บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.23 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 23] ตอนที่เจ้าเข้าใกล้ไม้วิญญาณเทพ บนใบไม้ คงจะมีมุกหยดน้ำค้างอยู่มากเลยละสิ สิ่งเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นมาจากพลังวิญญาณของลั่วเกอ เพียงแค่สัมผัสโดนบนตัวเจ้า ก็สามารถดึงพลังวิญญาณของเจ้าไป และยังไม่ถูกเจ้ารับรู้ได้อีกด้วย ฉะนั้น เขากำลังหยั่งเชิงข้าอยู่ มิใช่การหยั่งเชิง เขานำหลักฐานเช่นนี้ออกมาจากตัวเจ้า เพราะเขาแน่ใจแล้วว่า ผู้ต้องสงสัยก็คือเจ้า บุรุษผู้นี้ กำลังดักเจ้า อยู่ทุก ๆ ทางอย่างไรเล่า [เหตุใดท่านเซียนจึงมาอีกแล้วล่ะ] [เช่นนั้นแล้ว ครั้งนี้เขามาหาราชาปีศาจ] [มีเหตุอันใดอีกหรือ] [จับแม่ทัพอาฝูไปแล้วยังไม่พออีกหรือ] [ตำหนักเซียนจะย่ำยีพวกเราเกินไปแล้ว] ท่านเซียนมาคราวนี้ จะคืนน้องชายของข้ากลับมาใช่หรือไม่ เจ้ารวบรวมแดนปีศาจสำเร็จแล้วหรือยังล่ะ เหตุใดจึงกล่าวถึงเรื่องการคืนตัว ใกล้แล้ว เจ้าโปรดรออีกหน่อย ดี เพียงแต่วันนี้ที่ข้ามาพบ เพราะมีเรื่องอื่น ข้ามีบางสิ่ง ต้องการให้เจ้าช่วยพิสูจน์ พลังวิญญาณที่มุกหยดน้ำค้างนี้ดูดซับไป มีสายใยพลังปีศาจของอ๋าวเหิ่นอยู่ มีเพียงพลังปีศาจของนาง จึงจะก่อตัวกลายเป็นยาลูกกลอนได้ ก่อนจะเกิดการกำราบปีศาจที่สร้างความวุ่นวาย มีผู้ที่ถูกรู้จักในนามว่า นายใหม่ ขโมยพลังวัตรของมนุษย์ไป ก็คงจะเป็นผู้นั้น พิจารณาจากลมปราณของพลังปีศาจแล้ว คงจะกลืนเข้าไปภายหลังจากที่อ๋าวเหิ่นตาย ขอถามท่านเซียน นี่เป็นพลังวิญญาณของผู้ใดกัน ในใจข้ามีคำตอบอยู่แล้ว ครานี้
นับว่าข้าติดค้างราชาปีศาจ เช่นนั้นก็ชดใช้เสียตอนนี้ หากเป็นเรื่องอาฝูจวินละก็ ข้ามีเพียงคำตอบเดียว มิได้ ตอนนี้มิได้ ต้องมีสักวันที่ได้ ตอนนี้ ข้าต้องการทวงคนอีกผู้หนึ่งคืนจากท่านเซียน ได้ยินมาว่า ที่ตำหนักเซียน นางถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากท่านเซียนหวังดีต่อนางจริง โปรดคืนนางกลับมาด้วย หลิ่วเซาก็คือหลิ่วเซา ไม่ได้เป็นของผู้ใดทั้งสิ้น เหตุใดจึงกล่าวถึงเรื่องการคืนตัว รอวันที่นางล้างมลทินได้เสียก่อน นางไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมโดยตำหนักเซียนอยู่แล้ว ศิษย์น้อง เจ้าสบายดีนะ ที่นี่มิใช่สำนักอู่หยางโหว อย่าพูดจาเรื่อยเปื่อยเช่นในอดีตเลย ครั้งต่อไปขอให้เจ้าปฏิบัติตามข้อกำหนด อย่าได้โผล่มาตามอำเภอใจเช่นนี้อีก ยามที่ข้าฝึกฝน ดาบเล่มนี้ คงไม่ทันได้ระวัง ดอกเว่ยยางในห้องของท่านเซียน เจ้าเป็นคนให้ใช่หรือไม่ แล้วจะทำไมหรือ ข้าเห็นแล้วก็ถูกใจมากทีเดียว อยากให้ศิษย์น้องหลิ่วเซาช่วยสอนที ว่าทำให้มันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ได้ ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ตอนนี้เลย ผู้ที่สวมรอยเป็นข้า แล้วสังหารว่านอู๋เซียนเวิง ที่แท้ก็เป็นเจ้า เป็นข้า แล้วจะทำไมอย่างนั้นหรือ ข้าอยากรู้จริง ๆ เจ้าใช้อะไรคิด ว่าจะสามารถเอาชนะข้าในตอนนี้ได้ ไป๋เฟิ่ง ข้าสงสัยเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าคิดจริง ๆ หรือ ว่าข้าจะไม่ได้เตรียมตัวมา เบิกตาของเจ้ามองเสียให้ดี นี่ใช่ดอกเว่ยยางหรือไม่เล่า วิชาอาคมของท่านอาจารย์ข้า
เจ้าใช้เป็นได้อย่างไรกัน เรื่องที่ลู่หลีสอนข้า ข้าจำได้ดีเสียยิ่งกว่าใคร ด้วยความสามารถของเจ้าแล้ว อย่างไรก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ ของว่านอู๋เซียนเวิงอยู่แล้ว ฉะนั้น เจ้าคงมีสมุน ว่ามา สมุนของเจ้าคือผู้ใด เหตุใดยังไม่ลงมืออีก ตำหนักเซียนมีหลิ่วเซาเพียงคนเดียว หมายความว่าอะไร ข้าจะให้เจ้าสวมร่างหลิ่วเซาอย่างสมบูรณ์ เหตุใดเจ้าเพิ่งจะลงมือตอนนี้ รีบร้อนอะไร หากไม่ปิดกั้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของนางก่อน มิเช่นนั้นกระพรวนวันเพ็ญบนมือนาง จะส่งสัญญาณถึงลั่วเกอ เจ้าคงยังไม่รู้สินะ ลั่วเกอนำอาวุธแห่งเซียนของเขาครึ่งหนึ่ง มอบให้หลิ่วเซา นี่คืออาวุธของเซี่ยลิ่งฉี เจ้าว่า ใช้ของจากตำหนักเซียน หลอมคนที่ลั่วเกอรักอย่างสุดซึ้ง มิใช่เรื่องน่าสนุกหรอกหรือ ข้าตระเตรียมการเรียบร้อยแล้ว อย่าได้ลืมกระบี่โอบจันทร์ล่ะ คนที่ลั่วเกอรักต้องเป็นข้าคนเดียวเท่านั้น ความรู้สึกที่ไม่ได้ยินและมองไม่เห็นเช่นนี้ คงแย่สินะ ลั่วเกอไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ เป็นอย่างไรบ้าง เหมือนเจ้าหรือเปล่า หลิ่วเซา ข้าแย่งพลังปีศาจของไป๋เฟิ่งมา นี่คือของจากอ๋าวเหิ่น ในที่สุดข้าก็ล้างมลทินให้ตัวเองได้แล้ว หลิ่วเซา ลั่วเกอ ข้ากระหายน้ำ ข้าอยากดื่มน้ำสักหน่อย ได้สิ มา ระวังร้อน หนาวเหลือเกิน [เช่นนั้นข้าจะปิดบังลั่วเกอได้อย่างไร] [ถ้าหากลั่วเกอยังได้สติอยู่] [เช่นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้แน่] [แต่เจ้าก็เคยพูดมิใช่หรือ] [ขอแค่เพียงได้ลั่วเกอมา] [อะไรก็ยอม] [แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงศพเดินได้] [เจ้าจะให้ข้าหาวิธี]
[ทำให้ลั่วเกอสลบไสลไม่ได้สติ] [แยกแยะไม่ออกว่า หลิ่วเซาที่อยู่เบื้องหน้านี้] [เป็นตัวจริงหรือตัวปลอม] [ถูกต้อง] [ท่านอาจารย์ของเจ้า มีเส้นทางแห่งอบายมุขมากมายมิใช่หรือ] [เช่นนั้นเจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง] [ว่ามา] [เจ้าต้องทำให้หลิ่วเซา] [ตายทั้งเป็น] น้ำนี้ เหตุใดถึงมีรสขม ขมหรือ ใส่อะไรเข้าไปในน้ำนี้ ไม่ใช่แล้ว เจ้าไม่ใช่หลิ่วเซา เจ้าคือไป๋เฟิ่ง น้ำนี้มีชิ้นส่วนพลังเทพในร่างหลิ่วเซา ข้ารู้ว่า พลังวิญญาณของเจ้ากับนางหักล้างกัน มีเพียงวิธีนี้ ถึงจะควบคุมเจ้าได้ดียิ่งขึ้น ลู่หลี เมื่อครั้งยังเด็ก ข้าก็โอบกอดเจ้าเช่นนี้ เคียงข้างเจ้ายามเจ็บป่วยทรมาน มาครั้งแล้วครั้งเล่า เวลานี้ข้ายังคงเป็นศิษย์พี่ เจ้าก็ยังคงเป็นลู่หลี รอข้าจัดการหลิ่วเซานั่นเสียก่อน พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์ ไป๋เฟิ่ง ที่นี่คือที่ไหน ที่นี่คือที่ไหน ไป๋เฟิ่ง ตอบข้าสิ ไป๋เฟิ่ง ปล่อยข้าออกไป ไป๋เฟิ่ง ไป๋เฟิ่งโกหกว่า เซียนเวิงเป็นคนส่งมา ซุ่มโจมตีท่านเซียนจากด้านข้าง แต่กลับถูกไม้วิญญาณเทพดูดพลังวิญญาณ เป็นอย่างที่ท่านเซียนกล่าวไว้จริง ๆ มุกหยดน้ำค้างนี้ มีพลังปีศาจของอ๋าวเหิ่น ไป๋เฟิ่งไม่อาจโต้เถียงได้อีก จึง… จึงเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าไป๋เฟิ่งใช้วิธีการอะไร ทำร้ายท่านเซียนจนได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ท่านเซียนต้องพักฟื้นที่ตำหนักฉงหัว ไม่รู้ว่าไป๋เฟิ่งมุ่งไปทางทิศใด
ขอเซียนเวิงจับตัวไป๋เฟิ่งมาโดยเร็วที่สุด คืนความบริสุทธิ์แก่หลิ่วเซา เรื่องนี้ ข้าจะตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเป็นแน่แท้ หากเป็นอย่างที่เจ้าพูด จักคืนความบริสุทธิ์แก่เจ้าอย่างแน่นอน สำหรับเรื่องอื่น ๆ รอเกอเอ๋อร์ฟื้นคืนเป็นปกติก่อน ค่อยหารือกันอีกครั้งเถิด แต่ว่า ข้าก็ยังยืนยันคำเดิม ถึงแม้จะเป็นเพียงการคิดแทนลั่วเกอ เขาซีอิ่น ก็ให้เจ้าอยู่ต่อมิได้หรอก เจ้าค่ะ ไปเถิด กระบี่โอบจันทร์อยู่ที่ใด ไปเอามาสิ ลั่วเกออยู่ที่แห่งใด สิ่งที่เจ้าต้องการมีเพียงแค่กระบี่โอบจันทร์ อย่างอื่นมิใช่เรื่องของเจ้า รีบไปเอามาเถิด อย่าให้ผู้อื่นจับได้ แท้จริงแล้วลั่วเกอก็ระมัดระวังอยู่ ข้าเองที่สะเพร่าไป ให้เวลาข้าหน่อย ข้าจะหาหนทางให้จงได้ เจ้ามาได้อย่างไร เมื่อครู่ เซียนเวิงส่งคนมาบอก ให้สืบหาผู้สอดแนมคนหนึ่งอย่างลับ ๆ ดังนั้น ข้าจึงมารอเจ้าที่นี่ จริง ๆ แล้วข้ารู้ เจ้าไม่เพียงแต่ทำลายเขตอาคมนี้ได้ตั้งนานแล้ว อีกทั้ง เจ้ายังสามารถออกไปจากเขาซีอิ่นของพวกข้าได้ ทั้งยังไปหาไป๋เฟิ่งอีก ถูกใช่ไหมล่ะ เจ้าคงจะลืมไปแล้วสินะ ว่าข้าเชี่ยวชาญการทำเครื่องหอม ประสาทรับกลิ่นดีเยี่ยมเลยละ ข้าได้กลิ่นมาตั้งแต่แรกแล้ว ร่างกายเจ้า มีกลิ่นอายอื่น นอกเหนือจากกลิ่นเขาซีอิ่นของเรา อีกทั้งยังมีกลิ่นของไป๋เฟิ่งด้วย เช่นนั้นทำไมเจ้าถึงไม่ไปแจ้งเรื่องข้าล่ะ เพราะข้าอยากรู้ เพราะเหตุใดเจ้าถึงต้องไปหาไป๋เฟิ่ง อีกทั้ง
เรื่องผู้สอดแนมอีก แท้จริงแล้วเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ข้าช่วยนางจริง ๆ เพราะข้าต้องการให้นางช่วยข้าด้วยเช่นเดียวกัน ช่วยเรื่องใดกัน นางมีพลังปีศาจที่แข็งแกร่ง ที่สามารถช่วยราชาปีศาจ สยบความวุ่นวายในดินแดนปีศาจได้ ขอเพียงเป็นเรื่องที่สามารถช่วยราชาปีศาจได้ ข้ายินยอมที่จะเสียสละทุกอย่าง เสียสละอะไร ท่านเทพธิดาน้อยเองก็รู้สึกมิใช่หรอกหรือ ว่าข้าผู้นี้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเจ้า มิใช่คนที่เคยทำให้เจ้าหัวเราะ เล่นกับเจ้าเหมือนเมื่อแต่ก่อน ข้าในตอนนี้ต่างหาก ถึงจะเป็นอาฝูจวินที่แท้จริง ในปีนั้น ราชาปีศาจ พรสวรรค์เหลือล้น จิตใจเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่ทว่าเพื่อข้าแล้ว เขาถูกภาระหน้าที่กำหนดไว้ทุกอย่าง จนกลายเป็นเฉกเช่นปัจจุบันนี้ ชายผู้น่าสงสาร ที่แม้แต่น้องชายอย่างข้ายังปกป้องไว้ไม่ได้ ถ้าข้าต้องเลือก ระหว่างความยุติธรรม กับพี่ชายของข้า แม้ว่าจะให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุด ข้าก็ยินดี ลั่วหนิง อาฝูที่เป็นเช่นนี้ ทำให้เจ้าผิดหวังเสียแล้ว ข้ายินดีชดใช้ด้วยชีวิตเป็นการขอโทษ ขอเพียงแค่ท่านเซียนไม่ระบายความโกรธ ใส่เผ่าภูตวารีอีกต่อไป ข้ามิได้ต้องการชีวิตเจ้า อาฝูจวิน ยินดียิ่งนักที่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเจ้า เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่มีทางทำร้ายเจ้า และยิ่งไม่มีทางแจ้งเรื่องเจ้า จริงหรือ แต่เจ้าต้องจำเอาไว้ อย่าพูดไร้สาระอีก ว่าเจ้ายินดีที่จะเสียสละอะไรทั้งนั้น และห้ามทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าแม้แต่จะพยายามทำร้ายพี่ชายข้า มิเช่นนั้น ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ลั่วหนิง
ข้าขอบคุณจริง ๆ ที่ได้มาพบเจ้าที่ตำหนักเซียน เจ้ารู้เรื่องที่ข้า ทำกับพี่ชายและชาวเผ่าของข้า แล้วยังเต็มใจที่จะเผชิญกับด้านที่แท้จริงของข้า ถ้าหากไม่มีเจ้า ข้าอาจกลายเป็นสัตว์ประหลาด ที่แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังมิอาจรู้จักได้ โธ่เอ๊ย เจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว ขอแค่เจ้าไม่ก่อเรื่องอะไรไม่ดี ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หนังสือที่อยู่เต็มบ้านของข้า ยังเฝ้ารอให้เจ้ามาช่วยกันอ่านอยู่นะ ใช่ไหมล่ะ ลั่วเกอ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารอวันนี้ รอมานานเท่าใดแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นาน เจ้าก็ได้อยู่เคียงข้างข้าไปนิจนิรันดร์แล้วละ [ไป๋เฟิ่ง ปล่อยข้าออกไปนะ] ลั่วเกอ ลั่วเกอ ไป๋เฟิ่ง เจ้าทำอะไรลั่วเกอน่ะ ไม่ได้ทำอะไรนี่ เจ้าให้ข้าปล่อยเจ้าออกมา ตอนนี้เจ้าพอใจหรือยังเล่า ข้าให้ลั่วเกอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อีกไม่นาน เขาก็จะสามารถอยู่เคียงข้างข้าตลอดกาลได้แล้วละ เจ้าคิดจะปลอมตัวเป็นข้าไปตลอดชีวิต เจ้าไม่กลัวว่าจะถูกคนในตำหนักเซียนจับได้หรือ ไป๋เฟิ่ง ข้าขอเตือนว่าเจ้าอย่าฝันไปเลย ของปลอมอย่างไรก็เป็นได้แค่ของปลอม ไม่มีวันกลายเป็นของจริงได้หรอก ขอแค่เจ้าอยู่ในเตาเผานี้ของข้าถึงเจ็ดวัน เจ้าก็จะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี นับจากนี้ หลิ่วเซา ก็จะไม่มีตัวตนอีกต่อไป ไป๋เฟิ่ง นี่เจ้าทำอะไรกับเขากันแน่ ตกลงว่าลั่วเกอเป็นอะไรไป ทำไมหรือ เจ้าเจ็บปวดอย่างนั้นหรือ เรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้านะ ชิ้นส่วนพลังเทพเย่าหลิง รวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณเทพของเจ้าไปนานแล้ว ฉะนั้นข้าเลยดึงออกมาใช้เล็กน้อย
ก็นับว่ายากน่าดู แต่ก็ต้องขอบคุณมันละนะ ลั่วเกอจึงได้เชื่อฟังเช่นนี้ ลั่วเกอ ข้ามาดื่มชาเป็นเพื่อนเจ้าแล้วละนะ ข้าขอตัวก่อนละนะ เจ้าก็ดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ดีแล้วกัน นางใช้ชิ้นส่วนพลังเย่าหลิงกับลั่วเกอ เป็นเพราะข้า ไม่ได้การ ข้าต้องช่วยเขา เจ้าตำหนักซาง ท่านเซียนต้องการพักฟื้นอย่างเต็มที่ ไม่ขอพบแขกเป็นการชั่วคราว แม้แต่ข้าก็ไม่อยากพบน่ะหรือ ทำไมหรือ เจ้าตำหนักซางไม่ปรารถนาให้ท่านเซียนรักษาตัวหรือ เช่นนั้นก็ให้เขารักษาตัวเถิด หลิ่วเซา ทำไมข้ารู้สึกว่าวันนี้เจ้าดูแปลก ๆ ไป ก็แค่คิดถึง เรื่องที่เกิดขึ้นในตำหนักลี่เทียน จิตใจก็เลยเจ็บปวดอยู่บ้างน่ะ กระพรวนวันเพ็ญ เจ้ามีพลังเซียนของลั่วเกอ รีบไปที่ข้างกายเขา ช่วยให้เขาฟื้นขึ้นมา เหตุใดเจ้าจึงปฏิเสธเล่า ในเมื่อลั่วเกอให้เจ้าปกป้องข้า การที่เจ้าไปช่วยเขา ก็เหมือนกับการช่วยข้า เจ้าต้องกลับไปเป็นแทนตัวข้า ต้องปกป้องเขา แทนข้าด้วย [คัมภีร์พลังน้ำแข็ง] [หากจิตบริสุทธิ์] [ไร้ซึ่งละออง] [ไร้ซึ่งเบญจธาตุ] [ปลดพันธนาการจิต] [ในเวลานี้] [ไร้ซึ่งหนทางอื่นแล้ว] [ต่อให้ข้าออกไปมิได้] [ก็ต้องปกป้องลั่วเกอไว้ให้ได้] [ลั่วเกอ] [ท่านรีบฟื้นขึ้นมาเร็วเข้า] [ลั่วเกอ] หลิ่วเซา [ทำไมกระพรวนวันเพ็ญถึงกลับมาได้] นี่เจ้าฟื้นแล้วหรือ หลิ่วเซาอยู่ที่ใดกัน ที่แท้เจ้าก็เรียกคืน กระพรวนวันเพ็ญมาจากหลิ่วเซาแล้ว ข้าก็นึกว่า
เจ้าจะมีความรักอันลึกซึ้งให้นางเสียอีก สุดท้ายพอถึงคราลำบากก็ต่างคนต่างไปอยู่ดี หลิ่วเซา เจ้าเห็นแล้วหรือยัง ในยามที่เจ้ากำลังถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน เขาก็ยังเรียกของวิเศษคืนไปอยู่ดี บัดนี้ เจ้าเองก็น่าจะตายตาหลับแล้วละนะ [หลิ่วเซาอยู่ด้านใน] [ลั่วเกอ] [ข้าอยากจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไปเหลือเกิน] [ท่านพ่อ ท่านแม่] [ข้าอยากจะกลับไปเยี่ยมพวกท่าน] [เฮอน่า] [จริง ๆ แล้วข้า] [อยากจะเห็นวันที่ท่านได้เป็นราชาปีศาจ] [ด้วยตาของข้าเองยิ่งนัก] [น่าเสียดาย] [ที่ไม่มีโอกาสแล้ว] ท่านบอกว่าปีศาจเหยี่ยว แห่งสุสานร้อยปีศาจ เคลื่อนไหวผิดปกติหรือ ใช่แล้ว ท่านประมุขออกกำราบเผ่าปีศาจโดยไม่สนสิ่งใด บัดนี้เหล่าปีศาจ ได้รับรู้เรื่องนี้นานแล้ว ปีศาจเหยี่ยวออกอาละวาดอย่างเหี้ยมโหด ไม่มีทางยอมสวามิภักดิ์โดยง่าย เกรงแต่ว่า จะมาด้วยเจตนาไม่ดี ท่านประมุขจำต้องวางแผนแต่เนิ่น [เฮอน่า] [จริง ๆ แล้วข้า] [อยากจะเห็นวันที่ท่านได้เป็นราชาปีศาจ] [ด้วยตาของข้าเองยิ่งนัก] หลิ่วเซา [น่าเสียดาย] [ที่ไม่มีโอกาสแล้ว] ไถเหล่า ข้ามีเรื่องด่วน ต้องจากที่นี่ไปชั่วครู่ พวกท่านคอยป้องกันสุสานร้อยปีศาจไว้ด้วย [ศัตรูตัวฉกาจอยู่ตรงหน้า] [แต่ท่านประมุข…] หลิ่วเซา หลิ่วเซา เกิดอะไรขึ้นน่ะ เฮอน่า ท่านมาได้อย่างไรกัน เจ้ามีอันตราย
เฟิ่งเหยี่ยนเหลียนย่อมต้องเรียกข้ามาเอง เจ้ายังดีอยู่หรือไม่ นี่คือที่ใดกัน นี่คือเตาเผาเตาหนึ่ง ที่ไม่รู้ว่าไป๋เฟิ่งไปหามาจากไหน ใช้สำหรับหลอมละลายคนตัวเป็น ๆ ข้าถูกไป๋เฟิ่งจับมาขังไว้ในนี้ ที่แห่งนี้เข้าได้แต่ไม่อาจออกได้ ดูท่าแล้วคงต้องรีบคิดหาวิธี ทำลายเตาเผานี้เพื่อออกไปจากที่นี่ ที่ลองได้ ข้าก็ลองมาจนสิ้นแล้ว แต่ไม่มีวิธีใดที่จะทำลายเตาเผานี้ได้เลย เฮอน่า ท่านไม่ควรมาที่นี่ ท่านเป็นคนของเผ่าภูตวารี ลูกไฟปีศาจนี้ไม่เป็นผลดีกับท่านยิ่งนัก ท่านทนไม่ได้นานนักหรอก ถึงอย่างไรก็ต้องลองดู กระพรวนจันทร์เพ็ญนี้ เดิมควรเป็นของเจ้าและข้า หลิ่วเซา นางไม่คู่ควรได้ครอบครอง ปีศาจเหยี่ยวแห่งสุสานร้อยปีศาจ มีของวิเศษที่ใช้ทำลายเขตอาคมโดยเฉพาะ บัดนี้ราชาปีศาจไม่อยู่ ทุกคนจะต้องระวังไว้ ทุกคนป้องกันไว้ให้ดี [ปีศาจเหยี่ยว สุสานร้อยปีศาจ] [ท่านประมุข] [ปีศาจเหยี่ยวบุกรุก] โปรดรีบกลับมาด้วย พวกเราต้านไว้ไม่ไหวแล้ว [เผ่าภูตวารีเกิดเรื่องขึ้นเสียแล้ว] ลูกไฟปีศาจได้อยู่ใต้พื้นเตาเผาแล้ว เจ้าคิดว่า นางยังจะมีโอกาสหลงเหลืออยู่อีกหรือ ยอมรับชะตากรรมเสียเถอะ หลิ่วเซาในตอนนี้กลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว ข้าต่างหากคือคนที่ชะตาลิขิตมาให้คู่กับเจ้า เฮอน่า ท่านรีบไปเถอะ ข้าไม่เป็นไร หลิ่วเซา เจ้าก็รู้ ว่าข้าเป็นปีศาจของเจ้า ข้าจะปกป้องเจ้า คุ้มครองเจ้า หุบปากซะ ตอนนี้ข้าไม่ต้องการฟังคำไร้สาระของเจ้า เจ้ามิได้อ่อนแอเลยอย่างนั้นหรือ ในเมื่อไม่อาจทำลายเตาเผาด้วยกำลังภายนอกได้
เช่นนั้นหากข้าใช้ พลังวิญญาณของผู้ร่ายอาคมเองเล่า เฮอน่า ท่านดูสิ กระพรวนจันทร์เพ็ญนี่ [ดูท่าแล้วลั่วเกอ] [ก็กำลังร่ายอาคมอยู่ด้านนอก] [เช่นนั้นเรามาลองกันเถอะ] หลิ่วเซา ลั่วเกอ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะต้องกลับมาได้ ข้ากะแล้วเชียว ว่าเจ้าต้องมีปัญหาอะไร ข้าจะตามนางไป หลิ่วเซา บาดแผลของเจ้ายังไม่หายดี ข้าจะดูแลนางเอง วางใจได้ [ข้าไม่ได้มาในนามราชาปีศาจ] แต่มาในฐานะสหายของหลิ่วเซา ขอเจ้าโปรดยกเลิกเขตต้องห้ามให้ข้าด้วย อย่างน้อยในยามที่นางมีภัย ก็ยังสามารถเรียกข้าได้เหมือนที่เคยเป็นมา อันตรายนานัปการใด เฮอน่าย่อมต้องมา ขอขอบคุณราชาปีศาจด้วย ท่านเซียนไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า ระหว่างข้ากับหลิ่วเซาแล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวขอบคุณ ข้ายังมีธุระที่ต้องจัดการ ขอตัวก่อน เดี๋ยวก่อน ขอบคุณมาก [เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นฝีมือของไป๋เฟิ่งคนเดียวแน่] [ต้องรีบรักษาบาดแผลที่เกิดจากพลังเทพเย่าหลิง] [ตามหาตัวคนที่ทำให้สามพิภพวุ่นวาย] ไถเหล่า ท่านไม่เป็นไรนะ ข้ายังพอไหว ท่านประมุข ที่ข้ากำราบเผ่าปีศาจ ก็ทำไปเพียงเพื่อความสงบสุขของสามพิภพ เจ้าไม่ยอมแพ้ก็ช่างเถอะ แต่เจ้ามองข้ามกฎของเผ่าปีศาจ กล้าลอบทำร้ายเสียได้ วันนี้ข้าจะให้เจ้ามารับผิดตามกฎให้ได้ ข้ารู้ว่าตอนนี้ข้าทำอะไรเจ้ามิได้ แต่ว่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่เจ้ากำลังสู้ด้วย คือใครกัน ท่านประมุข ในเผ่าปีศาจทั้งสี่ มีสามเผ่า ที่อยู่ใต้อำนาจข้า
ในวารี ข้าเป็นราชา บนพิภพ ข้ายังคงเป็นราชาเช่นกัน ผู้นำของพวกเจ้าได้ตายลงแล้ว ยังกล้าไม่เข้าร่วมสวามิภักดิ์อีกหรือ คารวะท่านประมุข คารวะท่านประมุข ไป๋เฟิ่ง สิ่งที่เจ้าติดค้างข้า เพิ่มขึ้นอีกเรื่องแล้วนะ ติดค้างเจ้า คิดค้างอะไรเจ้ากันหรือ ลู่หลีต่างหากที่ติดค้างข้า ลั่วเกอต่างหากที่ติดค้างข้า คนอย่างเจ้าน่ะ ไม่ว่าใครในใต้หล้าก็คงติดค้างเจ้าหมด ไป๋เฟิ่งปลอมตัวเป็นข้า คิดสังหารเซียนเวิง อีกทั้งยังกักขังข้า ลอบสังหารท่านเซียนลั่วเกอ หากมิใช่เพราะว่ามีสหายช่วยเหลือ ข้าคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว ลอบสังหารเซียนชั้นสูง โทษไม่อาจละเว้น ลอบสังหารหรือ พวกเจ้าน่ะ มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าข้าลอบสังหารเขา อย่างน้อย ข้าไม่มีทางให้เขาต้องทน ต่อความเจ็บปวดจากพลังวิญญาณหักล้างกัน และข้าก็ไม่มีทางให้เขารับแส้อัสนี สิ่งที่ข้าต้องการ ก็แค่ต้องการให้เขารักข้า ทั้งสิทธิ์ ทั้งความรับผิดชอบ ทั้งสามพิภพอะไรนั่น จงตายไปให้หมดสิ้นเสียเถอะ ไม่ว่าจะเป็นลู่หลีหรือลั่วเกอ พวกเขาควรจะเป็นของข้าไป๋เฟิ่งแต่เพียงผู้เดียว ทำตัวเลวร้ายได้ชัดเจนและหน้าไม่อายเช่นนี้ ข้านับถือจริง ๆ ท่านประมุขต่างกับพวกข้า เดิมมิกลัวเกรงต่อการขาดน้ำ แต่กลับมีบาดแผลไฟไหม้นี้เสียได้ ข้าขอถามท่านสักคำเถิด เป็นเพราะแม่นางหลิ่วเซาใช่หรือไม่ ท่านประมุข แม่นางหลิ่วเซาผู้นั้นมิได้มีท่านอยู่ในหัวใจ เหตุใดท่านจึงต้องทำเพื่อนางมากถึงเพียงนี้ด้วย แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น เมื่อเทียบกับการที่ข้าช่วยชีวิตนางไว้ได้ ไม่มีค่าให้กล่าวถึงหรอก คิดไม่ถึงว่าปีศาจเหยี่ยวจะชั่วร้ายได้ถึงเพียงนี้
ถึงได้ยอมใช้โลหิตเป็นยาพิษ ยอมแลกด้วยชีวิตดัวเอง เพื่อจะทำลายแขนขวาของท่านข้างนี้ รักษาได้หรือไม่ ข้าน้อยทำได้เพียงหยุดไอพิษ เพื่อรักษาแขนข้างนี้ของท่านประมุขเอาไว้ แต่เส้นเลือดวิญญาณแขนขวานี้ของท่าน ถูกทำลายเป็นแน่แล้ว นับแต่วันนี้ แขนขวาข้างนี้ จะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณ ไม่สามารถออกรบ เกรงว่าแม้แต่ยกของหนักก็ยังยกไม่ได้ ลงมือ ลงมือสิ ยังรออะไรอยู่อีก วรยุทธ์พันปี ถูกหญิงสาวผู้นี้ทำลายจนสิ้นในวันเดียว ท่านประมุขยังรู้สึกว่าคุ้มค่าอยู่อีกหรือ