EP.11 (FULL EP) | ที่พักแห่งหัวใจ (Life is a Long Quiet River) ซับไทย | iQiyi Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] ♫ ในที่สุดก็มีคำตอบ ที่ที่ทำให้ฉันสุขใจก็คือบ้าน ♫ [ที่พักแห่งหัวใจ] [ตอนที่ 11] การใช้ชีวิตน่ะ ก็ต้องสู้ด้วยปัญญาและความกล้า โดยเฉพาะพ่อตาแม่ยายกับลูกเขย พ่อแม่สามีกับลูกสะใภ้ ล้วนเรียกว่าพ่อ แม่ แต่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเลย มันน่าอึดอัดที่สุดแล้ว ทุกคนล้วนไม่อยากถูกรังแก บางครั้งก็ไม่แน่ใจจริง ๆ ว่า ใครรังแกใครกันแน่ ถึงยังไงผมก็ไม่เคยคิดจะรังแกเธอนะ กลับยินดีที่จะเข้าใจเธอ คุณกลัวว่าเธอจะพาหลานชายไป เธอก็กลัวว่าจะถูกคุณไล่ออกไป ชีวิตแบบนี้ เหนื่อยทุกคน ทรมานกันหมดนะ ก็นั่นน่ะสิ เขายังถามอะไรอีก คุณปู่ยังถามผมว่า คืนนี้แม่นอนกี่โมง โทรศัพท์จนดึกใช่หรือเปล่า แล้วยังถามอะไรอีก คุณปู่ยังถามผมว่า แม่เคยพูดว่า อยากออกจากที่นี่ไปอยู่ที่อื่นไหม แล้วลูกพูดว่ายังไง ผมบอกว่าแม่ไม่อยากไปจากที่นี่หรอก แม่แค่กลัวว่าจะถูกพวกปู่ไล่ออกไป ลูกตอบเขาแบบนี้เหรอ ผมไม่ได้พูดผิดสักหน่อย แม่กลัวว่าพวกเขาจะไล่แม่ไปชัด ๆ ผมยังได้ยินแม่คุยกับน้าเล็กว่า เช่าบ้านข้างนอกแพงมาก แม่ไม่มีเงิน แต่ลูกก็จะบอกเรื่องพวกนี้กับเขาไม่ได้นะ ต่อไปถ้าเขาถามลูก ลูกก็บอกว่า ผมไม่รู้ ปู่ไปถามแม่สิครับ เธอไม่เห็น ท่าทางที่แจ็คหลิวโมโหจนเป็นบ้า เขาด่าซุนฉีซะยกใหญ่

    เกือบจะด่าคำหยาบออกมาแล้ว จริงเหรอ เขาคิดว่าฉันไม่รู้ว่า เขาดึงตัวซุนฉีไปเป็นพวกตั้งนานแล้ว คนที่ทำงานให้ฉัน ถ้าแม้แต่ประวัติฉันยังไม่รู้ ฉันคงถูกเขาแทะ จนไม่เหลือกระดูกไปนานแล้ว ครั้งนี้ ฉันก็แค่ยิงหลอก ๆ ไปนัดเดียว เปิดช่องโหว่ให้เขา คิดไม่ถึงว่าเขาจะตกหลุมพรางจริง ๆ คนโง่เนี่ย ช่วยไม่ได้จริง ๆ แต่ว่าครั้งนี้ ฉันต้องขอบคุณเธอจริง ๆ ถ้าไม่ใช่ความร่วมมือของเธอ ฉันก็คงล้มเขาไม่ได้จริง ๆ คุณเกรงใจอะไรกับฉันคะ อาจารย์ ฉันคิดว่าแก้แค้นเขานิดหน่อย ก็ดีนะ คุณก็รู้นี่คะ เขาคนนั้นปากร้ายมาก พูดจาเหลวไหลไปทั่ว ทำลายชื่อเสียงของฉัน ควรจะให้เขาลำบากหน่อย ชิงอวี๋ โปรเจกต์ของบริษัทอาร์เอ็นซีครั้งนี้ เธอช่วยพิจารณาอ้ายเหมิง ของพวกเราหน่อยได้ไหม เธอดูสิ พวกเราสนิทกันขนาดนี้แล้ว เธอก็ไม่ต้องกังวลอะไร ถ้าเธอคิดว่า มีตรงไหนที่พวกเราทำไม่ดี เธอก็พูดมาตรง ๆ ฉันจะกลับไปปรับทันที พูดจากใจนะคะ อ้ายเหมิงเป็นบริษัทที่ คนในวงการหวังเอาไว้มาก แล้วคุณก็เป็นอาจารย์ที่พาฉันเข้ามาทำงาน ไม่ว่าเรื่องงานหรือส่วนตัว ฉันก็ไม่ควรปฏิเสธ แต่ว่า ตอนนี้เรื่องมาถึงขั้นนี้

    ถ้าจู่ ๆ พวกเราบอกว่าจะร่วมมือกับอ้ายเหมิง ก็ต้องมีคนเดาว่า พวกเราแอบใช้วิธีสกปรกจริง ๆ หรือเปล่า เดิมทีเป็นข่าวลือ แต่ทำซะเหมือนเป็นเรื่องจริง สำหรับคุณกับฉัน และบริษัทของพวกเราล้วนไม่มีผลดี เอาอย่างนี้ไหมคะ อาจารย์ ครั้งหน้าพวกเราค่อยหาโอกาสร่วมมือกัน ดีไหมคะ กู้ชิงอวี๋ก็คือกู้ชิงอวี๋ ทำเรื่องอะไรก็ไม่มีช่องโหว่แม้แต่นิดเดียว ทำอย่างรอบคอบ ที่จริงครั้งนี้ ผู้ชนะที่ใหญ่ที่สุดคือเธอ เอาเถอะ งั้นฉันก็จะรอคอยความร่วมมือ ครั้งต่อไปของพวกเรา แน่นอนค่ะ คุณปู่ คุณปู่คะ มา ๆ ๆ เร็วค่ะ ๆ ๆ วันนี้คุณมีลาภปากแล้ว วันนี้ทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้คุณ เส้นหมี่ผักกาดขาว ดีจัง ๆ รากบัวนี่ทอดใหม่ ๆ เลยนะคะ คุณรีบกิน ทำไมหน้าคุ้น ๆ จัง ลูกชายคุณเหรอ ผมนึกออกแล้ว วันที่ซื้อบ้านวันนั้น ก็คือคุณนี่เอง วันนี้ไม่ต้องหนีแล้ว ผมจะบอกคุณให้นะ ผมก็ว่าทุกวัน พ่อผมไม่กินอาหารดิลิเวอรีดี ๆ จะกินแต่ของเลอะเทอะ ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้

    อะไรที่เรียกว่าไม่รู้ที่มาที่ไป เธอเป็นนักต้มตุ๋น ฉันไม่ใช่นะคะ เธอเป็นนักต้มตุ๋นจริง ๆ ฉันไม่ใช่จริง ๆ เธอหลอกอะไรฉัน คนแก่อย่างฉันมีอะไรน่าหลอก เธออาจจะใส่อะไรบางอย่าง ลงไปในกับข้าวของพ่อได้นะ ฉันเปล่านะ ถึงตอนนั้นถ้าคุณทำให้พ่อสลบ ก็ยกเค้าของในบ้านนี้ได้สะดวกเลยใช่ไหม ฉันไม่ใช่คนแบบนี้นะ ฉันกินข้าวเธอมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว แกเห็นฉันสลบหรือเปล่า พวกเธอมีกลอุบายนะ ฉัน ผมจะบอกพ่อให้ เธอทำให้พ่อเชื่อใจก่อน แล้วพอรู้สถานการณ์ของพ่อแล้ว ถึงตอนนั้นเธอก็จะลงมือกับพ่อ ผมจะบอกพ่อให้นะ ฉันยินดีให้เธอหลอก แกทำได้หรือเปล่า แกรู้จักแต่สั่งอาหารให้ฉัน ถ้าเป็นแบบนี้ ลูกชายคนนี้ฉันไม่เอาแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกเอาเงินมาให้ฉัน ซื้ออาหารของเธอ ดีหรือเปล่า เสี่ยวเฝิง ไม่ดีค่ะ ๆ ๆ ฉันไม่เอา ผมจะแจ้งตำรวจ อย่านะ ๆ ๆ ผมจะแจ้งตำรวจ คุณโทรไม่ได้นะ คุณอย่าแย่งโทรศัพท์ผมสิ ฉันไม่ใช่จริง ๆ อย่าแย่ง อย่าแย่ง คุณปู่ คุณรีบบอกเขาสิคะ คุณอย่ามาหาโอกาสนะ ผมจะบอกคุณให้

    [ขาเข้าระหว่างประเทศ ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน] เป็นไกด์มาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่กลับประเทศแล้วมีคนมารับ อีกหน่อยคุณจะค่อย ๆ ชินไปเองค่ะ [ตี๋เฉี่ยวแบรนด์ชั้นนำนำเข้าแคลเซียม] สองวันนี้ยุ่งไหม พอไหว ซือหยวน แม่ นี่ใครเหรอ [หลันเหรินหลี่] นี่เป็นเพื่อนของผมครับ แกมีแฟนจริง ๆ เหรอ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ ทำงานอะไร ขับรถอะไร หน้าตาเป็นยังไง สวยไหม ฉันถาม หรือว่าคุณถาม ผมช่วยเทน้ำให้คุณนะ เป็นแฟนแกจริง ๆ เหรอ เป็นเพื่อนบ้านเก่าของเรา เพื่อนร่วมชั้นมัธยมต้นของผม เพื่อนบ้านเก่า ใครเหรอ [นี่เป็นเพื่อนของผมครับ] [นี่คือแม่ผม] [สวัสดีค่ะคุณน้า] เพื่อนเหรอ เพื่อน เพื่อนแบบไหนเหรอ ฉันคิดว่าไม่ดี ทำไมล่ะ เดิมทีบ้านเธอ หลังจากมาถึงเซี่ยงไฮ้ก็เช่าบ้านของเรา เช่าห้องที่หันไปทางเหนือ ทั้งวันไม่โดดแดดเลย พื้นที่ก็เล็กที่สุด วางได้แค่เตียงใหญ่หลังเดียว คุณช่วยทำความเข้าใจหน่อย ตอนนี้เธอเป็น ผู้บริหารบริษัทต่างประเทศ คุณยังไม่พอใจอีกเหรอ เมื่อก่อนคุณมีชีวิตที่ดีแค่ไหน

    แต่คุณดูสิพวกเราตอนนี้ ใช้ชีวิตแบบไหน อะไรคือตอนนี้พวกเราใช้ชีวิตยังไง ความภาคภูมิใจของคนเรายังไงก็ต้องมีนะ ความภาคภูมิใจกินได้เหรอ ตื่นได้แล้ว ฉันจะบอกคุณให้นะ กว่าจะมีแฟนสักคน ให้ฉันกินยาทุกวัน ฉันว่าคุณเป็นบ้าไปแล้ว ตื่นได้แล้ว แม่คุณถามอะไรคุณหรือเปล่า ไม่ได้พูดอะไรนะ ฉันแค่รู้สึกว่า มีผู้หญิงคนแปลกหน้ามาส่งคุณกลับบ้าน แล้วเธอไม่ถามคุณเหรอว่าเป็นใคร แม่ผมคนนี้น่ะ เธอมักจะไม่สนใจอะไร ไม่ถามหรอก เธอไม่ได้ถาม ผมก็ไม่ได้พูด แล้วเดี๋ยวคุณจะทำอะไรเหรอ เธอคิดว่า ทำไมเขาไม่แนะนำฉันให้แม่เขารู้จักเหรอ เพราะกะทันหัน ยังคิดไม่รอบคอบ หรือว่ามีเหตุผลอื่น [ฉันบอกเธอทางโทรศัพท์ดีกว่า] ฮัลโหล [นี่ก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ] [ฐานะของเขากับเธอต่างกันมาก] [ความน้อยเนื้อต่ำใจนั่น] [จะทำให้เขาพะวักพะวน] ตัดสินใจไม่ได้หรอก เธอคิดว่าเธอกำลังคบกับเขาอยู่ แต่ทางนั้นไม่แน่ว่า อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางก็ได้นะ [เขาทั้งไม่แน่ใจในตัวเธอ] [แล้วเขาก็ไม่แน่ใจในตัวเองด้วย] [ในสถานการณ์แบบนี้] [เขาจะกล้าหาเรื่องใส่ตัว] [แนะนำเธอให้แม่เขาได้ยังไง] เธอคิดว่าเขาไม่แน่ใจในตัวฉันเหรอ งั้นก็คือ ฉันไม่ได้แสดงออกกับเขาให้ชัดเจน ดังนั้นเขาทำเพื่อเคารพฉันและปกป้องฉัน [ดังนั้นถึงไม่ได้พูดให้ชัดเจน] งั้นฉันควรจะกระตือรือร้นกว่านี้หน่อย รุกกว่านี้หน่อยไหม กู้ชิงอวี๋ เธออย่าฟังอะไรแค่ครึ่งเดียวสิ เธอนี่แปลกจริง ๆ นี่ [ฉันหมายความว่า]

    [เขามีความเป็นไปได้] [แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขามีอะไร] ฉันไม่คุยกับเธอแล้วนะ หรือว่าเขามีของตัวเอง… ทำไมเหรอ เกิดอะไรขึ้นเหรอ จู่ ๆ ฉันก็มีความคิดหนึ่ง ความคิดอะไรเหรอ ฉันสวยไหม สวยสิ งั้นฉันน่ารักไหม คุณน่ารักแน่นอน งั้นฉันเหมาะที่จะเป็นภรรยาไหม อืมคืออะไร ก็ต้องดูว่าเป็นภรรยาของใคร หลินชิงเสียทุกคนล้วนรักเธอ แต่มีกี่คนที่จะกล้าแต่งงานกับเธอ เพราะเธอยอดเยี่ยมเกินไป งั้นคุณกำลังปฏิเสธฉันเหรอ ไม่ใช่ ผมหมายความว่า ผมกลัวว่าคุณจะเสียเปรียบ เสียเปรียบหรือเปล่าฉันตัดสินใจเอง ผมบอกคุณแบบนี้แล้วกัน ถ้าหาก ยกตัวอย่างนะ ถ้านับนิ้วคิดดูดี ๆ ให้ผู้ชายทั้งเซี่ยงไฮ้ยืนเข้าแถว แขวนป้ายไว้ที่หน้าอก ข้างบนเขียนคะแนนเอาไว้ ผมต้องเป็นคนที่อยู่ท้ายแถวแน่นอน ฉันไม่ใช่สัมภาษณ์พนักงาน ฉันเลือกคนรัก จะดูแต่คะแนนไม่ได้ ใช่ จะดูแต่คะแนนไม่ได้ แต่ว่า คะแนนก็สำคัญมากนะ ฉันเป็นผู้สัมภาษณ์ ฉันมีสิทธิ์เป็นฝ่ายรุก อีกอย่างฉันยังมีคะแนนความประทับใจ ถ้าไม่ต่างกันมากนัก แน่นอนว่าสามารถ เพิ่มคะแนนความประทับใจได้ แต่คะแนนของผมต่ำเกินไป ผมไม่ได้มีความหมายอื่น ผมคิดในมุมมองของคุณทั้งหมด ผมคิดว่าช่วงนี้คุณสูญเสียน้องชายไป อารมณ์ยังไม่ค่อยมั่นคง ดังนั้นจู่ ๆ ถึงอยากจะแต่งงาน

    ผมเป็นผู้ชาย ผมไม่มีอะไรเลย ต่อให้… ผมก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร แต่คุณไม่เหมือนกัน ผมไม่อยากให้คุณได้รับความเจ็บปวดใด ๆ [หลี่อันนี] [รับ ปฏิเสธ] [หลี่อันนี] ฮัลโหล ในที่สุดเธอก็รับโทรศัพท์สักที อันนี เธอมาแล้วเหรอ เดี๋ยวก่อนนะ ขอโทษนะ ฉันโทรศัพท์ก่อน ไม่เป็นไร โทรศัพท์หาตั้งนานเธอก็ไม่รับ [เมื่อกี้ฉันปิดเสียงโทรศัพท์น่ะ] [ทำไมเหรอ] ไม่มีอะไร เมื่อกี้ฉันก็แค่รู้สึกว่า เธอรีบร้อนขนาดนั้น [เธอคงไม่ได้ไปขอเขาแต่งงานหรอกนะ] เปล่านี่ จะเป็นไปได้ยังไง ฉันจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบนั้นได้ยังไง [จริงเหรอ] จริงแน่นอน ฉันไม่ใช่เด็กสาวสักหน่อย ยังไงฉันก็รู้จักเธอดี พอเธอวู่วามขึ้นมา บางครั้งก็เหมือนคนโง่เลย ฉันกลัวจริง ๆ ว่าอยู่ ๆ เธอจะเป็นบ้า [แล้วร้องห่มร้องไห้] [ไปเกาะติดเขาเข้าน่ะ] [ไม่ใช่จริง ๆ] ฉันจะถามเธออย่างจริงจัง เป็นครั้งสุดท้ายนะ เธอไม่ได้ทำเรื่องโง่ ๆ จริง ๆ ใช่ไหม ไม่ได้ทำ ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว

    ฉันกำลังขับรถอยู่ ฉันวางสายก่อนนะ อะไรนะ [น้ำเต้าหู้][แป้งทอด][ซาลาเปา][ปาท่องโก๋] เธอขอนายแต่งงานเหรอ เบาหน่อยสิ มา ๆ ๆ เสียงดังขนาดนี้ทำไม พูดให้ละเอียดหน่อย พวกนายสองคนเจอกันแค่ไม่กี่วันเอง เธอขอแต่งงานเร็วขนาดนี้เลยเหรอ แล้วผู้หญิงยังเป็นคนพูดอีก ก็นั่นน่ะสิ ดังนั้นฉันเลยไม่ได้รับปาก นายไม่ได้รับปากเหรอ งั้นเธอคงเสียหน้ามากเลยสิ ฉันรู้ ฉันรู้สึกผิดมากเลย แต่ฉันก็รับปากไม่ได้อยู่ดี ก็อย่างที่นายพูด เราเพิ่งเจอกันไม่กี่วัน ก็จะแต่งงานแล้ว แปลกจะตาย ฉันไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็แต่งมาหลายครั้งแล้ว แต่ แต่เธอไม่เหมือนกัน ฉันกลัวว่าเธอจะเสียเปรียบ นายคิดแทนเธอดีนะ ก็ใช่น่ะสิ ต่อให้ไปเจอผู้หญิงบนถนน อยู่ ๆ บอกว่าจะแต่งงานกับนาย นายไม่ต้องเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยเหรอ เรื่องแบบนี้ผู้หญิงวู่วามได้ แต่ผู้ชายไม่ได้นะ เมื่อกี้นายพูดกับเธอแบบนี้เหรอ ประมาณนี้แหละ ถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนี้ ขอแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข สุดท้ายผู้ชายคนนี้ก็พูดเหตุผลมาเป็นกอง ที่จริงมีแค่สองคำ ไม่แต่ง ฉันโมโหขึ้นมา ก็ตบหน้านายไปฉาดใหญ่ ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติดีขนาดนั้น มาขอนายแต่งงาน นายยังงอแงอีก ฉันไม่ได้งอแงนะ การแต่งงานน่ะ เดิมทีก็เป็นการเดิมพันอยู่แล้ว

    สังคมระบบศักดินาเมื่อก่อน พ่อแม่เป็นคนจัดการ สามีภรรยาสองคน ก่อนแต่งงานไม่เคยเจอกันเลย ก็ยังอยู่ด้วยกันตลอดไปได้ แต่ตอนนั้นก็ต้อง สนใจเรื่องฐานะสมกันด้วยนะ ฉันรู้ นายพูดไปพูดมาก็เพื่อเรื่องนี้ แต่ฝ่ายหญิงไม่สนใจแล้ว นายมีอะไรต้องกลัวด้วย นายมีความรู้สึกแบบนั้นกับเธอหรือเปล่า ถ้าไม่มี ก็ถือว่าฉันพูดไปเปล่า ๆ ถ้ามี นายไปสนใจอะไรมากมาย โรมิโอกับจูเลียตเป็นศัตรูกันทั้งตระกูล ก็ยังรักกันเหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ มีอะไรต้องกังวลขนาดนั้น นายคิดว่านายทำเพื่อเธอ ไม่แน่เธออาจจะอยากได้ ความรักบริสุทธิ์ที่ร้อนแรงก็ได้ [ไม่ลืมความตั้งใจแรกเริ่ม ยึดมั่นใจภารกิจ] เสี่ยวกู้ หัวหน้าครับ นี่เป็นสถานการณ์ครึ่งปีแรก ในการปรับปรุงถนนและทางเท้า เขตใหม่ที่คุณให้ผมไปเรียบเรียง ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ โอเค วางไว้ตรงนี้เถอะ ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมไปก่อนนะครับ เดี๋ยวก่อน การกำหนดตำแหน่งงานของปีนี้ ใกล้จะเริ่มแล้ว นายต้องพยายามเข้านะ ได้ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ ฉันกินเสร็จแล้ว ฉันไปก่อนนะ โอเค ได้ข่าวหรือยัง กองข้าง ๆ น่ะ เริ่มใช้การโหวตเลือกกันแล้ว กู้ซิน นายไม่มีปัญหาแน่นอน นายรู้ได้ยังไง ยังต้องพูดอีกเหรอ มันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่เลื่อนขั้นนาย

    จะเลื่อนขั้นฉันเหรอ อย่าพูดแบบนี้เด็ดขาดเลยนะ เพื่อนร่วมงานในกอง ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก็มีตั้งเยอะ ยังไม่ถึงตอนสุดท้าย ผลลัพธ์จะเป็นยังไง ก็ไม่มีใครรู้หรอก พวกนายค่อย ๆ กินนะ ฉันยังมีเอกสารที่ต้องแก้อีก [ยุ่งอยู่ไหม] [ยุ่งอยู่ไหม] [ยุ่งอยู่ไหม] [มีธุระอะไรเหรอ] [ยุ่งอยู่ไหม] [มีธุระอะไรเหรอ] [ตอนเย็นว่างไหม] [ตอนเย็นว่างไหม] [ทำไมล่ะ] [มีธุระอะไรเหรอ] [ตอนเย็นว่างไหม] [ว่างแล้วยังไง ไม่ว่างแล้วยังไง] [ยุ่งอยู่ไหม] [มีธุระอะไรเหรอ] [ตอนเย็นว่างไหม] [มีธุระอะไรเหรอ] [ตอนเย็นว่างไหม] [ไม่ว่าง] [ตอนเย็นว่างไหม] [ไม่ว่าง] [โอเค] ชิงอวี๋ งั้นพวกเรา พวกเธอไปก่อนเถอะ โอเค บ๊ายบาย ไป คุณมาได้ยังไง คุณบอกว่าคืนนี้คุณไม่ว่าง ดังนั้นผมก็เลยมาตอนกลางวัน แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันสักคำล่ะ ถ้าฉันไม่ลงมา คุณก็เตรียมจะรออยู่ที่นี่ทั้งวันเหรอ สภาพแวดล้อมที่นี่ก็ดีนะ ผมมาก็ถือว่าเดินเล่นผ่อนคลายสักหน่อย กินอะไรล่ะ ที่นี่คุณค่อนข้างคุ้นเคย แล้วแต่คุณเลย คุณว่ากินอะไรก็กินอันนั้น ร้านที่ไปครั้งที่แล้ว ฉันจำได้ว่ารสชาติไม่เลวเลย ใช่ พวกนายสองคนไปสั่งอาหารก่อนเถอะ

    ได้ ๆ ๆ ได้ โอเค [ร้านอู่คัง] เรื่องวันนั้นต้องขอโทษด้วยนะ คุณอย่าโกรธเลย โกรธเหรอ ทำไมฉันต้องโกรธด้วย ทำไมคุณคิดว่าฉันจะโกรธล่ะ คุณไม่ได้โกรธก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้น ผมคงรู้สึกผิดมาก ไม่หรอก คุณก็ไม่ต้อง มาเลี้ยงข้าวฉันโดยเฉพาะ ฉันไม่ใส่ใจหรอก อีกอย่างจะบอกให้นะ คุณก็ไม่ใช่ผู้ชายคนแรก ที่ฉันขอแต่งงานสักหน่อย ใช่แล้ว หลายปีมานี้คุณอาจจะไม่รู้ ฉันมีแฟนมาหลายคน หนึ่งปีเปลี่ยนหนึ่งคนประมาณนั้นแหละ อย่างเร็ว สองอาทิตย์ก็เลิกกันแล้ว ดังนั้นฉันไม่ถือสาหรอก อีกอย่างวันนี้คุณ เลี้ยงของอร่อย ๆ ฉันเยอะขนาดนี้ ถือว่าเสมอกันแล้ว มา มาเถอะ พวกเรากินกันเถอะ บังเอิญจัง แฟนใหม่เหรอ ชิงอวี๋ รสนิยมของคุณไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ของที่ไม่มีค่า คุณแย่งเอา ๆ สิ่งที่มีค่าจริง ๆ คุณกลับไม่ถูกใจ ขอแนะนำหน่อยนะ แจ็คหลิว มืออาชีพที่ใส่ร้ายฉันมาสิบกว่าปี จากบริษัทคู่แข่งของฉัน ยินดีที่ได้รู้จัก คุณคนนี้อายุเท่าไหร่เหรอ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่วัยรุ่นนะ เป็นผู้ชายกันทั้งนั้น ผมขอเตือนคุณหน่อยนะ

    ผู้หญิงแบบนี้ อยู่ยิ่งไกลยิ่งดี อย่าเห็นว่าตอนนี้เธอร้อนแรงกับคุณ ไม่ถึงสองเดือน เธอต้องทิ้งคุณแน่นอน แม้แต่เหตุผลที่เลิกกันก็ไม่บอกคุณ ถึงตอนนั้นในสมองของคุณ จะมีแค่ประโยคเดียว เจออันธพาลเข้าแล้ว สหาย ฟังผมนะ อย่าเป็นแพะรับบาปเลย มันน่าเบื่อ วันนี้คุณว่างมากใช่ไหม ใช่สิ เธอก็ให้คุณใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เหมือนกันใช่ไหม แถมยังใส่แว่นกรอบดำอีก ผมพูดถูกด้วยเหรอ – พอได้แล้วน่า – รู้ไหมว่าทำไม ได้ยินมาว่าเธอมีแฟนที่เป็นรักแรก ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ไม่ว่ายังไงก็หาไม่เจอ เธอก็เหมือนคนบ้า เอาแฟนทุกคนของเธอ แต่งตัวตามแบบผู้ชายคนนั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวกับแว่นกรอบดำ เธออายุขนาดนี้แล้ว หาแฟนก็หาแต่คนอายุยี่สิบกว่า เพราะรักแรกในใจเธอ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ตลอด ไม่มีทางแก่หรอก ฟังแล้วรู้สึกขนลุกใช่ไหม เธอเป็นคนโรคจิต หุบปากนะ คุณผู้ชายท่านนี้ น้ำเสียงของคุณเมื่อกี้พูดออกมาฉอด ๆ ที่จริงแล้ว เต็มไปด้วยความเศร้าที่ไม่อาจครอบครอง และความอิจฉาที่มีต่อรักแรกคนนั้น แต่ว่าผมก็เห็นใจคุณมากนะครับ แม้แต่คู่แข่งที่ยังไม่เคยเจอกันของคุณ ก็แพ้ให้กับเสื้อผ้าและสไตล์ของเขาแล้ว แพ้อย่างน่าประหลาดจริง ๆ แต่ว่า ผมก็ต้องขอบคุณคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ผมก็ไม่มีทางรู้เลยว่า ที่แท้ตำแหน่งของผมในใจชิงอวี๋ สำคัญขนาดนี้

    ถูกต้อง ผมคือรักแรกคนนั้น ไม่ใช่ คุณ… คุณเหรอ ชิงอวี๋ ตอนนี้ผมรู้สึกกดดันมาก คุณดีกับผมขนาดนี้ ผมใช้ทั้งชีวิตก็ตอบแทน ความจริงใจที่คุณมีต่อผมไม่หมด คุณอย่าเข้าใจผิดนะ เข้าใจผิดอะไรเหรอ ฉันไม่ได้โรคจิตอย่างที่เขาพูด ผมรู้อยู่แล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวเคยซื้อมาสองสามตัว แต่ฉันคิดว่า ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ก็ธรรมดามากไม่ใช่เหรอ [คาเฟ่โฮริกุจิ] คุณว่าไง ใช่แล้ว อีกอย่างตอนที่เรียน ฉันจำได้ว่าคุณใส่แว่นกรอบดำนั่น ก็ไม่ได้ใส่บ่อย ๆ นี่นา เดี๋ยวใส่เดี๋ยวไม่ใส่ แต่ว่าวันนี้ต้องขอบคุณคุณนะ ขอบคุณอะไรเหรอ คุณช่วยฉันตอกกลับเจ้าคนน่ารังเกียจนั่นน่ะสิ ถ้าคุณไม่อยู่ด้วย ฉันจะต้องรู้สึกอึดอัดมากแน่ แต่คุณวางใจเถอะ ฉันไม่เข้าใจผิดหรอก ถึงแม้ว่าฝีมือการแสดงของคุณจะดีมาก แต่ที่จริงก็ไม่ใช่การแสดงทั้งหมดหรอกนะ ฉันถึงบริษัทแล้ว งั้น คุณดูแลตัวเองด้วยนะ พูดเหมือนเราสองคน จะไม่เจอกันอีกแล้วเลย เปล่านะ เซี่ยงไฮ้ใหญ่แค่นี้เอง อยากเจอหน้ากันก็ต้องมีโอกาสแน่นอน เดี๋ยวฉันมีประชุม งั้นฉันไปก่อนนะ บ๊ายบาย แล้วเจอกันนะ อยู่ อยู่ต่างประเทศ ไม่ ใช่ กู้ซินบอกว่าภรรยาของเธอกำลังคลอด ใช่แล้ว งั้นเหรอ

    ผู้ชายหรือผู้หญิง ขอโทษนะทุกคนที่มาช้า ซุนฉี ซุนฉี เธอมาสักที รีบนั่ง ๆ นั่งสิ ๆ นั่งตรงนี้ ๆ เก็บไว้ให้เธอโดยเฉพาะ รูปร่างยังดีเหมือนเดิมเลยนะ เลิกเว่อร์ได้แล้ว ฉันแก่แล้ว เธออย่านะ ถ้าเธอแก่แล้วพวกเราจะทำยังไง นั่นสิ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นนายเคยจีบเธอ เป็นเรื่องตั้งกี่ปีมาแล้ว ซุนฉี ไม่ใช่ นี่พวกเธอสองคนเป็นอะไรกัน เลิกกันตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเราไม่รู้เลย วันนี้ไม่คุยเรื่องนี้ เขาพาภรรยามาด้วยนะ มาดื่มกันสักแก้วสิ มา มาสิ ได้ ๆ มา กิน หมดแก้ว หมดแก้ว ดื่มหน่อย วันหลังไปเที่ยวที่บ้านนะ ได้ ๆ ๆ ฮ่าวจื่อ นายมาดื่มสักแก้วสิ มาแล้ว มาแล้ว ฉันไปเดี๋ยวนะ ได้ ๆ ๆ กู้ซิน ไม่เจอกันนานเลยนะ ไม่เจอกันนานอะไรกัน ฉันไปงานแต่งงาน ของพวกนายด้วยไม่ใช่เหรอ นั่นสิ

    เธอดูความจำของฉันสิ กู้ซิน นายมานี่หน่อยสิ มานี่ มานี่ ฉันนี่ โอเค ฉันจะบอกนายนะ มานี่สิ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ มานี่ มานี่ มาสิ มานี่ ๆ ๆ ได้ ๆ ๆ มาแล้ว มาแล้ว สวัสดีค่ะ เจ้าสาว ซุนฉี มา ๆ ๆ งานแต่งงานครั้งนั้นของพวกคุณ เป็นงานที่น่าสนใจที่สุด ที่ฉันเคยเข้าร่วมมาในหลายปีนี้เลย ฉันจำได้ว่าการตกแต่งนั่น เหมือนกับวังในเทพนิยายเลย อีกอย่างออกแบบการแสดงก็ดีมาก ทั้งเยอะทั้งน่าสนใจ แล้วอาหารก็อร่อยมาก ชุดแต่งงานนั้นเหมือนว่าอาของฉัน จะหาดีไซเนอร์ฝรั่งเศสมาน่ะค่ะ มิน่าล่ะ ถ้าคุณสนใจ ฉันสามารถให้เขา เอาช่องทางการติดต่อ ดีไซเนอร์คนนั้นกับคุณได้ จริงเหรอคะ แน่นอนสิ ดีจังเลย งั้นเราแอดวีแชตกันเถอะ ได้ค่ะ คุณสแกนฉันสิ สแกนแล้วค่ะ เย่ว์เย่ว์ วันนี้แม่ซื้อกระโปรงมาสองตัว ขึ้นชั้นบนมาช่วยแม่ดูหน่อยสิ ได้ค่ะ พ่อครับ แต่งดอกไม้อยู่เหรอครับ

    คำพูดที่พ่อพูดกับผมครั้งที่แล้ว ผมจดจำไว้ในใจหมดแล้ว พ่อวางใจได้ครับ ผมจะดูแลเย่ว์เย่ว์อย่างดีแน่นอน ดีสิ นายพูดแบบนี้ได้ ฉันปลื้มใจมากนะ แสดงว่าฉันเลือกลูกเขยไม่ผิดจริง ๆ กู้ซิน ทำให้ดีนะ นายจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่ ขอบคุณครับพ่อ [พื้นที่สีเขียว เมืองปินเฟิน] สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีปัญหาใช่ไหม ไม่มีครับ ๆ ๆ ไม่มีปัญหาจริง ๆ ไม่มีปัญหา มีครบหมดเลยครับ มีครบหมดเลยสิ นี่พวกเราดื่มกาแฟมาสองครั้งแล้ว นี่เป็นครั้งที่สามแล้วใช่ไหม ขอโทษครับ ๆ ขอบคุณครับ บังเอิญช่วงนี้หัวหน้าออกไปทำงานต่างเมือง ที่จริงเรื่องของคุณน่ะ ผมจับตาดูอย่างใกล้ชิดที่สุด ใกล้ชิดที่สุด จับตาดูทุกวัน นั่นสิ พวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปีแล้ว ระวังศีรษะนะครับ [สถานีหลงหัวจง] [ธนาคารหวงไห่] [ธนาคารหวงไห่] [เด็กใหม่ก็เป็นแบบนี้แหละ] [รออีกสักพักก็โอเคแล้ว] ฉันจะบอกให้นะ พี่ ฉันไม่กลัวลำบากเลยสักนิด เพียงแต่อาจารย์ของฉันคนนั้น เขาค่อนข้างแปลก เรื่องงานอะไรของฉัน เขาก็ไม่สนใจเลย พอฉันไปถามอะไรเขา เขาก็ตอบสะเปะสะปะ ฉันคิดว่าเขาจงใจทำน่ะ มีประโยคหนึ่งไม่ใช่เหรอ

    สอนศิษย์แล้วอาจารย์อดตาย เขาไม่ยอมสอนทักษะที่แท้จริงให้เธอน่ะสิ ไม่เป็นไร เธออย่าไปสู้กับเขา เธอรอดูสักพักก่อน อร่อยไหม ซุปนี้ อร่อย เลิกเล่นได้แล้ว กลับไปนอน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีกใช่ไหม พี่คะ ต่อไปพี่อยู่บ้านก็ไม่ต้อง เก็บกับข้าวไว้ให้ฉันแล้ว ฉันกลัวว่าพวกเขารู้แล้วจะไม่พอใจ จะเป็นอะไรล่ะ นี่ เหลือของกินไว้แค่นี้ จะมีปัญหาอะไรอีกล่ะ ไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอสักหน่อย เธอกินอย่างวางใจเถอะ อยากกินก็ออกมากินอย่างเปิดเผยสิ หลบอยู่ที่นี่ทำไม อะไรคือหลบอยู่ที่นี่ เธออยากกินไส้กรอกไหม ฉันจะนึ่งไส้กรอกให้ พวกเขาหลบอยู่ข้างใน ดูแลน้องสาวเธอเป็นพิเศษอยู่ ดูแลพิเศษอะไรเหรอ นิ่งเงียบไม่พูดอะไร กินดื่มให้เต็มที่ น่องเป็ดสองน่องนั่น เสือน้อยกินไปน่องหนึ่ง ฉันไม่ได้กิน แกกินหรือยัง ไม่ได้กินนี่ครับ นั่นสิ แน่นอนว่า ต้องเก็บไว้ให้น้องสาวเธอน่ะสิ ยังมีปีกเป็ดด้วย ฉันก็ไม่ได้กินเหมือนกัน แกกินหรือยัง แม่ครับ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ไม่ต้องคิดชัดเจนขนาดนั้นหรอกครับ ช่วงนี้เชี่ยนเชี่ยนทำงานล่วงเวลาบ่อย ให้เธอบำรุงหน่อยก็สมควรแล้วนี่นา ไม่งั้นฉัน ออกไปหาบ้านข้างนอก แล้วย้ายออกไปดีกว่า จะเช่ายังไง จะเอาเงินมาจากไหน ต่อให้เธอเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในอนาคตล่ะ เงินก้อนใหญ่นะ

    ที่เซี่ยงไฮ้ได้อยู่บ้านแบบนี้ ก็ต้องจุดธูปขอบคุณสวรรค์แล้ว เธออย่าคิดมากไปเลย เขาจะว่าอะไรก็ช่าง เนื้อไม่ได้หายไปสักหน่อย เชี่ยนเชี่ยน เธอต้องสู้นะ ตั้งใจทำงาน อนาคตเก่งกล้าสามารถแล้ว ก็จะไม่ถูกคนอื่นดูถูกแล้ว [ถนนอันหัว] เร็วค่ะ ๆ ๆ มาแล้ว มา ๆ ๆ วันนี้เอาอะไรอร่อยมาให้ฉันเหรอ วันนี้ทำเนื้อนึ่งให้คุณ ต้มจืดฟัก แล้วก็ผัดไข่ เร็ว มา ๆ ๆ ให้เงินเธอนะ ฉันไม่มีทอนค่ะ ตอนนี้ใครยังพกเงินสดกันล่ะ ไม่เป็นไร ถือว่าให้เธอล่วงหน้าสองวันแล้วกัน เธอนี่แหละครับ เธอก็คือนักต้มตุ๋นคนนั้น สวัสดีครับ คุณคือเฝิงเสี่ยวฉินใช่ไหมครับ [ตำรวจ] มีคนรายงานว่าคุณฉ้อโกง ไปกับพวกเราหน่อยได้ไหมครับ [สถานีตำรวจถนนว่านจื่อ] สหายเร็วหน่อยได้ไหม ยังต้องรออีกนานแค่ไหน คุณดูอันนี้หน่อย ถ้าไม่มีปัญหาก็เซ็นชื่อพิมพ์ลายนิ้วมือตรงนี้ แล้วหนึ่งร้อยหยวนนั่นเกิดอะไรขึ้น ค่าอาหารที่เขาให้ฉันค่ะ หนึ่งมื้อหนึ่งร้อยเหรอ ไม่ใช่ คือสามมื้อหนึ่งร้อย เขา เขาไม่มีเศษ ก็ให้ฉันหนึ่งร้อยหยวน ฉันก็ไม่มีเงินทอนให้เขา คิดว่าเหลืออีกสิบหยวน เก็บไว้เป็นค่าอาหารครั้งหน้า คนส่งเดลิเวอรี่

    คุณทำกับข้าวขายให้เขาเอง คุณมีใบอนุญาตเปิดร้านอาหารไหม ฉันไม่ได้ทำธุรกิจนี้นี่คะ ฉันต้องการใบอนุญาตอะไร อีกอย่าง อีกอย่างฉัน ฉันให้ข้าวเขา แล้วเขาก็ให้เงินฉัน นี่คือค่าตอบแทนแรงงานที่ฉันควรได้รับนี่ คุณตำรวจ ผมจะบอกคุณให้ พ่อของผมอยู่คนเดียว ผู้หญิงคนนี้ต้องเล็งจุดนี้แน่ ๆ เธอก็เลยคิดไม่ซื่อ คิดไม่ซื่ออะไรกัน ผมไม่ใช่นักต้มตุ๋นสักหน่อย ผมจะไปรู้ได้ยังไง ฉันว่าแกต่างหากที่เจตนาไม่ดี ผม ฉันเพิ่งได้กินข้าวสบาย ๆ ไม่กี่วันเอง แกก็วิ่งมาก่อเรื่อง แล้วยังแจ้งตำรวจอีก ฉันว่าแกอยากทำให้ฉันโมโหตายใช่ไหม พ่อ ผมเป็นลูกพ่อนะ พอแล้ว พอแล้ว เงียบหน่อย นั่ง ๆ ๆ นั่งลง ที่นี่เป็นสถานีตำรวจนะ ถ้าจะทะเลาะก็กลับบ้านไปทะเลาะกัน ครับ ๆ ๆ คุณไม่ได้เป็นญาติพี่น้องก็ไปส่งข้าวให้คนแก่ เพื่ออะไรกันเหรอ ฉันไม่ได้ทำเพื่ออะไรค่ะ ตอนแรกลูกชายเขาสั่งอาหารมาให้ ฉันเป็นคนส่งมาพอดี เขาไม่ชอบกินจะทิ้ง ฉันกลัวว่าลูกชายเขา จะให้คอมเมนต์แย่กับฉัน ฉันบอกว่าไม่งั้นก็ เอาข้าวกล่องของฉันให้เขา สุดท้ายเขาก็ชอบกินมาก ก็เลยตื๊อฉันมาตลอด ฉันคิดว่าเขาเป็นคนแก่ น่าสงสารมากนะ ในเมื่อเขาชอบกินข้าวของฉัน

    งั้นฉันก็ทำเพิ่มชุดหนึ่ง แล้วเอามาเผื่อ ก็ไม่ได้หวังอะไร ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอเธอมาก่อน มีครั้งหนึ่ง เธอกับผู้ชายอีกคน มาทำเป็นแสดงละครต่อหน้าผม ผมเป็นผู้เสียหายนะครับ ตอนนั้นนายหน้าก็อยู่ด้วย นายหน้าก็รู้เรื่องนี้ ตอนนี้แปลกจังเลย อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนสถานะ เธอกลายเป็นคนส่งอาหารไปแล้ว ถ้าคุณบอกว่าเธอไม่ได้หวังอะไร ตีให้ตายผมก็ไม่เชื่อหรอก เธอไม่ได้หวังอะไร เธอแค่หวังดี พ่อไม่ฟังลูกชายของพ่อ พ่อฟังแต่คนอื่นเหรอ เซ็นเสร็จหรือยัง ผมแจ้งให้ครอบครัวของคุณทราบแล้วนะ [เฝิงเสี่ยวฉิน] เสี่ยวหลิว อยู่นี่ เสือน้อย ขอโทษที่มาสายนะ แม่ครับ มา ๆ ๆ รีบมา ๆ คุณปู่ครับ เสือน้อยกลับมาแล้วเหรอ ไม่ต้องสนใจแล้วละ กับข้าวฉันทำเกือบเสร็จแล้ว เดี๋ยวผัดหน่อยก็ได้แล้ว เธอทำการบ้านเป็นเพื่อนเสือน้อยเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไปพักผ่อนซะ การร้องเรียนวันนี้จัดการยังไงเหรอ จะจัดการยังไงได้ล่ะคะ หักเงินไง ไม่ใช่ไม่เคยหักสักหน่อย เรื่องวันนี้ ไม่โทษเธอหรอก นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ทำไมวิชาเลขของลูกถึงได้แย่ลงขนาดนี้ เมื่อก่อนก็ได้ดีทั้งนั้น ตอนนี้แม้แต่พอใช้ก็ยังไม่ได้ ต้องพยายามนะ ลูกเรียนคณิตศาสตร์โอลิมปิกเสียเปล่าเหรอ ข้อนี้ผิดได้ยังไง ศูนย์ผิดไปตัวหนึ่งครับ

    ทำไมศูนย์ถึงผิดไปตัวหนึ่งได้ล่ะ แม่บอกว่ายังไง ก่อนที่จะส่งข้อสอบต้องตรวจทาน ต้องตรวจสามรอบใช่ไหม ลูกตรวจทานกี่รอบ ลูกบอกแม่สิ ไม่ได้ตรวจทานครับ