สยบรักจอมเสเพล (Destined) ซับไทย | EP.1 (FULL EP) | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [สยบรักจอมเสเพล] [ตอนที่ 1] [ต้าหรงสถาปนามาจนถึงบัดนี้ ผ่านไปเพียงสองรัชกาล] [ในเมืองเกิดอุทกภัยจากแม่น้ำฮวงโห] [เกิดน้ำท่วมจากพายุฝนบ่อยครั้ง] [นอกเมืองมีกองกำลังศัตรู จากทั้งเหนือใต้คอยจับตาดู] [ผู้บัญชาการสิบสามมณฑลแตกหัก] [ต่างปกครองทัพของตน ต่างถือตนเป็นใหญ่] [อำนาจการควบคุมท้องถิ่นของราชสำนัก] [นับวันก็ยิ่งอ่อนกำลังลง] [เงินในท้องพระคลังร่อยหรอ] [เพื่อแก้ปัญหาการเงินในแคว้น] [ราชทูต] [ฮ่องเต้ส่งราชทูตไปแจ้งราชโองการ] [ให้องค์หญิงแต่งงาน] [กับบุตรชายเพียงคนเดียว ของมหาเศรษฐีตระกูลกู้แห่งเจียงหนาน] [กู้จิ่วซือ] [เตรียมวางแผนหวังฮุบทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล] [ของตระกูลกู้] [สยบรักจอมเสเพล] [ลมใต้โชย หิมะโปรย] [ใจชาวหยางโจวนึกร้อนรน] [ร้อนดั่งเตาไฟเผาไหม้ตน] [เรือใหญ่ไปต่อเรือเล็กหยุด] [นางแอ่นมิหวนคืนวสันต์เงียบงัน] [ถ่านแพงดุจดั่งธัญพืชแรกนา] [เรือนตระกูลกู้] [หิมะหนึ่งฉื่อ มีดหนึ่งฉื่อ] ข่าวดี ช่างเป็นข่าวดียิ่งนัก หิมะตกหนักปิดทางเข้าออก เส้นทางเดินเรือเกิดหมอกหนาทั้งสี่ทิศ ขบวนม้าของราชทูตแห่งเหลียงอ๋อง ติดอยู่ในท่าเรือฉางเฟิง มาไม่ได้แล้ว [ท่านเจ้าบ้านตระกูลกู้ กู้หล่างหัว ฮูหยินใหญ่ เจียงโหรว] ทั้งเรือสินค้าและเรือของทางการ ทั้งทางม้าและทางเท้าต่างก็ถูกตัดขาดทั้งหมด ขอบคุณสวรรค์ พระโพธิสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ จิ่วซือ วันนี้พวกเราหนีเรียนอีกแล้ว เจ้าว่านักปราชญ์จูผู้นี้

    [สหายรักของกู้จิ่วซือ เฉินสวิน] คงจะไม่ ไปฟ้องถึงที่เรือนหรอกนะ [บุตรชายคนเดียวตระกูลกู้ กู้จิ่วซือ] ก็ฟ้องไปสิ เดิมทีข้าก็ไม่ได้อยากจะหนีเรียนหรอก เจ้าอย่าทำเป็นพูดดี อากาศหนาวขนาดนี้ ใครจะอยากออกจากเรือน ต้องโทษนักปราชญ์จูนั่นเลย พูดถึงเย่ซื่ออันอะไรนั่นขึ้นมาอยู่ได้ พอข้าได้ยินชื่อของเขานะ ก็โกรธจัดทันที ตาแก่ที่บ้านพวกข้านะ วัน ๆ เอาแต่ยกเขามาสอนข้า บอกให้ข้าหัดเรียนนั่นเรียนนี่จากเขาบ้าง เอาซะหูข้าชาไปหมดแล้ว ข้าก็ด้วย [สหายรักของกู้จิ่วซือ หยางเหวินชาง] ข้าก็ด้วย ทั่วทั้งเมืองหยางโจวแห่งนี้ นอกจากพ่อแม่ของแต่ละบ้าน คงไม่มีใครชอบเขาแล้วกระมัง ก็มิใช่หรอก สตรีทั่วทั้งหยางโจวล้วนแต่ชอบเขา อยากแต่งงานกับเขาทั้งนั้น ข้า… [บุตรสาวฮูหยินใหญ่พ่อค้าผ้าตระกูลหลิ่ว หลิ่วอวี้หรู] คุณหนูวาดได้งามนักเจ้าค่ะ ราวกับว่าดอกเหมย แบ่งบานอยู่บนกระดาษนี้จริง ๆ เมื่อเทียบกับภาพเหมยเหมันต์บนยอดเขาหิมะ ของท่านพี่ซื่ออันแล้ว ยังห่างชั้นกันมากนัก หลายปีมานี้ข้าหัดวาดตาม เพิ่งวาดจิตวิญญาณภาพ ได้เพียงห้าถึงหกส่วนเท่านั้น คุณหนูทำมือให้อุ่นก่อนเถิดเจ้าค่ะ ถึงวันวสันตวิษุวัตแล้ว หิมะยังคงตกหนักไม่หยุด หากเป็นเช่นนี้ก็แปลว่า คุณชายใหญ่เย่ กลับมาไม่ได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ เหมยเหมันต์ร่วงโรยกลางหิมะ ต้นหลิวหวนคืนยามวสันต์ เมื่อเข้าสู่วสันต์แล้ว รอหิมะหยุดก็กลับมาแล้วละ ข้ารอมาหกปีแล้ว

    จะรออีกสักสิบวันหรือครึ่งเดือนก็ไม่เป็นอันใด คุณหนูเจ้าคะ แย่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู ท่านรีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่ มิใช่ว่าอาการดีขึ้นแล้วหรอกหรือ เหตุใดจึงป่วยหนักอีกแล้วเล่า ยาของฮูหยินใหญ่ ใช้จนหมดตั้งแต่สองสามวันก่อนแล้วเจ้าค่ะ หยุดกินยาได้อย่างไรกันเล่า กินหมดแล้วก็รีบไปซื้อใหม่เสียสิ ในบัญชีของฮูหยินใหญ่ ไม่มีเงินเหลือแล้วเจ้าค่ะ ระยะนี้หิมะตกหนักต่อเนื่อง ท่าเรือก็ถูกหมอกหนาปิดเสียหมด ราคายาสูงขึ้นหลายเท่าตัว อนุเยว่ กลับไม่ยอมให้เงินเพิ่มแม้แต่นิด ฮูหยินใหญ่ จึงทำได้เพียงเอาเงินของตัวเองออกไปซื้อ แต่บัดนี้ซื้อไม่ไหวแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ อิ้นหง เจ้านำเงินในบัญชีข้า รวมถึงเครื่องประดับในห้อง ออกมาให้หมดเถอะ แต่ในห้องของคุณหนู ก็มีเงินอยู่ไม่มากนัก เครื่องประดับเองก็มิได้มีมูลค่ามากพอ ตอนนี้ราคายาแพงถึงเพียงนี้ คิดดูอย่างไรก็ไม่พอเจ้าค่ะ เช่นนั้น… ในเมื่อเงินไม่พอ เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวที่แม่เล็กเยว่ ยืมไปวางแสดงนั่น ให้รีบนำไปจำนำไว้เสียก่อน แต่นั่นเป็นของที่สำคัญมากที่สุด ของคุณหนูนะเจ้าคะ คุณหนู มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่กล้าบอกท่าน เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาว ที่ท่านพูดถึงเมื่อครู่ว่าอนุเยว่ยืมไป วางแสดงที่ร้าน อนุเยว่ได้ขายไปในราคาถูกแล้วเจ้าค่ะ นางขายให้ใครไปหรือ ได้ยินว่าขายให้กับ คุณชายใหญ่ตระกูลกู้ กู้จิ่วซือ เหตุใดอนุเยว่จึงทำตัว เจ้ากี้เจ้าการเช่นนี้อีกแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ท่านแม่จะหยุดกินยาไม่ได้ อิ้นหง เจ้าไปสืบดูหน่อยเถิด

    ผู้ที่มีนามว่ากู้จิ่วซือนั่นอยู่ที่ใดกัน เราไปเอาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวนั้นคืนมา เจ้าค่ะ [มาดูหน่อยเถอะ] [หอหลันเซี่ยว] [ร่มบุปผา] [ขายร่มบุปผาเจ้าค่ะ] เชิญ คุณชายกู้ [ร่มบุปผาสวย ๆ] คุณชายกู้มาแล้ว คุณชายกู้ ไม่เจอกันนานเลย คืนเงินมา คุณชายกู้ คุณชายกู้ คุณชายกู้ คุณหนูเจ้าคะ ชู่ สืบมาได้แล้วเจ้าค่ะ คุณชายใหญ่ตระกูลกู้ วันนี้อยู่ที่หอหลันเซี่ยว ข่าวที่ได้มาเป็นจริงหรือ จริงเจ้าค่ะ กู้จิ่วซือผู้นั้น วันนี้ใช้เงินก้อนใหญ่เหมาหอหลันเซี่ยว หมดทั้งหอ คุณหนู เราจะไปหาเขาจริง ๆ หรือเจ้าคะ แต่นั่นมิใช่ที่ที่ดีงามอันใด หากว่าถูกคนอื่นพบเห็นเข้า… จะเสื่อมเสียชื่อเสียงได้นะเจ้าคะ ตอนนี้ไม่มีวิธี อื่นอีกแล้วละ พวกเราปลอมตัวกันเสียหน่อย ปิดหน้าไป ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องเอาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวคืนมา [หอหลันเซี่ยว] [หอหลันเซี่ยว] คุณชายเรา จะเข้าไปหาคน จะช่วยเปิดทางให้เข้าไปหน่อยได้หรือไม่ หอหลันเซี่ยวของเรา แม้จะเป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ แต่มิใช่ว่าผู้ใด ก็จะสามารถเข้าไปยังที่แห่งนี้ได้ มากกว่านี้ ข้าน้อยเองก็ไม่อาจเอ่ยได้ ต้องขออภัยด้วย เร็วหน่อยสิ อย่ามัวแต่มอง

    ชนะอีกแล้ว เจ้าชนะอีกแล้วหรือ เริ่มใหม่ ๆ ๆ มา ๆ ๆ มา ดื่มเหล้านี่กัน [ถังหูลู่] คุณหนู มีคนออกมาแล้วเจ้าค่ะ [ร่มบุปผา ขายร่มบุปผา] คุณชายกู้ ข้าน้อยขอตัวไปเตรียมรถม้าให้ท่านก่อนนะขอรับ คุณหนู เหมือนว่าจะเป็นเขาเจ้าค่ะ รีบไปสิ เจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านใช่คุณชายกู้หรือไม่เจ้าคะ เจ้าเป็นใครกัน นายท่านของข้ามีเรื่องต้องการคุยกับคุณชาย เช่นนั้นแล้วนายท่านของพวกเจ้าเป็นใครกันเล่า สาวรับใช้ผู้นี้ ข้าเห็นที่จวนตระกูลเย่หลายครั้งแล้ว จวนตระกูลเย่หรือ คุณชายกู้เพิ่งซื้อ เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวล้วน ชุดหนึ่งใช่หรือไม่ ถูกต้อง นั่น… นั่นเป็นของของนายท่านข้า วางไว้ในร้านเสื้อผ้า ถูกขายไปด้วยความเข้าใจผิด ของนายท่านเจ้าหรือ เจ้าค่ะ เดิมทีมิได้คิดที่จะขาย ฉะนั้น… แล้วนายท่านของเจ้าไปไหนเสียล่ะ อยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ไม่ไกลนัก หิมะตกหนักถึงเพียงนี้ ในวันที่หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ เหตุใดเขาจึงไม่เข้าไปหาข้าข้างในกันเล่า นายท่านของข้า ไม่สะดวกจะเดินทางมาสถานที่เช่นนี้ ไม่สะดวกจะเดินทางมาสถานที่เช่นนี้หรือ ทั้งเมืองหยางโจวแห่งนี้ มีแค่เขาเย่ซื่ออัน ที่เป็นคุณชายผู้ครองคุณธรรมสินะ ยังจะไม่สะดวกจะเดินทางมาสถานที่เช่นนี้อีก ข้าจะบอกเจ้าให้ฟังนะ

    พ่อข้าชอบหยิบยกเขามาสอนข้าอยู่บ่อย ๆ ก็แค่อ่านหนังสือออกมิใช่หรือ จะมีอะไรเก่งกาจนักหนา ยังให้สาวใช้ แต่งกายเป็นชายเช่นนี้อีก ทำไมกัน สตรีจะมีหน้าไปพบผู้อื่นไม่ได้เชียวหรือ คุณชายกู้ คุณชายกู้ คุณชายกู้ จะพอได้หรือยังเล่า [ขายร่มบุปผา] ทำไมกัน มองข้าสักนิด แล้วดวงตา ของคุณชายใหญ่เย่จะสกปรกหรือ ขออภัยด้วย ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นสตรี ข้านึกว่าเจ้าคือคนนั้น… คารวะคุณชายกู้ การเข้าใจผิดกัน ล้วนเป็นเรื่องเล็ก เพียงแต่เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวตัวนั้น เป็นของสำคัญของข้า ขอคุณชายช่วยให้ข้าสมปรารถนา ขายมันคืนให้แก่ข้าด้วย ตอนนี้ข้ายังไม่อาจจ่ายเงินได้ แต่ข้าสามารถร่างหนังสือสัญญาได้ แต่เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวนั่น เป็นรูปแบบของบุรุษแท้ ๆ จะเป็นของเจ้าได้อย่างไรกัน นั่นเป็นชุดที่ข้าทำ เพื่อมอบให้กับเย่ซื่ออัน ข้าก็ว่าทำไมสาวใช้บ้านพวกเจ้า ทำไมถึงได้ชอบไปที่จวนตระกูลเย่กันนัก เจ้าชอบเย่ซื่ออันสินะ ข้า… [นางชอบเย่ซื่ออันหรือ] [อะไรนะ นางชอบเย่ซื่ออัน] คุณชายกู้อย่าได้กล่าวหาซี้ซั้ว จะเป็นการกล่าวซี้ซั้วได้อย่างไรกันเล่า หากว่าข้าพูดจาซี้ซั้วจริง เจ้าจะตื่นเต้นไปทำไมกัน คุณชายกู้ แม้ข้าเกิดในตระกูลค้าขายผ้า แต่ก็เป็น บุตรีผู้บริสุทธิ์และถูกครรลองธรรม ที่ผ่านการอบรมสั่งสอนมาแล้ว คุณชายกู้เป็นผู้มีทรัพย์สินร่ำรวย ต่างกับข้าราวฟ้ากับเหว เหตุใดจึงต้องทำให้ข้าอัปยศอดสูเช่นนี้ด้วย นี่ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้าอยู่นะ

    ข้า… ข้าอยากถามเจ้าด้วยใจจริง เหตุใดจึงชอบเย่ซื่ออัน ท่าน… บุตรีทั้งเมืองหยางโยวแห่งนี้ ล้วนแต่อยากจะแต่งงานกับเย่ซื่ออัน ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเย่ซื่ออันผู้นี้มีดีที่ตรงไหนกัน เจ้าก็พูดมาเถอะน่า รสนิยมแย่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าขายหน้าอะไร คุณชายกู้ ท่านไม่อยาก คืนเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวให้ข้าใช่หรือไม่ หากว่าเจ้าตอบข้ามา อย่าว่าแต่ชุดเดียว สิบชุดข้าก็ให้เจ้าได้ คุณชายกู้ ขอท่านอย่าได้เอาเรื่องนักเลย เอาเถอะ เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวนั่นของเจ้า เมื่อวานข้าให้ผู้อื่นไปแล้ว ท่านว่าอะไรนะ ข้าบอกว่าข้าให้คนอื่นไปแล้ว แล้วคนคนนั้นเล่า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ก็แค่เสื้อผ้าชุดเดียวมิใช่หรือ [ตำลึงทอง] เจ้าเอาไปซื้ออีกสักสุดแล้วกัน รับไปสิ เหตุใดท่านจึงต้องทำเช่นนี้ ข้า… คุณชายกู้ ท่านอยากรู้มิใช่หรือ ว่าคุณชายใหญ่เย่ ดีกว่าท่านที่ตรงไหนบ้าง ข้าจะบอกให้ท่านฟัง เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่ตัว ทั้งรอบรู้และมีมารยาท อีกทั้ง ยังมีคน ไม่ทำการทำงานอย่างท่านไว้เปรียบเทียบ ไม่ใช่สิ นี่เจ้าถือดีอย่างไร ถึงหยิบยกเย่ซื่ออัน มาไว้ต่อว่าข้ากันล่ะ ข้า… ในที่สุดข้าก็รู้ ว่าทำไมชื่อเสียงของท่านมันถึงแย่ขนาดนี้ ท่านเกิดในตระกูลคนรวย อีกทั้งชอบเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ เสเพลไปเรื่อย ราวกับตัวซวยก็ไม่ปาน

    ใครจะยินดียกลูกสาวให้แต่งกับท่านกันเล่า เราไปกันเถอะ เจ้ามาพูดให้ชัดเจนเลยนะ ใครเป็นตัวซวยกัน พอแล้ว ๆ เหตุใดจึงต้องไปเอาเรื่องกับนางด้วย คนดูอยู่ตั้งเยอะแยะเชียวนะ เอาละ ๆ ๆ เลิกดูได้แล้ว เลิกดู – กลับไปเถอะ – ไม่ต้องดูแล้ว ๆ – ไม่ต้องดูแล้ว – แยกย้ายกันไปเถอะ แยกย้ายกันไป ข้ากลายเป็นตัวซวยไปแล้ว ข้าให้เงินนาง ข้ายังกลายเป็นตัวซวยอีกหรือ ข้า… เอาน่า ๆ ไม่ต้องโมโหไป ตระกูลหลิ่วที่ขายผ้านี้ ข้ารู้จัก ได้ยินว่าบ้านพวกเขาน่ะ ยกเมียรองอยู่เหนือเมียเอก อย่าเห็นว่านางเป็นลูกสาวฮูหยินใหญ่ นางใช้ชีวิต อนาถกว่าลูกสาวอนุเสียอีก เจ้าน่ะ อย่าไปหาเรื่องนางเลย ข้าก็ว่าอยู่ อากาศหนาวถึงเพียงนี้ยังสวมเสื้อผ้าบางขนาดนี้ ทำเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวขึ้นมา แล้วยังจะเอาไปให้ผู้อื่นอีก เจ้าก็เอาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวตัวนั้น ไปให้ขอทานน้อยไม่ใช่หรือ มู่หนาน ขอบคุณขอรับ เก็บไว้ให้ดีล่ะ เหวินชาง เจ้าไปหาเสื้อคลุมมาอีกสักตัว แล้วไปแลกเอาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวคืนมา จะแลกเอากลับมาทำไมกัน ก็เอาไปคืนนางน่ะสิ นางหรือ นางชอบเย่ซื่ออัน

    แล้วยังรังแกเจ้า เจ้ายังจะช่วยนางอีกหรือ ข้าไม่อยากเอาเรื่องกับนาง เจ้าเองก็พูดมิใช่หรือ ว่านางใช้ชีวิตยากลำบากน่ะ ได้ คุณหนู ไม่มีเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวแล้ว แล้วยาของฮูหยินจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ ทำได้เพียงขอหยิบยืมจากน้องหญิงอวิ้น มาสักนิด ตอนนี้ มีเพียงแต่นางที่จะช่วยข้าได้ [เรือนตระกูลหลิ่ว] ท่านแม่ ดื่มยาเสียหน่อยเถอะ อวี้หรู งานเลี้ยงน้ำชาฉลองวันเกิด ของเย่เหล่าไท่ไท่ในเดือนหน้า แม่ว่า เจ้าอย่าไปเลยจะดีหรือไม่ [ฮูหยินใหญ่แห่งพ่อค้าผ้าตระกูลหลิ่ว ซูหว่าน] อวี้หรู แม่หวังว่าเจ้าจะได้แต่งงานกับคนที่ดี มีอนาคตที่ดี หลายปีมานี้ เจ้าทำเพื่อคุณชายเย่ มากมายเพียงใด หมดทั้งใจล้วนแต่ทำเพื่อเขา แม่เห็นทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าว่า เมืองหยางโจวเช่นนี้ มีบุตรสาว จากตระกูลสูงส่งมากมาย มีใครบ้างที่ไม่อยาก แต่งงานกับคุณชายใหญ่เย่กันเล่า อีกทั้ง เย่เหล่าไท่ไท่เอง กับคนที่จะมาเป็นหลานสะใภ้แล้ว อาจเลือกไว้นานแล้วก็เป็นได้ เจ้าไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แม่กลัวว่าหากเจ้าผิดหวังแล้วจะเจ็บปวดใจ ท่านแม่ ท่านให้ข้าไปเถิด ถึงอย่างไร ก็มีเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวแล้ว [สิบวันต่อมา] [บุตรสาวอนุภรรยาพ่อค้าผ้าตระกูลหลิ่ว หลิ่วอวี้จ้าว บุตรสาวอนุภรรยาพ่อค้าผ้าตระกูลหลิ่ว หลิ่วอวี้อิ้ง] [อนุภรรยาแห่งพ่อค้าผ้าตระกูลหลิ่ว จางเยว่เอ๋อร์] แม่เล็ก

    อวี้หรู งานเลี้ยงน้ำชาของตระกูลเย่วันนี้ เจ้าไม่ต้องไปหรอก กองภาษีการค้าเรียกให้พ่อเจ้าไปตรวจบัญชี ในบ้านเหลือเพียงน้องชายคนเดียว หากเจ้ายังออกไปอีกคน ข้าเกรงว่าในบ้านจะไม่มีคนดูแล มิใช่ว่าจะออกนอกบ้านกันหรอกหรือ [เจ้าบ้านแห่งร้านขายผ้าตระกูลหลิ่ว หลิ่วเซวียน] มัวทำอะไรกันอยู่ตรงนี้เล่า ท่านพ่อ นายท่าน คุณหนูใหญ่เป็นลูกสาวฮูหยินใหญ่ สถานะต่างจากผู้อื่น แล้วยังรู้ความเป็นที่สุด ท่านลองชิมสิ ข้าคิดว่า ให้นางอยู่ดูแลบ้าน ข้าก็วางใจที่สุดแล้ว แต่ว่าท่านพ่อ ในเทียบเชิญของตระกูลเย่ ก็เชิญลูกเช่นกันนะเจ้าคะ ทำตามที่แม่เล็กของเจ้าบอกแล้วกัน ร่วมงานเลี้ยงเสร็จแล้วก็รีบกลับมา ได้เจ้าค่ะ จริงสิ กุ้ยเซียง เอาปิ่นปักผมทอง ที่เพิ่งทำใหม่ของข้ามาที เจ้าค่ะ วันนี้จะต้องใส่เครื่องประดับผม ที่มีค่าสูงให้มากเสียหน่อย คนที่พวกเราจะไปพบ เป็นถึงคนในตระกูลชั้นสูง จะให้คนเขาดูถูกเราไม่ได้เด็ดขาดเชียว แม่เล็ก ตระกูลเย่เป็นชนชั้นนักรบระดับสูง มีกฎระเบียบมากนัก แม่เล็กและน้องหญิงทั้งสอง ยังไม่เคยไปเยือนจวนตระกูลสูงศักดิ์มาก่อน วันนี้ที่จวนตระกูลเย่มีคนเยอะนัก หากว่าทำผิดมารยาทข้อใดไป อาจกลายเป็นเรื่องน่าขัน เช่นนี้จะมิเป็นการ ทำให้ท่านพ่อเสียหน้าหรอกหรือเจ้าคะ อวี้หรูเป็นลูกสาวคนโตของฮูหยินใหญ่ ย่อมต้องช่วยท่านพ่อแบ่งเบาภาระ อีกทั้งข้ากับตระกูลเย่เองก็คุ้นเคยกันดี และท่านแม่ของข้าเอง ก็มีชาติกำเนิดจากชนชั้นนักรบเช่นกัน สั่งสอนกฎเกณฑ์ให้ข้าตั้งแต่เด็ก หากวันนี้ข้าไปด้วย ก็จะช่วยแนะนำให้ได้ อวี้หรูมิอาจปัดความรับผิดชอบนี้ได้

    อวี้หรูคิดได้ถูกต้อง เจ้าต้องตามไปด้วย เจ้าค่ะ นี่… [คุณธรรมสูงส่ง] อวยพรเหล่าไท่ไท่ อายุยืนยาว วาสนาส่งเสริม ไม่แก่ไม่เฒ่า ส่องแสงดุจตะวัน เพียงวันเกิดทั่วไป [ท่านย่าตระกูลเย่ เหลียงซื่อ] มิใช่งานเฉลิมฉลองใหญ่โตอันใด วันนี้ทุกคนมาอยู่ด้วยกัน ให้ทำตัวเหมือนนั่งอยู่บ้าน ดื่มชา พูดคุย ให้มีความสุขใจ อย่าได้เกรงใจกันเชียวเล่า ขอบคุณเหล่าไท่ไท่ นั่งลงเถิด บุตรีฮูหยินใหญ่เจ้ากรมหยางโจว [อายุยืน] หลิวซืออวี่ ส่งมอบ งานปักทอราชสำนักแคว้นซูหนึ่งผืน หลานสาวหลี่ซิ่วอวิ๋น นักปราชญ์ขงจื๊อเจียงหนาน หลี่ย่วนเซวียน ส่งมอบ คัมภีร์สูตรของเว่ยหลาง สำหรับสักการะวัดต้าหมิงซือ อร่อยจริง ๆ นะ อยู่ตรงนั้น ร้านของหวานนั่น ไม่ใช่สิ พวกเจ้าสองคนมัวหัวเราะอะไรกัน ปิดเป็นความลับอยู่ได้ ตกลงว่าจะไปที่ใดกันแน่ เจ้าทายดูสิ ข้า… นี่มันทางไปตระกูลเย่มิใช่หรือ ทายถูกแล้ว ข้าจะไปตระกูลเย่ทำอะไรกัน ให้ไปคุยเรื่องความหลังกับเย่ซื่ออันหรือ ข้าไม่ไปหรอก พวกเรามีความหลังอะไร จะไปคุยกับเขาได้กันเล่า มีเรื่องดี เรื่องดีหรือ สตรีจากร้านขายผ้าตระกูลหลิ่ว ส่งมอบ

    กำไลทองแท้สามคู่ ผ้าทอพรห้าประการหนึ่งพับ บุตรีฮูหยินใหญ่หลิ่วอวี้หรู มอบภาพวาดอักษรหนึ่งภาพ ยากจนเสียจริง ใคร ๆ ก็มอบภาพวาดกันได้ทั้งนั้น พี่หญิงใหญ่ ท่านทำขายหน้าเสียจริง มอบภาพวาดกระจอก ที่ไม่คุ้มแม้เพียงค่าหมึกด้วยซ้ำ ทำเอาพวกเราพลอยขายหน้าตามท่านไปด้วย ขอข้าดูหน่อย เจ้าค่ะ สตรีตระกูลหลิ่ว ได้นำรูปแบบลายผ้า ที่เพิ่งออกใหม่ในปีนี้มาให้พวกเราด้วย วางอยู่ในห้อง ทุกคนไปดูกันเถิด ขอบคุณเหล่าไท่ไท่ วันนี้ที่เอามา ล้วนแล้วแต่เป็นรูปแบบใหม่ของปีนี้ มีหลากหลายสียิ่งนัก ทุกคนไปดูกันเถิด ข้าจองไว้สองม้วน ปิ่นปักผมนี้งามจริง อวี้หรู ภาพนี้เจ้าวาดใครกันหรือ วาดเหล่าไท่ไท่เจ้าค่ะ ข้าเคยได้ยินมาว่า ท่านเกิดในตระกูลแม่ทัพ ตอนเด็กเคยตามบิดาไปยังค่ายทางชายแดน ร่ำเรียนวิชาดาบอยู่ในค่ายทหารจนเก่งกล้า ข้าจึงรวบรวมความกล้า วาดภาพนี้ออกมาจากจินตนาการเจ้าค่ะ เหตุใดจึงวาดภาพเช่นนี้กันเล่า เพราะว่า เพราะว่าข้าอิจฉาท่าน ชีวิตของสตรี ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่ถูกกักขังในเรือนใหญ่ ไม่อาจเหมือนบุรุษ ที่ไปได้ทั่วทิศ แต่ท่านได้เคยเห็นภูเขาและลำธาร เคยได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน สิ่งนี้ทำให้ใจของข้านึกอิจฉายิ่งนักเจ้าค่ะ นับแต่ อายุสิบเจ็ดที่แต่งออกเรือนมา ก็มิได้แตะต้องดาบ อีกแล้วละ ผู้อื่นมอบของขวัญ ก็ล้วนแต่มอบให้ นายหญิงใหญ่ตระกูลเย่ แต่ภาพวาดนี้ที่เจ้ามอบให้มา เป็นสิ่งที่มอบให้ตัวข้าเอง

    เหลียงชิงอวี้ เด็กดี ไปเถอะ ไปพูดคุยกับอวิ้นเอ๋อร์เถิด ทราบแล้วเจ้าค่ะ พวกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ อย่าใจร้อนไป อีกเดี๋ยวเจ้าก็ได้รู้แล้ว ตั้งแต่เมื่อครู่นี้ก็เอาแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แล้วยังจับข้าแต่งตัวเช่นนี้อีก ถ้ายังไม่พูดอีก ข้าจะซัดเจ้าจริง ๆ ละนะ พวกเราก็มา… พาเจ้ามาเจอเมียเจ้าอย่างไรเล่า เมียหรือ พ่อแม่เจ้ามาที่จวนตระกูลเย่ สู่ขอเมียให้เจ้าแล้วน่ะสิ เจ้าไม่รู้หรอกหรือ มาถึงนี่แล้ว เจอหน้าสักหน่อยแล้วค่อยไปสิ ไม่เจอ มีคนมาแล้ว ๆ มีคนมา ๆ ไป ๆ ๆ [ท่านพี่อวี้หรู] [เรื่องการสมรสกับกู้จิ่วซือ] [ข้าควรทำอย่างไรดี] อะไรนะ กู้จิ่วซือ คนเจ้าชู้เสเพลผู้นั้น ที่ชื่อเสียงเสื่อมเสียไปทั่วน่ะหรือ เมื่อวานหลังจากที่ท่านไปแล้ว นายหญิงใหญ่ตระกูลกู้ เป็นผู้มาที่จวนเพื่อสู่ขอด้วยตนเอง ตระกูลข้าทุกรุ่นล้วนเป็นบัณฑิตเรียนหนังสือ [บุตรสาวฮูหยินใหญ่ตระกูลเย่ เย่อวิ้น] ออกว่าราชการ ก็มีเพียงแต่งานราชการทั่วไปมิได้ทำเงิน ตระกูลกู้นี่ เหตุใดเขาจึงสนใจข้ากันเล่า เกรงว่าคงมีครั้งไหน ที่เจ้าออกนอกเรือนไปเที่ยวตอนเทศกาลหยวนเซียว เลยไปต้องตาต้องใจกู้จิ่วซือนั่นเข้ากระมัง แล้วคนในบ้านเจ้าว่าอย่างไรบ้าง จะว่าอย่างไรได้

    ตระกูลกู้ร่ำรวยกว้างขวาง ผู้บัญชาการมณฑลพบเข้า ยังต้องปั้นหน้ายิ้มให้ พ่อแม่ข้าไม่กล้าปฏิเสธพวกเขาไป ทำได้เพียงยื้อเวลา ยังไม่กล้าตอบรับ ข้ากลัวจริง ๆ ว่าเพื่อที่บ้านแล้ว พ่อแม่ข้าจะตอบตกลง ส่งข้าออกเรือนขึ้นมาจริง ๆ ท่านพี่อวี้หรู หากถึงตอนนั้นแล้วข้าควรจะมีชีวิต อยู่ได้อย่างไรกัน ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจทุกอย่าง หากว่าเป็นข้า แม้แต่ความคิดที่จะกระโดดน้ำตาย ข้าก็มีแล้วด้วยซ้ำ เช่นนี้ดีหรือไม่ ในเมื่อบ้านเจ้าไม่กล้าปฏิเสธเขา เช่นนั้นก็บีบบังคับให้เขาถอนหมั้นไปเอง ทำอย่างไรหรือ เขาชอบแบบไหนเราก็ทำตรงข้ามให้หมด ข้าได้ยินมาว่ากู้จิ่วซือผู้นี้ สนใจวรยุทธ์ ละทิ้งการเรียน เกลียดพวกคัมภีร์นักปราชญ์เป็นที่สุด วันนี้พอเจ้ากลับไป ก็ไปตั้งใจอ่านหนังสือทั้งสี่ และคัมภีร์ทั้งห้าให้ดี โดยเฉพาะที่ไว้เตือนคน เจ้าจำไว้ให้ดี วันหน้าพอเจ้าเจอหน้าเขา ก็ให้คอยตักเตือนเขาอยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง เขาผู้นี้ทำอะไรไร้ซึ่งเหตุผล เรื่องหยาบคายไร้มารยาทยังไม่ต้องพูดถึง แต่เขาเกลียดคนที่มีมารยาทเพียบพร้อม อย่างพวกบุตรสาวตระกูลใหญ่ ที่พูดจาเสียงหวานอ่อนโยน บอกว่าพวกนางเสแสร้งดัดจริต หากเจ้าเจอเขา เจ้าก็ทำเสียงเล็กเสียงน้อย ใช้ทั้งพิธีการและมารยาท ให้ครบทุกอย่าง ขอแค่เขาพูดอะไรผิดไปแม้เพียงนิด เจ้าก็ร้องไห้ในทันที เวลาพูดจาอย่าได้เป็นขั้นเป็นตอน แล้วก็ไม่ต้องพูดจาให้เป็นปกติมากนัก ต้องพูดให้ฟังดูไม่ชัด ทำสิ่งใดก็ไม่ชัดเจน เอาเป็นว่ายิ่งดูมีจริตจะก้าน ได้มากเท่าใดก็ยิ่งดี

    แบบนี้ คงไม่ดีกระมัง มีอะไรที่ไม่ดีกันเล่า เจ้าเพียงแต่ต้องไป พบเขาโดยบังเอิญเป็นการส่วนตัว ทำให้เขานึกรังเกียจมากเท่าไรยิ่งดี เขาน่ะ ชื่อเสียงย่ำแย่ถึงเพียงนั้นแล้ว ต่อให้เขาเอาเจ้าไปพูดในทางที่ไม่ดี คนอื่นก็จะรู้สึกแต่เพียงว่า เขากำลังย่ำยีทำลายเจ้า ท่านพูดถูก หากข้าไม่ทำให้เขารังเกียจ วันหน้าเขาคงต้องทำให้ข้าสะอิดสะเอียดเป็นแน่ ใช่ กู้จิ่วซือผู้นี้ ตัวเองทำตัวไร้เหตุผลก็เอาเถอะ แต่นี่ยังอิจฉา คนอย่างท่านพี่ซื่ออัน ที่เป็นสุภาพบุรุษเช่นนั้นอีกด้วย หากเจ้าเจอเขา เจ้าก็ชมท่านพี่ซื่ออัน ต่อหน้าเขาให้เต็มที่ ทั้งเรื่องความรู้และอุปนิสัย นำเอาท่านพี่ซื่ออัน ไปเปรียบกับเขาในทุก ๆ ด้าน บอกไปว่าเขา เทียบท่านพี่ซื่ออันไม่ได้สักอย่าง ถ้าทำเช่นนี้ แล้วเขายังอยากแต่งงานกับข้าอีก จะทำอย่างไรดีเล่า มัวฝันหวานอะไรอยู่น่ะ ใครอยากแต่งงานกับเจ้ากัน นี่เจ้า… เจ้าเป็นใครน่ะ คนงาน คนงาน – รีบมาเร็วเข้า – รีบมาสิ คนชั้นต่ำจากไหนกัน กล้าบุกรุกเข้ามาถึงหลังเรือน เร็วเข้า รีบจัดการไล่พวกเขาออกไปเสีย เร็วสิ หยุดนะ ไป หยุดนะ จะสู้ตายกับพวกเจ้าละนะ เร็วเข้า เร็ว ๆ

    ท่านพี่อวี้หรู พวกเขามิใช่คนชั้นต่ำอะไร พวกเขาก็คือพวกเจ้าชู้เสเพล ที่เตร็ดเตร่อยู่ด้วยกัน เช่นนั้นผู้ที่อยู่ตรงกลางนั่น เขาย่อมต้องเป็นกู้… เจ้าไม่เคยเห็นกู้จิ่วซืออะไรนั่นมาก่อน สามคนนั่น ก็เป็นพวกคนชั้นต่ำสารเลวนี่แหละ จิ่วซือ จิ่วซือ กู้จิ่วซือ เจ้านี่วิ่งเร็วเหลือเกินนะ แม่นางผู้นี้ก็ช่างใจเสาะยิ่งนัก ไม่ทันพูดอะไรก็เรียกคนมาเสียแล้ว ใจเสาะอะไรกันเล่า นางจงใจ แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวชัด ๆ กลัวว่าพวกเราจะทำให้ชื่อเสียงนางเสื่อมเสีย นางจงใจหรอกหรือ พูดบ้า ๆ ในเมื่อนางเคยเจอพวกเรามาก่อนแล้ว ชื่ออะไรนะ หลิ่ว… หลิ่ว… หลิ่วอวี้หรู หลิ่วอวี้หรู แม้แต่ชื่อยังเชยสุด ๆ ชวนให้คนรังเกียจยิ่งนัก มองผิวเผินเหมือนว่า มีความเป็นลูกคุณหนูผู้งามสง่า จริง ๆ แล้วในใจช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก แผนการล้ำลึก ช่างเป็นหญิงสาวที่เจ้าแผนการนัก ซวยจริง ๆ ซวยชะมัด ตอนนั้นเจ้ายังให้ข้า หาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวให้นาง ยังดีที่ข้าไม่ได้หา ข้ายังว่าอยู่ บุตรสาวพ่อค้าขายผ้าอย่างนาง หากไม่มีฝีมือติดตัวไว้บ้าง จะกล้าใฝ่ฝันถึงเย่ซื่ออันเชียวหรือ เจ้าหัวเราะอะไรน่ะ ข้าหัวเราะว่านางหน้าตาธรรมดา เล่ห์เหลี่ยมลึกล้ำ กับเย่ซื่ออันที่ชอบทำตัวเสแสร้งนั่น ช่างเหมาะสมกันดีจริง ๆ

    ได้ ยังเรียกท่านพี่ซื่ออันอีกหรือ งานมงคลสมรสคู่นี้ ข้าเห็นชอบ แม่เล็กเยว่ ทำไมท่านถึงตบคนเล่า นางคนเหลาะแหละ เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไรกัน เจ้ากล้าไปหาเรื่องคุณชายกู้ได้อย่างนั้นหรือ เขามีสถานะอันใด เจ้ามีสถานะอันใด ชีวิตเจ้าด้อยค่าเลยไม่กลัวตาย แต่พวกเรากลัวว่า จะพลอยเดือดร้อนเพราะเจ้าไปด้วย วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้า แทนแม่ของเจ้าให้ดี หยุดนะ เหล่าไท่ไท่ ท่านย่า นางตบตีท่านพี่อวี้หรูเจ้าค่ะ เหล่าไท่ไท่ เป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ ทุกคนต่างก็รู้ว่า ตระกูลกู้เป็นตระกูล ที่ทุกคนในหยางโจวต่างไม่กล้ามีเรื่องด้วย นางไม่เข้าใจกฎการวางตัว ทำให้คนตระกูลหลิ่วเราขายหน้า ถือเป็นเรื่องเล็ก แต่นี่เป็นการ สร้างปัญหาใหญ่ให้จวนเอาได้ หากว่าข้าไม่สั่งสอนนางให้ดี เช่นนั้นแล้วต่อไปเรื่องนี้ ควรจะแก้ไขได้อย่างไรกันเล่าเจ้าคะ เอาความนึกคิดและท่าที ที่ต่ำช้าเหล่านั้นของเจ้าเก็บไปเสีย อวี้หรูเมื่ออยู่ที่จวนของข้า ก็เป็นแขกของบ้านข้า แต่เจ้ากลับกล้าดี ตบตีแขกของบ้านข้า ยังมีกฎระเบียบอยู่อีกหรือ ข้า… ข้าอะไรอีก เจ้ายังเห็นตระกูลเย่อยู่ในสายตาอีกหรือไม่ หากจะพูดเรื่องขายหน้า ข้าว่าแม่เลี้ยงอย่างเจ้า ถึงจะทำให้ตระกูลเย่อับอายขายหน้าจนสิ้นได้ ออกไป ออกไปสิ เจ้าค่ะเหล่าไท่ไท่ ท่านแม่ กลับบ้าน เด็กเอ๋ย มานี่เถิด ให้ข้าดูหน่อยสิ เจ้าคงเจ็บมากสินะ

    ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ นางเป็นแค่อนุภรรยา แต่กลับกล้าตบตีบุตรสาวฮูหยินใหญ่ หนำซ้ำยังลงมือหนักขนาดนั้น พูดจาก็ไม่น่าฟังเอาเสียเลย ปกติแล้วนางก็มิได้ตีมิได้ดุด่าข้า วันนี้นางคงเกรงกลัวเรื่องอำนาจตระกูลกู้ จึงได้ร้อนใจไปชั่วขณะ แต่นี่ยังอยู่ที่บ้านคนอื่นอยู่เลยนะ ซ้ำยังลงมือต่อหน้าผู้อื่นอีกด้วย ต่อให้นางไม่สนใจ ความรู้สึกของท่าน แล้ว… พ่อของท่านไม่ต่อว่านางบ้างหรือ ท่านพ่อข้า… นับแต่ที่ท่านพ่อแต่งงานกับแม่เล็กเยว่ ข้าก็ราวกับว่าไม่มีพ่อคนนี้อีกแล้ว ไว้หน้าไม่ไว้หน้าอันใด ทั่วทั้งหยางโจว บุตรสาวฮูหยินใหญ่ที่ไร้ซึ่งหน้าตาที่สุด ใครเลยที่จะไม่รู้กันเล่า เด็กเอ๋ย เจ้าอยู่ในตระกูลเช่นนั้น ต้องทนรับความลำบากมากยิ่งนัก เหล่าไท่ไท่เจ้าคะ การไม่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายได้ ถือเป็นเรื่องดีเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องกังวลไป อวี้หรู เด็กหนุ่มตระกูลกู้คนนั้น เจ้าเป็นคนไล่ออกไปหรือ ไม่เจ้าค่ะ ไม่ใช่ ท่านย่า นั่นเป็นความคิดของข้าผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับท่านพี่อวี้หรู หากท่านต้องการลงโทษ ขอให้ลงโทษข้าเถิด อวี้หรูมิกล้าปิดบังเหล่าไท่ไท่ เป็นความคิดของข้าเอง ขอเหล่าไท่ไท่ลงโทษข้าเถิดเจ้าค่ะ ข้าขอถามเจ้า เจ้าคิดอย่างไรหรือ ข้าคิดว่า วันนี้เป็นวันเกิดท่าน ทั่วทั้งจวนมีแขกเหรื่อเต็มไปหมด หากเผยแพร่ออกไป ข้าเกรงว่าจะทำให้ตระกูลเย่ และชื่อเสียงของน้องหญิงอวิ้นเสื่อมเสีย จึงได้แสร้งทำเป็นว่าจำเขาไม่ได้ เป็นการปิดปากพวกเขาเสียตั้งแต่แรก ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดชื่อแซ่ ก็ไล่ออกไปเสียก่อน วันหน้าหากมีคนถาม ก็บอกได้ว่าเป็นความเข้าใจผิดกัน

    ต่อให้มีข่าวแพร่ออกไป ก็เป็นเพียงเรื่องตลก ที่เอาไว้เล่ากันยามกินข้าวดื่มชา ตระกูลกู้เองก็เอาเรื่องได้ไม่มากนัก มาสิ เหล่าไท่ไท่ ของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป ข้ารับไว้มิได้ การช่วยน้องหญิงอวิ้น เป็นเรื่องที่ข้าควรทำ ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ของสิ่งนี้ มิใช่ของขวัญที่มีไว้เพื่อขอบคุณเจ้าหรอก มาสิ เรื่องการแต่งงานของเจ้า ควรถูกกำหนดขึ้นได้แล้ว อีกเดี๋ยวอันเอ๋อร์ก็จะกลับมาแล้ว เมื่อเจ้ากลับไปแล้ว ก็ไปบอกกับพ่อแม่ของเจ้าเสียหน่อย สองสามวันนี้ข้าจะเตรียมสินสอด เพื่อไปสู่ขอเจ้า ขอบคุณเหล่าไท่ไท่เจ้าค่ะ ดีเหลือเกิน ในที่สุดคุณหนูก็ได้สมดังปรารถนาแล้ว ข้ารู้สึกว่า เหมือนกำลังฝันอยู่เลยละ เพียงแต่ตอนนี้ หน้าบวมแดงยิ่งกว่าเดิมอีกเจ้าค่ะ มองเพียงครู่เดียวก็ดูออกหรือ มองเพียงครู่เดียวก็ดูออกเจ้าค่ะ ว่าโดนคนตบมา จะให้ท่านแม่มองออกไม่ได้ พวกเราแวะไป ร้านขายหน่วนซวงและผงชาด ที่ริมแม่น้ำเสี่ยวฉินหวยกัน เจ้าค่ะ หาดูซิ… ไม่ได้การ ถึงอย่างไรข้าก็ยังไม่หายโมโหอยู่ดี วันนี้นางจัดการ พวกเราได้เช่นนี้ จะปล่อยไปเช่นนี้ไม่ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็พูดมาสิ ว่าคิดจะทำอย่างไร พวกเจ้าคิดดูนะ นางจะแต่งงานกับเย่ซื่ออัน เย่ซื่ออันผู้นี้ รังแกพวกเรามาตั้งหลายปี ก็ช่างเถอะ บัดนี้แม้แต่ภรรยาของเขาก็มาตบ… ตบหน้าพวกเราเข้าให้แล้ว หากไม่ตอบโต้เสียตอนนี้ ยังจะถือว่าเป็นลูกผู้ชายได้อีกหรือ ใช่ว่านางจะได้ แต่งเข้าตระกูลเย่เสียหน่อย

    เชื่อข้าสิ ด้วยความเจ้าเล่ห์และลูกไม้ของนางแล้ว ข้าเชื่อมั่นในตัวนางมากนัก เอาเป็นว่า หากว่าข้าเจอตัวนาง ข้าต้องระบายความแค้นนี้กับนางเป็นแน่ เช่นนั้นเจ้าพูดมาสิ ว่าเจ้าคิดจะทำอย่างไรให้หายโกรธ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน นางทำอย่างไรกับพวกเรา เราก็รับมือกับนางเช่นนั้น พวกเราเองก็ต้องเลียนแบบนาง ท่าทีที่นางรังเกียจ ทำให้นางสะอิดสะเอียน แต่ปัญหาคือ จิ่วซือเกลียดอะไรมากที่สุด หลิ่วอวี้หรูผู้นี้ ก็รู้ดีไปเสียทุกอย่าง หลิ่วอวี้หรูรังเกียจอะไร พวกเรารู้อย่างนั้นหรือ ก็ไปลองสืบดูสิ ทั่วทั้งเมืองหยางโจวนี้ ไม่มีสิ่งใดที่ข้าหยางเหวินชาง สืบหามาไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปสืบแล้ว ข้ารู้ว่านางรังเกียจสิ่งใด อะไรหรือ ข้าอย่างไรเล่า นางพูดเองมิใช่หรือ หากว่าข้าถูกตาต้องใจนางเข้า นางก็จะไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายเสีย เยี่ยมยอด ใช่ ไปหานางกัน [หมั่นโถวหอม ๆ มาดูหมั่นโถวหอม ๆ สิ] [หมั่นโถวหอม ๆ] คุณหนูอวี้หรูมาแล้วหรือ เชิญด้านในเจ้าค่ะ เถ้าแก่ มีผงชาดที่สีค่อนข้างเข้ม ที่สามารถปิดบังสีหน้าได้บ้างหรือไม่ ก่อนนี้คุณหนู ชอบเพียงสีที่เป็นธรรมชาติ เหตุใดวันนี้… ได้เจ้าค่ะคุณหนู เชิญ รบกวนด้วย มา ๆ

    ตลับนี้เรียกว่าคู่สวรรค์ประทาน [คู่สวรรค์ประทาน] เนื้อชาดละเอียดนัก ใช้ไหมผืนเล็กแตะลงไป ทาลงบนหน้า ช่วยปิดบังแผลบวมแดงได้ดียิ่งนัก หากใช้ในยามปกติก็ใช้ได้ดี เท่าไรหรือ หนึ่งก้วนกับอีกร้อยห้าสิบอีแปะ คุณหนูเป็นลูกค้าประจำ ปัดเศษออก คิดเพียงหนึ่งก้วนก็พอ พอจะมีผงชาดที่ราคาถูกอีกนิดหรือไม่ เอาที่ข้าใช้ในยามปกติได้ก็พอ เช่นนั้นข้าจะดูตลับอื่นให้คุณหนูนะเจ้าคะ รบกวนด้วย น้องหญิงอวี้หรู ซื้อผงชาดอยู่หรือ เถ้าแก่ มีแขกบุรุษเข้ามา เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง คุณชายเจ้าคะ ร้านข้าเป็นร้านเครื่องประทินโฉม ท่านเข้ามาเช่นนี้ ลูกค้าในร้านของข้า… วางใจเถอะ ไม่รบกวนการค้าขายของเจ้าหรอก ผงชาดทั้งหมดในร้านวันนี้ ข้าขอซื้อทั้งหมด นี่…