บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.6 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 6] [หออี๋จู] ปีศาจปลาตาย มานี่เร็ว ๆ ๆ มีข่าวคราวอะไร เกี่ยวกับท่านบูรพาจารย์อาวุโสบ้าง เงียบยิ่งนัก นอกจากหลับนอนแล้ว ส่วนใหญ่ก็โลดแล่นอยู่ในคัมภีร์ น้อยครั้งถึงจะออกมา ดีแล้ว เช่นนั้น รบกวนเจ้าเฝ้าเขาแทนข้าต่อไปนะ หากมีอะไรเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ให้บอกข้าทันที รบกวนด้วยนะ ลู่หลี หลิ่วเซา ยังไม่ได้บอกให้ข้า กลับไปตอนไหนใช่หรือไม่ เหตุใดเจ้าถึงรีบร้อนกลับไปถึงเพียงนี้ ต่อให้ต้องฝ่าอันตราย เสี่ยงว่าจะถูกค้นพบ แม่นางหลิ่วเซาเคยบอกว่า ข้าคือปีศาจของนาง เจ้าหรือ ปีศาจของนาง เช่นนั้น ข้าก็คงเป็นคนของนางแล้วสิ เจ้าเป็นอะไร [หรือว่าเขา…] ข้าหมายความว่า คนที่ปกป้องนางไง เจ้าคงไม่รู้สินะว่า ข้าเคยได้รับเงินสามหมื่นตำลึงจากนาง ทุกอย่างของนาง จึงอยู่ในความรับผิดชอบของข้า ทุกอย่างหรือ ข้าแค่จะพูดว่า ข้าต้องปกป้องนาง ให้อยู่รอดปลอดภัยในสำนักอู่หยางโหว เช่นนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หญ้าจักรพรรดิที่หายไป ก็คือเจ้า กับนายของเจ้าราชาปีศาจอาภรณ์ขาว ที่จะต้องรับผิดชอบ ศิษย์พี่ไป๋เฟิ่ง ขอรายงานว่า

    ณ ป่าทางตะวันตกเฉียงเหนือ ลูกศิษย์ที่ไปตรวจตราตอนกลางคืนยังไม่กลับมา เจ้าสองคนตรวจตราต่อไป ข้าจะไปลองดูหน่อย ข้าจำเจ้าได้ ลู่หลีคือศิษย์น้องของเจ้า อ๋าวเหิ่น เจ้าจะฆ่าก็ฆ่าเสีย ไม่ต้องพูดจาไร้สาระกับข้า ที่สำคัญคือ ข้าไม่ได้อยากฆ่าเจ้า ข้าอยากร่วมมือกับเจ้า ข้าฟื้นฟูกำลังด้วยการสูดพลังลมปราณ เจ้าสามารถช่วยข้าได้ ข้าศิษย์แห่งสำนักอู่หยางโหว เหตุใดจะไปร่วมมือกับปีศาจเช่นเจ้า อย่ารีบร้อนไปเลย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของข้า ข้าจะมอบของขวัญชิ้นโตให้เจ้าก่อนแล้วกัน มีเผ่าภูตวารีตนหนึ่ง ที่อยู่ในสำนักอู่หยางโหวของเจ้า แล้วทำไมเล่า เผ่าภูตวารีเป็นเผ่าปีศาจที่เก่งกาจ ไม่ใช่นึกอยากจะจับก็จับได้ เช่นนั้น ข้าจะให้คำแนะนำแก่เจ้าสักข้อ ตอนที่เจ้าไปเอาตัวเขา อย่าให้เขาโดนน้ำแม้แต่เสี้ยวเดียว หลังจากทำสำเร็จ เจ้าค่อยมาเจอข้าอีกครั้ง [ไปละ แม่หนู] [แม่หนู] [ภายในใจของเจ้า ล้วนมีแต่จะไม่ยอมต่าง ๆ นานา] [แต่เจ้าอ่อนแอถึงเพียงนี้] [เจ้าเลยไม่อาจคว้าสิ่งที่ตัวเองต้องการ] [มาไว้ในมือได้] [ในเมื่อคำสาปกลืนวิญญาณ ก็กำเริบเช่นนี้แล้ว] [ต้องมีวิธีอะไรแก้ปัญหาได้สิ] [เหตุใดถึงได้…] [หากว่าเจ้าตกหลุมรักหลิ่วเซา] [จะกระตุ้นให้คำสาปกลืนวิญญาณกำเริบ] [เส้นเลือดของเจ้าจะไหลย้อนกลับจนขยายตัว ทำให้เจ็บเจียนตาย] [ไม่ได้การ] [ต้องรีบหาทางยับยั้งคำสาปกลืนวิญญาณ] [เมื่อคำสาปหวนคืนสู่ฝ่ามือของเจ้า] [เจ้าจำต้องตายเป็นแน่] [หากเป็นเช่นนี้] [ข้าทำได้เพียงหลีกเลี่ยงการพบหน้าหลิ่วเซา]

    [สำนักอู่หยางโหว] วันที่หนึ่ง วันที่สอง วันที่สาม หลิ่วเซา เจ้านั่งทำอะไรที่นี่ตั้งนานน่ะ วันที่สี่ ข้ากำลังนับน่ะสิ ตั้งแต่ออกมาจากหออี๋จู ข้าไม่ได้พบหน้าลู่หลีมาหลายวันแล้ว [ไม่รู้ว่าตอนนี้] [เขาจะทำอะไรอยู่นะ] พี่ใหญ่ ท่านขอให้ข้าจัดแจงให้ หลิ่วเซากับปีศาจน้อยพบกัน ท่านอยากให้พวกเขา อยู่เคียงข้างกันหรอกหรือ ข้ารู้สึกมาตลอดว่า ท่านกับหลิ่วเซาต่างหาก ถึงจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด ท่านไม่ได้ป่วยใช่ไหม เจ้าอย่าพูดพล่อย ๆ ข้ากับหลิ่วเซาน่ะ… พวกเราสองคนเป็นเพียงแค่… เราสองคนเป็นเพียงมิตรภาพที่ถูกว่าจ้างมา แค่เท่านั้นละ พี่ใหญ่ นี่ท่านจะพูดโกหกใครหรือ ปากไม่ตรงกับใจ เอาเป็นว่า ข้ามีเหตุผลของข้า เจ้าจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย อย่าให้หลิ่วเซาเข้าใกล้ข้าอีก ได้ พี่ใหญ่ ข้าเข้าใจท่านแล้ว ไม่ให้หลิ่วเซามารบกวนท่าน ท่านสบายใจได้ ส่งมาให้ข้า จะจัดการได้เลย ทำไมช่วงนี้ลู่หลีต้องหลบหน้าข้า พูด พูดความจริงไม่เช่นนั้นเจ้าตายแน่ พูดมาเร็ว ทำไมเจ้ากับท่านพี่ข้า ถึงได้ชอบต่อยหน้าอกคนอื่นเหมือนกันเล่า เจ้า จะพูดความจริงหรือไม่ พูดไม่พูด ข้า… ข้าบอกเจ้าเลยนะ ให้ตายข้าก็จะไม่ ทรยศท่านพี่ของข้า จงรักภักดีมากเลยอย่างนั้นหรือ

    เสี่ยวเสวี่ย ขนมอบที่เจ้าทำ ต้องให้ศิษย์พี่สวีและศิษย์พี่ว่าน สำนักข้าง ๆ ชิมด้วยหรือไม่นะ พวกเขาก็ชอบกินเหมือนกันด้วยสิ อย่างไรเสีย ศิษย์พี่สวี มีรูปโฉมที่งดงาม ส่วนศิษย์พี่ว่าน วิชากระบี่ล้ำเลิศ ล้วนดูดีกว่าเจ้าอ้วนนี่เสียอีก ไม่ใช่ ๆ ไม่ใช่นะ ได้สิ ไปกันเถอะ เสี่ยว… เสี่ยวเสวี่ย พูดหรือไม่ ข้าพูดแล้วยังไม่ดีขึ้นอีกหรือ [คำสาปกลืนวิญญาณเเข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ] [ข้ามักจะหลบหน้าหลิ่วเซา] [ก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา] ลู่หลี ศิษย์พี่ ท่าน มาพบข้ามีเรื่องอันใด ข้าเห็นสีหน้าเจ้าดูไม่ดี เจ้าไม่สบายหรือ ไม่มีอะไร ข้าก็แค่ ฝึกวิชาเหนื่อยไปหน่อย ไม่ร้ายแรงอะไร จริงสิ เมื่อครู่ข้าเจอสิ่งนี้ที่ลูกกรงหน้าต่าง บนกำแพงข้าง ๆ [ข้าหวังว่า] [ผู้นั้นเป็นเจ้า] [เจ้ายินดีหรือไม่] ศิษย์พี่ ศิลาเก็บเสียงนี่ข้าเป็นคนให้หลิวเซา ท่านไปเอามาทำไม หลิ่วเซา ข้านึกว่าให้ข้าเสียอีก ข้าจะแตะต้องไม่ได้เลยเชียวหรือ นี่มันเกี่ยวกับหลิ่วเซา ท่านรู้หรือไม่… เจ้าชอบหลิ่วเซาขนาดนั้นเลยหรือ เดิมทีข้าคิดว่าความสัมพันธ์ของเรา ไม่ควรมีเรื่องให้ต้องพะว้าพะวงเยอะขนาดนี้ ลู่หลี

    เจ้ากับนางมีพลังวิญญาณที่ข่มกันมาแต่กำเนิด ถูกลิขิตไว้ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ หากเจ้าทำไปโดยพลการ หากท่านอาจารย์รู้เข้า ท่านไม่ปล่อยหลิ่วเซาไปเป็นแน่ [ในใจเจ้ามีเรื่องที่ไม่ยอมต่าง ๆ นานา] [แต่เจ้าอ่อนแอขนาดนี้] [เลยไม่สามารถคว้าสิ่งที่เจ้าต้องการ] มาไว้ในมือได้ เจ้าพูดว่าอะไรนะ เฮอน่าใช้อะไรกับนาง ชาดอกไม้ชนิดหนึ่ง ชาดอกลำโพงขาวที่อยู่ใต้ต้นสาละ และหาผู้มีฝีมือลงคำสาปเชื่อฟัง หลังจากที่นางถอดผ้าปิดตา คนที่นางเห็นคนแรก จะเป็นรักแรกพบของนาง แล้ว ๆ แล้วอาจจะ เช่น ๆ เช่นนั้น ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่า อย่าให้นางมาเป็นห่วงท่าน ข้าเล่นซ่อนหากับพวกเขา ก็เจอแต่อาเฮอ [แย่แล้ว คำสาปกลืนวิญญาณ] [หลิ่วเซา] [หออี๋จู] หลิ่วเซา เจ้าไม่เป็นไรนะ [แย่แล้ว ๆ] [นางเห็นข้า] [จะทำอะไรเช่นนั้นกับข้าหรือไม่นะ] ลู่หลี เจ้าคงไม่ได้คิดว่า ข้าดื่มชาดอกลำโพง อะไรนั่นจริง ๆ หรอกนะ ข้าหลอกเจ้า เจ้าออกมาเถอะ [หลอกข้าหรือ] ข้าแค่จับเจ้าอ้วนกับเฮอน่า มาแสดงละครนิดหน่อย พวกเจ้าหลอกข้า เจ้าอ้วนนี่นะ คอยดูนะกลับไปข้าจะจัดการกับเขาอย่างไร คอยดูข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร

    ทำไม ทำไมต้องหลบหน้าข้า ทำไม ♫ บทเพลงบรรเลงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ♫ ข้า… ♫ ดอกท้อโบยบินไปกับนกนางแอ่น ♫ ♫ แสงไฟแห่งใดส่องแสงให้ผู้คนกลับมา ♫ อันที่จริงข้าไม่ใช่ ข้ากำลังแอบสืบเรื่องเฮอน่า เขา… ที่จริงเขาไม่ใช่ปีศาจน้อย ♫ เมฆาม้วนเกลียวอาทิตย์อัสดง ♫ ที่เป็นลูกน้องของราชาปีศาจอาภรณ์ขาว แต่เป็นราชาปีศาจอาภรณ์ขาวต่างหาก ♫ จันทราจุมพิตที่ปลายคิ้ว ♫ เช่นนั้น… เขาก็คือ ♫ ยังรอคอยท่านเอ่ยกล่าว ♫ คนที่ชิงหญ้าจักรพรรดิข้าอย่างนั้นหรือ ♫ ในชาตินี้ ราตรีนี้ ♫ ถูกต้อง โจรผู้นี้ ที่เข้าใกล้เพราะมีเจตนาอื่นแอบแฝง แสร้งทำเป็นบาดเจ็บจนถูกเจ้าพาตัวกลับมา ♫ ถามไถ่ธารารินรับรู้ถึงใบไม้แดง ♫ ข้าแค่คิดว่าหญ้าจักรพรรดิยังอยู่ที่เขา ♫ คะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ♫ จึงได้แอบตรวจสอบเขาอยู่เงียบ ๆ ใช้แผนการชิงหญ้าจักรพรรดิกลับคืนมา ♫ ยังจดจำดรุณผู้นั้น ♫ ♫ รอยยิ้มที่ปรารถนาชิงชังหากต้องแก่ชราไป ♫

    ♫ บุปผาแบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫ ดังนั้น… ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ เจ้าทำเพื่อข้าใช่ไหม ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ เป็นอย่างไรบ้าง ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ ตอนนี้พอรู้ความจริงแล้ว เจ้ารู้สึกว่า ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ ท่านพี่ลู่หลีของเจ้า เฉลียวฉลาด ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫ น่าเลื่อมใสมากใช่ไหม ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ เฉลียวฉลาดอะไรกันเล่า เจ้าจงใจหลบข้า ทำให้ข้าโมโห จนตีเสี่ยวพ่าง ตอนนี้ข้ายังอยากชกเจ้าอีกด้วย ทำไมเจ้าไม่บอกข้าแต่แรก ข้า… ข้ากลัวว่าเจ้าจะมีพิรุธอย่างไรเล่า สรุปคือเรื่องนี้ข้าผิดเอง การที่ปิดบังเจ้าเรื่องนี้นับเป็นความผิด ข้าเองก็เสียใจมาก ข้าเอง… เจ้าจะทำไม ก็เสียใจเป็น เอาเถอะ

    แต่ว่า ราชาปีศาจเฮอน่าผู้นี้ ดูเหมือนไม่ใช่คนเลวร้าย ข้าจะไปถามเขา ในเมื่อเขาได้หญ้าจักรพรรดิไปแล้ว ทำไมถึงต้องเสี่ยงอันตราย มาที่สำนักอู่หยางโหวด้วยนะ เจ้า… จะไปเองหรือ บางที… ไม่เป็นไร ข้า จะส่งเจ้าออกไปนะ [หออี๋จู] ลู่หลีบอกข้าว่าเจ้าไม่ใช่ปีศาจน้อย ใช่ ข้าน้อยราชาปีศาจเผ่าภูตวารี เฮอน่า เพราะสวมชุดขาวเป็นเวลานาน จึงถูกคนเรียกว่าราชาปีศาจอาภรณ์ขาว เช่นนั้น หญ้าจักรพรรดิเจ้าเป็นคนชิงไปใช่ไหม ถูกต้อง ต้องขอโทษด้วย หญ้าจักรพรรดิถูกเผ่าข้าใช้ไปแล้ว บุญคุณนี้ เฮอน่าขอจดจำไว้ในใจ วันหน้าต้องตอบแทน ไม่สิ หญ้า… หญ้าจักรพรรดิไม่มีแล้วจริง ๆ หรือ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ที่ข้าชิงหญ้าจักรพรรดิ เดิมก็เพื่อช่วยคน แล้วท่านจะกลับมาอีกทำไม ข้าต้องการเลือดของเจ้าหนึ่งหยด เลือดของข้า อ้อ เจ้าไม่ถามหรือว่าทำไม ข้าเชื่อว่าท่านทำเช่นนี้ ต้องมีเหตุผลของตัวเอง เลือดข้าเยอะน่ะ เจ้าเชื่อใจข้าขนาดนี้เลยหรือ ข้าต้องเชื่อใจท่านสิ เพราะท่านคือปีศาจของข้าไง เป็นอย่างไรบ้าง เดิมข้าคิดว่าแม่นางหลิ่วเซา เป็นผู้มีวาสนาของเผ่าภูตวารีเรา เสียดายที่ข้ามองผิดไป แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อะ อะไรหรือ

    ไม่มีอะไร เพียงแค่เจ้าไม่ใช่ผู้ที่ข้าต้องตามหา อ๋อ เช่นนั้น… เราอำลากันตรงนี้ เรื่องหญ้าจักรพรรดิ ข้าต้องขอโทษจริง ๆ ข้าจะคิดหาวิธีชดใช้ให้เจ้า ส่วนเหตุผลว่าที่ว่า ทำไมข้าต้องมาที่สำนักอู่หยางโหว ตอนนี้ยังไม่ใช่โอกาสดีที่จะบอกเจ้า ก็ได้ [เข้าไปให้หมด] [ทำตามคำสั่งข้า] [อย่าให้เสียเวลาแม้แต่ครู่เดียว] [รับทราบ] คือว่า เจ้าไปหลบก่อนนะ จอมปีศาจที่คิดไม่ซื่อหลบเข้ามาในหออี๋จู ศิษย์ทุกคนที่อยู่ด้านนอก จงตั้งค่ายกลชาดแดง อย่าให้ปีศาจหนีไปได้ [ทำไมเขาถึงรู้ว่าเฮอน่าซ่อนตัวอยู่ที่นี่] ที่นี่มีข้าแค่คนเดียว มีปีศาจที่ไหนกัน ศิษย์น้องหลิ่วเซา ต้องขอโทษจริง ๆ ศิษย์พี่เอง แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ข้าว่าสีหน้าของเจ้าดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่เคยได้ยินมาว่าศิษย์น้องป่วยนะ รีบบอกมา จอมปีศาจถูกเจ้าซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่ [หออี๋จู] [ศิษย์พี่ใหญ่] [ไม่พบปีศาจขอรับ] ข้าบอกไปแล้วไง มีแค่ข้าคนเดียว ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหม ถ้าเจ้ายังซ่อนตัวอีก ข้าจะเอาเลือดของสหายเจ้าเซ่นกระบี่ ให้ท่านซ่อนตัวในคัมภีร์พฤกษาศักดิ์สิทธิ์ ห้ามออกมาไม่ใช่หรือไง ข้าไม่เป็นไร เจ้ารีบไปซ่อนให้ดี ระวังคนเห็นจะโดนเคี่ยวเอาได้นะ บอกแล้วไงว่ามีข้าแค่คนเดียว ตู้หมิงชง ที่นี่คือสำนักอู่หยางโหว ไม่ใช่สถานที่ที่ท่านจะมาก่อเรื่องได้ อย่างนั้นหรือ เจ้าแอบติดต่อกับโลกปีศาจ มีเจตนาร้าย

    ข้าสังหารเจ้า ท่านเจ้าสำนักก็ไม่โทษข้าหรอก ศิษย์น้องหลิ่วเซา ต้องขอโทษจริง ๆ สหายท่านนี้ หากท่านไม่ออกมาอีก หลิ่วเซาอาจต้องตายเพราะท่านนะ นางไม่รู้ว่าข้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ และไม่ใช่สหายของข้าด้วย ท่านคือเผ่าภูตวารี เจ้าปีศาจ ไปตายซะ ห้ามตีปีศาจปลาน้อยของข้านะ [หลิ่วเซา] [แส้เพลิงคุโชน] [ยั้งมือ] เจ้าเป็นใคร ข้ามาจากเขาซีอิ่น [เขาซีอิ่นหรือ] [สวมหน้ากาก] [หรือว่าจะเป็นศิษย์คนแรก ของว่านอู๋เซียนเวิง] [ท่านเซียนไร้ลักษณ์ ที่ฝีมือดีที่สุดของตำหนักเซียน] [ลั่วเกอ] เป็นไปไม่ได้ ตำหนักเซียนสูงส่งเหนือหล้า ยามปกติแม้แต่เทพธิดาก็ยังเกียจคร้านส่งลงมา ท่านเซียนไร้ลักษณ์ จะมาด้วยตัวเองได้อย่างไรกัน เจ้าไม่เชื่อหรือ หากเป็นท่านเซียนไร้ลักษณ์ ก็โปรดสำแดงอิทธิฤทธิ์ เขา… เป็นคนที่เขาซีอิ่นของข้าต้องปกป้อง [เพิ่งจะเคยได้ยินท่านเซียน ปรากฏตัวเพื่อปกป้องปีศาจครั้งแรก] เหตุใดเขาซีอิ่นต้องปกป้อง ปีศาจเล็ก ๆ ตนหนึ่งด้วย เขาซีอิ่นจะทำอะไร ต้องอธิบายให้พวกเจ้าฟังตั้งแต่เมื่อไร ยังมีหลิ่วเซา ก็เป็นคนที่ข้าพึงพอใจ ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง [เป็นเขา] ท่านเซียนหยั่งรู้เช่นนี้ แม้แต่ชื่อศิษย์สำนักอู่หยางโหวเราก็รู้จัก หวังว่าท่านเซียนจะสำแดงอิทธิฤทธิ์ พวกเจ้าไม่คู่ควร ไปกับข้า [หออี๋จู] [มันเป็นคนหลอกลวง]

    [ไม่ใช่ท่านเซียนอะไรทั้งนั้น] [เราถูกหลอกแล้ว] [รีบตามไป] [ตาม] เร็วเข้า เร็ว เร็ว เร็วสิ ช่วยข้าแก้หน่อย ช่วยข้าแก้ที เกิดเรื่องใหญ่แล้ว พี่ใหญ่ วิ่งช้า ๆ หน่อย พี่ใหญ่ แย่แล้ว ตกอกตกใจทำไม ไม่ใช่ ไป๋เฟิ่งกับตู้หมิงชง พาคนไปที่หออี๋จู บอกว่าจะจับปีศาจ ข้าได้ยินมาว่าพอพวกเขาไปถึงหออี๋จู ก็ทำลายข้าวของหมดเลย สิ่งของที่ใส่น้ำได้ ล้วนถูกทำลายหมดเลย ไม่เหลือน้ำแม้แต่หยดเดียว ใช่แล้ว อ่างปลาก็ถูกทำลาย เฮอน่าห่างจากน้ำ ไม่เพียงพลังเวทอ่อนแอลง วิชาเวทหลายอย่างก็ไม่อาจใช้การได้ เป็นเพราะมีคนรู้จุดอ่อนของเขา ต้องการเอาชีวิตเขา แล้วจะทำอย่างไรดี ข้าขอคิดดูก่อน ปีศาจน้อย เพื่อช่วยเจ้า ข้าอุตส่าห์นำของวิเศษในคลังออกมาใช้เลยนะ จะขอบคุณข้าอย่างไรดี ไม่มีที่มาและสาเหตุ เจ้ามีเสื้อผ้าของท่านเซียน ไร้ลักษณ์ได้อย่างไร เจ้าหมายถึงสิ่งนี้ใช่ไหม ของพวกนี้เมื่อก่อนข้าใช้ตอนหลอกลวง… ไม่ ๆ ไม่สิ ใช้ตอนผดุงคุณธรรม มันไม่สำคัญหรอก ถึงอย่างไรเสีย เจ้าก็ติดหนี้บุญคุณข้าแล้ว ใช่ เผ่าภูตวารีติดหนี้บุญคุณ ลู่หลีกับหลิ่วเซาครั้งใหญ่

    วันหน้าต้องตอบแทน ไม่ต้องหรอก ไม่ต้อง ๆ ไม่ต้องเกรงใจหรอก หนี้บุญคุณของหลิ่วเซา ข้ายังตอบแทนไม่ได้ในตอนนี้ แต่บางที ข้าอาจช่วยเหลือเจ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เจ้าถูกคำสาปบางอย่างเข้าใช่หรือไม่ [ประกาศคำสั่งของอู่หยางโหว] [ให้ศิษย์ทุกคน] [รีบมารวมตัวกันที่แท่นโอบจันทร์] [ได้ยินมาว่า] [ท่านเซียนที่ปรากฏตัว เมื่อวันก่อนเป็นตัวปลอม] [เพราะเรื่องนี้ท่านเจ้าสำนัก] [จึงมาที่แท่นโอบจันทร์ เพื่อวินิจฉัยความจริง] [จะเชิญท่านเซียนมาใช่ไหม] [แม้แต่ท่านเจ้าสำนักก็ยังไม่รู้] [ว่าท่านเซียนเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม] [คนผู้นี้ใจกล้าจริง ๆ เลย] [มาหลอกถึงสำนักอู่หยางโหวของเรา] เจ้าเป็นคนปลอมตัวใช่ไหม สวมรอยเป็นท่านเซียน เจ้าไม่อยากอยู่แล้วใช่ไหม เจ้าวางใจเถอะ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นมาจริง ข้าจะรับผิดชอบเอง อู่หยางโหวมาแล้ว ข้าได้ยินมาว่า วันนี้ท่านเซียนไร้ลักษณ์ ทูตตำหนักเซียนมาที่นี่ แต่มิได้พบกับข้า เลิกบีบมือได้แล้ว ก็รีบร้อนกลับไป ถ้ายังบีบอีก มือข้าได้มือเขียวช้ำเป็นแน่ แม้มิต้องการสงสัย แต่เรื่องนี้แปลกมากเกินไป ข้าจำเป็นต้องถามไปยังตำหนักเซียนให้ชัดเจน กระจกวิเศษเสวียนเทียน ตรวจสอบเรื่องราว อู่หยางโหว เมื่อครู่ภาพที่เจ้าส่งมาจากกระจกเสวียนเทียน ข้าได้ดูแล้ว ไม่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังหน้ากากจะจริงเท็จประการใด ข้าย่อมต้องทำการตรวจสอบให้ถึงที่สุด

    เช่นนั้นคงต้องรบกวนให้ท่านเซียนเวิงตรวจสอบด้วย นี่คงมิใช่ว่านอู๋เซียนเวิงที่เจ้าพูดถึงหรอกนะ [ว่านอู๋เซียนเวิง] ดูท่าแล้วคงจะเกิดเรื่องใหญ่ ถึงขนาดที่ท่านเซียนเวิงมาเอง หรือเจ้าตัวปลอมนั่นจะแทรกอยู่รวมกับพวกเรากันนะ อยู่ในกลุ่มพวกเราอย่างนั้นหรือ หรือว่า จบกันละสิ จบกัน นี่ นี่มัน คราวนี้ได้จบเห่แน่ ๆ อย่าพูด ไม่ถือว่าเป็นผู้ปลอมแปลง ท่านประมุข เป็นอย่างไรบ้าง ตรวจสอบเจอแล้ว มิใช่นาง ไม่ใช่อย่างนั้นหรือ ท่านประมุขเองก็อย่าได้เสียใจจนเกินไปนัก ถึงอย่างไรก็ผ่านไปหนึ่งหมื่นปีแล้ว จะง่ายดายถึงเพียงนั้นได้อย่างไรกัน ที่จะหาคนผู้นั้นให้พบได้ เดิมทีคิดว่า ต่อให้นางมิใช่คนที่พวกเราตามหา ก็ต้องหาโอกาสตอบแทนบุญคุณนาง [ข้าเป็นผู้ขโมยหญ้าจักรพรรดิ ที่นางหามาอย่างลำบาก] [จนทำให้นางต้องพบกับอันตราย] [ข้าต้องการเลือดหนึ่งหยดจากเจ้า] [อ้อ] [เจ้าเชื่อข้าถึงขนาดนี้เชียวหรือ] [ข้าก็ต้องเชื่อเจ้าสิ] [เพราะเจ้าเป็นปีศาจของข้าไง] [แต่เมื่อนางรู้ความจริง] [ยังคงมองว่าข้าเป็นดุจสหาย] [ปกป้องข้าเสมอมา] คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่า ข้าจะยิ่งติดหนี้บุญคุณนางมากกว่าเดิม ท่านประมุข ด้านนอกมีคนชื่อลู่หลีมาขอพบท่าน สวัสดีทุกคน พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกว่าในใจของข้า ท่านก็คือ ท่านเซียนไร้ลักษณ์ ข้าจะเป็นน้องชายที่อยู่เคียงข้างท่านเสมอ

    – คารวะศิษย์พี่หลิ่วเซา – คารวะศิษย์พี่หลิ่วเซา นางคือคนนั้นสินะ ใช่ คนที่ท่านเซียนไร้ลักษณ์หมายตา ทำไมทุกคนถึงได้มองข้ากันหมด ข้ามีอะไรประหลาดอย่างนั้นหรือ เจ้าก็ทายดูสิ – ให้ข้าทายหรือ – หลิ่วเซา ทูตเซียนหลิ่ว นี่คือของที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่าน เจ้า เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ ทูตเซียนหลิ่วอย่างนั้นหรือ ใช่น่ะสิ หลิ่วเซา เจ้าคือคนที่ท่านเซียนไร้ลักษณ์หมายตาเชียวนะ พวกเราทุกคนในที่นี้ ทุกคนเลย รวมถึงอู่หยางโหวด้วย พวกเราล้วนแต่ไม่เคยได้พูดคุยกับเขาโดยตรง เขาน่าจะเป็น ท่านเซียนที่เจ้าตามหามาตลอดนะ เจ้าช่วยบอกข้าได้หรือเปล่า ท่านเซียนไร้ลักษณ์นั่น เป็นคนใจดีหรือเปล่า เขาก็ต้องไม่ใจดีเท่าข้าอยู่แล้วน่า ใจดี เซียนอย่างเขาไม่ใจดีเลยสักนิด ข้าจะบอกให้เจ้าฟังเลยนะ เซียนอย่างเขานี่ คิดเล็กคิดน้อยไปเสียทุกอย่าง ซ้ำยังชอบเงินมากด้วย ใช่หรือไม่ เงินน่ะหรือ คิดเล็กคิดน้อย แล้วยังชอบเงินอีก คนที่เป็นเซียนเขาไม่ใช้เงินกันมิใช่หรือ ใช่ไหมเล่า ข้าก็คิดว่าพวกเซียนไม่ชอบเงินกัน แต่ท่านเซียนไร้ลักษณ์ผู้นี้ ไม่เหมือนกับคนอื่น เขาน่ะ มีความชอบแปลก ๆ อยู่อย่างหนึ่ง พวกเจ้ารู้ใช่ไหม เป็นประเภท ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ

    ขาเคล็ดขึ้นมาน่ะ มานี่สิ มา ๆ เจ้ารีบลุกมาเร็วเข้า เร็วสิ รีบมาขยับแข้งขยับขาหน่อย มาสิ มา ๆ ลุกมาเลย ลุกมา ไป ๆ ไปกันเถอะ ที่แท้ทูตเซียนนั่ง ๆ ไปก็ขาเคล็ดได้ด้วยหรือนี่ เจ้าอย่าได้ดีใจจนลืมตัวไปหน่อยเลย เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อครู่นี้เจ้าเกือบหลุดความลับแล้ว อย่างนั้นหรือ ก็ใช่น่ะสิ ดูท่าทีที่เจ้าดีใจจนลืมตัวนั่นสิ เจ้าทำแบบนี้มันไม่ถูกนัก เจ้าบอกเองมิใช่หรือ ว่าเจ้าคือคนที่เผชิญโลกมานักต่อนักแล้ว นี่ก็แค่ท่านเซียนลั่วเกอคนหนึ่ง ต้องทำขนาดนั้นเลยหรือ ก็ต้องไม่ถึงขนาดนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ข้ายังคิดไม่ออก ว่าทำไมว่านอู๋เซียนเวิงจึงไม่เปิดโปงเจ้า หรือว่า พวกเจ้ารู้จักกัน บอกตามตรงนะ ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัดนัก ไม่แน่ว่า ระหว่างอาจารย์ข้ากับว่านอู๋เซียนเวิง พวกเขาจะมีความเกี่ยวข้องอันใดกัน หรือไม่ก็ ผู้เฒ่าอย่างว่านอู๋เซียนเวิง รู้สึกว่าคุณชายอย่างข้ามีความเป็นเซียนยิ่งนัก คิดอยากจะรับข้าเป็นศิษย์ ความเป็นเซียนอย่างนั้นหรือ ตอนข้ารู้จักเจ้า เจ้าก็เป็นมิจฉาชีพ จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นมิจฉาชีพ แล้วยังจะมาเหมือนเซียนอะไรอีก ข้าไม่เหมือนเซียนอย่างนั้นหรือ เจ้าดูสิว่าเจ้ามีความเป็นเซียนตอนไหนกัน ข้าว่าข้าก็ดูเหมือนเซียนอยู่นะ ถ้าอย่างนั้นเจ้าชอบ ก็แค่พอเนียน ๆ ได้แหละ เจ้าน่ะ

    พวกเจ้ามองอะไรกันน่ะ ไม่มีอะไรหรอก เราชอบดูเรื่องหวาน ๆ กัน แนวที่ออกเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ น่ะ [ตำหนักเซียน ตำหนักฉงหัว] ว่านอู๋เซียนเวิง ลิ่งฉี เจ้ามาได้อย่างไรกัน ได้ยินว่าศิษย์น้องลั่วเกอปรากฏตัวที่จวนอู่หยางโหว แต่เขาเก็บตัวบำเพ็ญมายี่สิบกว่าปีแล้วมิใช่หรือ ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขามิได้ออกจากการบำเพ็ญเพียร [นักพรตตำหนักเซียน เซี่ยลิ่งฉี] ถ้าเช่นนั้น ลั่วเกอที่ปรากฏตัวในโลกมนุษย์ มันเป็นอย่างไรกันแน่ ลั่วเกอเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ไร้ลักษณ์ เขาคือเซียนในหนึ่งพันปีนี้ เพียงหนึ่งเดียว ที่มีโอกาสบำเพ็ญเป็นเทพ พลังครอบจักรวาลนี้ มิใช่เซียนที่บำเพ็ญทุกคนจะสามารถครอบครองได้ เขากำลังเก็บตัวนั้นถูกแล้ว ที่เขาปรากฏตัวในโลกมนุษย์ก็ถูกแล้วเช่นกัน เรื่องใดใดในโลกล้วนเป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิต เจ้าเองก็มิต้องคิดมากไป รอให้เขาออกจากการบำเพ็ญก็พอ ตำหนักเซียนของเรา หรือกระทั่งทั้งสามโลกนี้ อนาคตทำได้เพียงแต่พึ่งพาลั่วเกอแล้ว [จวนอู่หยางโหว] เรื่องนี้ ต่อด้วยอีกเรื่องหนึ่ง ไม่มีกำลังจะไปหาหญ้าจักรพรรดิแล้วสิ ถ้ายังหาหญ้าจักรพรรดิไม่เจออีก เรื่องที่อู่หยางโหวช่วยเหลือข้า จนพละกำลังลดลงเป็นอย่างมากถูกลือออกไป เกรงว่าโลกมนุษย์คงต้องเกิดเรื่องวุ่นวายเป็นแน่ หลิ่วเซา ก็หมดหนทางที่จะใช้ชีวิต อยู่ต่อไปในจวนโหวแล้วจริง ๆ ราชาปีศาจอาภรณ์ขาว ในเมื่อใช้ หญ้าจักรพรรดินั้นไปจนสิ้นแล้ว ข้าต้องรีบคิดหาวิธีให้ได้ ลู่หลี

    นี่มันยามใดกันแล้ว เจ้ายังเอาแต่คิดถึงหลิ่วเซาอยู่อีก ดูท่าแล้ว เจ้าคงลืมคำพูดของอาจารย์เสียแล้วกระมัง ศิษย์มิกล้า เจ้าเห็นว่าอ๋าวเหิ่นเป็นปีศาจ ข้าว่าหลิ่วเซาต่างหากที่เป็นปีศาจ ยั่วยวนให้เจ้าหลงเสน่ห์จนโงหัวไม่ขึ้น ไม่ใช่แต่เพียงไม่คำสอนอาจารย์ แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ยังไม่สนใจไยดี ท่านอาจารย์ ตอนแรกท่านคือคนที่ให้ข้าไปปกป้องหลิ่วเซา บัดนี้นางมีอันตราย ข้าจะทำตัวไม่สนใจไยดีนางได้อย่างไรกัน แต่เจ้าลืมไปแล้ว ว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ข้าให้ปกป้องนาง ก็เพื่อที่จะให้นางช่วยเจ้าดึงกระบี่โอบจันทร์ออกมา ไม่ใช่ว่าเจ้าถึงกับต้องเอาชีวิตเข้าแลก เพราะไปรักนาง อาจารย์เคยเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าไปรักหลิ่วเซา โดนคำสาปกลืนวิญญาณถึงขนาดนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายนาง ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์อย่าโกรธไปเลย หลิ่วเซานาง นางไม่รู้เรื่อง เรื่องความรักของชายหญิงนางก็ยังไม่เข้าใจ นางเพียงแค่… แค่ปฏิบัติกับข้าเหมือนเป็นองครักษ์ที่จ้างมา เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ เป็นเพียงแค่ความสมัครใจของตัวข้าเอง ท่านอาจารย์ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหลิ่วเซาเลย ขอความกรุณาท่านอาจารย์อย่าโกรธนางเลย ดี…เป็นความสมัครใจของเจ้าเองสินะ คุกเข่าลง ท่านอาจารย์ หลีเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อฟังคำพูดของอาจารย์ งั้นเจ้าจงรับโทษเสียเถิด ลู่หลี เจ้าจงจำไว้ ในฐานะอาจารย์ ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าทำผิด การโจมตีของคำสาปกลืนวิญญาณ มันมีแต่จะทำให้เจ้าเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ วิชาเวทของเฮอน่า ไม่สามารถต้านคำสาปของท่านอาจารย์ได้ [ถ้าบาดเจ็บสาหัส] [ร่างกายอ่อนแอ แต่พยายามจะต่อต้านกับคำสาป] [ผลลัพธ์จะทำให้เจ้าตายเร็วขึ้น] ลู่หลี ลู่หลี

    ลู่หลี คำสาปกลืนวิญญาณ เป็นคำสาปกลืนวิญญาณ หลิ่วเซา ลู่หลี ความรู้สึกที่เจ้ามีต่อหลิ่วเซา ลึกซึ้งแค่ไหนกันแน่ ศิษย์พี่อย่าถามอีกเลย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ไม่เกี่ยวกับข้า เพราะอะไรถึงบอกว่าไม่เกี่ยวกับข้า เจ้ารู้ไหมตอนนั้น ที่เจ้าให้น้ำตาลข้าวมอลท์แก่ข้า และบอกว่าจะปกป้องข้า ตั้งแต่นั้นมา เจ้าก็อยู่ในใจข้ามาโดยตลอด ข้า…ที่จริงแล้วตลอดเวลาข้า… แต่ว่าตอนนี้ในใจเจ้าไม่มีข้าเลย ข้า ข้าคิดกับศิษย์พี่ เสมือนพี่สาวแท้ ๆ มาตลอด ที่ผ่านมาข้าไม่เคยคิดเป็นอื่น หากว่า หากว่าตอนที่ลู่หลียังเป็นเด็ก เคยทำเรื่องอะไรให้ศิษย์พี่เข้าใจผิด ลู่หลีต้องขออภัยด้วย ขออภัย ข้าทุ่มเทใจเพื่อเจ้ามาตั้งเยอะ ความรักที่มีให้ตั้งมากมาย เจ้าพูดแค่เพียงคำว่าขอโทษ ก็สามารถเข้าใจได้แล้วงั้นหรือ เป็นเพราะหลิ่วเซาคนเดียว ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำเช่นนี้กับข้า ข้าไม่สนว่าเจ้าจะคิดเช่นไร ข้าไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด อีกอย่าง ใครก็ไม่สามารถขวางกั้นระหว่างเจ้ากับข้าได้