดวงจิต ♫ ♫ ที่จ่ายไปเพื่อแรงปรารถนาในโลกนี้ ♫ สาม ♫ เจ้ากลับทำหูทวนลม ♫ ♫ ราตรีกำลังสิ้นสุด สลักดวงใจในบทกวี ♫ ข้าจะพาเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้ ♫ หนีจากความเจ็บปวด ตามหาใจอีกครึ่งดวง ♫ ♫ ดั่งฝันดั่งฝุ่น ♫ ♫ วงกลมสองวงยามเที่ยงคืน ♫ ♫ พรหมลิขิตมาบรรจบ ♫ ♫ จ้องดูตรีโลก มองไปยังที่รกร้าง ♫ ♫ วาสนาผูกเราเอาไว้ ♫ เรื่องที่ว่านอู๋เซียนเวิงถูกลอบสังหาร ♫ ชีวิตที่เหลือก็ไม่เท่ากับ เวลาเพียงชั่วพริบตา ♫ ข้าจะสืบหาความจริง และจะมาบอกกับพวกเจ้า ♫ เฝ้าปรารถนาให้โลกหน้าสมบัติสมบูรณ์ ♫ ♫ ครึ่งของดวงใจ ครึ่งของดวงจิต ♫ ♫ ที่จ่ายไปเพื่อแรงปรารถนาในโลกนี้ ♫

    ♫ เจ้ากลับทำหูทวนลม ♫ ♫ ราตรีกำลังสิ้นสุด สลักดวงใจในบทกวี ♫ ♫ ราตรีกำลังสิ้นสุด สลักดวงใจในบทกวี ♫ ข้า… ข้าไม่ไป ลั่วเกอ ข้าไม่ไป อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก พักผ่อนเถิด อย่าไปนะ อย่าไปนะ อย่าไป [หลิ่วเซา] [คนที่เจ้าไม่อยากจะสูญเสีย มาโดยตลอดคือลู่หลี] [และลู่หลี ก็คือตัวข้า] นับแต่นี้ ลั่วเกอก็คือลู่หลี ข้าจะยืนอยู่ตรงหน้าเจ้า เชื่อใจเจ้า คุ้มครองเจ้า ไม่ มันต้องเป็นความฝันแน่ ลั่วเกอไม่มีทางพูดเช่นนี้กับข้า ไม่ว่าจะเป็นความฝันหรือความจริง [ข้าจะไม่มีวันปล่อยมือ] ฝึกตนเป็นเซียนอย่างโดดเดี่ยว นับพันนับหมื่นปี ไม่เห็นจะดีเลยสักนิด ช่วงหลายหมื่นปีนี้ ย่อมต้องการใครสักคนมารักษาความโดดเดี่ยว จึงจะสามารถปกป้องสามพิภพให้สงบสุขได้ [หลิ่วเซา หลิ่วเซา] ท่านเซียน ท่านเซียน หลิ่วเซาเป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินว่าจิตปฐมของหลิ่วเซา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่นางยังไม่ฟื้น อย่าไปรบกวนการพักผ่อนนางเลย ท่านเซียน ข้าคือผู้อาวุโสสมุนไพรหมื่นปี ที่ผู้คนร่ำลือกัน

    ว่ารักษาได้ทุกโรค หากข้าอยู่ข้างหลิ่วเซา พร้อมด้วยหยูกยา อาการของนางจะได้หายเร็วขึ้น เช่นนั้นท่านก็รีบไป เดิมทีก็ลงเขาไปแล้ว เหตุใดถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้นะ เดิมอยากนำหญ้าเวยหรุยมาให้เจ้า และจะได้ไปจวนหลิ่ว เพื่อดูต้นสาลี่ยักษ์ที่บ้านนาง ช้าก่อน ไม่ทราบว่าในมือท่านบูรพาจารย์อาวุโส มียาที่รักษาอาการบาดเจ็บภายในบ้างหรือไม่ พิณขาดไปหนึ่งเส้น ตำนานกล่าวไว้ เส้นผมของเทพธิดา เป็นสายพิณ อาฝู ไม่เกิดอะไรขึ้น อาฝู ข้าจะช่วยเจ้าแน่นอน อาหรง เจ้าเองก็คิดว่าวิธีการของข้ารุนแรงไป ทั้งที่รู้ดีว่าเป็นไปได้สูง ที่หลิ่วเซาจะโดนใส่ความ แต่ยังดึงดันจะลงโทษทัณฑ์อัสนี ช่างอำมหิต ไร้มนุษยธรรม ใช่หรือไม่ ที่จริงข้าเข้าใจทั้งหมด ศิษย์พี่ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าตำหนักอู๋เสีย ที่ดูแลเรื่องการลงโทษ แต่ไหนแต่ไรก็เคารพกฎเกณฑ์มาโดยตลอด ทั้งต่อตนเอง และต่อผู้อื่น แต่ไม่ใช่กับลั่วเกอ ไม่ กับลั่วเกอข้าก็ทำเช่นนั้น ข้าเถรตรงกับหลาย ๆ คน ข้าเข้าใจ หลังการจากไปของท่านพ่อ ชื่อเสียงของตำหนักฉงหัวก็ค่อย ๆ เติบโต ตำหนักยวนจิ้งก็ถูกกดหัวในทุก ๆ ด้าน ศิษย์พี่ ท่าน ได้รับคำสั่งเสียของท่านพ่อก่อนตาย แต่ข้ากลับไม่ได้เรื่องสักอย่าง จนถูกผู้คนเยาะเย้ย

    ดังนั้นท่านจึงเป็นปฏิปักษ์กับผู้อื่นไปทั่ว ท่านล้วนแล้วแต่ทำเพื่อข้า ที่แท้เจ้าก็รู้อยู่แล้ว แต่กลับมักเเสร้งทำเป็นไม่รู้ อาหรง ฐานะศิษย์พี่นี้ ข้าเป็นมามากพอแล้วจริง ๆ ข้าก็มิเคยคิดจะเป็นแค่ศิษย์น้องของท่าน ศิษย์พี่ ถึงหนึ่งชั่วยามแล้วหรือ ข้าไปหาน้ำให้เจ้าดื่มดีกว่า ไม่ต้องแล้ว ค่อย ๆ นะ ดู ๆ แล้ว เหมือนว่าจะไม่เป็นอะไรแล้ว พิณสือกู่เซ่อ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ในการรักษาจริงด้วย มิใช่แค่คำบอกเล่า อย่าบอกนะว่า ข้าจะเป็นจริง ๆ พลังเซียนในกายข้า หรือว่าจะเคยเป็นของ เทพธิดาเจ๋อสุ่ยที่ตาย ในเผ่าปีศาจผู้นั้นจริง ๆ หรือ มิน่าล่ะ มิน่าพี่ชายข้าถึงได้… เขาก็คือเขา เจ้าก็คือเจ้า โชคชะตามิเคยซ้ำรอย ข้ามิเคยเชื่อในโชคชะตา เจ้าก็อย่าไปเชื่อเลย ข้าขอดูแผลที่มือเจ้าหน่อย ไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้นกับพิณสือกู่เซ่อ นึกไม่ถึงเลยว่า แม้แต่บาดแผลข้าก็ยังรักษาไม่หาย เจ้าสนใจแต่รักษาข้า จึงได้เป็นเช่นนี้ รู้สึกคันนิดหน่อย อันที่จริงข้าอยากถามว่า พิณสือกู่เซ่อนั่น เจ้าตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไร ก็ต้องส่งกลับตำหนักยวนจิ้งอยู่แล้ว ทำเหมือนว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่ท่านพี่ไม่อยากให้ข้ารู้ ย่อมทำไปเพื่อปกป้องข้า ข้าเข้าใจ

    ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะปกป้องท่านพี่ด้วย อย่างแอบ ๆ นะ ข้าเข้าใจ ก็เหมือนกับที่ข้าอยากปกป้องพี่ชายข้า และก็… อยากปกป้องเจ้า ให้เจ้าเป็นเทพธิดาน้อย ที่มีความสุขต่อไปอีกด้วย อาฝูจวิน เจ้าดูสิ เขตต้องห้ามคลายแล้ว นี่ก็หมายความว่า พี่ชายข้ากับหลิ่วเซา ไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่ คิดว่าข้าเป็นคนแก่เลอะเลือนหรืออย่างไร ที่แม้แต่ฆาตกรก็ยังจำมิได้ ท่านเซียนลั่วเกอมีคำพูดฝากมา บอกว่า จะตรวจสอบความจริงให้กระจ่างแน่นอน ความจริงอันใด ความจริงก็คือเขาถูกหลิ่วเซายั่วยวน คอยปกป้องนางตลอด ข้ามิอาจใช้ยาของท่านเซียน เจ้าเอากลับไปคืนเขาเสีย [เซียนเวิงอคติกับหลิ่วเซามาถึงบัดนี้] [และก็] [หากไม่ใช่เพราะนึกถึงเรื่องในอดีตชาติ] [ข้าก็คงไม่เป็นเช่นนี้] นี่คือ… คำสาป [ท่านพี่] [ท่านพี่] ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรหรือ ข้าไม่เป็นอะไร ข้าก็แค่… ช่วงนี้มีเรื่องมากมาย ต้องการความสงบ [ท่านพี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว] เรื่องตำหนักลี่เทียน ข้าได้ยินมาหมดแล้ว ถึงแม้ว่าฆาตกรยังหาไม่พบ แต่ยังดีที่เซียนเวิง มิได้มีเรื่องอันใดกับหลิ่วเซา ท่านพี่ ท่านไม่ต้องกังวลเกินไปนะ ข้าไม่กังวลหรอก รอข้าจัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อน ข้ายังต้องตรวจการบ้านเจ้าอีก เจ้าอย่าแอบขี้เกียจไปล่ะ ท่านพี่ ท่านหมายถึง พระคัมภีร์ที่ให้ข้าท่องพวกนั้นหรือ

    ข้าท่องเสร็จหมดตั้งนานแล้ว ท่านจะตรวจข้าเมื่อไรก็ได้ เอาละ [ถ้าเช่นนั้นข้าไม่กวนท่านแล้ว] [ข้ากลับก่อนนะ] ไว้วันพรุ่งนี้ ข้าค่อยนำกลิ่นหอม ที่ช่วยสงบจิตใจมาให้ท่านนะ ดีหรือไม่ ดี [เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ] [ข้าฝึกตนเป็นเซียนอย่างตั้งใจ] ไม่มีความรู้สึกของลู่หลีเป็นแน่ ท่านมี ได้ยินว่าลู่หลีเคยถูกคำสาปกลืนวิญญาณ ถึงตายไปก็มิอาจลบล้างได้ เจ้าดูว่าข้ามีหรือไม่ [ที่แท้] [ข้าก็มีจริง ๆ] [มันออกมาจากใจ] [และคล้อยไปตามอารมณ์] ลั่วเกอ หลิ่วเซา เจ้าฟื้นแล้วหรือ รีบชิมสิว่ามันคือแกงอะไร เจ้าไม่ได้ทานอะไรนานแล้ว แกงฉุนช่าย ข้างในมีชิ้นหน่อไม้เมืองหนาว และเนื้อปลาเตาอวี๋ ช่วงเวลานี้ในโลกมนุษย์ เป็นฤดูกาลของมันพอดี ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ ตั้งใจให้เจ้าลองชิมอาหารสดใหม่ พอนับนิ้วดูแล้ว ข้าได้จากโลกมนุษย์มานานแล้ว อาหารตามฤดูกาลที่บ้านข้า ท่านแม่เป็นคนทำทั้งหมด ท่านพ่อชอบพูดว่า ฝีมืออาหารของแม่ข้า ต่อให้เขาต้องโดนตัดขา เขาก็จะไม่ยอมจากบ้านไป ข้าก็เคย คิดที่จะพาคนผู้หนึ่งกลับบ้าน ไปลองชิมอาหารฝีมือของท่านแม่ ตอนนี้เจ้ายังคิดเช่นนั้นอยู่หรือไม่ ท่านเซียนผู้นั้นนะ ก็ยังถือว่ามีคุณธรรมอยู่บ้าง ไปถึงตำหนักลี่เทียนด้วยตนเองเพื่อเจ้า ไปพาเจ้ากลับมา ท่านจะบอกว่า ลั่วเกอพาข้ากลับมาอย่างนั้นหรือ ถูกต้อง เพื่อเจ้าแล้ว เขาแบกรับทัณฑ์อัสนีสามสายเชียวนะ

    มิเช่นนั้นเจ้าตำหนักจั๋ว จะยอมปล่อยคนมาได้อย่างไร เจ้าคนหัวรั้นผู้นั้น ถึงแม้จะไม่ค่อยพูด แต่ในใจก็ยังเป็นห่วงเจ้า เขาคิดว่าตนเองฉลาดมาก แต่ว่าข้ามองครู่เดียวก็ดูออกแล้ว เขาป้อนหญ้าเวยหรุยให้เจ้ากิน ท่านบูรพาจารย์อาวุโส ที่ท่านพูดคือเรื่องจริงหรือ จริงแท้แน่นอน นอกจากหญ้าเวยหรุยแล้ว ข้าจดไว้บนนี้แล้ว วันนั้นท่านเซียนสุดยอดมากเลย เขาอุ้มเจ้าขณะต้องโทษทัณฑ์อัสนี ลั่วเกอ ลั่วเกอ ลั่วเกอ ลั่วเกอ ลั่วเกอ ข้าก็แค่อยากมาดูว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง ข้ารู้ ว่าพลังวิญญาณเราหักล้างกัน ข้าไม่ควรมาหาท่าน ข้าก็แค่ไม่สบายใจ ข้าแค่อยากเจอหน้าท่านสักหน่อย ยังมีหญ้าเวยหรุย ที่ข้าปลูกให้ท่านโดยเฉพาะ หมื่นปีบอกว่าท่านให้ข้ากินไปแล้ว เพื่อข้าแล้ว ท่านถึงกับรับทัณฑ์อัสนีสามสาย ท่านต้องการมันมากกว่าข้าเสียอีก ลั่วเกอ ข้าแค่อยากเจอหน้าท่านเท่านั้น ลั่วเกอ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม เรื่องนี้ยังสืบไม่กระจ่าง เจ้าจะจากไปไม่ได้ แต่ถ้าข้าไม่จากไป ท่านจะบาดเจ็บได้ เจ้าคิดว่าข้าเป็นเจ้าหรือ ที่พอไม่ระวังก็บาดเจ็บทั้งตัว ข้าก็ไม่อยากหรอก ใครจะไปรู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกถึงเพียงนี้ ลู่หลีเป็นเช่นนี้ ท่านก็ด้วย ท่านไม่… ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม เรื่องพลังวิญญาณหักล้างกัน ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนอย่างที่เซียนเวิงพูด เรื่องนี้ข้าจะสืบให้กระจ่าง เจ้าไม่ต้องกังวลไป ได้ ข้าจะอยู่ที่นี่ และสืบให้กระจ่าง

    ว่าใครกันแน่ที่ทำร้ายเซียนเวิง ข้าจะพิสูจน์ต่อหน้าทุกคน ว่าข้าบริสุทธิ์ ข้าจะพิสูจน์ ว่าท่านไม่ได้ลำเอียงเชื่อใจคนผิด ทำไมหรือ ไม่มีอะไร ข้าแค่กำลังคิดว่า เจ้าจะตามหาตัวฆาตกรอย่างไร คนผู้นี้ต้องการทำร้ายข้า ซึ่งก็หมายความว่า ครั้งนี้ เขาใส่ร้ายไม่สำเร็จ เป็นไปได้อย่างมากว่า น่าจะลงมือด้วยตัวเอง ดังนั้น ไม่สู้ให้ข้าเป็นเหยื่อล่อ พวกเราทำการล่อให้จนมุมและจับมัน เป็นอย่างไร ไม่ได้ ตอนนี้แหวกหญ้าให้งูตื่นแล้ว เจ้าจะล่อเขาอย่างไร ก็ใช่ บางทีเขาอาจมีความแค้นส่วนตัว กับว่านอู๋เซียนเวิง สืบจากตรงนี้เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องยุ่งแล้ว ข้าจะสืบให้กระจ่างเอง ในตอนนี้เจ้าก็อย่าทำอะไรวู่วาม อีกอย่างคนผู้นี้น่าจะเกลียดแค้นเจ้ายิ่งนัก นี่คืออะไรหรือ มันคือกระพรวนวันเพ็ญ เจ้าอย่าลืมพกมันติดตัวเอาไว้ หากมีอันตราย กระพรวนจันทราก็จะรับรู้ได้ และจะเฝ้าสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเจ้า เช่นนั้นถ้าข้าพูดอะไรก็… กระพรวนจันทราก็รู้หรือ ฉะนั้น ห้ามนินทาข้าลับหลังเด็ดขาด ระวังพฤติกรรม พูดให้น้อย ในช่วงนี้ ขอแค่เจ้าใช้ลมปราณของเจ้าหลอมรวมกับมัน ห้ามหนีห่างไปไหนก็พอ ห้ามหนีห่างไปไหน ทะ… ที่นี่หรือ ได้ พี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้เจ้าปลอดภัยดี คราวนี้วางใจแล้วใช่ไหม ครั้งนี้พี่ชาย ต้องบาดเจ็บหนักไม่น้อยแน่ ก็เพราะไม่ให้เจ้าเข้าไป จึงเริ่มคิดฟุ้งซ่าน

    ในตอนนั้น ทำไมถึงไม่คิดอุตรินึกสนุก บุกเข้าไปเล่า ข้าอยากเข้าไปนะ แต่พอคิดว่า พี่ชายกลัวว่าข้าจะเป็นห่วง ก็เลย… โกหกปลอบใจข้า เช่นนั้นอะไรข้าก็ทนได้ทั้งนั้น เทพธิดาน้อยผู้นี้ของเรา โตขึ้นแล้วจริง ๆ จริงสิ ท่านอย่าลืมเตือนหลิ่วเซานะ ว่านางต้องดูแลพี่ชายให้ดี ถ้าหากพี่ชายข้ามีอะไรไม่สบายใจ หรือว่าเขาซูบผอมลง เช่นนั้นข้าจะแย่งพี่ชายกลับมาให้ดู แย่งไป ๆ ๆ นี่ท่าน… กินมะระของโลกมนุษย์หรือ อยู่ในตำหนักเซียนจนบื้อไปแล้วหรือ ถึงขนาดแยกแตงหวานกับมะระไม่ออก แต่พวกนี้ เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ามันขมนี่นา บูรพาจารย์อาวุโสอย่างข้า มีพืชใดบางที่ไม่เคยปลูก นี่มันแตงหวานชัด ๆ ไม่เชื่อเจ้าชิมดูสิ เช่นนั้นก็… ขอบคุณ ท่านบูรพาจารย์อาวุโสแล้ว สองพี่น้องคู่นี้ เรื่องเยอะกันทุกคน แม่หนู ของของเจ้าห่อเรียบร้อยแล้ว ในช่วงนี้ ต้องเชื่อฟังท่านเซียนให้ดีนะ ข้าพักที่ไหน นอนบนพื้น นอนบนพื้น ที่ตั้งกว้างให้ข้านอนบนพื้น นี่อะไรน่ะ นกยวนยาง หมื่นปีผู้นี้ดูเรื่องครื้นเครง ทำเป็นเรื่องใหญ่โต นกยวนยางอะไร ก็… ก็คือ… เป็ด

    นี่เจ้าทำอะไร พอตกกลางคืน น้ำค้างลงหนัก ยุงเยอะ ทำแบบนี้ จะได้ทั้งผ่อนคลายจิตใจและไล่ยุงด้วย เพียงแค่ ลมแรงเกินไป กลัวว่าจะมันจะดับ ที่นี่คือตำหนักเซียน ไม่ได้วุ่นวายเหมือนโลกมนุษย์ เช่นนั้นถึงแม้จะ ไม่มียุงก็สามารถ ให้ความสว่างแก่มุมห้องได้ แบบนี้ ตอนกลางคืนจะได้ไม่มืดอย่างไรเล่า กลางคืนและกลางวันเป็นกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ในเมื่อเป็นกลางคืนแล้วไยต้องสว่างเล่า หากทำตามกฎเกณฑ์กลางวันกลางคืน เหตุใดท่านต้องอ่านเขียนตอนกลางคืนด้วยเล่า แล้วจะมีดวงจันทร์ไปทำไม หรือว่าดวงจันทร์ไม่ใช่ กฎเกณฑ์ธรรมชาติอย่างนั้นหรือ ข้าจะบอกท่านให้นะ ตอนข้ายังเล็ก ท่านพ่อข้าออกไปค้าขายบ่อย ๆ เวลาที่กลับบ้านทุกวัน ก็หลังเที่ยงคืนแล้ว ท่านแม่ข้า ก็จะวางโคมไฟหนึ่งดวง ไว้ที่ประตูบ้าน เพื่อบอกท่านพ่อของข้าว่า ไม่ว่าท่านจะกลับดึกแค่ไหน ในบ้านก็มีคนรอท่านกลับมา แล้วเจ้าจุดไฟเพราะเหตุใด ที่ข้าจุดไฟแบบนี้ ท่านเซียนจะได้ไม่รู้สึกเหงา สิ่งนี้… โบราณกล่าวว่า ดวงจันทร์มีขึ้นแรมเพ็ญเสี้ยว แต่สิ่งที่ข้าหวัง คือผู้คนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แบบนี้ ท่านเซียน ก็จะได้สมบูรณ์พร้อมเร็ว ๆ เช่นกัน หลิ่วเซากลับไปที่เขาซีอิ่นแล้ว ดูท่าแล้วเจ้าคงหมดปัญญากับนางจริง ๆ ชัยชนะจะเป็นของใคร ยังมิอาจรู้ได้ มีความทระนงดี ข้าชื่นชมเจ้า

    เจ้าออกมาจากศาลาริมน้ำแล้ว ดูท่าเทพธิดาน้อยลั่วหนิง ยังเล่นสู้เจ้าไม่ได้เลย นี่คือ… ท่านอาจารย์ข้าหลูเซิง วันนี้ครบรอบวันตาย 35 วันของท่าน ไม่ว่าจะอย่างไร ท่านก็เป็นผู้ที่เลี้ยงดูข้า กับลู่หลีด้วยกันจนเติบใหญ่ หากไม่ใช่เพราะท่าน ลู่หลีก็คงไม่ได้กลายมาเป็น คนที่ใกล้ชิดกับข้าที่สุด น่าเสียดาย ที่ลู่หลีไม่ได้คิดว่าเจ้า เป็นคนที่ใกล้ชิดกับเขาที่สุด อีกอย่างในตอนนี้ลู่หลี กลายเป็นลั่วเกอไปแล้ว เจ้ายิ่งไม่มีตัวตนในใจเขาขึ้นไปอีก ไม่เป็นไร ข้าจะทำให้เขาขาดข้าไม่ได้ ต่อให้ต้องเปลี่ยนเขา ให้เป็นคนไร้จิตวิญญาณก็ตาม [เป็นถึงท่านเซียนผู้สูงส่ง] [กลับถูกคำสาปของโลกมนุษย์ทำให้ทุกข์ทรมาน] [มิอาจหลุดพ้นได้] ในเมื่อเจ้าคุ้นชินลมปราณของนางแล้ว จากนี้ไปก็จงติดตามนาง หากมีวันใด ที่ข้ากับนางมีอันตรายพร้อมกัน ให้เจ้าอยู่เคียงข้างกายนางเท่านั้น ปกป้องนางให้ดี ก็เป็นการปกป้องข้าเช่นกัน ลั่วเกอ มีกระพรวนวันเพ็ญอยู่ข้างกายข้า ก็เสมือนมีท่านเซียน คอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา อุ่นใจดียิ่งนัก วันหน้าหากเจ้ามีภัย สามารถใช้พลังวิญญาณกระตุ้นกระพรวนวันเพ็ญ กระพรวนจันทราบนตัวข้าก็จะรับรู้ได้ จริงสิ ท่านบอกว่าคนผู้นั้นเกลียดชังข้า และยังมีลมปราณเย่าหลิงของข้าอีก ในตอนนี้ดูแล้ว คนผู้นี้ได้ชิ้นส่วน พลังเทพเย่าหลิงจากตัวเจ้า นางสามารถรู้เรื่องพวกนี้ และได้ชิ้นส่วนไป คนผู้นี้น่าจะรู้จักเจ้าดีมาก ในใจเจ้าน่าจะมีตัวเลือกนะ ไป๋เฟิ่ง เพียงแต่ว่า ทำไมนางถึงได้มีความสามารถขนาดนั้นนะ

    โดยวิสัยนางย่อมทำไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นต้องหาหลักฐานมัดตัว สิ่งสำคัญคือต้องลากตัว คนที่อยู่เบื้องหลังนางออกมา คนผู้นี้ ก็คือคนที่เซี่ยลิ่งฉีถูกทิ้ง ที่บ่อละลายกระดูก ก็ไม่ยอมพูดออกมา ตลอดมาข้ารักษาสัญญาไม่ได้สารภาพเจ้าออกมา แต่เจ้ากลับ… เจ้ากลับมองดูข้าอยู่เฉย ๆ ให้รับความทรมานแสนสาหัส มิอาจเป็นหรือตายอยู่ที่นี่ เพราะอะไร เพราะอะไร [เซี่ยลิ่งฉี] [ท่านเซียนในตำหนักเซียนผู้นั้น รับมือยากแค่ไหน] [ใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้] [ถึงอย่างไรก็ให้เวลาข้าหน่อย] เจ้าฟังข้าพูดได้อย่างนั้นหรือ ทั้งยังตอบข้าได้อีก เจ้าอยู่ที่ตำหนักเซียนใช่ไหม [ข้าไม่เพียงอยู่ที่ตำหนักเซียน] [แต่ยังอยู่ในที่ที่เจ้าคาดไม่ถึงอีกด้วย] ในเมื่อเจ้ามีความสามารถถึงเพียงนี้ เจ้าก็รีบปล่อยข้าออกไป ในมือข้ามีของล้ำค่า ลูกชายของอ๋าวเหิ่นอยู่ในมือข้า พันปีมานี้อ๋าวเหิ่น ป้อนพลังปีศาจให้เขากินนับไม่ถ้วน [พลังปีศาจของเขาได้เข้าขั้นสุดยอดแล้ว] อ๋าวเหิ่นผู้นี้ทำได้ลงคอจริง ๆ โชคดีที่เราหาเจอก่อน หากลูกชายของนางตื่นขึ้นมา เกรงว่าจะกลายเป็นหายนะของตำหนักเซียนเรา ปิดผนึกเสีย ขอรับ [ขอแค่เลี้ยงดูเพียงเล็กน้อย] [เจ้าก็จะได้ยอดฝีมือที่ทุ่มเท ทำงานเพื่อเจ้าเพิ่มอีกคนแล้ว] [อ๋าวอิน] ถูกต้อง [มีเรื่องเข้ามาเรื่อย ๆ] [รอให้ข้าจัดการธุระที่อยู่ในมือเสร็จ] [ก็จะมาช่วยเจ้าเอง] เจ้าอย่าไป เจ้าปล่อยข้าออกไป ยังมีคนรอข้าอยู่นะ ยังมีคนหนึ่งกำลังรอข้า รอให้ข้าไปช่วยนาง หนึ่งพันปีแล้ว

    ท่านเซียน ข้าไปเก็บดอกไม้มาตามคำสั่งท่านแล้ว วางมันไว้ข้างไม้วิญญาณเทพเถอะ ข้ายังตั้งใจเลือกดอกที่มี พลังวิญญาณมากที่สุดอีกด้วย หลิ่วเซาเคยสัมผัสมัน เกรงว่าบนนั้นยังคงหลงเหลือกลิ่นของนาง ดังนั้นที่ข้าให้เจ้านำดอกไม้มา ก็เพื่อต้องการกำจัดกลิ่นของนาง สถานที่ของข้า มิอาจรับกลิ่นอื่นได้ เจ้าค่ะ ไม้วิญญาณเทพมีฤทธิ์รุนแรง จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณห่อหุ้มดอกไม้ มิเช่นนั้นจะทำให้ดอกไม้ไหม้ เจ้าค่ะ ศิษย์ไร้ความสามารถ ข้าจะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องหรอก ซ่อมแซมไปก็เท่านั้น ออกไปเถอะ เจ้าค่ะ [เจ้าบอกว่าลั่วเกอให้เจ้า เข้าใกล้ไม้วิญญาณเทพ] และยังให้เจ้าใช้พลังวิญญาณอีกด้วย ปกติเขาไม่ได้พูดกับข้ามากขนาดนี้ ดังนั้นข้ามั่นใจว่าเขาผิดปกติ จึงตั้งใจไม่ใช้พลังวิญญาณ ทำให้ถูกไฟไหม้ เขาสงสัยเจ้าแล้ว เป็นไปไม่ได้ ข้าทำได้ดีมาก เรื่องที่ไม้วิญญาณเทพสามารถดูดพลังปีศาจได้ เจ้าน่าจะเคยฟังจากหลูเซิงนะ ท่านอาจารย์ข้าเคยพูดถึงเรื่องตำหนักเซียน ดังนั้นข้าจึงระวังตัวเป็นพิเศษ พลังวิญญาณในร่างเจ้า มีพลังปีศาจของอ๋าวเหิ่นเจือปน เจ้าจงใจถูกไฟไหม้ เป้าหมายก็เพื่อ ไม่ให้ไม้วิญญาณเทพดูดพลังวิญญาณของเจ้า จากนั้นจึงถูกลั่วเกอพบว่า เจ้าเกี่ยวข้องกับแดนปีศาจ ใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าก็ยิ่งไม่ผิด ไม่เพียงแค่ผิด แต่ยังผิดอย่างร้ายแรง ข้าขอถามเจ้า ไม้วิญญาณเทพใช้สิ่งใดหล่อเลี้ยง รดน้ำด้วยพลังวิญญาณของเซียนชั้นสูง ไม่ต้องใช้น้ำ น่าขัน ไม่สนว่าเจ้าจะกลับชีวิตฟ้าดินอย่างไร น้ำต่างหากคือต้นกำเนิดของสรรพชีวิต ต่อให้เขาเป็นลั่วเกอ

    ก็ต้องใช้พลังวิญญาณกลั่นเป็นน้ำสะอาด มาหล่อเลี้ยงต้นไม้วิเศษ ตอนที่เจ้าเข้าใกล้ไม้วิญญาณเทพ บนใบไม้ น่าจะมีหยาดน้ำค้างอยู่มากใช่ไหม สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่กลั่นมาจากพลังวิญญาณของลั่วเกอ เพียงแค่เปียกชุ่มลงบนตัวเจ้า ก็สามารถเอาพลังวิญญาณเจ้าไปได้เช่นกัน เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือ ดังนั้น เขากำลังหยั่งเชิงข้าอยู่ ไม่ใช่หยั่งเชิง เขาได้หลักฐานแบบนี้จากตัวเจ้าไป นั่นแปลว่าเขามั่นใจว่า ผู้ต้องสงสัยก็คือเจ้า