EP.14 (FULL EP) | ที่พักแห่งหัวใจ (Life is a Long Quiet River) ซับไทย | iQiyi Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] ♫ ในที่สุดก็มีคำตอบ ที่ที่ทำให้ฉันสุขใจก็คือบ้าน ♫ [ที่พักแห่งหัวใจ] [ตอนที่ 14] ชาของฉันน่ะ คุณย่าตกใจจนไปซ่อนตัว ไม่กล้าออกมาแล้ว ซื่อเหลียน ฉันไม่ได้ว่าเธอนะ ต่อไปมีเรื่องอะไร เธอก็บอกกับทุกคนสิ ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย ต่อให้ช่วยเธอไม่ได้ ช่วยออกความคิดเห็นให้เธอก็ยังดี อย่าอวดเก่งอยู่คนเดียว สุดท้ายคนที่เสียเปรียบก็คือตัวเอง รู้แล้วค่ะ ๆ ชิงอวี๋ ทำไมวันนี้เสี่ยวซือไม่มาล่ะ เขาพากรุ๊ปไปอิตาลี ตอนกลางคืนถึงจะกลับบ้านค่ะ ลูกสาวอายุสามสิบกว่าปีของพี่ ในที่สุดก็แต่งงานออกไปแล้ว รู้สึกยังไงบ้างล่ะ สบาย สดชื่นมาก เหมือนกับถอนฟันที่ผุมาสามสิบกว่าปีออกไป แกว่าสบายไหม ทำไมในใจของพ่อ หนูเป็นฟันสกปรกล่ะคะ ตั๋วตั่ว ได้ยินไหม ต่อไปแกต้องรู้ตัวหน่อย อย่าให้ผู้ใหญ่เป็นห่วงนะ หนูไม่แต่งงานหรอกค่ะ แกจะไม่แต่งงานเหรอ งั้นแกอยู่กับพวกเราจนอายุ 80 ไปแล้วกัน ชิงอวี๋ เจอพ่อแม่สามีแล้วใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง ก็พอได้ค่ะ ก็แบบนั้นแหละ ครอบครัวเขาได้ลูกสะใภ้ ที่ยอดเยี่ยมอย่างเธอ จะไม่พอใจได้เหรอ ก็ต้องพอใจอยู่แล้ว แต่พวกเรายอดเยี่ยมขนาดนี้ ครอบครัวเขาอาจจะกดดันนิดหน่อย

    อาพูดถูกไหม แต่ว่าสองคนอยู่ด้วยกัน มักจะต้องใช้เวลาให้ทุกคนเข้าใจกัน อยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันนานเข้า ทุกคนก็จะเข้าใจกันเอง ไม่ต้องล้างแล้ว แค่นี้ก็พอแล้วละ พี่ยกไปเถอะ ได้ เมื่อกี้ฉันผ่าน ที่ที่เสือน้อยเรียนเปียโน ซื้อคาบเปียโนให้เขา 50 คาบ ซื้อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ แบบนี้จะดีเหรอคะพี่ เธอยังจะเกรงใจอะไรกับฉันอีก ถือว่าเป็นของขวัญที่ลุงเขย ให้เสือน้อยก็แล้วกัน โอเคค่ะ ขอบคุณคุณกับพี่เขยนะคะ ฮัลโหล ที่รัก คุณถึงบ้านหรือยัง ถึงบ้านแล้ว เหนื่อยไหม ก็โอเคนะ ง่วงนิดหน่อย นอนสักหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว คุณล่ะ [วันนี้งานเลี้ยงที่บ้านเป็นไงบ้าง] ก็งั้น ๆ แหละค่ะ ทั้งครอบครัวกินข้าวคุยกัน [ไม่มีอะไรพิเศษ] [แม่คุณออกจากโรงพยาบาลหรือยัง] ไม่กี่วันก่อนออกจากโรงพยาบาลแล้ว งั้นฉันควรไปเยี่ยมพ่อแม่ของคุณ สักหน่อยไหม [พวกเราแต่งงานกันมาหลายอาทิตย์แล้ว] [ไม่ได้ไปเยี่ยมพวกเขาเลย] ไม่ค่อยดีใช่ไหม คุณคิดว่ายังไง คุณอากับ คุณป้าใหญ่ของคุณพูดอะไรใช่หรือเปล่า เปล่าหรอก พวกเขาจะพูดอะไรได้ พวกเขาควบคุมฉันไม่ได้ เพียงแต่ฉันคิดว่า ควรจะไปเยี่ยมพวกเขาสักหน่อย [ไม่งั้นจะเสียมารยาทเกินไป] ถ้าคุณรู้สึกไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เปล่านะ

    ไม่ได้ไม่สะดวก พ่อแม่ผมอยากเจอคุณมาก เพียงแต่ แค่เพราะว่าในบ้าน มีกำแพงหลายด้านแตกน่ะ คุณก็รู้ว่าพ่อผมเป็นคนยังไง [รักหน้าตา] [เขาบอกว่าต้องทาสีบ้านใหม่หน่อย] [ถึงจะให้คุณมาได้] เขาจ้างทีมช่างเรียบร้อยแล้วนะ ผมคิดนะว่า ก็อย่าดื้อรั้นกับพวกคนแก่เลย [ใช่ไหม] คุณทำถูกแล้ว จะเจอกันช้าหรือเร็ว ก็ไม่รีบร้อนสักหน่อย ไม่ว่ายังไงคุณก็เป็นคนของฉันแล้ว งั้นคุณรีบพักผ่อนเถอะ [คุณก็เหมือนกันนะ] มีเรื่องเหรอ ผมมีเรื่องอยากปรึกษากับพ่อแม่น่ะครับ แกพูดมาสิ นี่น่ะ ชิงอวี๋น่ะ แม่รู้อยู่แล้วว่า ต้องเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น คุณอย่าเอาแต่เรียกว่า ผู้หญิงคนนั้น ๆ สิ ตอนนี้เธอเป็นลูกสะใภ้ของคุณนะ แม่ครับ ผมหวังว่าแม่จะไม่มีอคติกับเธอ ครั้งนี้ผมจริงจังนะครับ ผมชอบชิงอวี๋มากจริง ๆ อีกอย่าง ตอนนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ผมหวังว่าแม่จะยอมรับเธอ อีกอย่างชิงอวี๋เป็นผู้หญิงที่ดีจริง ๆ เธอดีกับผมมากจริง ๆ ดีอะไรกัน หลายวันนี้แม่คิดไปคิดมา แม่ก็รู้สึกว่าแกต่างหากที่เสียเปรียบ เสียเปรียบอะไร แม่ครับ ผมเป็นลูกชายแม่ แม่ต้องคิดว่าผมเสียเปรียบอยู่แล้ว งั้นพ่อชิงอวี๋ เขายังคิดว่าชิงอวี๋เสียเปรียบเลย นั่นสิ พวกเราแต่งงานกันแล้ว ใครเสียเปรียบใครได้เปรียบก็ไม่สำคัญแล้ว

    ใช่ ๆ ๆ แม่ดูสิครับ แม่กับพ่อสองคนใช้ชีวิตมาครึ่งชีวิตแล้ว ใครจะไปสนใจเรื่องนี้อีก ใช่แล้ว สิ้นเดือนนี้ น้องหวงพาลูกสาวของเธอกลับเซี่ยงไฮ้ ถึงตอนนั้นแกกับลูกสาวของเธอ ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อนะ แม่ครับ ทำไม ผมแต่งงานแล้วนะครับ แต่งงานแล้วยังไง แต่งงานแล้วก็ไม่ใช่ว่าหย่าไม่ได้ ใช่ไหม ใช่ไหม ผมยอมคุณจริง ๆ คิดออกมาได้นะ ลูกชายคุณเพิ่งแต่งงาน คุณก็หวังให้เขาหย่าแล้วเหรอ กินข้าวแค่มื้อเดียว ไม่เห็นจะเป็นไรเลย พ่อครับ ชิงอวี๋ยังไม่เคยมาบ้านเราเลย ผมไปบ้านเธอแล้ว แบบนี้ไม่ค่อยดีใช่ไหม ใช่ ๆ ๆ ผมว่าควรให้เธอมาสักครั้งนะ คุณว่าไงล่ะ แม่ครับ ไม่งั้นเอาอย่างนี้ รอถึง วันชาติ ตรุษจีน แล้วค่อยมานะ อีกตั้งหลายเดือนเลยนี่ จะว่าไปแล้ว คุณก็มาจากตระกูลใหญ่ จะให้คนอื่นพูดว่าพวกเราไม่มีมารยาทไม่ได้ ใช่ไหม แบบนี้ทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเอานะ ผมว่าไม่งั้น วันเสาร์หน้าเถอะ แม่ครับ แม่ว่าเป็นยังไงบ้าง ตามใจเถอะ พวกคุณตกลงกันไปเถอะ ฉันไม่สนแล้ว ดี ผมจะรีบไปบอกชิงอวี๋เดี๋ยวนี้เลย

    [สโมสรไพ่และหมากรุกเซิ่งลี่] คุณจอดรถที่ไหนเหรอ ฉันจอดอยู่ที่ ลานจอดรถในตึกสำนักงานตรงข้ามน่ะ วันนี้สวยจริง ๆ หกโมงเช้าฉันก็ตื่นมาแต่งตัวแล้ว ลองเสื้อผ้ามายี่สิบกว่าชุด ไม่รู้ว่าแม่คุณจะชอบไหม ชอบสิ ต้องชอบแน่นอน พ่อครับ นี่คือชิงอวี๋ครับ นี่คือพ่อของผม พ่อคะ เสี่ยวกู้ สวัสดี ๆ สวัสดีค่ะ รีบเข้ามาเถอะ ๆ ค่ะ มา – ระวัง ๆ – ต้องเปลี่ยนรองเท้าไหมคะ ไม่ต้องเปลี่ยนรองเท้า ๆ ที่บ้านพวกเราสบาย ๆ น่ะ มา ๆ ๆ เข้ามา ๆ ค่ะ แม่ครับ นี่คือชิงอวี๋ นี่คือแม่ผม แม่คะ ครั้งที่แล้วเราเคยเจอกันแล้ว ใช่ค่ะ ครั้งที่แล้วเจอกันอย่างฉุกละหุกที่ปากซอย ยังไม่ทันได้ทักทายดี ๆ เลย ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวนะ ตอนเด็กพวกเราก็เคยเจอเธอแล้ว ตอนเด็ก เธอหน้าตาน่ารักมาก ฉันประทับใจมาก

    คะแนนเรียนดีมากมาโดยตลอด ดูเหมือนว่าจะเป็นคณะกรรมการ การศึกษาห้องแกด้วยใช่ไหม ไม่ใช่ครับ เธอเป็นหัวหน้าห้องของเรา ผมต่างหากที่เป็นคณะกรรมการการศึกษา ตอนเด็กเธอเป็นหัวหน้าของผม ตอนนี้โตแล้ว เธอก็ยังเป็นหัวหน้าของผมเหมือนเดิม ความจำคุณพ่อดีจริง ๆ เลยนะคะ เสี่ยวกู้ มา นั่ง นั่งสิ ได้ค่ะ นั่งไหนเหรอ คุณนั่งตรงนี้ โอเค คุณกู้เชิญนั่งค่ะ นั่ง นั่ง นั่ง ที่จริงคุณแม่ไม่ต้องเกรงใจก็ได้ เรียกหนูว่าชิงอวี๋ก็ได้ค่ะ ดื่มอะไรดีล่ะ ดื่มอะไร น้ำเปล่าก็พอแล้วค่ะ ฉันต้องไปดูที่ห้องครัวหน่อย เสี่ยวกู้ พวกเธอคุยกันไปนะ ๆ ค่ะ ๆ คุณกู้ ปกติดื่มชาไหม ปกติหนูก็ดื่ม ชาแดง ชาเขียวอะไรพวกนี้ค่ะ ไม่ใช่มืออาชีพอย่างคุณแม่หรอกค่ะ แม่ผมชอบดื่มชามาก ดูออกเลยนะ บุคลิกของคุณแม่ดีมาก คนที่ชอบดื่มชาผิวดีกันทุกคนเลย หนูเห็นมือของคุณแม่เป็นธรรมชาติมาก ต่อให้ไม่ดื่มชา แค่มองก็รู้สึกสบายมาก เพียงแต่ทำให้คุณแม่ลำบากแล้ว ต้องมาชงชาให้หนูตลอด ไม่งั้นครั้งหน้าคุณแม่สอนหนู หนูจะชงให้เองค่ะ นี่ฉันเป็นมืออาชีพที่ไหนกัน นี่เป็นสิ่งที่คุณปู่เล็กเคยสอนฉันเมื่อก่อน ถ้าคุณเห็นฝีมือของเขาเข้า

    งั้นอย่างฉันก็เรียกได้ว่า ทำเพื่อความสนุกเท่านั้น ใช่ไหมล่ะ คุณกู้คะ ถือไว้นะ นี่ตอนซือหยวนยังเด็กเหรอ ใช่ นี่เพิ่งจะหนึ่งขวบครึ่งเอง คุณกู้ คุณดูสิคะ นี่คือคุณตาของฉัน คนที่อยู่ข้าง ๆ ก็คือภรรยาของเขา พวกเขาน่ะให้กำเนิดลูก มีลูกชายสามคน ลูกสาวสองคน คนเสื้อสีขาวคนนี้ ก็คือแม่ของฉัน คนนี้ นี่คือคุณย่าน้อยของฉัน เด็กผู้ชายที่เธออุ้มอยู่ เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ตอนนี้โตแล้ว… โตแล้วก็ต้องกินข้าวแล้ว ไม่ต้องคุยแล้ว เสี่ยวกู้หิวแล้วละ ผมทำอาหารเสร็จแล้ว เสี่ยวกู้ นี่เป็นอาหารจานเด็ดของฉัน เธอลองชิมดูนะ ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นยังไง ต้องอร่อยมากแน่นอนค่ะ ดูแลเสี่ยวกู้ให้ดีนะ ใช่แล้ว ไก่ตุ๋นหม้อนี้ ฉันไม่ใส่น้ำแม้แต่หยดเดียวเลย รสชาติดั้งเดิม เธอลองชิม ไก่ป่าที่ฉันไปซื้อมาแต่เช้าดูสิ เป็นอะไรไหม ไม่เป็นไรค่ะ ๆ ร้อนเกินไป เมื่อกี้ฉันไม่ระวังลวกโดนนิดหน่อย ได้ยินซือหยวนบอกว่า พ่อคุณเป็นครูมัธยมเหรอ ใช่ค่ะ เมื่อก่อนพ่อหนูสอนภาษาจีนอยู่มัธยมปลาย แต่สองปีมานี้เขาเกษียณแล้วค่ะ ไม่เลวเลยนะ ฉันจำได้ว่าคุณปู่คุณย่าของคุณ แม่ครับ เดี๋ยวผมตักซุปให้นะครับ ได้

    เสี่ยวกู้ อาหารจานนี้ไม่ดี เธอชอบกินอะไร ก็กินเลยนะ – ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจ – อร่อยค่ะ ได้ค่ะ ๆ ใครน่ะ น้องหวง ในที่สุดก็เธอก็กลับมาจนได้ รอเธอมานานมากเลยนะ เฟอร์นิเจอร์พวกนี้ใช้ได้นะ ใช่ บ้านหลังนี้ก็ครอบครัวก่อนหน้านี้อยู่เอง ดังนั้นจึงสะอาดมาก พวกเราก็ไม่คิดจะ ตกแต่งให้ใหญ่โตอะไร ต่อไปฆ่าเชื้อก็พอแล้ว แผนผังก็ดีมากเหมือนกันนะ แต่ว่ากำแพงนี้ยังต้องจัดการหน่อย ซื่อเหลียน ผนังนี้ยังต้องทำหน่อย ตอนนี้สีล้วนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำเสร็จแล้ว ก็สามารถอยู่ได้ทันที ใช่ วันนี้ชิงอวี๋ไปบ้านสามีเหรอ บอกว่าจะกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น น่าสนใจจริง ๆ เรื่องคู่หมั้นวัยเด็ก ถ้าพูดให้คนหนุ่มสาวสมัยนี้ฟัง มันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก ใครจะไปเชื่อล่ะ ใช่แล้ว นั่นเป็นเรื่องโง่ ๆ ที่เคยทำในอดีต อย่าพูดถึงเลย นี่แฟนของซือหยวนใช่ไหม ไม่ใช่ครับ ที่จริงแล้วพวกเขา พวกเราสองครอบครัว เป็นเพื่อนสนิทกันมานานแล้ว คุณรู้ใช่ไหม ดูลูกสาวเธอสิ บุคลิกดีขนาดไหน ขอบคุณค่ะคุณน้า ได้พันธุกรรมที่ดีของเธอมาไง

    คุณ มัวแต่พูดอย่างเดียวเลย กินสิ กินสิ กินสิ ๆ เสี่ยวกู้ กินข้าวสิ ได้ค่ะ ๆ เดี๋ยวตักเองค่ะ ฉันยังมีธุระนิดหน่อย ไม่งั้นพวกคุณค่อย ๆ กินนะ พวกเราไปก่อนละ อย่าสิ ๆ ๆ กว่าจะมาสักหน นั่งอีกหน่อยสิ นั่งต่ออีกหน่อย เธอก็รู้ว่ากว่าฉันจะกลับมาสักครั้งก็ยากเย็น มีเรื่องที่ต้องทำเยอะมาก พวกเธอค่อย ๆ กินนะ ก็จริง ไปก่อนนะ ซือหยวน ซือหยวน รีบเข้า ไปส่งพวกน้าหวง กลับโรงแรมการ์เด้นเถอะ ไม่ต้องหรอก พวกเรานั่งแท็กซี่เองก็ได้ ต้องส่ง ต้องส่งแน่นอน ซือหยวน แกไปส่งน้าหวงที่ปากซอย เรียกรถให้พวกเขานะ เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ ฉันเรียกรถให้พวกคุณเอง ขอบคุณนะ ไม่เป็นไรค่ะ เสี่ยวกู้ รบกวนด้วยนะ ไม่รบกวนหรอกค่ะ กลับมามีเรื่องต้องทำมากมาย ฉันไปส่งพวกเขานะ น้าหวงครับ ผมคิดไปคิดมา ผมต้องบอกน้าครับว่า ชิงอวี๋ไม่ใช่แฟนของผม เธอเป็นภรรยาของผมครับ

    เราสองคนแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันแล้ว วันนี้ผมไม่รู้ว่าแม่ผมเชิญน้ามาด้วย ไม่งั้นผมจะไม่ให้ชิงอวี๋มาที่นี่ จนเธอต้องอึดอัดขนาดนี้เด็ดขาด ซือหยวน รถมาถึงแล้วค่ะ โอเค โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ เข้าไปเลย รถคันนี้แหละ ขอบคุณนะ ลาก่อนค่ะ ลาก่อน ผมไม่เข้าใจคุณจริง ๆ ไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณอยากทำอะไรกันแน่ ฉันอยากทำอะไร ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่า ซือหยวนของเราแต่งงานกับเธอ เธอต่างหากที่ได้เปรียบ ให้เธอได้รู้ตัวบ้าง ฉันเชิญน้องหวงมา ก็เพื่อให้เธอได้เห็นว่า ซือหยวนของเรา เดิมทีจะแต่งงานกับคนแบบไหน เธอจะได้รู้ชัดเจน เดี๋ยวจะคิดว่า พวกเราเอาเปรียบเธอมากมาย ตอนนี้แม่ไปเลือกใครก็ได้ บนถนนมาถามนะว่า ตกลงลูกชายแม่เลือกเธอ หรือว่าเธอเลือกลูกชายแม่กันแน่ ใครกันแน่ที่ไม่รู้เรื่องน่ะ หน้าตาก็ธรรมดา มีหน้าตาที่ ไม่มีวาสนา สายตาของเธอน่ะ มีเนื้อหามากนะ ในใจ รู้สึกไม่ดีชัด ๆ แต่ปากพูดมา ทำให้คนรู้สึกสบายมาก ทำไมรู้สึกว่าแก่กว่าซือหยวนของเราหลายปี คนอื่นพูดอะไรก็เอาได้ ได้ ๆ ๆ ใช่ ๆ ๆ งั้นคุณจะให้เธอพูดอะไร

    ต่อต้านคุณเหรอ ต่อต้านกัน ต่อต้านกัน ตอนนี้คุณกำลังต่อต้านฉันอยู่เหรอ หมอบอกคุณว่ายังไง ให้ฉันกินยาตรงเวลา ฟังที่ฉันพูด อยู่เคียงข้างอย่างเงียบ ๆ คุณล่ะ คุณล่ะ ๆ ๆ ได้ ๆ ๆ คุณดูสิ เสื้อเชิ้ตลายดอกของลูกสาวน้องหวงตัวหนึ่ง กระโปรงสีขาวตัวหนึ่ง ดูใจกว้าง ดูก็รู้ว่าเป็นสุภาพสตรี บรรยากาศที่ออกมาจากตัวเธอ เป็นความมั่นใจอย่างหนึ่ง ผมขอให้คุณยอมรับความจริงหน่อย ขอถามคุณแค่ประโยคเดียว คุณอยู่ที่ไหน ผมอยู่ที่ไหน แค่ประโยคเดียวคุณก็ถูกถามจนมึนแล้ว บ้านสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ – เงินสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ – ทำไมไม่สำคัญ – คุณบอกฉันมา – ทำไมจะไม่ใช่ คุณว่าใช้ชีวิตตอนนี้ไม่มีเงินได้เหรอ ตอนนี้ฉัน ตอนนี้ฉันเสียดายแทนซือหยวนจริง ๆ มีอะไรน่าเสียดายกัน ถ้าผมไม่ได้พบเธอ ตอนนี้ผมจะสามารถแต่งงานกับใครได้ พ่อครับ แม่ครับ ผมแต่งงานกับชิงอวี๋ ไม่ได้วู่วามชั่วขณะ และยิ่งไม่ได้หวังอะไรจากเธอด้วย ผมชอบเธอจริง ๆ สวรรค์ยังสงสารผมเลย ยี่สิบกว่าปีถึงทำให้ผมได้เจอกับเธออีก

    เธอดีกับผมมากเกินไป ดีจนผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ผมก็อยากจะดีกับเธอ ใช้ชีวิตกับเธอให้ดี ตอนนี้ชิงอวี๋เป็นภรรยาของผม แม่ทำให้เธอลำบากใจ ก็เท่ากับทำให้ผมลำบากใจ ฉันส่งพวกเขาขึ้นรถไปแล้ว ฉันไม่เข้าไปแล้วนะ คุณช่วยฉันหยิบกระเป๋าหน่อยสิ พ่อคะ แม่คะ ตอนบ่ายหนูยังมีธุระที่บริษัท งั้นหนูกลับก่อนนะคะ ได้สิ เธอไปทำงานเถอะ ๆ [พ่อ] [ปฏิเสธ รับสาย] [ฮัลโหล พ่อคะ] พ่อโทรตั้งนานทำไมเพิ่งรับสายล่ะ เมื่อกี้โทรศัพท์หนูปิดเสียงค่ะ มีเรื่องอะไรเหรอ ไม่มีอะไร พ่อแค่ถามว่าแกเป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีไหม ก็ดีนะคะ ก็ดีเหรอ ทำไมพ่อฟังแล้วไม่ค่อยจริงนะ ดีจริง ๆ นะ ก็แค่กินข้าวกันมื้อเดียวเอง คุยอะไรกัน พูดให้พ่อฟังหน่อย ก็พูดคุยเรื่องทั่วไปนั่นแหละค่ะ พ่อแม่เขาทำกับข้าวโต๊ะใหญ่ พ่อว่ายังจะคุยอะไรได้อีก [ซือหยวน] [ปฏิเสธ รับสาย] พ่อคะ มีโทรศัพท์เข้ามา หนูไม่คุยกับพ่อแล้วนะ [บ๊ายบายค่ะ] นี่ ฮัลโหล ชิงอวี๋ คุณอยู่ไหนเหรอ ฉันใกล้ถึงบริษัทแล้ว ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ไปบริษัท เรื่องวันนี้ต้องขอโทษจริง ๆ

    คุณอย่าโกรธเลยนะ ผม… ผมจะไปหาคุณนะ สถานการณ์ของแม่ผมค่อนข้างพิเศษ ผมอยากอธิบายต่อหน้าคุณ ไม่ต้องจริง ๆ ค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วง ฉันโกรธหรอก อย่างมากก็แค่ สมองสับสนนิดหน่อย ชิงอวี๋ ผมรู้ [ผม…] คุณให้เวลาฉันวันหนึ่งนะ ให้ฉันอยู่เงียบ ๆ คนเดียว [พรุ่งนี้ฉันค่อยโทรหาคุณได้ไหม] โอเค งั้นคุณมีเรื่องอะไรก็เรียกผมได้ตลอดนะ ฉันรู้ถึงน้ำใจของคุณนะ เพียงแต่ ไม่เป็นไรจริง ๆ ไม่แน่พรุ่งนี้ฉันอาจจะหายก็ได้ ทำไมเหรอ อารมณ์ไม่ดีเหรอ วันนี้นายว่างไหม พนักงานเขายังไม่มาทำงานเลย ฉันเป็นพนักงานเอง เป็นไงบ้าง หิวขนาดนี้เลยเหรอ เธอไปบ้านแม่สามีครั้งแรกใช่ไหม ไม่กล้ากิน เลยกินไม่อิ่มเหรอ ไม่งั้นก็อย่ากินอันนี้เลย พวกเราไปกินอาหารฝรั่งเศส อาหารญี่ปุ่นดีไหม ช่างเถอะ เธอเล่าให้ฉันฟังสิ เดี๋ยวฉันช่วยเธอคิดหาทาง การรับมือกับคนแก่เนี่ย ฉันมีฝีมือมากเลยนะ ไม่ใช่ ที่จริงฉันเตรียมใจไว้แล้ว พ่อแม่เขาอาจจะไม่ชอบฉันก็ได้ เพราะฉันงานยุ่งและดูแลบ้านไม่ได้ ตอนนี้อายุมากแล้ว บางทีการมีลูกก็อาจจะเป็นปัญหาก็ได้ หรือว่าเงินเดือนของฉันสูงกว่าซือหยวน พวกเขาคิดว่าควบคุมฉันไม่ได้

    ฉันคิดว่าคนแก่ มีความคิดเหล่านี้ก็เป็นเรื่องปกติ ฉันเข้าใจได้มาก ๆ แต่ฉันคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า แม่เขารังเกียจที่ชาติกำเนิดฉันไม่ดีพอ เขารังเกียจที่ ชาติกำเนิดของเธอไม่ดีพอเหรอ ขนาดเธอแล้วยังชาติกำเนิดไม่ดีอีกเหรอ บ้านพวกเขาคิดจะทำอะไร เธอไม่ต้องสนใจเขา เธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงทำงานยุคใหม่ เธอเป็นอิสระก็พอแล้ว ถูกไหม ไม่ได้แต่งงานกับแม่เขาสักหน่อย ไม่ใช่ ฉันไม่ได้โกรธ ไม่ใช่ โกรธคือ ทั้งสองคนต้องอยู่ในระดับเดียวกันถูกไหม คุยกันรู้เรื่องถึงจะเรียกว่าโกรธ ใช่ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ฉันไม่เข้าใจจุดนั้นของแม่เขา ฉันไม่รู้ว่าแม่เขา กำลังคิดอะไรอยู่ ตรรกะความคิดคืออะไร อยากแสดงอะไรออกมา ฉันไม่รู้เลยสักนิด ฉันรู้สึกว่าวันนี้มันเบลอไปหมด ฉันจะพูดเรื่องนี้กับนายทำไมเนี่ย เธอสำนึกเสียใจแล้วเหรอ เปล่าสักหน่อย แต่ฉันดูออกว่าเธอสำนึกเสียใจแล้ว เปล่าจริง ๆ จริง ๆ แล้วแม่ฉันคนนั้นเข้ากับคนได้ง่ายมาก ความสัมพันธ์แม่สามีลูกสะใภ้น่าจะไม่มีปัญหา นายอย่าเอาแต่ขัดจังหวะฉันสิ ตอนนี้ร่างกายแม่เป็นยังไงบ้างคะ หนูหมายถึงเอวน่ะ แม่ยังเจ็บเอวอยู่ไหม ยาที่หนูให้แม่ แม่ต้องกินนะ แม่จะรอให้เจ็บก่อนแล้วค่อยกินไม่ได้ ถ้าเจ็บแล้วค่อยกินก็สายไปแล้ว แล้วพ่อก็ด้วย จะให้เขาสูบบุหรี่เยอะขนาดนั้นไม่ได้แล้ว ถ้าพ่อสูบจนเป็นมะเร็งปอดขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบล่ะ

    ใครจะปรนนิบัติเขาล่ะ แม่ต้องบอกเขานะคะ แม่ หนูสบายดีค่ะ ไม่ลำบาก หนูจะบอกแม่ให้นะ สัปดาห์ที่แล้วเสือน้อย สอบคณิตศาสตร์ได้ 80 คะแนน หนูดีใจจะตายอยู่แล้ว ก็ยังมีการพัฒนานะคะ ต้าเหนียนเป็นอะไรเหรอ แม่จะตามใจเขาอีกไม่ได้แล้ว นี่แม่ทำไม่ถูกนะ แม่ต้องคุยกับเขา จริง ๆ นะ เขาโตขนาดนี้แล้ว โอเคค่ะ งั้นคราวหลังหนูโทรหาแม่ หนูจะคุยกับเขาเอง หนูรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ ฮัลโหล คุณปู่ ฉันบอกคุณปู่แล้วนะคะ คุณ… คุณได้โทรหาลูกชายคุณหรือยังคะ งั้นคุณอย่าขยับ เดี๋ยวฉันจะรีบไป มาแล้ว ๆ ค่อย ๆ นะคะ มาแล้ว ๆ ค่อย ๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น สวัสดี ๆ กระดูกหักหรือเปล่า เปล่า ๆ ๆ ลูกชายรับโทรศัพท์หรือยัง ยังเลย ไม่รู้ว่าเขายุ่งอะไร ฉันโทรหาเขาไม่ติด ถึงนึกขึ้นได้ว่าจะโทรหาเธอ คุณเป็นอะไรรุนแรงหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นฉันพาคุณไปตรวจที่โรงพยาบาล

    ไม่ต้องหรอก ๆ ฉันแปะกอเอี๊ยะเองก็ได้ คุณหกล้ม แปะกอเอี๊ยะก็หายแล้วเหรอ คุณปู่คะ คุณคงไม่ได้แกล้งทำตัวน่าสงสาร เพื่อจะเรียกฉันมาใช่ไหม ฉันจะบอกคุณให้นะ ต่อให้คุณล้มจนกระดูกหัก ฉันก็จะไม่ขายข้าวกล่องให้คุณอีกแล้ว นี่มันคนละเรื่องกันนะ ฉันจะหลอกเธอได้ยังไง เธอดูสิ ดูสิ ทำไมร้ายแรงขนาดนี้ ผิวถลอกแล้วด้วย คุณล้มได้ยังไงคะเนี่ย ฉันซื้อซี่โครงมา อยากตุ๋นซุป อยากใส่หมึกแห้งให้มันหอมหน่อย สุดท้ายครั้งที่แล้วที่เก็บของ ลูกชายฉันเอาหมึกแห้ง ไปวางในตู้ที่สูงที่สุดแล้ว ฉันหยิบไม่ถึง ฉันก็เลยเอาเก้าอี้มาปีนหยิบ สุดท้ายก็หกล้มลงมา คนแก่กลัวการหกล้มมากที่สุด ปู่ของฉันเอง ก็เอวหักตอนที่ไม่ทันระวัง ตอนทำงานในทุ่งนา นอนอยู่บนเตียง นอนมาห้าหกปีแล้ว เขาทรมานมาก ขยับก็ไม่ได้ มีแผลกดทับอยู่ตลอด ได้กลิ่นแผลนั่นจากตัวเขาตั้งแต่ไกลเลย ตัวเขาเองทรมาน คนอื่นก็ยังรังเกียจอีก คุณบอกมาสิคะ คนแก่อย่างคุณ กินซุปซี่โครงก็กินซุปซี่โครงสิ ยังต้องใส่หมึกให้หอมอีก คุณก็จริง ๆ เลย ถ้ากระดูกหักขึ้นมาจริง ๆ คุณก็ต้องทรมานทั้งเป็นนะ งั้นคนแก่อย่างพวกเรา ทำได้แค่กินดิลิเวอรีเหรอ ใช่แล้ว คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ยังเลย รอฉันนะ

    ซุปซี่โครงหมึกของคุณค่ะ ฝีมือของเธอดีจริง ๆ ฝีมือของฉัน ก็ธรรมดานั่นแหละ แต่อย่างน้อยคุณก็กิน ได้วางใจกว่าดิลิเวอรีข้างนอกนะ หนูไปแล้วนะคะ พ่อ [ฮัลโหล] [คุณเป็นคนบอกเองว่า ขอเวลาอยู่เงียบ ๆ วันหนึ่ง] [ตอนนี้ก็สองวันแล้วนะ] [ผมเป็นเด็กดีใช่ไหม] [ผมรอคุณอยู่ข้างล่างนะ] ฉันบอกแล้วไง ลางสังหรณ์ของฉันแม่นมาก ใช่ไหม ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะพูดยังไง ผมไปบ้านคุณ พ่อคุณดีกับผมขนาดนี้ คิดไม่ถึงว่าครั้งแรกที่คุณมาที่บ้าน ก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ที่จริงฉันซาบซึ้งมากนะ คุณเพื่อจะช่วยพูดให้ฉัน เลยล่วงเกินแม่ของคุณไป อย่าทำลาย ความสัมพันธ์แม่ลูกเพราะฉันนะ ไม่หรอก แต่ว่า ผมรู้สึกผิดต่อคุณมากจริง ๆ ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย งั้น ถึงยังไงพวกคุณก็เป็นแม่ลูกกัน คุณ คุณจะทำอะไรได้ คุณอยู่ระหว่างเราสองคน คุณต่างหากที่ลำบากใจที่สุด ชิงอวี๋ อย่าโทษแม่ผม ได้ไหม ไม่หรอก ที่จริง เมื่อก่อนแม่ผมไม่ได้เป็นแบบนี้ ตอนที่แม่ยังสาว เป็นคนที่อ่อนไหวมาก อ่านหนังสือเล่มเดียวก็น้ำตานองเต็มหน้า [ฟังผิงถังเพลงเดียว] [ก็ร้องไห้จนเจ็บหน้าอก] [ตอนที่ไปเกณฑ์แรงงานที่ชนบท]

    [แค่ได้ยินคนอื่นพูดภาษาเซี่ยงไฮ้] [ขอบตาของเธอก็จะแดงรื้น] ถึงแม้แม่ผมจะดูอ่อนแอ แต่ความสามารถในการปรับตัวของเธอ กลับแข็งแกร่งกว่าพ่อของผมอีก [กินสิ กินสิ] [ตอนนั้น] [พ่อผมยอมแพ้ไปแล้ว] [เป็นคนเซี่ยงไฮ้][สอบกลับไปเซี่ยงไฮ้][อย่ายอมแพ้] [ต้องสำเร็จแน่][เซี่ยงไฮ้ถึงจะเป็นความหวัง] [ประนีประนอมแล้ว] [ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว] [แต่แม่ผม] [กลับจับตาดูผมเรียนทุกวัน] [เธอเป็นคนที่ชอบเอาชนะมาก] เธอเอาความหวังทั้งหมดของเธอ มาฝากไว้ที่ผมทั้งหมด ต่อมา เธอเป็นโรคซึมเศร้าเล็กน้อย ตอนนั้นหมอจ่ายยาให้เธอชนิดหนึ่ง [แต่พ่อผมคิดว่า] [ยาชนิดนี้กินเยอะไปก็ไม่มีประโยชน์] [ดังนั้นจึงแอบเอายาในขวดยาของเธอ] [เปลี่ยนเป็นยานอนหลับทั้งหมด] [ได้เวลากินยาแล้ว] [เทน้ำให้คุณเรียบร้อย] [ผมจะไปซาวข้าวนะ] ปีนั้นผมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผู้ปกครองในกลุ่มนักเรียนต่างก็ลือกันว่า ยานี้ ช่วยทำให้มีสมาธิ สามารถทำให้ผู้เข้าสอบ ได้แสดงความสามารถเต็มที่ [ดังนั้นแม่ผม] [ก็เลยปิดบังพ่อผม] [เอายาใส่ในซุปถั่วเขียว] [แล้วให้ผมดื่มทั้งหมด] [แถมยังใส่ปริมาณเป็นเท่าตัวด้วย] [ฉันมองสายน้ำในเซียงเจียง ที่ไหลไปทางเหนือ] [ฉันยืนอยู่คนเดียวที่จวี๋จื่อโจว] [ดูหมื่นบรรพตแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ดั่งถูกย้อมสีทั่วทั้งป่า] [ซือหยวน] [สายน้ำไหลเอื่อย] [ซือหยวน] [มาดื่มซุปถั่วเขียวหน่อยสิ] [แม่ต้มให้น่ะ] [แม่ผมคิดว่าผมกินยาตัวนั้นไป] [คิดไม่ถึงว่า] [ทั้งหมดนั้นจะเป็นยานอนหลับ]

    [ผลประกาศสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขตปกครองตนเองซินเจียง 1986] [ต่อมาผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่สำเร็จ] [แม่ผม] [รับกับความเสียใจนี้ไม่ไหว] [นี่เป็นความเจ็บปวด ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ] [ซือหยวน] เธอไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้ รู้สึกว่าติดค้างผม เธอป่วยหนักขึ้นเรื่อย ๆ [จากโรคซึมเศร้า] [กลายมาเป็นโรคไบโพลาร์] [เค็มเกินไปแล้วนะ] [คุณทำอะไรน่ะ] [ไม่รู้เหรอว่าอย่าทำให้เป็นแบบนี้] [อะไรนิดหน่อยก็โมโห] [ผัดผักกาดขาวคุณทำซะเค็มขนาดนั้นทำไม] [พูดอะไรแปลก ๆ] [ยังจะให้คนกินได้เหรอ] [จริง ๆ เลย] [เอาล่ะ เอาล่ะ] [อย่าโกรธเลยนะ] [ต่อไปผมจะใส่เกลือน้อยหน่อย] [มา ๆ ๆ] [หมอแนะนำให้เธอกินยาเป็นเวลานาน] [คุณควรกินยาได้แล้ว] [เธอไตไม่ดี] [แล้วยังมีความดันสูงกับโรคหัวใจอีก] [ทุกครั้งที่โกรธก็จะเป็นลมได้ง่าย] [ดังนั้นผมกับพ่อฉันจึงตามใจเธอมาโดยตลอด] พยายามไม่ให้เธอโมโห หลายปีมานี้ [อารมณ์ของเธอไม่ค่อยมั่นคงอย่างมาก] [พออาการกำเริบ] [ก็ไม่สามารถ] [ควบคุมพฤติกรรมและภาษาของตัวเอง] [เซอร์ทราลีน][ฟลูออกซิทีน] [ถึงแม้ว่าทุกวันจะยืนหยัดกินยา] [แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ค่อยชัดเจน] [ทุกครั้งที่โรคกำเริบ] [คนที่ได้รับบาดเจ็บที่สุดก็คือตัวเธอเอง] เรื่องนี้ คนอื่นไม่อาจเข้าใจ มีแค่ผมที่เป็นลูกชายเท่านั้นที่เข้าใจ

    แม่ผมไม่ง่ายเลยจริง ๆ นะ อีกอย่างผมคิดว่า ผมสอบไม่ติดมหาวิทยาลัย จะโทษแม่ผมทั้งหมดไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะตัวผมเอง ที่ความสามารถไม่ถึงก็ได้ ชิงอวี๋ วันนั้น ผมคิดว่าพ่อผมพูดถูก โชคดีที่เป็นคุณ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น อาการก็คงกำเริบไปนานแล้ว ผมไม่อยากให้คุณ ต้องน้อยใจขนาดนี้เพราะผมจริง ๆ ขอโทษนะ คุณไม่เคยพูดเรื่องพวกนี้กับฉัน คุณน่าจะบอกเรื่องพวกนี้กับฉันให้เร็วกว่านี้ กว่าฉันจะหาสามีอย่างคุณได้ก็ยากเย็น ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอก แม่คุณแค่ว่าไม่กี่ประโยคเท่านั้น ต่อให้เธอถือไม้มาไล่ตีฉันออกจากบ้าน ฉันก็จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต ตอนนี้เราสองคนแต่งงานกันแล้ว ต่อไป ฉันจะอยู่กับคุณ กตัญญูต่อพ่อแม่ของคุณ ไม่ว่าก่อนหน้านี้ พวกคุณผ่านอะไรมา แต่จะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่ ♫ ทุกดาวที่ก่อนอรุณ ♫ ♫ ก็มีความเหงาเป็นเพื่อน ♫ ♫ ความลับเก็บไว้ในดึกที่เงียบ ♫ ♫ ก็อยากให้คนอื่นรับฟัง ♫ ♫ เมื่อสองดวงใจพบกัน ♫ ♫ เมื่อคุณค่อย ๆ ใกล้กันกับฉัน♫ ♫ เมื่อความเหงาเข้ามาอย่างแรง♫

    ♫ คุณให้ความสำคัญกับฉัน ♫ ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายค่ะ ♫ เลยฉันอยากเชื่อ ♫ สวัสดีครับ คุณผู้หญิง ผมย้ายเข้ามาอย่างเป็นทางการแล้วนะ ♫ ท่ามกลางม่านหมอก ♫ ฉันทำเองแล้วกัน ♫ มีไฟหลอดหนึ่ง♫ ♫ จะสว่างสำหรับฉัน ♫ ♫ ดวงใจที่ดึงดันนั้น ♫ ♫ เพราะเธอ ♫ ♫ เปิดมา ♫ ♫ โลกใบหนึ่ง ♫ ♫ ชีวิตเหมือนหนังรักที่ค่อย ๆ ดำเนินไป ♫ ♫ ส่วนคุณคือท่วงทำนองที่จับใจ ♫ ♫ ให้ความทรงจำหยุดนิ่งเป็นทิวทัศน์ ♫ ♫ แต่ละเฟรมเกี่ยวกับคุณ ♫ ♫ เมื่อใจสองดวงได้มาพบกันในที่สุด ♫ ♫ เมื่อคุณค่อย ๆ ใกล้กันกับฉัน♫ ♫ เมื่อความเหงาเข้ามาอย่างแรง♫ อาหารที่คุณสั่งหรือเปล่าคะ

    มาแล้ว มาแล้ว ใช่อาหารที่คุณสั่งนะคะ ทานให้อร่อยนะคะ กลับมา ๆ ๆ เลยเวลาแล้ว ไม่นะคะ เที่ยงยี่สิบแปด เวลาของคุณไม่ถูกต้อง นาฬิกาผมเกินมาหนึ่งนาทีพอดี งั้น งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ฉันจะเอาเวลาปักกิ่งออกมา คุณดูหน่อย ไม่ต้อง ไม่ต้อง พวกเราคุยกันตามเวลาปักกิ่งดีไหม ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ต้อง ไม่ค่ะ ๆ ๆ ฉันจะเอาให้คุณดูนะ เที่ยงยี่สิบแปดใช่ไหมคะ ไม่ดูอันนี้ ไม่ดูอันนี้ กลับมา ๆ ๆ คุณทำอะไรน่ะ คุณทำอะไร ผู้หญิงหน้าตาสวยขนาดนี้ มาส่งเดลิเวอรี่ เสียของแค่ไหนกัน อย่าไปสิ สาวน้อย คุณปล่อยมือนะ ปล่อยมือ [คำวิจารณ์จากลูกค้า] [แย่มาก] ซวยจังเลย ฮัลโหล ศูนย์บริการลูกค้า ไม่ใช่นะ เขาลวนลามฉันก่อน จากนั้นฉันถึงลงมือ พวกคุณจะไม่แยกแยะผิดถูกแบบนี้ไม่ได้นะ พวกคุณไม่แยกแยะถูกผิดถูก ลูกค้าพูดอะไรก็อย่างนั้น มิน่าล่ะถึงไม่มีผู้หญิงยอมส่งอาหาร ถูกพวกคุณบังคับทั้งนั้น ฉันจะไปหากล้องวงจรปิดได้ยังไง

    ต่อให้ฉันหากล้องวงจรปิดเจอ ฉันจะเอาออกมาได้ยังไง ได้ พวกคุณอยากทำอะไรก็ทำ แล้วแต่พวกคุณเถอะ