โลกของเธอเธอและเธอ (Her World) | EP.5 ( FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [โลกของเธอเธอและเธอ] [ตอนที่ 5] [หลี่อ้าวหลิน] [ผมเห็นคุณที่สนามบินแล้วนะ] [ผมค้นพบว่า] [พวกเราอยู่ในเมืองเดียวกัน] [แล้วยังไงล่ะ] [ช่วงนี้ผมกำลังทำเพลงการกุศลเพลงหนึ่ง] [หลี่อ้าวหลิน] [ให้กับเด็ก ๆ ที่เป็นโรคออทิสติก] [พวกนี้คือสถานที่ที่ผมทำงานและใช้ชีวิต] [ตอนที่ 5 ข้ามเส้น] [ยังไงถึงผมไม่บอกคุณ] [คุณเองก็เสิร์ชเจอบนอินเทอร์เน็ตได้] [ทำไมฉันจะต้องเสิร์ชหาคุณด้วยล่ะ] แปลกคน [ถ้าคุณไม่อยากได้รับข้อความพวกนี้] [ก็ตอบกลับว่าเรียกคืนก็ได้แล้ว] [ขอโทษที่รบกวนนะ] เรื่องเล็กแค่นี้จัดการได้ดีไม่เบา ฉันตอบกลับ ก็เท่ากับว่าสนใจคุณ ถ้าฉันไม่ตอบกลับ ก็หาว่าฉันพึ่งพาคุณ [หลี่อ้าวหลิน] [หลี่อ้าวหลิน] [วางสาย][รับสาย] ฮัลโหล ฮัลโหล คุณทำอะไรอยู่เหรอ ฉันกำลังพักผ่อนอยู่ คุณล่ะ ผมกำลังอัดเสียงอยู่ อัดมาทั้งวันแล้ว ผมเองก็กำลังพักอยู่เหมือนกัน ถ้างั้นเราจะยังได้เจอกันอีกไหมครับ [อ้าวหลิน] อ้าวหลิน มาเถอะ [ถ้า ถ้างั้นคุณไปทำงานก่อนเถอะ] ไว้พวกเราค่อยคุยกันนะ ฮัลโหล ฮัลโหล เดี๋ยว… ฮัลโหล คุณเจียง คุณตั้งใจใช่ไหมครับ ใช่แล้ว
แม่นายโทรมาอีกแล้วนะ ฉันก็บอกเธอไปแล้วว่านายไม่อยู่ แต่เธอก็จะมาเยี่ยมนายให้ได้ ฉันก็เลยต้องพูดว่า ฉันต้องไปแล้ว คุณแม่ของนาย สุดยอด เลยจริง ๆ ขอบคุณนะครับ แม่ครับ แม่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แกคิดจะหลบหัวเป็นนกกระจอกเทศไปจนถึงเมื่อไร ผมไม่ได้หนีนะ ผมก็แค่ไม่ชอบงานสังสรรค์ แกเทเขาตั้งสองครั้งแล้วนะ แกรู้ไหมว่าแม่กระอักกระอ่วนใจแค่ไหน แม่ ๆ แม่ละอยากจะคุกเข่าให้เขาเลยนะรู้ไหม แม่ครับ ผมไม่อยากเป็นไอดอล แล้วผมก็ไม่อยากเปลี่ยนสายงานด้วย แม่อย่าบังคับผมอีกเลยนะตกลงไหม ไม่ให้แม่บังคับแกงั้นเหรอ ตั้งแต่เล็กจนโตถ้าแม่ ไม่บังคับแกให้ซ้อมเปียโน ไม่บังคับแกให้เรียนหนังสือ ไม่บังคับแกถ้าอ่านโน็ตไม่จบก็ห้ามกินข้าว แกประสบความสำเร็จอย่างวันนี้เหรอ แกรู้ไหมว่าแม่ทุ่มเทเพื่อแกตั้งเท่าไร ทำไมแกไม่คิดถึงหัวอกแม่บ้างล่ะ ผมคิดถึงใจแม่มากนะครับ แล้วผมก็รู้สึกขอบคุณแม่มาก ผมรู้เรื่องพวกนี้หมดนั่นแหละ แกรู้อะไรงั้นเหรอ แม่ว่าแกไม่รู้อะไรเลยมากกว่า แม่ครับ แม่รอให้ผมเขียนเพลงดี ๆ ออกมาได้สักเพลง แบบนี้แม่ก็จะวางใจได้แล้ว หลังจากโจวเสี้ยวไปแล้ว แกเคยเขียนเพลงอะไรสำเร็จหรือไง ทำไมแกถึงยังไม่ตายใจอีกนะ ผม ผมยัง ผมยังเด็กอยู่ แกมีพรสวรรค์ในด้านดนตรีหรือเปล่า แม่มองเห็นได้ชัดเจนกว่าแก ตราบใดที่แกมีผลงาน แค่หนึ่งผลงาน ที่ดังเหมือนกับบลู แม่รับประกันเลยว่าจะไม่บังคับอะไรแก
มันต้องใช้เวลานะครับ แม่ ทั้งประเทศจีนมีแค่แกที่เขียนเพลงได้งั้นเหรอ แกดูสิ เด็กพวกนั้นที่ให้คนอื่นเขียนเพลงแทน พวกเขามีความสามารถน้อยกว่าแกตั้งเท่าไร น้อยกว่าแกเยอะมาก แต่พวกเขาใช้หน้าตาของพวกเขา ใช้กระแสของพวกเขา ทำเงินได้ตั้งเยอะ แกก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้นี่ แม่ครับ ผมรู้ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ แกยังต้องการอะไรอีก แกอายุใกล้จะยี่สิบห้าแล้วนะ การจะมาเป็นไอดอลของแก มันแทบจะสายเกินไปแล้วนะ เรื่องเปลี่ยนสายไม่ใช่ว่าพูดแล้ว ก็จะเปลี่ยนได้เลย แกเข้าใจไหม เอาแบบนี้ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงแม่จะมารับแก ไปต้าตงไห่ ไปขอโทษประธานกู้ซะ แม่ครับ ถ้างั้นก็ได้ ให้แม่ไปขอโทษแทนแกก็แล้วกัน [ฮัลโหล พี่] [ดึกขนาดนี้แล้วพี่ยังไม่นอนอีกเหรอ] เคอตี๋ ฉันถามอะไรนายหน่อยสิ หลี่อ้าวหลินคนนั้น เขามีตำแหน่งอะไร ในวงการบันเทิงงั้นเหรอ [เดี๋ยวสิ พี่จะถามเรื่องนี้ไปทำไมกัน] [เขาไม่มีแม้แต่แฟน] [เป็นลูกค้าพี่ไม่ได้หรอกนะ] หยาบคาย ฉันหมายความอย่างนั้นที่ไหนกัน ฉันก็แค่ได้รับผลกระทบจากพวกนายนั่นแหละ ก็เลยคิดว่า เขาเองก็ร้องเพลงเพราะอยู่นะ [เรื่องนี้ผมรู้ที่ไหนกัน เรื่องนี้พี่ต้องถามเถาจื่อ] [ดึกขนาดนี้แล้ว เธอนอนแล้วละ] [อิงเสียวเหม่ย] [พี่จะมีแฟนแล้วสินะ] นายหมายความว่ายังไง [ถ้างั้นพี่จะถามเรื่องหลี่อ้าวหลินไปทำไมกัน] [หรือว่าพี่อยากจะ เป็นสาวน้อยที่ตามกรี๊ดดารา]
[อย่างเถาจื่อกัน] ฉัน ฉันตามกรี๊ดเขาเนี่ยนะ คุณอยู่ที่สวนสาธารณะปินไห่ คุณรู้ได้ยังไงกัน สวนสาธารณะของเมืองนี้ ผมก็เคยไปมาหมดแล้วตอนแสดงดนตรี ที่นั่นเป็นที่เดียวที่มีหาดหิน [หลังจากกลับมาจากทะเล] [แม้ว่าฉันจะติดต่อกับหลี่อ้าวหลินอยู่ทุกวัน] [แต่ฉันมักจะรู้สึกว่า] [นี่มันก็เป็นเพียงการบังเอิญพบกัน ระหว่างเดินทางเท่านั้น] [อีกอย่าง] [ดาราหนุ่ม] [จะมีสักกี่คนที่พึ่งพาเรื่องความรักได้กัน] คุณอยู่ที่ซูเปอร์มาเก็ตคุนตัวป่ายลี่ พอซื้อกับข้าวเสร็จแล้ว [ตอนกลางวันคุณก็จะ] [ไปวิ่งตอนเช้าที่สวนสาธารณะปินไห่] แล้วก็จะยังไปดูหนังที่โรงหนังหลงหัว ถ้าผมเดาไม่ผิดละก็ คุณน่าจะพักอยู่ที่เขตหนานซานสินะ ถือว่าคุณเดาถูกแล้ว [แล้วก็] เก้าโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง คุณแทบจะไม่รับสายผมเลย [ตอนบ่ายสองถึงห้าโมงเย็นก็ไม่รับเหมือนกัน] ตอนสามทุ่ม ก็ไม่รับสายผมเหมือนกัน มันก็แสดงว่า คุณกำลังทำงานที่มักจะต้องทำโอที ถูกต้องแล้ว ดังนั้น ดังนั้นทำไมคุณ ถึงไม่บอกผมสักที ว่าคุณทำงานอะไร คุณฉลาดมากไม่ใช่เหรอ คุณก็เสิร์ชสิ ตอนนี้คุณ คงจะไม่ได้กำลังแอบดู การแสดงสดของผมอยู่หรอกใช่ไหม ฉันเปล่านะ [แม่][ปฏิเสธ][รับสาย] [เสียวเหม่ย] กินแล้วครับ ผมรู้แล้ว แม่ครับ เรื่องนี้แม่พูดไปตั้งหลายรอบแล้ว [แกรู้ว่าแม่พูดไปตั้งหลายรอบแล้วด้วยสินะ] [แกฟังอยู่หรือเปล่า] ฟังอยู่ครับ ตกลง ผมจะทำตามนั้นครับ [ฉันน่ะ]
[ไม่ได้อยู่ในวัยที่พอเจอผู้ชาย] [ก็จะกลายเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟแล้ว] [สำหรับพี่สาวอย่างฉันแล้ว] [ความรักคือสิ่งที่ต้องถูกตรวจสอบ] [ใช่แล้ว] [ข้างต้นก็คือการวิเคราะห์เชิงเหตุผลของฉัน] [หลี่อ้าวหลิน] [ปฏิเสธ][รับสาย] [แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าฉันเองก็เริ่มใส่ใจ] [เรื่องความรู้สึกขึ้นมาบ้างแล้ว] [หลี่อ้าวหลิน] [พวกเรามาเจอกันเถอะ] [ฉันไม่เคยตัดสินใจไปเจอหน้าเลย] [แต่มักจะพูดล้อเล่นว่า] [ถ้าสามารถเจอกันในเมืองที่ใหญ่ขนาดนี้ได้] [ก็เป็นพรหมลิขิตจริง ๆ แล้ว] [คาดไม่ถึงว่าหลี่อ้าวหลิน] [จะคาดเดาเส้นทางการเคลื่อนไหวของฉัน] [จากเนื้อหาที่เราติดต่อกันทุกวัน] [เพื่อให้ได้เจอฉัน] [เขาทำเรื่องบางอย่างที่โง่มาก ๆ เลยละ] [เขาอยากจะบังเอิญเจอฉัน] [ในทุก ๆ สถานที่ที่ฉันอาจจะปรากฏตัว] [มองมาข้างหน้าสิ ตอนนี้ผมไม่สะดวกลงรถ] [เสียวเหม่ย] [พวกเราเจอกันแล้วนะ] [มาเจอหน้ากันหน่อยเถอะ] [หลี่อ้าวหลินทำให้ฉันรู้ว่า] [พรหมลิขิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ฟ้า เพียงอย่างเดียว] [แต่พรหมลิขิตเอง] [ก็สามารถมาถึงได้ด้วยความพยายามของคนคนหนึ่ง] [หลี่อ้าวหลิน] [ขอโทษนะ อีกครึ่งชั่วโมงผมจะไปถึง] [ตกลง] ฮัลโหล [ขอโทษนะ ผมติดงาน] [รอผมอีกครึ่งชั่วโมงได้หรือเปล่า] [อีกครึ่งชั่วโมงผมจะไปถึงแน่นอน] [วันนี้ผมอยากเจอคุณมาก ๆ เลย] ก็ได้ ตกลง ถ้างั้นฉันจะรอคุณนะ
[สามปีแห่งความสุข ชีวิตชีวาแห่งวัยเยาว์] [โทรศัพท์] [หลี่อ้าวหลิน] [หลี่อ้าวหลิน] [ตัดสาย] แน่นอน ว่าหลายครั้ง การพยายามของคนคนเดียวมันไม่พอ พรหมลิขิตที่ว่า มันเป็นกระบวนการที่ต้องพบกันครึ่งทาง ความบังเอิญที่แสนอัศจรรย์ อิงเสียวเหม่ย อิงเสียวเหม่ย เสียวเหม่ย ในเมื่อยุ่งขนาดนี้แล้ว ทำไมยังต้องรีบมาด้วย ♫สีฟ้าคือสีโปรดในใจผม♫ ผมอยากจะยืนยันเรื่องเรื่องหนึ่ง ยืนยันอะไร ♫ชื่อของคุณ♫ ♫เป็นบทกลอนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในใจผม♫ ♫สายตาแรกที่สบ แสงนีออนของเมือง♫ ♫ทะเลลึกที่กระเพื่อมเหมือนสายธารแห่งดวงดาว♫ ♫สีฟ้าคือความรักในจักรวาลของผม♫ ในเมื่อคุณมั่นใจเรื่องการเข้าตลาดขนาดนี้ ฉันคิดมาหลายวันแล้วค่ะ ฉันคิดว่าการจะยืมเงินพวกนี้ จากคุณเป็นการเหมาะสมที่สุดแล้ว ทำไมคุณถึงเพิ่งมาพูดล่ะ [เซวียหมิงจวิน ประธานกรรมการ] สายไปแล้ว ช่วงนี้มีคนมายืมเงินผมไปซื้อหุ้นเยอะมาก แม้แต่คนขับรถเสียวอู่คนนั้นก็มาหาผมด้วย ตอนนี้ภรรยาผมสั่งว่า ห้ามให้ใครยืมเงินอีกสักแดงเดียว เธอเก็บบัตรธนาคารผมไปหมดเลย คุณเองก็นะ หลายปีมานี้ไม่เก็บเงินบ้างเลยหรือไง ฉัน ทางสามีมีปัญหางั้นเหรอ เรื่องมันยาวน่ะค่ะ ก็ไม่ใช่ปัญหาของเขาซะหมด ไม่อย่างนั้นคุณเอาไอ้นี่ไปสิ หยกเหอเถียนของแท้ ผมประมูลมาเมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมว่าสองปีนี้ราคาคงจะขึ้นแล้วละ จะต้องวางตรงนี้ด้วยเหรอ หัวหน้าให้มา จะวางที่พื้นก็ไม่ได้จริงไหม มันไม่เหมาะสม [ฉันจะไปหาเงินสี่แสนมาจากไหนกันนะ] ฮัลโหลค่ะ
[สวัสดีครับ คุณต้องการเงินกู้ไหมครับ] ค่ะ ต้องการ บัตรประชาชน หลักฐานรับรองรายได้เงินเดือน หลักฐานการฝากเงิน แล้วก็หลักฐานการใช้ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย บัตรกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ [หนังสือรับรองที่อยู่อาศัยการจ่ายเงินและเงินฝากกอง ทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานที่กู้ยืมเงินนอกสถานที่] แบบฟอร์มขอสินเชื่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อที่อยู่อาศัย ตกลงค่ะ ยังต้องเตรียมอะไรอีกไหมคะ เป็นเพราะว่าผมไม่ให้คุณยืมเงิน คุณก็เลยน้อยใจใช่หรือเปล่า เปล่านะคะ เปล่าจริง ๆ ตอนนี้ฉันเองก็ยืมเงิน มาได้แล้ว คุณไม่ให้ฉันซื้อ ฉันถึงจะน้อยใจ ถ้างั้นเราก็ตกลงกันแล้วนะคะลุง หนูยังไม่เคยไปที่นั่นเลย ตกลง ๆ ๆ แน่นอน ๆ ประธานเกา หัวหน้าใหญ่ของหนูค่ะ หลี่อิงหนาน เคยเจอกันแล้ว คือว่า ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันก็ขอตัวก่อนนะคะ ค่ะ มา ประธานเกา เชิญ ๆ ๆ เชียนเชียน เชียนเชียน ช่วงนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง ลุงกับอาเสวียเองก็ไม่ใช่คนนอก ถ้างั้นหนูมีอะไรก็จะพูดตามนั้นนะคะ พูดตามตรง สองเดือนนี้หนูผิดหวังในการทำงานเป็นอย่างมาก การจัดการของผอ.หลี่ หละหลวมมาก พี่อ้วนคนนั้นหาข้ออ้างกลับบ้านไปทำโอที สี่ห้าโมงก็หนีไปแล้ว
ไม่เคยสนใจเลย ลูกน้องก็ต้องชมเธออยู่แล้วจริงไหมคะ เป็นคนดีทุกวัน ชนะใจคน แล้วก็ไม่กดดันพวกเธอด้วย แบบนี้มันจะได้ยังไงกันคะ แล้วก็นะคะ ปกติพี่สาวพวกนี้มาทำงานก็ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว ไม่รู้เลยหรือไงว่า มันคือมารยาทขั้นพื้นฐาน และการเคารพคนประเภทหนึ่ง ออกไปคุยธุรกิจในสภาพนี้ บริษัทเขาจะมองเรายังไงคะ เธอน่ะเหรอ ที่สามารถบรรลุยอดขาย 30 ล้านกำไรสุทธิ ใช่ ๆ ๆ เท่านี้แหละค่ะ ถ้างั้นอีกเดี๋ยวอาจจะเพิ่มเหล้านิดหน่อยนะ ตกลง ขอบคุณนะคะ ครับ วันนี้ สายตัวแทบขาดเลยนะคะ เรื่องลดเงินเดือน ผู้รับผิดชอบแต่ละท่านก็มีความเห็นไม่น้อยเลย อีกอย่างก็เป็นเพราะว่าฉันเอง ที่ไม่ได้จัดการเรื่องนี้ให้ดี ถ้างั้นคุณเรียกผู้รับผิดชอบมา ก็เรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย ถ้าเรียกมาแค่ผู้รับผิดชอบมันจะดูตั้งใจเกินไป ฉันก็ต้องเชิญทุกคนมาทำให้บรรยากาศคึกคักสิ จะได้อธิบายกับทุกคนไปด้วยเลย มันผ่านไปแล้ว มีใครคิดเรื่องนี้บ้าง เธอนั่นแหละที่ยังติดใจอยู่ เอาละ ๆ ๆ ไป ๆ ๆ เร็ว ๆ ๆ มา ถ่ายรูปหนึ่งนะ ๆ
จื่อฉี จื่อฉี มองฉัน หนึ่งสองสาม ชีส เดี๋ยวฉันส่งให้เธอนะ อย่าโพสต์ อย่าโพสต์ลงในไทม์ไลน์นะ [ความคิดในวินาทีนี้] ถ้าให้ยัยเชียนเชียนเห็นเข้าละก็ ได้ลำบากแน่ ไม่เป็นไร ไม่ให้เธอเห็นก็หมดเรื่องแล้ว ฉันจะให้เธอดู ทำอะไรน่ะ พวกเราไม่ต้องบอกว่าคุณเลี้ยง พวกเราก็บอกแค่ว่า ทุกคนออกมาสนุกกันไม่ได้หรือไง ถ้าไม่ร้องไห้จนยิ้มออกจะมีความสุขได้ยังไง จักรวาลสูญสิ้น แต่ใจยังอยู่ ชนแก้ว ถึงต่อให้ตายก็จะรัก ถ้าไม่สุดโต่งจะมีความสุขได้ยังไง เข้าใจหรือยัง เสวี่ยเอ๋อร์ เป็นยังไงบ้าง อาสวีทำได้ไม่เลวเลยใช่ไหม ยิ่งกว่าดีอีกค่ะ หนูรอไปทำพรีเซนต์ไม่ไหวแล้ว ไปเถอะ หนูจะไปวิดีโอคอลกับพวกมาร์คเดี๋ยวนี้เลย ช้า ๆ หน่อย เรื่องเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้ทำให้นายลำบากใช่ไหม ขอบคุณนะ ไม่เลย เป็นไอเดียของเธอเองทั้งนั้น ฉันก็แค่ช่วยเธอทำให้มันเป็นจริงก็เท่านั้น ทำไมเสวี่ยเอ๋อร์ถึงฉลาดขนาดนั้นนะ นายว่า ไม่ได้มาจากนายแน่นอน เท่าไร ๆ เท่าไรฉันจะโอนให้นาย เอาอีกแล้ว นายเลี้ยงข้าวฉันแล้วนะ ทำอย่างกับคนแปลกหน้า นายน่ะ ถ้าหาเงินไม่ได้ก็ไม่ต้องโทษใครเลย เงินน่ะ ลูกไม่อยู่ เรา ดื่มสักสองแก้วเนอะ
ก็ได้ ไม่ดื่มแล้ว วันนี้ฉันขับรถมา ถ้างั้นก็ได้ เราสองคนดื่มเหล้า เขาดื่มชา ถูกต้อง ฉันขอเหล้าครึ่งขวดก็แล้วกัน มา พี่ใหญ่ เขามาได้ยังไงกัน ดื่ม ๆ ๆ พวกคุณร้องไป หัวหน้า หัวหน้า หัวหน้า นั่งนี่ค่ะ ตกลง ๆ มา เราสามคนสนุกกันต่อ เธอว่าหลัวเชียนเชียนคงจะไม่ได้ดูวีแชตแล้ว จากนั้นก็โทรศัพท์หาหัวหน้า หัวหน้าถึงได้มาหรอกจริงไหม ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง ใครจะไปรู้ล่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ดูตาของเขา ที่สุดแสนจะมั่นใจ กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ ลำบากคุณแย่เลยนะ คุณมีธุระอะไร ก็พูดตามตรงกับฉันมาเลยเถอะค่ะ หุ้นฉันก็ซื้อแล้ว ฉันรับได้ ไหล่ของคุณน่ะ แบกรับภาระได้ เมื่อตอนเย็นผมประชุมกับประธานเกาแล้ว ผมรู้สึกว่าพอคิดเผื่ออนาคต ของบริษัทจดทะเบียนแล้ว เราจะต้องมีเด็กรุ่นใหม่ในทีม การตัดสินใจสองข้อ ข้อหนึ่ง คือ ไล่ลูกน้องของคุณ ออกไปครึ่งหนึ่ง แล้วให้ตู้หยางรับสมัครเด็ก ที่เกิดหลังปี 95 มาล็อตหนึ่ง กับอีกข้อหนึ่ง คุณกับเชียนเชียน
แลกงานกันสักหน่อย คุณจะต้องสนับสนุนเธอ ทำการตลาดอย่างเด็กรุ่นใหม่ จะเลือกข้อไหนล่ะ ฉันเลือกข้อที่สองค่ะ ชนแก้ว ๆ มา ชนแก้ว ตู้หยาง เหล้าของพวกคุณล่ะ หัวหน้า หัวหน้าจะดื่มอวยพรแล้ว เหล้าแก้วนี้น่ะ อวยพรให้หัวหน้า หมุนรอบหนึ่ง เหล้าแก้วนี้น่ะผมขอดื่มอวยพรให้กับทุกคน ทุกคนทำงานมาหนักมากเลยนะ มา ๆ ๆ ชนแก้ว ๆ ๆ หัวหน้าค่อย ๆ ดื่มนะคะ หัวหน้าคอแข็งจัง หัวหน้าสุดยอดไปเลย น่าเกรงขาม ดี ดี สุดยอดมาก ดีมากครับหัวหน้า ดี ๆ ๆ ถ้างั้นผมก็ขอตัวก่อนนะ ผมอยู่เดี๋ยวพวกคุณจะไม่สนุกเอาได้ ใช่แล้ว วันนี้ผมเลี้ยงเอง หัวหน้าคุณน่าจะพูดเร็วกว่านี้นะคะ หนานหนานเขาเช็กบิลไปแล้ว งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ออกใบเสร็จ เดี๋ยวบริษัทจะเบิกให้ ขอให้เถ้าแก่อายุยืนเป็นหมื่นปี บ๊ายบายเถ้าแก่ บ๊ายบาย ๆ ๆ อายุยืนเป็นหมื่นปี เป็นอะไรไป
ไม่เป็นไร มา รอเดี๋ยว เพลงฉันล่ะ ใครเปลี่ยนเพลงฉันกัน เร็วเข้า ๆ ๆ อีกแก้ว ๆ ดื่ม เธอไม่เป็นไรนะ มา ดื่มน้ำหน่อยนะ ไหวไหม ฉันมันน่ารังเกียจมากใช่ไหม เธอเห็นฉันแล้วก็รู้สึกขยะแขยงใช่หรือเปล่า มา ๆ ๆ ดื่มน้ำสักสองอึก พูดจากมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่งนะ นายน่ะ มันน่าเกลียดชังที่สุด หมายความว่ายังไงกัน หมายความตามตัวอักษร ก็ได้ ขุดหลุมให้ภรรยาตัวเอง ปล่อยให้เธอออกไปสู้กับศัตรูคนเดียว ไม่ช่วยเธอแบ่งเบาภาระก็มากพอแล้ว ยังอยากจะถอนตัวอีก นี่มันเต่าหดหัวไม่ใช่หรือไงกัน หรือจะพูดว่าหลี่อิงหนานนั่นแหละ ที่โง่ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันหย่ากับนายไปตั้งนานแล้ว ฉันชอบความซื่อบื้อของเธอนี่แหละ เธอเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่วันแรก ที่ฉันรู้จักเธอแล้ว จริง ๆ นะ ตั้งแต่หัวจรดเท้าดูซื่อบื้อแต่น่ารัก จริงด้วยนะ ฉันคิดว่าการที่นายได้แต่งงานกับเธอ เป็นโชคของนายเลย นายเข้าใจฉัน ไม่เป็นไร ๆ นอนนะ เป็นเด็กดี เดี๋ยวพ่อไปดูเอง ครับ ใครกัน เป็นบ้าหรือไง
พระเจ้าช่วย คุณนาย คุณ ดื่มเหล้าไปเท่าไรเนี่ย เร็ว ๆ ๆ ลุกขึ้น ๆ ลุกขึ้น สวีซิน สวีซิน – อย่างี่เง่า รีบลุกขึ้น – ฉันถามคุณหน่อย ฉันถามคุณหน่อยว่าฉันมันน่ารังแกมากใช่ไหม ใครรังแกคุณกัน ทุกคนรังแกฉันกันหมด ๆ ทั้งปีคุณไม่เคยจะนอนกับฉัน คุณเมาแล้วนะ เร็ว ๆ อย่าพูดจาเลอะเทอะ คุณมันสารเลว – ลุกขึ้น ๆ – ฉันไม่ลุก ถ้าคุณไม่นอนกับฉัน ฉันก็ไม่ลุก ตกลง ๆ ๆ หยุดตะโกนได้แล้ว ฉันจะ โอเค ๆ ๆ เราต้องเข้าห้องแล้วจริงไหม เร็ว ๆ ๆ ลุกขึ้นเร็วเข้า เร็วเข้า [ตึก C] คือว่า ไอ้นี่ก็บังไม่อยู่
คุณเองก็ อย่ายืดเอวตรงขนาดนั้น แบบนี้ก็จะไม่โดนแดดแล้ว พูดจากประสบการณ์นะคะ เดิมที ฉันเองก็ขี้เกียจเปลี่ยน แต่พอถึงช่วงบ่าย แดดก็แรง แสบผิวมาก ไม่เป็นไรหรอก อายุมากแล้ว ตากแดดบ้างก็ดี จะได้เสริมแคลเซียมด้วย เนอะคะ คุณก็อายุปูนนี้แล้ว จะทำยังไงก็ได้ ถ้าเป็นฉันไม่ได้หรอก ก่อนที่จะมาทำงานที่บริษัท อายุผิวฉันยังสิบแปดอยู่เลย ฉันทดสอบก่อนนอนเมื่อคืน ยี่สิบแล้ว มันเป็นการบาดเจ็บจากการทำงานชัด ๆ ช่วงนี้ยุ่งมากเลยจริง ๆ ไม่มีเวลาไปฟิตหุ่นเลย อ้วนหน่อย ๆ แล้ว หลี่อิงหนาน ฉันจะบอกเธอให้นะ เธอจะยอมไม่ได้นะ [แอปฉีโหยว่] ถ้าวันนั้นฉันรู้ว่าหัวหน้า มาร้องเพลงกับเราเพื่อจะคุยเรื่องนี้กับเธอ ฉันไม่มีวันยอมให้เขาเป็นคนเลี้ยงแน่ พี่หนาน พี่ก็เชื่อพี่ตู้เถอะนะ ฉันเองยังทนไม่ไหวเลย พอคิดว่าพี่ต้องคอยปรนนิบัติเธอ ทั้งหน้าทั้งหลังแล้ว ฉันยังอยากร้องไห้เลยนะคะ จริงด้วยค่ะ ให้คุณเป็นผู้ช่วยอะไรกัน ตบตากันชัด ๆ ฉันก็เป็นเหมือนกับเสี่ยวเซี่ย แค่คิดว่าคุณต้องชงกาแฟ ล้างเชอร์รี่ให้เธอแล้ว ฉันละหายใจไม่ออก ทำงานต่อไม่ได้เลย ใช่ ใช่แล้ว แล้วฉันจะบอกเธอให้นะ ว่าถ้าเธอยอมน่ะ
ฉันเดาว่าเธอรักษาคนเหล่านี้ในแผนกเธอ ไว้ไม่ได้แน่ ใช่แล้ว ใจเย็น ๆ นะ ใจเย็น ๆ ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อน สักวันหางจิ้งจอกจะต้องโผล่ออกมาแน่ กว่าจะถึงวันที่มันโผล่ออกมา ฉันว่าบริษัทคงพินาศก่อนแน่ ใช่แล้ว ไม่หรอก ลูกค้าหลักต่างก็อยู่ในมือพวกเรา ขอแค่เราจับเอาไว้แน่น ๆ เธอก็ชิงไปไม่ได้หรอก ออดอ้อนออเซาะตีสองหน้า อย่าให้แม่แต่งหน้าเต็มนะ เขาไม่รู้ว่าผิวเธอแพ้ ไว้ฉันจะบอกเขาให้นะ แล้วก็เธอ เสี่ยวเซี่ย ถึงจะเห็นฉันต้องคอยรับใช้เขา เธอก็อย่าชักสีหน้าไป คำพูดโบราณเขาว่าไว้ว่าไงนะ ชีวิตก็เหมือนละคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับฝีมือการแสดง พวกเราน่ะ ก็มาแสดงกันสักฉาก แสดงให้เธอกับประธานเกาเห็น ตกลงไหม แต่ฉันก็แกล้งทำเป็นสอพลอไม่ได้ มันเสแสร้งเกินไป ถ้างั้นเธอก็ทำปกติหน่อย เกรงใจเขาหน่อย คนประเภทนี้น่ะ จำเป็นต้องชมให้ตายใจ อีกเดี๋ยวก็ล้างเสร็จแล้ว ไม่รีบร้อน ล้างเสร็จแล้วเรากินด้วยกันค่ะ ดูจากข้อมูลลูกค้าที่พี่อ้วนให้ฉันแล้ว ครึ่งปีมานี้ไม่ได้เซ็นสัญญา กับลูกค้าใหม่เลยสินะคะ สองสามปีมานี้อัตราการต่อสัญญา ของลูกค้าเก่าเท่ากับหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเก่งมากแล้วนะ ที่แท้ ก็ทุ่มสุดตัวเพื่อรักษาลูกค้าเก่านี่เอง เป้าหมายตลอดมาของบริษัท
ก็คือพัฒนาสุดยอด 500 อันดับบริษัท ภายในประเทศให้มาเป็นลูกค้าของตัวเองให้ได้ ตอนนี้เราก็ทำสำเร็จ ไปตั้ง 70% แล้ว ถ้างั้นตัวเลขนี้ จะกลายเป็น 100% ได้หรือเปล่าคะ ถ้างั้นก็หมายความว่า เราจะต้องแย่งของกินมาจากปากคนอื่นงั้นเหรอ ฉันคิดนะว่า ไม่จำเป็นต้องบีบบังคับคนอื่นขนาดนั้นหรอก คุณยังไม่เข้าใจสาเหตุที่เหล่าเสวีย กับเหล่าเกาใช้ฉันอีกเหรอ ถ้าจะใช้งานฉันแค่เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่า แล้วจะเอาฉันมาทำอะไร พรุ่งนี้ฉันจะให้พวกเขา ออกไปหาลูกค้าใหม่มาให้ฉัน เอาสิ ถ้างั้นฉันก็ขอไปด้วยก็แล้วกัน คุณก็ด้วยเหรอ ฉันเป็นคนเจรจาเซ็นสัญญากับ เกือบหนึ่งในสี่ของลูกค้าเก่า ฉันเองก็นับว่าเป็น ผู้เชี่ยวชาญแล้วเหมือนกันจริงไหม ถ้างั้นก็ได้ค่ะ แต่ว่าฉันมีเงื่อนไขหนึ่งนะ เท่าที่ฉันรู้ เงินเดือนคุณไม่ต่ำเลยนะคะ ฉันพอใจเรื่องเงินเดือนมาก อีกอย่าง ถ้าเจรจาสำเร็จแล้วก็ยังจะได้เลื่อนขั้นอีก แล้วคุณต้องการอะไรล่ะคะ ไม่ต้องตอกบัตร แล้วเธอก็อย่าถามว่าฉันไปไหน คุยกับใคร ตัดสินกันด้วยผลลัพธ์ คิดว่าไงล่ะ ยังไงถึงต่อให้ฉันต้องรินชารินน้ำ อยู่ใต้สายตาเธอทุกวัน ฉันก็ยังได้เงินเดือนเหมือนเดิมอยู่ดี ทำไมเธอถึงไม่ปล่อยให้พี่สาว ได้สร้างผลผลิตบ้างล่ะ ตกลง รบกวนหัวหน้าเซ็นชื่อ ไม่ทันไรก็เจรจาได้แล้วงั้นเหรอ ใช่ ๆ คำไหนคำนั้น รีบนำข่าวดีมาให้เธอไง ไปสิ
รีบไปสิ ไปสิ [ต่อไปเราบอกฝันดีกันทุกวันเถอะนะ แบบนี้ผมจะได้รู้ว่า] [วันหนึ่ง เราเองต่างก็คิดถึงกัน] คุณหมายความว่า ไม่มีโอกาสชนะเลยงั้นเหรอครับ ไม่ ไม่ใช่นะคะ ๆ ฉันว่าภัตตาคารร้านนี้ไม่เลวเลยจริง ๆ ต่อไปพวกเรามาบ่อย ๆ เนอะ ตกลง [หลี่อ้าวหลิน] [ผิวชุ่มชื้น เติมเต็มความงาม] เถาจื่อ เธอชอบเขาตรงไหนกันแน่ ก็หล่อน่ะสิคะ นักร้องหล่อ ๆ มีตั้งเยอะตั้งแยะ ฉันคิดว่าเขา ไร้เดียงสา สดใส แถมยังจริงใจ ไม่เสแสร้ง ไม่เหมือนบางคนนะคะ พวกเขาเห็นตัวเองเป็นดาราดัง เป็นไอดอล แต่หลี่อ้าวหลินไม่เหมือนกัน เขามองตัวเองเป็นศิลปิน แต่ฉันฟังเพลงเขาแล้ว รู้สึกว่า ไม่เห็นจะมีความนัยอะไรเลย ไม่มีความนัยเหรอคะ ถ้าต้องการความลึกซึ้งฉันก็จะไปอ่าน งานโชเปนฮาวเออร์ ฉันก็จะไปอ่านงานของหลู่สวิ้น ยังไงพอฉันฟังเพลงเขาแล้วฉันจะมีความสุขมากเลย แล้วก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เขา ใส่ลงไปในเพลงด้วยนะคะ อีกอย่าง ก็ไม่ใช่ว่าศิลปินทุกคนจะฟังเพลงของตัวเอง ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นทีมเบื้องหลัง ที่เตรียมการวางแผนทั้งนั้น ดังนั้นเธอก็คือสาวน้อยที่ตามกรี๊ดดาราสินะ ใช่แล้วค่ะ แต่ฉันเป็นแฟนคลับที่มีเหตุผลนะคะ ตามกรี๊ดดาราแล้วมีเหตุผลได้ด้วยเหรอ [ห้ามปีน]
แน่นอนสิคะ ฉันไล่ตามพลังงานบวก ไม่เพียงแต่จะต้องมีเหตุผลเท่านั้น แต่ยังต้องมีกฎระเบียบ มีหลักการอีกด้วย แล้วกฎคืออะไรล่ะ ยกตัวอย่างเช่น ชื่นชอบแต่ก็ไม่รบกวนคนอื่น ฉันจะไปกดหัวบีบบังคับคุณ ให้ชอบเขาเหมือนกับฉันก็ไม่ได้จริงไหมคะ [ห้ามปีน] ส่วนคุณน่ะ คุณจะไม่ชอบดาราที่ฉันกรี๊ดก็ได้นะคะ แต่ว่าคุณจะว่าเขาต่อหน้าฉันไม่ได้นะคะ [หลี่อ้าวหลิน] [ทำอะไรอยู่] ฉันเปล่านะ เอาละ ถ้างั้นไว้เราเจอกันตอนเย็นนะ – ตกลง – บ๊ายบาย ตัดสินใจแล้วเหรอ [ใช่แล้ว] ถ้างั้นก็เซ็นสัญญาแล้วงั้นเหรอ [เซ็นแล้ว] [แสดงความยินดีกับผมสักหน่อยไหม] ถ้างั้นก็แสดงความยินดีด้วยนะ ขอให้คุณกลายเป็นดาราใหญ่โดยเร็ววันก็แล้วกัน จะเป็นดาราใหญ่ได้หรือเปล่าผมไม่รู้หรอกนะ แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้อง ฟังแม่ผมโทรมาบ่นสองสามชั่วโมงทุกวันแล้ว อ้าวหลิน ถ้างั้นผมวางสายก่อนนะ ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ บ๊ายบาย อ้าวหลินมานี่ แม่จะให้อาเหว่ยถ่ายรูปให้เราสักรูป มา ถ่ายใกล้หน่อยนะ มา สามสองหนึ่ง ชีส เดี๋ยวแม่จะส่งไปให้พ่อแกดู แม่ เอาอีกแล้วเหรอครับ แม่รอวันนี้มานานมากแล้วนะ อาเหว่ย เธอมานี่ เธอมาตรงนี้ เธอน่ะ ถ่ายอาคารสูงนี้ด้วย ถ่ายอาคารสูงนี้เป็นพื้นหลังนะ
มา ถ่ายเต็มตัวนะ ครับ มา สามสองหนึ่ง ชีส อ้าวหลิน ต่อไปถ้าแกเป็นดาราใหญ่จริง ๆ แล้ว แม่ก็ขอพึ่งแกแล้วนะ แม่ก็ แม่โทรหาพ่อแก่สักหน่อยนะ ฮัลโหล ฉันมีเรื่องหนึ่งจะบอกคุณสักหน่อย อ้าวหลินน่ะ ได้เซ็นสัญญา กับบริษัทนักสานฝันแล้ว บริษัทนักสานฝันคืออะไรงั้นเหรอ คุณไปเสิร์ชในเน็ตไป ไม่ ๆ ๆ ฉันอธิบายให้คุณฟังดีกว่า บริษัทนักสานฝันน่ะ เป็นบริษัทผู้จัดการที่ดีที่สุดในตอนนี้ คุณดูรูปที่ฉันเพิ่งส่งให้คุณแล้วใช่ไหม ทั้งตึกใหญ่เป็นของบริษัทนักสานฝันหมดเลยนะ พวกเขาฝึกอบรมดาราแนวหน้ามามากมาย ทำไมเขาถูกใจอ้าวหลินงั้นเหรอ คุณ ๆ นี่คือคำถามที่คุณถามงั้นเหรอ ดูท่าคุณจะไม่รู้จักอ้าวหลินเอาซะเลยนะ คุณรู้จักสถิติไหม ไม่ว่าจะเป็นด้านไหน ๆ ลูกชายฉันก็เก่งที่สุดแล้ว เขามีศักยภาพในการเป็นดาราใหญ่ คุณคิดถึงไอดอลพวกนั้นในสมัยนี้สิ มีแต่หน้าตา ที่เหลือไม่มีอะไรเลย ลูกชายฉันไม่เหมือนกันกับเขา ทั้งมีความสามารถ ทั้งหน้าตาดี ให้เขาทำแต่ดนตรีละก็เสียของหมดคุณรู้ไหมคะ แม่ครับ ใช่แล้ว วันนี้ที่ฉันโทรมาหาคุณน่ะ ก็เพื่อจะบอกว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ลูกชายฉันจะกลายเป็นดาราใหญ่แล้ว ดังนั้นฉันหวังว่าคุณ จะไม่โพสต์คำพูดคำจาไร้สาระ ในสื่อสาธารณะ
ส่วนเรื่องที่ว่า เราสองคนหย่ากันยังไง คุณไปคบชู้กับแม่สาวต่างชาติคนนั้นยังไง ฉันจะเขียนฉบับใหม่ออกมา ตกลงไหม ใช่ ๆ ๆ สู้ ๆ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ไม่เลว รักษาไว้ อีกห้าครั้ง – ตกลง – ไม่ไหวแล้ว ทนไว้ค่ะ ระวังลมหายใจ ๆ – รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ – พี่ ผู้จัดการคะ นี่น่ะเหรอคลาสทดลอง ของจริงเลยนะเนี่ย เราฟิตหุ่นก็เพื่อผลลัพธ์ไม่ใช่เหรอคะ ถ้าไม่เคยเหนื่อย จะมีสุขภาพแล้วก็หุ่นดีได้ยังไง จริงไหมคะ พูดถูกต้องแล้ว คาบหนึ่งราคาเท่าไรนะคะ คุณเป็นเพื่อนของพี่เสี่ยวอิง ฉันจะลดให้สิบเปอร์เซ็นต์ก็แล้วกัน บัตรสมาชิกไตรมาสราคาสองพันเก้าร้อยแปดสิบหยวน ถ้าคุณตกลงละก็ เซ็นตรงนี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ มาสายแล้ว ๆ เธอมาแล้วเหรอ – ดูเธอสิ – พยุงฉันหน่อยสิ ออกอะไรกันเนี่ย หอบขนาดนี้ ฉันก็แค่ ออกอะไรเหรอ เซ็ตเบื้องต้นสองสามเซตน่ะค่ะ
ตกลง ให้เธอลองสักสองสามคลาสก่อนเถอะ บัตรน่ะ ไม่รีบร้อนสมัคร ไม่เป็นไร ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะสมัคร ฉันจะปั้นกล้ามหน้าท้องให้ได้ ตกลงค่ะ พี่ – ไปเถอะ – ฉันจะไปจัดการใบสมัครให้นะคะ ตกลง อีกเดี๋ยวฉันไปเซ็นชื่อนะ ได้เลยค่ะ โหดมาก ถึงต่อให้เธออยากจะทำให้ หัวใจกระชุ่มกระชวยอีกครั้ง เธอก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้อง พัฒนาตามแนวทางวิคตอเรีย ซีเคร็ตเลยนี่ เธอเองก็คิดว่าตอนนี้สำหรับฉันแล้ว รูปร่างมันไม่สำคัญแล้วใช่ไหม ฉันจะบอกเธอให้นะ ว่าเรื่องนี้น่ะ ฉันจะต้องขอบคุณสวีซิน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอยากจะหย่ากับเขา ฉันก็ไม่มีทางทนเชียนเชียนได้หรอก เพื่อแปดล้านหยวนก้อนนั้น ฉันทุ่มหมดหน้าตัก ฉันจะปั้นกล้ามหน้าท้องให้ได้ ดังนั้นเชียนเชียนก็คือ คนที่หาเรื่องให้เธอสินะ ใช่แล้ว พวกใส่ร้ายป้ายสี อายุผิวไม่เกินยี่สิบซะด้วย เป็นพวกใส่ร้ายป้ายสี ที่ทั้งสาวทั้งสวย ดังนั้นกล้ามหน้าท้องก็มาจากตรงนี้สินะ เข้าใจแล้ว ๆ ตกลงครับ [ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้วนะ] [ต้าหย่ง] [ต้าหย่ง] [ฉันสวีซินนะ] ต้าหย่ง [ใครกันเนี่ย] [ไอ้สารเลว นายดูถูกฉันนักไม่ใช่เหรอ] [ตอนนี้ทำไมถึงคิดจะติดต่อฉันขึ้นมาแล้วล่ะ] เรื่องอะไรกัน ฉันก็แค่งานยุ่งน่ะ
ดูสิว่าใคร มาจริง ๆ ด้วย ต้าหย่ง มากอดหน่อยสิ ๆ เหล่าสวี พี่เป่า เหล่าจาง ไม่เจอกันนานเลยนะ อะไรกันเนี่ย มารับกันเป็นทีมเลย ไม่ได้หรอกนะ ยี่สิบปีมานี้นายไม่เคยมองฉันซึ่ง ๆ หน้าเลย โทรมาทำเอาซะฉันตื่นเต้นเลย จะต้องต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่อยู่แล้วสิ ถ้างั้นผมก็ขอทำความเคารพ พี่ใหญ่ทุกท่านนะครับ ไอ้หมอนี่ ฉันขอแนะนำให้นายรู้จักนะ เพื่อนร่วมงาน หลี่เจี๋ย – สวัสดีครับ ๆ – สวีซิน สวีซิน ไอดอลที่ฉันเคารพนับถือที่สุดสมัยเรียนมหาลัย หลัก ๆ ก็คือทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด ใช่แล้ว ยังมีอะไรที่นายทำไม่เป็นอีกบ้าง เอาละ ๆ ๆ สาวคนนั้นเขียนจดหมายรักให้เขา เขียนเป็นหน้า ๆ เลยนะนั่น ขอร้องทุกคนละตกลงไหม มีอยู่แค่คนเดียวนั่นแหละ ล้อเล่นนะ แค่เจอหน้าก็พูดอะไรไม่เข้าท่าแล้ว อย่า ๆ ๆ อย่าเล่นน่า พระเจ้าช่วย
ปี 95 งั้นเหรอ ไม่กล้าจินตนาการเลยนะเนี่ย เขาเป็นแฟนที่เด็กที่สุด ที่เธอเคยคบมาเลยใช่ไหม ก็นับว่านะ แถมยังดังที่สุดอีกด้วย เมื่อไรจะพามาให้ฉันเจอบ้างล่ะ ให้เค้าได้ลองเป็นสาวกับเขาบ้างสิ ไม่มีโอกาสแล้วละ ทำไมล่ะ ตอนนี้เขาเซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่แล้ว จะต้องทุ่มเทวัยเยาว์ไปกับการงาน แค่เวลาที่เหลือให้ฉันก็มีไม่มากแล้ว ถ้างั้นก็เร้าใจมากเลยนะเนี่ย คบกันอย่างลับ ๆ สินะ พอเถอะ ฉันอายุเท่าไรแล้วจะมีอะไรอย่างนี้ได้ยังไง ไม่รู้จักคิดเลยหรือไง เดิมทีก็ไม่รู้จักคิดอยู่แล้ว เธอไม่ได้ใส่ใจกับอายุ มาตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันไม่ใส่ใจกับอายุตัวเองต่างหาก แต่จะไม่ใส่ใจอายุเขาไม่ได้ อีกอย่าง เขาก็เป็นบุคคลสาธารณะด้วย แต่ว่า อย่างพวกเธอน่ะเรียกว่าพรหมลิขิต มันคือการวางแผนของพระเจ้า การวางแผนของพระเจ้านับไม่ได้หรอกนะ ฉันต้องวางแผนตัวฉันเองต่างหาก โรแมนติกจังเลย ใช้ได้นี่ ต้าหย่ง ค่าเช่าคงไม่ถูกใช่ไหมครับ [ฟู่เฟิง] ก็พอได้นะ สามร้อยกว่าตารางเมตร หนึ่งเดือนหนึ่งแสนหยวน ใช้ได้เลยนะคุณ หนึ่งเดือนหนึ่งแสนเหรอ ใช่แล้ว บริษัทฉัน 220 ตารางเมตร เดือนหนึ่งแค่สองหมื่นกว่าหยวนเอง ตรงนี้ฉันติดที่สะดวก เช่นกินข้าวสักมื้อ ว่ายน้ำเอย นวดเอย ซาวน่าเอย ชั้นบนชั้นล่างมีทุกอย่างในหนึ่งเดียว
ก็จริงนะ ตั้งแสนหนึ่ง จะไม่มีทุกอย่างได้ยังไง เหล่าสวี นายว่าโครงการห้องโดยสารควอนตัมเพื่อสุขภาพ เป็นยังไงบ้าง เรื่องนี้จะพูดยังไงดีล่ะ ฉันก็ดูแล้วแต่ว่า ไม่สิ แนวคิดอย่างห้องโดยสารเพื่อสุขภาพนี้ มันยังใหม่อยู่มาก แต่พอเติมควอนตัมคำนี้เข้าไป ตัวฉัน ตัวฉันเองคิดว่า มันรู้สึกแปลกไปหน่อย