EP.23 (FULL EP) | ที่พักแห่งหัวใจ (Life is a Long Quiet River) ซับไทย | iQiyi Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] ♫ ในที่สุดก็มีคำตอบ ที่ที่ทำให้ฉันสุขใจก็คือบ้าน ♫ [ที่พักแห่งหัวใจ] [ตอนที่ 21] พ่อคะ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่หนูคิดว่า จะเตือนพ่อไว้ล่วงหน้าค่ะ เรื่องอะไรเหรอ แม่ของซือหยวนเขา ร่างกายไม่ค่อยดี หลายปีมานี้ จำนวนครั้งที่เขาไปโรงพยาบาล ยังเยอะกว่าไปตลาดสดเลย แม่เขาอาการค่อนข้างหนัก แล้วก็มีอาการไบโพลาร์ จริงเหรอ จริง ๆ แล้วก็มีสาเหตุมาก่อนหน้านี้ค่ะ พ่อลองคิดดู หลายปีก่อนที่พวกเขาอยู่ต่างที่ ลำบากกันมาไม่น้อยเลย ใช้ชีวิตมาอย่างไม่มีความสุขเท่าไหร่ ดังนั้นอารมณ์ของแม่เขาก็เลย ไม่ค่อยจะดีนักค่ะ แต่ว่าตอนนี้ ซือหยวน เวลาก็ผ่านไปแล้ว แม่ เวลาก็ผ่านไปแล้ว แม่ วันนี้เป็นโอกาสหายาก ที่พวกเรานัดพ่อซือหยวนกินข้าว พวกเราควรต่างเกรงใจกันและกัน เรื่องไม่ดี เลี่ยงได้ก็อย่าพูดเลยนะครับ ดีไหม รู้แล้วละ หนูแค่อยากบอกว่า ถ้าเขาพูดเรื่องไม่น่าฟังบางอย่าง บนโต๊ะกินข้าว พ่ออย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะคะ นั่นอาจจะเป็นเพราะ โรคไบโพล่าร์ของแม่เขา กำเริบขึ้นมาอีกแล้ว เขาก็เลยควบคุมการกระทำตัวเองไม่ได้ วางใจเถอะ พ่อไม่สนใจหรอก ยิ่งยากจะได้เจอกันอยู่ด้วย แต่ว่าเขา ไม่เป็นอะไร
แกวางใจเถอะ พ่อรู้แล้ว เชิญทางนี้ค่ะ ได้ครับ ขอบคุณครับ คุณผู้ชาย เชิญทางนี้ค่ะ ขอบคุณครับ คุณพ่อ คุณแม่ พ่อ พ่อ แนะนำให้คุณรู้จักนะครับ นี่คือคุณพ่อผมครับ ส่วนนี่ก็แม่ คนนี้คือ พ่อของซือหยวนครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ บ้านเดียวกันทั้งนั้น บ้านเดียวกันทั้งนั้น คุณแม่ซือหยวน สวัสดีครับ พ่อซือหยวน สวัสดี สวัสดี สวัสดีครับ สวัสดีครับ แม่ซือหยวน มา ๆ ๆ เชิญนั่ง เชิญนั่งครับ เชิญนั่ง ไม่ใช่ตรงนี้ นั่งข้างใน ข้างในสิ ไม่ดี ไม่ดี เชิญคุณก่อนเถอะครับ ต้องสิครับ ต้องสิครับ เชิญนั่งเลย ไม่ต้องเกรงใจ นั่งเถอะ ค่ะ พ่อซือหยวน ระหว่างทางรถติดนิดหน่อย ขอโทษด้วยนะ ให้พวกคุณรอเสียนาน ไม่หรอกครับ ไม่หรอกครับ พวกเราเองก็เพิ่งจะมาได้ครู่หนึ่ง ครับ
น้อง เอาอาหารมาเสิร์ฟได้แล้ว พ่อ พ่อจะดื่มอะไร ฉันเอาชาก็พอแล้ว พ่อซือหยวน วันนี้เป็นวันที่พวกเราสองคนพบกันครั้งแรก เป็นเรื่องน่ายินดี จะดื่มแค่ชาได้อย่างไร ดื่มเหล้าเหลืองสิครับ เหล้าเหลืองบำรุงกำลัง อากาศหนาว ดื่มเหล้าเหลืองแล้วดี ช่วยอุ่นท้อง ซือหยวน เอาฮัวเตียวอายุยี่สิบปีขวดหนึ่ง ได้ครับ ฮัวเตียว ยี่สิบปีขวดหนึ่งครับ พ่อคะ เดี๋ยวหนูต้องขับรถส่งพวกพ่อกลับบ้าน วันนี้คงไม่ดื่มเป็นเพื่อนพวกพ่อแล้วนะ ได้ ได้ ถ้างั้นหนูดื่มอย่างอื่นสักหน่อยแล้วกัน ดื่มอย่างอื่นไป คุณแม่ ดื่มอะไรดีคะ ฉันดื่มเหล้าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราดื่มอย่างอื่นกันเถอะค่ะ ได้สิ ถ้าอย่างนั้น เอาน้ำข้าวโพดมากาหนึ่ง แล้วทุกคนดื่มด้วยกันเถอะ ได้เลย ตามนั้น ทุกคนครับ มา มา มา เต็มเลย เต็มเลย ดี ผมนะ ขอแสดงความขอบคุณสักหน่อย ขอบคุณที่คุณเลี้ยงลูกสาวแสนดีออกมาคนหนึ่ง ทำให้บ้านของพวกเรา มีลูกสะใภ้ที่ดีขนาดนี้ ขอบคุณ ขอบคุณ พ่อชิงอวี๋ คุณเกรงใจไปแล้ว มีประโยคหนึ่งว่า มีลูกสาวแล้วดี แต่นั่นยังไม่ถูก
ลูกเขยดีสิดีกว่าลูกสาวดีเยอะเลย ซือหยวนก็เป็นเด็กดี พวกเราอยากขอบคุณคุณ ที่ส่งลูกเขยแสนดีแบบนี้มาให้พวกเรา มา มา มา พ่อตา ผมดื่มให้คุณ ชนแก้ว ชนแก้ว มา มา มา มา มา มา เหล้าเก่านี่ดีนะ ดื่มแล้วหอมมาก ดื่มแล้วรื่นคอ ฉันจะได้ว่าตอนเด็กๆ พ่อของฉันก็เคยดื่มเหล้าแบบนี้ ไม่ได้เป็นเหล้าหลายปีอะไรแบบนั้น เป็นเพียงแค่เหล้าธรรมดาเท่านั้น พ่อจะหยิบตะเกียบคู่หนึ่ง แล้วจุ่มลงในเหล้า ก่อนจะยื่นเข้าปากฉัน รสชาติแบบนั้น ฉันยังจำได้ไม่ลืมถึงวันนี้เลย ทั้งรื่นคอ หอมหวาน ผ่านไปครึ่งวันกลิ่นหอมก็ยังติดอยู่ในลำคอ เรื่องสมัยเด็กน่ะไม่นับแล้ว ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมคิดว่าขนมข้าวทอดน่ะ เป็นของที่อร่อยที่สุดในโลก แต่ถ้ามาให้ ผมกินสักสองคำตอนนี้ ผมก็เลี่ยนแล้ว พ่อชิงอวี๋พูดถูกแล้ว คิดถึงปีนั้น ที่บ้านกำลังจะต้มแม่ไก่แก่ตัวหนึ่ง ต่อให้เพื่อนบ้านอยู่ห่างออกไปมาก ก็ยังได้กลิ่นหอมลอยมาเลย ทุกคนก็รู้กันหมดว่าบ้านนี้กินไก่ ตอนนี้ยังเป็นแบบนั้นที่ไหนกัน จะต้มน้ำแกงไก่หม้อหนึ่ง ผมต้องทำตั้งแต่เช้าจดเย็น ข้างในยังใส่หน่อไม้ แล้วก็เห็ดหอม ทำแบบดั้งเดิมน่ะ ก็ไม่รู้ว่าเพราะไก่เป็นเหตุ หรือเพราะคนคุ้นกับรสชาติแล้วกันแน่ พ่อชิงอวี๋ คุณพูดได้ถูกต้องมาก
สรุปก็คือ ในสมัยนี้จะหาความรู้สึกแบบเก่าไม่มีแล้ว ต่อให้คุณจะบอกว่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตสุขสบายแค่ไหน สิ่งของใหม่เพียงไร สรุปแล้ว ก็ยังไม่เหมือนเดิม ใช่ไหม ใช่ ก็คล้ายกับว่า ขาดอะไรไปนิดหน่อย ก็คือ โลกนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว มาครับ แม่ซือหยวน ผมดื่มให้คุณ ผมได้ยินชิงอวี๋เล่าให้ฟังว่า การผ่าตัดของคุณเป็นไปได้ราบรื่นมาก ผมขออวยพรให้ ร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ มาครับ ขอบคุณค่ะ เยี่ยม มาครับ พวกเรามาดื่มด้วยกัน พอเห็นดู พวกเด็กสองคนนี้ ผมก็คิดถึงปีนั้นขึ้นมา ตอนที่ซือหยวนยังเด็ก เขาวิ่งเข้าไปเล่นในบ้าน ตอนนั้น หัวเล็ก ๆ สองหัวก็สูงแค่นี้เอง พริบตาเดียว ผ่านไปยี่สิบปีแล้ว ไม่คิดเลยว่า พวกเขาทั้งสองจะแต่งงานกันแล้ว แล้วซือหยวนกลายเป็นลูกเขยผม คุณว่ามันเกินคาดขนาดไหนกัน นี่มันพรหมลิขิตชัด ๆ พ่อชิงอวี๋ คุณบอกความลับมา คุณสอนลูกสาวอย่างไร ถึงได้เป็นผู้หญิงที่ดีขนาดนี้ ชมเกินไปแล้ว ชมเกินไปแล้วครับ เธอมีอะไรดีกัน จบจากมหาวิทยาลัยดัง ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ได้เป็นผู้บริหารระดับสูง บริษัทระหว่างประเทศชื่อดัง แถมยังสวยอีกด้วย แล้วก็รู้จักกาลเทศะ
หากว่านี่ไม่เรียกว่าดี แล้วอะไรถึงจะเรียกว่าดีล่ะครับ ผมล่ะ เตือนซือหยวนบ้านเราประจำว่า แกจะหาภรรยาที่ไหน แบบเสี่ยวกู้ได้อีก นี่น่ะ คือกุศลที่แกทำมาจากชาติที่แล้ว ต้องรู้จักรักษาไว้นะ เป็นโชคดีของผมแล้วครับ ซือหยวนเองตอนนี้ก็ยอดเยี่ยมมากนะ ได้เข้าบริษัทใหญ่ อนาคตรุ่งโรจน์ ต่อไปจะยิ่งดีขึ้นแน่ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ เลย ต้องขยันต่อไปนะ สู้ต่อไป พ่อชิงอวี๋ ฉันไม่ได้ชมลูกชายตัวเองหรอกนะ ซือหยวนของเราน่ะ สอบเข้ามหาวิทยาลัยในเซี่ยงไฮ้นะ ก็ไม่แน่ว่าจะแย่กว่าชิงอวี๋หรอก นั่นมันแน่นอนสิ ถูกไหม ตอนที่ซือหยวนยังเด็กในปีนั้น เขาเรียนเก่งจะตายไป นี่น่ะเป็นชะตาของคน เขาก็แค่ขาดทะเบียนบ้านในเซี่ยงไฮ้แค่ใบเดียว ถูกไหม คุณว่าไง จุดเริ่มต้นมันก็ไม่เหมือนกันแล้ว หรือคุณจะบอกว่า พวกที่เกิดในทะเบียนบ้านเซี่ยงไฮ้ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษกว่ากันงั้นเหรอ เป็นโชคชะตาของพวกเขาน่ะดี – จุดเริ่มต้นก็ไม่เหมือนกันแล้ว – แม่ นั่นน่ะคือสิ่งที่ต่อให้ตามยังไง ก็ตามไม่ทัน ขอบใจ ขอบใจ พ่อชิงอวี๋ ที่ฉันพูดเมื่อกี้น่ะ ถูกหรือเปล่าคะ ถูกแล้ว ถูกแล้วครับ พี่ใหญ่ของผมน่ะ ก็เป็นยุวปัญญาชน ไปอยู่ข้างนอกทีก็อยู่เป็นสิบปี เป็นยุวปัญญาชนลำบากนัก ต้องเทียวไปเทียวมาข้างนอก
ก็เหมือนกับคนที่ ร่างกายแขวนอยู่บนฟ้าครึ่งหนึ่ง แล้วขาก็ไม่สามารถแตะพื้นได้ แต่โดยรวมแล้ว ก็ไม่ได้เป็นห่วงตัวเองหรอก กลับทำเพื่อลูก ๆ เมื่อครู่ตอนพูดถึงพี่ใหญ่ของคุณ บ้านของพวกคุณน่ะ เป็นพวกที่ถือว่าโชคดีนะคะ คุณดูสิ คุณอย่าหัวเราะสิ คุณลองคิด คุณเป็นอาจารย์ ถูกไหมคะ แล้วน้องสาวของคุณล่ะ ก็ทำงานเป็นนักบัญชีในรัฐวิสาหกิจ พี่ชายของคุณ ถึงจะเป็นพวกที่ต้องออกไปชนบท แต่หลังจากกลับมาแล้ว ตอนนี้ชีวิตของเขาก็ดีจะตายไป ฉันได้ยินซือหยวนบอกว่า หลานของคุณ ก็เป็นถึงข้าราชการเลยนี่ถูกไหม ถูกแล้ว ถ้าอย่างนั้นชิงอวี๋ ยิ่งไม่ต้องพูดเข้าไปใหญ่ บ้านพวกเธอน่ะเดินอยู่บนเนินเขา ไม่เหมือนบ้านพวกเราหรอก ไม่เหมือนบ้านพวกเรา ไม่เหมือนบ้านพวกเรา แม่ซือหยวน จริง ๆ แต่ละบ้าน ก็ไม่แตกต่างเท่าไหร่หรอกครับ อะไรเรียกไม่ค่อยแตกต่าง ต่างกันมากสิ เวลาผ่านเลยไป หากย้อนเป็นสมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน พวกเราสองตระกูล ยังมาเกี่ยวดองกันได้เหรอ ถูกไหม พ่อชิงอวี๋ หลุดประเด็นไปมากแล้ว ที่คุณพูดเรื่องพวกนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยถูกไหม ไม่ ๆ ๆ ๆ นี่มันมีเหตุผลจริง ๆ นะ
คำพูดพวกนี้ มีเหตุผลตรงไหน – ทำไมฟังไม่เข้าใจ – ขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ แม่ของผมเพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ ร่างกายยังอ่อนแออยู่ เธอต้องรีบกลับบ้านไปพักผ่อนนะครับ พ่อซือหยวน มา ๆ ๆ ดื่มแก้วหนึ่ง เสร็จแล้วค่อยรีบกลับไป ขอโทษด้วยนะครับ ขอโทษด้วย ฉันได้ยินมาว่า ห้องชุดแถวนี้น่ะ ราคาตั้งหลายแสนหยวน ต่อหนึ่งตารางเมตรเลยนะ ราคาห้องของเซี่ยงไฮ้นี่ มันน่าตกใจแทบตายจริง ๆ นี่หากเป็นเมื่อยี่สิบปีก่อน ใครเอาเงินของทั้งบ้านทุ่มลงไป ซื้อห้องไว้ได้ ตอนนี้นะ คงกลายเป็นเศรษฐีแล้ว พ่อชิงอวี๋ ได้ยินว่าในตอนนั้นคุณ ซื้อห้องไว้แล้ว คงได้เงินก้อนใหญ่แล้ว ใช่ไหมคะ กลับกัน ผมเปล่าครับ ซื้อไว้แค่ห้องเดียว เพราะผมขี้ขลาด ไม่กล้าซื้ออีก นั่นก็ไม่เลวแล้ว ไม่เหมือนบ้านพวกเรา พลาดเงินไปก้อนแล้ว ก้อนเล่า มาถึงตอนนี้ ทำได้แต่อาศัยอยู่ ในกรงนกพิราบนั่นมาตลอด ตอนนั้นที่ผมซื้อห้องนั้นน่ะ ก็ถือว่าฉวยโอกาสได้น่ะครับ ราคาก็แค่สองสามแสนเท่านั้น แต่ตอนนั้นก็ลำบากแทบแย่เหมือนกัน หากไม่ใช่เพราะชิงอวี๋ บังคับลากผมไปเซ็นสัญญา
ตีผมให้ตาย ผมก็ไม่กล้าซื้อหรอกครับ สรุปแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคิดได้จริง ๆ เรื่องโชคดีนี่ ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ก็จะได้เก็บได้จริง ๆ นี่นับว่าเก็บได้ ทะเบียนบ้านที่ใช้ทำเงินได้มหาศาล วางท่าใหญ่โตจริง ๆ วางท่าจริง ๆ นี่ไม่ต้องพูดแล้ว ได้ไหม ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ต้องพูด ฉันพูดถูกนี่ ขอร้องเธอล่ะ ฉัน เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว [ร้านอาหารเหลาหลี่] คุณพ่อ พวกคุณกลับไปก่อนเถอะครับ ผมจะไปหยิบของสักหน่อย พ่อซือหยวน แม่ซือหยวน งั้นพวกเรากลับก่อนนะ ลาก่อนครับ ครับ ไว้เจอกันครับ ไว้เจอกัน เจอกันครับ เจอกัน ซือหยวน แกดูเมียแกสิ ไม่มีมารยาทสักนิด ไม่ทักทายสักคำก็ไปละ คุณยังมาจู้จี้กับคนอื่นอีกเหรอ คนเขาอดทนไม่ออกอาการ ก็ถือว่าไว้หน้าคุณมากแล้ว ผู้ใหญ่สองฝ่ายมาพบปะกันก็ต้องพูดเรื่องดีๆ พูดเรื่องเบิกบานใจ แต่คุณ คุณกลับ กลับพูดเกินไปแล้ว แม่ นี่แม่จะเอายังไงกันแน่ แม่ก็ไม่ได้พูดผิดสักหน่อย คุณ
ยังจะ คุณยังจะบอกว่าพูดไม่ผิดอีกเหรอ ผมถามคุณหน่อย คุณ คุณ เมื่อกี้คุณพูดอะไรไป ชิงอวี๋ เพิ่งจะสามทุ่มกว่าคุณนอนแล้วเหรอ [ไม่ต้องมองพ่อ พ่อไม่เป็นไร] [พ่อ] [พ่อไม่ได้โกรธใช่ไหม] [พ่อโกรธอะไรล่ะ วางใจเถอะ] [ต่อให้สองบ้านต้องกินข้าวร่วมกันทุกปี] [ปีหนึ่งพ่อก็ไปเจอเขาแค่ครั้งเดียวนี่] [ไม่ใช่เหรอ] [แล้วอีกอย่างเขาก็แค่ใช้ปากพูด] [หรือต่อให้เขาถือปืนถือมีด] [พ่อก็แค่สวมเสื้อเกราะก็เท่านั้น] [อดทนสักหน่อยก็ผ่านไปได้แล้ว] [พ่อก็แค่เป็นห่วงแก] [เจอกับแม่สามีแบบนี้] [อีกหน่อยแกต้องทุกข์แค่ไหนกัน] [กลับกัน พวกเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันสักหน่อย] [ชิงอวี๋เอ๋ย] [พ่อก็ไม่คิดว่าอาการของแม่ผัวแก] [จะหนักขนาดนี้] [ขนาดวันนี้เป็นวันที่สองบ้านเจอกันครั้งแรก] [เขายังควบคุมตัวไม่อยู่เลย] เลิกดื่มเถอะ ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ แม่คุณไม่ชอบหน้าฉัน ขนาดนั้นเลยใช่ไหม วันนี้ เขาพูดเรื่องแบบนี้หมายความว่ายังไง หรือว่า ต้องการให้เราเลิกกัน จะเป็นไปได้ยังไง แม่ผมวันนี้จะมาพบญาติ ก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย ดังนั้นแล้ว เลยคุมอารมณ์ไม่อยู่บ้าง เรื่องที่เขาพูดกับพ่อของฉันน่ะ หมายความว่ายังไง คุณจะให้พ่อฉันเอาหน้าไปไว้ไหน ต่อให้แค้นเคืองกัน เวลากินข้าวก็แค่สองชั่วโมงเท่านั้นเอง เขาก็แค่ทน ๆ เอาก็พอแล้ว ก็แค่เสแสร้ง ยังทำไม่ได้เลยเหรอ
ถ้าหากวันนี้พ่อของฉันไม่อยู่ แล้วมีฉันแค่คนเดียว ฉันก็พอจะทนได้ แต่ว่าวันนี้ทั้งสองบ้าน พบหน้ากันครั้งแรก แล้วคุณจะให้พ่อของฉันคิดยังไงเหรอ สิ่งที่ฉันไม่คิดอยากเห็น ก็คือเรื่องที่พ่อต้องมาเป็นห่วงฉัน จริง ๆ เขาก็ลำบากมาไม่น้อย แม่ของฉันจากไปไว เป็นเขาที่เลี้ยงฉันกับกู้เหล่ยมาจนโต ตอนนี้กู้เหล่ยก็ไม่อยู่แล้ว เขาก็เลยฝากความหวังทั้งหมด มาไว้ที่ตัวฉันเพียงคนเดียว เขากลัวว่าฉันจะใช้ชีวิตไม่มีความสุข ไม่มีโชค เขาอายุจะเจ็ดสิบปีแล้ว ฉันยังให้เขาเป็นห่วงอยู่อีก ที่รัก ขอโทษนะ เรื่องนี้เป็นเพราะผมจัดการไม่ดีเอง ล้วนเป็นความผิดของผม ขอโทษครับ ฉันแค่รู้สึกอึดอัดใจมาก ใช่ เป็นผมทำให้คุณลำบากใจเอง ตั้งแต่แต่งงานกับผมมา คุณต้องเจอเรื่องลำบากใจไม่น้อย เป็นผมที่ไม่ดี ไม่คู่ควรกับคุณเลย คุณกำลังคิดว่าที่ฉันพูดแบบนี้ เหมือนกล่าวโทษคุณหรือเปล่า ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะ ไม่ใช่ ซือหยวน ตอนนี้พวกเราสองคนเป็นสามีภรรยา หากว่าคุณรู้สึก มีตรงไหนที่ฉันทำไม่ถูก คุณก็พูดกับฉันมาได้ตรง ๆ ทุกครั้งคุณก็เป็นแบบนี้ มีเรื่องอะไรก็เก็บเอาไว้ในใจ มีเรื่องอะไรก็ไม่พูดออกมา เราโกรธกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง นี่เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ คุณเป็นแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่า เราสองคนห่างไกลกันเหลือเกิน คุณว่า ที่ผมพูดก็ถูกใช่ไหม เป็นผมทำให้คุณลำบากใจ
เรื่องในวันนี้ ผมขอโทษคุณอีกครั้งแล้วกัน หากว่าจำเป็นละก็ ผมก็สามารถไปขอโทษพ่อคุณที่บ้านได้ ไม่จำเป็นหรอกค่ะ [ที่รัก คุณมารับฉันได้ไหม] [ที่รัก คุณมารับฉันได้ไหม] [ที่รัก คุณทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ตอบวีแชตฉัน] ดูโทรศัพท์ให้น้อยหน่อย จะปวดตานะ ส่งวีแชตหาคนคนนั้นเหรอ เปล่า เพื่อนร่วมงานหนู ช่างเถอะ ยังจะปิดแม่อีก แม่พูดกับแกนะ เย่ว์เย่ว์ แกต้องใจแข็งขึ้นอีกหน่อย เขาไม่มาหาแก แกก็อย่าสนใจเขา ดูว่าใครจะทนได้มากกว่ากัน แกเป็นแบบนี้ ต่อให้อีกหน่อยพวกแกจะดีกัน เขาก็ยังเอาแกได้อยู่หมัดเลยทีเดียว หนึ่งชีวิตนี้ของแก จะถูกเขาบีบอยู่กลางฝ่ามือ เขาไม่สนใจหนู หนูไม่สนใจเขา นั่นไม่ได้หมายความว่า จะหย่าแล้วเหรอคะ หย่าก็หย่าไปสิ ผู้ชายที่เหมือนเขาแบบนี้ มีแต่แกที่เห็นว่าเขาล้ำค่า แม่ คุณมาแล้วเหรอ ฉันเพิ่งจะส่งวีแชตให้ คุณไม่ตอบ ฉันคิดว่าคุณจะไม่มาแล้วซะอีก รอฉันแป๊บนะ ฉันจะไปเก็บข้าวของ ผม พ่อครับ แม่ครับ นาย จะมารับเย่ว์เย่ว์กลับบ้านใช่ไหม [ที่รัก คุณมารับฉันได้ไหม] [ที่รัก คุณทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ตอบวีแชตฉัน] [พวกเราหย่ากันเถอะ]
[ที่รัก คุณมารับฉันได้ไหม] [ที่รัก คุณทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ตอบวีแชตฉัน] [พวกเราหย่ากันเถอะ] จริง ๆ แล้วผม เย่ว์เย่ว์ ทำไมถึงอ้วกขนาดนี้กันล่ะ ไม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหน่อยเหรอ ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่มียากิน ทำได้แค่ทนเท่านั้น ผู้หญิงตั้งท้องน่ะ ก็ทรมานแบบนี้แหละ ไม่เป็นไร แม่ ไม่ต้องกังวล กู้ซิน เข้ามาเก็บข้าวของกับฉันเถอะ แกน่ะ พอไปถึงนั่นแล้ว มีเวลาก็นอนให้มากหน่อย เข้าใจไหม ต้องนอนให้มาก วางใจเถอะ แม่ มา ช้าลงหน่อย เอาละ ไม่ส่งแล้ว พวกเราไปแล้วนะ – พ่อ – ลูกรัก รักษาตัวด้วย ค่ะ พ่อกลับเข้าไปกับแม่เถอะค่ะ กลับไปเถอะ ที่รัก ที่รัก คุณช้าหน่อย ช้าหน่อย ขับช้าหน่อย อยากจะอ้วกน่ะ คุณว่าการท้องนี่มันลำบากขนาดนี้เลยเหรอ ตอนนี้ฉันกินอะไรก็จะอ้วกทั้งนั้น ดื่มน้ำยังอยากจะอ้วกเลย แม่คุณเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ ผ่านไปอีกสักระยะหนึ่งก็จะดีแล้ว งั้น เดี๋ยวกลับไป
ผมจะลองหาในเน็ตอีก ดูซิว่าจะมีวิธีอะไร ที่ช่วยลดอาการแบบนี้ได้บ้าง คุณนี่ดีจริง ๆ เก่อเย่ว์ แม่เอาเม็ดแคลเซียมมาให้ ขอบคุณค่ะแม่ กินขาไก่นี่ด้วยนะ นี่ก็ให้เธอกิน แม่ หนูกินอันเดียวก็พอแล้วค่ะ คุณกิน กินไม่หมดก็ทิ้งซะ พ่อคะ กินไหม คุณไปทำอะไรให้แม่โกรธหรือเปล่า ใครจะไปรู้ ปกติแล้วเวลามีอะไรอร่อย แม่คุณจะพยายามคีบมาไว้ในชามลูกชาย แต่วันนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น ผมเองก็ไม่เข้าใจ ที่รัก ขอโทษนะ ขอโทษเรื่องอะไร ฉันรู้ว่าช่วงนี้ อารมณ์ของคุณไม่ค่อยดี แต่ฉันกลับไม่ได้อยู่ข้าง ๆ คุณ ขอโทษนะ คุณไม่ต้องพูดขอโทษกับผมหรอก ในระหว่างเวลานี้ ผมเองก็ไม่ได้ดูแลคุณให้ดี ผมเองก็มีส่วนผิดอยู่เหมือนกัน จริง ๆ แล้ว ช่วงนี้ ฉันคิดเยอะมาก ฉันคิดตกแล้ว ต่อให้เกิดเรื่องกับพ่อฉัน แต่ตอนนี้ทุกคนก็ยังอยู่ดี ขอเพียงทุกคนในบ้านอยู่ด้วยกัน ก็แข็งแกร่งกว่าอะไรทั้งนั้น อีกอย่างนะ ที่สำคัญที่สุดคือมีคุณอยู่ข้างฉัน ขอเพียงทุกวันฉันได้เห็นคุณ ฉ้นก็ยิ่งรู้สึกว่า ฉันพอใจมาก ๆ ๆ ๆ
จริง ๆ นะ รอจนลูกคลอดออกมาแล้ว พวกเราสามคน จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เงินจะมากหรือจะน้อย ฉันไม่สนใจหรอก ขอเพียงพวกเราอยู่อย่างสงบสุข ราบรื่น ก็ดีกว่าอะไรทั้งนั้นแล้ว จริงไหม ย่าคะ เดี๋ยวย่าจะลงไปเดินเล่นข้างล่าง หรือว่าจะดูโทรทัศน์คะ ดูโทรทัศน์แล้วกัน ค่ะ [ทีมตกแต่งพวกนี้รู้จักพี่มาหลายปีแล้ว] ยุคนี้แล้วรู้จักกันอย่างเดียวไม่พอ คนที่หักหลังน่ะ ก็คนรู้จักกันทั้งนั้น ยังต้องรับรองคุณภาพนะ [พี่เป็นเถ้าแก่ พี่เข้าใจดี] เอาละ ๆ ๆ ฉันรู้ว่าพี่เป็นเถ้าแก่ ฉันรู้อยู่แล้ว ฉันก็แค่อยากเตือนพี่สักหน่อยนะ เถ้าแก่ เถ้าแก่ของพวกเราน่ะหูเบา [เฝิงเสี่ยวฉิน เธอไม่ต้องมาพูดมาก] เอาละ ๆ ๆ รู้แล้ว ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน ได้ยินว่าเธอกับจ่านเสียง จะทำธุรกิจร่วมกันเหรอ ทำไมเหรอ ไม่มีอะไร ฉันก็แค่ถาม แล้วเดลิเวอรี่เธอไม่ทำแล้วเหรอ อันนั้นฉันไม่ทำแล้วแหละ ฉันรู้ว่าเธออยากออกไปทำงาน หาเงินเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงเสือน้อย แต่เรื่องที่เธอจะทำร่วมกันจ่านเสียง เธอคิดไว้แล้วหรือยังว่า ช่วงนี้จะวางแผนยังไง ทุกวันต้องใช้เวลาประมาณเท่าไหร่
มาทำเรื่องนี้กัน เพราะว่ายิ่งตอนนี้มีเรื่องที่บ้าน แล้วก็เรื่องเรียนของเสือน้อย ก็สำคัญมากอยู่แล้วนะ เธอต้องลองชั่งน้ำหนักดูนะ เรื่องของเสือน้อยพี่วางใจเถอะ เขาเป็นลูกชายแท้ ๆ ของฉัน ฉันจะไม่ปล่อยการเรียนของเขาไปหรอก พี่พูดเรื่องการแบ่งเวลา จริง ๆ แล้วเรื่องที่จะทำกับจ่านเสียง ฉันสามารถคุมเรื่องเวลาได้มากกว่าหน่อย ถ้าเกิดว่าฉันต้องออกไปลุยตั้งกิจการจริง ๆ ฉันจะปรึกษากับพ่อแต่เนิ่น ๆ จ่านเสียงเป็นเพื่อนของฉัน เขากล้าขอให้ฉันช่วยงานเขา จริง ๆ แล้วฉันก็แอบซาบซึ้งใจอยู่นะ ดังนั้นพี่วางใจเถอะ ฉันจะต้องทำได้ดีแน่ จะไม่ให้เสียความไว้ใจที่เขามีให้ ถ้าอย่างนั้นก็ดี กลับกัน ฉันก็แค่อยากพูดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า ฉันกลัวว่าทุกคน สุดท้ายแล้วจะวุ่นวายเรื่องนี้จนไม่มีความสุข อย่างนั้นก็ไม่ดีแล้ว พููดเรื่องไม่สบายใจแล้ว พี่ พี่กับพี่เขย ช่วงนี้มีเรื่องไม่สบายใจกันเหรอ จริง ๆ แล้ว [ต้าเหนียน] ฮัลโหล พี่ ผมอยากไปเซี่ยงไฮ้ ฉันพูดตั้งกี่รอบแล้ว ไม่ให้แกมา บอกว่าไม่ให้มาก็ไม่ให้มาสิ ผมไม่เห็นด้วย ผมคนเดียวก็ไปได้ แกลองดูสิ พี่กับพี่เขย พวกพี่สองคน ต้าเหนียนมาเซี่ยงไฮ้เหรอ เด็กน้อย คิดจะออกมาก็ออกมา
เหล่าหวัง เรื่องนี้รบกวนคุณแล้ว เถ้าแก่จ่าน จะเกรงใจอะไรผมกัน ผมแต่งห้องให้คุณต่อให้ไม่ถึงสิบห้อง แต่ก็แปดห้องเห็นจะได้นะ ตั้งแต่แบบห้องสตูดิโอ จนมาถึงดูเพล็กซ์ แล้วก็รีสอร์ท ผมน่ะมองเห็นคุณค่อย ๆ สร้างกิจการขึ้นมาทีละนิด ๆ ผมนึกว่าคุณจะพูดว่า ได้เห็นผมค่อย ๆ เติบใหญ่ขึ้นมาทีละนิดเสียอีก นั่นก็ไม่ต่างกัน แล้วก็ทางด้านนั้น ให้พวกเขาลงแรงกว่านั้นหน่อย อย่าให้ต้องถูกรื้องานล่ะ นี่ยังต้องบอกอีกเหรอ นี่ใครกัน เถ้าแก่เนี้ย เถ้าแก่เนี่ยยังอยู่ระดับอนุบาล เสี่ยวฉิน เธอมานี่หน่อย ฉันจะแนะนำเธอให้รู้จัก ท่านนี้คือผู้บริหารกิจการ ที่ฉันจ้างมาด้วยเงินเดือนสูง แล้วก็เป็นผู้จัดการใหญ่ด้วย เฝิงเสี่ยวฉิน นี่คือผู้ควบคุมงานตกแต่งของเรา ผู้ควบคุมหวัง – สวัสดีครับ – มีอะไรพวกคุณก็ติดต่อกันไว้ ได้ค่ะ ได้ [เรื่องที่ต้องระวังในการตกแต่ง] [ข้อมูลงานตกแต่ง เรื่องที่ต้องระวัง คู่มือหลีกเลี่ยง] [เรื่องทั่วไปในการตกแต่ง] [การระบายอากาศ ป้องกันการเกิดมลพิษในระหว่างตกแต่ง] [ลายกำแพง งานเคลือบผิวควรปล่อยให้แห้งเอง]
มา ๆ ๆ นี่ นี่ [ฮัวลาลา] เอาล่ะ ๆ ๆ จอดตรงนี้ [ขั้นต่ำ 30 หยวน] [รับออเดอร์ภายในห้าวินาที] [รถอะไรก็มี ส่งอะไรก็เร็ว ทำได้ทุกอย่าง] ช้า ๆ หน่อย มาแล้ว มาแล้ว ซื่อเหลียน พี่ใหญ่มาแล้ว พี่ใหญ่มาแล้วเหรอ น้องรองก็อยู่ พี่ใหญ่ นี่ก็ไม่ใช่เกือบทั้งหมดแล้วเหรอ เธอดู พอไหวอยู่ ก็ค่อย ๆ ทำช้า ๆ พี่ดูมันยังรกอยู่เลย ถ้าไม่ได้พี่รองมาช่วยในวันนี้ล่ะก็ ไม่รู้จะมีสภาพเป็นยังไงกัน นั่นสินะ อื้ม อื้ม พี่รอง พี่รอง พี่ยุ่งมาทั้งบ่ายแล้ว หรือไม่ ตอนนี้ให้ซื่อเหลียน ต้มเกี๊ยวให้พี่สักชามไหม นั่นสิ เอากลับไปกินไง แม่ยังอยู่ที่บ้านเลย พี่ไปตอนนี้ได้เลย พี่ดู พี่ใหญ่ก็มาแล้ว พี่วางใจเถอะ พี่ใหญ่ งั้นพี่รับงานต่อไปนะ
ได้ ได้ งั้นผมกลับละ ลำบากแล้ว ลำบากแล้วค่ะ ซื่อเหลียน ทำอะไรน่ะพี่ ก็พวกของที่ต้องมีไว้ตอนย้ายห้องยังไงเล่า พี่รอง นี่พี่ทำอะไร ผลักไปผลักมา มันน่าเกลียดนะ เอาไป เอาไป เอาล่ะ ๆ ๆ ฉันรับก็ได้ ขอบคุณพี่รอง คนบ้านเดียวกัน ไปแล้วนะ พี่ใหญ่ ผมกลับก่อนแล้วนะ ได้ ๆ ๆ เดินทางปลอดภัย เอาล่ะ ไว้เจอกัน พี่รอง ค่อย ๆ กลับนะ ได้ ได้ ไว้เจอกัน พี่รอง ซื่อเหลียน เมื่อครู่ตอนที่พี่เห็นซื่อหงหยิบนี่ออกมา จริง ๆ แล้ว พี่ก็เตรียมมาเหมือนกัน แต่ว่าพี่กลับลืมเอาไว้ ไม่อย่างนั้น พี่กลับไปหยิบมา ไม่ต้อง ไม่ต้อง เอาอะไรมาล่ะ นั่น พี่ใหญ่ ซองแดงไม่สำคัญ นั่นจะได้ที่ไหน โอนเงินในวีแซตก็ได้ พี่ดู
[เกาชั่ง] หาผมตรงนี้ แล้วหลังจากนั้นพี่ก็กดเครื่องหมายบวก ตรงนี้มีโอนเงิน เราเติมจำนวนเงินเองได้ คุณนี่มันจริง ๆ เลย [เกาชั่ง โอนเงินจำนวน 2,000 หยวน] [เกาชั่ง โอนเงินจำนวน 3,000 หยวน] กรอกเสร็จแล้ว ยืนยัน [กรุณาใส่รหัส] [โอนเงินให้เกาชั่ง] รหัสผ่าน [กรอกรหัสผ่าน] [โอนเงินให้เกาชั่ง] เอาล่ะ ผมดูหน่อย ได้รับแล้ว ได้รับแล้ว [โอนเงินสำเร็จ] ขอบคุณพี่ใหญ่ ผมจะบอกพี่นะ วิธีนี้น่ะสะดวก อีกหน่อยพวกงานขึ้นปีใหม่ พี่ก็สามารถโอนซองแดง ให้คนในกรุ๊ปที่บ้านผ่านทางนี้ได้ ให้ทุกคนแย่งกัน สนุกมากทีเดียว ได้ ได้ พ่อ แม่ นอนไม่ค่อยหลับเหรอ เมื่อคืนวานถีบฉันทั้งคืนเลยค่ะ หกเดือนก็อาละวาดเสียขนาดนี้แล้ว คลอดออกมาก็คงเป็นเจ้าตัวซนคนหนึ่งแน่ ที่รัก ฉันว่าจะนอนพักผ่อนสักสองสามวัน ไม่อยากไปทำงาน ถ้าเอาแต่นั่ง อีกหน่อยเด็กจะคลอดยากนะ พวกเธอเด็กสมัยนี้น่ะ มีอะไรนิดหน่อยก็ไม่ไปทำงานแล้ว เธอทำงานออฟฟิศ ทุกวันก็มีซินซินคอยไปส่งอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเบียดในรถไฟใต้ดิน
จะไปเหนื่อยตรงไหนกัน ตอนที่ฉันตั้งท้องแรก ๆ นะ ทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น เอวปวดจนแทบลุกไม่ขึ้นทีเดียว มีใครสนใจที่ไหน ก็ใช่ ตอนที่แม่เธอคลอดเขาออกมานะ วันก่อนหน้ายังไปทำงานอยู่เลย จะลาเขาก็จะหักเงินเดือน พอเด็กคลอดออกมาแล้ว ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มสูงขึ้น เธอใช้เงินมือเติบจนชินแล้ว แล้วอีกหน่อยพวกเธอสองคน จะใช้ชีวิตยังไงกัน งั้นฉันไปทำงานดีกว่า ว่าไงนะ ไหวเหรอ ไหว กู้ซิน คุณร่างรายงานสรุปประจำปีนี้ มาให้ผมก่อนชิ้นหนึ่ง ส่งให้ผมก่อนเลิกงานนะ ปีที่ผ่าน ๆ มา เป็นคุณที่เขียนไม่ใช่เหรอครับ ปีที่ผ่านมาก็เป็นที่ผ่านมาแล้วสิ ปีนี้ก็คือปีนี้ ฝากหน่อยแล้วกัน ไม่มีปัญหาครับ อาจารย์ พื้นของพวกคุณตรงนี้ หาอันที่เรียบกันกว่านี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม อันนี้คุณเอาไปวางไว้ตรงระเบียงทางนั้น วางไว้ตรงข้างนอก กองนี้ทั้งหมดเป็นตะปูของระเบียง ได้เลย ตรงนี้ พื้นตรงนี้ปูเรียบร้อยแล้วเหรอ เสร็จแล้วครับ นี่มันไม่ได้นะ คุณดู มีแต่ฟองอากาศทั้งนั้นเลย คุณดูสิ ขนาดใช้ตามองยังเห็นเลย นี่มันปกติครับ พวกเราน่ะใช้มือปู ไม่ได้เป็นหุ่นยนต์เสียหน่อย ไม่มีทางทำถูกหมดหรอกครับ คุณอย่ามามาตรฐานสูงนักเลย นี่ไม่ได้มาตรฐานสูง คุณดูสิ
คุณดูสิ ดูรอยต่อตรงนี้สิ หากมีคนแก่เดินเข้ามา เหยียบไปคราวเดียวก็ล้มแล้ว ไม่ได้หรอก คุณต้องรื้ออันนี้ให้ฉันใหม่ แล้วปูลงไปใหม่ โอเคไหม อันนี้ถ้าต้องปูใหม่ กาวติดพื้นจะใช้ไม่ได้แล้ว ใช้ไม่ได้แล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันถามผู้ควบคุมหวัง ว่าสุดท้ายแล้วปูได้ไหม อย่า ๆ ๆ ปูได้ ๆ ๆ ๆ จริง ๆ เลย ใช้ให้คุณทำงานทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้ ไม่งั้นคุณก็ เอาละ ๆ ๆ คุณวางใจ มา ๆ ๆ ครับ ทุกท่าน ทุกท่าน ขนมไหว้พระจันทร์รสเนื้อเพิ่งทำเสร็จ กำลังร้อนเลย ผมไปยืนรอตั้งสองชั่วโมงเลยนะ ขอบคุณครับเถ้าแก่ มา ผู้จัดการใหญ่เฝิง ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พี่เอาให้พวกเขากินก่อน อีกเดี๋ยวฉันค่อยกิน กาวตรงพื้นนี่ คุณดู ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เนื้อร้อน ๆ จะปูอย่างนี้ไม่ได้ ทำงานแบบนี้ฉันรับไม่ได้หรอกค่ะ อีกทั้งยังให้คนคนเดียวปูด้วย คุณวางใจ ผมจัดการเองครับ ช่วยใส่ใจเพิ่มหน่อยนะคะ
ครับ ครับ ครับ ขอบคุณครับ มา ๆ ๆ ขนมไหว้พระจันทร์รสเนื้อ เอาไปกิน อาจารย์ อาจารย์ ตรงนี้ยังไม่ต้องรีบร้อนปูค่ะ มีทั้งความสามารถ ความใส่ใจ มีเธออยู่นี่ ผมคงไม่ต้องมาแล้ว คุณดูบนหน้าเธอเขียนอักษรอยู่สี่ตัว ให้ คุณ วาง ใจ เวลานี่ผ่านไปเร็วจริง ๆ ภาพที่ผมตกแต่งห้องแรกให้คุณ ยังจำติดตาอยู่เลย พริบตาเดียวยี่สิบปีผ่านไปแล้ว นั่นสิ เสี่ยวฉิน มานี่ มานี่ เหล่าหวัง ขอบคุณครับ นั่งนี่ นั่งนี่ มา ฉันต้องพูดกับพี่ มา นั่ง ๆ ๆ ๆ ลูกน้องของผู้ควบคุมหวังพวกนี้ พวกเขาทำงานไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ พี่หาโอกาสพูดสักหน่อย เข้าใจแล้ว ฉันจะบอกเธอว่า ทำงานกับคนพวกนี้น่ะ ต้องทำตัวเฮฮาถึงทำงานใหญ่สำเร็จได้ ทำตัวเฮฮาน่ะ ทำงานใหญ่ไม่เสร็จหรอกนะ ก็ไม่ผิด พี่สาวเธอพักหลังนี้ ก็เหมือนไม่ได้ทำงานอย่างมีความสุข เธอมีเรื่องอะไรงั้นเหรอ พี่รู้ได้ยังไงน่ะ
ฉันดูเธอทีเดียวก็รู้แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเธอขับรถทุกวันเหรอไง ส่งเจ้าคนแซ่ซือไปทำงานน่ะ พักหลังนี้ไม่ได้ทำแล้ว เธอจะไปจอดรถที่ลานจอดคนเดียว แถมทำหน้าแข็งทื่อ พี่รู้ได้ยังไง ว่าตอนนี้เขาไปทำงานคนเดียวทุกวันน่ะ พี่ไปรอเขาอยู่ตรงนั้นทุกวันหรือไงพี่ เปล่าสักหน่อย ก็ช่วงนี้ฉันต้องดูงานตกแต่ง ก็เลยตื่นแต่เช้าไง หลังจากนั้นฉันก็ลงไปเดินเล่นข้างล่าง มีบางครั้งก็ออกกำลังกาย พอแล้ว ๆ ๆ ดังนั้นทุกวัน พี่ก็เลยไปเดินเล่นหน้าประตูบ้านเขาเหรอ ใช่ไหมล่ะ พอติดเพดานแล้วห้องเตี้ยลงเยอะเลยนะ ฉันล่ะรับพี่ไม่ไหวจริง ๆ วันนั้นไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่สองบ้านพบหน้ากันเหรอ พอพวกเขากลับมา ฉันก็เห็นว่าพ่อกู้เหล่ยอารมณ์ไม่ดี สีหน้าไม่สบายใจเลย มันจะต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ แต่ที่แท้แล้วเกิดเรื่องอะไร พวกเขาก็ไม่บอกฉัน ดังนั้นฉันเองก็ไม่รู้ นี่พี่ยังไม่ตัดใจอีกเหรอ เปล่าสักหน่อย ก็แค่เป็นห่วงแบบเพื่อนธรรมดา เฝิงเสี่ยวฉิน พวกเราก็เป็นเพื่อนกันธรรมดานี่ ฉันก็เป็นห่วงเธอเหมือนกันนะ ฉันยังซื้อ ขนมไหว้พระจันทร์รสเนื้อให้เธอกินเลย ใช่ไหมล่ะ พี่สาว คุณมาได้ยังไง เธอ เธอมันแย่มาก เพื่อนธรรมดา เพื่อนธรรมดา แล้วพี่จะตกใจขนาดนั้น เพื่ออะไรกัน กินข้าวเช้าเถอะ ฉันไม่ได้หิวขนาดนั้น ถ้าไม่กินข้าวเช้า ร่างกายจะแย่เอานะ ไม่ต้องหรอก ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ
ฉันไม่ได้โกรธสักหน่อย สวัสดี ไฮ ฉันมาวิ่งน่ะ ขอบใจนะ ขาไม่เป็นไรใช่ไหม ขาน่ะไม่เป็นไร แต่รองเท้าพังแล้ว ไม่งั้นขึ้นไปเปลี่ยนรองเท้าไหม ไม่ต้องหรอก ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ ไม่เป็นไร เธอ รถของเธอล่ะ ฉันเอารถของฉันไปซ่อมน่ะ หรือจะให้ฉันไปส่งเธอไหม ไม่จำเป็นหรอก ก็ได้ งั้นฉันไปวิ่งแล้วนะ ฉันว่าจะไปกินข้าว จะไปด้วยกันไหม งั้นไปด้วยกันแล้วกัน