EP.20 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 20] [รักคือเสื้อเกราะ] สารวัตรเฉิง พวกพี่ ขอโทษทีนะครับ มา มา ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร บอกพวกพี่แล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องรอผม นี่เพิ่งมาเสิร์ฟ เพิ่งเสิร์ฟ มา นั่ง ๆ นั่ง มา ๆ มา วิ่งมารู้สึกหอบนิดหน่อย – หอบนิดหน่อย หอบนิดหน่อย – มา ๆ มา เดี๋ยวก่อน ๆ เดี๋ยวก่อน มา คนละอัน เช็ดมือหน่อย เช็ดมือหน่อย พิถีพิถันจัง พี่สะใภ้นายให้พกน่ะสิ พอเป็นพิธี ทุกวันนี้กลับไปก็ต้องเช็ก ดูว่าได้ใช้ไปหรือยัง พวกเราควรจะรวมตัวกันตั้งนานแล้วนะ ฉันจำได้ว่าตอนที่ฉันเพิ่งเข้าสถานีตำรวจ เราเคยรวมตัวกันอยู่นะ นี่มันกี่ปีแล้วเนี่ย นายนี่ไม่มองเรื่องจากความเป็นจริงเลยนะ ตอนตรุษจีนที่สถานีก็รวมตัวกันทุกปีไม่ใช่หรือไง สารวัตรเฉิง พี่นี่ใช้ได้เลยนะเนี่ย ที่ผมหมายถึงคือพวกเราไม่กี่คนนี้ ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้เป็นสารวัตรเลย ตอนนั้นผมกับเกาเฉาก็เพิ่งมา

    ใช่ ๆ ใช่ ก็ไม่รู้ว่าวัน ๆ มัวแต่ยุ่งอะไร อาจจะเป็นเพราะเวลาไม่ตรงกันสักที ใช่ไหมล่ะครับ กว่าจะรวมตัวกันได้ไม่ง่ายเลย สารวัตรเฉิง นายมีอะไรอยากจะพูดใช่ไหม นายพูดมาตรง ๆ เลย ฉัน ฉันมีอะไรอยากจะพูดที่ไหนกันล่ะ ก็ที่เจี้ยนจวินพูดเมื่อกี้ไง ทุกคนไม่ได้รวมตัวกันมาตั้งนานแล้ว อีกอย่างตอนนี้พวกเราสี่คน ก็มีฐานะเดียวกัน ต่างก็เป็นอาจารย์กันทั้งหมด เจียเจีย เจียเจีย เซี่ยเจี๋ย เธอรอเขาเรียนออนไลน์เสร็จก่อนสิค่อยพูด ฉันได้ยินอาจารย์ฉันบอกว่า วันนี้สารวัตรเฉิงเชิญอาจารย์ของพวกเราสี่คน ไปกินข้าว ทำไมนายขี้เมาท์แบบนี้ หรือเป็นเพราะที่วันนี้ อาจารย์ของฉันเคืองกับนายตำรวจเฉิน ทำไมถึงได้เคืองกันล่ะ นายจะทำไมอะไรเยอะแยะ ฉันเพิ่งพูดว่าทำไมคำแรกเอง นายตำรวจเฉินอยากที่จะปกป้องต้าเหวย อาจารย์ของฉัน ก็ทำเพื่อฉัน จื้อเจี๋ยไม่เหมือนกันนะ เขาเคยเป็นอาจารย์ของสองคน และยังเคยเป็นอาจารย์ของเกาเฉาด้วย นายหมายความว่าไง ฉันเป็นอาจารย์แก่หรือยังไง แน่อยู่แล้ว เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เปรียบดั่งเป็นพ่อชั่วชีวิตไง นายดูเหล่าเฉิน สารวัตรเฉิงสิ พวกพี่ก็มีลูกศิษย์ใช่ไหม แล้วก็ยังมีคนนั้น คนนั้น คนนั้นที่ไปตอนเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาหมายถึงหลิวเหว่ย ความจำนี่ไม่ได้เรื่องเลย ถึงยังไง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมเป็นอาจารย์

    นายดูพวกเราทำงานนี้สิ ยุ่งอย่างกับอะไร เหมือนว่าอยู่สถานีเดียวกันเจอหน้ากันทุกวัน แต่ยากกว่าจะได้มาเจอมาอยู่ด้วยกัน มา ดื่มชาแทนเหล้า ชนหน่อย มา ๆ มา เหล่าเฉิน แล้วตอนนี้จะทำยังไง ทำยังไงอะไร ก่อนทำเรื่องนี้ฉันก็คิดไว้แล้ว ทำเองรับผิดชอบเอง จะไม่ให้ไปพัวพันกับพวกนายหรอก นี่นายพูดอะไรเนี่ย เรายังไม่ต้องพูดถึงเรื่องตัวเอง ตอนนี้ก็ลากพวกอาจารย์มาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว นี่มันคนละเรื่องกัน พูดถึงพวกเราก่อน ฉัน ต้าเหวย จ้าวจี้เหว่ย พวกเราสามคนถูกถ่ายไว้ได้ ถึงตอนนั้นถ้าจะถามหาความรับผิดชอบขึ้นมาจริง ๆ ใครก็หนีไม่พ้นหรอก ดูท่าแล้วการบรรจุของฉันนี้หมดหวังอย่างสิ้นเชิงแล้ว นี่จะว่าไปแล้ว ฉันนี่แหละที่ลากพวกนายมาเกี่ยวข้องก่อน ปัญหาตอนนี้คือพวกอาจารย์ เหล่าเฉิน มา ๆ มา เดี๋ยวคีบเอง เดี๋ยวคีบเอง คากิ มา ร้านนี้เขาว่าไม่เลวเลย ลองชิมดู ใช้ได้เลยนะ สารวัตรเฉิง ไม่ได้กินข้าวด้วยกันมาหลายปี พี่ยังจำได้ว่าพี่เฉินของผมชอบกินคากิที่สุดแล้ว ทำอย่างกับนายจำไม่ได้ ผมดูแลเรื่องเขตชุมชน ก็ต้องใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันสิ ผมไม่เพียงแต่จำได้ว่าพี่เฉินชอบกินคากิ พี่ไม่กินเนื้อไก่

    ผมยังจำได้ว่าพี่จวินชอบกินเนื้อเครื่องเทศ ใช่ไหมล่ะ นายนี่ใช้ได้เลยนะ นี่จะว่าไป นั่นเป็นตอนที่ผมเพิ่งเข้าสถานีตำรวจมาใหม่ ๆ ทำไมช่วงนี้ผมถึงได้ชอบนึกถึงอดีตขนาดนี้ ตอนนั้นพวกเรา เฝ้าจับนักค้ายารายหนึ่งด้วยกัน สิบหกสิบเจ็ดชั่วโมง ไม่ได้กินไม่ได้นอน ข้าง ๆ มีร้านเนื้อเครื่องเทศร้านหนึ่งพอดี กลิ่นหอมฉุยลอยมา ได้กลิ่นจนใจผมแบบ อยากกินมากเลยจริง ๆ ต่อมาพอภารกิจจบแล้ว อาจารย์ของผมก็เลยซื้อให้ผมหนึ่งชิ้น พอผมกิน สุดยอดมาก ๆ เลย จนตอนนี้ผมก็ยังลืมรสชาตินั้นไม่ลงเลย ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา แค่มีคนมาพูดถึง เนื้อเครื่องเทศสามคำนี้กับผม ผมไม่มีแรงต่อต้านสักนิดเลย จริงเหรอ นี่ เนื้อเครื่องเทศ ออกไป นายดู ดู ๆ ตั้งใจใช่ไหมเนี่ย หรือว่าจะแก่แล้วจริง ๆ ช่วงนี้ผมก็ชอบนึกถึงอดีต ช่วงนี้ผมพาจ้าวจี้เหว่ยไปออกชุมชนไง ผมเห็นเขา ก็นึกถึงตอนผมยังหนุ่ม ๆ เจ้าหนุ่มคนนี้ ความคิด การวางแผน เหมือนกับผมในตอนนั้นเป๊ะ ๆ เลย มาเหล่าเฉิน เติมน้ำหน่อย พวกพี่ก็รู้ ว่าผมมาจากชนบท ผมเข้ากองทหารก่อน

    แล้วค่อยเป็นตำรวจ จี้เหว่ยสอบเข้าโรงเรียนตำรวจ ถึงยังไงก็คือมาจากชนบทแล้วเข้าเมือง ไม่ง่ายเลยจริง ๆ เพราะฉะนั้นเขาเห็นค่า งานที่มั่นคงที่อยู่ตรงหน้านี้มาก นี่ก็เหมือนกับคนนั้น น้องหลินเข้าสู่ที่นั่นน่ะ ที่นั่น สวนต้ากวนหยวน ไม่ใช่ จวนเจี่ย กลัวว่าตัวเองทำตรงไหนได้ไม่ดี แล้วทำให้เสียงานนี้ไป เพราะฉะนั้นก็เลยต้องระวังไปซะทุกอย่าง ใส่ใจไปซะทุกเรื่อง เข้าใจ เข้าใจ เจ้าเด็กจี้เหว่ยนี้นะ ความคิดรอบคอบมาก และสามารถเข้าใจถึงความยากลำบากของประชาชนอีกด้วย พี่ดูสินี่แค่กี่เดือนเอง ก็ถือว่าค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงยังไงการก้าวหน้าของจี้เหว่ยก็เห็นได้เป็นประจักษ์ ใช่แล้ว ผมเห็นเขาก้าวหน้า ผมก็นึกถึงตัวเองในตอนนั้น ก็ค่อย ๆ ก้าวหน้าเหมือนกัน หยางซู่ก็เหมือนกัน พี่ดูสิเขาเอาแต่หัวดื้อทั้งวัน เป็นศัตรูกับผม ประลองกับผมไปซะทุกเรื่อง แต่ว่าจิตใจของเด็กคนนี้ ดีมากเลยจริง ๆ นะ เขาหวังไว้มาก ว่าจะสามารถช่วยประชาชนแก้ปัญหา ให้ได้มากที่สุด พวกพี่ว่าแปลกไหม พูดมาแล้วผมยังไม่เชื่อเลย พวกเราเอาแต่ทะเลาะ ๆ กันแบบนี้ ไม่รู้ว่าทำไม เหมือนว่าจะทะเลาะกัน จนเกิดความรู้สึกอาจารย์กับลูกศิษย์ขึ้นมาได้ นั่นมันความรู้สึกแบบสามีภรรยาหรือเปล่า คู่สามีภรรยาทะเลาะกัน

    ใช่ ใช่เลย เหล่าเฉิน เหล่าเฉิน กินหน่อย ๆ เหล่าเฉิน นายกินเถอะ นายกินเถอะ มา ๆ มา จี้เหว่ย ตอนนั้นที่พวกเราถึง ก็ดึงต้าเหวยไว้แล้ว พวกเราไม่มีใครลงมือก่อนเลย เป็นเขาที่ลงมือก่อน นี่คือความจริง แต่ว่าเราไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์นี่ ว่าพวกเราเป็นฝ่ายป้องกันตัว กล้องวงจรปิด จริงสิ งั้นเดี๋ยวฉันจะลองไปดูแถว ๆ นั้น ว่ามีกล้องวงจรปิดไหม ถ้ามีละก็ งั้นจะต้องมาพิสูจน์ได้แน่ ว่าพวกเราไม่ได้ลงมือก่อน นี่อย่างมากก็ถือว่าทะเลาะวิวาทกัน ไม่มีประโยชน์หรอก นายลองคิดดูนะ เขาเป็นคนชั่วที่มาฟ้องร้องก่อน ถึงตอนนั้นเขาเอาคลิปวิดีโอที่ตัดต่อแล้ว โพสต์บนอินเทอร์เน็ต กลุ่มคนชอบเผือกที่ไม่รู้อะไรเลยก็จะอคติ ถึงตอนนั้นเรื่องนี้วุ่นวายไปถึงในสถานี ใครจะยังสนใจรายละเอียดอยู่อีกล่ะ งั้นนายพูดแบบนี้ พวกเราก็ไม่มีหวังแล้วสิ นี่ฉันทุ่มเทกายและใจมาตั้งนาน พลาดก้าวเดียว แพ้ทั้งกระดานเลยจริง ๆ ตอนที่พวกเราเลือกที่จะทิ้งกฎหมายอาวุธ แล้วเลือกชกต่อย เราก็แพ้ไปแล้ว แพ้ให้กับ “กฎตำรวจ” สูญเสียหลักการ ที่ตำรวจคนหนึ่งควรจะทำ หยางซู่ นายไม่รู้สึกหรือไง ว่าตอนนี้นายพูดจาขัดแย้งกันอยู่นะ ด้านหนึ่งบอกว่าไม่ใช่พวกเราที่ลงมือก่อน

    อีกด้านบอกว่า พวกเราทิ้งกฎหมายอาวุธก็ถือว่าแพ้แล้ว นี่มันคือคนละด้านของปัญหา อย่างแรกคือด้านของความเป็นจริง อย่างที่สอง… พอแล้ว ๆ นี่มันตอนไหนกันแล้ว ยังจะมาพูดเรื่องหลักการอะไรพวกนี้ตอนนี้อีก กฎหมายอาวุธ เรื่องแค่นี้สำหรับเขา กฎหมายจะลงโทษเขาได้สักกี่วันกัน ประเด็นคือเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนรู้กันทั่ว เจียเจียจะเจ็บปวดมากขนาดไหนล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่มีหลักการ พวกเราไม่มีทางเลือกต่างหาก นี่มันก็เป็นเรื่องที่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งควรจะทำ แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ตำรวจก็ทำไม่ได้แล้วล่ะ นี่ฉันไม่เชื่อหรอกนะ ว่าพวกเรากล้ายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง จะสู้กับพวกหน้าด้านนั้นไม่ได้ เจียเจีย เธออย่าคิดมากนะ พวกเราไม่เป็นไร คิดมากอะไรคะ ไม่มีอะไร หนูอยากได้โค้กอีกแก้ว เดี๋ยวฉันไปซื้อให้เธอเอง เซี่ยเจี๋ย ไม่อย่างนั้นเธอลองถามผู้กำกับดู ว่าการบรรจุนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยไหม ที่จริงแล้วที่พวกนายพูดกันเมื่อกี้ ฉันเข้าใจหมดแล้ว จ้าวจี้เหว่ย เจ้าเด็กคนนี้ พัฒนาไปไม่น้อย แล้วก็หยางซู่ หยางซู่เป็นเด็กดีจริง ๆ เซี่ยเจี๋ยนี่ยิ่งไม่ต้องพูดเลย ถ้าจะให้พูดในสี่คนนี้ คนที่มีปัญหาเยอะที่สุดก็คือหลี่ต้าเหวย อาจเป็นเพราะฉันที่เป็นอาจารย์ของเขา ฉันก็ปัญหาเยอะ เหล่าเฉิน คิดมากเกินไปแล้ว ๆ นี่มันพูดต่อ ๆ กันแล้วเรื่องมาถึงตรงนี้เฉย ๆ

    ใช่ ๆ ใช่ พี่เฉิน เมื่อกี้ที่พวกเราพูดกันไม่ได้มีอะไรเลยนะครับ ก็แค่ตอนบ่ายผมพาจี้เหว่ยไปชุมชน เห็นว่าเขามีความก้าวหน้าอยู่บ้าง เมื่อกี้ก็แค่รู้สึกซาบซึ้งใจนิดหน่อย พอพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อกี้ก็แค่เผลอพูดออกมาเท่านั้น ใช่ ๆ ใช่ พี่เฉิน ผมก็ด้วย ผมก็แค่สองวันก่อน ทำคดีเล็ก ๆ กับหยางซู่ จู่ ๆ ชั่วพริบตา ไม่รู้ทำไมถึงได้ เกิดเซนส์ที่เคืองกันอย่างนี้ รู้สึกก็เลยพูดออกมาเท่านั้น… ใช่ ๆ ใช่ ไม่ได้หมายถึงอย่างอื่นเลย วันนี้หลัก ๆ ก็คือรวมตัวกัน คุยกันเรื่อยเปื่อย อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก พี่ก็ดูหลี่ต้าเหวยสิ ความสามารถของเด็กคนนี้ทุกคนต่างก็เห็น พี่คิดว่าเหมือนผู้กำกับจะติเตียนเขา ที่จริงแล้วผมกลับรู้สึกว่า ในใจของผู้กำกับ น่าจะให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก ใช่ จริงนะ อย่าเลย ๆ อย่า ที่จริงแล้วฉันไม่ได้มีความหมายอื่นเลย ฉันก็แค่ ก็แค่ซาบซึ้งใจมาก รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย ที่จริงตอนแรกฉันคิดมาตลอด ฉันกับหลี่ต้าเหวย อาจารย์และศิษย์อย่างพวกเราสองคนก็ผูกพันกัน แต่พอฉันเห็นทุกคน ก็เหมือนกันหมด

    ใจของคนมันเชื่อมโยงกันจริง ๆ นั่นแหละ แต่ว่าเรื่องนั้นน่ะ ทุกคนไม่ต้องห่วงนะ ไม่ว่ายังไง ก็เกิดขึ้นเพราะฉันทั้งหมด ไม่ว่าจะลูกศิษย์ก็ดี หรือว่าพวกอาจารย์ก็ดี วางใจเถอะนะ จะไม่ให้ไปพัวพันกับทุกคน ที่จริงฉันก็คิดนะ ฉันเป็นตำรวจมานี้ ก็เป็นมาครึ่งชีวิตแล้ว ฉันเหนื่อยแล้วแหละ ก็เลยถอดเครื่องแบบตำรวจออกแล้ว นี่ฉันไม่เป็นห่วงอะไรแล้ว เหล่าเฉิน อย่าพูดส่งเดช ๆ พวกนายนั่งต่ออีกแป๊บเถอะ ขอตัวก่อน เหล่าเฉิน เหล่าเฉิน พี่เฉิน พี่เฉิน อย่าบุ่มบ่ามสิ อย่าบุ่มบ่าม นี่จะทำอะไรน่ะ ชุดเครื่องแบบตำรวจนี่ พี่บอกว่าจะถอดก็ถอดได้หรือไง อีกอย่างนะ ถึงพี่จะถอดจริง ๆ แล้วอีกครึ่งชีวิตที่เหลือพี่จะทำอะไรล่ะ แล้วก็ถ้าเจียเจียรู้เข้าล่ะ เขาจะคิดยังไง พี่เคยคิดบ้างไหม เหล่าเฉิน เอาละ ลุกขึ้นมาเถอะ คุณนี่นะ ขอให้คุณรักษา คุณก็บอกว่าไม่มีเวลา เอวของคุณนี่ก็ไม่รู้ว่าจะประคับประคองได้อีกนานแค่ไหน รอจนคุณลุกขึ้นมาไม่ได้ก่อนเถอะ ผมจะดูสิว่าคุณจะทำยังไง ผมจะทำยังไงเหรอ ผมก็มีคุณอยู่ไม่ใช่หรือไง แล้วถ้าผมเกษียณแล้วล่ะ คุณน่ะเหรอ คุณจะเกษียณได้ยังไง ผมเห็นคุณน่ะ ดูรีบร้อนขนาดนี้อยู่ทั้งวัน คนที่คบค้าด้วยหลากหลายกว่าตำรวจอย่างพวกเราเยอะ

    แล้วก็คุณดูนะ ทำไมสภาพจิตใจของคุณถึงได้ดีขนาดนี้ คุณฝึกฝนยังไงเหรอ ร้องไห้เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ยิ้มเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ทำไมไม่ยิ้มล่ะ แล้วก็คนที่คบค้าด้วยยิ่งหลากหลาย ถึงได้พบว่า ยังมีคนดี ๆ อีกมาก มีคนเลวที่ไหนกัน มีแต่คนที่เป็นเอามาก จะว่าไปก็ใช่แหละ คุณดูสิคนในเขตควบคุมของเรามีมากมายขนาดนั้น แต่พวกที่ทำชั่วผิดกฎหมายนั่นน่ะ มันก็แค่สักศูนย์จุดศูนย์กว่าเปอร์เซ็นต์เอง คนดีมากกว่านั่นแหละ แน่นอนอยู่แล้วครับ มักจะมีพวกหน้าเนื้อใจเสือปนอยู่นั่นแหละ เป็นตำรวจ ต้องลงโทษความชั่วและส่งเสริมความดี ดังนั้นเลยมองเห็นคนเลวเยอะ เป็นหมอ รักษาอาการป่วยและช่วยชีวิตคน ดังนั้นเลยมองเห็นคนป่วยเยอะ พวกเราสองคนต่างก็ทำเพื่อให้โลกนี้ดีขึ้น เส้นทางต่างกันแต่เป้าหมายเดียวกัน เส้นทางต่างกันแต่เป้าหมายเดียวกันเหรอ คุณใกล้จะกลายเป็นนักปรัชญาแล้วนะ หลังจากนี้น่ะ ผมจะมาที่นี่บ่อย ๆ นะ หนึ่งน่ะ คือบำรุงรักษาร่างกาย แล้วอีกอย่าง ก็คือชำระล้างจิตใจ มาสิครับ รอตอนที่คุณไม่ยุ่ง ตอนที่ผมก็ไม่ยุ่งด้วย พวกเราสองคนก็นั่งดื่มเหล้ากันหน่อยเถอะครับ ได้ คุยกันเรื่องราวของโลกของผู้คนกัน ไม่แน่นะเรื่องราวความชอบที่เหมือนกันอาจจะเยอะก็ได้ คุณพูดแบบนี้มา ผมนี่… ละอายใจมากจริง ๆ เลย พวกเราก็รู้จักกันมาตั้งหลายปีขนาดนี้แล้ว ผมมาทำกายภาพบำบัดกับคุณมาตลอด แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยพูดเลยว่า เราสองคนจะนั่งอยู่ตรงนั้น

    ดื่มสักแก้ว คุยสักหน่อย ละอายใจ ละอายใจ ๆ เอาแบบนี้แล้วกันนะ วันไหนที่พวกเราพักน่ะ ผมจะเลี้ยงคุณเอง ผมรู้จักร้านอาหารทะเลนึ่งอยู่ร้านหนึ่ง ใช้ได้เลยแหละ ไม่กิน ๆ ผมไม่กินของชั้นสูงขนาดนั้นหรอก คุณรู้ไหม ว่าตอนเด็ก ๆ ผมเคยเป็นเด็กอดอยาก ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผม ก็คือได้กินเนื้อหัวหมูจานใหญ่สักคำ วันหลังผมเลี้ยงเอง มีหน้าหมูตุ๋นร้านหนึ่งอร่อยมาก ได้ งั้นก็หน้าหมูตุ๋น ได้ หน้าหมูตุ๋น ผู้กำกับ คุณกลับมาแล้วเหรอครับ กลับมาแล้วล่ะ คนนั้นมาอีกแล้ว รอคุณอยู่ที่ห้องทำงานคุณครับ เขารีบร้อนเหรอเนี่ย เจ้านี่นะ ถ้าไม่เอาศักดิ์ศรีขึ้นมา ก็ไร้คู่ต่อสู้เลยแหละ คุณเอาแบบนี้นะ ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า คุณขึ้นไปเป็นเพื่อนผม ผู้กำกับครับ ลงพื้นที่เหรอ ผู้กำกับครับ นายดูสีหน้าของผู้กำกับสิ เจ้าจอมกวนนั่นมาอีกแล้ว จ้าวจี้เหว่ย นายถอยไปนะ เซี่ยเจี๋ยอย่าขยับ คำพูดนี้ฉันพูดไปตั้งกี่ครั้งแล้ว พูดจนน้ำลายแตกฟอง จนเป่าฟองได้แล้วเนี่ย ทำไมพวกนายถึงฟังไม่เข้าใจกันนะ จนถึงตอนนี้เรื่องนี้ ฉันสลัดความเกี่ยวข้องทิ้งไม่ได้แล้ว เพราะงั้นก็ให้ฉันรับผิดชอบไปคนเดียวเถอะ เรื่องนี้มันไม่มีความหมายอะไร ที่จะลากพวกนายมาเกี่ยวข้องด้วย เข้าใจไหม

    จะรับผิดชอบ พวกเราก็ต้องรับผิดชอบด้วยกัน ไม่สิ พวกนายให้หยางซู่แพร่เชื้อแล้วใช่ไหมเนี่ย สมองแต่ละคนมันถึงได้ทื่อขนาดนี้ [สารวัตรเกา คุณมีเรื่องอะไรคุณก็พูดมาสิ] – นายไม่ต้อง… -นายพูดมาสิ สารวัตรเกาครับ สารวัตรเกาคะ พวกนายอยู่ที่นี่ทำไมเนี่ย หาพวกนายมาตั้งนาน มาซ่อนอยู่ที่นี่หมดเลยใช่ไหมเนี่ย วางแผนร้ายอะไรกัน ไม่มีแผนร้ายอะไรครับ ไม่มีแผนร้ายเหรอ โกหกฉันใช่ไหมล่ะ รออันนี้อยู่ใช่หรือเปล่าล่ะ ดูเองสิ หลี่ต้าเหวย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น พี่ พี่ พี่ ๆ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ฉันจะบอกพวกเธอให้นะ วันนี้ฉันเห็นความสง่าผ่าเผยในอดีต ของผู้กำกับเรากลับมาอีกครั้งแล้ว ตบโต๊ะไปที ความทำให้ตกใจกลัวนั่น ตรรกะนั่น ปัญหานั่น นั่นเรียกว่าสุญญากาศไง นั่งลง สารวัตรเกา เอามาให้เขาดู คุณต้องการหลักฐานไม่ใช่หรือไง [รู้สึกว่าดูเหมือนจะพัฒนาขึ้นแล้ว] [หอมจริง ๆ เลย] สารวัตรเกา ให้เขาดูอีกรอบ คุณต้องการหลักฐานไม่ใช่เหรอ [หอมจริง ๆ เลย] ดูให้ชัด [คุณจะทำอะไร] [คุณอย่ามาแตะต้องตัวหนูนะ อย่าแตะต้องตัวหนู] [หนูจะบอกแม่ของหนู]

    คุณอธิบายให้เขาฟังหน่อยสิ พฤติกรรมแบบนี้ของเขาจะโดนตัดสินโทษยังไง คุณอวี๋ พฤติกรรมของคุณเรียกว่าการล่วงละเมิดทางเพศ คุณล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงของคุณ คุณรู้ไหมว่าทางกฎหมาย ควรจะจัดการคุณยังไง ให้ผมสอนความรู้ทางกฎหมายให้คุณไหมครับ คลิป คลิป คลิปนั่นพวกคุณมีมันได้ยังไงกันครับ – ผู้กำกับครับ ผู้กำกับ – เรื่องคลิปน่ะ เจียเจียเป็นคนส่งคลิปมาให้ฉัน จริงสิ เธอบอกว่าเพราะว่าความกล้าหาญของพวกพี่ชายพี่สาว ทำให้เธอฮึกเหิม เธอก็เลยอยากยืนหยัดอย่างกล้าหาญช่วยพวกนาย ซินเฉิง แม่หนูเจียเจียนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ เธอยังบอกอีกว่า ถ้าเกิดเจ้าแซ่อวี๋นั่น ยังก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นอีกละก็ เธอจะฟ้องเขา จะสู้กับเขาจนถึงที่สุด เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสามารถพูดจาแบบนี้ออกมาได้ ควรค่าแก่การสรรเสริญในความกล้าหาญ เจียเจียกล้าหาญกว่าที่พวกเราคิดไว้อีกนะคะ อาจารย์ ข่าวดีนะครับ เจียเจียเก่งมากเลยนะครับ จ้าวจี้เหว่ย นายมีส่วนร่วมอะไรด้วยเนี่ย ก็ฉันเห็นคนอื่นร้องไห้ไม่ได้นี่ นายทนเห็นไม่ได้ ฉันก็เห็นไม่ได้นะ ถ้านายยังร้องอีก ฉันจะร้องแล้วนะ ฉันจะร้องให้นายดูเลย พอ พอ ๆ เอะอะอะไรกัน พอละ พอละ ๆ – ร้องไห้ทำไม ไม่ต้องร้องแล้ว – ผู้กำกับ ครึกครื้นอะไรขนาดนี้

    ซ้อมละครอะไรกันน่ะ คือว่า ทุกคนมารวมตัวกันหมดแล้วหรือยัง มาครบแล้วครับ งั้นก็ได้ นั่งลงเถอะ เริ่มการประชุม ผู้กำกับครับ คำพูดนั้นเมื่อกี้ของคุณน่ะ ซาบซึ้งมากเลยนะ เกือบจะประทับใจผมแล้ว ซาบซึ้งมากเลย ซาบซึ้งเอามาก ๆ เลย ประโยคนั้นน่ะ ดีใจกันหมดเลยนะ ดีใจอะไรกัน พวกเธอสี่คน ลุกขึ้นยืน เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พวกเธอยังจะยิ้มอีก พวกเธอยังจะยิ้มออกมาได้อีก พวกเธอเป็นถึงตำรวจ สัญลักษณ์ทางกฎหมายของประเทศชาติ เจอเรื่องอะไรเข้าก็รู้จักยกกำปั้นเหรอ พวกเธอยังอยากจะเป็นตำรวจกันอยู่ไหม ยังอยากจะสวมใส่เครื่องแบบตำรวจนี่อยู่หรือเปล่า พวกเธอมาถึงที่สถานีได้ไม่กี่วัน ทุกคนในสถานี ก็ต้องมาลำบากใส่ใจพวกเธอ ผู้กำกับครับ นายจะลุกขึ้นยืนทำไม นายรู้ว่าฉันพูดถึงนายใช่ไหมล่ะ คนหนึ่งก็เป็นตำรวจมายาวนาน 20 กว่าปี เจอเรื่องอะไรก็ไม่รู้จักคิดบ้างเลย นายดื้อด้านอยู่ตรงนั้น รั้นเป็นบ้าเลยนายน่ะ นายสอนลูกศิษย์ยังไงกัน หลี่ต้าเหวยพอเขาพบเจอเรื่องอะไรเข้า เขาก็บุ่มบ่ามไปสุ่มสี่สุ่มห้า เขาไม่ใช้ความคิดเลย เรียนรู้จากนายทั้งหมดเลย นายเป็นอาจารย์ที่ดีจริง ๆ เลยนะ ผู้กำกับครับ คุณติเตียนได้ถูกต้อง ผมรับประกันว่า ครั้งต่อไปจะไม่ทำอีก พวกเรารับประกันว่า เรื่องแบบนี้จะไม่มีครั้งหน้าอีกครั้ง

    – ผู้กำกับ – ฉันรับประกันค่ะ ผมก็รับประกัน รับประกันเหรอ ผู้กำกับครับ พวกเราเขียนการสำรวจตนเองได้ครับ ขอเพียงแค่คุณ เบา เบาโกรธลงครับ พวกเราเขียนสำรวจตัวเองหนึ่งหมื่นตัวได้ครับ หนึ่ง หนึ่งแสนตัวก็ได้ครับ นายเขียนได้ใช่ไหมล่ะ ดูนายเก่งกาจ พฤติกรรมที่ผิดวินัยแบบนี้ ถ้าหากทำผิดอีก ก็รีบเดินจากไปทันทีทันใด ที่ฉันพูดจำได้แล้วหรือยัง – จำได้แล้วครับ – จำได้แล้วค่ะ จำได้แล้ว งั้นก็รีบ ไสหัวออกไปจากที่นี่ – ครับ – ค่ะ พวกอาจารย์อยู่ต่อก่อนนะ ปกติพวกคุณน่ะ ก็พูดถึงหลักการและระเบียบวินัยนี้อยู่บ่อย ๆ แต่พอถึงเวลาต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัย ตอนพูดถึงหลักการเข้าจริง ๆ พวกคุณแต่ละคน ก็ถูกความรู้สึกนี้ทำให้ดีใจจนเสียสติ แต่ละคนก็ต้องแบกความซับซ้อนส่วนตัว แบกภาระอันหนักอึ้ง ดูเหมือนว่าความรู้สึกที่ลึกซึ้งของอาจารย์กับลูกศิษย์นี่ ที่จริงแล้วจะเอาความปรารถนาส่วนตัว มาอยู่เหนือหลักการและระเบียบวินัย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ตัวเองทำไม่ได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร จะไปมีประโยชน์อะไร ระหว่างอาจารย์กับศิษย์น่ะ แค่พึ่งความรู้สึก ยึดมั่นในหลักคุณธรรม นั่นมันไม่พอหรอก พวกคุณควรจะทำตัวเป็นแบบอย่าง บอกคนหนุ่มคนสาว

    ว่าพวกเขาต้องแบกความรับผิดชอบแบบไหนไว้บนตัว บอกคนหนุ่มคนสาว ฐานะของตำรวจหมายถึงอะไร เกียรติยศของตำรวจคืออะไร ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย ภารกิจอันดับแรกก็คือต้องควบคุมตัวเองอย่างเข้มงวด ฝึกฝนจิตใจของตัวเองอย่างหนัก ฝึกฝนความอดทนของตัวเองอย่างหนัก เอาละ ผมพูดจบแล้ว อาจารย์ คุณพูดอะไรหน่อย ที่นั่งอยู่ทั้งหมด ก็คือตำรวจเก่า น่าจะรู้ว่าพวกเรา… ตัวของเราแบกอะไรไว้ ที่ตัวพวกเราแบกภาระไว้ คือการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และภารกิจการคุ้มครองมวลชนอันหนักอึ้ง ภารกิจแบบนี้กำหนดให้พวกเรา ต้องเอาผลประโยชน์ของสังคม ประเทศชาติ และประชาชน มาไว้เป็นอันดับหนึ่ง ภารกิจแบบนี้ก็กำหนดให้พวกเรา ถูกอารมณ์ความรู้สึกของตัวมาฉุดรั้ง แบบคนทั่ว ๆ ไปไม่ได้ด้วย ดังนั้นทุกคนจะต้องจำให้ขึ้นใจ จำให้ขึ้นใจว่าจุดมุ่งหมายก็เพื่อบริการประชาชน ตระหนักถึงการเป็นพรรคพวกให้มากขึ้น ส่งเสริมการคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และยอมเสียสละจิตวิญญาณที่ไม่เห็นแก่ตัวของตนเอง ก็จะเอาเปรียบเขาแบบนี้เหรอครับ นี่ไม่ใช่ว่า เจียเจียน่ะใจอ่อนเหรอ เป็นห่วงแม่เขา ♫แสงไฟสลัว เมฆเคลื่อนคล้อยไป♫ ♫เรื่องราวเบื้องหลังปรากฏขึ้นมา♫ อดีตภรรยาของฉันน่ะ ก็เป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง ♫สอดสลับกัน♫ สมน้ำหน้าเธอแล้วล่ะ มีตาหามีแววไม่ ♫ทั้งอารมณ์โกรธโศกสุขดีใจ♫ พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว ต้าเหวย ถ้ารับเจียเจียมาแล้ว อาจารย์น่ะ ก็จะเป็นคนที่มีครอบครัวแล้วนะ เพื่อลูกสาวที่รักของฉัน ฉันก็ต้องลุกขึ้นยืนหยัดสู้ต่อไป

    ให้เขาเห็นว่า พ่อที่เป็นตำรวจอย่างฉัน ♫แสงไฟสลัว เมฆเคลื่อนคล้อยไป♫ พวกเราไม่ได้ทำมาเสียเปล่า ใช่ไหม ♫เรื่องราวเบื้องหลังปรากฏขึ้นมา♫ แน่นอนครับ แม่ ♫สอดสลับกัน♫ พ่อคะ มา มา ๆ ♫ทั้งอารมณ์โกรธโศกสุขดีใจ♫ มา พ่อถือดีกว่า มา พ่อเอง ๆ อาจารย์ ผมเองครับ โอเค ๆ ถือได้ไหม ถือดี ๆ ♫หัวมุมถนน ไล่ตามในตรอกซอย♫ ได้ครับ ไปเถอะ เจียเจีย ผลไม้อันนี้เอาไปด้วยนะ ♫แสงไฟที่สว่างไสวเหมือนในตอนกลางวัน♫ โอเค มีเวลาว่างจะต้องกลับมาเยี่ยมแม่นะ ♫ดอกไม้ที่ผลิบาน♫ ♫ในยามค่ำคืน♫ ไปเถอะ มา มา มา ๆ ไปกันเถอะ พี่ต้าเหวย มา ๆ มา ขึ้นรถ ♫ยังคงค้นหา♫ – มา มา – โอเคค่ะ

    มา ฝั่งนี้ ฝั่งนี้ ๆ ♫การอิงแอบที่เรียบง่าย♫ ♫เจตนาดีบางอย่าง♫ ♫ก็ไม่เคยหายไกลกัน♫ ♫ค่อย ๆ เดินผ่านไปทีละก้าว♫ มา มา ๆ เป็นยังไงบ้าง ชอบไหม ♫ความสดใสของแสงอาทิตย์ที่แผ่ซ่าน♫ ชอบค่ะ นี่คือผ้าปูที่นอนที่เพิ่งเปลี่ยนให้หนู สีฟ้าที่หนูชอบ ♫ช่วงเวลาจะบันทึกเรื่องราว♫ รื้อของ ♫ที่ต่างกันได้มากน้อยเท่าไร♫ ออกมาเถอะ มา มา เป็นยังไงบ้าง ห้องนี้ ♫ค่อย ๆ ผ่านไปทีละนิด♫ เปิดม่านให้หนู หนูดูสิแสงนี้ดีแค่ไหน ใช่ไหมล่ะ ♫เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่รู้ตัว♫ พ่อรู้ว่าการวาดภาพนี่ ก็คือต้องการแสงดี ๆ ♫การตกตะกอนของความเชื่อและสัญชาตญาณ♫ หนูดูสิ ถ้าหนู… อันนี้ อันนี้มันปิดก็ได้ ♫ได้บทสรุปที่ต่างกันไป♫ แล้วก็ เปิดมันก็ได้ สมมติว่าหนูอยากกินอะไร หนูบอกเลยนะ เหล่าเฉิน ♫ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทีละขั้น♫ ไปซื้อเกาลัดคั่วน้ำตาลให้หนูหน่อย พ่อก็จะไปซื้อมาให้หนู ถ้าหนูรู้สึกว่าพ่อรบกวน ♫เดินไปตามทางของหัวใจ♫

    เราก็ปิดมัน เราก็ปิดมันเอาไว้ ใช่ไหมล่ะ ♫การเติบโตเป็นพยานของการผ่านพ้นไป♫ ♫ร่องรอยที่แตกร้าวของกาลเวลา♫ ♫ค่อย ๆ สะสมทีละเล็กทีละน้อย♫ ♫ความทรงจำอันขมขื่นและมีความสุข♫ ♫เชื่อเสมอว่าแสงสว่าง♫ ♫จะเติมเต็มความหมายของปริศนา♫ ♫เพียงเล็กน้อยก็มีความหมาย♫ แม่ของผมโทรมาอีกแล้ว ขอรับสายหน่อยนะครับ ฮัลโหล ครับแม่ มีอะไรเหรอครับ ผมทำงานอยู่ แม่พูดว่าอะไรนะ ผมรู้แล้ว โอเคครับ งั้นผมจะกลับไปสักครั้ง อาจารย์ ผมสามารถลาสักเดี๋ยวได้ไหมครับ ผมต้องกลับบ้านน่ะครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ ขอโทษครับ ตอนนี้ผมยังบอกอาจารย์ไม่ได้ ผมกลับได้ไหมครับ ได้ นายกลับไปเถอะ เดี๋ยวก่อน กลับไปเปลี่ยนชุดที่สถานีก่อนสิ โอเคครับ งั้นนายไปเถอะ แม่ แม่ แม่ ต้าเหวย ต้าเหวย นี่มันอะไรกันครับ ทำไมร้องไห้แบบนี้ล่ะ ไม่เป็นไร แม่ครับ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นยังมีผมอยู่นะครับ แม่บอกมาครับ ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เนื้องอกในสมอง เดิมทีแม่ไม่อยากบอกลูกเลย แม่ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเขาตั้งหลายที่ ทุกที่บอกว่าเป็นโรคนี้กันหมดเลย แล้วพ่อล่ะครับ ออกไปเที่ยวกับเพื่อนพวกนั้นแล้ว ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วงั้นเหรอ

    แม่ พ่อเห็นแม่เป็นอะไรกันแน่ ผมบอกว่ายังไง ละนี่ทำไมพูดวกกลับมาอีกแล้วล่ะ กลับมาก็ไม่ไปไหนแล้ว นี่คือมาหาพวกเรากะให้ดูแลรักษา ไปจนบั้นปลายชีวิตเลยใช่ไหม มีคนแบบนี้ด้วยเหรอ ต้าเหวย เขาเป็นพ่อของลูกนะ พ่อของผมแล้วยังไงล่ะ ทำตัวไม่ดีทั้งวัน ไม่ดูแลลูก ไม่ทำหน้าที่พ่อ เขาให้ผมเกิดมาก็แค่อยากหลอกใช้ผมใช่ไหม ไม่มีทาง ลูก ลูก เนื้องอกในสมองเป็นโรคที่รักษาไม่หาย คือ… เนื้อดีหรือว่าเนื้อร้ายครับ โรคนี้ไม่มีไม่เนื้อดีหรือเนื้อร้ายหรอก ก็แค่รักษาไม่หาย อีกอย่าง เนื้องอกนั่นใหญ่มากแล้ว มิน่าล่ะ บนโลกนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่เหรอ ลูก ตอนที่ไม่ป่วยเที่ยวเล่นใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน สร้างปัญหาให้พวกเราไปทั่ว พอป่วยแล้วกลับมานึกถึงพวกเรา มีเรื่องที่ดีขนาดนี้เลยเหรอ ผมจะไปคุยกับพ่อ ลูก ๆ ลูกทำไม่ได้นะ ลูกทำไม่ได้นะ ลูกทำแบบนี้ไม่ได้ ได้ ผมจะโทรหาพ่อ ผมจะพูดกับพ่อให้รู้เรื่อง ไม่ได้ ลูก เขาเป็นพ่อของลูกนะ ลูกทำแบบนี้ไม่ได้ ตอนนี้เขาป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ต้องการให้พวกเราปลอบใจ อะไรนะ พ่อยังต้องการการปลอบใจงั้นเหรอ ใครจะปลอบใจแม่ล่ะ ลูก… ผมสิที่ต้องการการปลอบใจ ผมจะพูดกับพ่อ ลูกฟังที่แม่พูด ลูกทำแบบนี้ไม่ได้

    ลูก เป็นแม่เองที่เรียกให้พ่อของลูกกลับมา แม่รู้ว่าพ่อของลูกป่วย แม่ก็เลยเรียกเขากลับมา แม่สมัครใจเอง แม่ แม่พูดอะไร แม่สมัครใจเอง ลูก ลูกไม่เข้าใจ ที่จริงแล้วในใจของแม่พ่อของลูก สำคัญมาก แม่ ตลอดชีวิตของแม่ถูกพ่อทำร้ายยังไม่พอเหรอ ไม่สิ แม่ เมื่อก่อนแม่เกลียดพ่อไม่ใช่เหรอ เกลียดจนต้องหย่าไงครับ ใช่ แม่ ตอนนั้นแม่เกลียดเขา แม่เกลียดที่เขาไม่กลับบ้าน แต่ว่าตอนนี้กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ คือ… แม่จะให้ผมพูดกับแม่ว่าอะไรดี ลูก แม่ชอบพ่อของลูก ชอบมาทั้งชีวิต จนถึงตอนนี้ก็ไม่เปลี่ยน ลูก ลูก ถึงแม้ว่าลูกจะดูถูกพ่อของลูก ลูกก็เหมือนเขา ผมเหมือนพ่อที่ไหนกัน ไม่ใช่เหรอ ลูกดูตอนที่เป็นเด็กสิ ลูกของคนอื่น ต่างก็อยากแย่งกันเป็นที่หนึ่ง ลูกน่ะ สอบได้ศูนย์ก็ไม่สนใจ แล้วก็ลูกคนอื่นต่างก็ทำตามกฎระเบียบ ปฏิบัติตามวินัย ลูกล่ะ ทำผิดกฎระเบียบ เรียกพบผู้ปกครองทุกวัน ลูกใช้ชีวิตมีความสุขไม่เครียด ร่าเริง สิ่งเหล่านี้ พ่อของลูกเป็นคนให้ลูกมา ลูก ลูกมีข้อดีของพ่อของลูก แต่ว่า ลูกมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกว่าพ่อของลูก เพราะว่าแม่มีพ่อของลูกก็เลยมีลูกมีไง

    แม่ขอบคุณเขามาตลอด แต่ตอนนี้เขาป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แม่ไม่รู้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน บนโลกใบนี้ แม่มีแค่ลูกที่เป็นญาติเพียงคนเดียว แม่ แม่อย่าร้องสิครับ พ่อกลับมาแล้ว ดี ๆ นะครับ ชุ่ยผิง กลับมาแล้วเหรอ ผมซื้อซุปเนื้อที่คุณชอบที่สุด กลับมาให้คุณด้วย เหรอคะ ต้าเหวยกลับมาแล้วเหรอ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว งั้นก็รีบรักษาเถอะครับ เชื่อว่าการพัฒนาของวิทยาศาสตร์ในตอนนี้ ไม่แน่ว่าพอรักษา ๆ ไป การแพทย์ก็จะได้เอาเคสที่ยากนี้ ไปแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ด้วย คุณฟังสิ ฟังที่ลูกพูด พ่อไม่รักษาแล้ว พ่อพูดอะไร ตอนที่พ่อใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ก็เคยไปมาตั้งหลายโรงพยาบาล แม้แต่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สิงคโปร์ก็เคยไปมาแล้ว หมอที่ต่างประเทศเขาบอกพ่อว่าไม่ต้องรักษา ในเมื่อเป็นแล้ว มีความสุขกับการใช้ชีวิตก็พอแล้ว พ่อยังจะมามีความสุขกับการใช้ชีวิตเหรอ พ่อยังสนุกไม่พออีกเหรอ ตลอดชีวิตของพ่อเคยรับผิดชอบอะไรบ้างไหม ไม่รับผิดชอบมาตลอดชีวิต ป่วยแล้วก็ไม่รับผิดชอบ พ่อจะให้ผมกับแม่ทำยังไง พ่อเป็นโรคที่รักษาไม่หาย พวกเราก็จะไม่ดูแลพ่อ จ้องมองพ่อ… ลูก เรื่องนี้ก็เอาตามนี้แล้วกันครับ พ่อฟังผมนะ ผมจะจัดเตรียมให้พ่อพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล อยากรักษาก็รักษา ไม่อยากรักษาก็ต้องรักษา ตลอดชีวิตไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลย ครั้งนี้รับผิดชอบสักครั้งได้ไหมครับ พ่อรักษาก็ไม่รักษา แล้วก็ปล่อยไปแบบนี้ หลังจากนี้จะให้แม่ทำยังไง

    ลูก เรื่องนี้ ก็ทำในสิ่งที่พ่อของลูกต้องการเถอะ แม่ครับ ลูก แม่ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนพ่อของลูกตั้งกี่ครั้ง โรคนี้รักษาไม่ได้แล้ว ถ้ารักษาต่อไปอีกละก็ พ่อของลูกจะต้องทนทุกข์ พวกเราก็จะต้องทนทุกข์ แม่ พ่อป่วยเป็นโรคนี้จะรักษาก็ไม่รักษา จะปล่อยไปแบบนี้เหรอครับ ต่อไปแม่นึกถึง… แม่ไม่กลัวหรอก เพราะว่าแม่มีลูกไง ตอนนี้ขอเพียงแต่พ่อของลูก มีความสุขในทุก ๆ วันก็พอแล้ว ลูก แม่กับพ่อของลูกเคยปรึกษากันแล้ว ตอนนี้ในมือของแม่ยังมีเงินเก็บอยู่บ้าง แทนที่จะพูดว่าเอาเงินพวกนี้ ไปโยนทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ที่โรงพยาบาล ไม่สู้ถือโอกาสตอนที่พ่อของลูกยังร่างกายแข็งแรง แล้วพวกเราไปเที่ยวกัน ไปดูกัน – แม่ เรื่องนี้… – ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องนี้เอาแบบนี้แหละ ตอนแรกที่พ่อของลูกตามจีบแม่ โม้เก่งมาก บอกว่าเขาไปทั่วโลกมาหมดแล้ว พูดว่าจีบแม่ได้เมื่อไร ก็จะพาแม่ไปเที่ยวรอบโลก เพียงแต่ว่าที่ที่เขาเคยไป ก็จะพาแม่ไปสักรอบ หลังจากนั้นก็เป็นเขาที่ไปข้างนอกคนเดียว แม่ยุ่งอยู่ที่บ้านคนเดียว ตอนนี้สวรรค์ ได้กำหนดเวลาแทนพวกเราสองคนแล้ว ความฝันของพวกเราทั้งสองคนตอนเป็นวัยรุ่นเป็นจริงแล้ว คือที่นี่ ลูก เรือสำราญตอนนี้นี่ดีจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ มั่นคง เหมือนที่ราบเลย ตอนนั้นเรือสำราญของพ่อนะ ทั้งเล็กทั้งอึดอัด

    ดีจริง ๆ มา ผมถ่ายรูปให้คุณหนึ่งรูป ตรงนี้เหรอ แม่ นี่จะโอเคเหรอครับ ถ้าหากว่าตอนนั้นร่างกายของพ่อเกิดเป็นอะไรขึ้นมา หมอที่อยู่บนเรือจะรักษาทันเหรอครับ ไม่เป็นไร ร่างกายของพ่อ พ่อรู้ตัวเองดี จะว่าไปแล้ว มีวันนี้จริง ๆ ด้วย วันที่ฝังศพไว้ใต้ทะเล โรแมนติกมากนะ คุณอย่าพูดจาส่งเดชสิ ยังต้องกลับไปเป็นเพื่อนฉันอยู่นะ โอเค แม่ แม่นั่งพักสักหน่อยเถอะ ดี ๆ – งั้นพ่อจะถ่ายรูปคู่แม่ลูกให้สักรูปนะ – โอเค มา ลูก โอเค แม่ แม่กลับมาเร็ว ๆ นะครับ อย่าลืมว่าตรงนี้ยังมีผมอยู่นะ ลูกน่ะ แม่ไม่สนใจแล้ว ลูกโตแล้ว เวลาที่เหลือ ตาหลี่ ครับ เวลาที่เหลือ ก็คือแม่จะเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่งดงาม กับพ่อของลูกอย่างมีความสุข ได้ครับ งั้นก็ได้ พ่อมานั่งตรงนี้ ผมถ่ายรูปให้พ่อกับแม่สองสามรูปดีกว่า – ได้ ๆ – ได้

    มา มา ๆ ถืออันนี้สิ กลับไปเถอะ ขับรถช้า ๆ นะ ถ่ายวิดีโอมาเยอะ ๆ นะ ฉันจะรอเธอกลับมา ดูของดี ๆ นะ ถ่ายรูปมาบ้าง เดินทางปลอดภัย กลับมาเจอกันนะ ระวังตัวด้วยนะ