EP.30 (FULL EP) | ที่พักแห่งหัวใจ (Life is a Long Quiet River) ซับไทย | iQiyi Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] ♫ ในที่สุดก็มีคำตอบ ที่ที่ทำให้ฉันสุขใจก็คือบ้าน ♫ [ที่พักแห่งหัวใจ] [ตอนที่ 30] ที่จริงฉันกลับมุมคิดดูนะ ห้าแสนนั้นคุณไม่อยากยืมฉัน ฉันเข้าใจ กลับกันถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันก็ไม่อยากให้ภรรยาฉันใช้หนี้แทนฉัน ดังนั้นเรื่องนี้ เราสองคนไม่ต้องพูดถึงแล้ว ไม่พูดถึงแล้วเหรอ ไม่พูดแล้ว ผมได้ยินมาว่า ประธานจ้าวให้คุณลาออก จริงเหรอ จริงสิ แต่ว่าก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ฉันกู้ชิงอวี๋ยังต้องกลัวจะไม่มีงานด้วยเหรอ ทำไมคุณถึงทำตัวสงบนิ่งแบบนี้ ในใจคุณคงรู้สึกแย่มากใช่ไหม ฉันโอเค โอเคจริง ๆ กู้ชิงอวี๋ คุณเป็นอะไร คุณกินยาผิดหรือเปล่า แล้วคุณอยากให้ฉันทำยังไง พอมาถึงก็ตบหน้าคุณ ถามว่าทำไมคุณถึง หักหลังฉันเพราะเงินห้าแสน ทำให้ฉันถูกบริษัทไล่ออกงั้นเหรอ คุณคิดว่า ผมหักหลังคุณจริง ๆ เหรอ งั้นคุณอธิบายให้ฉันฟังหน่อย ที่แท้ในบ้านก็มีกล้องวงจรปิด นี่ใช่ประเด็นเหรอ ประเด็นคือ คุณไม่เชื่อผม ฉันเชื่อคุณ ดังนั้นฉันถึงบอกว่าไม่ต้องถามอะไรแล้ว ฉันเชื่อคุณ คุณต่างหากที่ยืนกรานไม่ปล่อย นี่คุณไม่ได้เชื่อผม ที่บ้านไฟไหม้ เอาผ้าห่มมาปิด ไฟก็ดับแล้ว แต่คุณจะต้องหาสาเหตุที่ไฟไหม้ให้ได้ บ้านอาจจะไหม้ไปหมดแล้วก็ได้
ตอนนี้คุณ ยิ่งเหมือนพ่อของคุณเข้าไปทุกวัน ที่จริงก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีจัดการของพ่อ เขามักจะให้ฉันอดทนอดกลั้น แต่ตอนนี้ฉันเหมือนจะเข้าใจแล้ว คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน บางครั้งทำอะไรไม่ได้ก็ต้องเป็นแบบนี้ ชิงอวี๋ นี่ไม่ใช่คุณ งั้นก็ได้ ฉันเปลี่ยนสไตล์ ห้าแสนนั่นซินดี้ให้คุณเหรอ ใช่ คุณช่วยเธอจัดการ เคสบริษัทอุตสาหกรรมยาชิงเฟิง เธอใช้หนี้แทนคุณ ใช่แล้ว คุณรู้ว่าในคอมพิวเตอร์ฉันมีข้อมูลของเฟิงอิ๋น คุณอยากเอาไปให้ซินดี้ ใช่ – เดิมทีผมคิดแบบนี้ – โอเค แต่ว่า ฉันไม่มีอะไรจะถามแล้ว ผมในวิดีโอเมื่อเช้านั่นสนุกไหม [ผมชื่อซือหยวน พิธีกรงานแต่งงานคืนนี้] [เยี่ยม] [คุณลุงชีวิตดี] [แล้วตอนนี้คุณยังทำงานพาร์ตไทม์อื่นอยู่ไหม] [ฉันก็แค่ถามเฉย ๆ] [ก็แค่กลัวว่าคุณจะลำบากเกินไป] [ร่างกายรับไม่ไหว] ผมสงสัยมากว่า ในใจของคุณ ผมเป็นคนยังไงกันแน่ [กู้ชิงอวี๋] [ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม] ท่าทางที่ผมเป็นพิธีกร ไม่เลวเลยใช่ไหม ผมรู้ คุณอาจจะคิดว่า มันตลกไปหน่อย การแต่งงาน ก็แค่อยากให้มีความสุขไม่ใช่เหรอ ต้องสนุก ต้องคึกคัก ต้องเฮฮาไม่หยุด คนอื่นให้เงินผม ทำไมผมจะไม่ทำล่ะ คนอย่างผม
คุณหวังว่าผมจะทำอะไรได้ล่ะ เพราะผมไม่มีความสามารถไง ผมอยากไปหาเงิน ผมไม่มีทาง ใช้ชีวิตแบบที่คุณต้องการ ตั้งแต่วินาทีที่เราสองคนนัดบอด คุณก็น่าจะรู้ว่า ผมเป็นคนยังไง ทำไมคุณต้องพูดเรื่องพวกนี้ด้วย ฉันไม่เคยสนใจอดีตของคุณเลย ตอนนี้เป็นฉันพลาดเคสชิงเฟิงไป ทุกคนในบริษัทพวกเราคิดว่า ฉันสมรู้ร่วมคิดกับสามีฉัน มาหักหลังบริษัทของตัวเอง ฉันรู้ว่าคุณใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่วันนี้ฉันได้นั่งที่ตำแหน่งนี้ ฉันก็ใช้เวลายี่สิบปีเต็ม ๆ เพราะเรื่องนี้ ฉันอาจจะไม่สามารถยืนหยัดในอาชีพนี้ได้ ตอนนี้คุณยังมาพูดถากถางฉันอีก คุณหมายความว่ายังไง ผมไม่ได้ถากถาง ผมแค่บอกความจริงกับคุณ ตอนนี้ผมที่อยู่ตรงหน้าคุณ เป็นคนที่เฮงซวยคนหนึ่ง แต่นี่ก็คือซือหยวนที่แท้จริง ทำไมคุณถึงกลายเป็นแบบนี้ ใช่ ในสายตาของคุณ ผมเป็นคนที่ยอมหักหลังภรรยา เพื่ออนาคตของตัวเอง คุณก็คิดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ คุณเกลียดผมมากใช่ไหม ผมเกลียดตัวเองมากกว่าอีก คุณละทิ้งจินตนาการของคุณเถอะ ซือหยวนเมื่อก่อนตายไปแล้ว ผมในตอนนี้ ที่จริงผมเกลียดที่จะไปฟังคอนเสิร์ต แล้วก็ไม่อยากเล่นเปียโน ยิ่งไม่อยากไปกินอาหารฝรั่ง ที่ร้านอาหารหรู ๆ ด้วย ผมชอบ เล่นไพ่นกกระจอก พูดคำหยาบ สูบบุหรี่ ถ้าไม่ได้เจอคุณ ตอนนี้ผมอาจจะ แต่งงานกับลี่ลี่ไปแล้ว พวกเราสองคน จะใส่รองเท้าแตะ เดินไปเดินมาหน้าแผงปลา นี่ควรจะเป็นชีวิตของผม
คุณหมายความว่ายังไง คุณหมายความว่าถ้าคุณแต่งงานกับลี่ลี่ จะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น งั้นเหรอ เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญแล้ว แล้วอะไรถึงจะสำคัญ คุณเคยรักฉันไหม ตอนนี้พวกเราพูดเรื่องพวกนี้ ยังมีความหมายอะไรอีกเหรอ ชิงอวี๋ พวกเราอย่าหลอกตัวเองอีกเลย พวกเราอยู่กันคนละโลกแล้ว กลับไปไม่ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่าน พวกเราก็กลับไปไม่ได้แล้ว ชีวิตนี้ของพวกเรา ก็ไม่ควรเจอกันอีก ชิงอวี๋อยู่บ้านไหม ซือหยวน ชิงอวี๋อยู่บ้านไหม ทำอะไร ทำอะไร คุณรังแกเธอใช่หรือเปล่า คุณนี่หน้าไม่อาย ทำไมคุณถึงเป็นห่วงภรรยาของคนอื่นขนาดนี้ ผมเป็นเพื่อนเธอ ทำไมผมจะเป็นห่วงเธอไม่ได้ มีสิทธิ์อะไร อาศัยที่คุณมีเงิน อาศัยที่คุณเป็นเศรษฐีใหม่ จากอสังหาริมทรัพย์เหรอ คุณอย่าพูดจาน่ารังเกียจแบบนี้นะ อาศัยที่ผมเคารพเธอ ผมชอบเธอ ผมจะบอกคุณให้นะ ผมไม่เคยคิดจะแย่งกับคุณ แต่ดูสภาพของคุณตอนนี้ ผมน่าจะแย่งกับคุณซะ แย่งเหรอ คุณมีสิทธิ์อะไรมาแย่งกับผม คุณส่องกระจกดูสิ คุณคิดว่าชิงอวี๋จะชอบ เศรษฐีใหม่ที่ไม่มีความรู้อย่างคุณเหรอ แล้วเธอชอบคุณตรงไหน นอกจากคุณไม่มีเงิน แม้แต่ศักดิ์ศรีก็ไม่มี ผมจะบอกคุณให้ กู้ชิงอวี๋รักคุณมาตลอด เธอแต่งงานกับคุณ หวังว่าคุณจะรักเธอ คุณรักไหม นอกจากคุณทำร้ายเธอไม่หยุด คุณเคยทำอะไร คนอย่างคุณ ทำร้ายผู้หญิงที่ตัวเองรัก
คุณเฮงซวยที่สุดแล้ว ใช่ ผมมันเฮงซวย ผมทำร้ายเธอ ผมเคยบอกแล้วว่า ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของผม ผมคิดว่าพวกเราไม่ต้องแยกกันอยู่แล้ว ผมเป็นคนที่อายุ 40 ปี เดี๋ยวคบเดี๋ยวเลิกไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ พวกเราหย่ากันเถอะ ซือหยวน ซือหยวน [บทนำบริษัทอุตสาหกรรมยาชิงเฟิง] [บทนำบริษัทอุตสาหกรรมยาชิงเฟิง] [ประธานเสิ่นครับ] [ไปครับ ผมไปเล่นเป็นเพื่อนคุณอีกรอบ] [คุณไหวหรือเปล่า] [ผมว่าคุณน่ะ ใกล้จะหมดแรงแล้ว] [ผมไม่เป็นไรครับ] [ถ้าคุณหมดแรงจริง ๆ] [ใครจะมาทำโครงการนี้ให้ผมล่ะ] [ประธานเสิ่นครับ] [คุณหมายความว่า] [เอาอย่างนี้] [พรุ่งนี้ก่อนไปทำงาน] [คุณส่งหนังสือโครงการให้เลขาผม] [ได้ครับ วางใจได้ครับประธานเสิ่น] [หนังสือโครงการของเรา จะต้องดีที่สุดแน่นอน] [โปรเจกต์ของชิงเฟิง] [พวกเราได้มาแล้ว] [เยส] [เพื่อโจมตีฉัน] [คุณทำให้บริษัทชวดเคสใหญ่ไป] [ประธานเสิ่น ผมสัญญากับคุณ] [ผมไม่เคยทำ] [เรื่องอะไรที่ผิดต่อคนอื่น] [ข้อมูลของเฟิงอิ๋น ผมไม่เคยดูมาก่อนเลย] [ซือหยวน] [ผมเชื่อคุณ] [แต่เรื่องนี้] [มันเกินจะจัดการได้แล้ว] [เฟิงอิ๋นร้องเรียนถึง หน่วยกำกับดูแลด้านการเงิน] [พวกเราค่อยร่วมมือกันครั้งหน้าเถอะ] [ตึกที่สองนับจากทางนี้ไป]
[แล้วก็ห้องชั้นสิบที่อยู่ด้านทิศตะวันออกสุด] [ก็คือบ้านของเรา] [เดือนหน้าก็ส่งมอบกุญแจแล้ว] [ถึงตอนนั้นพวกเราจะย้ายเข้าอยู่ทันที] [รีบขนาดนี้เลย] [ไม่รีบแล้ว] [ฉันรอมา 20 ปีแล้ว] [นี่คือตำแหน่งของบ้านเก่า] ♫ รักผมอย่างหวานชื่น ♫ ♫ อย่าปล่อยผมไปตลอดกาล ♫ ♫ คุณทำให้ชีวิตของผมมีความสุข ♫ ♫ และผมรักคุณขนาดนี้ ♫ ♫ รักผมอย่างอ่อนโยน ♫ ♫ รักผมอย่างจริงใจ ♫ ♫ ความฝันของผมจะเป็นจริง ♫ ♫ เพราะที่รัก ผมรักคุณ ♫ ♫ ผมจะรักคุณตลอดไป ♫ ♫ เพราะที่รัก ผมรักคุณ ♫ ♫ ผมจะรักคุณตลอดไป ♫ [ผัก ผลไม้] เสี่ยวติง พี่มาแล้วเหรอ รีบนั่งสิ พี่ดูสิครับว่าจะกินอะไร ไม่ต้องรีบ ที่จริงวันนี้ฉัน… ได้ยินมาว่าเนื้อวากิวร้านเขาอร่อยมาก วันนี้ฉัน
ฉันมี… แล้วก็ลิ้นวัวอันนี้ ครั้งที่แล้วผมกินแล้ว นุ่มมากเลย ฉันอยากบอกว่า… – ฉัน – พี่ดื่มอะไรดีครับ ดื่มน้ำข้าวโพดไหม ได้หมดเลย พนักงานครับ กินอันนี้ก่อนนะครับ ได้ เสี่ยวติง ที่จริง… กินข้าวเสร็จ ไปดูเรือนหอของผม ดีไหมครับ พี่ดูสิผมเชิญพี่ตั้งหลายครั้งแล้ว พี่ไม่รับปากตลอดเลย ไปดูกันเถอะ วันหลังเถอะ วันหลังค่อยว่ากัน ที่จริงวันนี้ฉันอยาก… อยากจะคุยกับคุณ มีอะไรก็ดูก่อนแล้วค่อยว่ากันนะ ขอร้องล่ะ ได้ไหมครับ คุณซื้อเรือนหอที่นี่เหรอ เชิญเข้ามาครับ เปิดไฟหน่อยนะ [ฉันเคยเห็นบ้านหลังใหญ่] [แต่ฉันไม่เคยเห็นบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้มาก่อน] ห้องโถงที่เพดานสูงนั่น สวยมาก ใหญ่มากเลย [โคมไฟแขวนห้อยลงมาสิบกว่าเมตร] [บันไดแต่ละชั้นวนขึ้นไป] [ด้านข้างยังมีขอบทองด้วย] [แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ] [คิดไม่ถึงเลยว่าในบ้านเขามีลิฟต์ด้วย] [ปกติลิฟต์จะมีแค่ในตึกใหญ่เท่านั้นนะ] ในบ้านของเขากลับมีลิฟต์ด้วย พี่จินตนาการออกไหม ยังมีห้องใต้ดินขนาดใหญ่ อุปกรณ์ออกกำลังกายพวกนั้น ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน [บนดาดฟ้ายังมีสวนดอกไม้] [แล้วก็ยังมีสระว่ายน้ำ] [ไม่ใช่] [มันเรียกว่าอ่างอาบน้ำ] [ทิวทัศน์ตรงข้ามสวยสุดยอดเลย] [สามารถมองเห็นโบสถ์] [สระว่ายน้ำกลางอากาศเหรอ]
[นี่คือสระน้ำพุร้อน] เฝิงเสี่ยวฉิน เธอดูสภาพเธอตอนนี้สิ ธาตุแท้ของผู้หญิงหน้าเงินออกมาแล้ว ปกติเขาใส่เสื้อผ้าก็เหมือนกับฉัน ไม่ได้ดีมากอะไร รถที่ขับคันนั้น ก็แค่รถแสนกว่าหยวน เดิมทีฉันอยากจะเปิดเผยกับเขา ฉันไม่อยากคบกับเขาอีกแล้ว สุดท้ายเขาก็จะให้ฉัน ไปดูเรือนหอของเขาให้ได้ ฉันบอกว่างั้นฉันไปก็ได้ ถือโอกาสช่วยชี้แนะการตกแต่งของเขาด้วย เพิ่มระดับให้เขา สุดท้ายล่ะ – ฉันบ้าไปแล้วจริง ๆ – รอเดี๋ยวนะ ชุมชนของคนคนนี้ชื่ออะไรนะ ฉันตรวจสอบหน่อย พี่ไม่ต้องตรวจสอบแล้ว เขาไม่ได้มีโรคอะไรใช่ไหม ไม่มี เขาไม่น่าจะมีโรคอะไรหรอก เธอต่างหากหากที่เป็นโรค เฝิงเสี่ยวฉิน เธอดูเธอตอนนี้สิ ตื่นเต้นซะจน เธอจะฉีดยาให้ใจเย็นก่อน สักหน่อยไหม ฉัน… ตาของเธอเนี่ย ตอนนี้เหล่ไปแล้ว เธอจะเลิกกับเขาไม่ใช่เหรอ ไม่เลิกแล้วเหรอ ก็ใช่นะ ถ้าเป็นใครก็ทนไม่ไหวหรอก เลือกยากมาก ตอนนี้ที่นี่ไม่มีคนนอก เธอบอกฉันหน่อยสิ เธอคิดยังไงเหรอ [บ้านนี่คุณต้องซื้อให้ได้หรือไง] [ต้องซื้อให้ได้] [ฟ้าถล่มลงมาฉันก็จะซื้อ] [บ้านของฉัน] [ฉันไม่มีเงินซื้อบ้านแล้ว] [ฉันหมดหนทางแล้วจริง ๆ] [ถือว่าฉันขอร้องคุณแล้ว] [เงินมัดจำนี้คืนให้ฉันได้ไหม] [ที่จริงความฝันที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของฉัน] [ก็คือมีบ้านของตัวเองสักหลัง]
ในเซี่ยงไฮ้ ในเมืองใหญ่แบบนี้ ก่อนหน้านี้ตอนที่กู้เหล่ยยังอยู่ เพื่อจะซื้อบ้าน พวกเราก็ทำจนวุ่นวายไปหมด บ้านเดี๋ยวก็มี เดี๋ยวก็ไม่มี เดี๋ยวไม่มี เดี๋ยวก็มีอีก ทรมานจนคนตายไปแล้ว ฉันก็ยังซื้อบ้านไม่ได้ จนกระทั่งจู่ ๆ ก็มีลูกคนรวยคนนี้โผล่ออกมา ขอแค่ฉันเห็นด้วย เขาสามารถจดทะเบียนสมรส กับฉันได้ทุกนาที ทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นกับฉันได้นะ ใครกันนะ ที่กำลังล้อเล่น กับชีวิตของฉันแบบนี้ [เอ็มจีคิว] คุณกู้คะ คุณกู้ สู้ ๆ นะ ♫ บางครั้งรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลา ♫ ♫ ไม่มีความสามารถโดดเด่นกว่าใคร ♫ ♫ กับเรื่องบางเรื่องฉันโง่เขลา ♫ ♫ จะไปเทียบกับใครคนอื่นได้อย่างไร ♫ ♫ คนที่ไม่เฉลียวฉลาดจริงจังที่สุด ♫ ไม่งั้นฉันส่งคุณกลับบ้านดีกว่า ♫ ไม่อย่างนั้นจะทำสำเร็จได้อย่างไร ♫ ไม่ต้องหรอก ผมนั่งแท็กซี่ไปเอง ♫ บางครั้งก็ยังถามตัวเอง ♫ งั้นคุณดูแลตัวเองด้วยนะ
♫ กลับสงสัยว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ ♫ แกก็จริง ๆ เลย ♫ คนที่ถูกลมพัดจนแยกจาก ♫ ♫ เล็กจ้อยดั่งเม็ดทรายเม็ดหนึ่ง ♫ [ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายค่ะ] ♫ คนที่ถูกลมพัดจนหลับตา ♫ [สวัสดีครับ คุณนาย] ♫ ไม่กล้าให้คนอื่นเห็นสายตาที่เอ่อนอง ♫ ♫ ว่าวที่อยู่บนฟ้า ♫ ♫ ถูกใครชักจูงเชือกเอาไว้ ♫ ♫ เธอก็เคยลองหนีไปจากชั้นเมฆ ♫ ♫ มีอิสระทั้งชีวิต ♫ ♫ กลับสงสัยว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ ♫ [ผู้หญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ด้านหลังประตู] [เสียใจเพราะผม] [เด็กผู้หญิงคนนั้นที่เก็บผมไว้ในหัวใจ] [ไม่เคยลืมผมมาตลอดยี่สิบกว่าปี] [ผมหวังว่า] [นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะเสียใจ] [นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียว ที่ผมสามารถทำเพื่อเธอได้] [บางที] [ต่อไปจะไม่มีโอกาสพูดอีกแล้ว] [งั้นก็ให้ผมพูดเป็นครั้งสุดท้าย] [ชิงอวี๋] [ผมรักคุณ] ♫ คนที่ไม่เฉลียวฉลาดจริงจังที่สุด ♫ ขอโทษนะ
♫ ไม่อย่างนั้นจะทำสำเร็จได้อย่างไร ♫ ♫ บางครั้งก็ยังถามตัวเอง ♫ ♫ กลับสงสัยว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ ♫ ♫ คนที่ถูกลมพัดจนแยกจาก ♫ [บ้านพักคนชรายังไม่สาย] ♫ เล็กจ้อยดั่งเม็ดทรายเม็ดหนึ่ง ♫ น้องสาว ทำให้พวกเธอลำบากแล้วนะ คุณอย่าพูดแบบนี้สิ คุณยายเป็นความสนุกสนานของที่นี่ เขาทั้งนิสัยดี แล้วก็เป็นคนดี พวกเราต่างก็ชอบเขามาก งั้นเหรอ วันพุธหน้า ฉันนัดไว้แล้วว่าจะพาเขาไปทำเคมีบำบัด ที่จริงไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ฉันหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว มะเร็งรังไข่ต่อให้เป็นระยะสุดท้าย อัตราการมีชีวิตอยู่ห้าปี ก็มีถึง 30% เลยนะคะ คุณยายที่นิสัยร่าเริงขนาดนี้ ฉันคิดว่าไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ทำใจให้สบายหน่อย ถึงตอนนั้นทำเคมีบำบัดเสร็จแล้ว พวกเราค่อยไปรับเขากลับมา หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ – ค่ะ ขอบคุณนะ ๆ ไม่ต้องห่วงนะคะ เถ้าแก่จ่าน คือว่า ฉันพบความลับอย่างหนึ่งค่ะ อยู่นี่ค่ะ คุณเฝิงล่ะ – เล่มนี้ใช่ไหม – ขอบคุณ ๆ
โอเค ขอบคุณ [การดูแลผู้สูงอายุ ส่งเสริมคุณธรรม] เสี่ยวฉิน เธอไปที่ห้องทำงานฉันหน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ได้ค่ะ มา นั่งสิ พี่มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ คือว่า… คุณยายจางเป็นมะเร็งหรือเปล่า ใครบอกพี่เหรอ ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เธอควรจะปรึกษาฉันหน่อยนะ ฉันรู้จักผู้เชี่ยวชาญ แผนกมะเร็งหลายคนที่เซี่ยงไฮ้ ฉันจะแนะนำให้เขานะ เธอบอกเขาทีว่า ฉันช่วยเขาได้ ไม่ต้องหรอกค่ะ อาทิตย์หน้าเขาก็จะไปเคมีบำบัดแล้ว เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว จริงเหรอ งั้นก็ดีเลย ต้องบำบัดนานแค่ไหน ได้ยินมาว่าครึ่งเดือนนะคะ หลังจากเคมีบำบัดเสร็จ ถ้าคุณยายว่าง ไม่มีอะไรก็กลับมาเยี่ยมพวกเรา อะไรคือกลับมาเยี่ยมพวกเราบ่อย ๆ เธอบำบัดเสร็จก็กลับมาแล้ว หลังจากเธอบำบัดเสร็จแล้วจะกลับมาที่นี่ทำไม เธออยู่ที่นี่ไงคะ เธอบำบัดเสร็จหายแล้ว ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็กลับมาไงคะ เฝิงเสี่ยวฉิน เธอไม่เข้าใจความหมายของฉัน เขาเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ต่อให้รักษาหายแล้วกลับมาที่นี่ ไม่แน่ว่าวันไหนเขาอาจจะตายกะทันหันก็ได้ เขาเป็นลูกค้ากลุ่มแรกของเรา ถ้าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ข่าวแพร่ออกไป มันจะไม่เป็นมงคลนะ เข้าใจไหม ไม่ใช่ เถ้าแก่คะ ไม่เข้าใจพี่แล้วนะ พวกเราเปิดบ้านพักคนชรา ในนี้มีแต่คนแก่
ล้วนเจ็ดสิบแปดสิบกันแล้ว การจากไปเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องไม่ช้าก็เร็ว ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีชีวิตนิรันดร์ได้ ใช่ไง พวกเราเปิดบ้านพักคนชรานะ ไม่ใช่โรงพยาบาล เขาป่วยก็ต้องไปรักษา ควรอยู่ในโรงพยาบาล คนที่รักษาโรคหายก็ควรกลับมาไม่ใช่เหรอ เป็นเรื่องปกตินี่คะ เฝิงเสี่ยวฉิน เธอฟังฉันนะ ทำธุรกิจต้องการความเป็นมงคล จริง ๆ นะ เขาจะมีปัญหาอะไรที่นี่ไม่ได้ ก่อนหน้านี้เธอบอกว่า พวกเราเปิดประตูทำธุรกิจ ไม่ต้องพูดเรื่องการกุศลอะไร ตอนนี้เธอหักหน้าตัวเองแล้วเหรอ ฉันรู้ว่าเธอสนิทกับเขา เธอคุยกับเขาดี ๆ หาข้ออ้าง ให้เขาไปก็พอ ฉันพูดไม่ออกหรอก เธอไม่พูดจริง ๆ เหรอ งั้นฉันไปพูดเอง จ่านเสียง ถ้าพี่กล้าไล่เขาไป ฉันจะลาออกทันที ถ้าเขา ต้องการอาหารของพยาบาลละก็ คุณบอกฉันนะคะ ได้ครับ รบกวนเธอแล้วจริง ๆ เถ้าแก่คะ เถ้าแก่ ลุงจาง มีเรื่องจะคุยกับพี่ค่ะ จะขอบคุณพี่ ขอบคุณที่พี่ให้ยายอยู่ต่อ ขอบคุณอะไรกันล่ะ คือว่า… กิจการของเราเนี่ย คำพูดของคุณเฝิงก็เป็นความต้องการของผม โอเคไหม ตกลงตามนี้นะ
ที่ไหนกัน เป็นความต้องการของเถ้าแก่ค่ะ เถ้าแก่เป็นคนอนุมัติ ลำบากใจจริง ๆ นะครับ ไม่ลำบากใจ ที่สำคัญคือยายเฒ่าน่ะชอบที่นี่มาก ๆ ชอบเสี่ยวเฝิง นั่งลงแล้วค่อย ๆ พูดนะคะ ชอบอยู่กับทุกคน ผมก็เคยเกลี้ยกล่อมเขานะ ผมบอกว่าพวกเรากลับบ้านกันเถอะ จะได้เจอกันทุกวัน แต่เขาไม่ยอม จะต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ เถ้าแก่จ่าน ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเธอไม่ไหวจริงๆ พวกเราจะรีบไปทันที – จะไม่ทำให้พวกคุณอึดอัดเด็ดขาด – ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เพราะว่าจุดประสงค์ ในการทำธุรกิจของพวกเรา คือบริการสังคม สร้างคุณค่าไง ใช่ไหม เอาอย่างนี้ ค่าใช้จ่ายของพวกเขา ฟรี โอเคไหม ฟรีไปเลย ไม่ได้หรอกครับ ๆ เถ้าแก่คะ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง พวกเขาทำให้ลูกชายฉัน สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ตอนนี้กลับกัน ให้ฉันไปดูแลลูกชายของพวกเขา บนโลกนี้มีเหตุผลแบบนี้ที่ไหนกัน แม่เหมาเมาน่ะ ถูกคนหลอกเอาเงินไป ถ้าตอนนี้ไม่ไปทวง ต่อไปก็เอากลับมาไม่ได้แล้ว ถ้าเอากลับมาไม่ได้ก็ไม่ต้องเอาสิ ฉันไม่ได้หลอกเงินพวกเขาสักหน่อย
– แปลกจัง – เป็นญาติกันทั้งนั้น อีกอย่างพ่อเหมาเมาก็ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้เด็กกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือคุณจะให้เขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวล่ะ สอบเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ ตอนที่ลูกชายฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกเขาเคยคิดไหมว่า พวกเราเป็นญาติ จะช่วยพวกเราหน่อย ทางโทรศัพท์นั่น พูดคำเย็นชามาสามคำ ขอโทษนะ น้ำเสียงแบบนี้ฉันยังจำได้จนถึงตอนนี้ เขาทำลายลูกชายฉันไปตลอดชีวิต ทำไมตอนนี้ฉันต้องดูแลเขาด้วยล่ะ คุณก็ชอบพูดให้เกินจริง ทำไมถึงเรียกว่าทำลายทั้งชีวิตล่ะ แม่ครับ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็อย่าพูดอีกเลย ตอนนั้นทุกคนล้วนมีปัญหา ไม่ใช่ไม่ยอมช่วย แต่ช่วยไม่ได้จริง ๆ เป็นใครก็เหมือนกัน ตอนนี้เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ใครก็ไม่ผิดหรอก คุณอาคุณน้าไม่ผิดหรอก พวกเราก็ไม่ผิด เหมาเมายิ่งไม่ผิดใหญ่เลย เรื่องของผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวกับนาย นายน่ะ ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี พยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นแล้ว ร้องไห้ทำไมกัน นายคิดถึงแม่ใช่ไหม ตอนที่ฉันเด็กกว่านาย ก็แยกกับพ่อแม่แล้ว หนึ่งปีได้เจอกันแค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวก็อยู่ได้แค่ไม่กี่วัน ฉันจำได้ว่ามีครั้งหนึ่ง ที่สถานีรถไฟ พวกเขานั่งอยู่บนรถ ฉันยืนอยู่บนชานชาลา แม่ฉัน โบกมือให้ฉันตลอด โบกมือไปร้องไห้ไปด้วย พี่ พ่อแม่นายกับพ่อแม่ฉัน ที่จริงเป็นเพราะการใช้ชีวิต ถึงจำเป็นต้องจากพวกเราไป
ทั่วเซี่ยงไฮ้มีแรงงานต่างถิ่นตั้งกี่คน ที่ต้องห่างจากบ้านเกิด ใครจะยอมแยกจากลูกของตัวเองล่ะ ดังนั้นนาย ต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนะ ฉันเคยพยายามแล้ว แต่ฉันล้มเหลว รีบนอนเถอะ นี่คือห้องน้ำ นี่อะไรเหรอ นี่คือห้องแต่งตัวของหนูค่ะ ใหญ่มากนะ พอใช้ได้ไหม ไม่เลว แกก็จริง ๆ เลย ย้ายบ้านก็ไม่บอกสักคำ ย้ายบ้านต้องบอกอะไรล่ะคะ ตอนนี้ย้ายบ้านก็มีคนทำโดยเฉพาะแล้ว บริษัทย้ายบ้านมาช่วยหนูย้ายน่ะค่ะ ฉันก็แค่เก็บของ ไม่ต้องให้หนูขนเองสักหน่อย ไม่เลวนะ ซือหยวนล่ะ ทำไมวันอาทิตย์ก็ไม่เห็นเขาล่ะ พ่อคะ หนูมีเรื่องจะบอกพ่อ ทำไมเหรอ เราสองคน หย่ากันแล้วค่ะ อะไรนะ ก็ไม่มีเหตุผลอะไร ก็แค่… ก็แค่ไม่ชอบแล้ว ไม่มีความรู้สึกก็เลยหย่ากันน่ะค่ะ พ่อคะ พ่ออย่ามองเรื่องนี้สำคัญขนาดนั้น แต่แกเพิ่งแต่งงานได้กี่วันเอง แกก็หย่าแล้ว นี่ไม่เกี่ยวกับแต่งงานมานานเท่าไรนะคะ แค่คนสองคนอยู่ด้วยกัน ไม่มีความรู้สึกก็เลิกกันด้วยดี แกพูดแบบนี้ง่ายเกินไปแล้วนะ ตอนแรกแกก็แต่งงานกะทันหัน ตอนนี้หย่าแล้วยังหย่ากะทันหันอีก ไม่กี่วันก่อนถามแกว่าเป็นยังไงบ้าง ก็ดีนะคะ แค่พริบตาเดียวก็หย่าไปแล้ว คุณพระ ยัยตัวดีนี่ แกไม่ทำให้พ่อแกโมโหตาย แกจะไม่เลิกราใช่ไหม เป็นปัญหาของหนูเองค่ะพ่อ
หนูไม่รู้สึกอะไรกับเขาแล้วจริง ๆ แล้วพ่อจะให้หนูทำยังไง แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน คนสองคนที่ไม่มีความรู้สึกอยู่ด้วยกัน ก็ไม่มีความสุขหรอกค่ะ แล้วแกชอบใครกันแน่ แก แกพูดออกมาให้ฟังหน่อยสิ ยินดีที่ขึ้นบ้านใหม่นะ เอาไผ่กวนอิมมาให้เธอ เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวันนะ ฉันจะบอกให้นะ กู้ชิงอวี๋ เธอต้องเอากุญแจบ้านมาให้ฉันดอกหนึ่ง คราวหน้าฉันส่งของมา จะได้… อาจารย์กู้ครับ คุณกู้ พัสดุที่คุณต้องการ ส่งมาแล้วนะครับ เขาใช่ไหม เขาอะไรกันคะ เปลี่ยนใจไปรักคนอื่นไง ใช่เขาหรือเปล่า พ่อคะ นี่พ่อกำลังคิดอะไรอยู่ จะเป็นเขาได้ยังไง พูดอะไรไร้สาระ แกดูท่าทางเขาสิ เหมือนมาครั้งแรกไหม ฉันที่เป็นพ่อวันนี้เพิ่งจะมาแท้ ๆ เขามีสิทธิ์อะไรมาคุ้นที่คุ้นทาง เรื่องนี้ยังพ่อหึงอีกเหรอคะ สองวันก่อนหนูย้ายบ้าน ให้เขามาช่วยไง เมื่อกี้แกยังบอกว่ามีคนงานช่วยย้าย มีสิทธิ์อะไรมาขอให้เขาช่วย พวกเราเป็นเพื่อนกัน แล้วยังอยู่ใกล้กันอีก ถือโอกาสช่วยกันหน่อย เพื่อนอะไร เป็นเพื่อนธรรมดา หรือแฟนกันแน่ ทำไมพ่อถึงคิดแบบนี้นะ พ่อว่าแล้วเชียว เป็นแฟนกับเขาจริง ๆ ด้วย พ่อรู้อยู่แล้วว่าเศรษฐีใหม่คนนี้ ยังไม่ตัดใจจากแกแน่ ไม่ใช่สักหน่อย อย่ามาทำอย่างขอไปทีกับพ่อนะ พูดไปแล้วเรื่องของตัวแกเอง
พ่อยุ่งไม่ได้หรอก แต่ว่า ชอบก็แต่งงาน ไม่ชอบก็หย่า แกเห็นการแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่นเหรอ แกยังมีความรับผิดชอบในครอบครัวอยู่ไหม ต่อให้ยุคสมัยจะพัฒนาไปแค่ไหน ก็ทำแบบนี้ไม่ได้ อากู้ คุณจะไปไหนครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง ไม่ต้อง ทางผ่านน่ะ เป็นทางผ่านเหรอ ยังไงก็ไม่ต้อง นั่งรถไฟใต้ดิน ไม่นานหรอก ผมอยากคุยกับคุณหน่อยครับ อากู้ คุณอย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมกับชิงอวี๋ไม่มีอะไรกันครับ คุณให้เวลาผมหนึ่งนาทีได้ไหม ผมพูดจบแล้ว ผมก็จะไป คืออย่างนี้ เธอเป็นลูกสาวของคุณ คุณรู้ดีกว่าใคร เธอเป็นคนที่ชอบเอาชนะขนาดนี้ ถึงแม้ว่าปากเธอ จะไม่ได้บอกว่าตัวเองเจ็บปวด แต่ในใจเธอต้องเจ็บปวดแน่นอน แล้วเธอก็กลัวพวกเราเป็นห่วง โดยเฉพาะกลัวคุณเป็นห่วง ผมว่านะครับ การแต่งงานนี้เป็นเรื่องของคนสองคน คนอื่นช่วยอะไรไม่ได้หรอก พวกเรามาลองดูหน่อยไหมครับ ไม่บังคับเธอ แล้วก็อย่าถามอีกเลย ให้เวลาเธอหน่อย ผ่านไปสักพักก็หายแล้ว ผมพูดจบแล้วครับ ๆ หนังเมื่อกี้น่าขำจะตายอยู่แล้ว ผมขำง่ายน่ะครับ หลังจากคุณเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำไมไม่ไปช่วยงานที่บริษัทของแม่ล่ะ แม่ผมทำบริษัทเครื่องสำอาง ผมไม่ชอบน่ะ งั้นเพื่อนร่วมงานของคุณ รู้ไหมว่าแม่คุณเป็นบอสใหญ่ แล้วคุณยังมีเรือนหอแบบนี้ด้วย พวกเขารู้ไหม ผม พวกเขารู้ว่าแม่ผมทำธุรกิจ
แต่รายละเอียดว่าทำอะไร ไม่รู้หรอกครับ เรือนหอไม่เคยพาพวกเขาไปดูอยู่แล้ว ผมไม่ได้วางแผน จะแต่งงานกับพวกเขาสักหน่อย คุณพูดความจริงมานะ ห้องนี้ จากนั้นมาคุณได้พาผู้หญิงคนอื่นไปดูไหม ไม่มีสักคนเลยครับ ฉันก็คิดว่างั้นแหละ หมายความว่าอะไรครับ ถ้าคุณพาคนมาดู คงถูกแย่งไปนานแล้ว ยังอยู่ถึงตอนนี้ได้อีกเหรอ ผมไม่ได้ฮอตขนาดนั้นหรอกครับ อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้ชอบทุกคนนะครับ คือว่า… อาทิตย์หน้าพี่มีเวลาไหมครับ ผมจะพาพี่ไปเจอพ่อแม่ผมหน่อยดีไหม พวกเราคบกันมาตั้งนานแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเจอกันได้แล้ว ตั้งนานแล้วอะไรกัน เราเพิ่งคบกันได้ไม่ถึงเดือนเลย ถ้าถูกใจละก็ ยังมีแต่งงานสายฟ้าแลบด้วยนะ ฉันรู้จักคู่ที่แต่งงานสายฟ้าแลบด้วยนะ ใช่ไหมล่ะ น่าเสียดายตอนนี้หย่ากันแล้ว