EP.32 (FULL EP) | เกียรติยศนายตำรวจ (Ordinary Greatness) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เกียรติยศนายตำรวจ] [ตอนที่ 32] [ความอบอุ่นในฤดูหนาว] อาจารย์ครับ ตอนที่พวกเราเรียนอยู่ที่โรงเรียนตำรวจ เคยมีการบรรยายตัวอย่างเหตุการณ์แบบนี้ ผู้ต้องหาส่วนมากเวลากระทำผิดกฎหมาย มักจะชอบทิ้งเครื่องหมายไว้ เป็นไปได้มากว่านี่จะเป็นเครื่องหมายหนึ่งของเขา เขาก็เข้าห้องนอนไปแล้ว รื้อตู้หัวเตียงไปแล้ว เสี่ยงอันตรายมากขนาดนี้ เป็นไปได้อย่างมากที่ตัวเองจะพกอาวุธ ส่วนมีดหั่นผักนั้นที่อยู่บนโต๊ะ ผมคิดว่าน่าจะเป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง มีเหตุผล – นายดูสิ – อยู่ตรงนี้ครับ คืออันนี้ใช่ไหม ใช่ครับ เขาขึ้นทางด่วนวงแหวนใต้ไปแล้ว ทางด่วนวงแหวนใต้ บ้านอยู่ทางใต้ ดูต่อไป ดูนี่ อยู่นี่ครับ นี่ลงไปก็จะเป็นเมืองหลิ่วหาง บ้านเขาอยู่ที่หลิ่วหาง งั้นนี่ก็จัดการได้ง่ายแล้ว เหล่าจาง ขอโทษด้วยนะ คนของเราไปรบกวนพวกคุณแล้ว ดูคุณพูดเข้าสิ คนของพวกคุณต่างหาก ที่ให้โอกาสพวกเราในการสร้างคุณงามความดี พวกเรามาตกลงกันก่อนนะ ถ้าหากจับเขาได้แล้ว คนนี้ถือว่าเป็นของใคร แน่นอนว่าต้องเป็นของเราอยู่แล้วครับ เขาไปก่อคดีที่พวกเรานั่น และพวกเราก็เป็นคนตรวจสอบก่อน ไม่ถือว่าเป็นของเรา งั้นจะเป็นของใครล่ะ เหล่าจาง ทางพวกเรานี้ก็มี ภารกิจ 100 วันอันปราศจากการโจรกรรม เอาแบบนี้ละกัน พวกเราจะช่วยพวกคุณหาเขา แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง
ถ้าจับเขาได้แล้ว ให้เอาไว้ที่นี่ ถือว่าเป็นของพวกเรา รอให้จับคนได้ก่อนค่อยว่ากัน ได้ ได้ ไป ๆ ไป เราไปดูกันก่อน [สถานีตำรวจหลิ่วหาง] รถคันนี้ หลังจากที่เข้าสู่จุดอับของกล้องวงจรปิดไปแล้ว ก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย เป็นไปได้ไหมที่บ้านเขาจะอยู่แถบนั้น แถบนั้นมีอะไร ตรงนี้มันเป็นเขตที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งก็จริง แต่ว่าจากที่พวกเรารู้มา ผู้อยู่อาศัยที่อยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่จะไปทำงานในเมือง ไม่ได้กลับมา เหตุการณ์การลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นน้อยมาก จะเป็นไปได้ไหม ที่เดิมทีเขาก็ทำงานในเมืองอยู่แล้ว แล้วใกล้จะฉลองตรุษจีนแล้ว ตอนกลับบ้านก็ถือโอกาสขโมยของติดมือมา ถ้าหากว่าเป็นอย่างที่พวกคุณแนะนำจริง ๆ ละก็ งั้นคนนี้จะต้องเป็นมือโปรแน่ ๆ แต่สถานีตำรวจของพวกเราก็ควบคุมพวกมือโปรอยู่ไม่ใช่เหรอ พื้นที่นั้นเหมือนว่าจะไม่มีนะ ไม่อย่างนั้นเราลองไปดูที่แถบนั้นกันไหม ไป ไป จี้เหว่ย ไป อาจารย์ครับ จู่ ๆ ผมก็ปวดท้อง ไม่อย่างนั้นอาจารย์ไปกับพี่ ๆ ทั้งสอง ผมจะดูกล้องวงจรปิดที่นี่ต่อ งั้นก็ได้ งั้นนายก็พักอยู่ที่บ้านนี่แหละ เราไปกัน คุณย่าจางคะ คุณย่าไปหาที่นั่งพักทางนั้นก่อนนะคะ อีกเดี๋ยวจะมาบอกคุณย่านะคะ ไป เป่าเอ๋อร์ เราไปทางนั้นกัน
คุณตำรวจเซี่ยคะ คุณว่าเรื่องนี้จะจัดการยังไงดีคะ เรื่องอะไรคะ คุณย่าคนนั้น มาตั้งหลายรอบแล้ว คุณย่าแซ่จาง พวกเราเรียกเขาว่าคุณย่าจางค่ะ ไม่มีลูก ก็อาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับการเก็บขยะในการดำรงชีวิตค่ะ เด็กผู้หญิงคนนั้น เป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เขาเก็บได้ข้างถังขยะ จากตอนเก็บขยะเมื่อหกกว่าปีก่อน เขาเลี้ยงเด็กคนนี้จนอายุได้หกขวบครึ่ง ตอนนี้ เดี๋ยวเดือนเก้าเด็กหญิงคนนี้ก็ต้องเข้าเรียนแล้วค่ะ ที่เขามา เพราะอยากขึ้นทะเบียนให้เด็กคนนี้ นี่มันไม่สอดคล้องกับนโยบายการขึ้นทะเบียนใช่ไหมคะ ไม่สอดคล้องค่ะ เด็กหญิงไม่มีหลักฐานการเกิด อีกอย่างพวกเขาสองคนก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ตามขั้นตอนของการรับเลี้ยงดูเด็กอย่างเป็นทางการ ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้คุณย่าก็อายุ 76 แล้ว ทั้งสองคนห่างกัน 70 ปีพอดี นี่ก็ไม่สอดคล้องกับมาตรการรับเลี้ยงเด็ก เด็กคนนี้ต้องเข้าเรียน ไม่มีทะเบียนบ้าน แม้แต่สมัครก็ยังไม่ได้เลย – คุณตำรวจเซี่ยคะ คุณว่าทำยังไงดีคะ – คุณย่า ดูสิคะ ให้ค่ะ คุณย่ายิ้มหน่อยค่ะ คุณย่าคะ คุณตำรวจคะ ฉันมาห้ารอบแล้ว ช่วยขึ้นทะเบียนให้ลูกสาวฉันหน่อยได้ไหมคะ คุณย่าคะ เด็กคนนี้เรียกคุณว่า… เดิมทีเรียกคุณย่า แต่เพื่อนของเราบอกว่า ต้องมีความสัมพันธ์ของการรับเลี้ยงเด็ก ถึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้ เพราะงั้นก็เลยแก้คำพูดให้เขาใหม่ ให้เรียกว่าแม่ เด็กน้อย
มา เป่าเอ๋อร์ เรียกแม่สิ เจ้าเด็กคนนี้ ถ้าหนูไม่เรียก จะขึ้นทะเบียนได้ยังไงล่ะ ต่อจากนี้จะทำยังไงล่ะ หนูชื่อเป่าเอ๋อร์ใช่ไหมจ๊ะ เป่าเอ๋อร์ ให้จ้ะ เป่าเอ๋อร์ เร็วสิ เร็วเข้า พวกเราเจอคนดีเข้าแล้ว รับไว้เร็วเข้าสิ ขอบคุณพี่สาวตำรวจสิ ขอบคุณค่ะพี่สาวตำรวจ ไม่เป็นไรจ้ะ รอหนูได้เข้าเรียนแล้ว ต้องตั้งใจเรียนนะ คุณย่าคะ สถานการณ์ของพวกคุณค่อนข้างจะซับซ้อนจริง ๆ ครั้งนี้ก็ยังขึ้นทะเบียนไม่ได้จริง ๆ ค่ะ คุณย่าพาเด็กกลับไปก่อนแล้วกันนะคะ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว หนูรับประกันกับคุณย่าเลยนะคะ หนูจะช่วยคุณย่าหาวิธีที่เหมาะสมที่สุด ในการจัดการปัญหานี้แน่นอนค่ะ นี่จะให้เด็กเข้าเรียน ต้องขึ้นทะเบียนสิ นี่มันจะไม่กระทบกับการเข้าเรียนใช่ไหม ไม่แน่นอนค่ะ หนูรับประกัน คุณย่าคะ คุณย่าใช้ชีวิตลำบาก อย่ามาเสียเวลากับสถานีตำรวจอย่างเดียวเลยค่ะ คุณย่ากลับไปก่อน หนูจะช่วยคุณย่าคิดหาทางเองค่ะ ได้จ้ะ ขอบใจนะ ขอบใจ ไม่เป็นไรจ้ะ – ขอบใจนะ – เดี๋ยวหนูไปส่งนะคะ เป่าเอ๋อร์ ไปกัน ไป เก่งมาก เป่าเอ๋อร์ หนูหกขวบแล้ว
ดูแลคุณย่าได้หรือยังจ๊ะ งั้นหนูต้องเชื่อฟังนะ คุณย่า หนูหิวแล้วค่ะ – คุณย่า หนูหิวแล้ว – โอเค กลับบ้านไปกินข้าวกัน แม่หนู ไว้เจอกันนะ นี่… เดี๋ยวฉันจะมาใหม่ คุณย่าคะ ซื้อขาไก่ให้หนูได้ไหมคะ ได้สิจ๊ะ ได้สิ เลขบัตรประชาชน รู้ไหมคะ รู้ครับ งั้นก็กรอกช่องนี้นะคะ แล้วก็ข้างล่างตรงที่ต้องเซ็นชื่อ ก็ ก็เซ็นด้วยนะคะ เซ็นชื่อด้วยนะคะ คุณ คุณตำรวจเซี่ยคะ ทำไมถึงได้เอาถุงขยะกลับมาล่ะคะ คุณย่าบอกว่าให้เอาไว้ที่นี่ เดี๋ยวจะมาเอา ฉันว่าวางไว้ที่หน้าประตูมันไม่ค่อยเหมาะ และก็กลัวหาย ก็เลยเอาเข้ามาน่ะค่ะ คุณย่านี่น่าเอ็นดูจริง ๆ เลยนะคะ ถุงขยะก็ไม่เอาไปด้วย ยังจะมาอีกรอบอีก [อันนี้คุณกรอกเสร็จหรือยังคะ] [กรอกเสร็จแล้วครับ] [โอเคค่ะ รอสักครู่นะคะ] ผู้กำกับ อาจารย์คะ อาจารย์จะออกไปกันเหรอคะ ใช่ พวกเราจะประชุมกันที่กรม มีเรื่องอะไร มีคุณย่าคนหนึ่งแซ่จาง รับเลี้ยงเด็กกำพร้าคนหนึ่ง เด็กใกล้จะเข้าเรียนแล้ว แต่ว่าไม่มีทะเบียนบ้าน เรื่องนี้ฉันรู้
– ผู้กำกับคะ ฉันเคยรายงานคุณอยู่ค่ะ – ใช่ คุณย่า ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขการรับเลี้ยงเด็กอย่างแน่นอน ไม่มีทางให้เด็กขึ้นทะเบียนได้หรอกนะ แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นจะเจ็ดขวบแล้วนะคะ ถ้าไม่มีทะเบียนบ้านก็เข้าเรียนไม่ได้ เซี่ยเจี๋ย ตอนแรก เรื่องนี้ทางสถานีน่ะ ก็ให้ความสำคัญมาก อาจารย์เองก็ เทียวไปเทียวมาระหว่างกรม และกรมการปกครองฝ่ายพลเรือนก็หลายครั้ง ความยากของนโยบาย เราไม่ต้องพูดถึงหรอกนะ มีปัญหาหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือคุณย่าคนนี้อายุ 76 แล้ว แต่เด็กคนนี้ เพิ่งจะหกขวบ ถ้าเกิดว่าวันใดวันหนึ่ง คุณย่าคนนี้ไม่ไหวแล้วล่ะ แล้วเด็กล่ะ จะทำยังไง แล้วตอนนี้เด็กจะต้องเข้าเรียน ควรทำยังไงดีคะ ส่งไปที่สำนักสวัสดิการสังคม สถานสงเคราะห์เหรอคะ เซี่ยเจี๋ย นี่มองแบบการณ์ไกลเลยนะ ทั้งดีต่อการเจริญเติบโตที่ดีของเด็ก ไหนจะระดับการได้รับการศึกษาอีก สถานสงเคราะห์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ใช่ เดี๋ยวพวกเราจะไปประชุมที่กรมก่อนนะ หลังจากนั้นจะหาเวลาว่างลองไปดูที่สถานสงเคราะห์ โอเคไหม เอาละ นี่มันแปลก ๆ นะ แปลกสิ คุณดูสิ พวกเราเห็นเขาเข้าไปแท้ ๆ แต่ว่าทำไมถึงได้หาไม่เจอล่ะ นั่นสิ ไม่ต้องรีบร้อนไป พื้นที่หลิ่วหางจะกว้างขนาดไหนกันเชียว ขอเพียงแค่เขาเป็นคนในพื้นที่ของเรานี้
ผมจะต้องมีวิธีจับเขาให้ได้ อาจารย์ครับ อาจารย์ มีอะไร มีเบาะแสแล้วครับ ไป ผมครุ่นคิดอยู่ว่า ถนนจากในเมืองสู่หลิ่วหาง กล้องวงจรปิดแน่นหนา ทุกครั้งที่เขาทำผิด ก็จะใส่แต่เสื้อฮู้ดตัวนี้ หรือว่าเขาจะไม่กลัว ว่ากล้องวงจรปิดของพวกเราจะจับตามรถของเขา ไปทั้งเส้นทางเลยหรือไง เพราะฉะนั้นผมเลยลองคิดกลับกันดู เขามาวน ๆ ที่หลิ่วหาง เป็นไปได้มากว่ามันจะเป็นการตบตาเฉย ๆ คิดไม่ถึงเลยครับ อาจารย์ พอผมลองคิดดู มีความคืบหน้าจริง ๆ ด้วยครับ อาจารย์ดูสิ นี่คือรถของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถใหม่ แต่ว่าอาจารย์ครับ ก่อนหน้านี้อาจารย์เคยเตือนไว้ บนกระจกหน้ารถของเขานี้ มีรอยร้าวที่เห็นได้ชัดอยู่รอยหนึ่ง รอยร้าวนี้ เมื่อผ่านทางแยกที่มีไฟ จะมีแสงสะท้อนที่เห็นได้ชัดมากจุดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเขาคิดว่า เขาทำแบบนี้จะสามารถตบตาพวกเราได้ ตอนที่เขากลับไป ไม่ได้ใส่เสื้อฮู้ดเลย อาจารย์ดูสิครับ กล้องวงจรปิด จับภาพใบหน้าเขาได้อย่างชัดเจน เด็กเทพ นายนี่ใช้ได้เลยนะ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย ใช้ได้เลยนะ เหล่าจาง ใต้บัญชาของขุนพลที่แข็งแกร่ง ไร้ไพร่พลที่อ่อนแอจริง ๆ เลยนะ ผมเป็นขุนพลที่แข็งแกร่งที่ไหนกันล่ะ
เด็กคนนี้เก่งกว่าตอนนั้น ที่ผมยังหนุ่ม ๆ เยอะเลย เขาเป็นถึงนักเรียนดีเด่น เรื่องการสืบสวนคดีอาญาของโรงเรียนตำรวจเลยนะ สุดยอดไปเลยนะ เพื่อน ใช้ได้เลย อย่าไปฟังข่าวลือของสังคมเลยค่ะ ตอนนี้ประเทศกำลังเพิ่มการลงทุน ให้กับสถานสงเคราะห์เพิ่มขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ ของสถานสงเคราะห์ นับวันยิ่งดีขึ้นแล้วค่ะ สิ่งที่พวกเขาต้องการ ไม่ใช่เพียงการกินอิ่มนอนอุ่น เข้าไปสิคะ ลองเข้าไปดูได้เลย พวกเขายังหวังที่จะได้ อ้อมกอดและการอยู่ข้าง ๆ จากแม่ ในด้านนี้พวกเรา มีใจจะทำแต่กำลังไม่พอแน่ ๆ ค่ะ [บนส้ม] [มีรูเยอะมากเลยใช่ไหมจ๊ะ] แม่คะ แม่คะ แม่คะ แม่คะ เด็กที่นี่ เวลาเจอผู้หญิงวัยกลางคนก็มักจะเรียกแม่ มานี่ มา ๆ พวกเขาไม่ขาดอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ขาดก็คือความรักจากแม่ วันนี้เป็นเด็กดีไหมจ๊ะ เป็นค่ะ สวยจังเลย จุ๊บหน่อยสิ ไป ไปเล่นเถอะ [เขามีขลุ่ยเวทมนตร์วิเศษณ์อยู่เลาหนึ่ง] [ถ้าอย่างนั้น ทุกคนรู้ไหม…] ให้พวกเราไปรับก็ได้ค่ะ ให้ขึ้นทะเบียนที่พวกเรานี่ ถึงตอนนั้นพวกเราจะส่งเขาเข้าเรียนเองค่ะ นี่ก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเราอยู่แล้วค่ะ ผู้อำนวยการสวี่คะ
มีเรื่องอะไรเหรอ ทางนี้มีเรื่องนิดหน่อย ต้องการให้คุณไปค่ะ คุณไปทำธุระเถอะค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณตำรวจเซี่ยคะ ฉันไม่ไปส่งแล้วนะ ไว้เจอกันค่ะ ค่ะ งั้นลำดับต่อไปผมจะรายงาน สถานการณ์ของคดีนี้ให้ทุกคนฟังสักหน่อยนะครับ พวกเราได้ติดต่อกับสถานีตำรวจเซี่ยนเฉียนเจียแล้ว ในคืนก่อน ก็มีคนคนเดียวกัน ได้ทำการโจรกรรมไปสองครัวเรือนในเขตปกครองของพวกเขา หลังจากนั้นคืนที่สอง ก็เข้ามาในเขตอิ๋นเฟิงที่เป็นเขตปกครองของพวกเรา ลองคำนวณดูแล้วทั้งสองคืน มูลค่ารวมของทรัพย์สินที่เขาทำการโจรกรรมมา มากกว่า 80,000 หยวน นับว่าเป็นคดีที่มีมูลค่ามหาศาลมาก หลังจากที่เขาออกไปจากเขตปกครองของเราแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเมืองหลิ่วหางที่อยู่ทางตอนใต้ ทำการเปลี่ยนป้ายทะเบียนตรงจุดบอดกล้องของหลิ่วหาง หลังจากนั้นก็กลับรถมา ขึ้นทางด่วนวงแหวนใต้ พอผ่านเขตอำเภอเมืองไปแล้วก็มุ่งไปทางเหนือตลอด และลงทางด่วนที่ทางเหนือของฉีเป่ย ที่อยู่ไกลไป 200 กิโลเมตร เข้าสู่เมืองฉีเป่ย สุดท้ายก็หายตัวไปในเขตที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่ง พวกเราวินิจฉัยเบื้องต้นว่า โจรคนนี้เป็นคนฉีเป่ย จากการวินิจฉัยสถานการณ์ เขาน่าจะอยู่ฉลองตรุษจีนที่ฉีเป่ย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าพวกเราไปตอนนี้ น่าจะจับเขาได้ หัวหน้าหลัว คุณดูคดีนี้ เกี่ยวข้องกับเงินไป 80,000 หยวนแล้ว ถือว่าเป็นคดีใหญ่แล้ว ทีมตำรวจอาชญากรของพวกคุณก็ออกมือหน่อยแล้วกัน สำหรับพวกคุณแล้ว 80,000 ก็ถือว่าเป็นคดีใหญ่ แต่สำหรับพวกเราแล้วไม่ถึงขั้นนั้นจริง ๆ ผู้กำกับหวัง ไม่ใช่ผมผลักดันนะ ช่วงก่อนหน้านี้ในเมือง
เกิดคดีปล้นฆ่าติดต่อกันสองครั้ง ในนั้นมีครั้งหนึ่ง ที่ยังไขคดีไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ทุกคนทั้งทีม ทั้งหมดต่างก็โถมเข้าใส่สองคดีนี้ ผมนี่ไม่ได้พักสายตามา 48 ชั่วโมงแล้ว ผมเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของจื้อเจี๋ย หมอนี่ปัจจุบันอยู่ที่ฉีเป่ย ผมขอเสนอนะ ติดต่อกับตำรวจฉีเป่ย ให้พวกเขาช่วยไขคดี เหล่าหลัว ฉีเป่ยนี่น่ะ อยู่ห่างจากพวกเรา ก็ 200 กว่ากิโลเมตร ใช่ไหมล่ะ แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ในมณฑลเดียวกัน คดีนี้น่ะ จะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก นี่ก็ยากที่จะดึงความสนใจจากระดับสูง ๆ งั้นจะช่วยกันคงไม่สะดวกแน่ ไม่สู้พวกเรา ไปจับเขาเองเลยจะดีกว่า งั้น ไว้หลังตรุษจีนแล้วกัน บ้านเขาคือฉีเป่ย หนีไปไหนไม่ได้แน่ ถ้าพวกเราไปลงมือก่อนตรุษจีนละก็ ทางฝั่งผมก็ดึงกำลังคนไปไม่ได้แล้วจริง ๆ หัวหน้าหลัว คดีนี้ต้องไขให้ได้ ชีวิตเราก็สำคัญนะ คุณดูสภาพคุณตอนนี้ กลายเป็นแบบไหนไปแล้วน่ะ จริงสิ คือว่า ถ้าตอนฉลองตรุษจีนไม่ได้เข้าเวร พวกเรามารวมตัวกันหน่อย เล่นไพ่เพิ่มเลเวลกันสักสองสามรอบไหม เพิ่มเลเวลอะไรล่ะ ถ้าไขคดีได้ก่อนตรุษจีนละก็ พวกเราก็จะได้เลื่อนขั้น ถ้าไขไม่ได้ ก็ไม่ได้เลื่อนขั้นหรอก จะลดขั้นน่ะสิ ไปแล้วนะ โอเค อีกแป๊บก็พักสายตาบนรถหน่อยนะ
ได้ วางใจเถอะ ไปแล้วนะ ผู้กำกับครับ ผมรู้สึกว่า ขอแค่ล็อกขอบเขตนี้ได้ก็จะง่ายขึ้นแล้วครับ ผู้กำกับ สารวัตรเกา ผมรู้สึกว่าปัญหาไม่ได้ใหญ่นะครับ ผู้กำกับครับ คุณว่าควรจะทำยังไงดี นายว่าจะทำยังไงดีล่ะ ผู้กำกับครับ ผมคิดว่าคดีนี้รอไม่ได้ คุณดูสิครับ ปฏิบัติการร้อยวัน ถึงวันสิ้นปีก็จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการ ถ้าจับหมอนี่กลับมาไม่ได้ งั้นก็เท่ากับว่าพวกเรายังมีคดีที่ไขไม่ได้นะ งั้นปฏิบัติการร้อยวันก็ล้มเหลวแล้ว สารวัตรเกาพูดไม่ผิดเลย แล้วนี่ก็ถือว่าเป็นคดีหนึ่งของปีใหม่ ถ้าคดีของต้นปีนี้ไม่ได้คลี่คลาย คดีต่อจากนี้ในปีนี้ที่จะตามมาต่างก็จะไม่ราบรื่น จริง ๆ นะครับ ดังนั้นผมขอเสนอว่า ไปจับหมอนั่นกลับมา ให้ได้นิมิตหมายอันดี นายเป็นนักวัตถุนิยม นายยังจะเชื่องมงายอีกนะ นี่ ไม่ใช่สิ ก็เรื่องนี้ไงครับ ได้ ปีใหม่สิ่งใหม่ที่ดีงามใช่ไหม งั้นพวกเราก็มาเชื่อกันสักตั้ง คือว่า ใครจะไปล่ะ [รายงานครับ] เข้ามาสิ ซินเฉิง สารวัตรเฉินครับ ผู้กำกับครับ คุณออกมาหน่อยเถอะครับ มีเรื่องอยากขอคำสั่งจากคุณหน่อยครับ ผู้กำกับครับ ด้านนอกหนาว ผมก็จะพูดสรุปสั้น ๆ นะครับ นี่ก็ใกล้จะฉลองตรุษจีนแล้วใช่ไหมล่ะครับ ผมอยากเอาวันหยุดประจำปีของผม มาหยุดในช่วงฉลองตรุษจีน
ไปตงเป่ยสักรอบ นายจะขึ้นไปตงเป่ยทำอะไรกัน นี่มันไม่ ไม่ใช่เรื่องของเยว่เวยเหรอครับ คุณดูสิผมกับหลี่ต้าเหวย จ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิดของเขาทั้งวัน ไม่พบอะไรสักอย่าง งั้นมันก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่มีอะไรจริง ๆ น่ะสิ นั่นสิ แต่ว่าผมรู้สึกตลอดเลยละ ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะงั้นก็เลยอยากใช้ช่วงฉลองตรุษจีน ไปดูที่บ้านเกิดเขาสักหน่อย แล้วค่อยไป สถานีตำรวจที่เขาเคยทำงาน ทำความเข้าใจสถานการณ์เพิ่มเติม ดูว่าจะเจออะไรใหม่ ๆ ไหม นั่นก็เป็นความคิดหนึ่งแหละนะ ใช่ไหมล่ะครับ แต่นายไม่ต้องใช้วันหยุดประจำปีของตัวเองหรอก ถือว่าไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เถอะ อย่าเลยครับ อย่าเลย ๆ นี่ก็ยังไม่แน่เลย ว่าจะพบสถานการณ์อะไรใหม่ได้หรือเปล่า ก็เอาเป็นว่าผมกับต้าเหวย พวกเราไปเที่ยวกัน แต่ว่า ผู้กำกับครับ ครั้งนี้ที่พวกเราจะไปตงเป่ย คุณเก็บเป็นความลับให้พวกเราชั่วคราวด้วยนะครับ ได้ ได้ ๆ ต้องเป็นความลับด้วย ฉันรู้แล้ว โอเคครับ งั้นคุณเข้าไปก่อนเถอะครับ สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าบ้านคุณย่าจางอยู่ไหนเหรอคะ เดินไปจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวานะ – ขอบคุณค่ะ – เดินไปสุดทาง เป่าเอ๋อร์ คุณย่าคะ คุณย่า พี่สาวตำรวจมาแล้วค่ะ คุณย่าคะ
ลูกสาวมาแล้วเหรอ ทำทะเบียนบ้านได้แล้วเหรอ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าหนังตาฉันก็กระตุกอยู่ ใจก็บอกว่าวันนี้เธอจะมาได้หรือเปล่านะ เธอดูสิ ศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าล่ะ คุณย่าคะ หนูก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาหรอก ผลไม้กับขนมพวกนี้คุณทานกับเป่าเอ๋อร์นะคะ หนูวางไว้ให้คุณย่าตรงนี้ก่อนนะคะ แล้วก็ หนูซื้อกระเป๋าหนังสือมาอีกใบด้วย ในนี้ยังมีเครื่องเขียนอีกหนึ่งชุด ฤดูร้อนนี้เป่าเอ๋อร์ต้องไปเรียนแล้วไม่ใช่หรือไงคะ เป่าเอ๋อร์ หนูดูพี่สิ เอาอะไรมาให้หนู รับไปสิจ๊ะ ไม่พูดขอบคุณสักคำเลยนะ แม่สอนหนูมายังไงกัน ขอบคุณค่ะพี่สาวตำรวจ ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ หนูเปิดดูสิ สาวน้อย เข้ามาในบ้านสิ – เข้ามาในบ้านสิ – หนูไม่เข้าไปแล้วค่ะ คุณย่า หนูไม่เข้าค่ะ ๆ คือว่า คุณย่าคะ หนูจะมาบอกคุณย่าว่า… ฉันรู้น่า ฉันรู้ ทำทะเบียนบ้านได้แล้วใช่ไหมล่ะ พวกเราจะไปขึ้นทะเบียนได้ตอนไหนเหรอ – คือว่า ทะเบียนบ้าน… – คุณย่า ดูสิคะว่ากระเป๋าหนังสือนี้มันสวยแค่ไหน บอกให้หนูเรียกแม่ หนูก็ไม่เรียกแม่ หนูดูสิเขาไม่ให้พวกเราขึ้นทะเบียนแล้ว จะไปทำได้ตอนไหนเหรอ คือว่า เป็นแบบนี้ค่ะ คุณย่า หนูกลัวว่าคุณย่าจะรอไม่ไหวแล้ว หนูก็เลยมาบอกคุณย่าก่อน เรื่องเป่าเอ๋อร์
พวกเรากำลังขอคำสั่งจากเบื้องบนอยู่ค่ะ ขอให้คุณย่าเชื่อนะคะ จะต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีแน่ ๆ เซี่ยเจี๋ย พวกเราน่ะ จะดูแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียวไม่ได้จริง ๆ นะ เธอคิดดูสิ คุณย่าปีนี้ก็ 76 แล้ว ถ้าวันไหนวันหนึ่งเธอจากไปแล้ว งั้นเด็กคนนี้จะไม่กลายเป็น เด็กกำพร้าโดยสิ้นเชิงเลยเหรอ ถึงตอนนั้นจะทำยังไงล่ะ เพราะงั้นน่ะ ถ้ามองแบบการณ์ไกล ส่งไปสำนักสวัสดิการสังคมนี่ คือวิธีที่ดีที่สุดแล้วละ ผู้กำกับคะ คุณลองไปดูที่บ้านคุณย่าจางเถอะค่ะ ถ้าตอนนี้ พาตัวเด็กผู้หญิงออกจากบ้านพวกเขา จะเป็นการทำร้ายพวกเขาทั้งสองฝ่าย นี่น่ะถ้าเอาเด็กส่งไปที่ สำนักสวัสดิการสังคมแล้ว คุณย่าก็สามารถ ไปเยี่ยมได้บ่อย ๆ นี่ ผู้กำกับคะ คุณก็ใจดีมีเมตตาเหมือนกัน คุณดูที่คุณย่าอยู่กับเป่าเอ๋อร์แบบนั้นสิคะ ก็เหมือนว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าพวกเราต้องแยกพวกเขาออกจากกัน เหี้ยมโหดเกินไปจริง ๆ นะคะ นี่พวกเราเหี้ยมโหดอะไรกันล่ะ ก็มันไม่มีนโยบายจริง ๆ นี่นา แต่ว่านโยบายมันตายตัว คนมีชีวิตนะคะ เพราะงั้นตอนนี้พวกเราถึงต้องคิดหาวิธีไงล่ะ จริงสิ เรื่องทะเบียนบ้านนี้น่ะ ให้อาจารย์คนนี้ไปรับผิดชอบ เธอไปหาเขา ให้เขาคิดหาวิธี รีบไปเถอะ กั่วกัว กลับบ้านแล้วนะ
กั่วกัวกลับบ้านแล้ว พวกเรากลับบ้านแล้วนะ วันที่เจ็ดของทุกเดือน พวกเราจะไปเยี่ยมถึงที่บ้านนะคะ ทุก ๆ สามเดือน คุณพาเขากลับมาตรวจร่างกายหนึ่งครั้งนะคะ นอกจากนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น คุณสามารถติดต่อกับพวกเราได้ทุกเมื่อเลยนะคะ โอเคค่ะ กั่วกัว กลับบ้านกับคุณแม่แล้วนะ ดีใจไหม ไม่ดีใจ ไม่ดีใจเหรอ งั้นน้ากอดหน่อยดีไหม กอด กอด โอเคค่ะ งั้นคุณเดินทางปลอดภัยนะคะ โอเค ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ๆ ขอบคุณค่ะ เดินทาง ระวังหน่อยนะคะ ค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ กั่วกัว บ๊ายบาย บ๊ายบาย สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการยังไม่กลับมาเหรอคะ ไม่ใช่ค่ะ ฉันอยากถามอะไรหน่อยน่ะค่ะ เมื่อกี้นั่นคือ… เมื่อกี้พวกเราเพิ่งหาแม่บุญธรรม ให้เด็กอีกคนได้น่ะค่ะ แม่บุญธรรมเหรอคะ ก็คือนั่นน่ะค่ะ สำนักงานสวัสดิการสังคมของพวกเรา เซ็นสัญญากับครอบครัวนี้ ส่งเด็กหนึ่งคนของพวกเรา ให้พวกเขาอุปถัมภ์ สำหรับเงื่อนไขในการอุปถัมภ์ของเด็ก ทั้งสองฝ่ายจะมีการตกลงกัน เราจะจ่ายค่าอุปถัมภ์จำนวนหนึ่งให้ทุกเดือน แต่ว่า การอุปถัมภ์จะต้องมีเงื่อนไขที่แน่นอน เยี่ยมไปเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
ไม่เป็นไรค่ะ ๆ คุณไปนั่งด้านในสักครู่เถอะค่ะ ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันรอข้างนอกดีกว่า – ค่ะ – คุณไปทำธุระก่อนเถอะค่ะ ได้ค่ะ ได้ ๆ แล้วเจอกันนะคะ แล้วเจอกันค่ะ บ้านนี้แหละค่ะ คุณย่าคะ มาแล้วเหรอ คุณย่าคะ เป่าเอ๋อร์ล่ะคะ เป่าเอ๋อร์อยากกินถังหูลู่ ฉันให้เงินเขาไปห้าหยวน เขาไปซื้อถังหูลู่แล้วละ ท่านนี้… คุณย่าคะ เราไปคุยในบ้านกันเถอะค่ะ ได้ ช้า ๆ หน่อย มาค่ะ ช้า ๆ หน่อยค่ะ อยู่ตรงนั้น ในนี้ มา เข้ามาจ้ะ ขอบคุณค่ะ คุณย่าคะ หนูวางไว้ให้บนโต๊ะนะคะ คุณย่า คุณย่าคะคุณย่า แค่สามหยวนเอง เยี่ยมเลยเป่าเอ๋อร์ คุณย่า ย่ากัดสักคำสิคะ กัดสักคำ มันหวานนะคะ ย่าไม่กินหรอก คุณดูเด็กคนนี้สิ กินอะไรหน่อยก็คิดถึงฉันตลอดเลย ย่าไม่กินหรอก หนูกินเถอะ คุณย่า กัดสักคำค่ะ
หวานจริง ๆ คุณว่าเงินเบี้ยเลี้ยงของคุณย่า เดือนหนึ่งเท่าไรนะคะ ของเด็กเดือนละ 680 เขาอายุเกิน 60 ปีแล้ว ก็เพิ่มไปอีก 30 เปอร์เซ็นต์ บวกของสองคนเข้าด้วยกัน หนึ่งเดือนก็น่าจะ ประมาณ 1,600 ถึง 1,700 ค่ะ ค่าอุปถัมภ์ของพวกเรา เดือนละ 1,000 หยวน ถึงแม้ว่าจะรวมกันแล้วก็ยังไม่ถึง 3,000 แต่ก็ยังช่วยเพิ่มได้อยู่นิดหน่อยค่ะ ผู้อำนวยการคะ ความหมายของคุณคือ คุณเห็นด้วยแล้วเหรอคะ ขอบคุณคุณมาก ๆ เลยนะคะ ผู้อำนวยการ ย่าหลานสองคนไม่ต้องแยกจากกันก็โอเคแล้วค่ะ ขอแค่ความสุขเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเขาก็พอใจแล้ว ขอบคุณคุณมาก ๆ จริง ๆ นะคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ มา ทั้งสองคนดื่มน้ำหน่อยนะ คุณย่า คุณย่า ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณย่า กัดอีกคำค่ะ เจ้าเด็กนี่ หนูกินเองเถอะ
เด็กดี กินเองเถอะนะ กินเองเลย กัดคำใหญ่ ๆ เลย [ถนนเหนียนฮั่ว] เจียเจีย ลูกอย่าเก็บของเอาให้พ่อหมดเลยน่า ฉลองตรุษจีนลูกจะกินอะไรล่ะ หนูมีค่ะ ถึงเวลานั้นพ่อซื้อเอาก็ได้แล้ว เจียเจีย แม่ลูกโทรมาบอกว่า บอกว่าตรุษจีนเขาจะมาฉลองเป็นเพื่อนลูก หนูอยู่คนเดียวได้ค่ะ เจียเจีย แม่ลูกน่ะ เขาก็ไม่ง่ายหรอกนะ พ่อฟังออกเลยว่า เขาคิดถึงลูกจริง ๆ หนูรู้ แต่ว่าแม่… ต้าเหวยคงมาแล้วสิ – เจียเจีย อยู่บ้านเหรอ – พี่ต้าเหวย เจียเจีย ฉันได้ยินว่าเธอมีรูปหนึ่ง ที่ถูกนิทรรศการภาพวาดเยาวชนอะไรนั่น คัดเลือกไปใช่ไหมล่ะ แมวตาบอดเจอหนูตาย โชคเข้าข้างน่ะค่ะ แมวตาบอดที่ไหนเยอะขนาดนั้น แนะนำให้ฉันบ้างสิ ฉันจะบอกนายให้นะ ตอนนั้นฉันบอกให้เธอส่ง ยังไม่อยากจะส่ง ผลลัพธ์เป็นยังไงล่ะ ส่งไปสองภาพ ภาพหนึ่งก็มีคนเลือกไปตอนนั้น เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปเลย แล้วอีกภาพเป็นยังไงล่ะ ส่งไปที่แกลเลอรีแล้ว ตาพ่อมีแววใช้ได้เลยนะ อาจารย์ครับ อาจารย์ว่าก่อนหน้านี้ ที่พวกเราให้เจียเจียเปิดร้านขายภาพออนไลน์ นั่นเป็นการทำให้อนาคตของจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ เสียเวลาไปไม่ใช่หรือไงครับ พี่ต้าเหวย
พอแล้ว พอแล้ว ๆ ไม่ต้องเล่นลิ้นแล้ว ต้าเหวย ตรุษจีนนี้นายไม่ได้อยู่ฉลองเป็นเพื่อนแม่ ไม่มีปัญหานะ ไม่เป็นไรครับ อาจารย์ไม่รู้หรอก แม่ของเซี่ยเจี๋ยเขากับแม่ผมน่ะ ตอนนี้จะกลายเป็นขิงเน่าที่แยกจากกันไม่ได้แล้วครับ สองคนอยู่ด้วยกันทุกวัน ทะเลาะกันทั้งวัน ไม่มีใครแยกจากใคร จะต้องฉลองตรุษจีนด้วยกันแน่นอนครับ เจียเจีย วันฉลองตรุษจีนเธอจะทำไงล่ะ พี่เซี่ยเจี๋ยของเธอ จะต้องฉลองด้วยกันกับพวกเขาแน่นอน ไม่อย่างงั้นเธอก็ไปด้วยสิ ได้ค่ะ งั้นหนูฉลองด้วยกันกับพี่เซี่ยเจี๋ยแล้วกันค่ะ – ได้ – หนูจะฉลองด้วยกันกับพี่เซี่ยเจี๋ย – โอเค – แม่ของฉันมีลูกสาวเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว นี่คือลูกสาวของฉันนะ ให้ฉันถือเถอะ โอเค เสื้อผ้าเอาไปพอแล้วใช่ไหมครับ พอแล้ว ๆ พอสมควรแล้ว นายถือได้ใช่ไหม ได้ครับ ๆ ได้ จริงสิ คือว่า เจียเจีย ทุกวันตอนเย็นลูกจะต้อง ปิดประตูนี้นะ แล้วก็จะต้องตรวจสอบแก๊สนั้นด้วยนะ รู้แล้วค่ะ รู้แล้ว จริงสิ ถ้ามีเวลาว่าง โทรศัพท์หาแม่ของลูกด้วยนะ
– ตอนฉลองตรุษจีนน่ะ – ได้ค่ะ พอแล้ว ไม่ต้องออกมาแล้ว ๆ อยากกินอะไรก็บอกพี่ พี่จะเอามาฝากเธอจากตงเป่ย พอแล้ว ไม่ต้องกระซิบแล้ว ฉันได้ยินหมดแล้ว บ๊ายบายนะ บ๊ายบาย พ่อคะ เดินทางปลอดภัยนะคะ โอเค จะต้องร่วมมือกับทางนั้นน่ะ ทางตำรวจฉีเป่ยให้ดี พยายามสนับสนุนคนอื่นนะ ระวังตัวด้วยนะ จะต้องมีกำลังตำรวจที่เพียงพอ อย่าเสี่ยงอันตราย เหล่าตู้ ขับช้า ๆ นะ ครับ – ไปแล้วนะ – ทุกคนระวังตัวด้วยนะ ขับช้า ๆ นะ ระวังตัวด้วย ที่นี่ครับ โอเคครับ เข้ามาครับ โอเคครับ ครับ ได้ครับ ทั้งสองท่านพักอยู่ที่นี่สักครู่ก่อนนะครับ ผมจะไปตามผู้กำกับมาให้ ได้ครับ ๆ นั่งตามสบายครับ อาจารย์ครับ สถานที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวามากเลยครับ ข้างในห้องและข้างนอกห้องแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ต้าเหวย นายว่าเยว่เวยคนนี้ ปีนั้นก็น่าจะอายุเท่ากันกับนายตอนนี้นี่แหละ ถ้าต้องอยู่ในสถานที่แบบนี้ตลอดเวลา วันทั้งวันนายจะคิดอะไร
งั้นจะต้องดูว่าเขาเคยออกไป เจอโลกข้างนอกบ้างหรือเปล่าครับ ถ้าไม่เคยเจอ แล้วเป็นผู้ช่วยในสถานที่แบบนี้ ก็ถือว่าไม่เลวเลยครับ แต่ว่าถ้าเคยเจอแล้ว ก็จะพูดว่าไม่ดีครับ นายตำรวจเฉินครับ นี่คือรองผู้กำกับของพวกเรา ผู้กำกับหนิวครับ สวัสดีครับ ผู้กำกับหนิว สวัสดีวันตรุษจีนครับ ๆ สวัสดีวันตรุษจีนครับ ผู้กำกับไปประชุมในเมืองน่ะครับ วันนี้หิมะตกหนัก คาดว่าพรุ่งนี้ก็ยังกลับมาไม่ได้ครับ ผู้กำกับหนิว คุณดูสิครับ วันตรุษจีนครั้งนี้ ทำให้พวกคุณต้องลำบากแล้ว ที่ไหนกันล่ะครับ วันตรุษจีนแต่พวกคุณก็มาทำคดีถึงที่นี่ พวกคุณสิลำบาก คือว่านะครับ ผมกลัวว่าจะช่วยอะไรคุณไม่ได้น่ะสิครับ ยังไงนะครับ พวกเราตรวจสอบคนที่พวกคุณบอกแล้วครับ ในปีนั้นทำงานอยู่ที่สถานีของเราสามปี แต่ว่าไปจากที่นี่ก็ 15 16 ปีแล้ว เวลานานเกินไป ที่สถานีแทบจะไม่มีคนรู้จักเขาเลยครับ เป็นไปไม่ได้มั้งครับ เป็นตำรวจเมื่อ 15 16 ปีก่อน ตอนนี้อายุก็แค่ 40 กว่าปีเอง พวกคุณไม่รู้เหรอครับ ที่สถานีตำรวจแห่งนี้ของพวกเรา มีกันอยู่แค่ห้าหกคน งั้นคุณดูเงื่อนไขของพวกเราสิครับ หลังจากที่เขตป่าไม้พิเศษไม่อนุญาตให้ตัดต้นไม้ ผู้อยู่อาศัยน้อยมาก จำนวนงานก็มีไม่มาก คนหนุ่มสาวก็ไม่ยอมทำงานอยู่ที่นี่ ตำรวจเก่าน่ะครับ ยังอยากย้ายไปในเมืองเลยครับ สับเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่บ่อยมาก
ที่ทำงานอยู่ที่นี่เมื่อ 15 16 ปีก่อน ตอนนี้ก็หาไม่เจอแล้วครับ ตะวันออกคนหนึ่ง ตะวันตกคนหนึ่ง เป็นแบบนี้นี่เอง แต่ท่านผู้กำกับอาวุโสของพวกเรา ที่เกษียณไปจากที่นี่ ตอนที่พวกเราคุยกัน ก็ได้ถามถึงคนคนนี้ เขาจำได้เลือนราง – ถ้าหากพวกคุณสนใจ… – สน สนใจ ๆ สนใจครับ สามารถ สามารถเจอเขาได้ไหมครับ เสียวหม่า ติดต่อผู้กำกับโจวหน่อย ได้ครับ ๆ ขอบคุณมากครับ ผู้กำกัยหนิว ขอบคุณมาก ๆ ฟ้าหลังฝนนี่นะ [สำนักงานตำรวจเมืองฉีเป่ย สาขาถาหลิ่ง] เขตที่อยู่อาศัยนั้นที่พวกคุณพูดถึง มันก็ค่อนข้างจะซับซ้อนหน่อยนะ ท่าน ท่านพูดได้เลยครับ ส่วนประกอบหลัก ๆ ของผู้อยู่อาศัย เป็นชาวไร่ชาวนาของสามหมู่บ้านรอบ ๆ อพยพเข้ามาน่ะครับ เป็นเขตหนึ่งที่ สร้างปรับปรุงใหม่ สองเดือนก่อน พวกเขาโวยวายกันตลอดเลย ยังก่อเรื่องตะลุมบอนด้วยอาวุธกันอีก พวกเราเองก็เสียแรงไปเยอะมากเหมือนกันครับ กว่าจะสงบลงได้ วันนี้เป็นวันสิ้นปีวันที่ 29 พรุ่งนี้ก็วันที่ 30 แล้ว
ในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนนี้ ถ้าหากตำรวจอย่างเราจะเข้าไปตามหาคนไปทุกที่ เกรงว่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นน่ะสิ นี่ถ้าเกิดว่าก่อให้เกิดความขัดแย้งอะไรขึ้นมา แม้แต่ตรุษจีนนี่ก็คงไม่ได้ฉลองดี ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นในสถานีของเราก็ได้ปรึกษากันดูแล้ว หวังว่าจะค่อยจัดการหลังจากตรุษจีนไปแล้วดีกว่านะครับ ที่อธิบายสถานการณ์อย่างละเอียดขนาดนั้นให้พวกเราฟัง ที่อธิบายสถานการณ์อย่างละเอียดให้พวกเราฟัง สิ่งที่คุณพูดเมื่อกี้ พวกเราเข้าใจได้ครับ แต่ว่าคุณดูสิครับ พวกเรามาไกลขนาดนี้แล้ว คุณลองดูสิครับว่าแบบนี้ได้ไหม เดี๋ยวพวกเราจะเปลี่ยนใส่ชุดลำลอง แล้วก็ลองเข้าไปเดิน ๆ ดูแบบเงียบ ๆ เพราะว่ารูปของเขา พวกเราก็มี ลักษณะเฉพาะของรถ ก็เห็นได้ชัดมาก ถ้าหาก็คงไม่ยากครับ เหล่าจาง ถ้านี่มันปกตินะ พวกคุณอยากจะเข้าไปหา ก็เข้าไปหาได้เลย ตอนนี้มันคือช่วงเวลาไหน ฉลองตรุษจีนไง ทุกคนต่างก็กลับบ้านไปฉลองตรุษจีนกันแล้ว ในเขตนี้ ถ้ามีคนต่างถิ่นที่ใส่ชุดลำลองสองสามคน เข้ามาแบบไม่มีสาเหตุ ยากที่จะไม่ดึงดูดความสนใจ เพราะฉะนั้น ความเห็นของพวกเราก็คือ ไว้ค่อยว่ากันหลังตรุษจีนดีกว่า [ผมว่านะพี่] [ปัจจัยการทำงานต่าง ๆ ของพวกคุณที่นี่ลำบากจริง ๆ เลยนะ] [ลำบากเหรอ] [ดีกว่าประชาชนตั้งเยอะเลย] อยู่ที่นี่ถ้าได้เป็นตำรวจนะ ทุกคนต่างก็อิจฉา คุณจบจากโรงเรียนตำรวจหรือเปล่าครับ ผมเปล่าหรอก ผมเป็นตำรวจพิเศษ พ่อผมเป็นตำรวจ ต่อมาเขาได้รับบาดเจ็บ
ผมได้รับการดูแลให้เข้ามาน่ะครับ แต่ว่าผมก็กำลังเที่ยวหาสอบเข้าโรงเรียนตำรวจอยู่ งั้นถ้าพูดแบบนี้ คุณไม่ได้คิด ที่จะทำงานอยู่ที่สถานีนี้ไปนาน ๆ เหรอ อยู่ที่นี่อึดอัดจะตายไป คนที่นี่นับวันยิ่งน้อยลง มีบางทีผมเข้าเวรตอนกลางคืนคนเดียว ยังกลัวเลย เสียวหม่า ที่ของพวกคุณนี่ เงียบเหงาแบบนี้ตลอดเลยเหรอ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ เดิมทีเขตป่าไม้ของพวกเรานี่คึกคักจะตายไป มาตัดไม้เอย บุกเบิกไม้เอย ขนส่งไม้เอย แต่ว่าต่อมาได้ปิดเขาไป แล้วก็ไม่อนุญาตให้ตัดไม้แล้ว คนงานด้านการป่าไม้กลายเป็นผู้อนุรักษ์ป่า คนก็ไม่ต้องใช้เยอะแยะขนาดนั้นแล้ว ก็เลยนับวันยิ่งเงียบเหงาครับ แล้วเหตุการณ์แบบนี้เป็นมากี่ปีแล้วล่ะ ตอนเด็กก็ถือว่าคึกคักอยู่ครับ แต่ต่อมาพอผมเข้าเรียน ก็เริ่มไม่ค่อยได้แล้วครับ [ใกล้ถึงแล้วครับ] [ก็คือหมู่บ้านข้างหน้านี่เองครับ] [เสียวหม่า] [อีกเดี๋ยวถ้าผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต หรือว่าร้านขายของอะไรพวกนี้] [คุณช่วยจอดแวะให้ผมหน่อยนะ] [ได้เลยครับ] อาจารย์ครับ พวกเราจะกลับไปแบบนี้เลยเหรอครับ จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ พวกเราอุตส่าห์ตามมาที่นี่แล้ว ถ้ารอฉลองตรุษจีนเสร็จแล้วเขาหนีไปอีกล่ะ เราจะไปตามได้ที่ไหนอีกล่ะ หาที่พักก่อนสักหน่อยแล้วกัน เหล่าตู้ นายดูหน่อยว่าข้างหน้ามีโรงแรมหรือเปล่า ได้ครับ ผู้กำกับโจวครับ ผู้กำกับโจว พอแล้ว ไม่ต้องเรียกแล้ว นี่คือคุณตำรวจสองท่านที่มาจากผิงหลิง ที่ผมบอกกับคุณทางโทรศัพท์ครับ ผู้กำกับโจว สวัสดีครับ ๆ
สวัสดีปีใหม่ครับ ๆ ผมแซ่เฉิน เฉินซินเฉิงครับ ครับ ครับๆ ผู้กำกับโจว สวัสดีครับ ผมชื่อหลี่ต้าเหวยครับ เป็นลูกศิษย์ของเขา ลูกศิษย์ครับ จะมาก็มาสิ เอาของอะไรมาล่ะเนี่ย ตรุษจีนไงละครับ เร็ว เร็ว ๆ ในบ้านอบอุ่น ไปเถอะ ผู้กำกับโจว พวกคุณคุยกันก่อนเถอะครับ ผมก็ไม่เข้าไปแล้วนะครับ นายตำรวจเฉิน ตอนเย็นผมจะกลับมารับพวกคุณนะครับ ได้ครับ ๆ – ได้ – ขอบคุณมากครับนายตำรวจเฉิน ไม่เป็นไร ๆ อย่าทำแบบนี้สิ มา มา ๆ เข้าบ้าน เข้าบ้านให้อุ่น ๆ – ไม่แล้วครับ ที่สถานียังมีงาน – คุณเข้าไปก่อนเถอะครับ ได้ ภรรยา มา มา ๆ หิ้วของไป
– เข้าบ้าน ๆ – ครับ ครับ ๆ ในบ้านอบอุ่นจริง ๆ ครับ มา พ่อหนุ่ม ถอดรองเท้าไปผิงไฟ ผิงให้อุ่น ผู้กำกับโจวครับ ที่พวกคุณอยู่นี่น่าสนใจมากจริง ๆ ครับ เพิ่งจะบ่ายสี่โมงเย็น ฟ้าก็มืดหมดแล้ว ที่นี่พวกเราก็เป็นแบบนี้แหละ ร้อนจริง ๆ ครับ ท้องฟ้ามืดเร็ว สว่างก็เร็ว งั้นเหรอครับ ฉันเอง ๆ คุณรีบไปคุยกับพวกเขาเถอะ มาแล้ว เอานี่ บะหมี่มาแล้ว ระวังร้อนนะครับ ขอบคุณครับ ๆ ยังมีอีกนะ มา พวกพี่ ๆ พวกคุณก่อนเลย เร็ว เร็ว ๆ ไม่ต้องรีบ ระวังร้อนนะครับ นี่ครับ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ขอบคุณ ๆ ขอบคุณครับ
ทานให้อิ่มนะครับ ต้องการอะไรเรียกเพิ่มได้ นายสองคนตักก่อน ๆ รีบกิน ๆ ผม ผมแปลกใจครับ ทุกครั้งที่ออกมาทำงานนอกสถานที่ ผมจะรู้สึกว่าอาหารข้างนอก กินแล้วอร่อยมากเป็นพิเศษ งั้นคุณก็กินเยอะ ๆ หน่อย กินอิ่มแล้วจะได้ไม่คิดถึงบ้าน ไม่น่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเลย คิดถึงบ้านแล้วเหรอ ยังไงผมก็ไม่คิดถึงบ้านครับ ถึงยังไงที่สถานี ผมเองก็ตัวคนเดียว กลับบ้านไม่ได้ ยังไงผมก็ไม่คิดถึงครับ ถ้าผมไม่ออกมาทำงานนอกสถานที่นะครับ ผมก็คงกำลังทำความสะอาด อยู่ที่บ้านพ่อตาแม่ยาย ภรรยาของผมชอบพูดว่า ปกติไม่อยู่บ้าน เรื่องที่บ้านของเขา ผมก็ดูแลไม่ได้ ได้หยุดวันตรุษจีนทั้งที นั่นไม่ใช่การแสดงออกที่ดีเลยครับ ผมก็ไม่คิดถึงครับ พ่อตาแม่ยายของผมไม่ได้เป็นคนในท้องที่ ผมก็ไม่ทำงานบ้าน แต่ว่าปีนี้ เมื่อสองสามวันก่อนมีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ผมหนีไม่ได้จริง ๆ ครับ ครั้งนี้ผมมาทำงานนอกสถานที่ ภรรยาผมก็พูดอีกว่า คุณดูสิ จะหนีทหารอีกแล้วใช่ไหมล่ะ นายดูพวกนายสิ เป็นตำรวจสนแค่หน้าที่การงาน ไม่ได้สนครอบครัวแล้ว รู้แค่ว่ามีการร่วมมือกัน ไม่รู้ว่ามีครอบครัว ฉันไม่เหมือนกับพวกนาย ฉันคิดถึงบ้าน ฉันอยากรีบทำคดีให้เสร็จ กลับบ้านไปมีความสุขอย่างอบอุ่นกับภรรยาและลูก ๆ รีบกิน กินเสร็จแล้วพวกเราไปเดินดูกันสักรอบ
ถ้าเจอคนหรือรถเข้า พวกเราก็จะเสร็จภารกิจก่อนเวลา แล้วก็ลากเขากลับไปฉลองตรุษจีนได้ รีบกิน ๆ กินเยอะ ๆ หน่อย กินตอนที่ร้อน ๆ นี่จ้ะ พี่สะใภ้ครับ คุณก็มานั่งทานตรงนี้ด้วยกันเถอะครับ กินก่อนเลย ผู้กำกับโจวครับ ผมได้ยินคุณบอกแบบนี้ครับว่า ปีนั้นคุณให้ความสำคัญกับเยว่เวยมาก ถ้าเขาทำงานที่สถานีตำรวจต่อไปละก็ อนาคตน่าจะไม่เลวเลยนะครับ งั้นทำไมทำอยู่ดี ๆ ก็ไปล่ะครับ ผมก็ไม่แน่ใจ เด็กคนนั้นไม่เหมือนนาย เขาน่ะ เป็นคนลึกลับ มองไม่ค่อยออกว่าเขาเป็นคนยังไง เพราะต้องไขคดี ผมได้พาเขาไปข้างนอกหลายครั้ง ผมครุ่นคิดอยู่ว่า ดีไม่ดีเขาจะเป็นคนที่ มีความรู้มาก ไม่หนักแน่น ใจร้อน หยาบคาย อยากออกไปเผชิญโลกกว้าง นี่ก็อาจจะเป็นไปได้ ก่อนที่เขาจะไป ผมเกษียณแล้ว ผู้กำกับครับ ปีนี้คุณ… 70 ปีเต็ม ผู้กำกับโจวครับ งั้นถ้าปีนี้คุณอายุ 70 ละก็ 15 16 ปีก่อน ไม่น่าจะใช่อายุที่เกษียณนี่ครับ ตอนนั้นน่ะ ที่สถานีมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย ผมก็เลยเกษียณก่อนกำหนด เรื่องอะไรเหรอครับ
คือว่า มา กินเยอะ ๆ นะ กินตอนที่ยังร้อน ๆ