โลกของเธอเธอและเธอ (Her World) | EP.1 ( FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [โลกของเธอเธอและเธอ] [ตอนที่ 1] [พูดไปก็แปลกนะ] [ช่วงนี้ฉันมักจะฝันอย่างเดียวกันตลอดเลย] [ฝันเห็นตัวเองยืนอยู่บนยอดตึกสูง ๆ] [ส่ายโอนเอนใกล้จะหล่นลงมา] [ว่ากันว่าความฝันตรงข้ามกับความเป็นจริง] [ถ้าร่วงหล่นมาข้างล่าง] [หรือว่าฉันจะได้เลื่อนขั้นเหรอ] [ฉันมีคิดเข้าข้างตัวเองอยู่บ้างนะ] [ความฝันนี่บางทีอาจจะบอกใบ้ฉันว่า] [ในเวลาที่ใกล้จะถึงอายุ 37 ปี] [ฉันก็จะได้ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของชีวิตแล้ว] [ฉันชื่อหลี่อิงหนาน] [หลังจบจากมหาวิทยาลัยเป่ยชิงแล้ว] [ก็มาทำงานที่ภาคใต้] [ตามกระแสของอินเทอร์เน็ต] [พริบตาเดียวก็ผ่านไป 15 ปี] [แล้ววันนี้] [บุฟเฟ่ต์อาหารตะวันตก] [ก็เป็นวันครบรอบ 15 ปี] [สมาคมศิษย์เก่าพอดี] [ดื่มชาธีมจักรวาล] [ขอบคุณ] คุณนายเซี่ยครับ คุณว่า… [คุณนายเซี่ยที่มีราศีเต็มที่คนนี้] น่าสนใจ [ก็คืออ้ายอิงเพื่อนสนิท สมัยมหาวิทยาลัยของฉัน] [แล้วก็เป็นผู้ชนะในชีวิตจริง] – มากจริง ๆ – [ที่โด่งดังในรุ่นของพวกเราด้วย] [หลังจากจบมหาวิทยาลัยก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา] [พอกลับประเทศก็แต่งงานกับเซี่ยฉางเจียง] [นักธุรกิจชื่อดัง] [ก้าวกระโดดด้วยการแต่งงาน อย่างไม่ต้องเปลืองแรง] [จากนี้ ก็ไม่มีใครสนใจว่าเธอชื่ออะไร] [ทุกคนรู้เพียงว่าเธอคือคุณนายเซี่ย] [ขอบคุณ] คือแบบนี้นะครับ
ผมจะให้พวกเขาไปแก้อีกสักหน่อย ไม่ต้องแก้แล้ว ยกเลิกแล้วทำใหม่ ฉันเข้าใจความหมายของคุณนะคะ [ทนายความอิงเสียวเหม่ย] งั้นคุณจะฟังความเห็นของฉันหน่อยไหมคะ [ทนายความสาวที่ยอดเยี่ยมมากคนนี้] [ก็คือรุ่นน้องของฉันกับอ้ายอิง] [เธอชื่ออิงเสียวเหม่ย] [ในวงการเธอเป็นผู้หญิง] [ที่น่าอิจฉามากที่สุด] [สวย โสด มีธุรกิจ] [ไม่ขาดความรัก] [เกียรติบัตร] [ใครจะไม่อยากเป็นเป็นสาวน้อยที่ร่ำรวย] [สิบอันดับทนายความยอดเยี่ยมแห่งปี] [เหมือนอิงเสียวเหม่ยบ้าง] [อีกอย่าง] [ตั้งแต่จิตใจ] [ไปจนถึงทางกายภาพก็ร่ำรวยไปหมด] ดังนั้นการพิสูจน์หลักฐานจึงสำคัญมากค่ะ ในด้านคุณธรรมคุณต้องได้ความเห็นใจ ในด้านกฎหมายพวกเราต้องมีเหตุผล ต้องมีครบทั้งสองทาง พวกเราถึงจะหย่าได้อย่างงดงาม งั้นฉันจะรอข่าวจากคุณนะคะ งานสมาคมศิษย์เก่าค่ะทนายอิง พอทำงานแล้วก็ไม่รู้จักจบเลย ถ้าไม่เร่งคุณเดี๋ยวงานเขาก็ได้จบกันพอดีน่ะสิ งานสมาคมศิษย์เก่านี่ จะสำคัญเท่ากับธุรกิจได้ยังไง สมาคมศิษย์เก่านัดใหม่ได้ แต่ถ้าธุรกิจหายไปมันก็จะหายไปจริง ๆ นะ คุณพูดถูกค่ะ มา ๆ ๆ เร็วเข้า ๆ ๆ [ส่วนฉันน่ะก็เป็นคนที่] [ถือว่าพอมีพอกินในสมาคมศิษย์เก่านี้] [ตอนนี้ฉันเป็นผู้บริหารระดับกลาง] [ในบริษัทซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง] [ใช้ชีวิตที่ภายนอกดูไปแล้ว ก็ถือว่าหรูหราใช้ได้เลย] [ทำไมถึงบอกว่าภายนอกน่ะเหรอ] [ก็อย่างเช่นงานสมาคมศิษย์เก่าครั้งนี้] [สำหรับพวกเราสามคนแล้ว] [มีความหมายที่แตกต่างกันมาก] [เพราะว่ามีแค่ฉันที่เฝ้ารอคอย]
[สาบานว่าจะทำงานสมาคมศิษย์เก่า] [ให้เป็นการประชุมพัฒนาลูกค้า ที่มีประสิทธิภาพ] เธอต่างหากที่ต้องอยู่ตรงกลางน่ะ [ตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นประเภทลูกของคนอื่น] [*ดีกว่าคนอื่นอยู่เสมอ] [ขอแค่ก้าวหน้าขึ้นทีละนิดทุกวัน] [ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ] มีศิษย์พี่หลายคนที่มีคุณสมบัติไม่เลว เดี๋ยวจะแนะนำให้เธอรู้จักนะ ขอบคุณ ไป [ผลัก] นี่คือ… นี่… มาผิดแล้วมั้ง ผิดที่แล้ว – เดี๋ยวก่อน – เกิดอะไรขึ้น นั่นเกาหยางไม่ใช่เหรอ พวกเธอมาแล้วเหรอ เกิดอะไรขึ้นน่ะ เฉินเฉินในชมรมของพวกเรา เสียชีวิตที่อเมริกาน่ะ เพิ่งรู้ข่าวเมื่อกี้เอง คุณพระช่วย [เพียงแต่ ฉันดูถูกความไม่เที่ยง ของชีวิตมากเกินไป] [ชีวิตคนไม่ได้เดินไปตามหนทาง] [แห่งการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือนสักหน่อย] [ยังมีความเป็นไปได้มากว่า] [จะต้องออกจากเกมกลางคัน] ฆ่าตัวเอง โรคซึมเศร้า เพิ่งอายุ 37 เอง อายุน้อยเกินไปนะ เกี่ยวกับแรงกดดันในการทำงานเหรอ พอคนอายุเกิน 35 ไปแล้ว ก็เป็นวัยกลางคนที่สิ้นหวังอย่างเต็มตัว ทำโอทีทุกวี่ทุกวัน ยุ่งแบบไม่มีวันหยุด ผู้หญิงวัยกลางคนน่ะ ป่วย ไม่มีเงิน เจอผู้ชายเฮงซวย ล้วนเป็นข้อสอบข้อบังคับทั้งนั้น
ไม่เกินเกณฑ์ข้อสอบเลยสักนิด ทำอะไรน่ะ อิงเสียวเหม่ย พวกพี่สาว ฉันว่าพวกพี่อย่าเอาแต่ นิยามตัวเองว่าเป็น สาววัยกลางคนกันบ่อย ๆ จะได้ไหม ป่วย ไม่มีเงิน เจอผู้ชายเฮงซวยนี่ มันเป็นปัญหาด้านอายุเหรอ ถ้าอายุน้อยแล้วจะไม่ได้เจอผู้ชายเฮงซวยเหรอ เป็นผู้หญิงก็ยากมากพอแล้ว ไม่ต้องกำหนดนิยามอะไรให้ตัวเองหรอก ฉันว่านะ พวกเราน่ะ ก็ควรจะเหมือนกับกล่องสุ่มนี่ ไม่ว่าจะช่วงอายุไหน ก็ต้องรอคอยไฮไลต์ตลอดไป ก็เหมือนกับการรอคอยเวอร์ชันลับแบบนี้ไงล่ะ ถึงแม้ส่วนมากคนส่วนใหญ่ จะจับได้รุ่นธรรมดากันหมด รุ่นพี่สวีของพวกเราทำไมถึงไม่มาล่ะ เขาก็เป็นสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าเหมือนกันนะ เขา… ช่วงนี้เขายุ่งมากน่ะ เปิดบริษัทเป็นยังไงบ้างแล้ว ก็ดีนะ ฮัลโหล [ที่รัก] [ตอนนี้คุณสะดวกไหม] ฉันรับโทรศัพท์หน่อยนะ ที่นี่สัญญาณไม่ดีเลย รอเดี๋ยวนะ บอกว่าเงินเดือนจะออกวันที่ 28 ไม่ใช่เหรอ แล้วจะทำยังไงล่ะ [จะรออีกสองสามวันไม่ได้เหรอ] ก็เป็นเพราะลูกน้องพวกนั้นของผม วันนี้มาบ่นกับผมกันน่ะสิ บอกว่าไม่ได้จ่ายค่าเช่าบ้านมาสามเดือนแล้ว ถ้าไม่จ่ายค่าเช่าอีก เจ้าของบ้านก็จะไล่พวกเขาออกไป ผมจะนิ่งดูดายก็ไม่ได้ถูกไหมล่ะ งั้นคุณให้พวกเขาอยู่ที่บริษัท ทนไปสักสองสามวันสิ ไม่ คุณยังมีบัตรเครดิตอยู่อีกกี่ใบ ถ้าเอามารวมกันวงเงินก็ยังเยอะอยู่ไม่ใช่เหรอ [คุณรวบรวมมาก่อนเถอะ] ครั้งที่เท่าไรแล้ว ครั้งที่เท่าไรแล้ว
ก็ยากกันหมดไม่ใช่เหรอ เป็นหนี้ต่อกันเป็นทอด ๆ ลูกค้าคนนั้นติดเงินผม ผู้ว่าจ้างติดเงินลูกค้า [เป็นวงจรอุบาทว์ไปแล้ว] คุณนี่จริง ๆ เลยนะ คุณ… [งั้นก็เอาแบบนี้นะ] [คือว่า] ตอนบ่ายประมาณสองโมงครึ่ง คุณโอนมาให้ผมก็พอ วันนี้วันสุดท้าย นักบัญชีจะไปรายงานบัญชีตอนบ่ายสาม จริงด้วย โอนเงินมาเพิ่มให้ผมอีกสองพันด้วยนะ [การ์ดไฟฟ้าที่บ้านหมดแล้ว] ตอนนี้บ่ายโมงสามสิบห้าแล้ว ไม่เป็นไร ยังทัน แค่นี้นะ แต่ละวันนี่ ฮัลโหล คุณครับสวัสดีครับ คือว่า ผ้าอนามัยอยู่ที่ไหนครับ ไม่ใช่ คุณมองผมทำไม ผมบอกว่า… ไม่ใช่ ไม่ ๆ ๆ ๆ ผิดแล้ว ๆ ๆ คือว่า ๆ ๆ กระดาษทิชชู กระดาษทิชชูอยู่ที่ไหนครับ กระดาษทิชชูอยู่ทางนี้ค่ะ ขอบคุณนะครับ พี่หนาน พรุ่งนี้วันเกิดพี่ คิดจะฉลองยังไงเหรอ ซาบซึ้งจังเลย เธอยังจำได้ด้วยเหรอ วันเกิดของเธออยู่ติดกับวันครบรอบโรงเรียน [ตอนที่ 1 วันครบรอบ]
ไม่อยากจะจำยังยากเลย อย่าพูดถึงเลย พอพูดเรื่องฉลองวันเกิดก็ปวดไปทั้งตัวเลย บางที อาจจะฉลองกับสวีซินก็ได้นะ ไม่มั้ง ทุกคนบอกกันหมดว่าคู่สามีภรรยาวัยกลางคนนี่ จำวันเกิดของอีกฝ่ายไม่ได้กันหมดไม่ใช่เหรอ เธอจะอยากให้พวกเราได้ดีบ้างได้ไหม จะอยากให้พวกเราได้ดีบ้างได้ไหม พวกพี่เนี่ย ฉันจริงจังนะ จะให้ไปส่งไหมคะ ไม่ต้องหรอก ฉันเรียกรถแล้ว ไปเถอะ ฉันไปส่งเธอเอาไหม ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวรถที่ฉันเรียกก็มาแล้ว ไปเถอะ ฮัลโหล คุณคะ ไม่เป็นไรค่ะ ๆ ฉันรอคุณค่ะ คุณคะ ถ้ามาเร็วได้ก็มาเร็วหน่อยนะคะ ฉันรีบน่ะค่ะ มาไม่ได้ คุณ… มาไม่ได้แล้วคุณจะกดรับออเดอร์ทำไมกัน บทจะยกเลิกก็ยกเลิก ไม่มีจรรยาบรรณในอาชีพเลย ฮัลโหล [โอนหรือยัง] รอเดี๋ยวสิ [ธนาคารไชน่าคอนสตรัคชั่น] ต่อคิวกันอยู่เหรอคะ ฉันขอผ่านหน่อยค่ะ ขอผ่านหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ ๆ ฮัลโหล [ธนาคารอินดัสเทรียล] [คุณทำอะไรอยู่] [นี่มันกี่โมงแล้ว] มีธนาคารตั้งเยอะขนาดนี้ ฉันต้องถอนทีละธนาคารนะ [พวกเอเจนต์บ้าบอนั่น มารออยู่หน้าบริษัทแล้วเนี่ย] [โปรดป้อนรหัสผ่านการถอนเงินของคุณ] [ที่รักเร็วหน่อยสิ] [กำลังดำเนินการ โปรดรอสักครู่] [ทางผมแบกต่อไปไม่ไหวแล้วนะ]
ฉันก็ไม่ได้ว่างนะ [กำลังเตรียมธนบัตร กรุณารอสักครู่] นี่เพิ่งมาที่แรกเอง ฉันไม่เหมือนคุณที่ใช้บัตรเครดิตทั้งวัน [กรุณารับธนบัตร] [ประกันเงินฝาก] ฉันใช้บัตรเครดิตกดเงินเป็นครั้งแรกนะ [โอเค ๆ ๆ ลำบากที่รักแล้วนะ งั้นผมรอคุณนะ] [เอทีเอ็ม 24 ชั่วโมง] [แบงค์ออฟคอมมูนิเคชั่น] [ข้อมูลยอดเงินในบัญชีของคุณ] [เอทีเอ็ม 24 ชั่วโมง] สวัสดีค่ะผอ.หลี่ สวัสดี ๆ สวัสดีครับผอ.หลี่ สวัสดี ๆ สวัสดีค่ะผอ.หลี่ สวัสดี ๆ พี่หนาน บอสตามหาพี่อยู่น่ะ เดี๋ยวสิ เธอมาได้ยังไง ให้เธอกลับไปพักที่บ้านไม่ใช่เหรอ กำหนดคลอดอีกตั้งสองเดือน หมอบอกไม่ให้ฉันเอาแต่อยู่ที่บ้าน ให้ขยับตัวเยอะ ๆ กลัวว่าเธอไม่โผล่มานานเข้า แล้วฉันจะไปจ้างคนอื่นใช่ไหม ตู้หยางบอกเธอเรื่องที่ ฉันจ้างผู้ช่วยใหม่ใช่ไหม เด็กโง่ เธออย่าเข้าใจผิดเด็ดขาดเลยนะ รอให้เธอลาคลอดกลับมาแล้ว ตำแหน่งนี้ก็ยังเป็นของเธอ ที่ฉันรับสมัครมาก็คือผู้ช่วยชั่วคราว จริงเหรอคะ ใช่แล้ว ๆ เธอวางใจเถอะ เธอทำได้ดีขนาดนี้ ใครไม่จ้างเธอคนนั้นก็โชคร้ายน่ะสิ [ห้ามสูบบุหรี่]
[ห้ามสูบบุหรี่] [ห้ามสูบบุหรี่] ขอบคุณค่ะ บอสคะ แต่งตัวสวยขนาดนี้เลยเหรอ เพิ่งไปเจอเพื่อนเก่า เพิ่งจะกลับมา ไปดูว่าในอนาคตจะร่วมมือกันได้ไหม นั่งสิ ๆ ๆ เมื่อไรจะได้เจอจิ๋วติ่งเหรอ จิ๋วติ่ง วันนี้บ่ายห้าโมงมั้งคะ เสี่ยวเซี่ยไปรอพวกเขาที่สนามบินแล้ว จะได้เซ็นสัญญาไหม ตอนนี้คู่แข่งของพวกเรายังมีหลินเท่อ แต่ว่าประธานหูของจิ๋วติ่งฉันสืบมาแล้ว เขาเป็นคนซื่อตรงมาก ๆ มุกเลี้ยงข้าวยัดเงินแบบของหลินเท่อนั่น เขาไม่ชอบเอาเลย ดังนั้นฉันมั่นใจว่าจะต้องทำสำเร็จค่ะ ได้ยินคุณพูดแบบนี้ผมก็วางใจแล้ว ค่ะ บริษัทไม่มีคุณไม่ได้จริง ๆ นะ [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] ใช่ที่ไหนกันคะบอส คุณเป็นคนสร้างฉีโหย่วขึ้นมาจากศูนย์ ไม่มีคุณไม่ได้ต่างหากค่ะ การเพาะปลูกสิบปี จะไม่พูดถึงผลกำไรไม่ได้หรอก [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] ถึงเวลาที่ควรจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้ว มีหวังว่าจะได้ เข้าตลาดหลักทรัพย์เหรอคะ ผมคุยมาสี่ห้าสิบบริษัทแล้ว ในที่สุดก็มีบริษัทหนึ่งที่พอใจ [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] อีกไม่กี่วันก็จะเซ็นสัญญา ในอนาคต พวกเราไม่เพียงแต่ พัฒนาซอฟต์แวร์สำนักงานอะไรนะ แล้วยังต้องใช้สถานที่ มาเป็นสวนอุตสาหกรรม ภายในสามปีมูลค่าหุ้นในตลาด สูงหมื่นล้านมันไม่ใช่ความฝัน เยี่ยมมากเลย แต่ผมลองคำนวณดูแล้วนะ ก็คือ
ผลประกอบการที่พวกเขาต้องการจากพวกเราในปีนี้ แค่เซ็นสัญญากับจิ๋วติ่งอย่างเดียว เกรงว่าจะไม่พอ ต้นทุนจะต้องลดลงหน่อยด้วย ถ้าเรื่องต้นทุน… ฝ่ายของพวกคุณน่ะ มีรายจ่ายมากที่สุด ดังนั้นที่ผมเชิญคุณมาน่ะ ก็เพราะอยากจะปรึกษากับคุณหน่อย ดูว่าคุณจะเป็นแกนนำได้ไหม ตั้งแต่เดือนนี้ไป รับเงินเดือนแค่ 70% ที่เหลือ ฤดูร้อนปีหน้าเข้าตลาดหุ้นแล้วค่อยจ่าย เดี๋ยวค่ะ จะลดเงินเดือนทั้งฝ่ายเลยเหรอคะ ลดทั้งหมดเลย ครึ่งปีนี้สำคัญกับบริษัทของพวกเรามาก ๆ คุณก็ไม่อยากทำงานไปตลอดชีวิตใช่ไหม งั้นตอนนี้หุ้นราคาสองหยวน ผมให้คุณสองแสนหุ้น หลังจากเข้าตลาดหุ้น อย่างน้อยก็เพิ่มขึ้นสิบเท่า ถ้าทำได้ดี ยี่สิบเท่าก็เป็นไปได้ คุณลองคำนวณดูสิ [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] คือว่า ที่จริงเงินเดือนฉันจะลดเท่าไรก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่เด็ก ๆ พวกนั้น ที่เงินเดือนเดือนละห้าหกพัน [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] เงินพวกนี้พอใช้จ่ายค่ากิน ค่าเช่าบ้านได้พอดี อย่าลดเงินเดือนพวกเขาจะได้ไหมคะ พูดความจริงนะ ผมก็ไม่บอกว่าเสียดายกับเงินแค่นี้ [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] แต่ถ้าไม่มีแรงกดดันก็จะไม่มีแรงผลักดัน บริษัทของพวกเราจะเลี้ยงคนไม่มีประโยชน์ไม่ได้ [เหล่าเซวียคุยกับเธอ เรื่องลดเงินเดือนหรือยัง] [คุณนายสวี รบกวนจ่ายค่าเช่าบ้าน ไตรมาสนี้ด้วยนะ] [หนานหนาน น้องชายแกบอกแกหรือยังว่า อยากจะไปเรียนพิเศษ]
[ผมจัดการเรื่องเรียบร้อยแล้วนะ ขอบคุณที่รัก เย็นนี้ผมรับเสียวกั่วเอง] [เหล่าเซวียคุยกับเธอ เรื่องลดเงินเดือนหรือยัง] [คุณนายสวี รบกวนจ่ายค่าเช่าบ้าน ไตรมาสนี้ด้วยนะ] [สีแดงของจีนเป็นไง ซื้อมาแล้ว ฉันเตรียมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเธอ] [ผมจัดการเรื่องเรียบร้อยแล้วนะ ขอบคุณที่รัก เย็นนี้ผมรับเสียวกั่วเอง] [เหล่าเซวียคุยกับเธอ เรื่องลดเงินเดือนหรือยัง] [ข้อมูลการสั่งซื้อ] [ขอเงินคืน] เร็วเข้า ไปสัมภาษณ์พนักงานใหม่กับฉันหน่อย เร็วเข้า วันนี้ฉันไม่ได้นัดสัมภาษณ์งานนี่นา บอสเซวียจัดการให้เธอน่ะ เขาบอกว่าผู้ช่วยคนนี้เหมาะกับเธอมาก จะจ้างซานซานไม่ได้แล้ว ทำไมล่ะ บอสบอกว่า ตอนที่ฉันประกาศรับสมัครงานให้ถามให้ดีว่า ผู้ที่มาสมัครงานมีแผนจะมีลูกไหม ฉันจะไปคุยกับบอส อย่านะ ๆ ๆ เขารู้ว่าเธอจะทำแบบนี้ เขาบอกแล้วว่า เรื่องนี้ไม่มีทางอื่น ต้องฟังเขาเท่านั้น ไม่ต้องคิดถึงซานซานแล้ว [พนักงานดีเด่น] เธอรู้ไหมว่าหาผู้ช่วย ที่ดีอย่างซานซานได้มันยากแค่ไหน ฉันสงสัยว่าคนนี้ จะยังไงก็ต้องมีเส้นอยู่บ้าง ไม่งั้นบอส ไม่มีทางรีบเร่งขนาดนี้หรอก คือว่า ฉันแนะนำคุณหน่อยนะคะ นี่ก็คือผอ.หลี่ ผอ.บริษัทของพวกเรา เคยเจอแล้วค่ะ เคยเจอเหรอ เมื่อกี้ในห้องน้ำ… สวัสดีค่ะ ๆ ยินดีที่ได้เจอนะ
คือว่า พวกเธอสองคนคุยกันไปก่อน เธอมีเรื่องอะไรค่อยเรียกฉันนะ แนะนำตัวเองง่าย ๆ หน่อยสิ ให้เรซูเม่พวกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ หรือคุณต้องการ ให้ฉันอ่านออกเสียงให้ฟังอีกครั้ง ไม่ต้อง ๆ [หลัวเชียนเชียน] [ประสบการณ์การศึกษา] [ประสบการณ์การทำงาน] งั้นก็บอกเกี่ยวกับแผนของเธอมาหน่อยสิ ทางด้านไหนเหรอ ก็การพัฒนาของตัวเองในอนาคต ความหวังในอนาคต เธอคงไม่คิดจะเป็นผู้ช่วยไปตลอดหรอกนะ ไปถึงตำแหน่งของคุณในครึ่งปีก็แล้วกัน ทะเยอทะยานดี ฉันพูดจริง ๆ นะคะ ฉันก็พูดจริงเหมือนกัน คุณจะถามฉันเองนะ ซื่อสัตย์เป็นคุณสมบัติ ที่ฉันให้ความสำคัญมากที่สุด เธอซื่อสัตย์มาก ฉันชื่นชมเธอ แต่ในเมื่อเธอมีความมั่นใจขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ไปสมัครงานตำแหน่งอื่น แต่เลือกมาเป็นผู้ช่วยล่ะ คุณคิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอ เปล่า ๆ ฉันก็แค่อยากรู้น่ะ อยากถามสักหน่อย อยากฟังความจริงเหรอ แน่นอน เหล่าเซวียบอกแล้วว่า คุณเป็นคนที่เขาเชื่อใจที่สุด แล้วก็เป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุด อยากจะล้ำหน้าคุณไป ก็ต้องทำกับคุณ รู้เขารู้เรา ไม่ถูกเหรอ เขาพูดแบบนี้ ฉันกดดันจังเลย แต่ว่านะ เธอก็อย่าหวังอะไรกับฉันมากนักเลย ฉันเป็นแค่พนักงานธรรมดาเท่านั้น งั้นก็ดีเลยสิ เป็นยังไง คุณว่าเธอโอเคไหม
ดูแล้วก็โอเคนะคะ งั้นก็โอเค วันหลัง คุณก็สอนเธอเยอะ ๆ หน่อย ฉันแค่บอกว่าดูเหมือน คุณจะให้ตู้หยางไปยืนยันอีกทีได้ไหม ยืนยันอะไรเหรอ ใบปริญญาบัตรเอย ใบจบเอย การตรวจสอบประวัติพื้นฐานก็ต้องทำนะคะ แค่ผู้ช่วยคนเดียวคุณจะตรวจสอบอะไร ถ้าได้ ก็ให้เธอมาทำงาน ให้ตู้หยางทำเรื่องให้เธอ แล้วมาทำงานเลย โอเคไหม ใช่แล้ว ประชุมนั่นของจิ๋วติ่ง คุณให้เธอเข้าร่วมด้วยนะ นี่ไม่เหมาะสมนะคะบอส มีอะไรไม่เหมาะกัน เหมาะสิ ๆ เหมาะมากเลย ซานซาน ไม่ร้องไห้นะ เดี๋ยวกระทบกับเด็ก ไปกัน ฉันส่งเธอออกไปนะ ได้ คุณอย่ารั้งฉันสิ สามีของฉันอยู่ในนั้นนะ คุณให้ฉันหาหลักฐานไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะหาหลักฐานไง คุณใจเย็นก่อนนะคะ คุณบอกฉันสิว่า คิดจะทำยังไง ฉันจะถีบเข้าไป ฉันจะไปอัดชายโฉดหญิงชั่วนั่น เบาเสียงหน่อย เอาแบบนี้ คุณช่วยฉันถ่ายทุกอย่างเอาไว้นะ ตอนนี้พวกเรามีทั้งพยานและหลักฐานแล้ว ฉันจะดูสิว่าเขาจะแก้ตัวยังไง คุณนายคะ ในฐานะที่เป็นทนาย ฉันจำเป็นต้องเตือนคุณนะคะ ก่อนอื่น ถ้าคุณถีบประตูเข้าไปแบบนี้ เป็นการบุกรุกโดยผิดกฎหมาย อีกอย่าง ถ้าคุณเข้าไปทำร้ายพวกเขา ไม่ว่าจะหนักหรือว่าเบา
คุณก็ต้องรับผิดชอบความผิดทางแพ่งอย่างเต็มที่ ถ้าทำร้ายร่างกายนิดหน่อย ก็ต้องรับโทษด้านความปลอดภัยสาธารณะ ถ้าทำร้ายรุนแรง นั่นเป็นอาชญากรรมนะคะ อีกอย่าง คุณถ่ายคลิปวิดีโอส่วนตัวของคนอื่น ก็เป็นการละเมิดสิทธิ์ของคนอื่นแล้ว ต่อให้เธอเป็นเมียน้อย เธอก็มีสิทธิมนุษยชนนะคะ งั้นคลิปวิดีโอที่คุณถ่ายนี้ มันก็เป็นหลักฐานที่เป็นโมฆะ จะใช้เป็นหลักฐานในการตัดสินคดีไม่ได้ งั้นนี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ ฉันควรจะทำยังไงดีคะ คุณอย่าเพิ่งร้อนใจค่ะ พวกเราใช้ไม้แข็งซึ่ง ๆ หน้าไม่ได้ ก็ยังมีวิธีอื่นอีก วิธีอื่นเหรอ แจ้งการค้าประเวณีด้วยชื่อจริง หน่วยงานสันติบาลก็จะต้องออกปฏิบัติการแน่ บอสคะ เชียนเชียนน่ะ บอกว่าโต๊ะทำงานของเธอ อยู่ไกลจากคุณค่อนข้างเยอะ ไกลเหรอ อยู่หน้าประตูเองนี่คะ งั้นไปที่นั่นก็ห่างกันช่วงหนึ่งนะ คุณใส่รองเท้าส้นสูง เดินไปมันไม่สะดวกจริง ๆ ผมว่า ไม่งั้นให้อยู่ในห้องคุณจะดีกว่า นั่งที่ห้องฉันเหรอคะ ไม่ใช่ ที่นี่คุณก็ยังมีที่ไม่ใช่เหรอ นี่ที่แขกนั่งนะคะ ฉันนั่งที่นี่ก็ได้ ที่นี่ได้ กว้างขวางดี แล้วก็ไม่อึดอัดด้วย ไม่ใช่ มันกว้างขวางมากจริง ๆ นะ เธอมีความสัมพันธ์อะไรกับบอสเหรอ เมียน้อยน่ะ คู่รัก อิงหนาน ตอนที่ฉันส่งซานซานออกไป เธอให้ฉันเตือนคุณให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ
เขาบอกว่าคุณยุ่งตลอดแบบนี้ จะไม่ดีต่อสุขภาพ รู้แล้ว ฮัลโหล เกิดอะไรขึ้น [รถติดน่ะ] [หกโมงจะต้องไปถึงตรงเวลาแน่] ได้ พวกเขาเอากระเป๋าเดินทางมาหรือเปล่า [ใช่ค่ะ] ได้ งั้นหลังจากที่เธอไปส่งแล้ว ก็รีบไปทำงานของเธอเถอะ เก็บตั๋วเอาไว้นะ เดี๋ยวเบิกให้เธอ [ได้เลย] เริ่มงานกัน การประชุมของจิ๋วติ่ง คุณจะให้เชียนเชียนเข้าร่วมจริงเหรอ เหล่าเซวียพูดออกมาแล้ว อย่าไปทำให้งานล่มก็แล้วกัน พูดอะไรน่ะ ปากเสียน่ะ [ใช่] [ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว] [เหล่าเซวียจะทิ้งเบี้ยเพื่อรักษารถ] [แล้วเขาจะเลือกใครมารับช่วงต่อล่ะ] ยังมีอีกโครงการที่อยู่กับเดวิด [ต้องรีบไปสืบมานะ] พี่ฟาง เธอทำอาหารเป็นอยู่แค่นี้เหรอ แม่คะ ครั้งนี้ฉางเจียงออกไปทำงานต่างเมืองนาน หนูทำอาหารง่าย ๆ เอาไว้ บางทีอาจจะถูกปากเขาหน่อย มีผู้ชายกี่คนที่ชอบกินอาหารง่าย ๆ บ้าง แค่ฟังก็พอแล้ว แล้วยังจะคิดเป็นจริงเป็นจังอีก พี่ฟางคะ ไปดูทีว่าคุณเขาทำงานเสร็จหรือยัง ค่ะ ไม่ต้องไปหรอก เขายังไม่หิว บางทีกินอิ่มมาจากข้างนอกตั้งนานแล้วก็ได้ เม่ยเม่ย หนูไปเรียกเองค่ะ พ่อคะ
– เม่ยเม่ย – พ่อคะ พ่ออยู่บ้านไม่ชอบอะไรมากที่สุดเหรอ พวกเราพูดจาเสียงดังค่ะ รีบไปเถอะ พ่อคะ ๆ ข้าวเสร็จแล้วค่ะ ข้าวเสร็จแล้วเหรอ ไป ยังไงข้าวที่บ้านก็อร่อยนะ มาเถอะ กินข้าวกัน เซี่ยเทียน เซี่ยตี้ ตอนที่พ่อไม่อยู่ พวกลูกเป็นเด็กดีกับคุณแม่ไหม – เป็นเด็กดีค่ะ – เป็นเด็กดีครับ พ่อครับ ตอนวันเกิดผม จะให้ของขวัญอะไรผมเหรอ ให้พ่อกินข้าวก่อนนะ ยังไม่บอกลูกนะ รอให้ถึงวันเกิดของลูกเดี๋ยวก็รู้เอง เม่ยเม่ยก็เหมือนกันนะ ค่ะ รายละเอียดงานวันเกิด ฉันบอกเหลาหลี่แล้ว ไม่ต้องรีบร้อนหรอก อีกอย่าง การรับสมัครนักเรียนของ โรงเรียนนานาชาติซินซื่อจี้ ก็ใกล้จะเริ่มแล้ว เหมือนกับปีก่อน ๆ ยังต้องสอบเข้าไป สอบข้อเขียนก่อนแล้วค่อยสอบสัมภาษณ์ โรงเรียนในตอนนี้น่ะ เด็กอายุเท่าไรเอง จะสอบอะไรกัน ก็แค่เขียน ๆ วาด ๆ น่ะ ไม่ซับซ้อนหรอก ยังมีอีกนะ เรื่องของแกลเลอรี ทางฝ่ายวิศวกรรมบอกราคามาแล้วนะ
บอกว่าช่วงนี้อากาศไม่เลว ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็จะเริ่มงานได้เลย ฉันว่านะ เธอเป็นแม่บ้าน ให้ดี ๆ ก็ดีไม่ใช่เหรอ จะเปิดแกลเลอรีอะไร เอาแต่ใช้เงิน ไม่สู้ถือโอกาสที่สุขภาพตอนนี้ยังดี มีลูกอีกสักคนจะดีกว่า อาทิตย์นี้ หาเวลาไปตรวจร่างกายซะ ฉันบอกกับหัวหน้าหลิว ที่แผนกแม่และเด็กเอาไว้แล้ว ไปทำการตรวจสอบก่อนตั้งครรภ์ ปลอดภัยเอาไว้ก่อน คุณแม่คะ คุณแม่คิดได้รอบคอบมากเลยค่ะ พอดีหนูไปตรวจร่างกายมา เพิ่งได้ผลมาเลยค่ะ [ผลการตรวจเอ็มอาร์ไอ] [โรงพยาบาลเอกชนอันเหริน] ภาวะสมองมีเนื้อขาว นี่อะไรน่ะ โรคปลอกประสาทของระบบประสาทส่วนกลาง ที่เกิดขึ้นเพราะสมองขาดเลือด ตอนที่อาการกำเริบมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรง แต่ว่าถ้าพักผ่อนให้ดีก็จะหายได้ค่ะ งั้นในเมื่อป่วย ก็พักผ่อนอยู่ที่บ้านดี ๆ เถอะ ไปเอาใจใส่ลูกซะ เปิดแกลเลอรี เอาเงินไปล้างผลาญเปล่า ๆ แม่คะ หนูเรียนการจัดการศิลปะ ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียนะคะ อีกอย่างก่อนที่จะแต่งงาน ก็ทำงานสายนี้เหมือนกัน ไม่ได้เที่ยวเล่นไปเรื่อยค่ะ เธออยู่ดี ๆ ไปตรวจร่างกายทำไม เธอไม่สบายเหรอ มีเพื่อนร่วมชั้นตายไปน่ะค่ะ เรียนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียจนเหนื่อยตาย หรือว่าเปิดแกลเลอรี แล้วเหนื่อยตายล่ะ เป็นเพราะชีวิตหลังแต่งงานไม่มีความสุข ก็เลยเป็นโรคซึมเศร้า
เอามีดแทงสามี 20 กว่าครั้ง แล้วก็ฆ่าตัวตายตาม เรื่องแกลเลอรี มีคนคอยช่วยคุณดูก็พอแล้ว แม่กินเสร็จแล้วเหรอครับ แม่กินไม่ลง เมื่อก่อนตอนที่พ่อของผมยังอยู่ เขาคอยดูแลแม่ ตอนนี้พ่อผมไม่อยู่แล้ว ถึงตาผมต้องดูแลแม่แล้ว แม่นั่งลงเถอะ กินชามนี้เสร็จแล้วค่อยว่ากัน หนูรีบกินข้าวนะ ไม่ต้องตักพวกนี้ให้หนูแล้วค่ะ กินช้า ๆ หน่อย กินเสร็จแล้ว เดี๋ยวก่อนนะ ฉันทำเองค่ะ ๆ ฉันทำเอง ยังไงซะข้าวที่แม่ตักมาให้ก็อร่อยที่สุด ถูกไหม – ถูกครับ – ถูกค่ะ ไม่จำเป็นมั้ง [ขอบคุณที่รับฟัง] ผอ.หลี่ ต้องขอบคุณคุณจริง ๆ นะครับ ครั้งนี้ที่พวกเรามา ก็เอาปัญหามาไม่น้อยเลย คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า คุณไม่เพียงแต่ช่วยพวกเราแก้ปัญหาจนหมด แล้วยังคิดเลยไปถึง สิ่งที่พวกเราไม่ทันได้คิดด้วย ใช่ ประธานหูชมเกินไปแล้วค่ะ การวิจัยและพัฒนาเป็นจุดแข็งของพวกเรา ฉีโหย่วน่ะ อาศัยการปรับปรุงการบริการ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ค่ะ การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ถูกไหมคะ ทุกคนพยายามร่วมกัน มา ลำบากแล้วค่ะ
หิวพอดีเลย ข้างนอกรถติดมากใช่ไหม ผมเห็นคุณเพิ่งนั่งไม่นานก็ออกไปแล้ว รถไม่ติดเท่าไรหรอกค่ะ แต่ขนมเปี๊ยะที่ผอ.หลี่ให้ไปซื้อนี่ เป็นขนมเปี๊ยะขึ้นชื่อ – ต่อแถวค่อนข้างนานค่ะ – ขอบคุณ ขนมเปี๊ยะนี่ กินหลังทำเสร็จครึ่งชั่วโมงจะอร่อยที่สุด ถ้ารถติดฉันก็จะไม่เลือกร้านนี้ค่ะ นี่ก็คือรายละเอียดในการบริการ อร่อย ผอ.หลี่ครับ ขอบคุณค่ะ ผอ.หลี่ จากการประชุมในวันนี้ ผมรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะร่วมมือกัน ทางด้านราคานี่ ยังสามารถลดลงอีกหน่อยได้หรือเปล่า ประธานหูคะ เอาตามจริงเลยนะคะ ก็เหมือนกับขนมเปี๊ยะนี่แหละ อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ไม่มีรอยร้าวอะไรสักนิด คุณดูผอ.หลี่สิ ฉลาดมากเกินไปแล้ว ผอ.หลี่ มือถือคุณมีสายเข้าตลอดเลย ฉันโทรศัพท์กลับเดี๋ยวนะคะ พวกคุณกินกันไปก่อนเลย [ต้าหย่งนัดพวกเรากินข้าว] บอกว่าไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว [ฉันยังทำโอทีอยู่เลย] [คุณไปเองเถอะ] [คุณรีบพาลูกกลับบ้านเร็วหน่อยนะ] ได้ ๆ ๆ รู้แล้ว ๆ ไป กั่วเอ๋อร์ พ่อจะพาลูกไปเที่ยวนะ เด็กดี ๆ เร็วเข้า คาดเข็มขัดนิรภัยให้ดี – ผมไม่ไป – ไม่โวยวายแล้วนะ
อะไรคือเธอไม่ไป ฉันไม่ใช่คนขับรถสักหน่อย ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ นี่เป็นสถานการณ์พิเศษไม่ใช่เหรอ รถทั้งหมดของบริษัทใช้ออกไปหมดแล้ว เหลือแค่รถคันนี้เท่านั้น เขาเอากระเป๋าเดินทางมา นั่งไม่พอ งั้นก็เรียกรถให้เขาสิ ถ้าเรียกรถตัวเขาเรียกเองไม่เป็นเหรอ นั่นสิ พวกเราเรียกรถให้เขาสักคัน ฉันบอกเขาแล้วว่าเธอจะไปส่งเขา ที่เขาให้ความสนใจ ก็คือพวกเราจะทำตามสิ่งที่พูด ไม่ให้ผิดรายละเอียดแม้แต่นิดได้หรือเปล่า โรงแรมโฟร์ซีซันอยู่ทิศตะวันออกนี่ ไปทางเดียวกันกับบ้านเธอ เป็นทางผ่านเธอขับไปส่งพวกเขาหน่อย ทั้งเป็นธรรมชาติ ทั้งดูไม่จงใจด้วย เรียกรถ ถ้าเรียกรถมันจะมีความจริงใจได้ยังไง ฉันรู้สึกว่าจริงใจดีนะคะ ตอนนี้ฉันขอบอกเธออย่างเป็นทางการว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ในการทำงานแบบ เข้าเก้าโมงออกสามทุ่มทำงานหกวัน ฉันสั่งให้เธอไปส่งพวกเขา เข้าเก้าโมงออกสามทุ่มทำงานหกวันถูกชาวบ้าน ด่ากันทั้งบ้านทั้งเมืองไปนานแล้ว กฎที่ไม่มีเหตุผลฉันไม่จำเป็นต้องทำตาม ไม่ใช่ เธอ เธอเพิ่งเรียนจบกี่ปีเอง บทความที่ด่าเข้าเก้าโมงออกสามทุ่มทำงานหกวัน เธอได้อ่านให้ดี ๆ หรือยัง ใช้สมองของตัวเองคิดดูให้ดี ๆ เข้างานเก้าเลิกงานห้าโมงหมายความว่าอะไร หมายความว่าเธอทำได้แค่ย่ำอยู่กับที่ ไม่มีช่องทางให้ก้าวหน้า เธอดูนะ เธอมีบ้านมีรถ แต่เธอก็ยังต้องการงานอยู่ดี ในเมื่อเธอมาทำงานแล้ว อยู่ที่นี่ ก็ขยันหน่อย มันดีกว่าอยู่ทำตัวเป็นกาฝากเยอะเลย คุณพระช่วย คุณมีสิทธิ์อะไรมาชี้นำชีวิตฉัน คุณคิดว่าทุกคนยินยอมให้ล้างสมอง เหมือนคุณกันหมดเหรอ
ฉัน ฉันถูกล้างสมองเหรอ ฉันทำโอทีไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ฉันทำเพื่อตัวฉันเอง ไม่มีใครบังคับฉัน ฉันเต็มใจทำเอง นี่ก็คือเรื่องจริง ขยันหน่อยเธอก็จะได้รับมากขึ้นเยอะมาก เงินก็ดี ประสบการณ์ก็ดี ความลำบากมันไม่ได้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ไปผิดทางความพยายามก็เสียเปล่า พ่อฉันเป็นคนพูด คุณว่าฉันควรจะฟังคุณหรือฟังพ่อฉันล่ะ บ๊ายบาย ยังเหลืออีกนานเท่าไร ประธานหู จัดการรถเสร็จแล้วค่ะ ไม่ต้องแล้ว พวกเราเรียกรถเองแล้ว ไม่ใช่ บริษัทมีรถไปส่งพวกคุณนะคะ รถมาถึงแล้ว ไปเถอะ คุณ ฉัน… ประธานหูคะ เดี๋ยวค่ะ ๆ เดี๋ยวค่ะ ประธานหู เปิดประตูหน่อยได้ไหมคะ ประธานหู ขอโทษด้วยนะคะ ขอโทษด้วยมาก ๆ ค่ะ ถึงแม้ฉันไม่รู้ว่า ระหว่างนี้เกิดปัญหาอะไรขึ้น แต่ครั้งนี้พวกเราต้องเป็นคนผิดแน่ ขอให้ประธานหูช่วยชี้แนะด้วยค่ะ ผอ.หลี่ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะพูดกับคุณยังไง คุณทำให้ผมผิดหวังมากเลย พวกเรามีความจริงใจในการร่วมมือ กับพวกคุณมากขนาดนี้ แล้วพวกคุณทำอะไร พวกคุณทำงานกันยังไง ประธานหูคะ คุณพูดแบบนี้ฉันไม่เข้าใจเลยค่ะ เรื่องนี้จะต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ค่ะ การจัดการของบริษัทคุณ เกิดช่องโหว่ขึ้นขนาดนี้คุณไม่รู้เหรอ
การจัดการอย่างพวกคุณนี่ พวกเราจะวางใจร่วมมือกับพวกคุณได้ยังไง [ต่อไปอย่าโทรมาหาฉันในเวลาเลิกงานนะคะ] [นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว] หลัวเชียนเชียน ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันไม่สนใจว่าเธอมีเส้นสายอะไร ตอนนี้รีบไปขอโทษประธานหูทันทีเลย ฮัลโหล บอกแล้วเธอคงไม่เชื่อหรอก เธอถือโอกาสตอนที่ประธานหูเข้าห้องน้ำ ไปดักเขาอยู่ที่หน้าห้องน้ำ บอกเขาว่าพวกเราให้ค่าเปอร์เซ็นต์ได้ แล้วยังกลัวคนอื่นจะฟังไม่เข้าใจอีก เลยพูดไปสามรอบ [ยัยโง่นี่] ประธานหูโมโหจะตายแล้ว โชคดีคนที่เข้าห้องน้ำกับเขา เป็นคนสนิทของเขา ไม่งั้นได้จบเห่แน่ [อยากจะแหกอกแม่นี่จริง ๆ] ตอนนี้คนที่ฉันอยากจะแหกอกก็คือเหล่าเซวีย [บอสนี่ยังไงกัน] วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร มีแต่เรื่องขัดใจทั้งนั้นเลย ไม่มีสักเรื่องที่ราบลื่น เหนื่อยจะตายแล้ว [ฮึบเข้าไว้นะ] [หลี่อิงหนาน] [พวกเรายังต้องพึ่งเธอนะ] ใช่ สงครามยังไม่จบ วางแล้วนะ [ผู้ประกอบการ จะเป็นเซี่ยฉางเจียงได้ยังไง] [ฉันกำลังเรียน] [วิธีการบริหารจากเหล่าเซี่ยของเธออยู่] [กำลังลดความเร็ว ๆ] ฮัลโหล เธออยู่ที่ไหน สะดวกคุยไหม สะดวกสิ ฉันทำโอทีอยู่ที่สำนักงานทนายความ พี่ว่ามาสิ ช่วงนี้ต้าอิงเป็นอะไร มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ไม่รู้เลยนะ ทำไมเหรอ ช่วงนี้เขาน้ำเน่ามากเลย รู้สึกเหมือนเจอปัญหาอะไรเข้าน่ะ ไม่หรอกมั้ง ถ้ามีเรื่องอะไรเขาจะไม่บอกพวกเราเหรอ เขาน่ะเหรอ
ช่างเถอะ เอาละ งั้นไม่มีอะไรฉันวางแล้วนะ [ฮัลโหล] [เธอเป็นอะไรเหรอ] [มีเรื่องอะไรหรือเปล่า] เป็นเรื่องของเธอ หรือว่าของสวีซิน ฉันทำอะไรได้บ้าง ออกเงินหรือว่าหาคอนเน็กชัน [ตอนนี้สวีซินต้องการคนมาลงทุน] ไม่งั้นบริษัทของเขาคงฝืนต่อไปได้ไม่นาน ฉันรู้ว่าที่จริง [เธอไม่เคยคุยเรื่องธุรกิจกับเหล่าเซี่ย] [แล้วเธอก็รู้จักฉัน] เดิมทีฉันก็มีเพื่อนอยู่ไม่กี่คน แล้วฉันก็ไม่อยากให้ มีเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ มาแทรกระหว่างเพื่อนด้วย แต่ว่า ยังไงซะก็ลังเลมาตลอดว่าจะคุยกับเธอดีไหม เธอนี่นะ ยังเหมือนเดิมเลย พวกเราอายุเท่าไรแล้ว ยังไล่ตามมิตรภาพที่บริสุทธิ์อยู่อีกเหรอ เพื่อนก็มีเอาไว้ใช้ไม่ใช่เหรอ วันนี้ฉันใช้เธอ พรุ่งนี้เธอใช้ฉัน [ทุกคนเละเทะอยู่ด้วยกันถึงจะแยกกันไม่ได้ไง] เงินของตระกูลเซี่ย ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่คนตัดสินใจ แต่ชื่อของคุณนายเซี่ยก็ยังมีประโยชน์นะ ยังไงถ้าแนะนำคนให้น่ะได้อยู่แล้ว ช่วงนี้มีงานวันเกิดของลูก ฉันรู้สึกว่าเป็นโอกาสดี ที่มาก็มีแต่คนในวงการ พวกเราคิดหาทางให้ดี ๆ ได้นะ คุณอย่าเอาแต่หวังจะพึ่งฉันทุกเรื่อง ได้ไหม พอสิ้นเดือนก็เอาเงินเดือนฉันไปจ่ายเงินเดือน นี่ทำอะไรเนี่ย นี่มันกี่ครั้งแล้ว ตอนนี้คุณ เสียวกั่ว แม่ฉัน น้องชายฉัน รวมกับพนักงานของคุณ คนมากขนาดนั้นให้ฉันเลี้ยงอยู่คนเดียว สวีซิน หาเงินมากแค่ไหนก็ไม่พอใช้นะ อีกอย่างฉันก็เป็นแค่พนักงานเท่านั้น คุณอย่ามาแกล้งทำเป็นหลับเลย คุณลุกขึ้นมาเลย
คุณอย่าเอาแต่จะพึ่งฉัน… คุณอยู่ไหนเนี่ย ลูกล่ะ ใช่ เขามาถึงก็ลงไม้ลงมือเลย เรื่องนี้โทษผมไม่ได้นะ เสียวกั่ว พอแล้ว คุณไม่ต้องพูดแล้ว – เสียวกั่ว – แม่ครับ ลูกรัก ฉัน ฉันเป็นภรรยาของเขาค่ะ [ตำรวจ] คุณมาได้ยังไง คุณมาทำไม เกิดอะไรขึ้นคะ คุณตำรวจ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแบบนี้ครับ เป็นอะไร กระแทกโดนมือใช่ไหม คุณขับรถเป็นไหมเนี่ย ไม่ใช่ นี่โทษผมไม่ได้นะ ข้างหน้าอยู่ ๆ ก็มีรถ… ทำไมคุณพูดมากขนาดนี้นะ คุณดูมือลูกผมสิ กระแทกโดนแล้วเนี่ย – ผมก็ไม่ได้อยาก… – คุณออกมาเลย ลงมา ทำไมถึงพูดมากขนาดนี้นะ เรื่องราวโดยคร่าว ๆ ก็เป็นแบบนี้ครับ จะกลับไปที่สถานีกับผม หรือว่าพวกคุณจัดการกันเอง ตามใจเถอะ ยังไงก็ได้ จะไปที่ไหนผมก็ไม่สนใจคุณหรอก คุณคะ ขอโทษด้วยนะคะ พวกเราผิดเองค่ะ แต่ว่านี่… คุณทำอะไรเนี่ย ฉัน ฉันเอาเงินมาไม่พอ
ฉันรีบออกมามากเกินไป คุณยังกล้าจะเอาเงินอีกเหรอ ผมจะบอกคุณให้นะ – ตำรวจมาแล้วคุณไม่ต้องวางโตแล้ว – ใครวางโตกัน คุณพูดให้น้อยลงหน่อยได้ไหม สวีซินคุณพูดให้น้อยลงหน่อย รังแกคนซื่อให้ใช่ไหม ตำรวจคุณจะจับตัวคุณไป พูดให้น้อยลงหน่อย ไม่จบไม่สิ้นใช่ไหม คุณมาสิ – แยกกันได้แล้ว – มาสิ เลิกตีกันได้แล้ว ระวังเด็กนะ เสียวกั่ว เสียวกั่ว ๆ คุณตำรวจ คุณเห็นเขาทำลูกผมไหม คุณตำรวจ – พอได้แล้ว – คุณไม่สนใจเหรอ คุณตำรวจ ไม่จบไม่สิ้นแล้วนะคุณ – ผมจะบอกคุณให้นะ – พอแล้ว คุณคะ ๆ ๆ ขอบคุณที่คุณช่วยลูกฉันนะคะ พวกเราผิดเอง – ขอร้องนะคะ ยกโทษให้สามีฉันด้วย – คุณทำอะไรน่ะ เขาเมาแล้ว คุณอย่าถือสาเขาเลยค่ะ พวกเราผิดเอง ขอร้องนะคะคุณปล่อยสามีฉันไปเถอะค่ะ ขอร้องนะคะ คุณคะ
♫แสงส่องมาไม่ถึง♫ ♫รอยร้าวในใจของคน♫ ♫เคยได้ครอบครอง แต่ก็ถูกพรากไป♫ ♫เหลือไว้แต่บาดแผลที่ไม่อาจให้คนอื่นพบเห็น♫ ♫ใครเคยหยุด♫ ♫ใครเคยหันหลังกลับ♫ ไปเถอะ ♫ก็แค่ข้ออ้าง ใครจะมองทะลุปรุโปร่ง♫ ♫เมืองนั้นในจิตใจใครจะเป็นคนปกป้อง♫ [ใช้ลิฟต์อย่างปลอดภัย] ลูกชาย [ใช้ลิฟต์อย่างปลอดภัย] ลูกชาย [ใช้ลิฟต์อย่างปลอดภัย] มา เจ้าหนู ไม่เป็นไร – พ่อถีบผม – ไม่เป็นไร พ่อของลูกเมาน่ะ ไม่ร้องแล้วนะ ที่รัก ถีบคุณอีกทีนะ แม่ครับผมง่วงแล้ว ไม่เป็นไร ใกล้จะถึงบ้านแล้ว ที่รัก แบกผมกลับบ้านหน่อย หลี่อิงหนาน ที่รัก ที่รัก พี่มาแล้ว ไปเลยนะ ไม่เจ็บ ๆ ไม่เจ็บ ผมไม่เจ็บ ใครให้คุณพาลูกไปดื่มเหล้ากัน ที่รัก อยู่ ๆ ไปหาเรื่องทะเลาะวิวาททำไม ถ้าคุณรักผมก็ให้ผมจูบสักทีนะ คุณรีบ… จูบบ้าอะไรกัน คุณทำอะไรน่ะ คุณอย่า… ทำไมคุณถึงทำกับผมแบบนี้ สู้ผมไม่ได้ สู้ผมไม่ได้
ผมไม่เจ็บ ๆ ๆ เลิกโวยวายได้แล้ว [ตอนที่เป็นแฟนกัน] [ฉันให้ความสำคัญกับพิธีการมาก ๆ] [มักคิดที่จะเก็บเกี่ยว] [ความทรงจำที่งดงามกับคู่รักให้มาก ๆ] [ไม่ว่าในหนึ่งปีจะมีอุปสรรคมากเท่าไร] [ใช้ชีวิตอย่างปลอบโยนกันและกัน ก็คงไม่เศร้าเท่าไร] [แต่คิดไม่ถึงเลยว่า] [ในการแต่งงานพวกเรากลับกลายเป็น อุปสรรคของกันและกัน] [คุณหลี่อิงหนานที่รัก ในวันเวลาที่พิเศษนี้] [สุขสันต์วันเกิด สุขภาพแข็งแรงตลอดไป] [คุณหลี่อิงหนานที่เคารพ วันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นวันเกิดของคุณ] [ศูนย์บัตรเครดิตธนาคารขออวยพรวันเกิด และขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนบัตรเครดิตของเรา] [คุณหลี่อิงหนานที่เคารพ สุขสันต์วันเกิด] [ชีวิตที่ต้องต่อสู้มักจะมีความฮึกเหิมไม่รู้จบ ขอให้คุณมีชีวิตและการงานที่ก้าวหน้า] [สุขสันต์วันเกิด]