EP.17 (FULL EP) | พักร้อนนี้มีรัก 2 (Vacation of love 2) ซับไทย | iQiyi Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [โชคดี] [พักร้อนนี้มีรัก 2] [ตอนที่ 17] ค่อย ๆ นะ ค่อย ๆ ระวังเท้า โอเค นายดูตรงนั้น โอเค ๆ มา พื้นตรงนี้ถูเสร็จแล้ว แต่ยังต้องถูใหม่อีกรอบ อย่าเพิ่งเอาโต๊ะตัวนี้เข้ามาสิ เดี๋ยวรอพี่หรานกลับมาค่อยให้เขาตัดสินใจ ว่าจะวางตรงไหน เอาขึ้นไปวางตรงนั้นก่อนไป ไปเลย ๆ ได้ครับ ฉันล่ะยอมเธอเลย ถ้าพี่หรานไม่กลับมา อะไรต่อมิอะไรเธอก็คงทำไม่เสร็จ ใช่ไหม เธอนี่พูดไร้สาระ ฉันไม่เคยทำพวกอาหารเครื่องดื่มเลย พี่เหยี่ยน มองไปข้างนอกหน่อยนะ โอเค การจัดวางของเหล่านี้ ล้วนต้องพิถีพิถันกับมัน เธอคิดว่าเป็นพวกร้านอาหารเล็ก ๆ ราคาถูกข้างทางเหรอ ไปเถอะ รีบตามไปดูกับฉันที่ห้องครัว วันนี้ตอนเย็นเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ฉันแอบเป็นห่วงพี่หรานนิดหน่อย ฉันกลัวว่าเขาคนเดียวจะรับมือไม่ไหว พี่หรานไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ตอนที่พี่หรานอยู่ในครัว เขามั่นใจมากเลยนะ เขาจะมีจิตใจสงบนิ่ง มีเขาอยู่ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ฉันจะบอกเธอให้นะ พละกำลังของคนคนหนึ่ง เขามีขีดจำกัด ลิ่วจื่อก็เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้จากเขา
ฉันกังวลว่า ตอนเย็นวันนี้ ลิ่วจื่อจะช่วยเหลือเขาไม่ได้ ลิ่วจื่อก็ได้เรียนการทำอาหารจริงจังเหมือนกัน เป็นลูกมือได้ ไม่มีปัญหา ฉันจะบอกเธอนะ ต่อไปนี้สิ่งที่พี่หรานพูด พวกเธอต้องฟัง สิ่งที่เขาพูด เท่ากับสิ่งที่ฉันพูด รับทราบค่ะ เข้าใจผิดอีกแล้วนะ นี่ ถือซะว่าฉันไม่ได้พูด เธอน่ะ ไม่ต้องอธิบายแล้ว ตอนนี้พี่เป็นหัวหน้าแล้ว แต่พี่หรานก็ถือเป็นคนที่ไว้ใจได้ ทำตามเขา แน่นอนว่าจะลดขั้นตอนได้เยอะ ต่อจากนี้ ฉันจะให้เขาเป็นเถ้าแก่เนี้ย จะจบก็ไม่จบนะ เธอนี่ ไม่จบ ฉันอยากรู้ พี่ชอบเขาได้ยังไง ใครบอกว่าฉันชอบเขา เหอะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยพูดไว้แล้วหนิ ฉันรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจเขา พึ่งพาอาศัยกันนิดหน่อย แววตาที่พี่มองเขา มันไม่เหมือนเดิม ฉันรู้ว่าพี่ไม่ใช่คนง่าย ๆ ดังนั้นมันต้องมีเรื่องราวระหว่างพวกพี่สองคนแน่ ๆ ไม่งั้น พี่จะเป็นแบบนั้นเหรอ ไร้สาระ เขาอยู่กับฉันมานานเท่าไรแล้ว กลุ่มแฟนคลับก็อยู่ระดับที่ 16 จะไม่มีเรื่องอะไรได้ยังไง เรื่องอะไรน่ะ พี่บอกฉันหน่อยนะ ๆ สารภาพไปหรือยัง ไม่มี สารภาพอะไรกัน แต่ว่า ตอนที่พูดหยอกล้อกัน คุยกัน
มันก็ออกจะคลุมเครือหน่อย ไงต่อ พี่ไม่ต้องเขินแล้ว บอกฉันมาเลย ไม่มีอะไร งั้นฉันจะไปห้องไลฟ์ของพี่ไปถามพวกผู้ชม นั่น มันอะไรน่ะ โมโหแล้วนะเจ้าคุกกี้ ฉันทิ้งวีแชทเอาไว้แล้ว จริง ๆ แล้ว มันก็ไม่ใช่การหยอกล้อ ฉันจำได้ ปีที่แล้ว ช่วงที่เพิ่งเข้าฤดูหนาว เขาไม่ได้พูดอะไรเลยสองสามวัน เอาแต่จ้องที่ห้องไลฟ์ ฉันรู้สึกว่า เขาไม่ได้มีความสุขสักเท่าไร แมวซินซู่ คุณทำอะไรอยู่ แมวซินซู่ เจ้าของไลฟ์สาวของคุณกำลังเรียกคุณอยู่นะ มีอะไร คิดถึงคุณแล้ว ทำไรเหรอ ทั้งคืนไม่พูดเลยสักเเอะ รีบออกมา คุยกับฉันหน่อย ไม่งั้นฉันหยุดไลฟ์แล้วนะ อือ อือ อะไรของคุณ สองวันนี้คุณทำอะไร เงียบอย่างกับงานศพ ใครไม่คืนเงินคุณเหรอไง ทำไมเหรอ แฟนของคุณถูกลักพาตัวเหรอไง ถูกลักพาตัวไปตั้งนานแล้ว โอเคไหม ฉันโสดมาสองปีแล้ว งั้นคุณพูดมาสิ ว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า ให้พี่สาวสบายใจหน่อยเร็ว ผม ผมคิดถึงคุณแล้ว คุณนี่ อันนี้ถือเป็นการสารภาพหรือเปล่า เมื่อก่อน คุณไม่เคยพูดทำนองนี้มาก่อนเลย ช่างเถอะ รั่วรั่ว ที่นั่นคุณหนาวไหม
ไร้สาระหน่า นี่มันฤดูอะไรแล้ว จะไม่หนาวได้ไง ทำให้เท้าอบอุ่นเอาไว้นะ ไม่เช่นนั้น พออายุเยอะแล้ว จะเป็นโรคลมได้ง่าย ค่ะ ฉันได้ยินคำหวานแล้ว นิสิตวิศวะสามารถพูดได้ถึงขั้นนี้ ฉันก็พอใจแล้วล่ะ แต่ว่าคุณต้องฝึกเรื่องคำพูดโง่ ๆ นี้จริง ๆ นะ ไม่อย่างนั้น ในอนาคตคุณจะหาแฟนได้ยังไง ปีหน้า ตอนหิมะแรก ผมจะไปจับมือคุณ ได้ ถ้าปีหน้าไม่มา คุณเป็นหมาแน่ ผมบอกจะไป ก็คือไป พี่นี่นะ หน้าบางจริง ๆ พี่บอกว่าวันนั้น ให้พี่อัดวีดีโอ คนคนนี้ ยังไม่ได้มีอะไร แต่พี่ยังหน้าแดงขนาดนั้น ดูท่าแล้วรับมือยากจริง ๆ นายไม่ได้ดูไลฟ์ นายไม่เข้าใจความรู้สึกฉันหรอก มีอะไรที่ไม่เข้าใจล่ะ ไม่ใช่กำลังปลูกต้นรักเหรอ อย่างกับว่าฉันไม่เคยคบใครมาก่อนนั้นล่ะ ไม่ใช่แบบนั้น ที่ฉันคุยกับนายเรื่องไลฟ์นี่ ก็แค่รู้สึกว่ามันแปลก แม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่หน้าจอโทรศัพท์ นายสามารถมองเห็นเธอได้ แต่เธอกลับมองไม่เห็นนาย เหมือนกับว่าเริ่มมีความรู้สึกแบบ ความรู้สึก ชื่นชอบดาราน่ะ ถ้าพูดให้ถูกก็คือ อยู่ในสภาวะของการเป็นติ่ง ผสมปนเปไปกับความรู้สึก ความรู้สึกของความรักแบบหนึ่งน่ะ นายเข้าใจสิ่งที่ฉันจะสื่อไหม
ฉันไม่เข้าใจ พูดแบบนี้แล้วกัน นายกำลังตามดูละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่ง ทุกวันพอถึงเวลานี้ นายก็อยากจะเจอเธอ อีกทั้งในใจนายมันร้อนรนมาก แบบนั้น งั้นนายก็ดูไปสิ ฉันไม่ได้ห้ามสักหน่อย ดูไปสิ แต่หลังจากที่นายได้เจอเธอ นายจะรู้สึกว่า นายทั้งคู่ ไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานแล้ว อ้อ นั่นมันเหมือนกับ ไม่เจอหนึ่งวัน ราวกับผ่านไปสามฤดูใบไม้ร่วง ถูกไหม ถูกต้อง ทุกวัน ฉันอยู่ดูไลฟ์เธอ ดูอยู่ตลอดจนไลฟ์จบ ถ้าระหว่างนั้นเธอเบื่อ แค่ร้องเรียกฉันคำเดียว ฉันก็จะออกมาคุยกับเธอสองสามประโยค ไม่ว่ายังไง วันนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว หลังจากนั้นมันก็เกิดเรื่องขึ้น ในที่สุด ก็เลยเลือกที่จะออกมา รั่วรั่ว ผมมีอะไรจะบอกคุณ ♫ ก็เคยนึกถึงวันที่สูญเสียและได้กลับมา ♫ อะไรคะ พี่แมว คุณอยากพูดอะไร ♫ แต่ก็ไม่ยอมดึงดันต่อไป ♫ ขอโทษจริง ๆ ที่ไม่สามารถไปหาในวันหิมะแรกได้แล้ว ♫ เข้าใกล้อีกก้าวเดียวก็อาจจะล้มได้ ♫ ตามนี้แหละนะ ♫ หลุมดำลึก ♫ ลาก่อนครับ คุณจ้าวรั่วรั่ว ที่ผมเคยอยู่เคียงข้างและเคยปกป้อง
และขอบคุณ ที่ทำให้ผมได้มีช่วงเวลาที่สวยงาม ♫ ถึงจุดปลายทางแล้วใครก็ต้องลงรถ ♫ ♫ การพบกันโดยบังเอิญทั้งหมดล้วนกลายเป็นคนที่ผ่านไปมา ♫ ♫ อย่าโลภใช้ความสุขมากเกินไป ♫ ไม่เป็นไร ฉันจะร้องไม่ได้ ♫ อย่าลืมว่าต้องถลำตัวอย่าพอควร ♫ ฉันยิ่งอยู่ในช่วงขาลงอยู่ด้วย ถ้ายังร้องอีกคงถูกกำจัดยอดวิวแล้ว ถ้ายอดวิวถูกจำกัด ก็ไม่ต้องไลฟ์มันแล้ว ♫ อาจไม่ใช่วาซาบิที่ทำให้คุณร้อนไห้สะอึกสะอื้น ♫ ♫ มันก็แค่เข้ากับอารมณ์ของคุณและเศร้าไปกับคุณ ♫ ♫ ไม่จำเป็นต้องรัก ♫ ♫ การแยกทางเคยเป็นการดับทุกข์ที่ไหนกัน ♫ ขอโทษค่ะ วันนี้ไลฟ์ถึงตรงนี้แล้วกัน ลาก่อนค่ะ ♫ บางความรู้สึกก็สุขแต่อยู่เพียงชั่วคราวเหมือนวาซาบิ ♫ ♫ หัวใจเต้นเร็วขึ้นจากการเหนื่อยล้าและทนไม่ได้ที่จะสูญเสียตัวเอง ♫ ♫ พยายามที่จะเลิกวาซาบิ ♫ ♫แต่กลับยังเหงาอยู่เหมือนเดิม ♫ แล้วพี่ร้องไห้ไหม ♫ เมื่อการรักกันกลายเป็นเรื่องบังเอิญ ♫ ฉันเนี่ยนะร้องไห้ ชายอกสามศอกอย่างฉัน ♫ ก็เพียงแค่รู้สึกเดียวดายพอดี ♫
ลูกผู้ชายไม่เสียน้ำตาง่าย ๆ หรอกนะ ช่างมันเถอะ พี่ร้องแน่ ๆ ♫ อย่าจริงจังกับจุดจบเกินไป ♫ ไถโทรศัพท์ไป เช็ดน้ำตาไป เสร็จแล้ว ก็แอบสาบานในใจ รอฉันเรียนจบกลับมา ♫ ราวกับเปลือกจิตวิญญาณที่หายไป ♫ รอวันที่ฟ้าเป็นใจ ค่อยขอเธอแต่งงาน ถูกไหม ฉันพูดสิ่งที่อยู่ในก้นบึ้งของใจพี่ใช่ไหม ♫ คิดไว้ว่าจะเรียบง่ายแต่กลับซับซ้อน ♫ ♫ ขั้นตอนเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องคาดเดา ♫ ♫ สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างจำยอม ♫ ♫ ไม่มีอะไรถูกอะไรผิด ♫ หวังว่าคราวนี้ ฉันจะไม่กลับมาช้าไปนะ ♫ อาจไม่ใช่วาซาบิที่ทำให้คุณร้อนไห้สะอึกสะอื้น ♫ ทำไมเขาถึงจากไปล่ะ ฉันจะไปรู้ได้ไง ♫ มันก็แค่เข้ากับอารมณ์ของคุณและเศร้าไปกับคุณ ♫ ก่อนหน้านี้ฉันก็คิดว่า เขาคงเซ็ง ๆ เบื่อ ๆ ก็เลยแอบไปดูคนอื่นไลฟ์แล้ว ♫ ไม่จำเป็นต้องรัก ♫ ♫ การแยกทางเคยเป็นการดับทุกข์ที่ไหนกัน ♫
ใครจะไปรู้ แล้วทำไมพี่ไม่ถามเขาล่ะ ฉันไม่มีศักดิ์ศรีหรือไง เขาอัลฟอลฉันไปแล้ว ออกจากกลุ่มแฟนคลับแล้วด้วย ♫ บางความรู้สึกก็สุขแต่อยู่เพียงชั่วคราวเหมือนวาซาบิ ♫ แต่หลังจากนั้น เขาก็กลับมาหาฉัน ฉันวางแผนจะยกโทษให้เขา ♫ หัวใจเต้นเร็วขึ้นจากการเหนื่อยล้าและทนไม่ได้ที่จะสูญเสียตัวเอง ♫ หิมะแรกของปีนี้ พี่หราน ยังไม่เห็นรีบร้อนอะไรเลย ♫ พยายามที่จะเลิกวาซาบิ ♫ ฉะนั้น จะให้เขามาจับมือของฉันง่าย ๆ ได้เหรอ ♫แต่กลับยังเหงาอยู่เหมือนเดิม ♫ ไม่งั้น ศักดิ์ศรีของเจ้าของไลฟ์ จะเอาไปไว้ที่ไหน อย่างไรซะ ฉันก็เป็นที่หนึ่ง ของนักไลฟ์กลางคืน ในเฮยหลงเจียง ♫ อาจไม่ใช่วาซาบิที่ทำให้คุณร้อนไห้สะอึกสะอื้น ♫ เลิกทำเป็นเล่นสักที เมื่อก่อนนะ ฉันเคยได้ฟังกลอนบทหนึ่ง ♫ มันก็แค่เข้ากับอารมณ์ของคุณและเศร้าไปกับคุณ ♫ หากเพียงชีวิตคนเราเป็นเช่นดั่งแรกพบกัน ชอบจากใจจริง ก็รุกเลย ♫ มันก็แค่เข้ากับอารมณ์ของคุณและเศร้าไปกับคุณ ♫ รุกอะไรของเธอ การรักหัวปักหัวปำไม่ได้ถูกกำหนดไว้ให้มีสุข ♫ การแยกทางเคยเป็นการดับทุกข์ที่ไหนกัน ♫ ทำไมถึงไม่มีความสุขล่ะ ถ้ามีคนจำนัดเดตกับฉันในวันหิมะแรกได้
ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจับมือฉัน ♫ บางความรู้สึกก็สุขแต่อยู่เพียงชั่วคราวเหมือนวาซาบิ ♫ ต่อให้เขาหน้าตาเหมือนลิ่วจื่อ ฉันยังยอมรับได้เลย ♫ หัวใจเต้นเร็วขึ้นจากการเหนื่อยล้าและทนไม่ได้ที่จะสูญเสียตัวเอง ♫ หากเขาคนนั้น ♫ พยายามที่จะเลิกวาซาบิ ♫ สามารถมาปรากฎตรงหน้าได้ ฉันก็ทั้งแปลกใจและดีใจแล้ว ♫แต่กลับยังเหงาอยู่เหมือนเดิม ♫ ฉันคง ไม่กล้าร้องขออะไรจากเขาไปมากกว่านี้แล้ว ♫ พยายามที่จะเลิกวาซาบิ ♫ ♫ พยายามที่จะเลิกวาซาบิ ♫ พวกพี่ 2 คน ไม่ควรหยุดเพียงแค่นี้นะ ไม่ต้องพูดแล้ว ทำไมล่ะ ใจฉันมันเจ็บปวด พี่พูดต่อสิ เธอรีบไปทำงานได้แล้ว ให้ไวเลย เร็วเข้า ไปได้แล้ว ไม่งั้น เราหาสถานที่ดื่มเหล้ากันหน่อยไหม ดื่มเพื่อลืมอีกแล้วเหรอ แล้วสกีล่ะ เล่นไม่เป็น เป็นคนตงเป่ยแต่เล่นสกีไม่เป็นเนี่ยนะ รู้ไหมว่าชูมัคเคอร์กลายเป็นมนุษย์ต้นไม่ได้ไง เลี้ยวขวาตรงทางข้างหน้า จะไปไหน ห้างสรรพสินค้า ซื้อของเหรอ นายก้าวก่ายเรื่องของฉันอยู่นะ ทางนั้น ดีสิ [ร้านชาแสนอบอุ่น] อยากดื่มอะไร ฉันเลี้ยงเอง อะไรก็ได้
เอาเมนูเด่น ๆ มาสองแก้วค่ะ ค่ะ สักครู่นะคะ ชานมของคุณได้แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ฝีมือของเลี่ยวหรานนี่ไม่เลวจริง ๆ คนแบบนี้ อยู่ที่ไหนก็ส่องประกายได้ตลอดเลยนะ คุณกลับมาทำงานเต็มรูปแบบแล้วเหรอ ใช่สิ ไม่ได้เหรอ หรือคุณอยากจะให้ฉันวันวันอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเหรอ คิดฟุ้งซ่านเหรอ ผม จริง ๆ แล้วผมรู้ว่าเลี่ยวหรานอยู่ที่ไหน แต่คุณก็ไม่บอกฉัน ไม่ใช่ คุณพูดว่าเสี่ยวหรานเขาเลือกเองว่าจะไป เขาคงมีเรื่องลำบากใจอะไรแน่ ๆ ถูกไหม ผมในฐานะเพื่อนสนิท ผมก็ควรจะให้การช่วยเหลือเขา ถูกไหม แล้วพวกเราไม่ใช่เพื่อนกันเหรอ เป็นเพื่อนกัน คุณก็ต้องช่วยฉันเหมือนกัน ถูกไหม พี่ คุณทำอะไรน่ะ นี่คุณกำลังจะหว่านเสน่ห์ผมเหรอ ฉันจะบอกคุณนะ ถ้าฉันอยากจะหว่านเสน่ห์คุณละก็ คุณคงไม่สามารถทนได้สักยกหรอก น่าขันไหมล่ะ โอ้โฮ ทำอะไร อ๊ะ เกิดอะไรขึ้น รอฉันอยู่ตรงนี้นะ ทำอะไรน่ะ คุณน่ะทำอะไร ฉันให้คุณรอฉัน อยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ ผมเห็นคุณรีบร้อนออกไป คิดว่าคุณท้องเสียซะอีก
คุณคิดดี ๆ กับฉันบ้างได้ไหม จะทำอะไร พวกเราไปดูงานจัดแสดงภาพวาดกัน – ไปเถอะ – ค่ะ คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคุณก็ชอบเล่นห้องลับด้วย ยินดีต้อนรับค่ะ ขอโทษนะคะ ที่นี่ พวกคุณมีห้องลับกี่ห้องคะ ที่ตกแต่งไว้สำหรับวันนี้มีสองห้องค่ะ แต่เปิดห้องเดียว ความยากระดับสูง ที่ไหนคะ ขึ้นข้างบนเลี้ยวซ้ายค่ะ คุณเคยเล่นมาก่อนไหม ถ้าเล่นครั้งแรกความยากระดับสูง ไม่ค่อยดีเท่าไร คุณไม่เชื่อใจฉัน หรือว่าคุณไม่เชื่อใจตัวเองกันแน่ ถ้าคุณไม่กลัว ผมก็ไม่อะไรหรอก คุณไม่มีโรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง ทำนองนั้นใช่ไหม ฉันว่าคุณควรจะซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ให้ตัวเองนะ ทางนั้นใช่ไหมคะ ใช่ ๆ ๆ ขอบคุณค่ะ คุณคะ กรุณาเก็บโทรศัพท์ก่อนนะคะ ไม่เคยเล่นล่ะสิ ขอบคุณค่ะ อีกสักพัก อย่าเข้ามาซุกอ้อมอกผมแล้วกัน นกจีจิวร้องเรียกหาคู่ อยู่เกาะกลางแม่น้ำ สาวงามแสนดีเอย – เจ้าควรเป็นคู่ครองของชายหนุ่ม – ไปเถอะ หนึ่งพันปีแล้ว ข้ารอคอยอยู่ที่นี่ คืนวันนับไม่ถ้วน
ขนาดข้านอนฝัน ยังมิคาดคิด ว่าจะมีผู้ได จดจำที่แห่งนี้ได้ ใช่เจ้าไหม อี้อัน ฤดูสารทใกล้สิ้นสุดลง ทว่าคืนวันนั้นแสนยาวนาน ความอาวรณ์ของข้า มากกว่าความหวังที่ไกลบ้าน ทำอะไร จะทำอะไร คุณจะทำอันนี้ไปทำไม คุณต้องเปิดประตูก่อนนะ ปริศนาตัวต่อ ระดับเด็กอนุบาล ไม่ใช่ คุณยังไม่ทันได้ฟังโครงเรื่องเลยหนิ คุณรู้ได้ยังไง โครงเรื่องแบบนี้จำเป็นต้องฟังด้วยเหรอ แน่นอนสิ เบาะแสทั้งหมด ล้วนซ่อนอยู่ในเรื่องเล่าทั้งนั้น งั้นคุณก็อยู่ฟังเอาแล้วกัน ฟังจบแล้วบอกฉันนะ ฤดูสารทกรุ่นกลิ่นรากบัวแดงเหี่ยวเฉา เสื่อไผ่เรียบลื่น คลี่ชุดแพรบาง ล่องนาวาเพียงลำพัง มีไหมผู้ใดส่งสารจากฟ้า ผ่านเมฆาลงมาถึง ห่านป่าบินเรียงแถวกลับรวงรัง ยามแสงจันทราอาบทั่วหอตะวันตก อะไรกัน พวกนี้ เมื่อกี้ว่าอะไรนะ ห่านป่าเอาอะไรกลับมานะ ผมได้ยินไม่ชัด คุณรู้รหัสลับได้ยังไงกัน เมื่อครู่ที่พูดถึงอี้อัน หมายเลขของหลี่ชิงจ้าวคือ ฆราวาสอี้อัน แล้วก็ยังอ่านกลอนของเธอไปสองบท วันเกิดของหลี่ชิงจ้าวน่ะ คือวันที่ 7 เดือน 2 ที่อายุครบ 60 ปี แล้วก็เป็น 0313 คุณรู้วันเกิดของเธอได้ยังไง ฉันเห็นเลขอะไรก็ไม่มีทางลืม
งั้นครั้งนี้คุณก็เดารหัสลับน่ะสิ เกมหนีออกจากห้องลับ มันไม่ได้เล่นแบบนี้ งั้นคุณลองมาทำสิ มักง่ายดีจริง ๆ ไปกันเถอะ ไม่ใช่ละ ไม่ใช่ คุณจะเล่นเกมนี้แบบนี้ไม่ได้ คุณต้องเข้าใจเนื้อเรื่องก่อน หลังจากนั้นค่อยเล่น เป้าหมายหลักของเกมหนีออกจากห้องลับ คือแค่ต้องหนีออกไป ไม่ใช่เหรอ เป้าหมายการหนีออกจากห้องลับ ไม่ใช่เพื่อหนีออกไปแน่นอน แต่เพื่อให้จิตวิญญาณได้เรียนรู้ คุณเข้าใจไหม เรียนรู้อะไร เรียนรู้การตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ตึงเครียดมาก ๆ จากนั้นผ่านการดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง ภายในใจมีความรู้สึกโล่งใจ ที่มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เข้าใจไหม อีตารางเก้าช่องง่าย ๆ แบบนั้น คุณจะไปเรียนรู้ความรู้สึกโล่งใจอะไรได้ ถ้าอย่างนั้นคุณมาที่นี่เพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อผ่อนคลายหรือไง ตอนนี้คุณผ่อนคลายไหม คุณรู้สึกมีความสุขไหม คุณช่วยมีอารมณ์ร่วมสักนิดจะได้ไหม ก็ได้ ฉันจะทำตามคุณ คุณว่ายังไงก็เล่นตามนั้น คุณก็น่าจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก อย่าทำลวก ๆ กับผมนะ โอ้ อันนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย มีตัวหนังสือเยอะขนาดนี้ หมายความว่าอะไรกัน คุณดูสิ ผมที่กำลังเรียนรู้ จิตใจมั่นคงมาก ถูกไหมล่ะ คุณทำได้ดีมาก [มุ่งซ้ายตามหาใบไม้ผลิ] [ทุกข์ทรมาน] นี่ไม่มีคำใบ้อะไรสักอันเลย
อันนี้ ลองดู ฉันจะทำตามคุณ คุณเล่นสิ อันนี้มันง่ายมาก ๆ ง่ายมาก ๆ เลยเหรอ แล้วไม่มีคำใบ้สักอัน เกิดอะไรขึ้น ทำไมทรายร่วงลงมา ทำไมยอดนี้ถึงเตี้ยลงล่ะ ให้คำใบ้หน่อยสิ มีคำใบ้อะไรไหม ช้าหน่อย ช้าลงหน่อย พระเจ้าช่วย คุณหาวิธีสิ ยอดนี้มันจะพังลงมาแล้ว ได้อยู่ ๆ ไม่ได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว ยอดนี้มันเตี้ยเกินไปแล้ว หาวิธีให้มันเร็ว ๆ หน่อยได้ไหม เร็วสิ คุณไม่ได้บอกว่ามันง่ายมากหรือไง คุณลองใช้สมองสักหน่อยสิ ผมจะไม่พูดเล่นแล้ว ช่วยชีวิตหน่อย เร็วเข้า ผมขอร้องคุณล่ะ ผมผิดไปแล้ว เร็ว ๆ สิคุณ ยอดจะถล่มลงมาแล้ว แล้วไงต่อ เร็วเข้า ๆ โอเคยัง รอดแล้วใช่ไหม อ๊ะ ประตูเปิดแล้ว ไปกัน อะไรล่ะ ไปสิ รอดแล้ว ขอแสดงความยินดีกับคุณทั้งสองคน พวกคุณสองคนพึ่งจะทำลายสถิติไป กลายเป็นผู้ชนะคนแรกของด่านนี้ จริงเหรอเนี่ย
โทรศัพท์ ก็ใช่น่ะสิ ฉันจะบอกคุณนะ ผู้ชนะคนก่อน ใช้เวลาไปทั้งหมด 59 นาที พวกคุณสองคนใช้เพียงแค่ 47 นาที มา อันนี้ทางร้านของเรามอบให้ – นาฬิกาออกกำลังกายหนึ่งอันค่ะ – ดี ดี ดี ขอบคุณครับ มา ถ่ายรูปสักหน่อยเถอะ โอ้ ดีเลย ไม่ต้องถ่ายรูปหรอก ขอบคุณค่ะ ต้องถ่ายสิ ผมเล่นเกมได้ชัยชนะครั้งแรก มีคุณค่าสุด ๆ มา เก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย นั่นสิ มา ถ่ายสักรูปนะคะ ใกล้กว่านี้หน่อย สุภาพสตรีท่านนั้นขยับเข้ามาหน่อยค่ะ ยิ้มสักนิดหนึ่ง อย่าขรึมขนาดนั้น ยิ้มหน่อย มา ยิ้มแฉ่ง ขอบคุณค่ะ ขอบคุณครับ รูปนี้ให้คุณค่ะ ขอบคุณครับ ยินดีต้องรับกลับมานะคะ ได้เลย [องค์ชายสาม ห้องลับแบบโลกสมมติสไตล์จีน] มาสิ เอามือมา ทำอะไรล่ะ เอามือมา ใส่นาฬิกาสิ คุณเอาไปใส่เองเถอะ
นี่คือรางวัลนะ ความหมายยิ่งใหญ่ ต้องใส่ คุณเป็นอะไรถึงทำหน้าบูดบึ้ง รู้สึกว่าเกมเมื่อกี้น่าเบื่อไปใช่ไหม ไม่มีส่วนที่ยาก หรือรู้สึกว่า ผมโง่เกินไป พอเถอะคุณ คุณมันโง่เกินไปแล้ว ของแบบนี้ยังใส่ไม่ได้ รู้สึกว่าผมเป็นตัวถ่วงคุณแล้วใช่ไหม ก็ตอนเริ่มเกมเมื่อกี้คุณเดินเร็วไป ผมฟังเนื้อเรื่องไม่รู้เรื่อง คุณรู้ไหมล่ะ ความจริงในตอนที่คุณเล่นปริศนาตัวต่อ คุณในสถานการณ์นั้น คล้ายตอนลูกสาวฉันเรียนคณิตศาสตร์โอลิมปิก ตึงเครียด ตื่นตระหนก ทั้งยังกลัวว่าตัวเองจะคลุ้มคลั่ง แต่ก็นะ ยิ่งดูฉันก็ยิ่งโมโห ทำไมในโลกนี้ถึงมีคนที่โง่ขนาดนี้ได้ สิ้นเปลืองเวลาฉันแท้ ๆ เลย อารมณ์ของฉันควบคุมไม่ได้แม้แต่นิดเดียว มิหนำซ้ำอารมณ์ก็ยังรุนแรงขึ้น จนกระทั่งหมดอาลัยตายอยากไป แกร้องไห้ทำไม แกรู้ไหมว่าตอนนี้มันกี่โมง แกรู้อะไรบ้าง แกรู้ไหมว่าที่แกเขียนอยู่คืออะไร ตอนคุณหมดอาลัยตายอยาก คุณก็ยังขอความช่วยเหลือได้ ตอนลูกสาวฉันหมดอาลัยตายอยาก เขาก็ร้องไห้หนักมาก ยิ่งเขาร้องฉันก็ยิ่งหงุดหงิด เป็นผู้ใหญ่ ยังต้านทานแรงกดดันไม่ไหว เด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง เขาจะต้านทานแรงกดดันได้ยังไงกัน คุณยอดเยี่ยมกว่าพ่อของผมอีก จริง ๆ นะ คุณรู้ไหม ตอนนี้พ่อยังไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่คุณ ได้ใช้ชีวิตผ่านด่านแรกที่ยากที่สุดไปแล้ว
ต่อมา ด่านที่สอง ด่านที่สาม ด่านที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ขอเพียงแค่จิตใจของคุณรู้ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร หลักสำคัญไม่เปลี่ยน มีหวังแน่นอน สู้ ๆ นะ ไปไหนต่อล่ะ ไม่รู้สิ โคมไฟน้ำแข็ง โคมไฟน้ำแข็ง โคมไฟน้ำแข็งต้องดูตอนกลางคืนถึงจะสวย แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง คุณคุ้นเคยกับฮาร์บินนี่ [นิทรรศการศิลปะ] พาคุณไปที่นี่ดีกว่า คุณชอบศิลปะสมัยใหม่เหรอ ตอนนี้ศิลปะสมัยใหม่มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาก เพียงแค่มีพื้นที่มากขึ้น ฉันก็ชอบทั้งหมด คุณไม่ได้เซ็นสัญญากับนักออกแบบเหรอ ทรัพยากรด้านนี้ คุณก็ขาดแคลนอยู่ไม่ใช่หรือไง ขาดอยู่ ชั้นสอง ไปกันเถอะ มาแล้ว ๆ มาลองชิมชานมร้อน ๆ กันหน่อย มา ๆ ๆ นี่คือสินค้าที่เว่ยฉีเอามา มา ที่เก่าแก่บนภูเขานั้นใช่ไหม ถูกต้อง โอเค ๆ เป็นยังไงเสี่ยวเว่ย งั้นเริ่มกันเลยเถอะ เริ่มกันเลยครับ ทุก ๆ คนฟังฉันพูดสักหน่อยนะ พวกเราก็ไม่ใช่คนนอก เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งหลายปีแล้ว วันนี้ฉันขอเปิดใจพูดนะ
เด็ก ๆ บ้านฉันทำธุรกิจโฮมสเตย์ ติดหนี้พวกคุณทุก ๆ คน มีมากบ้าง มีน้อยบ้าง ไม่ได้จะไม่คืนตลอดไปหรอกนะ น้ำใจของคนนี่นะ ทั้งชีวิตยังไงก็ชดใช้ให้ไม่หมดหรอก แต่ว่า เงินที่ฉันยืมทุก ๆ คน วันนี้ ฉันจะคืนหนี้ให้ทุกคน คืนให้พวกคุณไม่ขาดเลยสักแดงเดียว จริงเหรอเนี่ย จะไม่จริงได้ยังไง ไหนตอนแรกบอกว่าคืนไม่ไหว บ้านคุณถูกลอตเตอรี่แล้วหรือไง เป็นแบบนี้ครับ ผมจะทำสิ่งที่เรียกว่า การแปลงหนี้เป็นทุน ก็คือ ผมจะเอาเงินตัวเองมาชำระหนี้แทนเฉิงซู จากนั้น ใช้เงินก้อนที่ชำระหนี้แทน เข้าสู่การร่วมหุ้นส่วนในโฮมสเตย์ของเธอ ก็หมายความว่า ผมก็จะกลายเป็นหุ้นส่วนของเธอ หมายความว่า หลังจากนี้ไปเขาก็จะเป็นเถ้าแก่ของโฮมสเตย์นี้ แล้วเถ้าแก่นั่น คุณจะจ่ายเงินคืนเธอยังไง ทุกคนสามารถอ่านก่อนได้ สัญญาโอนหนี้สินอันนี้ [สัญญาโอนหนี้สิน] ใครใคร่กรอกก็กรอก ใครใคร่เซ็นก็เซ็น ภายในวันเดียวกันผมจะเอาเงินมาให้เลย สัญญาของคุณอันนี้มัน ดูเหมือนลูกสาวที่ขายไม่ออกเลย ตาเฒ่าที่บ้านคุณรู้เรื่องนี้ด้วยไหมล่ะ จริงด้วย คุณเป็นคนดูแลครอบครัวหรือไง ฉันขอพูดแบบนี้แล้วกัน ถ้าหากพวกคุณยินยอมรับเงินของพวกคุณ คุณก็เซ็นชื่อ แป๊บเดียวก็จะได้เงินคืน ถ้าหากว่าไม่เชื่อละก็ จากนี้ก็ไปตามเอาจากลูกสาวฉันแล้วกัน
– ตอนไหนก็ไม่รู้ – พึ่งก็อะไรไม่ได้นะ ฉันจะไม่รับผิดชอบใด ๆ พวกคุณคิดเอาเอง ให้ทุกคนลองดู โอเค มา ๆ ใครจะเซ็นสัญญา ดูสักหน่อยนะ มา ๆ พวกเรามาที่ด้านนี้นะ มา ๆ มา หนึ่งสัญญา สองฉบับ หนึ่งคนสองใบนะ เซ็นวันนี้แล้วได้เงินวันนี้เลยไหม ถูกต้อง ได้เงินวันนี้ มา วันนี้สิ่งที่ฉันแบกไว้ได้ปล่อยวางลงแล้ว ไม่อย่างนั้นคงโดนกดขี่จนหวาดกลัว ขอบคุณนะ ลูก ขอบคุณจริง ๆ ไม่เป็นไรครับ คุณน้า อ๊ะ เซ็นชื่อตรงนี้ส พี่เฉิง ถึงแล้วเหรอ พอคุณมาถึงที่จอดรถแล้ว ต้องเลี้ยวซ้าย ใช่ เลี้ยวซ้าย โอเค ๆ อีกครู่หนึ่งผมก็ถึงแล้ว เห็นคุณแล้วละ จอด ๆ – พี่เฉิง – น้องปิ่ง ลำบากเลยนะ ไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณมาก ๆ แนะนำสักหน่อย เลี่ยวหราน สวัสดีครับพี่ สวัสดีครับ ๆ เขาเป็นคนที่ต้องการเรื่องนี้น่ะ คนนั้น เสี่ยวลิ่วจื่อ พวกเขาคือ ผู้ช่วยแผนกหั่น เลี่ยวหราน นายเอามาให้ฉันเถอะ เรื่องที่มอบหมายให้เป็นยังไงบ้าง เตรียมพร้อมไว้หรือยัง พี่วางใจได้ เรื่องที่พี่มอบหมายไว้ผมจัดการเสร็จแล้ว เอ๊ะ ทำไมผมรู้สึกว่าพี่หลังค่อม ๆ ล่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น ฮีตเตอร์ของรถคันนี้ไม่ค่อยโอเค นายรู้ไหมล่ะ ฉันเดินทางมาอย่างหนาวเหน็บ เลี่ยวหราน ฮีตเตอร์ของนายต้องซ่อมแล้วล่ะ ไม่ได้อย่างแรง ตรงนี้อากาศอบอุ่นแล้ว ผมถามเชฟ เชฟพูดว่า อาทิตย์ก่อนพึ่งมีสินค้าใหม่มาหนึ่งล็อต จริงเหรอเนี่ย เป็นสินค้าดี ๆ ทั้งนั้น ยอดเยี่ยมจริง ๆ ลองดู พี่ลองดูสิ อยู่ตรงนี้ ๆ ตรงนี้ละ เนื้อแช่แข็งสดใหม่ เนื้อดรายเอจ ก็มีพร้อม ใช่แล้ว ๆ คุณลองดูสิว่าพอไหม เยี่ยมจริง ๆ โอเคเลย ๆ ฉันพูดกับนายนะ
เสี่ยวเลี่ยว ผู้จัดการปิ่งคนนี้ เสี่ยวปิ่ง พี่น้องที่ยอดเยี่ยม ได้ยินมาว่านอกจากเรื่องนี้ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่ว่าอะไรก็จัดการได้ทั้งหมด – มันเป็นหน้าที่ – เข้าใจ ๆ อุดมสมบูรณ์มาก ๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ผมดู ๆ แล้ว เนื้อวัวหลงเจียง เนื้อสันนอกอันนี้ รวมถึงเนื้อสันใน ก็เพียงพอแล้ว ไม่มีปัญหา ขอบคุณครับ ๆ ไม่เป็นไรครับ อันนี้ราคาเท่าไหร่เหรอ นายหมายความว่าอะไร ทำไม พี่น้องของฉันจะไปผลาญเงินนายหรือไง ลองถามราคาไง ใช่น่ะสิ คุณวางใจเถอะ ผมจะคิดราคาตามตลาดทั่วไปให้คุณ ฉันจะพูดกับนายนะ นายเป็นซะแบบนี้ ทั้งชีวิตนายก็เป็นได้แค่ผู้ช่วยแผนกหั่น สายตาแกทำให้คนหวาดกลัว ถ้าว่าง ๆ ก็ฝึกฝนหน่อย หั่นไม่หวาดไม่ไหว จนจะเป็นกระสอบทรายแล้ว นายรีบเลยนะ รีบทำงานก่อนเลย เสี่ยวปิ่ง พวกนายช่วยเขาไปก่อนนะ ได้เลย เลี่ยวหราน นายมานี่หน่อย ฉันมีเรื่องจะบอกนายหน่อย ทำงานก่อนนะ งั้นนาย บรรจุของพวกนี้ก็พอแล้ว ขอบคุณครับ
มาช่วยตรงนี้ ลำบากเลยนะ มีอะไรเหรอลุง มีเรื่องจะบอกนาย ลุงว่ามา นายรู้จักเว่ยฉีไหม ผมรู้จัก ฉันเจอเขา ไม่ใช่ว่าโดนพวกนายไล่ออกมาหรอกเหรอ โรงแรมก็ไม่มีห้องพัก ฉันเลยรู้สึกว่า ถ้านอนบนถนนคงน่าเวทนามาก ๆ ฉันเลยพาเขามาที่บ้านของพวกเราแล้ว เขามาค้างคืนที่บ้านลุงเหรอ ตอนที่กินข้าว พูดกับย่าของเราแล้วเรียบร้อย ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร สุดท้ายวันที่สอง แม่ฉันก็พูดกับฉันว่า พูดว่า เขาจะจ่ายหนี้แทนน้องเล็ก เขาจ่ายหนี้แทนเฉิงซู โฮมสเตย์นี้มีความหมายอะไรต่อเขาเหรอ ฉันเลยรู้สึกว่าเรื่องนี้ มันน่าจะเป็นการตัดสินใจของแม่ฉัน คุณน้าคิดจะทำอะไรครับ พูดถึงอะไรนะ การแปลงหนี้เป็นทุน แล้วโอนถ่ายสิทธิของผู้ถือหุ้น ยังไงก็ตามฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้ เฉิงซูไม่น่าจะยอมรับแน่ ๆ ถูกไหมล่ะ ขอโทษแล้วกันนะ ติดหนี้เป็นเวลานานขนาดนี้ โอเค ๆ เรียบร้อย ได้รับแล้ว ๆ ได้รับแล้วนะ ได้รับแล้ว คนที่ไม่เชื่อที่สุดก็เขาล่ะ ดีใจแล้วสินะรอบนี้ ใช้หนี้แล้ว คุณใช้หนี้แล้ว อย่าดีใจเร็วไปละ บ้านพวกคุณยังติดเงินกู้อยู่นะ บ้านฉันติดเงินกู้อะไร ไม่มีแล้ว เงินกู้ที่เอาบ้านไปจำนำไง เอาบ้านไปจำนำอะไร ฉันจะเอาบ้านอะไรไปจำนำ คุณจะมีบ้านสักกี่หลังเชียว
ก็มีแค่หลังนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมล่ะ เรื่องจริงเหรอ คุณไม่รู้หรือไง ฉันไม่รู้เลย ใครเป็นคนกู้ ผมก็ไม่ได้รู้อะไรมาก ผมแค่พูดปากต่อปาก ไม่ได้สิ ๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คุณจะมาพูดปากต่อปากไม่ได้ คุณบอกฉันมา ใครเป็นคนกู้ กู้ไปเท่าไหร่ ตาเฒ่าบ้านคุณ เอาบ้านไปกู้เงินกับธนาคารแล้ว ลูกสาวผมทำงานอยู่ที่นั่น เขาเป็นคนจัดการตามขั้นตอนให้ ถ้างั้นกู้ไปเท่าไหร่ ก็หลายแสนอยู่นะ คุณน้า ผมจะลองกลับไปถามให้คุณแล้วกัน คุณบอกว่าผมปากมาก ผมนี่นะ คุณน้า คุณน้า คุณอย่าพึ่งโมโหนะ อย่ากังวลไป นี่มันเกิดอะไรขึ้น เธอกลับไปก่อนเถอะ [เถ้าแก่] [เถ้าแก่] คุณน้าครับ คุณน้าครับ อย่าโมโหไปเลยครับ พ่อฉันโทรมา รับสายก่อนนะ พี่รับสายเถอะ ๆ ว่าไง พ่อ แม่แกโทรหาฉันเมื่อกี้ โทรมาหลายรอบเลย แกรู้ไหมว่ามีเรื่องอะไร แม่โทรหาพ่อ แล้วมาถามผม ผมจะรู้ได้ไง พ่อก็ไปถามแม่เลยสิ แสบแก้วหูกันพอดี อย่าพึ่ง ๆ ๆ พ่อ
นี่ก็ใกล้จะปีใหม่แล้วนะ กลับมาอยู่บ้านสักสองวันจะได้ไหมล่ะ หลบแม่ไปตลอดไม่ได้หรอก จะหลบไปทั้งชีวิตเลยเหรอ แกมีเรื่องอะไรไหม ถ้าไม่มีอะไร ฉันวางนะ อย่า ๆ ๆ อย่าพึ่งวาง มีเรื่องจะบอกพ่อจริง ๆ เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ เฉิงซูเปิดโฮมสเตย์แล้ว มีลูกค้ามาหลายกลุ่มเลย แล้วทีนี้ วัตถุดิบมันตกหล่นไป พ่อช่วยล่าสัตว์ สักอย่างให้น้องหน่อยได้ไหม ได้ ๆ งั้นแกก็ไปถามเขา กระต่ายป่า ไก่ป่า กวางโร กวาง ถามเขาว่าอยากได้อะไร สันในกวาง สันในกวางเหรอ พ่อ เอาเป็นสันในกวาง เอาแค่สันในก็พอ ถ้าแกอยากได้แค่สันใน แล้วจะทำยังไงกับส่วนอื่นล่ะ ก็สิ้นเปลืองหมดเลยน่ะสิ สิ้นเปลืองไม่ได้นะ ๆ เอางี้พ่อ พ่อเอามาให้หมด แล้วพอได้สันในมาใช้แล้ว ส่วนอื่นผมจะหาทางขายให้ โอเคไหมล่ะ โอเค วางแล้วนะ คุณน้า อ้าปากหน่อยครับ คุณน้าเป็นยังไงบ้าง พวกเราไปโรงพยาบาลกันดีกว่าไหมครับ ไม่ต้อง น้านอนพักสักหน่อยก็คงดีขึ้น คุณน้า ถ้าไม่สบายจริง ๆ ล่ะก็
ต้องบอกผมนะ ผมจะพาไปโรงพยาบาล อย่าดื้อไปเลยครับ รู้แล้ว ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก คุณน้าครับ จริง ๆ แล้ว เรื่องอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรรีบโมโหไปนะครับ ร่างกายจะตึงเครียด เรื่องที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ ไม่นับว่าเป็นเรื่องหรอก จะให้พูดก็ เงินเล็กน้อยแค่นี้ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาอะไรครับ เข้าใจแล้ว สบายใจเถอะ พ่อหนุ่ม คนแก่คนนี้ ไม่ทำให้ฉันโมโหจนตายหรอก ชะตาของฉัน ออกจะแข็งปานนี้ ตาแก่คนนั้น ทั้งชีวิตเขาน่ะ นอกจาก ไม่กล้าฆ่าคน กับ วางเพลิงแล้ว ก็ไม่มีเรื่องไหนที่เขาไม่กล้าทำอีกแล้ว เธอดูสิ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เขาไม่ปรึกษาใครทั้งนั้น ทำให้ฉันโมโหสุดขีดเลย จริงครับคุณน้า ผมเองก็ดูออก ในบรรดาลูกทั้งสามคน ลุง คนที่เจ็บปวดที่สุด คือเฉิงซู พ่อเขาตามใจจนเคย ใครพูดก็ไม่ฟังเลย มีแต่พ่อพูดคนเดียวถึงจะฟัง คุณน้าครับ จริง ๆ เฉิงซู เธอเป็นคนดีเลยทีเดียว ตอนที่เขาถ่ายละครก็เป็นที่ชื่นชอบ กับคนงานที่เธอเคยร่วมงานด้วย ก็ชอบเธอกันมากเลย ให้ข้อมูลติดต่อกับเธอไว้ทั้งนั้น พ่อหนุ่มคนนี้นี่ช่างใสซื่อซะจริง
จัดการไม่ได้หรอก ที่เธอช่วยคืนหนี้แทนเขา เขาต้องไม่ยอมแน่ น้าจะบอกอะไรให้ เขาไม่ให้เธอทำแบบนี้แน่ ๆ คุณน้าครับ คุณน้า เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นกังวลไป สัญญานี้ที่พวกเราเซ็นไป มันจะมีผลบังคับใช้ตามกฏหมายครับ ต่อให้เฉิงซูโมโหแค่ไหน ก็ไม่ทำให้เธอกลับคำได้ง่าย ๆ – งั้นเหรอ – ใช่ครับ มีผลทางกฏหมายเหรอ มีผลสิครับ ดีมากเลย เรียกรถให้น้าที เราขึ้นเขาไปบอกให้เขารู้ตอนนี้เลย ไม่ต้อง ๆ คุณน้า ๆ ๆ ตอนนี้ร่างกายคุณน้าเป็นแบบนี้ นอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านดีกว่านะครับ เธอจะไปคนเดียวเหรอ ผมไปคนเดียวได้ครับ พ่อหนุ่ม เธอไม่รู้จักเขาซะแล้ว เขาพูดจาไม่เหมาะไม่ควรขึ้นไป เขากินหัวเธอได้เลยนะ น้าไปเอง น้าจะยืนแบบไม่พูดอะไรสักคำเลย ดูสิเขาจะกล้าพูดอะไรได้ ไปเถอะ ฉันใส่เสื้อคลุมก่อน ได้ครับ ที่ห้องนั้น งั้นคุณน้าครับ ถึงที่นั่นแล้วอย่าโมโหไปเลยนะครับ ไม่ได้หรอก คุณน้าต้องคุมอารมณ์ไว้ ฉันบอกนายเลย พ่อเราเรื่องอื่นอาจจะไม่ได้เรื่อง แต่เรื่องล่าสัตว์นี่ที่หนึ่งเลย พูดจริงนะ ความสามารถเขาน่ะ เข้าป่าไป ด้วยมือเปล่า ไม่พกปืน
ตอนปีนั้นที่ข้าวยากหมากแพง บ้านเรามีเนื้อกินไม่ขาดเลย เป็นที่พ่อล่ามาได้ทั้งนั้น เป็นอะไรไป เสี่ยวเลี่ยว ตกใจเลยเหรอ เปล่าครับ พี่ ผมคิดว่า ถ้าเกิดเว่ยฉีมาคนเดียว ก็ยังพอรับมือได้ ถ้าเกิดคุณน้ามาด้วยละก็ จะอยู่ยังไงกันละเนี่ย ควรอยู่ยังไง ก็อยู่อย่างนั้นแหละ นายกลับไป แล้วรีบพาเฉิงซู ไปหลบข้างนอกสักสองวันนะ ไม่ต้องปะทะกับแม่ฉัน ก็เรียบร้อยแล้วไหม นายต้องคิดทำความเข้าใจเรื่องนี้ ร้านนี้ พวกนายยังอยากทำอยู่ไหม ถ้าพวกนายยังอยากทำอยู่ พวกนายต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อสู้กับอำนาจมืดให้มันถึงที่สุด เข้าใจแล้วครับพี่ อดทนไว้ น้องชายคนเก่ง มีนายอยู่ ไม่ถึงตายหรอก พี่หราน ว่าไง หยิบของเสร็จแล้วครับ จัดเสร็จแล้วเหรอ โอเค ๆ ๆ ๆ โอเคเลย ใช้ได้ ๆ ประธานเซี่ย คุณอยู่ที่ไหนน่ะ ฉันอยู่บนทางที่ไปโรงงานแล้ว ทำไมเหรอ หาประธานเลี่ยวเจอแล้วครับ จริงหรือเปล่า เขาอยู่ที่ไหน ผมเห็นจากในอินเทอร์เน็ตครับ เขาเป็นเชฟอยู่ที่โฮมสเตย์ในตงเป่ย มีรูปถ่ายกับลูกค้าด้วยครับ คุณลองดูสิ ผมส่งไปให้แล้ว เชฟเหรอ
นายจองตั๋วให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะไปหาเขาที่นั่น ครั้งนี้เอาเป็นการลักพาตัว ต้องลักตัวเจ้านี่กลับมาให้ได้ พี่หราน เป็นอะไรเหรอ ไม่ได้เป็นอะไรนะ เป็นไปไม่ได้ สีหน้าพี่ออกหมดแล้ว มีเรื่องอะไรแน่ ๆ คงเพราะค่อนข้างเหนื่อยมั้ง วันนี้เราก็ราบรื่นดีไม่ใช่เหรอ หรือเพราะว่า พี่เมียเขาพูดอะไรกับพี่ ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ลิ่วจื่อ นายอย่าพูดแบบนี้บ่อยนักสิ เรียกจนติดปาก ให้เฉิงซูได้ยินเข้า ฉันคงเขินไปหมด ยังต้องเขินอายอะไรอีก ♫อยากก้าวผ่านความยากลำบากไปกับคุณ♫ ♫อยากชมหมู่ดาวด้วยกันกับเลี่ยวหราน♫ เงียบไปเลยนะ ถ้ายังพูดจาบ้าบอแบบนี้อีก ก็จะอดได้โบนัสกันหมดนะ ออกไปช่วยยกหน่อยสิ นี่นายเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น โดนซ้อมมาเหรอ ทำยังไงเนี่ย ได้รับบาดเจ็บด้วย เรื่องจัดการคนพเนจรนิดหน่อย จบเรื่องไปแล้ว ไม่ต้องถามแล้ว รีบไปยกผักเถอะ พี่หรานล่ะ อยู่ข้างนอกนู่น ไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ไม่เชื่อ ไปกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย พี่หราน เร็ว ๆ หน่อย ไปช่วยเขา – เร็วเข้า ๆ – ช่วยเปิดประตูให้ฉันหน่อย
– บนรถยังมีอีก – พี่หราน ๆ ช้าหน่อย ฉันช่วยนายนะ ๆ ไม่ต้องหรอก ฉันถือเองได้ วันนี้เกิดอะไรขึ้นเหรอ ก็ราบรื่นดีนะ ไม่ใช่ ลิ่วจื่อเป็นอะไรไป ก็ไม่ได้เป็นอะไรนะ ก็แค่ทะเลาะกับคน ตอนเด็ก ๆ ขาดความรักน่ะ เธอก็อย่าถามมากเลย ช้า ๆ หน่อย ระวัง หัวมุมน่ะ ระวัง ไป บอสไม่ต้องมาจับเลย มาฉันเอง นายมาทำไมกัน บาดเจ็บจนเป็นแบบนี้แล้ว ไม่ไปพักซะก่อน ไม่เป็นไร บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่เป็นไร ระวังเอว ช้าหน่อย งานแค่นี้สบายมาก ระวังหน่อยสิ วันนี้ราบรื่นดีไหม ก็โอเคนะ เนื้อวัวกับผักสดได้มาเกือบครบ อีกเดี๋ยวพ่อเธอจะส่งเนื้อสัตว์ที่ล่ามาให้ ก็น่าจะพอแล้ว เหนื่อยหรือเปล่า อะไรจะอ่อนโยน เพียบพร้อมขนาดนี้เนี่ย ทำไมล่ะ ฉันพูดของฉันเอง ไม่ได้พูดถึงพี่นี่ ไปที่ชอบเถอะจ้ะ ให้ไวเลย แล้วที่นี่เป็นยังไง ราบรื่นดีใช่ไหม ก็โอเคนะ
อะไรที่ต้องจัดการ ฉันก็จัดการหมดแล้ว ในห้องโถงใหญ่มีเรื่องที่นั่ง ต้องให้คุณตัดสินใจ เรื่องพวกนี้ฉันไม่รู้ ไม่งั้นก็ จัดเป็นสามโต๊ะไปก่อน แล้วก็อย่าแออัดมากไป ลูกค้าจะคุยกันไม่สะดวก งั้นฉันไปบอกพวกเขาสักหน่อยนะ เดี๋ยวก่อน มีเรื่องหนึ่ง อีกเดี๋ยวเธอต้องช่วยฉันทำหน่อย เรื่องอะไรเหรอ เนื้อหมูยังได้ไม่ครบ ฉันได้ยินมาว่า ในหมู่บ้านของเจ้าตุ๊ต๊ะมี อีกเดี๋ยวเธอออกไปกับเจ้าตุ๊ต๊ะหน่อยสิ เอาเนื้อหมูกลับมาหน่อยนะ ยิ่งเร็วยิ่งดี ไม่ต้องหรอก หมู่บ้านนั้นเจ้าตุ๊ต๊ะโตมา เขาไปเองคนเดียวก็ได้ เจ้าตุ๊ต๊ะ ว่าไงจ๊ะ ไม่เป็นไร เธอทำงานเธอต่อไปเถอะ เธอไปด้วยกันกับเขาเถอะ ทำไมกันล่ะ เจ้าตุ๊ต๊ะเป็นเด็กสมองทึบ กลัวเขาคนเดียวจะจัดการได้ไม่เรียบร้อย เธอไปกับเขาเถอะ ไม่จำเป็นจริง ๆ ก่อนหน้านี้เจ้าตุ๊ต๊ะเคยร้องเพลงระบำ สลับแสดงของตงเป่ย มาแล้ว วิ่งรอกออกงานด้วย ประสบการณ์ทางสังคมมากกว่าฉันเยอะเลย ไม่ใช่ เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ สำคัญมาก ๆ เธอไปเถอะ นี่ นาย ไม่ใช่ว่ามีเรื่องอะไรปิดบังฉันอยู่นะ ฉันจะไปมีเรื่องปิดบังเธอได้ไง เป็นเรื่องของเนื้อหมูจริง ๆ นายบอกมาซะดี ๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมต้องให้ฉันไปที่อื่นด้วย
มา เราออกไปคุยกันข้างนอก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย ไม่มีอะไร พวกนายทำงานของพวกนายไป – มีเรื่องอะไรกันเนี่ย – มาเถอะ ๆ ๆ