EP.30 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 30] [วันนี้ผู้กำกับไม่อยู่] [ห้องทำงานผู้กำกับ] คุณตำรวจคะ ไม่ต้องตื่นเต้น ค่อย ๆ พูด เขานี่แหละค่ะ คุณตำรวจ เขาลวนลามฉัน ฉันเป็นคนแจ้งความเองค่ะ – โอเคครับ โอเค ๆ – อย่าพูดมั่ว ไม่ต้องใจร้อนไปนะครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ เจี่ยงเมิ่งเหว่ยครับ เจี่ยงเมิ่งเหว่ย อายุเท่าไหร่ครับ ยี่สิบแปดครับ ยี่สิบแปดนะ คุณทำงานที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว อยู่นี่มาปีกว่าแล้วครับ ปีกว่านะ นายจะให้ฉันกินอันนี้บนถนนใหญ่เนี่ยนะ นี่เป็นอาวุธลดความเครียดของเธอไม่ใช่หรือไง แต่ก็จะกินบนถนนใหญ่ไม่ได้ งั้นเธอเอาไป เข้าไปในร้านแล้วหามุมแอบกินซะ อย่าเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดสิ เรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว ยังมีฉันอยู่ไง นายจะทำอะไรได้ ฉันสามารถทำให้แม่ฉันพยายามต่อไปได้ แม่นายยุ่งมาก นานขนาดนั้น แค่ประโยคเดียวก็ทำให้ความพยายามที่ผ่านมาของเขาสูญเปล่า งั้นก็บอกได้แค่ว่า การปฏิวัติยังไม่สำเร็จบรรลุเป้าหมาย พี่น้องร่วมอุดมการณ์ยังต้องมุ่งมั่นดำเนินการต่อ เธอก็อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป ไม่ใช่ว่าฉันมองโลกในแง่ร้ายเกินไป แต่เป็นเพราะฉันเข้าใจแม่ฉันดี ปมในใจนั้นของเขา ไม่ใช่จะแก้ออกได้ง่าย ๆ สุภาษิตเขาว่าไว้ดี ไข้ใจต้องใช้ยาใจรักษา
ปมในใจของแม่เธอ เธอเข้าใจดีกว่าฉัน แก้ไขให้ถูกจุด ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปละกัน จะรีบร้อนไม่ได้ ครับ ๆ ครับ เป็นพวกเราเองที่คิดไม่รอบคอบ ขอโทษด้วยนะครับ ขอโทษแล้วมันได้อะไร เธอทำผิดต่ออาจารย์ของเธอแล้ว ถ้าเธอทำให้ลูกเพียงคนเดียวของเขา เสียหาย หรือหายไปล่ะ เธอยังจะมีหน้าใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ไหมล่ะ พี่สะใภ้คะ พี่สะใภ้ ๆ คำพูดนี้ของพี่แรงไปแล้วนะคะ พูดแรงไปแล้ว นี่ฉัน… ฉันรู้นะคะ ที่สารวัตรเฉิงปฏิบัติต่อเซี่ยเจี๋ย นั่น นั่นแบบ… ปกป้องอย่างดีมาก ๆ เลยจริง ๆ นะคะ จริง ๆ นะคะ เพื่อเรื่องนี้ เขา… เซี่ยเจี๋ยทะเลาะกับสารวัตรเฉิงไปไม่น้อยเลยนะคะ พี่สะใภ้คะ เสี่ยวเจี๋ยของเรานะ เป็นเด็กดีมากเลยนะคะ ตอนที่อยู่ในสถานีนะคะ เป็นผู้นำในทุก ๆ เรื่องเลยค่ะ เป็นผู้นำงั้นเหรอ พวกเธอจะทำอะไรน่ะ พ่อของเซี่ยเจี๋ยเขาสละชีพไปแล้วนะ พวกเธอจะให้เซี่ยเจี๋ยตามพ่อเขาไปหรือไง พี่สะใภ้
เมื่อ เมื่อกี้ฉันเพิ่งพูดไป คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ใช่ ใช่ ๆ – คิดมากไปแล้วค่ะ – เข้าใจผิดแล้ว ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ – คุณคิดมากเกินไปแล้ว – ใช่ค่ะ อะไรคือฉันคิดมากไป เหล่าเซี่ยของเราน่ะ ตอนแรกปฏิบัติกับหวังโส่วอียังไง ปฏิบัติกับเฉิงเฮ่ายังไง แต่พวกเธอทำแบบนี้ไม่ละอายใจต่อเขาหรือไง สารวัตรเกา เกาเฉา ทำอะไรน่ะ คุณดูสิ เกาเฉานี่ นายทำอะไรเนี่ย ผม… อย่าครับ อย่า พี่สะใภ้ครับ พี่สะใภ้ ๆ ขอโทษทีครับ ขอโทษที คุณพูดต่อเลยครับ พูดเลย พูดต่อครับ พูดต่อ คุณพูดต่อเลยค่ะ พวกเธอพาฉันมาห้องไกล่เกลี่ยนี่ มันหมายความว่ายังไง ไม่สิครับ… พี่สะใภ้คะ นี่ ๆ นี่ คือ คือ พี่สะใภ้คะ… ไม่ได้หมายความว่ายังไงเลยค่ะ ไม่ได้หมายความว่าอะไร นี่ นี่… เมื่อกี้มันคือถือโอกาสไม่ใช่หรือไงคะ ถือโอกาสเอาฉันเป็นผู้ต้องสงสัยงั้นเหรอ
หรือว่าให้เป็น ญาติที่ชอบก่อเรื่องที่รับมือได้ยากสินะ คุณคิดมากเกินไปแล้ว พี่สะใภ้ อีกอย่างผู้ต้องสงสัย ก็จะพามาที่นี่ไม่ได้นี่ครับ เธอตบโต๊ะไปแล้วนะ ยังจะมาบอกว่าไม่พามาที่นี่อีก ไม่สิ เมื่อกี้ผม… นี่ผม… คุณดูผมสิ… พี่สะใภ้คะ สถานีตำรวจปาหลี่เหอคือสถานที่อะไร ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยมา ครับ นี่กำลังทำอะไร พวกเราทุกคนต่างก็ชัดเจนดี เอาละ ว่ามา หวังโส่วอีจะกลับมาเมื่อไหร่ ผู้กำกับของพวกเราลาจริง ๆ ครับ พวกเราก็ติดต่อไม่ได้ด้วย ได้ หวังโส่วอีไม่ยอมเจอฉันใช่ไหม งั้นตอนนี้ฉันจะไปกรม ฉันจะไปหาผู้บัญชาการ พี่สะใภ้คะ นั่งก่อน ๆ คุณ คุณนั่งก่อนค่ะ นี่คุณ คุณ… จะไปกรมทำไมล่ะคะ ผู้กำกับไม่อยู่ แต่ก็ยังมีพวกเราไม่ใช่หรือไงคะ นั่นสิครับ พวกเธอจัดการได้ไหมล่ะ แน่นอนสิครับ ได้ครับ ได้ ๆ งั้นก็ดี ฉันจะให้เซี่ยเจี๋ย ย้ายไปอยู่สำนักบริหารการทะเบียน เรื่องบุคลากรนี้ พี่สะใภ้คะ นี่คุณจะทำอะไรคะ จะทำอะไรเนี่ยคะ ฉันไม่อยากจะคุยกับพวกเธอแล้ว ฉันจะไปกรม ไปหาเสี่ยวซ่ง
ฉันจะดูว่าเขาจะกล้าให้ฉันรออีกไหม พี่สะใภ้คะ คุณไม่เห็นจะต้องทำแบบนี้เลยนี่คะ พวกเราไม่ได้บอกว่าจะไม่แก้ปัญหานี่คะ แก้ปัญหาค่ะ แก้ปัญหา ให้เวลาพวกเธออีกสามวัน ถ้าสามวันแล้วยังไม่ได้คำตอบ ฉันจะให้ผู้บัญชาการมา ให้พวกเธอเป็นคนรับผิดชอบ พี่สะใภ้คะ พี่สะใภ้ ไว้เจอกันค่ะ อาจารย์ คุณรับปากเขาไปแบบนี้เลยเหรอ นี่มีอะไรที่รับปากไม่ได้กันล่ะคะ สามวันผู้กำกับจะไม่มาทำงานได้เหรอ นี่คุณทิ้งโจทย์ยากให้ผู้กำกับแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากหรอก การโยกย้ายภายใน จัดการได้ง่าย ประเด็นอยู่ที่ว่าเซี่ยเจี๋ยจะยอมไป สำนักบริหารการทะเบียนหรือเปล่านี่สิ มีแม่แบบนี้ เขาคงจะยอมแหละ เกาเฉา อย่าพูดแบบนี้ ไม่สิครับ… พอแล้ว ๆ ห้ามวิจารณ์ มีเรื่องเป็นกองรอให้ไปจัดการอยู่นะ อาจารย์คะ ว่าไง เมื่อกี้เลขาเว่ยจากสำนักงานแขวงปาหลี่เหอ โทรมาถามหาคุณกับผู้กำกับ ถามว่าทำไมพวกคุณยังไม่ไปประชุมอีก บอกว่าประชุมใกล้จะเริ่มแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาพวกคุณเลย ทำไมฉันถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปเนี่ย ประชุมอะไรน่ะ สารวัตรเกา ไปประชุมกับฉันหน่อย ผมเหรอ เดี๋ยวสิ อาจารย์ อาจารย์ ไม่สิ ประชุมอะไรน่ะครับ ตอนเช้าผมยังมีธุระอีกนะ เมืองเป็นคนจัด ตั้งแต่เมืองถึงเขต แล้วก็ถึงถนนนี้อีก ต่อจัดปฏิบัติการร่วมกัน รวบรวมการสำรวจประชากรในครั้งนี้
ต้องทำการสำรวจประชากรครั้งหนึ่ง รวมถึงสะสางเรื่องพวก การปล่อยเช่าบ้านแบบผิดกฎเอย ประกอบกิจการแบบไร้ใบอนุญาตเอย ลงทะเบียนชาวต่างชาติเอย การตรวจสอบอันตรายที่แฝงอยู่นี้ เขตต้องจัดการประชุม ตามเจตนารมณ์ของเมือง ฉันกับผู้กำกับต่างก็ต้องเข้าร่วม ไม่สิ งั้นคุณกับผู้กำกับก็ไปสิ ตอนเช้าผมมีคดีต้องเช็กจริง ๆ เรื่องนั้นนายก็เลื่อนไปก่อนสิ นี่มัน นาย… นี่คือเรื่องของเขตเลยนะ คุณรับปากพวกเราแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าครั้งนี้คุณจะรับช่วงต่อ นั่นสิ สารวัตรเกา คุณตามไปเถอะ เดี๋ยวผมเฝ้าที่สถานีเอง งั้นก็ได้ เดี๋ยวผมจัดการงานแป๊บหนึ่ง ไม่ต้องจัดการแล้ว ไม่ทันแล้ว ฉันจัดการเสร็จแล้วพวกเราก็ไปเลยนะ สารวัตรเฉิง รบกวนคุณช่วยจัดรถให้หน่อยคันหนึ่งค่ะ เดี๋ยวสิ… โอเค พี่สวี่ คุณพูดก่อนเลย คุณช่วยจัดรถสักคัน ให้สารวัตรเกา และอาจารย์ด้วย เร็ว ๆ เลยนะครับ ได้ค่ะ กลับมาก่อน ผมยังมีเรื่องอีก ตอนเช้าต้องต้อนรับคู่กรณีคนหนึ่ง คุณช่วยต้อนรับแทนผมด้วย โอเคค่ะ สารวัตรเกา เตรียมของไปหมดแล้วใช่ไหม เตรียมไปแล้วครับ นายดูสิเวลาพวกเราค่อนข้างกระชั้นชิด… อาจารย์ครับ คุณจะไปไหนครับ ตระเวนตรวจไง ไม่มีธุระอะไรสำคัญใช่ไหมครับ พูดอะไรเนี่ย
เปล่าครับ ผมหมายถึงว่าถ้าคุณไม่มีธุระอะไรละก็ คุณไปกับผมหน่อย ไปไหนน่ะ คุณไปเดี๋ยวก็รู้เอง ไปกันเถอะครับ อาจารย์ แล้วผมล่ะครับ แบบนี้นะ เอาตามแผนเดิม นายเรียกซุนเฉียนเฉิงกับตำรวจพิเศษหวัง ระดมพลคนที่บัตรประชาชนหมดอายุ ไปทำบัตรประชาชนภายหลังด้วย สารวัตรเฉิงครับ ชีจื่อ ว่าไง ผู้กำกับกับอาจารย์ไปไหนกันเหรอครับ อาจารย์ไปประชุมที่เขต ผู้กำกับลาน่ะ ผู้กำกับลาเหรอครับ มีอะไรหรือเปล่า ชีจื่อ นายรอก่อน มีอะไร นายหาผู้กำกับมีเรื่องอะไร ก็ไม่มีเรื่องอะไรหรอกครับ ช่วงนี้นายมีเรื่องอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย เหรอครับ เปล่านี่ครับ ไม่มีจริงเหรอ งั้นเอาแบบนี้ นายลองพูดมา ดูสิว่าคือเรื่องอะไร ถ้าหากฉันจัดการไม่ได้ ฉันก็สามารถเกริ่นแทนนายก่อนก็ได้ ผมก็อยากลาบ้างครับ นายก็จะลาเหรอ เหตุผลอะไร งั้นก็เปลี่ยนเวรกับใครก่อนไม่ได้เหรอ ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรหรอกครับ ไม่มีเหตุผลอะไรแล้วนายจะลาเนี่ยนะ ถ้ายังไม่ลาอีก ผมว่าภรรยาผมก็จะหย่ากับผมแล้ว ผม ผม… อย่า ๆ อย่า ชีจื่อ ชีจื่อ อย่าใจร้อน ๆ
คือว่า ฉันเข้าใจ เข้าใจได้ เรื่องนี้มันร้ายแรงมาก คือว่า ผ่อนคลายก่อน ผ่อนคลายก่อน คือว่า แต่ว่า เรื่องลานี่ฉันไม่ได้เป็นคนจัดการจริง ๆ รออาจารย์กลับมา ฉันจะรีบบอกเขาทันที โอเคไหม แต่ว่า นายบอกว่าถ้าไม่ลาก็จะต้องหย่า นี่อาจจะเป็นเหตุผลไม่ได้ จริง ๆ นะ อาจารย์แม่ สวัสดีครับ เย่เหว่ย นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ตอนแรกเพิ่งรับปากฉันไป ตอนหลังก็ไม่รับโทรศัพท์ฉันแล้ว เขาไปประชุมในเขตแล้วครับ คิดว่าตอนนี้อาจจะยังไม่สะดวกรับโทรศัพท์ งั้นนายว่ามา เรื่องของเซี่ยเจี๋ยจะจัดการได้ตอนไหนกันแน่ อาจารย์แม่ครับ พวกเราเพิ่งจะคุยกันไปเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าภายในสามวัน นี่เพิ่งผ่านไปแป๊บเดียวเอง คุณก็… บอกว่าสามวัน พวกเธอก็จะยืดไปสามวันเลยงั้นเหรอ [ก็แค่การโยกย้ายบุคลากรเองไม่ใช่เหรอ] [ทำไมถึงจัดการตอนนี้ไม่ได้] อธิบายกับคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ผู้กำกับเขาลายังไม่กลับมาเลยครับ นายไม่ต้องมาพูดเรื่องไม่มีประโยชน์พวกนี้กับฉัน ช่วงที่ยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายออกมา จะให้เซี่ยเจี๋ยไปทำงานก่อนไม่ได้หรือไง คุณว่าแบบนี้ได้ไหมครับ รออาจารย์กลับมาถึงปุ๊บ ผมจะไปปรึกษากับเขาเรื่องนี้ทันทีเลยครับ ไม่เห็นมีไรต้องปรึกษาเลย ฮัลโหลครับ ฮัลโหลครับ อาจารย์ ฮัลโหล [ศูนย์บริการพรรคเขตสำนักงานแขวงปาหลี่เหอ] อาจารย์คะ ผู้กำกับหวังสุขภาพโอเคไหมคะ
พวกเราที่ทำงานระดับเบื้องต้นพวกนี้เหนื่อยกันมากจริง ๆ เลย นั่นสิคะ นั่นสิ เลขาเว่ย คุณเองก็ลำบากแล้วค่ะ [โอเค งั้นก็แบบนี้] แล้วทำอะไรได้ล่ะคะ พรรคจัดแจงให้พวกเรามารับตำแหน่งนี้ พวกเราทำได้เพียงตั้งใจทำงานให้ดี ใช่ค่ะ การปฏิบัติการร่วมกันครั้งต่อไป สถานีตำรวจของพวกคุณเป็นกำลังหลังนี่คะ ผู้กำกับหวังไม่อยู่ ภาระหน้าที่ทั้งหมดก็ตกที่คุณแล้วนะ ก็ต้องพึ่งทุกคนนั่นแหละค่ะ พึ่งพวกเราทั้งสถานีเลย ต้อง ต้องพยายามร่วมกันสิคะถึงจะได้ ใช่ ๆ ใช่ ขอโทษนะคะ ฉันขอรับโทรศัพท์ก่อน เลขาเว่ย คุณพูดได้ดีมากเลยครับ คุณวางใจได้เลยครับ ครั้งนี้พวกเราปาหลี่เหอ จะร่วมมือกับเขตพวกเรา ทำภารกิจให้เสร็จเรียบร้อยอย่างแน่นอนครับ อาจารย์ อะไรอีกล่ะครับ โรงเรียนลูกชายโทรมาน่ะ บอกให้ผู้ปกครองรีบไป ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกชายฉันก่อเรื่องอะไรอีก คุณดูสิพ่อเขาไปทำงานต่างที่ ฉันตัวคนเดียว ยิ่งยุ่งยิ่งมีปัญหาเพิ่มจริง ๆ เลย เร็วเข้า ไปเร็วเข้า ได้ยังไงล่ะ นี่ก็เพิ่งประชุมเสร็จ ต้องกลับสถานีไปจัดการงานสิ ยังมีผมไงครับ อีกอย่างอาจารย์ผมก็อยู่ด้วย เดี๋ยวผมกลับไปจะไปรายงานกับสารวัตรเฉิง แล้วก็ประชุมกันทั้งสถานี แจกแจงงานต่อไป นี่… ได้เหรอ คุณไปเถอะ
นี่ไม่เชื่อมือพวกเราเหรอครับ นั่นสิ มีพวกเราอยู่นี่ไง งั้นก็ได้ งั้นฉันรีบไปก่อนนะ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรฉันจะกลับมา คุณขับรถของสถานีไปสิ ได้ยังไงกันล่ะ ฉัน ฉันไปเอง ฉันจะรีบกลับมานะ – ไม่รีบ ไม่รีบ – ฉันจะรีบกลับมานะ ค่อย ๆ ไปนะ ตอนที่คุณออกมา ในร้านมีอะไรผิดปกติไหมครับ ไม่มีค่ะ คุณรอสักครู่นะ อาจารย์ครับ [สารวัตรเกา ขอโทษนะคะ] [โทรมาหาคุณดึกดื่นขนาดนี้] [นี่เพิ่งจะจัดการทุกคนในครอบครัวเรียบร้อยน่ะค่ะ] เข้าใจ ๆ ที่สถานีเกิดอะไรขึ้นคะ เป็นแบบนี้นะ หลังจากที่ผมกลับมา ก็ประชุมทุกคน พร้อมกับสารวัตรเฉิง เอาเจตนารมณ์ของเมือง ของเขต แล้วก็ถนนบอกต่อไปแล้ว และก็จัดวางกำลังอย่างละเอียดแล้ว ผมคิดว่าพอเข้าทำงานวันพรุ่งนี้ ก็ให้ทีมออกเดินทาง ปฏิบัติการร่วมกับเขตชุมชน ได้ค่ะ ได้ ๆ รบกวนพวกคุณด้วยนะคะ จริงสิ ชีจื่ออยากพบคุณเพื่อขอลาน่ะ ผมขวางไว้ให้แล้วละ ผมคิดว่าปฏิบัติการร่วมนี้เพิ่งจะเริ่มขึ้น กำลังคนก็ไม่ได้พออยู่แล้ว ผมบอกว่านายจะลาอะไรล่ะ ดึงเขาเข้าปฏิบัติการร่วมก่อน เรื่องนี้น่ะ สารวัตรเฉิงก็พูดกับฉันแล้วค่ะ
พรุ่งนี้เราค่อยปรึกษากัน ได้ ๆ แล้วก็มี แม่ของเซี่ยเจี๋ยเขาน่ะ โทรเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน โทรหาฉันเหมือนกันค่ะ สารวัตรเกาคะ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว คุณก็กลับไปพักผ่อนไว ๆ หน่อยเถอะค่ะ นี่ก็ยุ่งมาทั้งวันแล้ว ได้ ได้ ๆ คุณวางใจเถอะ นี่ผมใกล้จะเสร็จแล้ว กลางวันสะสมไว้หลายคดี ผมจะสะสางหน่อย [ได้ งั้นลำบากคุณแล้วนะคะ] ครับ บ๊ายบาย เมื่อกี้ผมถามถึงไหนแล้วนะ ตอนที่ออกไปมีอะไรผิดปกติไหม ก็คือตอนที่คุณออกไป ในร้านมีอะไรผิดปกติไหมครับ ไม่มีค่ะ งั้นตอนคุณออกจากประตูไป พบคนที่น่าสงสัยหรือเปล่าครับ คุณต้องคิดให้แจ่มแจ้งนะครับ คุณเป็นคนสุดท้ายที่ออก เมื่อวาน เถ้าแก่ของพวกคุณมาแจ้งความแต่เช้า อีกทั้งกลอนประตูของพวกคุณ ก็ไม่มีร่องรอยความเสียหายอะไร คุณตำรวจคะ ฉันไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ นะคะ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เรียนมาเยอะ แต่ฉันก็รู้ว่า ถ้าขโมยของก็ต้องติดคุก อีกอย่าง เถ้าแก่ของพวกเราก็ดีกับฉันมาก ฉันจะไปขโมยของได้ยังไงกันคะ คุณอย่าเพิ่งเครียดไป ผมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนขโมยของ ก็แค่สอบถามตามข้อบังคับเท่านั้นเอง คุณตำรวจคะ ที่ฉันรู้ฉันก็บอกคุณไปหมดแล้วจริง ๆ นะคะ กุญแจของร้านพวกคุณ
นอกจากคุณกับเถ้าแก่ของคุณแล้ว ยังมีใครมีอีกครับ เหมือนว่าเขาจะมีหุ้นส่วนอีกคน ที่มีกุญแจเหมือนกันนะคะ แต่ว่าแทบจะไม่เคยมาร้านเลย กล้องในร้านของพวกคุณพังมากี่วันแล้วครับ สองสามวันแล้วละค่ะ ของใหม่ที่พี่อวี๋ซื้อก็มาถึงหมดแล้ว แต่ว่าเราสองคนติดตั้งไม่เป็น ก็เลยไม่ได้ติดตั้งค่ะ นอกจากพวกคุณสองคน ยังมีใครรู้อีกไหมว่ากล้องที่ร้านพวกคุณพัง นี่ฉันก็ไม่รู้แล้วแหละค่ะ ฉันไม่ได้บอกใครเลย สารวัตรเกาครับ ผมออกไปแป๊บหนึ่งนะ มีอะไรเหรอ มีหญิงชราคนหนึ่งมาแจ้งความครับ บอกว่าลูกชายของเธอหายไป ร้องไห้ฟูมฟาย ลูกชายหายไปเหรอ งั้นก็ไปช่วยหาสิ ไม่มีคนแล้วครับ พี่เฉินพาหลี่ต้าเหวยไป ชีจื่อพาเสียวเหล่ยไป อยู่ข้างนอกหมดเลยครับ เพิ่งมีเรื่องด่วนเข้ามาอีกเรื่องด้วย สารวัตรเฉิงก็พาตำรวจพิเศษสองนายไปแล้ว เป็นพื้นที่ที่ใครดูแลล่ะ ตำรวจในเขตชุมชนนี้คือใครกัน จื้อกังดูแลครับ เขาล่ะ ไม่ใช่ว่าเขายังอยู่โรงพยาบาลเหรอครับ โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไปดูสักหน่อย คุณเอาแบบนี้แล้วกัน คุณพาคนคนนี้ ส่งกลับไปก่อนแล้วกัน แล้วก็ทำข้อมูลพื้นฐานให้เถ้าแก่เขา อีกแป๊บผมจะกลับมา ได้ค่ะ สารวัตรเกา ไป ไป ๆ เลี่ยงเลี่ยง ลูกไปไหนกัน รับโทรศัพท์ ร้อนใจจะตายแล้ว คุณตำรวจ รีบช่วยฉันที ช่วยฉันที
คุณยาย ยายนั่งครับ นั่ง นั่ง ๆ ผมจะช่วย ช่วย ๆ ช่วยครับ ช่วยฉันที คุณนั่งดี ๆ ครับ นั่งดี ๆ คุณยายพูดมาสิครับ เกิดอะไรขึ้น ไม่เคยมีมาก่อนเลย วันนี้มีคนมากำจัดแมลงสาบพอดี ตอนฉันเปิดประตู ก็ลืมปิดประตู ฉันก็หลง ๆ ลืม ๆ แล้ว พอเก็บกวาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันถึงได้พบว่าลูกชายฉันไม่อยู่แล้ว ไปรินน้ำมาแก้วหนึ่ง คุณยาย ยายอย่าเพิ่งร้องครับ ลูกชายของคุณยาย มีปัญหาไหมครับ คุณสิที่มีปัญหา ลูกชายของฉันออกจะฉลาด พวกเราสองคนแม่ลูกพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด คุณว่าถ้าเขาหายไป ฉันควรจะใช้ชีวิตยังไง อย่าครับ อย่า ๆ คุณยาย ไม่ได้ครับ ไม่ได้ ๆ คุณดื่มน้ำก่อนนะ คุณวางใจเถอะครับ พวกเราจะช่วยคุณหาลูกชายแน่นอน จริงเหรอ จริงครับ จริงครับ ๆ ขอบคุณนะ ทำข้อมูลพื้นฐานหรือยัง
ยังไม่ได้จัดการเลยครับ เมื่อกี้ผมก็เพิ่งไปหาคุณไม่ใช่เหรอครับ คุณยาย ปีนี้ลูกชายคุณยายอายุเท่าไรแล้วครับ 14 แล้ว 14 เหรอครับ งั้นคุณจำเลขบัตรประจำตัวประชาชน ของลูกชายคุณได้ไหมครับ หรือว่ามีรูปภาพอะไรไหมครับ มีรูปภาพค่ะ คุณดูสิ นี่คือลูกชายที่เขาต้องการหา คุณยายครับ นี่ก็คือลูกชายยายเหรอครับ คุณได้ทำบัตรสุนัขให้มันไหมครับ ตอนนี้จะเลี้ยงหมาในเมือง ต้องทำตามขั้นตอนนะครับ งั้นพวกคุณก็ต้อง ช่วยฉันตามหามันก่อนแล้วแหละ คุณยาย คุณวางใจเถอะครับ ลูกชายของคุณน่ะ พวกเราจะช่วยคุณหาแน่ – ขอบคุณนะ – แต่ว่าเราต้องทำขั้นตอนให้เสร็จสิ้นก่อนนะครับ สารวัตรเกา มีคนแจ้งความครับ มีคนเมาทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารถู่เจียถนนซานครับ ขอให้รีบไปหน่อยครับ ไม่อย่างนั้นได้ตายกันไปข้างแน่ครับ ฉันรู้แล้ว เฮ่าหราน นายลงทะเบียนให้คุณยายก่อนนะ คุณยาย ยายกรอกแบบฟอร์มก่อนนะครับ รอผมกลับมา ค่อยมาจัดการเรื่องของยายนะ ดีไหมครับ ดีจ้ะ ขอบคุณ ๆ ขอบคุณนะ ขอบคุณ ไม่เป็นไรครับ ขอบใจนะจ๊ะ ขอบใจ ๆ ดูเบาะแสให้ชัดเจน ในสถานียังมีใครอยู่อีก ซุนเจี๋ยอยู่ครับ อยู่ที่หอพัก
รีบเลย รับเลย ๆ คุณคือเถ้าแก่ใช่ไหมครับ – สวัสดีครับ – ใครแจ้งความครับ ไม่มีนะครับ ตำรวจมาแล้ว ๆ ฉันชนะแล้ว นายเอาเงินมาเลย พวกคุณสองคนแจ้งความเหรอครับ คุณอาตำรวจ คุณต้องตัดสินให้พวกเรานะ ผมบอกว่าเพียงแค่ผมแจ้งความ ตำรวจก็จะมาแน่นอน เขาไม่เชื่อ จะวางเดิมพันกับผมให้ได้เลย ครั้งนี้ฉันเชื่อแล้ว นี่ทำอะไรเนี่ย ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย รีบรินเหล้าให้คุณอาตำรวจสิ ไม่ดื่มเหล้าแล้วแหละครับ พฤติกรรมแบบพวกคุณสองคนเป็นยังไงรู้ไหม เจตนาแจ้งความเท็จ สิ้นเปลืองทรัพยากรกำลังตำรวจ ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยบทลงโทษด้านความมั่นคงสาธารณะ ข้อกำหนดที่ 25 จะต้องถูกกักตัว ไม่น้อยกว่าห้า ไม่เกินสิบวัน และมีโทษปรับไม่เกิน 500 หยวน โทษค่อนข้างเบา ก็ต้องกักตัวไม่เกินห้าวัน ปรับไม่เกิน 500 หยวน ฟังชัดเจนหรือยังครับ ฟังชัดเจนแล้วครับ ๆ ฟังชัดเจนแล้วก็ไปกับพวกเราเถอะครับ พวกเราจ่ายค่าปรับก็ยังไม่ได้อีกเหรอครับ ยอมรับโทษก็ต้องไปกับพวกเรา เอายังไงดีครับ ทั้งสองคน พวกคุณสองคนจะไปกับผมเอง หรือว่าให้พวกเราใช้กำลังพาตัวพวกคุณกลับไป พวกเราจะไปกับคุณ พวกเราจะไปกับพวกคุณ ใส่กุญแจมือเขา
ครับ ไป มา ซุนเจี๋ย ฮัลโหล [ฮัลโหล สารวัตรเกาครับ] ทางพวกผมเสร็จธุระแล้ว ด้านสารวัตรต้องการกำลังเสริมไหมครับ ไม่ต้องหรอก พวกเราก็เสร็จแล้ว ฮัลโหล สารวัตรเกาครับ ทางฝั่งคุณเป็นยังไงบ้างแล้วครับ ต้องการกำลังเสริมไหมครับ ไม่เป็นไร จัดการเรียบร้อยแล้วละ [การแจ้งเป็นโมฆะ] ได้ครับ ๆ คุณระลึกความทรงจำหน่อยนะ เรื่องกล้องที่ร้านพวกคุณเสีย ยังมีใครรู้อีก งั้นคาดว่าน่าจะเยอะเลยค่ะ วันก่อนฉันโพสต์ลงวีแชตโมเมนต์ ถามว่ากล้องในร้านของพวกเราเสียแล้ว ใครจะช่วยฉันเปลี่ยนตัวใหม่ได้บ้าง ในวีแชตของฉัน อย่างน้อย ๆ ก็มีเพื่อนสัก 3,000 คนน่ะค่ะ ผมดูหน่อยได้ไหมครับ เมื่อวันก่อนคุณโพสต์โมเมนต์นี้ พอตกค่ำร้านก็โดนปล้น พวกเราสงสัยว่า มีคนรู้ว่า กล้องในร้านของพวกคุณเสีย ดังนั้นก็เลยเลือกช่วงเวลานี้มาลงมืออย่างเฉพาะเจาะจง งั้นนี่ก็แย่แล้วน่ะสิคะ คนเยอะขนาดนี้รู้เรื่อง งั้นจะทำยังไงดีคะ คดีนี้น่ะ จริง ๆ ก็มีเรื่องที่จัดการยากอยู่บ้าง เพราะว่าร้านพวกคุณ ปริมาณคนเข้าคนออกในแต่ละวันค่อนข้างมาก ข้อมูลรอยนิ้วมือที่เก็บรวบรวมได้ในร้านของพวกคุณ ก็เกิน 100 กว่าคนแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะล็อกตัวผู้ต้องสงสัยตามข้อมูลรอยนิ้วมือ
แล้วบวกกับเรื่องที่กล้องทั้งในและนอกร้าน ของพวกคุณเสียไปอีก งั้นคดีนี้น่ะ ไม่มีทางสืบหาได้เลย งั้นจะทำยังไงดีล่ะคะ คุณตำรวจ สินค้าของฉันหายไปตั้งสองสามแสน ฉันทำกิจการเล็ก ๆ ก็ไม่ง่ายเลย… คุณวางใจเถอะ วางใจเถอะนะ ตอนนี้พวกเรากำลังตรวจสอบ กล้องบนถนนบริเวณใกล้เคียง หวังว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์บ้าง งั้นนี่… แล้วก็ ผมได้ยินมาว่า หุ้นส่วนของคุณก็มีกุญแจร้านพวกคุณอยู่ด้วย ใช่ไหมล่ะครับ ใช่ค่ะ เขามี ให้ช่องทางการติดต่อเขากับพวกเราได้ไหมครับ พวกเราจะไปคุยกับเขาหน่อย ได้ค่ะ จดไว้หน่อยนะ เขาแซ่จางค่ะ ทำไมเลื่อนไปสองวันอีกแล้วล่ะ สองสามวันนี้ที่สถานีงานยุ่งจนฉันปลีกตัวไม่ได้เลยจริง ๆ เมื่อวานลูกชายคุณก็โดนเรียกพบผู้ปกครอง วันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอแล้ว ๆ อีกแป๊บฉันค่อยคุยนะ ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งเลย ฉันไม่สนนะ คุณต้องกลับมาให้ตรงเวลา ฉันวางแล้วนะ ในบ้านนี่วุ่นวายไปหมดเลย ฉันจะบอกเธอให้ ผู้หญิงเนี่ยนะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีคนแก่มีเด็กอยู่ แล้วยังต้องทำงานด้วย จริง ๆ นะ ลำบากจริง ๆ เลย อาจารย์คะ ถ้าอาจารย์ยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ละก็ ฉันช่วยอาจารย์ได้นะคะ
ไม่ต้อง ๆ ไม่ต้องหรอก ขอบใจนะ อาจารย์คะ อาจารย์อย่าฟังที่แม่ฉันพูดค่ะ ฉันไม่อยากไปฝ่ายทะเบียนจริง ๆ นะคะ การเป็นตำรวจคือทางเลือกของฉันเอง ความเสี่ยงอันตราย ความยากลำบากทั้งหมด ฉันยินยอมพร้อมใจที่จะเผชิญหน้าและแบกรับทั้งหมดค่ะ เซี่ยเจี๋ย เรื่องของสำนักบริหารการทะเบียน ต้องรอให้ผู้กำกับกลับมากำหนด แต่ตอนนี้แม่ของเธอน่ะ ก็ยึดมั่นในความเห็นไม่อยากให้เธอไปลงพื้นที่อีกแล้ว เพราะงั้น ฉันกับสารวัตรเฉิง เราสองคนตัดสินใจแล้ว ว่าจะให้เธอไปปฏิบัติการใช้กฎหมายร่วมก่อน ปฏิบัติการนั่นน่ะ เทียบ ๆ กันแล้วก็ค่อนข้างจะปลอดภัย ดีไหมล่ะ แต่ว่า อาจารย์คะ ชีวิตของฉันคือของตัวฉันเองนะคะ ไม่ใช่ของแม่ฉัน ฉันรู้ ฉันรู้แน่ ๆ อยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้แม่ของเธอ โทรหาฉันกับสารวัตรเฉิงไม่หยุดเลย พวกเราก็… ที่ให้เธอไปปฏิบัติการใช้กฎหมายร่วมน่ะ ไม่ใช่เพราะอย่างอื่นหรอก เป็นเพราะว่าปฏิบัติการนี้ขาดคนอยู่จริง ๆ งั้นทำไมไม่ใช่อาจารย์ฉันที่พูดกับฉันล่ะคะ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้อาจารย์ของเธอรับปากไปแล้ว ว่าจะไม่ปกป้องเธอเกินไปอีกหรือไง ดังนั้น… ฉันรู้แล้วค่ะ เซี่ยเจี๋ย ปกป้องลูกของตัวเอง เป็นสัญชาตญาณของความเป็นแม่อย่างหนึ่ง โดยเฉพาะบ้านของเธอที่มีสถานการณ์พิเศษแบบนี้ เธอต้องรู้นะ ตอนนี้แม่ของเธอ นอกจากเธอ ก็ไม่มีอะไรแล้ว
เพราะงั้นในสถานการณ์แบบนี้ของท่าน ฉันก็เข้าใจได้ เธอก็เข้าใจท่านให้มาก ๆ หน่อยนะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ มีธุระเหรอ อาจารย์ครับ ผมขอลาสักสองสามวันได้ไหมครับ เธอว่าไงล่ะ เรื่องของเธอน่ะ สารวัตรเฉิงกับสารวัตรบอกกับฉันแล้วละ พวกเราก็ปรึกษากันแล้ว ถ้าเธอมีสถานการณ์พิเศษอะไร ก็ไปเข้าเวรแทนใครไป ลาไปครึ่งวันอะไรแบบนั้น ในสถานีก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่าถ้าลายาว ในสถานีคงจะ คงจะลำบากจริง ๆ ผมรู้ว่าในสถานีจะลำบาก แต่ผมก็จนปัญญาแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงไม่เปิดปากแบบนี้หรอกครับ ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันก็เข้าใจได้ ฉันเข้าใจได้แน่ ๆ อยู่แล้ว แล้วใครจะไม่เป็นแบบนี้ล่ะ แต่ว่าในสถานีตอนนี้ กำลังคนไม่พอจริง ๆ นี่อย่าพูดว่าแต่จะลาหยุดเลย นี่ถึงจะไม่ลาหยุดงานนี้ยังทำไม่เสร็จเลย แต่ว่า อา… ไม่ต้องแต่แล้ว ฉันจะบอกคุณให้นะ นี่ไม่ใช่สถานการณ์ของคุณเพียงคนเดียว ฉันได้พูดกับสารวัตรเกาและสารวัตรเฉิงเรียบร้อยแล้ว รอผู้กำกับกลับมา พวกเราจะเอาเรื่องนี้เป็นหัวข้อประชุมสำคัญ จะปรึกษาหารือกันอย่างดี ในการประชุมที่ห้องทำงานผู้กำกับ แต่ตอนนี้น่ะ เวลานี้ภาระหน้าที่การงานในสถานีเยอะมาก เวลาก็กระชั้น ผู้กำกับก็ไม่อยู่อีก ทุกคนต่างก็กดดันมากจริง ๆ งั้นเอาแบบนี้ดีไหม คุณไปเข้าร่วม ปฏิบัติการใช้กฎหมายร่วมของเขตชุมชนก่อนเถอะค่ะ
หลังจากนั้นก็ผ่อนคลายสักสองสามวันแล้วค่อยลาหยุด ดีไหมล่ะ ก็ได้ครับ ขอบคุณนะ งั้นคุณไปทำธุระเถอะ มีอะไรอีกแล้วเหรอ [ผมพูดกับบริษัทเรียบร้อยแล้ว] [บริษัทเห็นด้วยที่ผมจะกลับมา] [พรุ่งนี้ก็กลับมาได้แล้ว] [ผมซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว] จริงเหรอคะ งั้นก็เยี่ยมไปเลย ขอบคุณนะ สามี ขอบคุณอะไรกัน ผมเพิ่งจะโทรศัพท์ไปที่บ้าน แม่บอกกับผมว่า พ่อเขาไปโรงพยาบาลเองคนเดียว คุณยังไม่รีบไปดูอีกเหรอ คุณจะให้ฉันไปตอนนี้เหรอ เมื่อกี้นี้ เพิ่งจะมี… เพื่อนร่วมงานมาขอลาหยุดกับฉัน ฉันโน้มน้าวให้เขากลับไปแล้ว ฉันไปไม่ได้หรอก ถ้าฉันไป ฉันจะทำตัวยังไงล่ะ การปฏิบัติตัวของคุณสำคัญ หรือว่าชีวิตพ่อของเราสำคัญล่ะ พอแล้ว ๆ ที่ฉันพูดไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้ ที่ฉันจะพูดคือก็ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวไงคะ ตอนนี้ทั้งสถานีหลายสิบคน แล้วเขตปกครองหลายหมื่นคนอีกล่ะ การปฏิบัติงานของพวกเรา คุณจะเข้าใจฉันหน่อยได้ไหม [ผมเข้าใจ ๆ ] [ผมบอกกับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ] [พรุ่งนี้ผมก็สามารถกลับมาได้แล้ว] [แต่ปัญหาตอนนี้คือ] [คนแก่ไปโรงพยาบาลเอง คุณ…] เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการร่วม รวมตัวกันด้านหลัง ฉันรู้แล้ว – รวมตัวกันด้านหลัง – เอาละ เอาละ ๆ ฉันวางแล้วนะ
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการร่วม รวมตัวกันด้านหลังนะ เคลื่อนไหวให้เร็ว ๆ เพื่อนพ้องทั้งหลาย ผมพูดหน่อยนะครับ อีกสักครู่ อาจารย์ของผมจางจื้อกังจะนำหนึ่งทีม ชีจื่อจะนำหนึ่งทีม ผมจะนำหนึ่งทีม อาจารย์ของพวกเราก็จะนำหนึ่งทีม หลัก ๆ คือร่วมมือกับปฏิบัติการของเขตชุมชนในครั้งนี้ ขอให้ฟังผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามคำสั่ง ได้ยินชัดเจนแล้วหรือยัง – ได้ยินชัดเจนแล้วค่ะ – ได้ยินชัดเจนแล้วครับ อาจารย์ครับ พวกเราออกเดินทางได้ ออกเดินทาง ๆ ออกเดินทาง อาจารย์ หาอะไรอยู่เหรอ หาคุณค่ะ หาผม ผม… ผมก็ยืนอยู่ตรงหน้าคุณไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้เหล่าหวังโทรมาค่ะ บอกว่าตอนนี้พ่อของเขาไปโรงพยาบาลคนเดียว งั้นคุณรีบไปโรงพยาบาลเถอะ ผมจะเป็นคนนำทีมเอง ได้เหรอคะ ก็แค่เคลียร์บัญชีไม่ใช่เหรอ มีพี่หวังอยู่ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร รีบไป ๆ งั้นขอบคุณนะคะ ฉันจะไปดูที่โรงพยาบาลสักหน่อย ถ้าไม่มีเรื่องอะไรจะกลับมาทันทีค่ะ รีบไป ๆ เหนื่อยหน่อยนะคะ – พวกนายสองสามคน – งั้นฉันไปแล้วนะคะ รอฉันอยู่ข้างนอกนะ ฉันไปหยิบอาวุธก่อน ได้ครับ
จริงสิ เขตชุมชนนี้ของพวกเรา ตอนนี้ประชากรย้ายถิ่นเยอะไหมครับ พอได้ครับ ไปครับ หมู่บ้านของพวกคุณ ตอนนี้ประชากรย้ายถิ่นค่อนข้างเยอะ เจ้าของบ้านหลายคน ต่างก็ปล่อยบ้านให้เช่าไปแล้วใช่ไหมครับ ใช่ค่ะ แล้วจากนั้น คนที่เข้ามาอาศัยก็ไม่ได้ไปลงทะเบียนที่สถานีตำรวจ นี่ก็เป็นการอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมาย ต่อไปนี้พวกเราจะให้ความร่วมมือการลงทะเบียนอันนี้ ♫หัวมุมถนน ไล่ตามในตรอกซอย♫ เป็นอย่างดีค่ะ ใช่ครับ ใช่ครับ ๆ ไม่อย่างนั้นอันตรายที่แฝงอยู่ก็จะสูงมาก ♫แสงไฟที่สว่างไสวเหมือนในตอนกลางวัน♫ ใช่ค่ะ เหมือนแบบนี้ ตอนนี้พวกเราก็ต้อง ♫ดอกไม้ที่ผลิบาน♫ ลงทะเบียนการเข้าพักอาศัยอันนี้ทุกครัวเรือนทุกคน ♫ในยามค่ำคืน♫ ได้ค่ะ ผู้ช่วยหวัง จี้เหว่ย ไม่งั้นพวกคุณก็เริ่มจากตรงนี้เถอะ ♫คุ้นชินกับการวิ่ง♫ พวกเรารับผิดชอบฝั่งนี้ พวกจะเราไปทางนี้ ครับ ♫ไล่ถามความถูกผิด♫ ผนังกั้นพวกนี้ต้องรื้อออกหมดเลยนะครับ หัวหน้าย้ำแล้วย้ำเล่า บอกว่าไม่อนุญาตให้ทำผนังกั้น ♫วนเวียนไปเท่าไร♫ พวกคุณก็ไม่ฟัง ♫ช่วงเวลาที่คล้ายกัน♫ ครับ ๆ จะรื้อออกทันทีครับ ๆ แล้วยังมีสายไฟลอย ทั้งหมดนี้ไม่ได้นะครับ ♫ค่อย ๆ เดินผ่านไปทีละก้าว♫ ได้ครับ แล้วก็ขยะพวกนี้ ที่กองไว้แบบนี้
♫ความสดใสของแสงอาทิตย์ที่แผ่ซ่าน♫ รีบทำความสะอาดด้วยนะครับ จะทำความสะอาดทันทีครับ คุณจะรับปากแบบขอไปทีไม่ได้นะ ♫ช่วงเวลาจะบันทึกเรื่องราว♫ ครั้งหน้าจะมาตรวจสอบอีก ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ ♫ที่ต่างกันได้มากน้อยเท่าไร♫ จะต้องมีการลงโทษปรับนะครับ รู้แล้วครับ ๆ จะรื้อทันทีแน่ จะรื้อทันทีครับ ♫ค่อย ๆ ผ่านไปทีละนิด♫ ♫เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่รู้ตัว♫ [อาจารย์แม่] ♫การตกตะกอนของความเชื่อและสัญชาตญาณ♫ โอเคครับ พอรื้อแล้ว ♫ได้บทสรุปที่ต่างกันไป♫ หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็ควรชดเชยให้ผู้เช่าพวกนี้ ควรชดเชยให้เขานะครับ ยุ่งมาทั้งวันแล้ว พักสักหน่อยเถอะครับ ♫จัดสรรมาให้ฉันพร้อม ๆ กัน♫ ยังไม่พักหรอกครับ ตรวจบ้านหลังนี้ให้เสร็จก่อน มีคนอยู่ไหมครับ มีคนอยู่ไหมครับ คุณตาครับ คุณตา นี่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ ผมเป็นตำรวจมาจากสถานีตำรวจปาหลี่เหอครับ ผมชื่อจ้าวจี้เหว่ย นี่คือหวังฝูจิ่งครับ ตาคือคุณหลูฟู้กุ้ยใช่ไหมครับ ใช่แล้ว คุณ พวกคุณมาทำอะไรที่นี่ พวกเราน่ะครับ มากำจัดอันตรายที่แฝงอยู่ และจัดการผู้อยู่อาศัยที่ผิดกฎหมายครับ ตรวจสอบบัตรประชาชนแล้ว บัตรประชาชนนี้ของตาหมดหมดอายุแล้ว จะต้องไปทำใหม่นะครับ ฉันน่ะนะ ก็คืออันตรายที่แฝงอยู่ คนตายไปหมดแล้ว เหลือแต่ผู้อาศัยผิดกฎหมายที่ยังไม่ได้เผา
ตา ตาตลกจริง ๆ นะครับเนี่ย ผมแค่จะบอกว่าบัตรประชาชนอันนี้ควรทำใหม่ได้แล้วครับ ผมไม่ได้พูดอย่างอื่นเลยนะ ฉันใกล้จะตายอยู่แล้ว ฉันจะไปทำบัตรประชาชนใหม่ทำไมกัน จะมีประโยชน์อะไร ตาครับ ตาเพิ่งจะอายุ 70 กว่าปี ยังหนุ่มอยู่เลยครับ ไม่มีคนสนใจว่าฉันจะอยู่หรือตายมาตั้งนานแล้ว แล้วลูกสาวลูกชายของตาล่ะครับ แต่ละคนแต่งงานกันไปหมดแล้วสิ จะมาดูแลฉันได้ยังไง พวกเขาทิ้งตาไว้ที่คนเดียว ไม่สนใจตาเหรอครับ ใช้ไม่ได้จริง ๆ ตาไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะโทรหาพวกเขา ให้พวกเขามาดูตา คุณตา ตากินข้าวหรือยังครับ กินหรือยังเหรอ ฉันหิวตั้งแต่ทำบุญครบเจ็ดวัน จนเจ็ดรอบ 49 วันแล้ว จริงหรือเปล่าครับ ไม่จริงสิ ถ้าจริงละก็ คนที่พูดกับคุณอยู่ตอนนี้ก็เป็นผีแล้ว ฮัลโหลครับ ใช่หลูฉางเซิงไหมครับ คุณครูอู๋คะ เดิมทีเมื่อวานรับปากคุณครูว่า วันนี้จะไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาล วันนี้ไปไม่ได้จริง ๆ ค่ะ งั้นเอาแบบนี้ สองสามวันนี้ฉัน… สองสามวันนี้ฉันจะไปที่โรงเรียน คุยกันต่อหน้าคุณครูแน่นอน ดีไหมคะ คุณแม่ชงชงคะ คุณมาหาฉันก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ
การประชุมผู้ปกครอง ผู้ปกครองของนักเรียนทุกคน จะต้องส่งตัวแทนมาเข้าร่วมค่ะ นี่คือหน้าที่และความรับผิดชอบค่ะ [พวกคุณน่ะ] [ไม่ได้เข้าร่วมมาสามสี่ครั้งแล้ว] [คุณดูสิคะเมื่อวานนี้เรื่องแบบนี้] [ก็เป็นสัญญาณหนึ่งแล้ว] ฉันเอง ก็เตือนพวกคุณด้วยความหวังดี ไม่ว่าจะยุ่งยังไง ก็จะไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของลูกไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ ฉัน ฉันไม่ได้ไม่ให้ความสำคัญจริง ๆ นะคะ – คุณก็รู้ว่าฉัน – หมายเลข 23 ฉันก็ไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ ถ้ายังไม่เข้ามาอีก เลยเลขไปก็จะเป็นโมฆะแล้วนะคะ เย่เอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ เรียกพวกเราน่ะ คุณครูอู๋คะ งั้นฉันไม่พูดกับคุณแล้วนะคะ ฉันกลับไปแล้วจะโทรหาค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว ๆ ฉันจะไปขอโทษคุณต่อหน้า โอเคไหมคะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ฉันวางแล้วนะคะ 23 23 มาแล้วค่ะ ๆ หมายเลข 23 มีคนอยู่ไหมครับ เปิดประตูหน่อย ในบ้านมีคน เป็นคุณยายคนหนึ่งค่ะ มีคน ๆ มีคน เปิดประตูหน่อยครับ ตำรวจ ถ้าไม่เปิดประตูก็จะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ทำอะไร พวกคุณจะทำอะไร คุณมีสิทธิอะไรมาพังประตูบ้านฉัน
ฉันทำผิดกฎหมายอะไร คุณใจเย็นก่อนนะครับ คุณใจเย็น ๆ ก่อน ฉันไม่ใจเย็นยังไง ให้ความร่วมมือในการทำงานด้วยครับ คุณทำแบบนี้อีกก็จะเป็นการขัดขวาง การทำงานของเจ้าหน้าที่นะครับ คุณมันรังแกคนแก่ คุณรังแกคนแก่เหรอ อาจารย์ พวกคุณกลับมาแล้วเหรอคะ ทำไมคุณมาช้าขนาดนี้ล่ะ พวกคุณกลับมาจากที่ไหนกันเหรอคะ กลับมาจากเขตชุมชนน่ะสิ ทำไมพวกคุณมาช้าขนาดนี้ล่ะคะ ไม่มีคนชอบรบแบบกองโจรกับคุณหรอก เล่นซ่อนหา กลางวันซ่อนตัว ตอนกลางคืนเขามักจะกลับบ้านไปนอนมั้ง อาจารย์ พวกเราประสบความสำเร็จมากนะครับ ลำบากพวกนายแล้ว มีวันไหนที่พวกเราไม่ยุ่งแบบนี้บ้างล่ะ แต่พอผู้กำกับก็ไม่อยู่ เรื่องนี้น่ะค่ะ ก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลย [อย่าคิดว่าคุณเป็นรองผู้กำกับ] [แล้วจะออกคำสั่งมั่ว ๆ ได้นะ] ผมออกคำสั่งมั่วอะไร ผมออกคำสั่งมั่วงั้นเหรอ คุณเกือบจะตีกันกับ คุณยายอายุ 70 ปีคนหนึ่งแล้วนะ ผมขัดขวางคุณไม่ได้เลย ใช่ไหมล่ะ สารวัตรเกา บ้านของเขาเห็นได้ชัดว่ามีอันตรายแฝงอยู่ ทำไมคุณถึงไม่ให้ตรวจสอบล่ะ [ถ้าคุณคิดว่าตัวเองฉลาดมาก] [งั้นผมไม่รับใช้แล้ว] [คุณพูดอีกรอบสิ ชีจื่อ] ชีจื่อ คุณกลับมานี่นะ ชีจื่อ อาจารย์ ทำไมคุณถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ ฉันต้องกลับมาแน่นอนค่ะ มีเรื่องอะไรเหรอคะ ชีจื่อของเรา
ตอนนี้แตะต้องไม่ได้แล้วจริง ๆ ดวงดาวที่ไม่มีไฟ ยังจะสามารถลุกเป็นไฟเองได้เหรอ เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ นี่ไม่ใช่ว่าปฏิบัติการร่วมตอนบ่ายหรือไงล่ะ มีคุณยายแซ่จางคนหนึ่ง นั่นเป็นครอบครัวที่ขึ้นชื่อในหมู่บ้านของพวกเขาว่ารับมือยาก พวกเราได้รับรายงานมา ช่วงนี้บ้านของเขามีคนที่น่าสงสัยเช่าอยู่ ชีจื่อน่ะ ก็ไปตรวจสอบอันตรายที่แฝงอยู่ถึงหน้าบ้าน พอเคาะประตู คุณยายคนนี้ก็เริ่มเอะอะโวยวาย ผมบังเอิญไปเจอพอดี ผมก็พิจารณา ผมบอกชีจื่อ พวกเราเลี่ยงกันก่อนดีกว่า อย่าขัดแย้งกันรุนแรงเลย ในตอนนั้นก็ทะเลาะกับผมแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าก็กล่อมไปกล่อมมาจนกล่อมกลับมาได้แล้วเหรอ นั่นน่ะสิ กลับมาก็เริ่มมาเอะอะโวยวายใส่ผม ไม่สิ ช่วงนี้ชีจื่อเขาเป็นอะไรเหรอ กดดันมั้งคะ ไม่สิ อาจารย์ ใครไม่กดดันบ้างล่ะ พวกเราทุกคนทั้งสถานีใครไม่กดดันบ้าง สารวัตรเกา สารวัตรเกาครับ พูดน้อย ๆ หน่อยครับ เอาเถอะ ฉันจะไปคุยกับเขา ไม่เป็นไร ๆ อาจารย์ ชีจื่อ ค่ะ พี่สะใภ้ ฉันกำลังจะโทรหาพี่อยู่พอดีเลยค่ะ พี่ฟังที่ฉันพูดนะคะ พี่พูดถูกค่ะ ใช่ค่ะ ฮัลโหล แม่ เมื่อกี้นี้แม่ โทรศัพท์หาอาจารย์ใช่ไหมคะ แม่ แม่กำลังบังคับหนู ให้ตัดขาดความสัมพันธ์กับแม่อยู่นะคะ หลังจากนั้นฉันก็
พูดสั่งสอนลูกสาวของเขาไปหนึ่งยก ถ้าคุณจะทิ้งพ่อของคุณ ก็ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย ทำไมยังไม่นอนล่ะ มานั่งใจลอยตรงนี้ทำไม ดูเหมือนว่า ให้แม่ฉันออกรบดีกว่านะ ไม่มีประโยชน์หรอก รู้ว่าสิ้นหวังแต่ก็ยังมีความหวัง นั่นน่ะสิ ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องมากลุ้มใจตลอดเวลานะ คุณยังมีหน้ามาอีก เหล่าเซี่ยถูกคุณฆ่าตายนะ ตอนนี้คุณจะมาแสร้งทำอะไรอีก มาแล้วค่ะ อาจารย์แม่ ทำไมถึงเป็นคุณล่ะ คุณจะมาพูดเรื่องที่เสี่ยวเจี๋ยย้ายตำแหน่งเหรอคะ หรือว่าจะมาทำงานของฉัน ไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับ ผมจะมาบอกคุณ เรื่องระหว่างผมกับอาจารย์ครับ