EP.19 (FULL EP) | ที่พักแห่งหัวใจ (Life is a Long Quiet River) ซับไทย | iQiyi Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] ♫ ในที่สุดก็มีคำตอบ ที่ที่ทำให้ฉันสุขใจก็คือบ้าน ♫ [ที่พักแห่งหัวใจ] [ตอนที่ 19] วันนี้ที่แม่มา เพราะเอาของมาให้แก วันนั้นลืมให้แกน่ะ คิดดูว่าถ้าวันนี้ยังไม่มาอีก ก็ต้องรออีกสองอาทิตย์ อะไรเหรอครับ นาฬิกาเหรอ นี่เป็นของที่คุณตาแกให้แม่ไว้ เขากำชับแม่ว่า จะต้องรอให้ถึงเวลาที่แกยอดเยี่ยมที่สุด แล้วค่อยให้แก แม่รอโอกาสนี้มาตลอด ซือหยวน หลายปีมานี้ แม่บังคับแกมาตลอด บังคับให้แกพยายาม ต่อสู้ ก้าวหน้า แก แกคงไม่โทษแม่ใช่ไหม เรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัย จนถึงตอนนี้แม่ก็ยังเสียใจอยู่ตลอด แม่ร้อนใจมากจริง ๆ หลายปีมานี้ บางครั้งแม่อยากจะกินยานอนหลับ กินยาตายให้รู้แล้วรู้รอด แม่ อย่าพูดแบบนี้สิครับ อนาคตของแก แม่เป็นคนตัดเอง แม่ทำให้แกล่าช้า ทุกครั้งที่เห็นนาฬิกาเรือนนี้ หัวใจของแม่ก็เหมือนถูกมีดกรีด แม่กลัว… แม่กลัวว่า… จะไม่มีโอกาสส่งนาฬิกาเรือนนี้ออกไป ตอนนี้ดีแล้ว แกดูสิ แกเข้าบริษัทใหญ่แล้ว บริษัทใหญ่ 500 อันดับแรกของโลก แกได้เป็นพนักงานประจำแล้ว คุณตาอยู่บนสวรรค์ ถ้าเขารู้ว่าแกไม่ย่อท้อ

    เขาจะต้องปลื้มใจมากแน่ แม่ครับ ผมคิดว่าบริษัทนั้น ลูก แม่รู้… ลูกจะไม่ยอม ใช้ชีวิตธรรมดาไปตลอดชีวิตหรอก ใส่ไว้นะ แม่ดีใจจริง ๆ กอดแม่หน่อยสิ แม่ครับ ในที่สุดวันที่แม่รอคอยก็มาถึงแล้ว [สุสานตระกูลกู้] [กู้เหล่ย] เป็นของที่คุณชอบกินทั้งนั้น มะม่วง หมึกย่าง หมูสามชั้นน้ำแดง ปลารมควัน ไม่ได้มาเยี่ยมคุณนานแล้วนะ ทุกคนยุ่งกันหมด คุณอยู่ที่นั่นดี ๆ นะ คุ้มครองให้ครอบครัวเราปลอดภัย เสือน้อยสุขภาพแข็งแรง การเรียนก้าวหน้า พวกเราทุกคนคิดถึงคุณมาก [วันนี้ฉันไปเยี่ยมกู้เหล่ยแล้ว] ไปกันทั้งบ้านเลย วันนี้ยืนอยู่ที่นั่น ฉันก็คิดว่า เวลานี้ของปีที่แล้ว ฉันกำลังทะเลาะกับเขาว่าจะซื้อบ้าน ตอนแรกคิดว่าอีกหนึ่งปีจากนี้ จะได้อยู่ในบ้านของตัวเอง แต่ใครจะไปรู้ว่า หนึ่งปีหลังจากนี้ จะต้องไปหาเขาด้วยวิธีนี้ วันนี้ฉันคิดเรื่องในอดีต ของฉันกับกู้เหล่ยมากมาย ฉันรู้สึกว่าความจำของคนเรา เป็นสิ่งที่แปลกมากจริง ๆ พี่ว่าพอพี่ลืมไปแล้ว ก็หมายความว่า หลายเรื่องในอดีต มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนใช่ไหม เธอไม่หรอก เธอวางแผนเก่งขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นโรคอัลไซเมอร์หรอก เธอน่ะ เอาแต่คิดถึงอดีต ต้องมองอนาคตสิ

    คิดอะไรดี ๆ หน่อย คิดถึงอนาคต คนอย่างฉัน จะมีอนาคตได้ยังไง อนาคตของฉันก็คือเสือน้อย ตัวฉันเองไม่มีอนาคตหรอก จะเป็นไปได้ยังไง เธออย่าเลียนแบบฉันสิ เหล้านี่แพงมากนะ รู้ไหมว่าทำไมพี่สาวฉันถึงไม่ชอบพี่ ใจแคบเกินไปน่ะสิ เพราะเขาไม่รู้ค่าของของน่ะสิ ฉันจะบอกเธอให้นะ คนที่มีความสามารถอย่างฉัน เธอคิดว่าทุกคนจะชอบเหรอ พี่คะ ทำไมพี่ถึงไม่รู้ตัวเองขนาดนี้ล่ะ พี่มีความสามารถที่ไหนกัน พี่ดูสิ พี่เล่นเปียโนจนเป็นยังไง เพื่อนบ้านร้องเรียนทุกวัน เธอเล่นเป็น งั้นเธอลองดูสิ ถ้าฉันเล่นเก่งจริง ๆ จะทำยังไง เฝิงเสี่ยวฉินเล่นเปียโนเป็นเหรอ ถ้าเธอเล่นเป็น เธออยากทำอะไรก็ทำได้เลย ไม่แสดงฝีมือให้พี่ดูหน่อย พี่ไม่รู้หรอกว่าฉันเก่งกาจแค่ไหน ดี ๆ ๆ มา เริ่ม พี่ทำแบบนี้ ทำซะฉันอายเลย เธอ ทำไมเธอเล่นเปียโนเป็นล่ะ ฉันฝึกเป็นเพื่อนเสือน้อยไง เขาเรียนมานานแค่ไหน เขาเรียนมาสองปีแล้ว สองปีเหรอ แม่เจ้า ฉันเรียนมาห้าปีแล้ว เธอทำให้ฉันต้องมองเธอใหม่เลยนะ เฝิงเสี่ยวฉิน ที่พี่พูดเมื่อกี้จะรักษาคำพูดไหม มา ห้ามกลับคำนะ กลับคำต้องชดใช้ฉันหนึ่งแสนนะ

    ไม่กลับคำ ที่รัก ผมคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกนะ ยังไงผมก็อยากไปทำงานที่อ้ายเหมิง คุณวางใจได้ ผมจะไม่ให้กระทบต่องานของคุณแน่นอน ในด้านความสัมพันธ์ของคน ผมก็จะระวังมาก ๆ จะไม่สร้างปัญหาให้คุณแน่นอน ฉันไม่มีอะไรไม่วางใจนะ คุณไม่ได้โกรธใช่ไหม เปล่านี่ ฉันรู้ว่าคุณต้องคิดมานานมาก ถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็เคารพการตัดสินใจของคุณ ที่จริง เป็นเพราะว่าผม… [จ่านเสียงรับประกันจะลงทุน บ้านพักคนชราของเฝิงเสี่ยวฉิน ไม่กลับคำเด็ดขาด ถ้ากลับคำชดใช้หนึ่งแสนหยวน] [ห้ามกลับคำนะ] [กลับคำต้องชดใช้ฉันหนึ่งแสนนะ] [ตรอก 1333 ถนนฟู่ซิงจง] [สมาคมอุตสาหกรรม การจัดการทรัพย์สินเซี่ยงไฮ้] [พี่คะ ฉันเห็นว่าในตู้เย็นพี่มีน้ำผึ้ง ชงน้ำอุ่นดื่ม แก้เมานะ] [พี่คะ ฉันเห็นว่าในตู้เย็นพี่มีน้ำผึ้ง ชงน้ำอุ่นดื่ม แก้เมานะ] [รู้แล้ว ขอบคุณนะ] นาฬิกาใหม่เหรอ ไม่ใช่ ไม่กี่วันก่อนแม่ผมเอามาให้น่ะ บอกว่าคุณตาเก็บไว้ให้ผม ดูเหมือนว่าคุณได้ไปทำงานที่อ้ายเหมิง แม่คุณดีใจกับคุณมากเลยนะ ชิงอวี๋ ผม… สู้ ๆ นะ อย่าทำให้แม่คุณผิดหวัง [อ้ายเหมิง] ทุกคนหยุดก่อน

    แนะนำเพื่อนร่วมงานใหม่ของพวกคุณนะ ไมเคิล สวัสดีครับ ผมชื่อซือหยวนครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ โอเค ไปทำงานกันเถอะ ได้ นี่คือที่นั่งของคุณ แอนนา นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ ต่อไปจะทำงานกับคุณชั่วคราวนะ ช่วยดูแลหน่อยนะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ได้ค่ะ ได้ งั้นพวกคุณทำงานก่อน ขอบคุณครับ ๆ ไมเคิล รบกวนคุณตามฉันมาทางนี้หน่อยค่ะ ครับ เชิญทางนี้ค่ะ ประธานหลูคะ ไมเคิล ประธานหลู สวัสดีค่ะ ซินดี้ สวัสดีครับ ๆ เชิญนั่งทางนี้ค่ะ ชิงอวี๋เคยบอกคุณแล้วใช่ไหม พวกเรารู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้ว เป็นเพื่อนเก่ากัน ขอบคุณครับ ชิงอวี๋เคยบอกว่า คุณเป็นอาจารย์คนแรกของเธอ ในวงการนี้ครับ ในอาชีพของพวกเรา คนที่คิดถึงอดีตอย่างชิงอวี๋ ก็ไม่เยอะจริง ๆ จนถึงตอนนี้ทุกครั้งที่เห็นฉัน ก็เรียกอาจารย์อย่างนั้น อาจารย์อย่างนี้ ที่จริงตามประสบการณ์ของเธอแล้ว ฉันคิดว่าถ้าเป็นคนอื่น ก็คงจะไม่เห็นหัวคนอื่น ไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้นแล้ว แต่ชิงอวี๋ไม่ใช่ เธอมีน้ำใจมากเลย ชอบช่วยเหลือคนอื่น ก่อนหน้านี้ เธอยังโทรหาฉัน เธอถามฉันว่า

    ที่คุณมาทำงานที่อ้ายเหมิงของพวกเรา ฉันเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังใช่หรือเปล่า ฉันบอกเธอว่า เรื่องนี้ต้องดูสองจุด ข้อแรก ฉันคิดว่าคุณยอดเยี่ยมมาก ข้อสอง ถ้าในคุณสมบัติที่เท่าเทียมกัน ฉันยินดีที่จะช่วยเหลือคนกันเองมากกว่า แบบนี้ก็จะเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คุณว่าไงล่ะ ขอบคุณประธานหลูนะครับ ขอบคุณที่คุณให้โอกาสผม มาทำงานที่นี่ ก่อนที่ผมจะออกมา ชิงอวี๋ยังกำชับผม ให้ผมทำงานในหน้าที่ ของตัวเองให้ดี ๆ ไม่นอกลู่นอกทาง หลังจากถึงบริษัทใหม่ ต้องฟังเยอะ ๆ เรียนเยอะ ๆ ทำเยอะ ๆ พูดน้อย ๆ แล้วก็สร้างปัญหาให้น้อยลง โดยเฉพาะอย่าสร้างปัญหาให้คุณ ประธานหลูวางใจได้ ต่อไปผมจะทำงานของผมให้ดี เรื่องอื่นและคนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับผม ผมก็จะไม่ถาม จะไม่สร้างปัญหาให้คุณแน่นอนครับ [ได้เจอสามีเธอแล้ว หล่อมาก มีมารยาทมาก สายตาเธอไม่เลวนะ] [ได้เจอสามีเธอแล้ว หล่อมาก มีมารยาทมาก สายตาเธอไม่เลวนะ] [อาจารย์ งานก็ส่วนงานนะ อยากตีก็ตีอยากด่าก็ด่า ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน] สองวันนี้มีโทรศัพท์มาไหม ได้บอกไหมว่าจะกลับบ้านเมื่อไร ไม่มีครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

    นี่ก็ครึ่งเดือนแล้วนะ ที่มือเธอโดนลวก มันเกิดขึ้นในที่ทำงานนี่นา นี่ก็ต้องโทษพวกเราเหรอ ซินซิน แกล่วงเกินพวกเขาหรือเปล่า วันนั้นพ่อแม่เธอมารับเธอกลับบ้าน สีหน้าดุเหมือนจะกินคนเลย ฮัลโหล [ฮัลโหล] [สถานการณ์พ่อแม่คุณเป็นยังไงบ้าง] พวกเขาไม่อยากให้ฉันกลับไป [แล้วคุณคิดยังไง] ตกลงคุณกับซุนฉีตัดขาดกันหรือยัง ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว เลิกกันไปนานแล้ว เลิกไปตั้งแต่แปดร้อยปีก่อนแล้ว ตัดขาดไร้เยื่อใยกันอย่างสิ้นเชิง [แต่ว่าคุณก็ไม่เชื่อ] [แล้วผมจะทำยังไงได้ล่ะ] ไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อนะ ที่จริงสองวันนี้ฉันอยู่บ้านคิดเยอะมาก ซุนฉีนั่นหน้าตาสวยขนาดนั้น [รอบข้างต้องมีคนจีบเธอตลอดแน่นอน] แล้วตอนนี้คุณก็แต่งงานแล้ว พูดตามความจริงนะ คุณสมบัติก็งั้น ๆ ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องพัวพันไม่เลิกหรอก ใช่ไหม [ต่อให้คุณยินยอม] [ก็ไม่แน่ว่าเธอจะยอม] พิจารณาจากมุมมองนี้ ฉันคิดว่าฉันเชื่อใจคุณได้ แต่พ่อแม่ฉันโกรธมาก โดยเฉพาะพ่อฉัน เขาบอกว่า [คุณเห็นความเกรงใจเป็นวาสนา] [ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว] [คิดจะให้บทเรียนคุณสักหน่อย] พูดจนฉันก็เครียดเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาจะทำแบบนี้ไหม ได้ ผมรู้แล้ว ถึงเวลากินข้าวแล้ว ก็นั่นน่ะสิ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ ไปเถอะ ไปเถอะ ซานซาน ไปกินข้าวกัน

    ไปกินข้าว ไป ๆ ๆ ไม่ต้องทำงานแล้ว หิวจะตายอยู่แล้ว หิวจะตายอยู่แล้ว ไปเถอะ ไปสิ วันนี้เรากินอะไรดี หมูเส้นผัดเปรี้ยวหวาน ได้ยินมาว่าอันนั้นอร่อยมาก คราวที่แล้วที่เธอบอกฉันเรื่องย้ายที่ทำงาน ฉันอยากคุยกับเธอหน่อย [ต่อไปอย่าติดต่อฉันอีกนะ] เธอหมายความว่ายังไง [ต่อไปอย่าติดต่อฉันอีกนะ] [ซุนฉีเปิดการยืนยันความเป็นเพื่อน คุณยังไม่ใช่เพื่อนของเขา] [กรุณาส่งคำขอยืนยันความเป็นเพื่อน เมื่ออีกฝ่ายรับรองแล้วถึงจะสามารถติดต่อกันได้ ส่งการยืนยันความเป็นเพื่อน] มา แปลกไหม เย่ว์เย่ว์กลับไปเดือนกว่าแล้ว พวกเราก็มีส่วนในตัวหลานสาวเหมือนกันนะ ในอนาคต เด็กจะต้องใช้แซ่ของพวกเขาหรือไง ซินซินแกก็เหมือนกัน เธอไม่กลับมานานขนาดนี้ แกก็ไม่สนใจเลย แม่จะให้ผมทำอย่างไร ไปเอาตัวมาเหรอ แกก็เอาแต่ดุใส่แม่ เหมือนพ่อแกไม่ผิด ถ้าแกมีปัญญา ก็ไปสั่งสอนพ่อตาแม่ยายแกนู่น แม่จะบอกแกให้นะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะ โชคดีเหมือนเสี่ยวซือ ที่ได้เจอพ่อตาที่อารมณ์ดีอย่างอาแกนะ พี่สะใภ้ ผมก็ช่างเถอะ แค่นี้ ชิงอวี๋ยังบอกว่าผมรับมือยากเลย นายจัดการยากเหรอ งั้นบนแผ่นดินนี้ก็ไม่มีคนที่รับมือง่ายแล้ว นายนั่นแหละ ถ้าเปลี่ยนคนอื่นก็คง… ชิงอวี๋ เธอก็รู้นี่ หนูรู้อะไรคะ หนูไม่เข้าใจค่ะ ตกลงป้าใหญ่หมายความว่ายังไงกันแน่คะ

    ได้ ๆ ๆ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว กินข้าวเถอะ กินข้าว กินข้าว ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว กินข้าว กินข้าว กินข้าว กินข้าว ตั๋วตั่วกินข้าวสิ มา แม่ ทำไมคุณต้องต่อปากต่อคำป้าใหญ่ด้วย เธอก็เป็นแบบนี้ตลอดไม่ใช่เหรอ ทุกครั้งที่ครอบครัวกินข้าวกัน ก็มีแต่เธอที่พูดมากที่สุด แล้วที่พูดก็ยังไม่น่าฟังด้วย ช่างเถอะ เป็นญาติกันทั้งนั้น เป็นญาติก็ต้องมีขอบเขตสิ ช่วงนี้คุณอารมณ์ไม่ดีใช่ไหม เปล่านะ เพราะเรื่องที่ผมไปอ้ายเหมิง ทำให้คุณโกรธเหรอ บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ ทำไมคุณต้องเดามั่วด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ป้าใหญ่ของคุณพูดแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน คุณก็คงไม่ไปสนใจเธอ แค่ยิ้มก็จบ ฉันก็มีช่วงเวลาที่ทนไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าคุณไม่สบายใจจริง ๆ ผมไปลาออกก็ได้ แต่คุณให้เวลาผมครึ่งปี ไม่ อย่างน้อยสามเดือน ฉันเคยบอกว่าจะให้คุณลาออกเหรอ คุณไปทำงานที่อ้ายเหมิง ฉันแสดงออกว่า ไม่มีความสุขอะไรเหรอ คุณไม่ได้แสดงออกว่าไม่มีความสุข แต่ผมไม่อยากให้คุณอารมณ์ไม่ดี เพราะเรื่องนี้ ฉันไม่ได้อารมณ์ไม่ดี ทำไมคุณถึงเอาแต่พูดถึงเรื่องนี้ล่ะ การใช้ชีวิตระหว่างสามีภรรยา ไม่มีทางที่จะถูกใจไปทุกอย่างหรอก ดังนั้นฉันต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับปัญหา คุณหมายความว่า

    พวกเราสองคนมีปัญหาจริง ๆ เหรอ ทำไมคุณบิดเบือนข้อมูลล่ะ คุณทำอะไร คุณอยากทะเลาะกับฉันเหรอ ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณ พี่คะ พี่ลืมเอาซี่โครงมาน่ะ พ่อทอดให้พี่แล้ว ให้พี่เติมเครื่องปรุงเองก็กินได้แล้ว พ่อไม่รู้เหรอว่าฉันไม่ทำกับข้าวที่บ้าน รู้ค่ะ เขาเลยทำให้พี่แบบกึ่งสำเร็จไง เอามาให้ผมเถอะ งั้นฉันไปแล้วนะ กับข้าวให้เธอแล้วเหรอ พี่เขาไม่เป็นไรใช่ไหม รู้สึกว่าเธอไม่ค่อยปกติ ทะเลาะกับซือหยวนอีกแล้วใช่ไหม ถ้าพ่อเป็นห่วง พ่อก็ไปถามเธอเองสิคะ ถ้าหนูไปถามเธอ เธอก็ไม่พูดความจริงกับหนูหรอก ไม่แต่งงานก็กังวล แต่งงานแล้วก็ยังกังวล กังวลไม่จบไม่สิ้น ฉันนึกว่าคนที่กว่าจะหา คนที่ตัวเองชอบ มานานขนาดนั้นเจออย่างเธอ จะต้องไม่ทะเลาะกันอีกแน่นอน คิดไม่ถึงว่า ยังไงก็ทะเลาะกันอยู่ดี ไม่ทะเลาะก็ไม่ใช่สามีภรรยา พี่สะใภ้ของเธอคนนั้น ดูก็รู้ว่าไม่ใช่กุลสตรีอะไร ทำหน้าดุอยู่ทั้งวัน เป็นอะไรเหรอคะ เป็นเพราะจางติ้งกั๋ว บังคับให้ฉันท่องกลอนถังสามร้อยบท ถ้าท่องไม่ได้ ก็จะไม่ให้เต้นรำ เธอว่าเกินไปไหม เขาก็ทำเพื่อคุณนี่คะ ความจำของเขายังสู้ฉันไม่ได้เลย เธอไม่รู้หรอก หลายปีมานี้เขาทำของหายไปเท่าไร ต่อให้ฉันย้ายของออกจากบ้านจนหมด ก็ไม่แน่ว่าเขาจะรู้หรอก ใช่แล้ว เธอรอฉันเดี๋ยวนะ อย่าไปไหนนะ คุณจะไปไหนคะ เสี่ยวฉิน เธอดูสิ

    ดูสิ ดูสิ ดูสิ คุณรีบใส่เข้าไปค่ะ รีบใส่เข้าไป คุณเอาพวกนี้ออกมาทำไม นี่ฉันแอบเอาออกมาเอง ดูสิว่าเมื่อไรเขาจะรู้ เรื่องแบบนี้ล้อเล่นไม่ได้นะคะ เสี่ยวฉิน เธอช่วยฉันอย่างหนึ่งสิ เธอเอามันกลับไปนะ เมื่อไรที่ฉันจะเอา เธอค่อยให้ฉัน ไม่ได้ค่ะ ถ้าเผื่อคุณจำไม่ได้ งั้น งั้น งั้นฉันมีสิบปาก ฉันก็อธิบายไม่ชัดเจนหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เอาอย่างนี้ เธอเปิดกล้องของเธอสิ ทำอะไรคะ เธอเปิดสิ ของพวกนี้ ฉันให้เสี่ยวฉินเก็บไว้ชั่วคราว ถ้าฉันจะเอา จะกลับมาเอาจากเขา ใช้นี่เพื่อเป็นหลักฐาน พอแล้วใช่ไหม จนปัญญากับคุณจริง ๆ เสือน้อย รีบไปใส่รองเท้าที่ประตู ปู่ไปเอากระเป๋าให้ เร็ว ๆ ๆ จะสายแล้ว ชิงอวี๋ ไปเอานมในตู้เย็น ให้เสือน้อยระหว่างทางด้วยนะ ใส่รองเท้าให้ดี ๆ เสี่ยวฉิน พวกเขาใส่เสร็จแล้ว มา ดื่มระหว่างทางนะ ไป ๆ ๆ ไปเถอะ เสร็จแล้ว ๆ ๆ

    ไป ๆ ๆ บ๊ายบายครับคุณป้า บ๊ายบาย ชิงอวี๋ ทำไมกลับมาคนเดียว ซือหยวนล่ะ ท่ออุจจาระในห้องน้ำของบ้านเก่าพวกเขารั่ว เขากลับไปจับตาดูการซ่อมน่ะค่ะ เดี๋ยวเขาก็มา บ้านเก่าเดี๋ยวนี่ก็มีปัญหา เดี๋ยวนั่นก็มีปัญหา พวกแกเป็นยังไงบ้าง ใช้ชีวิตโอเคไหม หนูไม่ได้แต่งงานไปต่างประเทศสักหน่อย ปีหนึ่งถึงจะกลับมาครั้งหนึ่ง หนูก็มาขอข้าวกินบ่อย ๆ หนูใช้ชีวิตได้ดีหรือไม่ดีพ่อไม่รู้เหรอคะ ดูจากภายนอกแล้วก็ยังโอเคอยู่ ความเป็นจริงแล้วก็พอ ๆ กันแหละค่ะ งั้นพ่อถามแกนะ วันนั้น เดี๋ยวก่อนนะ ฮัลโหล เหล่าจาง อะไรนะ จริงเหรอ แล้วแจ้งตำรวจหรือยัง เสียหายมากไหม ไม่ต้องรีบร้อน ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกัน โอเค แล้วเจอกัน ๆ เกิดอะไรขึ้นคะ ลุงจางข้างบ้านน่ะสิ บอกว่ามีขโมยเข้าบ้าน แล้วคนเป็นอะไรไหมคะ คนไม่เป็นอะไร แต่ของบางอย่างหายไป เงินสดหายไปนิดหน่อย บัตรธนาคาร สมุดบัญชี และเครื่องประดับเงินทอง ใส่ไว้ในกระเป๋าดำ ขโมยไปหมดเลย แต่เหล่าจางบอกว่าประตูหน้าต่างไม่ได้พัง ก็ไม่รู้ว่าโจรเข้าไปได้ยังไง แกว่าจะเป็นคนรู้จัก ก่ออาชญากรรมหรือเปล่า [เสี่ยวฉิน]

    [พวกเขาใส่รองเท้าเรียบร้อยแล้ว] โดลงมา ยายคะ ฉันคิดดูแล้ว คุณรอฉันอยู่ที่บ้านดีกว่า คืนนี้ฉันจะแอบไปหาคุณ คืนของให้คุณนะคะ ไม่งั้นฉันไม่สบายใจจริง ๆ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันจะพูดให้ชัดเจนได้ยังไง พี่เขย พี่เขยมาแล้วเหรอ เสี่ยวฉิน เสือน้อย อันนี้ให้เธอนะ ขอบคุณครับลุง ขอโทษนะคะ ทำให้พี่เสียเงินอีกแล้ว รีบเข้ามา ๆ ลุงครับ เสือน้อยกลับมาแล้วเหรอ เรื่องที่บ้านจัดการเสร็จหรือยังคะ – จัดการเสร็จแล้ว – ไปเล่นกันดีไหมครับ ไปเล่นกันเถอะครับ ไปเล่นอันนี้ ไป พาเธอไปดูอันนี้นะ เล่นให้ดี ๆ นะ อย่าทำพังล่ะ ซื้อของเล่นอีกแล้วเหรอ ลุงช่วยแกะให้นะ เสี่ยวฉิน บ้านคุณยายจางของหาย เรื่องนี้เธอรู้ไหม ของอะไรหายไปเหรอ บอกว่า เงินสดหายไปบางส่วน แล้วยังมีบัตรธนาคาร มีเครื่องประดับเงินทอง และสมุดเงินฝากด้วย ใส่ไว้ในกระเป๋าสีดำ ขโมยไปหมดเลย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอไหม เกี่ยวข้องกับฉันด้วย [ของพวกนี้] [ฉันให้เสี่ยวฉินเก็บไว้ชั่วคราว]

    [ถ้าฉันจะเอา จะกลับมาเอาจากเขา] พ่อบอกแล้วว่าไม่ใช่เธอหรอก ช่วงนี้แกมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ไม่มีค่ะ แกอย่าปิดบังพ่อนะ วันนั้นตอนที่เราไปกินเลี้ยงกัน พ่อก็เห็นแกแปลก ๆ พ่อเลี้ยงแกมาสามสิบกว่าปี แกเป็นลูกสาวพ่อ มีเรื่องอะไรที่พ่อจะดูไม่ออกด้วยเหรอ บอกพ่อแล้วว่าไม่มีก็ไม่มีสิคะ พ่อเป็นพ่อของแก มีเรื่องอะไรแกคุยกับพ่อได้ พ่อแกยังไม่แก่ จนถึงขั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนะ ต่อให้พ่อช่วยแกแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ช่วยชี้นำแกหน่อยก็ยังพอทำได้นะ หนูรู้แล้วค่ะ แกฟังพ่อพูดนะ แกจะเก็บกดจนป่วยนะ พวกคุณทำเสร็จหรือยัง เสร็จแล้ว งั้นพวกเรากลับบ้านกันเถอะ – ได้ – หนูไปก่อนนะ กลับแล้วเหรอ คุณลุงคุณป้าครับ แล้วเจอกันครับ แล้วเจอกัน แล้วเจอกัน แล้วเจอกันครับ โอเค ช้าหน่อยนะ เหล่าจาง พ่อของคุณต้องมองอยู่ที่ระเบียงแน่ ๆ ถ้าคุณไม่อยากให้เขาเป็นห่วง คุณก็ให้ความร่วมมือกับผมหน่อย อย่าหันกลับไปมอง – คุณตาคะ – เสี่ยวฉิน – รบกวนแล้ว ๆ ๆ คุณรีบดูนะคะ เช็กดูหน่อยว่า มีของหายไปหรือเปล่า

    ฉันไม่ได้แตะเลยสักนิด ไม่เป็นไร ๆ คุณดูนะคะ ยายแก่นี่ จนปัญญาจริง ๆ ฉันว่าตอนนี้คุณยาย รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะคะ ข้างกายต้องมีคนดูแลตลอดแล้วนะคะ ฉันก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกัน คุณเคยคิดไหมว่า จะส่งเขาไปบ้านพักคนชรา มีมืออาชีพดูแลเขาจะดีกว่า เคยถามแล้ว เขาบอกว่าที่นั่นไม่รู้จักใคร อยู่ไม่ได้ ฉันต้องรีบขึ้นไปแล้ว ได้ค่ะ เขาอยู่บ้านคนเดียวฉันไม่วางใจ ไปเถอะค่ะ พ่อคะ ตอนนี้พ่อทันสมัยมากเลยนะ ยังนัดหนูมาคุยกันในที่แบบนี้ด้วย ลูกสาวพ่อทันสมัยขนาดนั้น คนเป็นพ่อยังไงก็ต้องรู้เรื่องบ้างสิ ดื่มชาสิ ชิงอวี๋ ตาแก่จางเพื่อนบ้านคนนั้น อธิบายให้พ่อฟังชัดเจนแล้ว เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ คุณยายจางคนนี้แกก็รู้ สมองเลอะเลือน แต่ละวันก็ทำอะไรแปลก ๆ ออกมา น้องสะใภ้ของแกก็เพราะว่าไม่มีทางอื่น รับปัญหาที่รับมือยากมา ไม่แน่เธออาจจะตั้งใจก็ได้ คุณยายจางพ่อก็รู้นี่นา สมองไม่ค่อยชัดเจน แล้วแต่เธอจะพูดยังไงก็ได้ เรื่องที่ไม่มีหลักฐาน ยอมมองคนในแง่ดี ก็ดีกว่ามองคนในแง่ร้ายนะ ไม่งั้นคนที่เสียเปรียบคือตัวแกเองนะ เหตุผลพวกนี้พ่อเคยสอนแกตั้งนานแล้ว แกว่าแก เมื่อก่อนเป็นคนที่ใจกว้างมาก ๆ ตอนนี้ชอบคิดเล็กคิดน้อยขึ้นเรื่อย ๆ

    หนูรู้แล้วค่ะพ่อ วันนี้พ่อเรียกหนูออกมาก็เพื่อสั่งสอนหนู พ่อไม่ได้สั่งสอนแก พ่อเป็นห่วงแก แกเป็นลูกสาวของพ่อ เธอน่ะ เป็นลูกสะใภ้ของพ่อ ในใจพ่อจะเข้าข้างเธอได้เหรอ ตั้งแต่เกิดเรื่องของกู้เหล่ยขึ้น ต่อให้พูดว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยกันดี ๆ แต่จะยังไงก็กลับไป เป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว นี่เป็นความจริงใช่ไหม พูดไปแล้ว ยังไงแกก็เป็นพี่ใหญ่ เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อ พ่อทำได้แค่แนะนำให้แกใจกว้างหน่อย อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยกับเธอ นี่เป็นความหมายชั้นหนึ่ง อีกอย่าง พ่อก็หวังว่าแกจะมีความสุขหน่อย แกเพิ่งจะแต่งงานใหม่ เป็นขั้นตอนที่เริ่มจากหัวร้อน จนค่อย ๆ เย็นลงนะ จะต้องมีบางอย่างที่ปรับตัวไม่ได้แน่ พ่อก็เคยผ่านมาแล้ว พ่อเข้าใจ ซือหยวนจะยังไงก็เป็นลูกเขย ต่อให้ระหว่างพวกแกจะขัดแย้งกันแค่ไหน นอกเสียจากว่า ปัญหาเรื่องหลักการ ที่เขาไปมีผู้หญิงอยู่ข้างนอก ไม่งั้นพ่อจะไปว่าเขาไม่ได้ พ่อก็ทำได้แค่แนะนำแกให้ทำใจให้กว้าง คิดเรื่องที่มีความสุขให้มาก ๆ หนูฟังเข้าใจแล้ว เป็นลูกสาวของพ่อไม่คุ้มเลยสักนิด เป็นลูกสะใภ้ ลูกเขยของพ่อกลับโอเคนะ แกจะพูดเพ้อเจ้อไม่ได้นะ ก็ต้องดูว่าเมื่อไร ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริง ๆ แกดูสิว่าพ่อจะช่วยใครกันแน่ รู้แล้วค่ะ หนูเข้าใจความหมายของพ่อ แกเข้าใจก็ดีแล้ว แกจำไว้นะ

    ขอแค่แกมีความสุข พ่อถึงจะมีความสุข เข้าใจไหม เข้าใจแล้วค่ะ คุณปู่คะ เป็นยังไงบ้าง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีหลายคนท้องเสียกันหมด ยังมีคนไปโรงพยาบาลด้วย บอกว่าอะไรนะ ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน งั้น งั้นที่กินเหลือตอนเที่ยงยังมีไหมคะ ฉันขอดูหน่อยได้ไหม มี มี ฉันเอาให้เธอดูนะ เธอดูสิ ซี่โครงใหญ่ ไก่ผัดถั่วลิสงพริกแห้ง [เทปผนึกของสำนักงานควบคุมอาหารและยา เมืองเซี่ยงไฮ้เขตผู่ตงใหม่] เนื้อเสียไปนานแล้ว ยังเอาออกมาขายอีก ในตู้เย็นมีแต่ เนื้อที่หมดอายุเป็นกล่อง ๆ ถ้าวันนี้ไม่มีคนอาหารเป็นพิษ พวกเราก็ยังไม่รู้เลย ทุเรศมากเลยใช่ไหม ควรปิดตั้งนานแล้วใช่ไหม ใช่แล้ว มีคนอาหารเป็นพิษด้วย กินจนท้องเสียแล้ว โทรหา 120 แล้ว ใช่ เถ้าแก่คนนี้ใจดำเกินไป หลอกลวงคน ถ้าไม่ใช่วันนี้มีคนอาหารเป็นพิษ โทรหา 120 พวกเรายังไม่รู้เลย นั่นสิ นั่นสิ ตอนนี้ พ่อค้าที่ไร้คุณธรรมแบบนี้ มีมากเกินไปจริง ๆ ควรปิดสิจริง ๆ เลย สมน้ำหน้าที่ถูกปิด

    [เทปผนึกของสำนักงานควบคุมอาหารและยา เมืองเซี่ยงไฮ้เขตผู่ตงใหม่] นั่นสิ มีคนอาหารเป็นพิษ กินเนื้อแล้วท้องเสีย มาแล้ว ๆ สวัสดีครับอาจารย์กู้ เถ้าแก่จ่าน เฝิงเสี่ยวฉินไม่อยู่บ้านหรอก ไม่ใช่ครับ ๆ ผมมาหาคุณครับ นาย มีเพื่อนคนหนึ่ง ส่งชาเก่าแก่มาให้ผมกล่องหนึ่ง ผมก็เลยคิดว่า จะมาแสดงความกตัญญูกับคุณ เอาใบชามาให้ฉันเหรอ ปกติฉันดื่มชาอยู่ที่บ้าน ก็แค่ดื่มไปเรื่อย ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ชาของนายดีขนาดนี้เอามาให้ฉัน สิ้นเปลืองแล้ว ไม่สิ้นเปลืองครับ มีคำกล่าวไว้ว่า ดอกไม้สดมอบให้สาวงาม กระบี่ล้ำค่ามอบให้วีรบุรุษ ไม่ต้องอ้อมค้อม วันนี้มาที่บ้านฉันมีเรื่องอะไร นายพูดมาเลย ตรงไปตรงมาดีมาก ผมอยากขอคนคนหนึ่งจากคุณครับ ขอคนคนหนึ่ง ใครเหรอ ลูกสะใภ้ของคุณ เฝิงเสี่ยวฉิน ไม่ นายต้องการเธอไปทำอะไร นายคงไม่ได้อยากให้เธอ ไปเป็นแม่บ้านที่บ้านนายหรอกนะ ไม่ใช่ครับ ผมเตรียมตัวจะทำธุรกิจ ผมอยากให้เธอช่วยผมหาเงิน ทางบ้านเธอฉันคุยให้เรียบร้อยแล้วนะ ตอนนี้พวกเราจะเริ่มทำงานทันที ฉันหมายความว่า พวกเราเริ่มจากการหาสถานที่ บริเวณรอบ ๆ ว่านจื่อหยวนก่อน แบบนี้เธอจะได้ดูแลลูกได้สะดวก ด้านลูกค้า พิจารณาจากคนแก่ของว่านจื่อหยวนก่อน ยังมีอีกอย่าง

    ตอนนี้ฉันไปสืบมาถึงรู้ว่า การเปิดบ้านพักคนชราอายุน่ะ ต้องมีใบอนุญาตเยอะมาก ฉันกำลังหาคนสอบถามอยู่ พวกเราพยายามเปิดกิจการตอนสิ้นปี มีความมั่นใจไหม เฝิงเสี่ยวฉิน ความกระตือรือร้นของเธอไม่สูงเลยนะ ฉันเปิดบ้านพักคนชรานี้เพื่อเธอนะ เธอคงจะไม่บอกฉันว่า ตอนนี้เธอถอนตัวกลางคันใช่ไหม งั้นฉันช่างแล้วนะ ฉันจะไปบอกเขา ไม่ใช่ พี่คะ ฉัน ที่จริงวันนั้นเมานี่นา ถ้าเมาแล้ว ของที่เซ็นก็ไม่นับหรอก อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เอาไป ฉันกดลายนิ้วมือไปห้ารอยแล้ว ตอนนี้เธอบอกฉันว่าไม่นับ ล้อเล่นเหรอ ไม่ใช่ พี่คะ ฉันแค่รู้สึกว่ามันแปลก ขอร้องพี่มานานขนาดนี้ก็ยังไม่รับปาก ทำไม ทำไมจู่ ๆ ถึงตอบตกลงล่ะ [คุณปู่ คุณย่าค่ะ] [ปกติพวกคุณไปหาหมอมีคนไปเป็นเพื่อนไหม] [ไม่มีหรอก พวกเขาจะมีเวลาที่ไหน] [เด็ก ๆ ยุ่งเกินไป] [ก็ใช่น่ะสิ] [งั้นถ้ามีบ้านพักคนชราใกล้บ้าน] [พวกคุณจะไปไหมคะ] [บ้านพักคนชราอายุแบบไหนเหรอ] [สภาพแวดล้อมดีไหม] [ตอนนี้ฉันกำลังรวบรวมความคิดเห็นของทุกคน] [ถ้าพวกคุณช่วยฉันกรอกแบบสอบถามฉบับหนึ่ง] [งั้นฉันก็] [จะไปตลาดให้พวกคุณฟรีหนึ่งครั้ง] [ซื้อกับข้าว สด ๆ ให้] [หนึ่งอาทิตย์] [กับข้าวก็ไม่ต้องซื้อแล้ว] [ถ้าไม่สดล่ะ]

    [คุณปู่คะ] [คุณลองถามดูสิคะ] [พ่อค้าเล็ก ๆ แถวนี้] [ได้ยินชื่อฉันเฝิงเสี่ยวฉินสามคำ] [จะมีใครไม่เชื่อฟัง] [เอากับข้าวสดที่สุดมาไว้บนโต๊ะบ้าง] [พี่ทำระดับสูง กลาง ต่ำได้นี่นา] [บ้านพักคนชราที่พี่เปิดเอง] [ข้างในพยาบาลก็มี] [แม่บ้านก็มี ใช่ไหม] [แล้วมาตรฐานการรักษาก็ดี] [อยู่ข้างในก็มีความสุข] เธอก็ถือว่าฉันมีจิตสำนึกขึ้นมาก็แล้วกัน ที่จริงเธอต่างหากที่มาเกาะติดฉัน ทำให้ฉันสลัดเธอไม่ได้ ฉันไม่มีทางเลือกถึงได้รับปากเธอ แล้วก็นะ เธอพูดเองนะ บ้านพักคนชราได้กำไรร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ได้กำไร ฉันไม่ทำแน่นอน บางทีตอนแรกอาจจะไม่ได้กำไรนะคะ คิดไม่ถึงเลย อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คนแก่เหล่านี้สบายดีไหมคะ ไม่เป็นไรแล้วละ กินยาเสร็จ ถ่ายไปสองสามรอบ ก็หายดีแล้ว งั้นฉันก็วางใจแล้ว ฉันอยากบอกคุณหน่อยค่ะ ต่อไปไม่สามารถส่งข้าวให้พวกคุณได้อีกแล้ว ต่อไปพวกคุณสั่งอาหาร ต้องระวังหน่อยนะ ถ้าเธอไม่ส่งข้าวมาให้พวกเรา คนแก่อย่างพวกเราจะทำยังไง อันนี้คุณเอาไปคุณดูนะคะ คูปองลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ฉันน่ะวางแผนจะเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเหรอ ที่ดูแลเด็กก็คือสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ใช่เหรอ ฉันทำแบบนี้ เพื่อผู้สูงอายุอย่างพวกคุณโดยเฉพาะ ก็เหมือนกับคุณ ที่ลูกชายก็ไม่สนใจคุณ แล้วก็ไม่มีข้าวกิน แล้วก็ไม่มีใครดูแล ก็มาได้ทั้งนั้น

    น่าจะอยู่ใกล้ ๆ ว่านจื่อหยวน ห่างจากที่นี่ไม่ค่อยไกล คุณดูสิ ถ้าสนใจ งั้นปีแรกฉันจะลดให้คุณ 50% นะคะ [ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ] [คูปองลด 50%] [ผู้มอบฉันทะ เฝิงเสี่ยวฉิน] นี่เธอใช้มือเขียนเหรอ แจกไปกี่ใบแล้ว ฉันแจกไปแค่เจ็ดแปดใบค่ะ ตรรกะผิดแล้ว แม้แต่ร้านก็ยังไม่ได้เปิด เธอแจกใบปลิวอะไรกัน เรื่องนี้พี่ไม่เข้าใจหรอก นี่เรียกว่าสร้างแรงผลักดัน พี่รู้ไหม พี่ดูคนอื่นเขาถ่ายหนัง ยังไม่เริ่มถ่ายเลย ก็ทำโปรโมตก่อน หลายคนก็จะรู้เองว่า มีหนังเรื่องนี้ รอถึงตอนฉายก็คุ้นเคยแล้ว เธอต่างหากที่ไม่เข้าใจ ทำธุรกิจต้องหาที่ดินทำเลทองให้เจอก่อน