บุตรสาวแห่งหนานหยาง (Sisterhood) ซับไทย | EP.3 (FULL EP) | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บุตรสาวแห่งหนานหยาง] [ตอนที่ 3] วันนี้เธอช่วยเขาได้ พรุ่งนี้ก็ช่วยเขาได้ เธอช่วยเขาไปตลอดชีวิตได้งั้นเหรอ ขอแค่พวกเรา ทำงานด้วยกันไปตลอด ก็ได้แน่นอนค่ะ โอวหยางเทียนฉิง ฉันรู้ว่าเธอมีความสามารถ ทำได้ แล้วก็ยุติธรรม เห็นแก่ความสามารถเธอ ถึงได้เรียกเธอเข้ามาในห้องฉัน จำคำพูดของฉันไว้เลยนะ นับแต่วันพรุ่งนี้ ห้ามช่วยเหอเสี่ยวฉานอีก ออกไปได้แล้ว เทียนฉิง คุณชีมีเจตนาดีนะ ทำไมฉันถึงไม่คิดอย่างนั้นล่ะ เสี่ยวฉานไม่ได้อยู่ในทะเบียนมาแต่แรก ดังนั้นการที่คุณชีให้เขาอยู่ต่อ ก็เป็นเพราะว่า คำพูดคำนั้นของเธอเมื่อวานไง แต่ตอนนี้ดูแล้ว เขาก็เป็นแค่คนที่ดีแต่ปากเท่านั้น ทนงานหนักไม่ได้เลย แต่แบบนี้มันไม่ได้หรอกนะ แต่ฉันเองก็ช่วยเขาแบ่งงานแล้วนี่นา อีกอย่าง งานที่ฉันสองคนทำโดยเฉลี่ย ก็ไม่น้อยกว่าใครด้วย ฉันเองก็บอกกับ คุณชีแบบนี้แล้ว ปรากฏว่าคุณชีเอง ก็ด่าฉันยกใหญ่ ฉันผิดเอง ทำอะไรไม่คิดรอบคอบ เมื่อเช้าฉัน ไม่ควรจะให้เธอ ไปช่วยงานเขาเลย ทำไมล่ะ เราสองคนเป็นพี่น้อง ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ฉันช่วยเขาแล้วมันเป็นอะไรหนักหนา เธอช่วยเขาก็จริง แต่ว่าทุกคนต่างก็เห็นกันหมด แน่นอน ว่าในใจพวกเธอย่อมเคารพเธอ แล้วเขาล่ะ ยิ่งเวลาผ่านไป ทุกคน
ต่างก็จะดูถูกเหอเสี่ยวฉาน เธอจะให้เขาตั้งตัวที่ซิงโจวได้ยังไง ฉันเองก็ได้ยินคุณชีว่ามาแบบนี้ ฉันถึงได้เข้าใจ ถึงจะบอกว่าพวกเราต่างก็เป็นผู้หญิง แต่ใครกันที่ไม่อยาก เป็นผู้หญิงที่ คนอื่นต่างก็ยกนิ้วให้ ถ้าเธอช่วยเขาอีก มันจะเป็นการทำร้ายเขานะ พรุ่งนี้เธอเองก็ช่วยฉันไม่ได้แล้วงั้นเหรอ ฉันละเกลียดตัวเองจริง ๆ เธอคิดดูสิว่าแดดก็แรง งานของสาวโพกผ้าแดงก็หนักหนาขนาดนี้ ฉันมาหนานหยางทำไมกันนะ ฉันมันโง่จริง ๆ เธอเสียใจไปจะได้อะไร มาก็มาแล้ว คำพูดโบราณนั่นเขาว่าไว้ยังไงนะ จงทำงานหนักกว่าใคร เพื่อให้กลายเป็นยอดคน แต่ทำงานหนักแบบนี้ หนึ่งวันห้าเหมาครึ่ง แล้วเมื่อไร ถึงจะทนจนกลายเป็นยอดคนได้ล่ะ ถ้ารู้แบบนี้ ไม่สู้แต่งงานออกไปดีกว่า แต่งงานเหรอ เป็นอย่างแม่เธอทั้งชีวิตแบบนั้น มันไม่ไหวหรอกนะ แม่ของฉันมีแต่งานกับงาน ทำงานในบ้านเสร็จก็ทำงานนอกบ้าน ทำงานนอกบ้านเสร็จก็ทำงานในบ้าน พ่อฉันเมาแล้วก็ทั้งด่าทั้งตบตี ใช่แล้ว ถ้าจะแต่งงาน ฉันก็จะแต่งงานกับผู้ชายดี ๆ สักคน ผู้หญิงอย่างเรา ถ้าแต่งงานกับผู้ชายดี ๆ ก็จะดีไปตลอดชีวิต ถ้าแต่งงานกับผู้ชายไม่ดีก็จะซวยไปตลอดชาติ พูดอะไรของเธอน่ะ ทำไมผู้ชายถึงได้กลายเป็น ชีวิตของผู้หญิงไปได้ล่ะ มีสิทธิ์อะไรกัน ฉันไม่ยอมรับหรอกนะ ทั้งชีวิตพวกเรา จะต้องพึ่งพละกำลังของตัวเองเพื่อกินข้าว ทั้งชีวิตไม่ต้องมาเห็น สีหน้าของผู้ชาย
มันดีออกจะตายไป ดีก็ดีอยู่หรอก แต่ว่าฉันแบกไม่ไหวแล้วจริง ๆ ฉันปวดไหล่เหลือเกิน ใครบอกว่าไหล่เจ็บเหรอ พี่อิง พี่อิง พรุ่งนี้ใส่ผ้าขนหนูอีกผืน ไว้บนไหล่ก็จะดีขึ้นเยอะแล้ว ก็แค่เรื่องไม่กี่วัน ทนไปเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว พี่อิง พี่ว่าฉันจะทนได้เหรอคะ ตอนที่ฉันมาวันแรก ยังแบกน้อยกว่าเธอซะอีกนะ ถูกหัวหน้างานด่าไม่น้อย วันนี้ฉันเห็นแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอแบกเต็มถังไม่ไหว แต่เธอไม่เคยแบกต่างหาก ออกแรงไม่เป็น พี่อิง วางใจเถอะค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะตั้งใจสอนเขาเอง ถ้างั้นก็ดีจ้ะ มีเพื่อนสนิททำงานด้วยกัน เสี่ยวฉาน เธอโชคดีมากนะ ฉันตามหาพวกเธอไปทั่ว ก็เลยเดาว่าพวกเธอต้องอยู่ตรงนี้ ที่นี่มันก็เย็นสบายดีอยู่หรอก แต่ว่า มากินข้าวตรงนี้ น้ำก็ไม่มี จะกินลงงั้นเหรอ ขอบคุณค่ะพี่อิง แล้วก็ไอ้นี่ ส่วนที่เหลือเป็นของพวกเธอสองคนทั้งหมด เนื้อตากแดดเดียว หอมจังเลยค่ะ พี่อิง นี่มัน มีกันทุกคน เธอสองคนกินเถอะ ขอบคุณค่ะพี่อิง ที่แท้ก็มีเนื้อตากแดดเดียวกินวันเริ่มงาน พวกเราสองคนขึ้นมาเร็วเกินไป เกือบอดแล้วเชียว มา เธอลองชิมเร็วเข้า หอมมากเลย ทั้งวันนี้ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว ข้าวชามนี้ของวันนี้ ฉันจะกินไม่ให้เหลือเลยสักเม็ด
แล้วพรุ่งนี้ ฉันจะแบกถังขึ้นมาให้ได้เลย ดี เธอกินเยอะ ๆ นะ แล้วพรุ่งนี้ก็ตั้งใจทำงาน หอมจริง ๆ เร็วเข้า ๆ ตามให้ทัน พวกเธอเองก็รีบเข้า มา มา มา ออกแรงตรงนี้ มา ขึ้น ทางพวกเธอก็เร็วขึ้นอีก ทำอะไรน่ะ ฉันดูสิ เดินดี ๆ นะ ระวังข้างล่าง – ระวังหน่อย – ระวังนะ โอวหยางเทียนฉิง เธอรอเดี๋ยว ยังไม่เต็ม พี่เฉียง คือว่า ของทุกคน ของทุกคนก็เหมือนกันทั้งนั้น แต่ทำไมฉันถึงเห็นว่าไม่เหมือนล่ะ คือว่า อาหลิง ถ้างั้นที่ที่ก่อสร้างนี้ เธอเป็นคนออกเสียง หรือว่าฉันเป็นคนออกเสียงกันแน่ เทียนฉิง หนึ่ง สอง สาม ไม่เป็นไร ขอทางหน่อย ฉันขอทางหน่อยค่ะ พี่เฉียง พี่เป็นคนใจกว้าง ทำไมจะต้องคิดแค้นกับ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งด้วยล่ะ เธอไม่ต้องมาพูดคำพูดไร้สาระกับฉัน
เมื่อวานเขาตบคุณหนูเล็กเข้าให้ ทำเอาฉัน ต้องซ่อมห้องน้ำให้เขาทั้งคืน เด็กผู้หญิงคนนี้ ก็เลยคิดว่าตัวเองดีกว่าใครงั้นเหรอ อาหลิง ฉันจะบอกเธอให้นะ นับแต่วันนี้ ขอแค่เป็นเขา ก็ต้องทำงานเยอะกว่าคนอื่น พวกพี่ดูสิ สุขาหญิง สร้างทั้งคืนเลยนะ คุณหนูเล็กคนนี้พูดจาไว้ใจได้นี่นา นอกจากนี้เขาเองก็หล่อมากด้วย เธอคงจะไม่ได้ถูกใจเขาหรอกใช่ไหม ไปทำงานเลยไป ฉันกล้าฝันที่ไหนกัน เดาว่าเธอก็ไม่กล้าหรอก ต้องขอบคุณเทียนฉิงแท้ ๆ เลย พี่อิง หยุดหัวเราะเยาะฉันสักทีเถอะ เมื่อวานพี่หลิงก็ด่าฉันไปแล้ว พี่หลิงช่วยคุณชีดูแลทุกคน ก็ต้องเข้มงวดเป็นธรรมดา แต่เธอเป็นคนจิตใจดีนะ รู้ว่าใครถูกใครผิด เหอเสี่ยวฉาน ทำไม เมื่อวานเธอเสแสร้งได้เนียนมากเลยนะ ฉันเสแสร้งอะไรงั้นเหรอ เสแสร้งว่าแบกเต็มถังไม่ไหว ก็เพื่อจะได้ทำงานน้อย ๆ ไง ฉันไม่ได้เสแสร้งนะ ไม่ได้เสแสร้งเหรอ แล้วทำไมวันนี้จู่ ๆ เธอถึงแบกขึ้นมาได้ล่ะ นั่นก็เป็นเพราะว่า เมื่อคืนฉันกินเนื้อตากแดดเดียวมาไงละ กินเนื้อตากแดดเดียวทุกวัน ฉันก็จะทำงานได้ทุกวัน ข้าวเนื้อตากแดดเดียว เธอไปกินที่ไหนมา พี่อิง ไม่ได้มีกันทุกคนงั้นเหรอ อาอิง เธอซื้อเนื้อตากแดดเดียว แต่ไม่เลี้ยงเพื่อนเก่า กลับไปเอาใจเด็กใหม่ เธอหมายความว่ายังไง
อีกอย่าง พวกเธอจะสำนึกบุญคุณเธองั้นเหรอ อากุ้ย อาอิงเป็นใคร เธอยังไม่รู้อีกเหรอ เธอจำเป็นต้องเอาใจน้องใหม่ด้วยเหรอ เธอก็แค่กลัวว่าเด็ก ๆ ที่เพิ่งมาหนานหยาง จะไม่ชินกับงานในวันแรก เหนื่อยมาทั้งวันกลับไปแล้ว จะไม่อยากอาหารกินอะไรไม่ลง ร่างกายจะทรุดเอาได้ ดังนั้นแล้ว อาอิงถึงได้ใช้เงินของตัวเอง ซื้อของอร่อย มาแบ่งให้ทุกคน อากุ้ย เธอก็เป็นสาวโพกผ้าแดงมานานแล้ว ทำไมถึงยังจับผิดอยู่อีก ฉันกับอาอิง ลงเรือลำเดียวกันมาถึงหนานหยาง ฉันเองก็ได้กินเนื้อตากแดดเดียวเหมือนกัน ฉันไม่เห็นจะต้องพูดอะไรเลย อากุ้ยก็แค่ชอบหาเรื่องไม่ใช่หรือไง เขาอยากจะพูดอะไรก็ช่าง ฉันจะถือซะว่าไม่ได้ยิน พี่อิง เธอสองคนทำอะไรน่ะ ก็แค่เนื้อตากแดดเดียวชิ้นเดียวเอง ถ้าชอบกินไว้เราค่อยซื้อใหม่ เอาละ ๆ ดูท้องฟ้า กลัวว่าฝนจะตก หัวหน้างานบอกแล้ว ว่าให้เรารีบขนเถ้าทรายทั้งหมดขึ้นไป ก่อนที่ฝนจะตก สาว ๆ รีบกินข้าวเถอะนะ ใช่ ๆ ๆ รีบนั่งลงกินข้าวเถอะ กินข้าว ๆ ทุกคนย้ายอิฐเร็วเข้า อีกเดี๋ยวฝนจะตกแล้ว เร็วเข้า ๆ สาว ๆ โพกผ้าน้ำเงิน ให้มันว่องไวกันหน่อย
อาอิง เด็กใหม่จะทำงานช้าไปแล้วนะ ทั้งบ่ายคนของพวกเรา วิ่งเยอะกว่าพวกเธอตั้งสองรอบ อากุ้ย เธอจะคำนวณละเอียดขนาดนั้นไปทำไมกัน ตอนที่ฉันเพิ่งมา ก็โดนคำนวณอย่างละเอียดเหมือนกันไม่ใช่หรือไง ก็ได้ ๆ ๆ ถ้างั้นพวกเธอคนงานเก่า ก็วิ่งน้อยลงรอบหนึ่ง ตกลงไหม ไม่ตกลง รู้ทั้งรู้ว่าต้องแย่งงานกัน ใครจะไปพักได้ลงคอ เด็กใหม่อย่างพวกเธอ ฟังไว้นะ ระวังไว้ให้ดี อย่าอู้ ขยับสิ มองอะไรไม่ทราบ เร็วเข้า เทียนฉิง ใกล้เสร็จแล้ว เติมให้เต็มหน่อย จะได้ไม่มีคนนินทา เพิ่มให้ฉันอีกหน่อยสิ พี่หลิง เพิ่มให้พวกเราสองคนอีกหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวต้องเจออากุ้ย พวกเราต้องยืดอกเข้าไว้ อย่าให้เธอคิดว่า พวกเราอู้งานจริง ๆ ได้ เหม่ยฮวา ขาฉันจะหักแล้ว มีทางใกล้ทำไมจะต้องอ้อมไกลด้วย ถ้าใช้บันไดใกล้ ก็จะเร็วขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ เสี่ยวชุ่ย เธอพูดว่ายังไงนะ ฉันไม่ได้พูดอะไร ไปเถอะ เหม่ยฮวา เหม่ยฮวา ขึ้นจากตรงนี้ใกล้กว่าเดิมตั้งเยอะ เราต้องแย่งงานนี่นา ทำไมถึงไม่เดินตรงนี้ล่ะ ก็จริงนะ อากุ้ยคนนั้น รู้จักแต่ทำโหด ไม่มีสมองเลยสักนิด
เธอก็แค่มาเร็วกว่าพวกเรา แค่สองปีไม่ใช่หรือไง วิเศษวิโศมาจากไหน พวกเราหาทางใกล้เจอแล้ว ต่อไป เธอจะต้องตามก้นพวกเรา ต้อย ๆ เธอสายตาหลักแหลมมาตั้งแต่เด็ก ไป ไป เสี่ยวชุ่ย เร็วเข้า ตรงนี้ดีชะมัด ไม่เป็นไร ระวังนะ หยุดนะ พี่สาว ขอทางหน่อย ทำไมพวกเธอถึงเดินทางนี้ ตอนที่อาชีให้ผ้าแดงโพกหัวกับพวกเธอ ไม่ได้พูดกฎให้พวกเธอฟังเหรอ แล้วก็อาหลิง อาอิง อากุ้ย ไปทำอะไรกันหมด สาวโพกผ้าแดงอย่างพวกเธอ เคยมีกฎระเบียบที่ไหนกัน จริงด้วย เธอดูแต่ละคนสิ คิ้วบางหน้าขาว ไม่เหมือนคนทำงานสักนิด พี่ใหญ่ทุกคน พวกเราก็แค่เดินผิดทาง พี่หลีกทางให้หน่อยเถอะนะ ให้พวกเราข้ามไป คราวหน้าพวกเรา จะไม่ใช้บันไดนี้แล้ว ตกลงไหม เดินผิดทางงั้นเหรอ กลับไปทางเดิม ฉันจะบอกเธอให้นะ จำเอาไว้ ว่ากฎก็คือกฎ พี่สาว พวกพี่ดูสิ ว่าฝนก็จะตกแล้ว พวกเราก็แค่อยากทำงานเร็ว ๆ หน่อย ทำไมพวกพี่จะต้องทำให้พวกเราลำบากใจด้วย อยากทำงานเร็วหน่อยงั้นเหรอ แสดงว่าพวกเธอตั้งใจ เดินทางของพวกเราสินะ งานที่ทำเงินได้เร็วก็มี
ทำไมพวกเธอถึงไม่ไปซ่องล่ะ พูดจาอะไรของเธอ พวกเราก็แค่ เดินผิดบันได ทำไมเธอจะต้องพูดจาแย่ขนาดนี้ด้วย แค่พูดกับพวกเธอก็ถือว่าไว้หน้าแล้ว ถ้ายังไม่ลงไปอีก ฉันจะตีให้พวกเธอลงไปเอง ตี ๆ ๆ ตี ๆ ๆ พวกเธอ ตี ๆ ๆ แน่จริงพวกเธอก็ตีฉันสิ ฉันจะบอกพวกเธอให้นะ พวกเราสาวโพกผ้าแดง ไม่ใช่ว่าใครจะมาหาเรื่องได้นะ พวกเธอสาวโพกผ้าน้ำเงิน มีแค่ยี่สิบสามสิบคนเท่านั้น ถ้าจะสู้กันจริง ๆ พวกเราสาวโพกผ้าแดงสองคน ก็ตบพวกเธอคนเดียวได้แล้ว ดูท่าเธอจะไม่ได้เดินทางผิดนี่นา เธอตั้งใจมาหาเรื่องสินะ ฉันจะบอกเธอให้นะ วันนี้ฉันจะตีเธอ แล้วฉันจะดูสิว่าอาชี อาหลิง ใครจะกล้ามา ใช่ ตี ๆ ตี ๆ ๆ หยุดนะ ตี ๆ ๆ พี่จินจือ ขอโทษด้วยนะ เธอสองคนตามไม่ทัน จะต้องเหนื่อยจนมึนหัวแน่ ถึงได้ใช้บันไดผิด ไม่จริงหรอก เขาก็บอกแล้วว่า เพื่อทำงานให้เสร็จเร็ว ถ้างั้นก็โทษฉันเถอะ ฉันไม่ได้สั่งสอนให้ดี
เธอสั่งสอนได้ดีนี่นา เขาบอกว่า พวกเธอสาวโพกผ้าแดงคนเยอะกว่า สองคนตบพวกเราหนึ่งคน พวกเธอสาวโพกผ้าแดงไม่ใช่ว่าใครจะมาหาเรื่องได้ซะด้วย พี่ พี่เอาคำพูดนี้มาจากไหนกัน เขาเป็นคนพูด ฉันพูดเอง แล้วจะทำไม นี่เป็นความผิดเธอนะ รีบขอโทษพี่จินจือซะ เหม่ยฮวา ฉันผิดไปแล้ว เสียงดังหน่อย เรียกคนไม่เป็นงั้นเหรอ พี่จินจือ ฉันผิดไปแล้ว พี่จินจือ พี่ดูสิ เขาเองก็รับผิดแล้ว พรุ่งนี้ฉันกับอาหลิงจะเอาชาสมุนไพร มาขอขมาพวกพี่ พี่ก็หลีกทาง ให้เขาสองคนขึ้นไปหน่อยนะ กลับไปทางเดิม พี่จินจือ พี่ก็รู้นี่นา ว่าขึ้นเขาง่ายลงเขายาก บันไดของพี่ ก็สูงชันกว่าบันไดของพวกเรา พวกเธอสองคนเองก็เป็นเด็กใหม่ แบกเถ้าทรายเต็มถัง ถ้าลงไปละก็ เกรงว่ามันจะยากเกินไปจริงไหม มันเกี่ยวกับฉันด้วยงั้นเหรอ ได้ เทียนฉิง เธอรับของเสี่ยวชุ่ยมา เหม่ยฮวา ส่งของเธอมาให้ฉัน ไม่ต้อง ฉันแบกลงไปเองได้ ค่อย ๆ นะ ค่อย ๆ นะ ลงไปเลย ๆ ๆ ฉันไม่เป็นไร
– พี่อิง – พี่อิง เท้าพี่ พี่อิง เหยียบตะปูงั้นเหรอ ไม่เป็นไร ตำเท้าน่ะ พวกเธอไม่ต้องห่วงฉัน แบกถังลงไป ลงไป ๆ ค่อย ๆ นะ ทีละก้าว ๆ ค่อย ๆ ค่อย ๆ ไปเถอะ พี่อิง พี่อิง ไม่เป็นไร ขอโทษนะคะ พี่จินจือ แยกย้ายให้หมด แยกย้าย แยกย้าย ไปทำงานกันให้หมด ค่อย ๆ นะ ค่อย ๆ นะคะ พี่อิง มา ทนไว้นะ ไม่เป็นไร พวกเธอสองคนมันน่านักนะ จะไปยั่วโมโหจินจือทำไม พูดมา ว่าทำไมถึงใช้บันไดนั้น ใครเป็นคนคิด พี่อากุ้ย ตอนนี้เรื่องสำคัญ คือการส่งพี่อิงไปโรงพยาบาลนะคะ เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันเถอะ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก ก็แค่ถูกตะปูตำตัวหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แบบนี้ได้ที่ไหนกัน
เสี่ยวฉานบอกกับฉันว่า บนตะปูมีสนิม สกปรกมากเลยนะ ตอนที่ฉันอยู่บ้านเกิด มีคนถูกตะปูตำเท้า ที่ที่ก่อสร้าง แต่ไม่ได้ส่งไปโรงพยาบาล ปรากฏว่าเท้าเขา… อย่าพูดจาไม่เป็นมงคลอย่างนี้สิ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น ก็แค่ถูกตะปูตำตัวหนึ่ง เธอพูดเรื่องเป็นเรื่องตายอะไรกัน ไม่ ๆ ๆ ๆ อายุยืนนาน เจริญรุ่งเรือง พี่อิงจะต้องไม่เป็นอะไร มามุงอะไรกันอยู่ตรงนี้ อู้เหรอ ใช่ไหม อู้ใช่ไหม บอกไปแล้ไม่ใช่เหรอ ว่าให้ขนขึ้นไปก่อนฝนตก นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น สาวโพกผ้าแดงกลุ่มนี้อย่างพวกเธอ นับวันยิ่งไม่ได้เรื่อง พี่เฉียง เขา ทุกคนไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันไม่เป็นไร ไปทำงานกันเถอะ ไปเถอะ ๆ เร็วเข้า ไปทำงาน พี่อิง พี่อิง เธอสองคนเองก็ไปทำงานด้วย ไปเถอะ เร็วเข้า ไป พวกเราไม่ได้อู้นะ แต่มีคนได้รับบาดเจ็บ จำเป็นต้องส่งโรงพยาบาล ส่งโรงพยาบาล ใช่แล้ว ตกลงมาจากข้างบนงั้นเหรอ สมองแหลกละเอียดแล้วงั้นเหรอ ตาเองก็บอดแล้วใช่ไหม ร้ายแรงเหลือเกิน ฉันต้องดูสักหน่อยแล้ว ตรงนี้ มันเป็นอะไรงั้นเหรอ
ไม่เป็นอะไรนี่นา เท้าเขาถูกตะปูตำ จนเป็นรูเบ้อเร่อเลยนะ ถูกตะปูตำแค่ตัวหนึ่ง ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย ไปโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้เงิน ตัวเองไม่ระวังถูกตำเข้าให้ หรือว่าจะให้ฉันออกเงิน ส่งเธอไปโรงพยาบาลหรือไง โอวหยางเทียนฉิง ฉันจะบอกเธอให้นะ อย่าคิดว่าคุณหนูเล็ก ซ่อมห้องน้ำให้เธอแล้ว เธอจะพิเศษกว่าใคร เธอไปทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าเธอไม่ทำงาน เธอได้เห็นดีแน่ ทำอะไรน่ะ เทียนฉิง เทียนฉิง เทียนฉิง เร็วเข้า ๆ รีบไป ตำเท้าเหรอ เป็นสาวโพกผ้าแดงเหมือนพวกเธอใช่ไหม ใช่ พี่อิงของพวกเรา ตะปูตัวใหญ่ ตำเข้าไปในเท้า ยังเดินได้หรือเปล่า ไป ไปดูกัน ค่ะ ทางนั้น คุณหนูเล็ก จะไว้หน้าพวกเธอ อีกไม่ได้แล้วนะครับ เมื่อวานก็เพิ่งซ่อมห้องน้ำให้พวกเธอเสร็จ วันนี้จะมาหลอกให้พวกเราออกเงิน ส่งพวกเธอไปโรงพยาบาลอีก ไปเตรียมบานประตูมา รีบไปสิ บานประตูที่ใช้แบกคนได้ บานประตู ฉันไม่ได้หูหนวก หลีก ทางนี้ค่ะ พี่อิง ทำอะไรกันน่ะ เธอ ทำไมเรื่องถึงไปถึงคุณหนูเล็กได้ พี่อิง พี่โดนตีแบบนี้ไม่เจ็บเหรอ เดี๋ยวก็บาดเจ็บอีกหรอก
ถึงต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ต้องตีให้น้ำหนองไหลออกมา ครั้งก่อนฉันก็ทำแบบนี้ อาอิง แรงเธอไม่พอ มา ส่งมาให้ฉัน เธอทนหน่อยนะ ตีให้หนองไหลออกมา มันก็มีเหตุผลอยู่หรอก แต่ว่า ยังไงก็ให้หมอลองดูดีกว่า ใช่แล้วค่ะ บานประตูมาแล้วครับ มาแล้ว เร็วเข้า ๆ บานประตูมาแล้ว มาแล้ว ๆ ขึ้นไปนั่ง ให้พวกเขาแบกเธอไปโรงพยาบาล ไม่ต้องหรอกค่ะ แผลเล็กแค่นี้ ไม่ถึงตาย นี่มันแผลเล็กที่ไหนกัน คุณหนูเล็กเองก็รับปากแล้ว ว่าจะส่งพี่ไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง คุณหนูเล็กพูดภาษาอังกฤษได้ สื่อสารกับหมอฝรั่งได้ เทียนฉิง จะไปรบกวนคุณหนูเล็กได้ยังไงกัน พี่หลิง คุณหนูเล็กคะ เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ พวกเราปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว จะไม่ไปโรงพยาบาลแล้ว หมู่บ้านโต้วฝู่ยังมียาจินชวงอยู่ นอกจากนี้แล้ว การถูกตะปูตำที่ที่ก่อสร้าง ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว กลับไปพักผ่อนไม่กี่วันก็หายแล้ว ใช่แล้ว ฉันเองก็คิดว่าพวกเธอสาวโพกผ้าแดง จะไม่รู้เรื่องกันหมด ที่แท้ก็เป็นเด็กใหม่ อย่างเธอที่เปราะบางเกินไป เธอเปราะบางขนาดนี้ จะมาหนานหยางทำไมกัน แต่งงานกับคุณท่านสักคนจะได้อยู่ที่บ้านอย่างสุขสบาย ไม่ดีหรือไงกัน นาย เทียนฉิง คุณหนูเล็ก ขอโทษด้วยนะคะ พี่เฉียง
เมื่อกี้พวกเรา ทำให้เสียเวลานิดหน่อย แต่พี่วางใจเถอะนะ ก่อนฝนตกวัสดุทั้งหมด จะถูกขนขึ้นไปหมดแน่ เทียนฉิง เธอดูแลอาอิง นี่เงิน เธอรับไว้นะ พวกเธอนั่งรถรางกลับไปนะ อากุ้ย ไป เริ่มงาน ไม่มีเวลาแล้ว ฉันไปแล้วนะ จะต้องดูแลอาอิงให้ดีนะ ไป พี่อิง มา ระวังนะคะ ขอบคุณค่ะคุณหนูเล็ก ค่อย ๆ ระวังหน่อย คุณหนูเล็กครับ ดูฟ้าสิครับ ฝนจะตกแล้ว เดี๋ยวก็เปียกหรอก พวกเราเองก็ไปกันเถอะนะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ถูกตะปูตำน่ะค่ะ ตำลึกมาก ตะปูตัวใหญ่ตำจนเท้าทะลุเลยค่ะ เธอทำงานได้คงที่ที่สุดแล้ว ทำไมเธอถึงได้ ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าฉันทำงานได้คงที่ ถึงได้ไม่ระวังไงคะ พาเขากลับไปห้องก่อน ล้างเท้าให้สะอาด รอฉันพกยาจินชวงไป พี่อิง ทำไมพี่ถึงไม่เล่าเรื่องจริง ให้คุณชีฟังล่ะ เหม่ยฮวากับเสี่ยวชุ่ยเอง ก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา ถ้าคุณชีรู้เข้า ได้ด่าพวกเธอแน่ จะทำไปเพื่ออะไรกันล่ะ มา ระวังนะคะ พื้นรองเท้านี้ทำมาบางเกินไป ที่บ้านเธอเองก็ไม่มีใคร เธอก็ไม่ต้องส่งเงินกลับไป
ทำไมถึงไม่เปลี่ยนคู่ใหม่ ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ระวัง คุณชีคะ คุณก็อย่าบ่นฉันเลยนะคะ เทียนฉิง เอาน้ำไปเททิ้ง คุณชี มีธุระเหรอ ใช่ค่ะ ไปคุยกันในห้องฉัน ตกลงค่ะ คุณชีคะ ฉันคิดว่าทำแบบนี้มันไม่ถูก เมื่อก่อนตอนที่ฉันทำงาน อยู่ที่ที่ก่อสร้างในบ้านเกิด ก็มีคนถูกตะปูตำ แต่ไม่ได้สนใจอะไร ปรากฏว่าไม่กี่วันเขาก็ตาย ฉันเคยได้ยินมา ว่ามันก็มีโรคประเภทนี้อยู่ ที่ที่ก่อสร้างของซิงโจวเอง ก็เคยมีคนตาย เพราะว่าโรคอย่างนี้ ถ้างั้นคุณก็ควร รีบส่งพี่อิงไปโรงพยาบาลสิคะ อาอิงบอกฉันว่า เธอไปตามคุณหนูเล็ก แต่ผลเป็นยังไง เขาก็ยังไม่ได้ไปโรงพยาบาลไม่ใช่หรือไง เขาน่ะ คิดว่าไม่ได้บาดเจ็บหนักขนาดนั้น ไม่คุ้มค่าที่จะไปโรงพยาบาล ไม่ได้บาดเจ็บหนักขนาดนั้นงั้นเหรอคะ สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะว่าเสียดายเงิน ทำงานที่ที่ก่อสร้างได้เงินน้อย พี่อิงก็ต้องเสียดายอยู่แล้วสิคะ คุณชี คุณที่อยู่ในฐานะพี่ใหญ่ของทุกคน เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้ว คุณก็ต้องจัดการนะคะ ถ้าคุณยินดีออกเงินละก็ พี่อิงจะต้องไปแน่ เธอกำลังสั่งสอนฉัน ว่าพี่ใหญ่ควรทำตัวยังไงงั้นสิ ไม่กล้าหรอกค่ะ เพียงแต่ถ้าเป็นฉัน ฉันจะเห็นแก่ พี่น้องมากที่สุด ไม่ใช่เงิน เธอออกไปเลยนะ [ภัตตาคารสี่ตัว ขนมหวานสี่ตัวของสี่ตัว] พี่เสวี่ยถิง พี่จะไม่กางร่มมารับฉันหน่อยเหรอ
ขอโทษ พี่ลืมเธอไปเลย รอพี่ก่อนนะ ไม่ เดี๋ยวสิ พี่เสวี่ยถิง นี่เป็นบ้านที่สวยงามหลังหนึ่ง บ้านที่สวยงาม เธอฉลาดมากเลย ทำไมเธอถึงฉลาดอย่างนี้ล่ะจ๊ะ การออกเสียงของวันนี้ ดีกว่าเมื่อวานตั้งเยอะเลยนะ พี่สาวสวยจริง ๆ ครับ ขอบคุณนะจ๊ะ แต่ว่า เธอจะต้องเรียกพี่ว่าครูไป๋นะ ผมลืมอีกแล้วครับ วันนี้พวกเราเรียนคำศัพท์ไป… คุณไป๋ครับ [ภัตตาคารสี่ตัว ขนมหวานสี่ตัวของสี่ตัว] ขนมของภัตตาคารร้านนี้ อร่อยมากจริง ๆ เหมือนกับรสชาติ ที่ผมกินตอนเด็ก ๆ เลย ดังนั้นก็เลยพกมาให้คุณลองชิม ขอบคุณนะคะ แล้วก็ยังมีเนื้อแดดเดียวด้วย เนื้อแดดเดียวของร้านนี้ มีสามรสชาติ ทุกรสชาติต่างก็อร่อยมาก ๆ ตอนที่ผมอยู่ยุโรป ผมคิดถึงสิ่งนี้ที่สุดแล้ว อาสาม พี่สาวเป็นของผมนะ เธอพูดอะไรน่ะ ถ้าอาจะจีบครูส่วนตัวของผม ก็ต้องเอาใจผมก่อนไม่ใช่เหรอครับ อีกเดี๋ยวตอนที่คุณไป๋กิน อาจะแบ่งให้เธอด้วยนะ ถ้างั้นผมก็ขอตัวก่อนนะครับ แก่แดดซะจริง ทำไมเธอถึงไม่รอพี่ไปรับเธอล่ะ คุณไป๋คะ ดิฉันเอาข้าวเย็นมาเสิร์ฟค่ะ ขอบคุณนะคะ ฉันให้ค่ะ อะไรเหรอคะ เนื้อแดดเดียวกับขนมหวานค่ะ
คุณชายสามให้มา จะต้องเป็นของดีแน่ คุณชายสามให้คุณไป๋นะคะ อาหารสามมื้อต่อวัน ที่บ้านก็จัดเตรียมเป็นอย่างดีแล้ว ดูสิคะว่าฉันกินจนอ้วนแล้ว เนื้อแดดเดียวกับขนมหวานนี้ ก็เก็บไว้นานไม่ได้ด้วย ฉันรู้ค่ะ ว่าของด้านนอก แม่หวงคงจะไม่กิน แต่เอาไปให้ พวกสาว ๆ ลองชิมดูก็ได้นี่คะ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันไม่กิน ถ้าฉันเดาไม่ผิดละก็ คุณน่าจะมาจากเซี่ยงไฮ้ ถึงขนมหวานของที่นี่จะดี แต่ถ้าเทียบกับของเซี่ยงไฮ้แล้ว คุณอาจจะไม่ถูกใจรสชาติก็ได้ ส่วนเนื้อแดดเดียว ฉันก็กลัวจะติดฟันคุณ คุณไป๋เป็นคนที่น่าสนใจจริง ๆ นะคะ ความจริงแล้ว ขนมหวานกับเนื้อแดดเดียว ที่คุณชายสามพกมา ฉันก็ชอบกินทั้งนั้น แค่ฉันเห็นกล่อง ก็รู้แล้วว่าเขาซื้อจากร้านไหน สถานที่เหล่านั้น ต่างก็เป็นสถานที่ที่ฉัน เคยพาเขาไปตอนเด็ก ๆ ทั้งนั้น ถ้างั้นก็ดีมากเลยค่ะ ฉันก็ถือซะว่ายืมดอกไม้บูชาพระก็แล้วกันนะคะ คุณไป๋ แม้แต่กล่องคุณก็ไม่ได้เปิดเลยเหรอคะ ทำไมกันคะ คุณชายสามจะให้ให้ได้ ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ลง แต่ถ้าฉันกิน คุณหนูจินจะไม่พอใจเอาได้ เธอเป็นถึงน้องสาวของคุณหนูสอง ฉันจะทำให้เธอไม่พอใจไม่ได้ อากุ้ยเธอเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมเธอถึงปาดน้ำตาล่ะ ฉันจะสบายใจได้ยังไงกัน มันเจ็บมากนะ ต่อไปเธอจะต้องระวังกว่านี้
– ระวัง ๆ – พี่อิง ดื่มน้ำหน่อยนะคะ จ้ะ ฉันดื่ม ๆ เหม่ยฮวา เธอไปทำอะไรมาน่ะ ฉันไปซักผ้าให้พี่มา ต่อไปฉันจะเป็นคนซัก เสื้อผ้าของพี่เอง แล้วก็รองเท้าด้วย ฉันทำรองเท้าเป็น ไว้วันหลัง ฉันจะทำรองเท้าพื้นหนาให้พี่สักคู่ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ก็แค่ตะปู ตำเท้าก็เท่านั้น พวกเธอ ก็รับใช้ฉัน อย่างกับฮองเฮาซะแล้ว พวกเธอทำงานเสร็จก็เดินเท้า แต่ว่าฉันนั่งรถรางกลับมานะ พวกเธอทำดีกับฉันแบบนี้ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย อาอิง เหม่ยฮวาจะซักผ้าให้เธอ เสี่ยวชุ่ยจะทำรองเท้าให้เธอ เธอก็ให้เขาซัก ให้เขาทำเถอะ ไม่อย่างนั้นพวกเธอจะไม่สบายใจได้ แต่ว่า ไม่ต้องซักตอนนี้หรอก ด้านนอกฝนตกอยู่ ถ้าเธอซักเสร็จแล้ว จะเอาไปตากที่ไหน อากุ้ยพูดถูกแล้วละ เร็ว ๆ ๆ วางลง ๆ เหม่ยฮวา เธอไปที่ร้านเนื้อย่างสุดถนน ซื้อหมูย่างกับเนื้อย่าง หนึ่งหยวนกลับมา วันนี้ทุกคนจะได้มีกับข้าวอีกอย่าง หนึ่งหยวนเหรอ นั่นมันค่าแรงของสองวันเลยนะคะ อาอิง พี่อิง
ฉันทำให้พี่ถูกตะปูตำเท้า ฉันควรจะออกเงินก้อนนี้ ฉันเป็นคนไม่ระวังเอง ถึงได้ถูกตะปูตำเท้า มันไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับเธอเลย คำพูดเมื่อกี้ ต่อไปอย่าพูดอีกนะ เงินน่ะ หามาก็เพื่อใช้ ฉันไม่เหมือนกันกับพวกเธอ ไม่ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน ที่บ้านเกิดฉัน ไม่มีครอบครัวสักคน เงินใช้ไม่หมด ฉันเป็นคนบอกให้เพิ่มกับข้าว เงิน ฉันก็ต้องเป็นคนออกสิ ถ้างั้น ฉันจะรับเงินก้อนนี้ไว้ รอได้ค่าแรงแล้วจะคืนให้พี่ พวกพี่ไม่ต้องแย่งกันแล้ว เทียนฉิงไปร้านเนื้อย่างแล้ว เธอบอกว่าเงินของวันนี้ เธอจะเป็นคนออกเอง เก็บร้านแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่เถอะ คือว่า เหลือแค่หัวกับหางพวกนี้แล้ว รออีกเดี๋ยว มีสหายเก่าสองสามคน จะมาดื่มเหล้ากับฉัน แบ่งให้ทุกคน ก็หมดแล้ว คุณลุง ลุงก็ขายให้หนูเถอะนะคะ ฉัน ฉันพักอยู่ที่หมู่บ้านโต้วฝู่นี้เอง ต่างก็เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น รู้แล้ว เธอเองก็โพกผ้าแดงซะด้วย ก็ได้ เธอจะซื้อเท่าไรล่ะ หนึ่งเหมา หรือว่าหนึ่งเหมาครึ่งล่ะ ทั้ง ทั้งหัวหางพวกนี้ฉันขอหมดเลย หนึ่งหยวนพอไหมคะ เธออยากจะเลี้ยงสาวโพกผ้าแดงทั้งหมด ให้มากินด้วยกันใช่ไหม ใช่แล้วค่ะ เธอเป็นเด็กใหม่ละสิท่า เด็กใหม่เลี้ยงข้าวทุกคน ไม่ได้งั้นเหรอคะ ก็แค่เห็นเธอไม่คุ้นตาน่ะ
พวกนี้ ยกให้เธอหมดเลย ฉันกับสหายเก่าสองสามคน จะไปแผงกับข้าวใหญ่ ดีจังเลยค่ะ นี่เงินค่ะ ไม่ต้องจ่ายเยอะขนาดนั้นหรอก เดิมทีฉันเองก็ไม่อยากจะขาย เอาแบบนี้ แค่สองเหมาก็พอ คือว่า เธอก็พูดแล้วนี่นา ว่าพวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ขอบคุณค่ะคุณลุง ที่แท้เรื่องก็เป็นอย่างนี้เอง สาวโพกผ้าน้ำเงิน ฉันผิดเองค่ะ ฉันไม่ได้บอก ผลดีผลเสียให้พวกเธอฟังจนหมด ดังนั้นเด็กใหม่สองคนนั้น เธออย่าโทษตัวเองไปหมดซะทุกเรื่องสิ เธอติดเป็นนิสัยแล้วนะ ซเวจินจือคนนั้น มาที่หนานหยางด้วยเรือลำเดียวกับฉัน ฉันจะไม่รู้เรื่อง ความบ้าอำนาจของเขาเลยหรือไง จะกลั่นแกล้งกันเกินไปแล้วนะ พรุ่งนี้ ฉันจะไปที่ก่อสร้าง อย่านะคะ คุณชี พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าขอแค่เริ่มงานกับสาวโพกผ้าน้ำเงินได้ คุณก็ไม่ต้องไป วันนี้เป็นแค่อุบัติเหตุเล็ก ๆ ต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว เขา ใครกัน ฉันเองค่ะ อากุ้ย เข้ามาเถอะ อาหลิง เธออยู่นี่เหรอ คุณชี ฉันเอาข้าวมาให้ค่ะ เพิ่มกับข้าวงั้นเหรอ มิน่าล่ะด้านนอกถึงได้คึกคักขนาดนั้น ไม่ใช่ค่ะ เทียนฉิงเป็นคนซื้อ เมื่อวานเธอกินของอาอิงไป วันนี้ก็เลยซื้อกลับมาเยอะแยะเลย ถึงจะบอกว่าเป็นหัวกับหาง แต่ก็เยอะมากจริง ๆ
สาว ๆ ได้กินกันทุกคน เทียนฉิงเป็นคนซื้อเหรอ เธอยกออกไปซะ มีอะไรเหรอคะ ถ้าเขารู้ ว่าเธอยกมาให้ฉัน เขาไม่มีทางดีใจแน่ ไม่หรอกมั้งคะ ไม่มีทางหรอก คุณชี ฉันเสี่ยวฉานนะคะ เทียนฉิงให้ฉัน เอาเนื้อย่างมาให้ค่ะ เธอหัวเราะอะไร พี่อิง พี่อิง พี่ยังเจ็บมากใช่ไหม – พี่อิง – พี่อิง อาอิง อาอิง ไม่เป็นไรใช่ไหม พี่อิง พี่เป็นยังไงบ้าง – พี่อิง – พี่อิง พี่อิง พี่อิง พี่ทนไว้นะ เดี๋ยวคุณชีก็มาแล้ว พี่อิง เกิดอะไรขึ้น คุณชี จะทำยังไงดี อาอิง เขาเป็นอะไรไป ไม่รู้ค่ะ อาอิง พี่อิง ฉันให้เธอไปโรงพยาบาล เธอก็ไม่ฟัง จะบอกให้ได้ว่า เธอไม่เป็นโรคร้ายแรงนี้หรอก ตอนนี้พอดีกัน มัวอึ้งอะไรอยู่ พยุงเธอขึ้นมาบนหลังฉัน
มา ๆ ๆ ยื่นมือมา เร็ว คุณชี พวกเราจะไปไหนคะ โรงพยาบาลซื่อไผโพ กุญแจ ไปห้องฉัน แล้วหยิบเงินมา ไป ไปเร็ว ๆ ๆ ไป กางร่มให้ฉันทำไม อากุ้ย ไปหาผ้าน้ำมันผืนใหญ่มาผืนหนึ่ง แล้วห่ออาอิง ค่ะ ทำไมจู่ ๆ น้ำถึงล้นเยอะขนาดนี้ล่ะคะ หนานหยางก็เป็นแบบนี้แหละ ขอแค่ฝนตกน้ำก็จะล้น ฟ้าสว่างเมื่อไรน้ำก็ไปหมดแล้ว คุณชี ให้ฉันแบกพี่อิงเถอะค่ะ แล้วคุณนำทาง เธอน่ะเหรอ ช่างเถอะ เราต้องลุยน้ำไปตลอดทาง เดี๋ยวลึกเดี๋ยวตื้น ฉันไม่วางใจเธอ เธอมาตรงนี้ จับเท้าฝั่งนี้ของเธอไว้ อย่าให้ฝนสาดโดนแผลได้ คุณชี วางฉันลงเถอะค่ะ ฉันเดินเองได้ เธอไม่ต้องพูดแล้ว เก็บแรงไว้หน่อยเถอะ ถ้าไปโรงพยาบาลตั้งแต่แรก จะต้องทรมานแบบนี้เหรอ ขอโทษนะคะ คุณชี เหมือนก่อนหน้าฉันจะเข้าใจคุณผิดไป ผ้าน้ำมันล่ะ มาแล้วค่ะ ๆ ๆ รีบ รีบส่งมาให้ฉัน คุณชี
ต่อไปควรทำยังไงดีคะ ไม่ต้องตามกันมาเยอะขนาดนี้ ช่วยอะไรไม่ได้ ไป หลีกหน่อย หลีกหน่อย อากุ้ย ถ้าพรุ่งนี้เช้าฉันกลับมาไม่ได้ เธอก็พาสาว ๆ ทำงานไปนะ ขอให้โชคดี ราบรื่น ผีเล็กผีใหญ่ อย่ามาหาพี่อิงเลยนะ อายุยืนนาน เจริญรุ่งเรือง พี่อิง พี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นะคะ ทำไมถึงไม่เห็น คนที่ชื่อว่าโอวหยางเทียนฉิงล่ะ ฉันไม่ทราบค่ะ คุณหนูเล็กหาเทียนฉิงเหรอคะ ฉันทราบค่ะ ฉันชื่อว่าเหอเสี่ยวฉาน ฉันกับเทียนฉิงมาด้วยกัน พวกเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน วันนี้เธอไม่มางั้นเหรอ เมื่อวานพี่อิงที่ถูกตะปูตำเท้าคนนั้น คุณหนูเล็กจะต้องจำได้แน่ ๆ จู่ ๆ เขาก็ไม่สบายกลางดึก ก็เลยส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ ร้ายแรงหรือเปล่า ร้ายแรงมากค่ะ สาว ๆ ต่างก็บอกกันว่า น่าจะเป็นโรคที่อันตราย ถึงชีวิตประเภทนั้น อยู่ที่โรงพยาบาลไหนเธอรู้หรือเปล่า [โรงพยาบาลซื่อไผโพ ซิงโจว] คุณลองดูอีกครั้งได้ไหม ไม่ได้แล้ว ขอร้องคุณละค่ะ ขอร้องคุณละค่ะ หมอ ขอร้องคุณล่ะ พวกคุณมาช้าเกินไป ต้องขอโทษด้วย ผมทำเต็มที่แล้ว ต้องขอโทษด้วย
คุณชี หมอเขาว่าอะไรเหรอคะ กลับ กลับ กลับบ้าน ฉันอยาก ฉันอยากกลับบ้าน ตกลง เรากลับบ้านกันนะ เทียนฉิง เธอไปที่หน้าโรงพยาบาลก่อน ไปเรียกรถลาก โอวหยางเทียนฉิง คุณหนูเล็กคะ คนที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อวาน ชื่อว่าอาอิงใช่ไหม เขาเป็นยังไงบ้างแล้ว พี่อิง พี่อิงเธอ เข้าใจแล้ว ถ้างั้นตอนนี้ ฉันทำอะไรเพื่อเธอได้บ้าง พี่หลิง อาอิงเป็น… ฉัน ฉันจะต้มก๋วยเตี๋ยวให้เขาสักชามก็แล้วกัน ไม่ต้องการเงิน ไม่เป็นไร ลุงขายก๋วยเตี๋ยว ขอบคุณนะจ๊ะ คุณหนูเล็ก ขอบคุณ พี่ใหญ่เหนื่อยแย่เลย ขอบคุณครับ คุณหนูเล็ก ดื่มชาชามนี้หมดแล้ว คุณหนูเล็กก็กลับไปก่อนเถอะนะ ขอบคุณวันนี้ ที่คุณหนูใช้รถลากส่งพี่อิงกลับมานะคะ ฉันไม่รีบกลับ อยากจะดูว่าพอมีอะไรที่ช่วยเธอได้ไหม เทียนฉิง เหมือนอาอิงจะเรียกเธอ เทียนฉิง พี่อิง พี่อิง พี่อิง เขาน่าจะอยากไปที่ไหนสักแห่ง แต่ก็พูดไม่รู้เรื่อง เมื่อกี้เรียกได้แต่ชื่อเธอ พี่อิง เท้าพี่ยังเจ็บมากใช่หรือเปล่า ไม่เป็นไร วางใจเถอะ เทียนฉิง
เธอเคยคบใครไหม ไม่นะคะ ทำไมจู่ ๆ พี่ ถึงถามคำถามนี้ขึ้นมาล่ะ แล้วเธอมีคนที่ชอบไหม ไม่มีเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ไม่มี ต่อไปจะต้องมีแน่ พี่อิง เธอมีคนที่ชอบแล้วเหรอคะ มีสิจ๊ะ อยู่ที่ไหนเหรอคะ เขาอยู่ที่บ้านเกิด หรือว่าที่ซิงโจว ตอนที่ฉันเด็กกว่าเธอ ก็ทิ้งบ้านเกิดมาแล้ว คนที่ชอบ จะต้องเป็นคนที่นี่อยู่แล้วสิ เขาชื่อว่าอะไรเหรอคะ พักอยู่ที่ไหน เขาชื่อว่าอะไรฉันยังไม่รู้จริง ๆ เขาพักอยู่ที่ไหน ฉันเองก็ไม่รู้อีก แต่ฉันรู้ว่า จะเห็นเขาได้ที่ไหน ฉันว่าฝน คงยังไม่ตกหรอก ไม่อย่างนั้น เธอไปดูเป็นเพื่อนฉันไหม แต่ว่าเท้าพี่ – ไม่ได้นะ – ไม่เป็นไร วันนี้มีโอกาสพอดีนี่นา [โรงเรียนตงซาน] พี่อิง วันนี้ฝนจะตก โรงเรียนอาจจะปิดเรียนไปนานแล้วก็ได้นะคะ ไม่หรอกมั้ง ไม่อย่างนั้น เรากลับก่อนดีไหมคะ ไม่อย่างนั้น รออีกสักหน่อยเป็นไง พี่อิง กลับไปทายาก่อนเถอะนะคะ ไว้ฉันจะหาโอกาสมาเป็นเพื่อนพี่ใหม่ ตกลงไหม ดูเหมือนโรงเรียน จะปิดเรียนจริง ๆ ด้วย
มา ฉันรู้จักเขา ตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้ว [ภัตตาคารสี่ตัว ขนมหวานสี่ตัวของสี่ตัว] ตอนนั้น ที่ก่อสร้างที่เราทำงาน อยู่ข้าง ๆ โรงเรียน ถึงตาฉันกลับไปหมู่บ้านโต้วฝู่ เพื่อยกข้าวกลางวันพอดี