ตำนานเลือดฟินิกซ์ (Beauty of Resilience) ซับไทย | EP.2 (FULL EP) | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [ตำนานเลือดฟินิกซ์] [ตอนที่ 2] อาจารย์ ท่าน ท่านเป็นอะไร ท่าน ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ เจ้าไปได้แล้ว ท่าน ขอโทษด้วย เหตุใดถึงรีบมาหาข้าเช่นนี้ ข้าได้เจอสตรีประหลาด คนหนึ่ง นางบุกรุกเข้ามาในม่านอาคมของข้า ทั้งสามพิภพ คนที่บุกรุกเข้าไปในม่านอาคมของเจ้าได้ ก็มีไม่กี่คนนะ ดังนั้นข้าจึงทดสอบกระดูกเซียนของนาง เป็นอย่างไรบ้าง หรือว่านางคือ… ไม่ นางเป็นแค่ คนธรรมดามาก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น แม้แต่กระดูกเซียนชั้นต่ำก็ไม่มี เช่นนั้นก็ประหลาดแล้ว หรือว่า ตอนที่เจ้าสร้างม่านอาคม จะเลินเล่อไปหน่อย ก็อาจจะใช่นะ แต่ยังมีที่ประหลาดกว่านี้อีก อะไรหรือ ข้าเห็น อนาคตของนาง เป็นอย่างไรหรือ นั่นเป็นเพียงภาพนิมิต นางยังสาว แต่ตายในกองไฟ ดูท่าแล้ว น่าจะอีกไม่นาน เหยียนเยว่ ถ้าเจ้าเกิดความเห็นอกเห็นใจขึ้นมา ข้าขอเตือนเจ้านะ ชีวิตของคนธรรมดา ต้องให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงเอาเอง ถ้าเจ้ายื่นมือเข้าไปยุ่ง จะต้องโดนสวรรค์ลงทัณฑ์อย่างหนัก ข้ารู้ ในเมื่อเป็นคนธรรมดา เจ้าก็ไม่ต้องใส่ใจให้มากเกินไปหรอก ตอนนี้คัดเลือกหงส์เพลิงต่างหาก ที่เป็นเรื่องสำคัญ
[เหยียนเยว่ลงไปที่โลกมนุษย์ เพื่อตามหาหงส์เพลิงตัวจริง] [เจ้าต้องคอยสังเกต] [พฤติกรรมของเขาอย่างละเอียด] ถ้ามีอะไรแปลกไป จะต้องมารายงานทันที จักรพรรดิสวรรค์หมายความว่า ชิงฮ่วนรับบัญชา [เหยียนเยว่] [ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะ] [อย่าได้ผิดซ้ำรอยเดิมอีก] เป่าเหลียง กลับมาแล้วหรือ กลับมาแล้ว [เป่าเหลียง กลับมาแล้วหรือ] เขาก็คืออาจารย์ที่มาใหม่หรือ ขอรับ เขามีความเป็นมาอย่างไร ข้าน้อยไร้ความสามารถ สืบไม่รู้ที่มาที่ไปของเขา ดูออกเพียงว่า เขาใช้อาคมของพิภพเทพ อาคมของพิภพเทพหรือ ค่อย ๆ นะ ค่อย ๆ นะ ไม่ได้ ๆ เอวของข้า เดี๋ยวสินี่พวกเรามาบำเพ็ญเซียน หรือมาผ่านด่านเคราะห์กันแน่ ฝึกเช่นนี้ เหตุใดต้องมาที่สำนักศึกษาไป๋ลู่ ไปโรงฝึกยุทธ์ไม่ดีหรือ ข้ารู้สึกว่าขาข้า มันไม่ใช่ของข้าแล้ว มานี่สิ มานวดให้ข้าหน่อย เจ้าดูสินางเป็นอะไรน่ะ เจ้าเหม่ออะไรอยู่ เรียกเจ้านะ มาสิ เร็วเข้าสิ ไปจริง ๆ หรือ สบายหรือไม่ อาจารย์มาแล้ว
– อาจารย์ – อาจารย์ อาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว วิ่งเพิ่มอีกห้ารอบ เจ้า ไปวิ่งด้วยกันซะ ทำไมล่ะ ทุกคน สำนักศึกษาไป๋ลู่ กฎสำนักข้อที่สาม รักษาท่าที [วันนี้] [เริ่มเรียนบทเรียนที่หนึ่ง] บทเรียนที่หนึ่งหรือ แล้วก่อนหน้านั้นคืออะไรล่ะ นี่ก็คือวิชาเซียน ไม่เหมือนกับวิชาพื้นฐานธรรมดา ถ้าไม่มีร่างกายและจิตใจที่มีคุณสมบัติ บุ่มบ่ามฝึกวิชาเซียน อย่างต่ำก็ร่างกายบาดเจ็บ อย่างหนักก็ปราณเสียหาย อาจารย์ ท่านแสดงให้พวกเราดูหน่อยสิ ให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตาบ้าง อาคมเคลื่อนย้ายหรือ ร้ายกาจมาก อาคมลึกล้ำเพียงใด ก็เป็นแค่อาคม สิ่งที่ผู้ฝึกฝนต้องการก็คือพรต พรตก็คือวิญญาณแห่งอาคม อาคมก็คือร่างกายแห่งพรต ใช้พรตรวบรวมอาคม ใช้อาคมให้ได้พรต เมื่อบรรลุทั้งพรตและอาคม ก็จะเกิดเป็นผล พรตคือความว่างเปล่า ธรรมชาติคือแก่น พรตนั้นไร้รูป ให้กำเนิดฟ้าดิน พรตนั้นไร้อารมณ์ ขับเคลื่อนอาทิตย์และจันทรา พรตนั้นไร้ชื่อ หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต พี่หญิงเยี่ยมเลย ยืนยังยืนให้นิ่งไม่ได้เลย แล้วจะเรียนวิชาเคลื่อนย้ายอย่างไร โง่เกินไปแล้ว วิชาเคลื่อนย้ายระดับสูงที่สุด ก็คือเคลื่อนย้ายคนอื่น ไปยังที่ที่ใจนึก แต่ผู้ที่ถูกใช้อาคม จิตใจและร่างกายจะต้องผ่อนคลาย
และ เชื่อมั่นในผู้ใช้อาคม [นี่กำลังว่าข้า] [ที่ไม่เชื่อใจเขาอยู่นี่นา] ต่อไปทำการฝึก อย่างที่แสดงให้ดู ข้าเคลื่อนย้ายได้แล้ว พี่หญิง ข้าเคลื่อนย้ายได้แล้ว เขาก็ทำเป็นแล้วเช่นกัน นั่นสิ ท่านพี่หมิง ท่านพี่หมิง ท่านเก่งจังเลย ท่านมีหลักวิชาอะไร สอนข้าหน่อยได้หรือไม่ อย่างเช่นแบบนี้ แล้วก็หมุนได้ แบบนี้หรือ [แบบนี้หรือ] [เคลื่อนย้าย] [ทำไมถึงไม่ขยับล่ะ] แบบนี้หรือ ท่านพี่หมิง อย่างที่ข้าทำแบบนี้หรือ ใช่ ที่จริงแล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ จิตใจไม่ไขว้เขว รวบรวมสมาธิ [ออกไปเลย ๆ] นางก็ทำสำเร็จแล้ว เว่ยหลิงเยว่เคลื่อนย้าย ได้ไกลขนาดนั้นเลย เก่งมากเกินไปแล้ว – มีพรสวรรค์จริง ๆ – จริงด้วย เว่ยหลิงเยว่ เมื่อครู่ตอนที่ใช้พลัง เจ้าคิดอะไรอยู่ อาจารย์ ศิษย์ไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่ท่องจำสูตรให้ได้ ก็ทำออกมาได้โดยธรรมชาติ อาจารย์ นี่ก็คือมีพรสวรรค์ล้ำเลิศใช่หรือไม่ จิ้งเยว่ [คุณหนูสามเก่งจริง ๆ] [เมื่อไรข้าจะทำอย่าง] [คุณหนูสามได้บ้างนะ] จอมมาร
ท่านว่าสตรีนางนี้ จะใช่หงส์เพลิงหรือไม่ หุบปาก หงส์เพลิง เจ้าคาดเดามั่วซั่วได้หรือ อาจารย์ ไม่ใช่ว่าหลิงเยว่ไม่เชื่อใจท่าน เพียงแต่กะทันหันเกินไป เลยยังตั้งตัวไม่ทัน ปกติแล้ว เจ้าอยู่ในจวน ทิวทัศน์เช่นนี้ น่าจะได้เห็นเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่ ถึงแม้ปกติจะได้ยินท่านพ่อพูดถึง ภัยธรรมชาติและเภทภัย ที่คนสร้างขึ้นในหลายปีนี้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า แม้แต่ชานเมืองของอวี๋ตู ก็อดอยากเช่นนี้เหมือนกัน ชาวบ้านช่างน่าสงสารจริง ๆ เจ้ามีความรู้สึกอย่างไร คนที่บำเพ็ญเซียน ก่อนอื่นต้องสงบนิ่ง จิตสงบเยือกเย็น ใจต้องหนักแน่น ไม่ควรจะหวั่นไหวไปตามโลก ถูกหรือไม่ คุณธรรมคือความสงบนิ่ง ถ้าสามารถทำตามลิขิตฟ้าได้ สุดท้ายเรื่องที่เลวร้ายก็จะผ่านไป น้อมรับฟังคำสอนของอาจารย์เจ้าค่ะ หลิงเยว่ พี่หญิง พี่หญิง หลิงเยว่เจ้าเก่งจังเลย พี่หญิง เมื่อครู่ท่านกับอาจารย์ไปที่ใดหรือ ไปกำแพงเมืองอวี๋ตูมา – กำแพงเมืองหรือ – กำแพงเมืองอวี๋ตูหรือ ไกลขนาดนั้นเลยหรือ อาจารย์ก็กลับมาแล้วเช่นกัน – อาจารย์ – อาจารย์ การฝึกวันนี้ก็จบเพียงเท่านี้ ทุกคน คัดลอกหลักวิชาและสูตร ของอาคมเคลื่อนย้ายร้อยจบ จะต้องจำให้ขึ้นใจ หนึ่งร้อยจบหรือ
น้อยไปหรือ – ร้อยจบขอรับ – ร้อยจบขอรับ นี่เยอะเกินไปแล้วนะ กลับไปกันเถอะ เว่ยจือ เจ้าน่ะ ไปทำความสะอาดรอบ ๆ สำนักศึกษาให้สะอาดซะ อาจารย์ไม่ได้สั่งนี่นา อาจารย์ไม่ได้สั่งเจ้า แล้วข้าสั่งเจ้าไม่ได้หรือ เจ้าจำได้หรือไม่ว่า เจ้าเป็นบ่าวของจวนสกุลเว่ยน่ะ จิ้งเยว่ อย่าเอาแต่กลั่นแกล้งนางสิ พี่หญิง ข้าไม่เคยตีนาง ดุด่านางสักหน่อย แค่ให้นางทำความสะอาดหน่อยเดียว ข้ากลั่นแกล้งนางตรงไหนกัน นางเป็นบ่าวไพร่อยู่ใน จวนของพวกเรานะ ตอนนี้นาง ตีตนเสมอข้ายังไม่พอ แล้วยังไม่ใส่ใจคำพูดของข้า ยังกล้าเถียงอีก ถ้าอีกหน่อยข่าวแพร่ออกไป ข้าจะวางตัวอย่างไรล่ะ ได้ ๆ ๆ ข้ารู้แล้ว เว่ยจือ เช่นนั้นก็ลำบากเจ้าหน่อย ทำตามจิ้งเยว่เถอะนะ เจ้าค่ะ คุณหนูสาม พี่หญิง วันนี้ท่านเก่งจริง ๆ ท่านจะต้องเป็นหงส์เพลิงแน่ พอแล้ว ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว เดี๋ยวอาจารย์ได้ยินเข้าจะไล่เจ้าออกไปนะ [คิดไม่ถึงว่า] [เจ้าจะรอดมาจากภัยพิบัติ] [ในตอนนั้นได้] [กู้เฟิ่งจือคุณหนูใหญ่แห่งกู้เฉิง] [ตายไปแล้ว] ตอนนี้ข้าเป็นสาวใช้ของจวนเจ้ากรม
เว่ยจือ ได้ เข้าใจแล้ว หมิงหล่าง ตั้งแต่วันนี้ไป พวกเราก็ถือว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ยังคงไว้ซึ่งฐานะสูงต่ำของเจ้านายและบ่าว แบบนี้จะดีที่สุด เฟิ่งจือ ไม่สิ เว่ยจือ ข้าจินตนาการได้ยากมากจริง ๆ หลายปีมานี้เจ้าใช้ชีวิตอย่างไร แต่ว่าเจ้าวางใจเถอะ ต่อไปเมื่อเข้าไปที่สำนักศึกษาไป๋ลู่แล้ว หลุดพ้นจากความเป็นบ่าว ก็จะดีขึ้นเอง ข้าต้องเรียนรู้วิธี ที่จะเอาตัวรอดสักหน่อยสิ เมื่อถึงเวลา แม่กับน้องชายของข้า ก็จะได้กินจนอิ่ม เจ้าวางใจเถอะ เบาะแสของพวกเจ้าทั้งครอบครัว ข้าจะไม่บอกใคร แม้แต่สักครึ่งคำ ขอบคุณมาก เว่ยจือ เมื่อก่อน ข้าเคยให้ปิ่นปักผมเจ้าหนึ่งอัน ยังอยู่หรือไม่ [ลูกข้าดื้อรั้นยิ่งนัก] [ถ้าหากก่อเรื่องอะไร] [ขึ้นมาในจวน] [ก็ขอให้ท่านเจ้าเมืองช่วยดูแลด้วย] พูดเกินไปแล้ว [หมิงเฉิงอู่ พ่อของหมิงหล่าง] [กู้หย่วนซาน เจ้าเมืองกู้เฉิง] ท่านเจ้าเมือง การหมั้นหมายตั้งแต่เด็กของเราสองสกุล ตกลงจะนับหรือไม่ ท่านกับข้าสนิทกันดั่งพี่น้อง ก็ต้องให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกสิ น้องเฟิ่งจือ อันนี้ให้เจ้านะ นี่เป็นของที่แม่ข้าให้ข้าเอาไว้ พ่อข้าเคยบอกว่า ต่อไปข้าจะต้องดีกับเจ้าให้มาก ๆ [หมิงหล่างตอนเด็ก] นั่นน่ะหรือ เอาไปจำนำตั้งนานแล้ว
ขอโทษด้วยนะ เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ได้ เช่นนั้นข้าไปก่อนนะ ได้ หลายพันปีมานี้ พิภพมารอ่อนแอ โลกมนุษย์สงบสุข พิภพเซียนปกครองทั้งสามพิภพ [เทพอัสนี] เป็นเพราะจักรพรรดิสวรรค์ปกครองได้ดี พวกข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก สุริยเทพเหยียนเยว่ [เทพวายุ] รบไม่เคยพ่าย ปกป้องสามพิภพ เทพพิรุณเหยียนลั่ว หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต พี่น้องร่วมแรงร่วมใจ อุทิศตนช่วยเหลือจักรพรรดิสวรรค์ เป็นโชคดีของพิภพเทพจริง ๆ เทพวายุชมเกินไปแล้ว ข้ามาแล้ว ๆ ในที่สุดก็มาทันแล้ว เทพเตาแห่งครัวบูรพา คารวะจักรพรรดิสวรรค์ ราชินีแห่งสวรรค์ ข้าได้คิดค้นขนมแบบใหม่ ขึ้นมาโดยเฉพาะ เซียนทุกท่าน ลองชิมดูสิ นี่ ชิงฮ่วน เจ้าชิมสักชิ้นสิ ไม่ ๆ ๆ หลายวันนี้ข้าท้องไม่ดี เช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีลาภปากแล้ว ข้าไม่ได้กลับตำหนักสวรรค์มานาน คิดถึงอาหารอันโอชะ ของน้องหญิงอี้เอ๋อร์มาก ๆ ข้าชิมดูหน่อยนะ อร่อย ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลย ซ่างเซียนในพิภพเทพนี่ แต่ละคนก็เจ้าระเบียบ จืดชืดไร้อารมณ์กันหมด อย่างไรพี่เหยียนลั่วของข้า ก็มีน้ำใจมากที่สุดแล้ว อี้เอ๋อร์ อย่าพูดจาเหลวไหล
การบำเพ็ญเน้นที่ความว่างเปล่าของธาตุทั้งสี่ เป็นเพราะเจ้า ไม่อาจทำใจให้ผ่องใสสันโดษได้ ตบะถึงได้ไม่ก้าวหน้าไปไหน ไม่เป็นไร ๆ การกระทำ ของสุริยเทพในสำนักศึกษาไป๋ลู่ เป็นเช่นนี้ขอรับ เจ้าไปเถอะ ขอเพียงมีอะไรผิดปกติ ก็มารายงานข้าทันทีนะ ขอรับ เสด็จพ่อ เหยียนลั่วกลับตำหนักสวรรค์มานานแล้ว ที่อิ๋งโจวยังต้องการการดูแลอยู่ จึงได้มากล่าวลา เหยียนลั่ว ถึงแม้การเกษตรจะยุ่ง แต่ที่จริงแล้วที่นั่น ยกให้ซ่างเซียนดูแลไป ก็พอแล้ว ตอนนี้หงส์เพลิงปรากฏบนโลก เจ้าไม่เตรียมตัวอยู่ช่วยเหลือ ที่ตำหนักสวรรค์หรือ ตำหนักสวรรค์มีกฎมากมาย เหยียนลั่วอิสรเสรีจนเคยชินแล้ว ที่แล้วมาก็ชอบการเกษตร ทอผ้า ปลูกหม่อนมากที่สุด จักรพรรดิสวรรค์ ท่านก็ให้เขาไปเถอะ เจ้าก็เอาแต่เข้าข้างเหยียนลั่ว ตามใจเขาจนอิสระมากเกินไป จะอย่างไรเขาก็ต้องรับผิดชอบ หน้าที่ของตัวเองนะ เรื่องยิ่งใหญ่พวกนั้น เหยียนเยว่จะรับผิดชอบเอง ลั่วเอ๋อร์ เรื่องที่เหยียนเยว่ได้เลื่อนขั้นเป็นมหาเทพ เจ้ามีอะไรไม่พอใจอย่างนั้นหรือ เหยียนลั่วมิได้หมายความเช่นนี้ เหยียนเยว่ได้เป็นมหาเทพ เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง ข้ามีความสามารถธรรมดา ไร้ระเบียบวินัย อยากเป็นแค่เซียนปลายแถว แต่สำหรับชาวบ้านแล้วอาหารสำคัญเทียมฟ้า ถ้าการเกษตรที่อิ๋งโจวของข้า สามารถลดความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ได้ ก็ถือเป็นกุศลอย่างหนึ่ง ขอบคุณเสด็จพ่อที่เมตตา พี่หญิง ท่านติดตามราชินีแห่งสวรรค์ ปกติแล้วทำอะไรบ้างหรือ
ที่จริงก็ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่ทำความสะอาดธุลีแห่งกาลเวลา ธุลีแห่งกาลเวลาหรือ ราชินีแห่งสวรรค์ดูแลการไหลเวียนเวลา ของสามพิภพ ในช่องว่างระหว่าง การเกิดแก่เจ็บตายของสรรพชีวิต แล้วจะมีธุลีแห่งกาลเวลาที่ยังหลงเหลือ ยังไม่ถูกลืมเลือนไป ถ้าไม่ทำความสะอาดให้ทันเวลา ก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แม่น้ำแห่งกาลเวลาไม่แบกรับไม่ไหว ข้าไม่เข้าใจ ข้าก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ราชินีแห่งสวรรค์บอกว่าอดีตนั้นผ่านไปแล้ว ตอนนี้ก็คือตอนนี้ อนาคตก็ต้องมาแน่นอน ข้าไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ ต้าเถา พี่หญิง ข้าไปแล้วนะ เสด็จแม่ เช่นนั้นเหยียนลั่วขอลา เจ้าระวังตัวให้มาก ๆ นะ ราชินีแห่งสวรรค์ ท่านอาวรณ์ท่านเหยียนลั่วเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่รั้งเขาไว้ล่ะ คารวะจักรพรรดิสวรรค์ [นิมิตนี้] [คิดจะเตือนอะไรข้ากันแน่] [เหยียนลั่ว] [แม่เรียกไม่ได้ว่า] [มีความรักยิ่งใหญ่อะไรเลย] [เพียงแต่หวังอย่างเห็นแก่ตัวว่า] [เจ้าจะอยู่ให้ห่างจากศูนย์กลาง] [แห่งความอันตราย] [เป็นเทพพิรุณ] [ที่อิสรเสรีของเจ้าต่อไป] เว่ยจิ้งเยว่ เว่ยจิ้งเยว่อีกแล้ว ทนไม่ไหวแล้วนะ ต้องไปคิดบัญชีกับนาง เว่ยจิ้งเยว่ เจ้าเป็นถึงคุณหนูของจวนเจ้ากรม แต่กลับจิตใจคับแคบ ใจดำวางโต เมื่อเทียบกับคุณหนูสามที่ใจกว้างอ่อนโยนแล้ว เจ้าควรจะรู้จักอับอายบ้างนะ เอาแต่รังแกข้าทุกวัน ทำไม เนื้อบนตัวเจ้ามันจะเยอะขึ้น หรือจะกลายเป็นหงส์เพลิงได้อย่างนั้นหรือ
ไม่มีทางซะหรอก ข้าจะบอกเจ้าให้นะ คนอย่างเจ้าน่ะ เจ้าควรจะเลิกฝัน ถึงอะไรนะ พี่หมิงสามของเจ้าได้แล้ว เขาไม่สนใจ ผู้หญิงที่ใจไม้ไส้ระกำ อย่างเจ้าเลยสักนิด เจ้า… เว่ยจือ คุณหนูสาม จิ้งเยว่ไม่อยู่ในห้อง เจ้ามาหานางมีเรื่องอะไรหรือ ก็ไม่มีเรื่องอะไร ปกติจิ้งเยว่เอาแต่ใจไปหน่อย มีตรงไหนที่ทำไม่ถูก เจ้าก็อย่าใส่ใจเลยนะ ข้าจะว่านางเอง ขอบคุณคุณหนูใหญ่ ใช่แล้ว เสื้อผ้าที่ปกติอาจารย์ใช้เปลี่ยน พวกเขาให้เจ้าซักหมดเลยเหรอ ใช่แล้ว เช่นนั้นวันนี้ ก็ให้ข้าเป็นคนซักเถอะ นี่… ตามกฎของสำนักศึกษาแล้ว เดิมทีพวกเราก็ควรจะผลัดเวรกันทำ ไม่เป็นไร งานใช้แรงงานเช่นนี้ คุณหนูสามท่านจะทำได้อย่างไร เสื้ออยู่ในห้องบ่าวใช่หรือไม่ อย่า ๆ ๆ [เริ่มเพ้อฝันตั้งแต่กลางวันแสก ๆ] [ข้าแย่แล้ว] [สำนักศึกษาไป๋ลู่] ศิษย์พี่ คือว่า ข้าจะลงเขาไปซื้อพู่กัน กระดาษแล้วก็หมึก ได้โปรดอนุญาตด้วย จะต้องกลับมาก่อนฟ้ามืดนะ ขอบคุณศิษย์พี่ ไปเถอะ ตามที่เจ้าว่ามา คุณหนูสามสกุลเว่ยนี่ ก็แตกต่างมากอยู่นะ ข้าทดสอบกระดูกเซียนของนางแล้วเช่นกัน เบาบางและบริสุทธิ์ แตกต่างกับเว่ยจือ
เหมือนฟ้ากับดินเลย เช่นนั้นจะตัดสินได้ว่า นางก็คือหงส์เพลิงแล้วใช่หรือไม่ ถึงแม้จะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่ถ้าหากว่า เป็นคนธรรมดาที่มีวาสนาเซียน ก็ยังไม่อาจรู้ได้ ตัดสินจากสถานการณ์ในตอนนี้อย่างเดียว ยังเร็วเกินไป ถ้าทำตามวิชาเซียน แล้วฝึกต่อไปเรื่อย ๆ ระยะห่างของคนพวกนี้ ก็จะเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คนที่มีกระดูกเซียน ก็จะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว คนที่ไม่มีคุณสมบัติ ก็อาจจะหยุดอยู่กับที่ กระทั่งเสื่อมถอยลงไป ขอแค่ให้เวลาอีกหน่อย ความจริงจะต้องปรากฏแน่ นี่คือยันต์ขอความช่วยเหลือ ของอี้เอ๋อร์ไม่ใช่หรือ ยัยเด็กนี่ จะต้องลงไปก่อเรื่อง ที่โลกมนุษย์อีกแล้วแน่เลย [พี่ชายข้าอยู่ที่หอไคว่หัว] [รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า] [รีบมานะ] แม่นาง นี่เจ้าจะไปที่ใดหรือ ข้ามา ก็เพียงแค่ มาดูอาหารอันโอชะ ของพวกท่านที่นี่เท่านั้น นี่ก็คืออาหารอันโอชะ พิเศษมากใช่หรือไม่ ข้า ข้าไม่กินแล้ว ข้าไปก่อนละ แม่นาง กับข้าวนี่จะกินหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า แต่ค่ากับข้าวนี่ จะขาดไปแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้นะ ราคาเท่าไร สามสิบตำลึง อะไรนะ แพงขนาดนี้เลยหรือ ชิงฮ่วนเจ้าหลอกข้า บอกว่าในโลกมนุษย์ยี่สิบตำลึง ก็อยู่ได้หนึ่งปีแล้วอะไรกัน ถูกหน่อยได้หรือไม่ หอไคว่หัวนี่เป็นที่แบบใดกัน ไม่ใช่ชาวบ้านเดินตลาด
จะมาต่อราคาได้นะ เจ้าคงไม่ได้ไม่มีเงินหรอกนะ ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร ถึงแม้เจ้าจะดูไปแล้ว ท่าทางไม่ค่อยฉลาดเท่าไร แต่หน้าตาแบบนี้ ไม่อย่างนั้น มาเป็นอาหารอันโอชะของพวกเรา เป็นอย่างไร พี่ชาย จับนางเอาไว้ รีบมาช่วยข้าเร็ว ข้าอยู่ที่หอไคว่หัว – พี่ชาย – ไป รีบมาเร็ว รีบมาสิ รีบมาสิ พี่ชาย ช่วยด้วย พี่ชายช่วยข้าด้วย พี่ชาย ช่วยข้าด้วย ลูกผู้พี่คนนี้หล่อมากนะ พี่ชาย ที่นี่ยกให้หน้าที่ท่านแล้วนะ ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยชีวิต ลูกผู้น้องของท่านยังติดเงินข้าอยู่นะ ติดอยู่เท่าไร สามสิบตำลึง ทอง ต้องโทษชิงฮ่วนเลย ทำให้ข้าพกเงินมาไม่พอ ไม่ถูก ต้องโทษท่านลุงจักรพรรดิสวรรค์ ตั้งกฎสวรรค์อะไรกัน ห้ามใช้พลังวิเศษเสกเงินออกมา ไม่รู้ว่าพี่เหยียนเยว่ จะหนีออกมาได้ราบรื่นหรือไม่ ช่างเถอะ อย่างไรเขาก็เป็นมหาเทพ ต้องให้ข้าเป็นห่วงด้วยหรือ นี่ท่านพูดเองนะ หนึ่งต่อสิบ ใช่แล้ว ถ้าข้าชนะ สามสิบตำลึงทองก็หายกัน ถ้าหากข้าแพ้ จะชดใช้ให้เจ้าสามร้อยตำลึง ปากกล้ามากนะ เจ้าหนู เจ้าอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน
ในเมื่อพูดแล้ว ก็ต้องเป็นคำพูด ได้ จะพนันอย่างไร เอาง่าย ๆ หน่อย ใครต่ำกว่าชนะ มา ต่ำ ๆ ๆ ต่ำ เอาเงินมา ร้ายกาจจริง ๆ – นี่ชนะแน่แล้ว – นั่นสิ นี่ ๆ นี่อะไรกัน นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ ประหลาดเกินไปแล้วจริง ๆ เซียวจิ่น บังเอิญขนาดนี้เลยหรือ คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอเจ้าที่นี่ ข้าออกมาซื้อของ แล้วเจ้าล่ะ แต่ละวันทำไมเจ้าถึงพูดมากเช่นนี้นะ มิน่าคุณหนูสกุลเว่ย ถึงได้รังเกียจเจ้าขนาดนั้น คุณชาย ๆ – อย่าไป – รีบร้อนอะไรกัน แม้แต่เถ้าแก่ของพวกเรา ก็ยังเอาชนะท่านไม่ได้เลย – นั่นสิ – คุณชาย อย่า ๆ ๆ – ท่านอย่าไปสิ – ท่านอย่าไปสิ
ท่านอย่าไปสิ ท่านสอนพวกเราหน่อย สอนพวกเราหน่อยสิ อย่า ๆ ๆ อย่าไปนะ คุณชาย มา เชิญด้านในเจ้าค่ะ คุณชาย เชิญ คุณชาย เข้ามาดื่มสุรากัน ท่านไม่ได้มานานเท่าไรแล้ว เข้ามาเถอะ บังเอิญจังเลยอาจารย์ บังเอิญจริง ๆ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สำนักศึกษามีกฎว่า ห้ามออกมาโดยไม่มีเหตุผล ข้าออกมาซื้อพู่กัน กระดาษกับหมึก ศิษย์พี่อนุญาตแล้ว ข้าก็ออกมา ซื้อพู่กัน กระดาษกับหมึกเหมือนกัน แต่หาทางไม่เจอ หลงทางน่ะ เช่นนั้นข้าพาท่านไปก็แล้วกัน ได้ นายท่าน เชิญด้านใน [ลม] เป็นอักษรที่ดีจริง ๆ [เหตุใดถึงมองเห็นภาพ] [แบบนี้อีกแล้วล่ะ] อาจารย์ อาจารย์ เว่ยจือ บรรพบุรุษของเจ้ามาจากที่ใดหรือ อวี๋ตู เจ้าอย่าโกหกนะ ข้าเกิดที่เมืองกู้เฉิง แต่ว่าต่อมา ที่บ้านเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้นมา ก็เลยมาที่อวี๋ตู ตอนนั้นข้ายังเด็ก เช่นนั้นที่บ้านเจ้ายังมีใครอีก ท่านแม่แล้วก็น้องชาย เช่นนั้นเจ้า แต่งงานหรือยัง ยังนะ
แม่ข้าจัดการ การหมั้นหมายให้กับข้า แต่ข้าไม่ยินยอม ท่านถามข้าทำไมหรือ ไม่มีอะไร เถ้าแก่ ห่อของพวกนี้ให้ข้าด้วย ได้ขอรับ จากที่พูดมา ในสิบแปดคน ก็มีเว่ยหลิงเยว่ของจวนเจ้ากรม ที่มีคุณสมบัติดีที่สุด รองลงมาก็คือกู้เฉิงซื่อจื่อ หมิงหล่าง การฝึกวิชาเซียน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ความสามารถของเหล่าศิษย์ ก็เพิ่งจะมีวี่แววออกมา [พระสนมกุ้ยเฟย แคว้นต้อวี๋] ภายหลังน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น บางทีอาจจะมีคนฝึกฝนไปเรื่อย ๆ จนสำเร็จ ก็ไม่อาจแน่ชัดได้ ศิษย์ก็กำลังตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่เช่นกัน ข้ารู้แล้ว เจ้าไปเถอะ สังเกตการณ์ต่อ แล้วรายงานข้าตลอดเวลา ขอรับ ฝ่าบาทกักตนบำเพ็ญ กว่าจะออกจากวังมาได้สักครั้ง พอข้ามาแล้ว สมองของท่าน ก็มีแต่เรื่องของหงส์เพลิง ข้าทำเพื่ออนาคตนะ เจ้ากรมเว่ยคนนั้น ไม่ใช่คนประเภทเดียวกับท่านนะ ลูกสาวของเขา ตอนนี้โดดเด่นอยู่คนเดียว แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดี ข้าเคยหยั่งเชิงตาเฒ่านั่นแล้ว เสียดายที่ไม่ยอมรับไมตรี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สนับสนุนหมิงหล่างก็แล้วกัน หมิงหล่างหรือ สกุลของหมิงเฉิงอู่ที่เมืองกู้เฉิงน่ะหรือ สองปีนี้หมิงเฉิงอู่ ก็คิดหาหนทางมาตลอด ไม่ยอมมา สวามิภักดิ์กับข้าเพียงคนเดียว ในเวลาปกติ ข้าก็ขี้เกียจจะไปคิดเล็กคิดน้อยกับเขา ส่วนตอนนี้
ต้องเตือนเขาสักหน่อยแล้ว แหม เช่นนั้นเซียวจิ่นเมื่อครู่นั่นล่ะ เขาหรือ พ่อของเขาเป็นขุนนาง ที่ข้าสนับสนุนมาตั้งแต่ระดับหก คนน่ะซื่อสัตย์ภักดี เสียดายที่ความสามารถต่ำไปหน่อย มีสายตาคอยจับจ้องอยู่เยอะขนาดนี้ จะไม่ได้เรื่องมากเกินไปก็ไม่ได้ เมื่อถึงเวลา ท่านเป็นผู้คัดเลือกหงส์เพลิง เช่นนั้นอาจารย์เซียนผู้นั้น พวกเขาจะฟังท่านหรือ คนที่บำเพ็ญเซียน ก็แค่อยากได้ชื่อเสียงนั่นแหละ เมื่อถึงเวลา ก็ให้ตำแหน่งเขาเป็นเจินเหริน แล้วมอบสำนักศึกษาไป๋ลู่ให้เขา เขาจะไม่ยินดีหรือ ตาแก่หนังเหนียวจิ้งซิวนั่น ข้าขัดหูขัดตาเขามานานแล้ว เพื่อชื่อจอมปลอมของหงส์เพลิง ต้องทำซะใหญ่โตเช่นนี้ คุ้มค่ากันแล้วหรือ ชื่อจอมปลอมหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อจอมปลอมนี่ มันสำคัญมากเพียงใด หงส์เพลิงเป็นสัตว์ภูตแห่งจักรวาล สูงส่งมากกว่าโอรสสวรรค์ บริสุทธิ์มากกว่า มีคุณสมบัติในการออกคำสั่งมากกว่า เมื่อมีมัน ถึงจะมีทุกสิ่งอย่างแท้จริง เช่นนั้นท่านว่า บนโลกใบนี้ มีหงส์เพลิงจริงหรือไม่ ต่อให้มี นั่นก็ต้องเป็นเจ้าแล้ว เชอะ คุณชาย คุณหนูช่วยด้วยเถอะ ขอข้าวกินสักคำเถอะ ข้าไม่ได้กินอะไร มาหลายวันแล้ว เจ้าวางใจเถอะ คนนี้น่ะ เป็นอาจารย์ของสำนักศึกษาไป๋ลู่ เขาบำเพ็ญเพียรสูงส่ง จิตใจเมตตา จะต้องช่วยเจ้าแน่ ข้าไม่มีเงิน เมื่อครู่ใช้ไปหมดแล้ว คุณหนูทำดีได้ดี สงสารข้าด้วยเถอะ
เจ้าลุกขึ้นก่อนนะ ข้าไม่ใช่คุณหนูอะไรสักหน่อย ให้เจ้าก็แล้วกัน ข้าก็ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร ขอบคุณขอรับคุณหนู เจ้าคืนกระเป๋าเงินข้ามานะ หยุดนะ ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านมองข้าสิ ท่านแม่ ท่านฟื้นสิ ท่านดูสิ ข้ามีเงินแล้ว ข้าซื้อยาให้ท่านกินได้แล้ว ท่านแม่ ท่านฟื้นสิ ฟื้นสิท่านแม่ ท่านแม่ เว่ยจือ พวกเราต้องไปแล้ว ถ้ายังไม่กลับไป ก็จะทำผิดกฎสำนักนะ กฎสำนักสำคัญกว่าชีวิตคนอื่นอีกหรือ เจ้าช่วยนางไม่ได้หรอก ข้าช่วยไม่ได้ แต่ท่านช่วยได้นี่นา ท่านเป็นเซียนมีความสามารถ สูงส่งมิใช่หรือ ท่านช่วยพวกเขาสิ นางตายแล้ว สุขทุกข์พบพราก เกิดแก่เจ็บตาย นี่เดิมทีก็เป็นโลกมนุษย์ อาจารย์จะต้องเกิดมาสูงศักดิ์ ไม่รู้ถึงชีวิตคนธรรมดาแน่ ถึงได้พูด ความเห็นที่เรียบง่ายเบาสบาย เช่นนี้ออกมาได้ จิตสงบไม่เปลี่ยนแปลง ฟ้าถล่มก็ไม่สั่นไหว เป็นจิตใจสงบที่ผู้บำเพ็ญพรตควรจะมี นั่นเรียกว่าเย็นชาไร้เมตตา เป็นซากศพที่เดินได้ ข้าไม่รู้ว่าคนที่โหดร้ายเย็นชา จะมีคุณสมบัติอะไร ไปบำเพ็ญเซียนบำเพ็ญพรตกัน เว่ยจือ เช่นพู่กันกับหมึกราคาสูงที่อยู่ในมือท่าน ก็พอให้คนอื่นกินได้ทั้งปีแล้ว เงินที่ท่านไปหอไคว่หัว ท่านรู้หรือไม่ว่า ซื้อชีวิตของนางได้ คนอย่างพวกท่านน่ะ ไม่มีทางเข้าใจหรอกว่า
เพราะความจนคนถึงได้ต่ำต้อย กระทั่งตอนที่ถูกรังแก ก็ทำได้แค่อดทน โทษที่ตัวเองเกิดมาโชคไม่ดี แล้วยังจะบอกว่าหนึ่งต้องมีวินัย สองต้องเคารพตัวเองอะไรกัน ข้าพบว่าหมัวมัวพูดถูกแล้ว มดปลวกอย่างพวกเราน่ะ ไม่มีคุณสมบัติ ที่จะเข้าไปสำนักศึกษาเลย นั่นเป็นสถานที่ที่คนอย่างท่าน คนอย่างพี่น้องจวนสกุลเว่ย คุณชายสกุลขุนนางพวกนั้น ถึงจะอยู่ในนั้นได้ เจ้าเป็นมดปลวกจริง ๆ แต่เจ้าจำเอาไว้นะ มดปลวกก็สามารถสั่นคลอนต้นไม้ได้