เล่ห์รักวังคุนหนิง( Story of Kunning Palace) | EP.1 (FULL EP) | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เล่ห์รักวังคุนหนิง] [ตอนที่ 1] [ตั้งแต่เด็ก] [หว่านเหนียงก็บอกข้าว่า] [เจียงเสวี่ยหนิงตอนเด็ก] [สตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในใต้หล้าคือฮองเฮา] [ตำหนักที่ฮองเฮาประทับอยู่] [ชื่อว่าตำหนักหนิงอัน] [ข้าก็ถามหว่านเหนียงว่า] ตำหนักหนิงอันเป็นอย่างไรหรือ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน [ข้านั่งอยู่ใต้ชายคาผุพังในชนบท] [คิดว่า] [ถ้าหากกลายเป็นห่านแดงที่บินอยู่บนฟ้าได้] [แล้วบินไปเมืองหลวงที่รุ่งเรือง] [บินไปจนถึงในวังหลวงนั่น] [ดูว่าตำหนักหนิงอันเป็นอย่างไร] [ก็คงจะดี] [ต่อมา] [ข้าไปถึงเมืองหลวงจริง ๆ] [แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น] [ก็ไม่เหมือนกับที่ข้าคิดเอาไว้] [โลกที่รุ่งโรจน์] [สนามรบ] [ทั้งชีวิตไร้แก่นสาร] [เต็มเปี่ยมไปด้วยความผิดพลาด] [คนที่รักข้า] [ถูกฆ่าล้างตระกูล] [โกรธแค้นข้า] [คนที่ช่วยข้า] [ญาติมิตรตายอนาถเพราะข้า] [ชีวิตร่อแร่] [คนที่ข้าช่วย] [กลับเป็นกบฏล้อมวัง] [เลือดนองเขตพระราชฐาน] [ทุกคน] [ล้วนอยากให้ข้าตาย] [เยียนหลิน หย่งอี้โหวซื่อจื่อ] ขุนนางคิดคดโจวอิ๋นจือ สนมต่ำช้าเซวียซู ลงโทษประหารเรียบร้อยแล้ว โจรกบฏเซี่ยเวย เจ้ากล้าฉวยโอกาสตอนฝ่าบาทประชวรหนัก ก่อกบฏเป็นภัยต่อบ้านเมือง ต่อให้เจ้าได้บัลลังก์นี้ไป ตระกูลเสิ่นก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าเอาไว้แน่ [เซี่ยเวย ไท่ซือแห่งองค์รัชทายาท] [บังลังก์ของตระกูลเสิ่น] เช่นนั้นข้าก็จะรออยู่ที่นี่ ข้าก็อยากจะดูว่า

    พวกเจ้าจะทำอย่างไรได้ ผู้เก่งกาจเต็มราชสำนัก กลับไม่มีสักคนที่ภักดี บ้านเมืองไม่เหมือนบ้านเมือง ฮ่องเต้ไม่เหมือนฮ่องเต้ ขุนนางไม่เหมือนขุนนาง เป็นเขตพระราชฐานที่ดีเหลือเกิน [ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป] ให้ทัพตระกูลเยียนผนึกควบคุมเขตพระราชฐาน ผู้ที่ฝ่าฝืน ฆ่า [หอสูงถล่มทลาย] [วันที่ยี่สิบแปดเดือนสองรัชศกจิงซีปีที่สาม] [ผืนดินขึ้นปกคลุม] [ก็ถึงคราวที่นางมารเช่นข้าจะถูกประหารแล้ว] [ชีวิตนี้] [ข้าทำความเลวมามากเกินไป] [แล้วก็รับผลกรรมมามากมาย] [ก็ไม่สู้] [ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียว] [ทำความดีเป็นครั้งสุดท้าย] [ขอบคุณใต้เท้าที่ยังยอมพบข้า] [ฮองเฮาเชิญพูดมาเถอะ] [การกระทำของใต้เท้าครั้งนี้] [ก็ต้องมีคำอธิบายที่ชอบด้วยเหตุผล] ข้ายินยอมรับโทษปลงประชนม์ฝ่าบาท ต่อไปให้ท่านสืบทอดราชบัลลังก์ ช่วยเหลือราชสำนัก เลือกฮ่องเต้องค์ใหม่ ขอให้ท่านรับปากข้าเพียงเรื่องหนึ่ง เรื่องอะไร ทั้งชีวิตของข้า หลอกใช้คนมามากเกินไป แต่พอคิดดูดี ๆ แล้ว [ข้าทำผิดต่อความรักของเยียนหลิน] [เยียนหลินจึงได้แก้แค้นข้า] ฝ่าบาทยังอยู่ ข้ายังเป็นฮองเฮา เจ้าบุกรุกเข้ามาได้อย่างไร เยียนหลินเจ้าเสียสติไปแล้วหรือ พิธีสวมหมวกในตอนนั้น ตระกูลเยียนถูกสังหารล้างตระกูล [แต่วันนั้นเจ้ากลับบอกข้าว่า เจ้าอยากเป็นฮองเฮา] [ข้าก็เสียสติไปแล้ว] ทำไม [เจ้าลืมไปหมดแล้วใช่หรือไม่] [เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้า] [คิดให้ออกทีละเรื่อง ๆ] ข้าใช้คนอย่างเซวียติ้งเฟย [โจวอิ๋นจือ]

    [พวกเขาก็อาศัยข้าขึ้นรับตำแหน่ง] [ข้าวางหลุมพรางเสิ่นเจี้ย] [จนได้ตำแหน่งฮองเฮามา] [แต่บัดนี้] [ก็ต้องถูกฝังพร้อมกับเขา] [ตกตายตามกันไป] ข้าไม่ติดค้างพวกเขา มีเพียงแค่คนเดียว [มีคุณธรรมมาทั้งชีวิต] [เดิมทีเข้มงวดในวินัย] [ข้าเป็นคนบีบคั้น บังคับ] [ทำให้เขาหลงเดินทางผิด] [จางเจอ รองเจ้ากรมอาญา] [ทำลายชื่อเสียงของเขาไปครึ่งชีวิต] เขาเป็นขุนนางที่ดี หวังว่าใต้เท้าเซี่ย จะเห็นแก่ที่เสวี่ยหนิงเคยป้อนเลือด [ให้ท่านระหว่างทางมาเมืองหลวงในตอนนั้น] [ใช้ชีวิตของข้า] [แลกกับชีวิตของเขา] ให้เขาได้มีชีวิตอยู่เถอะ ใช้ชีวิตของตัวเอง ไปแลกกับคนต่ำต้อยอย่างจางเจอ ขอใต้เท้ารับปากด้วย ได้ ♫ใช้ราตรีอันมืดมิด♫ ♫ดอกไม้ไฟชั่วพริบตา♫ ♫ยืมฝันอันมีสติมาให้ข้าครึ่งหนึ่ง♫ ♫ถ้ารู้ว่าโชคชะตาไม่มีผิดถูก♫ ♫รักลึกซึ้งไม่เหตุและผล♫ ♫แต่กลับไม่รู้ว่าหิมะจะตกวันใด♫ ♫ท่านเคยผ่านมา♫ ♫ใช้ความอาวรณ์บางส่วน♫ ♫มาแลกกับความคู่ควรอีกครึ่งหนึ่ง♫ ♫คิดว่าการปล่อยมือเป็นทางเลือก ที่ดีที่สุดของความทรงจำ♫ ♫ขอยืมสายลม♫ ♫ไปไล่ตามความฝันที่ไม่อาจตีความได้♫ ♫แต่กลับล่องลอยหายไปในเวลาที่หิมะโปรยปราย♫ เซี่ยเวย ท่านฆ่านาง [จับพลัดจับผลูเข้าไปในวัง ความเจริงรุ่งเรือง] [ตำหนักหนิงอัน ในที่สุดกลายเป็น สุสานที่กลืนกินกระดูกและชีวิตของนาง] [เจียงหนิง] [ห้องบรรณาธิการ] [ที่รัก] [เขียนร่างเสร็จแล้วเหรอ] ฉันไม่อยากเขียนแล้ว [เป็นอะไรอีกล่ะ] คุณรู้ไหมว่า

    “เล่ห์รักวังคุนหนิง” ของคุณเล่มนี้ ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งแล้วนะ คุณยังไม่ดีใจอีกเหรอ ทิศทางของนิยายเล่มนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลย คุณดูนางเอกในตอนนี้สิ เป็นอะไรไปแล้ว นี่ไม่ใช่ค่านิยม ที่ฉันต้องการจะสื่อเลยสักนิด แต่ตลาดในตอนนี้ [ก่อนหน้านี้พวกคุณก็ใช้ตลาดมาบังคับฉันตลอด] จะต้องเพิ่มฉากทรมานเพื่อให้ทรมานเข้าไปให้ได้ แต่เจียงเสวี่ยหนิงเป็นความทุ่มเทของฉัน ไม่ควรจะมีจุดจบแบบนี้ [ฉันจะเขียนตามความคิดของตัวเอง] [ไม่งั้นฉันไม่เขียนแล้ว] [ยอมจ่ายค่ายกเลิกสัญญาดีกว่า] คุณอย่าบุ่มบ่ามสิ ขอแค่คุณไม่หยุดอัปเดต ก็ตกลงกันได้หมด [งั้นคุณว่ามา] [ตกลงคุณอยากแก้ยังไง] ฉันอยากให้ เจียงเสวี่ยหนิงนำความทรงจำของตัวเองในชาตินี้ กลับไปในอดีต แล้วใช้ชีวิตอีกครั้ง [ให้เธอรู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรเอาไว้] [แล้วมองข้ามอะไรไป] ไปชดใช้ ไปกอบกู้ แล้วก็ให้เธอคิดให้ชัดเจนว่า สิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ คืออะไร อย่าได้ทำผิดซ้ำรอยเดิมอีก [หากรู้ว่าจะมีจุดจบอย่างในวันนี้] [เหตุใดยังต้องกระเสือกกระสนดิ้นรน] [พลาดไปทั้งชีวิต] [ยังมิสู้ไปพเนจรหมื่นลี้] [ดูแม่น้ำและภูเขาอันกว้างไกล] [เป็นนกน้อยที่มีอิสระเสียจะดีกว่า] [ครั้งนี้] [เจียงเสวี่ยหนิง] [จะไม่เข้าวังอีกเด็ดขาด] บังอาจ [เสิ่นเจี้ย หลินจืออ๋อง] [เจียงเสี่ยวหนิง ลูกสาวคนรอง แห่งจวนตระกูลเจียง] [เยียนหลิน หย่งอี้โหวซื่อจื่อ] เจ้าทำอะไรนาง ข้าจะทำอะไรได้

    พวกเราล้วนเป็นบุรุษกันหมด [นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่] [เมื่อครู่ข้ายังอยู่ในตำหนักหนิงอัน] [เหตุใดอยู่ ๆ ถึงมาอยู่ที่นี่ได้] [ดูท่าทางแล้ว] [เสิ่นเจี้ยเหมือนจะยังไม่ขึ้นครองราชย์] [ตระกูลเยียนก็ยังไม่เกิดเรื่อง] [ตรงไหนผิดไปกันแน่] [ไม่ถูก] [นี่เป็นเรื่องตอนที่ข้าอายุสิบแปดชัด ๆ] ปีนี้ปีอะไร แล้วข้าเป็นใครกัน ปีนี้รัชศกว่านเจินปีที่ยี่สิบ เจ้าเป็นอะไรไปหนิงหนิง ทำไมเริ่มพูดจาเหลวไหลล่ะ เยียนหลิน ข้ายังมีธุระ ต้องไปก่อนแล้ว สหายเสิ่น เมื่อครู่ข้าล่วงเกินแล้ว ภายหน้าจะต้องเลี้ยงเหล้าขอโทษเจ้าแน่ หนิงหนิง – หนิงหนิง – สหายเจียง เจ้าดื่มมากขนาดนั้นข้าส่งเจ้ากลับไปเอง แค่เลี้ยงเหล้าเท่านั้นหรือ เห็นแล้วใช่หรือไม่ แค่เข้าใจผิดกัน สหายเจียงยังไม่สร่างเมาเท่านั้น อีกอย่าง เจ้ากับข้าโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ถ้าข้ามีความคิดอะไร ก็ควรมาหาเจ้าก่อนถึงจะถูก ท่านอ๋องระวังคำพูดด้วย เช่นนั้นต่อให้ข้าล่วงเกินเขา แล้วเจ้าจะตัดมือข้าหรือ ข้าตัดแน่ เจ้า… แย่แล้ว วันนี้อาจารย์เซี่ยจะสอนที่ตำหนักเหวินหัว ถ้าไปสายต้องถูกทำโทษนะ อยากตายหรือ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ มีกี่ชีวิตถึงจะพอกัน [นั่นสิ] [ข้าก็งุนงงเหมือนกัน] [ในโลกนี้มีเรื่องที่เหลวไหลเช่นนี้ด้วย] เร็วเข้า ศิษย์มาช้า ท่านอาจารย์โปรดลงโทษด้วย

    พิณของพวกเจ้าล่ะ [เซี่ยเวย เส้าซือแห่งองค์รัชทายาท] พิณ เซี่ยเส้าซือโปรดอภัย [*เส้าซือตำแหน่งผู้ช่วยราชครู] เซี่ย เซี่ยเส้าซือ ศิษย์ ช่างเถอะ อาจะเป็นเพราะเมื่อวานข้าไม่ได้พูดให้ชัดเจน หลินจืออ๋องกับซื่อจื่อมิต้องโทษตัวเอง วันนี้เรียนพิณ รีบไปนั่งลงเถอะ – ขอบคุณอาจารย์ – ขอบคุณเส้าซือ รีบไป เยียนซื่อจื่อ เห็นเจ้ารีบร้อนเช่นนี้ เพิ่งรีบมาจากโรงเหล้าใช่หรือไม่ ตัวเองเหลวไหลก็ช่างเถอะ แล้วยังทำให้หลินจืออ๋องของพวกเราลำบากไปด้วย เซวียเย่เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรอีก พูดเพ้อเจ้อหรือไม่ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจ จวนหย่งอี้โหวเดิมทีก็มีแต่คนต่ำต้อย หรือจะกล้าแข็งข้อกับจวนติ้งกั๋วกงของข้า มีแต่คนต่ำต้อยหรือ ข้าว่าจวนติ้งกั๋วกงของเจ้าต่างหากที่ต่ำต้อย เยียนหลิน อย่าลงมือสิ เยียนหลิน วิญญูชนไม่ทำการถกเถียงกัน ยิ่งไม่ควรทำให้จิตใจว้าวุ่นต่อหน้าเสียงพิณ พวกเจ้าสองคน ไปยืนที่ทางเดินเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป ตั้งสติให้ดี ๆ มีความเห็นต่างหรือไม่ วันนี้ศิษย์ก็มีความผิดเช่นกัน น้อมรับคำสั่งสอนของเซี่ยเส้าซือ ไปยืนสำนึกผิด พร้อมกับพวกเขาสองคน เรียนต่อ [จวนตระกูลเจียง] ดูเหมือนข้ากลับมาแล้วจริง ๆ [สี่ปีก่อน] – คุณหนูรอง – พวกเจ้าจะพาหว่านเหนียงไปไหน หว่านเหนียงนางทำให้สายเลือดหลักรอง ของจวนตระกูลเจียงสับสนวุ่นวาย

    ทำผิดร้ายแรง ท่านรู้หรือไม่ ดังนั้นจะฝังนางที่สุสานตระกูลเจียงไม่ได้ ทำได้แค่หาพื้นที่สักแห่ง ในภูเขารกร้างใกล้ ๆ นี้ แล้วฝังก็เท่านั้น เจ้าปล่อยข้านะ คุณหนูรอง ๆ คุณหนูรองเชื่อข้านะ เชื่อข้า เจ้าปล่อยข้านะ – คุณหนู – หว่านเหนียง คุณหนู หว่านเหนียง [เสียดายที่เรื่องบางเรื่อง] [ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว] เจ้ายังรู้จักกลับมาอีกหรือ [สี่ปีก่อน] มาสิ ฮูหยินข่าวดีเจ้าค่ะ บ่าวรับคุณหนูรองกลับมา อย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ [นางเมิ่ง ฮูหยินแห่งจวนตระกูลเจียง] ลูกหนิงของข้ากลับมาแล้ว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว [เจียงเสวี่ยฮุ่ย บุตรสาวคนโตแห่งจวนตระกูลเจียง] ข้าคือแม่ของเจ้า แม่แท้ ๆ ของเจ้า ไม่เป็นไร นี่ก็เพิ่งจะกลับมาเอง ยังต้องทำความคุ้นเคยสักหน่อย ลูกฮุ่ย เจ้ามานี่ เจ้ามาสิ นี่คือพี่สาวของเจ้าเสวี่ยฮุ่ย นี่คือน้องสาว น้องหญิง เป็นอะไรหรือไม่ ถ้าท่านอยากชดเชยให้ข้า ก็ไปบอกทุกคนซะว่า ข้าเป็นลูกสาวของภรรยาเอกคนเดียวในตระกูลเจียง นางต่างหาก ที่เป็นลูกอนุที่หว่านเหนียงคลอดออกมา เรื่องนี้

    โทษพี่สาวเจ้าไม่ได้ ตอนนั้นหว่านเหนียงคิดว่าตัวเองสูงส่ง ไม่เคารพภรรยาเอก ถูกลงโทษให้ไปอยู่บ้านนอก นางมีใจแค้นเคืองเลยเปลี่ยนตัวพวกเจ้า อีกอย่างตระกูลเจียงของพวกเรา ก็มีหน้ามีตา เป็นตระกูลใหญ่ เรื่องฉาวโฉ่ในบ้านเช่นนี้ จะประกาศกับคนอื่นได้อย่างไร ต่อไปก็ให้บอกกับคนนอกว่า เจ้าถูกไต้ซือทำนายดวงชะตาเอาไว้ เพราะก่อนอายุสิบสี่จะมีเภทภัย ต้องไปจากที่ที่วุ่นวายขวักไขว่ ถึงจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย บัดนี้เพิ่งจะรับกลับมาที่จวน ต่อไปก็ให้บอกกับทุกคนว่า เจ้าก็คือลูกคนรองจากภรรยาเอกของตระกูลเจียง มีสิทธิ์อะไร ข้าแค่ต้องการให้นางมอบสิ่งที่เป็นของข้า กลับคืนมา หว่านเหนียงนางคนต่ำช้านั่น หลายปีมานี้นางสอนเจ้าอย่างไร เหตุใดจึงจิตใจคับแคบเช่นนี้ หว่านเหนียงไม่ใช่คนต่ำช้า ถ้านางไม่ต่ำช้าแล้วใครจะต่ำช้า ตอนนั้นพวกเราคลอดในคืนเดียวกัน ถ้าไม่ใช่เพราะนางแอบเล่นตุกติก แอบสลับตัวทารกอย่างพวกเจ้าสองคน พวกเราสองแม่ลูก จะแยกจากกันตั้งหลายปีเช่นนี้ได้อย่างไร ใช่ หว่านเหนียงเป็นคนเลี้ยงข้ามาจนโต ข้าป่าเถื่อนหยาบคาย ขอแค่มีเหตุผลก็ไม่อ่อนข้อให้คนอื่น แต่แล้วจะอย่างไร อย่างน้อยข้าก็ไม่เหมือนพวกท่าน ปลอมเปลือก เจ้าอกตัญญูเช่นนี้ได้อย่างไร พวกเจ้าฟังข้าให้ดีนะ ตั้งแต่วันนี้ไป ห้ามใครพูดถึงหว่านเหนียงอีก เจ้าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ของหว่านเหนียงไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้าไม่ช่วยพูดแทนนางล่ะ เจ้าพูดสิ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน เจ้าเลิกเหลวไหลได้แล้ว ฮูหยิน – ฮูหยิน – ฮูหยิน

    – ท่านแม่ – ฮูหยินเป็นอะไรหรือไม่ เวรกรรม [เป็นเวรกรรมจริง ๆ] เจ้าดูสภาพเจ้าในตอนนี้สิ เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่โต กลับแต่งตัวเช่นนี้ เหมาะสมแล้วหรือ ปกติเจ้าไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่สนใจกฎตระกูล ข้าก็อดทนเอาไว้ แต่ครั้งนี้ เจ้ากลับไม่กลับบ้านทั้งคืน จะมากเกินไปแล้วนะ ดูเหมือนว่าเจ้าต้องได้รับบทเรียนบ้างแล้ว ป้าหยาง ดูแลคุณหนูรองให้ดี ๆ ให้นางได้รับบทเรียน ฮูหยิน หลายวันก่อนคุณหนูรองเพิ่งถูกโบยไป ท่านละเว้นนางสักครั้งเถอะเจ้าค่ะ ใช่แล้ว ฮูหยิน คุณหนู หยุดนะ คุณหนูรอง ฮูหยินทำเพื่อท่านนะ ลูกต้องกตัญญู ขอให้ท่านรับการลงโทษด้วย ข้าไปจากที่นี่นานเกินไป นานจนข้าลืมไปแล้วว่า ครั้งที่แล้ว ก็ทะเลาะตบตีกันแบบนี้นั่นแหละ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่า ระหว่างท่านกับข้ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ถ้าหากข้าเชื่อฟังโดยดี จะได้รับความรักจากท่านจริง ๆ หรือไม่ แต่ต่อมาข้าเข้าใจแล้ว ระหว่างท่านกับข้า มีหว่านเหนียงคั่นอยู่ตลอด ถึงแม้มีบุญคุณที่ให้กำเนิด แต่ความแสลงใจยากจะลืมเลือน มีบางเรื่องหากลิขิตไว้แล้วว่าไม่อาจได้มา เช่นนั้นก็อย่าได้ฝืนร้องขอ เจียงเสวี่ยหนิง ท่านพ่ออนุญาตมานานแล้ว ให้ข้าแต่งเป็นชายออกไปข้างนอก อำนาจของท่านในวันนี้

    ถือว่ามาใช้ผิดที่แล้ว เจ้าบังอาจ เจ้าพูดจากับแม่ของเจ้าเช่นนี้หรือ ใครใช้ท่าทีเช่นเจ้ากันบ้าง ท่านแม่ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ สุขภาพของท่านสำคัญที่สุด คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าดื้อรั้น ยากจะสั่งสอนเช่นนี้ เจ้าเก่งมากมิใช่หรือ ได้ เจ้าก็อยู่ที่นี่ สำนึกผิด ให้ดี ๆ ก็แล้วกัน ท่านแม่ค่อย ๆ เดินเจ้าค่ะ สหายเจียงเป็น คุณหนูรองของรองเจ้ากรมคลังหรือ เจ้าพูดเบา ๆ หน่อยสิ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ บอกไว้ก่อนเลย หนิงหนิงเป็นคนของข้า เจ้าห้ามคิดไม่ซื่อกับนาง ในเมื่อเจ้ารักชอบเช่นนี้ เช่นนั้นเมื่อวานเจ้าพานาง ให้มารู้จักกับข้าทำไม ซ่อนนางเอาไว้เลยสิ ข้าเห็นเจ้าเป็นสหายนี่นา ใครอยากฟังกัน แต่ว่า ในเมืองหลวงนี่คุณหนูรองตระกูลเจียง ก็ถือว่ามีชื่อเสียงย่ำแย่มากนะ ใครไม่รู้บ้างว่านางกำเริบเสิบสานเป็นนิสัย แล้วก็ไม่ใช่ทุกคน ที่จะมีรสนิยมแปลกประหลาดเช่นเจ้าหรอกนะ นั่นไม่ใช่เรื่องจริงเลย ที่ว่าเกิดที่บ้านนอกคอกนาอะไร ดื้อรั้นมากมายอะไร ข่าวลือเช่นนี้เจ้าจะฟังไปทำไม หนิงหนิงเป็นคนเช่นไร ในใจข้ารู้ดีที่สุด เจ้าไม่สนใจก็ได้ แต่สหายเจียง คุณหนูรองตระกูลเจียง จะอย่างไรนางก็เป็นสตรี เจ้าพานางทำตัวเหลวไหลเช่นนี้ทั้งวัน [เกรงว่าจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของนางนะ] ข้าทะนุถนอมออกมา

    ข้าก็ต้องแต่งงานกับนางอยู่แล้ว อีกสองเดือนก็จะถึงพิธีสวมหมวกของข้า เวลานั้น ข้าจะสู่ขอกับตระกูลเจียงอย่างเป็นทางการ [หนิงเอ้อร์] น้องรองอยู่ข้างในหรือไม่ ข้าเอายามาให้นาง วันนี้ท่านแม่ลงมือหนัก เดี๋ยวจะเป็นแผลเป็น ขอบคุณคุณหนูใหญ่ [เหมยเอ๋อร์ บ่าวของเมิ่งเสวี่ยฮุ่ย] บังเอิญจังเลย ของในห้องคุณหนูใหญ่ มีแต่ของดีทั้งนั้น ยานี่บ่าวจะเก็บเอาไว้ก่อน ยายแก่นี่ ต่อหน้าคุณหนูใหญ่จะไร้กฎเกณฑ์เกินไปแล้วนะ ยานี่ไม่ได้ให้เจ้านะ ตอนนั้น บ่าวเป็นคนรับคุณหนูรองกลับเมืองหลวงมาเอง คุณหนูรองเชื่อถือข้า ในห้องของนาง ข้ามีสิทธิ์ตัดสินใจ เจ้า… ก็เหมือนกันนั่นแหละ ข้ากลับไม่รู้ว่า ป้าหวังมีสิทธิ์ตัดสินใจ ในเรือนของข้าตั้งแต่เมื่อไรกัน คุณหนูเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ร่างกายของคุณหนูล้ำค่า บ่าวก็เลย อยากจะทดลองยาแทนท่านก่อนอย่างไรเล่า ไม่ใช่ของทุกอย่าง จะใช้กับท่านได้นะเจ้าคะ ท่านว่าใช่หรือไม่ ป้าหวังเป็นห่วงข้ายิ่งนัก ในอดีตถ้าคุณหนูรองไม่พอใจสักหน่อย ก็จะต้องโวยวายแน่นอน เหตุใดวันนี้ถึงปล่อยไปง่ายดายเช่นนี้ [ในห้องนี้นอกจากเหลียนเอ๋อร์ ถังเอ๋อร์] [สาวใช้สองคนที่จงรักภักดี] [ที่เหลือก็ล้วนเห็นข้าเป็นคนโง่] [เมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจ] [กลับปล่อยให้พวกเขา กำเริบเสิบสานอยู่ลับหลังเช่นนี้] ใช้ได้นี่ กล้าขโมยจนเหลืออยู่แค่นี้แล้ว มานี่ คุณหนู ยืนใกล้ ๆ หน่อย กลัวข้าขนาดนี้ทำไม

    ข้าจะกินพวกเจ้าหรือ คุณหนู บ่าวไม่ได้ขโมยเจ้าค่ะ บ่าวเจียมเนื้อเจียมตัวตลอด ไม่มีใจเป็นอื่นแน่เจ้าค่ะ ท่านอย่าเรียกท่านยาย มาเอาบ่าวไปขายเลยนะเจ้าคะ [ในอดีตข้ากำเริบเสิบสาน] [กับบ่าวไพร่ก็ด่าทอทุบตี] [ข้าต้องเสแสร้งหน่อย] [อย่าให้คนอื่นจับไต๋] คุณหนูยกโทษให้บ่าวเถอะเจ้าค่ะ – บ่าวไม่กล้า… – หุบปาก ถ้าเจ้ายังพูดอีก ข้าจะทำโทษไม่ให้เจ้ากินข้าวสามวัน แล้วก็ให้ซักผ้า ทั้งหมดในเรือนคนเดียว แล้วข้าค่อยขายพวกเจ้าไปใช้แรงงาน ใช่แล้ว ๆ กลับมาเป็นแบบเก่าแล้ว ที่แท้เจ้าก็ชอบ คุณหนูที่ไม่มีเหตุผลสินะ บ่าวเกรงว่าคุณหนูจะไม่สบายเจ้าค่ะ เอาเถอะ ไม่เล่นแล้ว วันนี้พวกเจ้าก็เห็นแล้ว ป้าหวังนั่นกล้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา แม้แต่บ่าวไพร่คนอื่นก็ขโมยของของข้า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดว่า ข้าไม่ได้นับของของตัวเอง ปกติก็ขโมยไปไม่น้อย ถ้าไม่สั่งสอนคงไม่ได้แล้ว แต่คุณหนู ในมือพวกเราก็ไม่มีหลักฐานอะไร คนพวกนี้ ท่านจะจับออกมาได้อย่างไร วันนี้ข้าอ่านตำราหมากรุก มีหลายที่ที่ไม่เข้าใจ อยู่ ๆ ก็นึกถึงตอนที่เพิ่งมาเมืองหลวงว่า เคยได้รับการชี้แนะจากใต้เท้าเจียงอยู่บ้าง ดังนั้นวันนี้ก็เลยมาขอคำชี้แนะ ที่จวนโดยมิได้รับเชิญ มิทราบว่ารบกวนหรือไม่ เซี่ยเส้าซือพูดผิดแล้ว ท่านเป็นอาจารย์ของโอรสสวรรค์ ข้าจะกล้าชี้แนะได้อย่างไร [เจียงป๋อโหยว รองเจ้ากรมคลัง] ระหว่างพวกเราสองคนอย่างมาก

    ก็เป็นการศึกษาพิจารณาให้แน่ชัด จะรบกวนอะไรกัน ในเมื่อใต้เท้าไม่เห็นเป็นอื่นไกล เรียกข้าว่าจวีอันก็ได้ขอรับ ได้หรือ เกิดอะไรขึ้นกัน คุณหนูรองคิดจะทำอะไร นั่นสิ คุณหนูรอง นี่… เรื่องในจวนมากมาย ท่านก็รู้ มีเรื่องมากมาย รอให้ทุกคนไปทำอยู่ อยู่ ๆ ท่านเรียกทุกคนมา มีเรื่องอะไรจะสั่งหรือเจ้าคะ ก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไร แค่เห็นว่าในหีบของข้ามันว่างเปล่าไปนิด ปกติพวกเจ้าเอาไปเท่าไร ก็เอามาคืนให้หมดซะ ทุกคนไม่ได้เอาไปใช่หรือไม่ คุณหนูรอง นี่ท่านปรักปรำ พวกบ่าวจริง ๆ แล้ว ทุกคนล้วนคอย ปรนนิบัติท่านที่เรือนนี้ ทุกเรื่องเล็กใหญ่ ก็เห็นท่านสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ท่านเป็นเจ้านาย ใครจะกล้าขโมยของของท่านล่ะ ไม่เป็นไร ข้าคิดไว้ตั้งนานแล้ว ทุกคนรอก่อน ข้าจัดการทุกคนไม่ได้ ก็ต้องมีคนที่จัดการได้ นายท่าน ๆ นายท่านเจ้าคะ ทำไมหรือ คุณหนูรองเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ยัยหนูหนิงเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ คุณหนูรองบอกว่า จะจัดการบ่าวไพร่ที่ขโมยของเจ้าค่ะ นางพูดเช่นนี้จริง ๆ หรือ เด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงฉลาดขึ้นได้นะ คงไม่ได้บุ่มบ่ามเพราะโมโหหรอกนะ

    ไป พาข้าไปดูสิ ใต้เท้า นี่… จวีอัน เกรงว่าจะต้องละเลยท่านแล้ว ท่านดูในจวนข้ามีเรื่องสกปรกเช่นนี้ ข้าต้องไปจัดการสักหน่อย ท่าน… ไม่เป็นไรขอรับ ใต้เท้าเจียงเชิญตามสบาย ดี ดี ๆ ๆ มา พวกเราไปกัน คุณหนูรอง นี่ก็วุ่นวายมาตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว เสียเวลาทำงาน ถ้าฮูหยินตำหนิลงมา พวกเราทุกคนก็จะลำบากนะเจ้าคะ นั่นสิ ความกล้าของป้าหวัง เหลือน้อยเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด เจ้าดูสิ คนก็มาแล้วนี่ไง ทำไมหรือยัยหนูหนิง คารวะท่านพ่อ ลูกไร้ความสามารถ จัดการคนในเรือนไม่ได้ จึงต้องรบกวนท่านพ่อแล้ว นี่พูดอะไรกัน มีพ่อคอยจัดการให้เจ้าอยู่ที่นี่ ทุกเรื่องก็ล้วนแก้ไขได้ เช่นนั้นก็ดี เชิญท่านพ่อนั่งเจ้าค่ะ ได้ เมื่อครู่ข้าพูดไปแล้วนะ คนที่เอาของข้าไป ทางที่ดีไปหาแล้วเอากลับมาวางซะ ข้าจะไม่ติดใจเอาความ ทำไม พวกเจ้าแต่ละคน กลายเป็นใบ้กันหมดแล้วหรือ ถ้ามีใครกล้าโกหกต่อหน้าข้า จะตีให้มือเท้าจนหักให้หมด แล้วขายออกไปซะ นายท่านไว้ชีวิตด้วย นายท่าน ไว้ชีวิตด้วย นายท่าน คุณหนู ถ้าท่านเอาบัญชีออกมา แล้วมาเทียบกับพวกบ่าวไพร่

    บางทีพวกบ่าวไพร่อาจจะยอมโดยไร้ข้อกังขา แต่คุณหนูไม่รู้จักของของตัวเองด้วยซ้ำ วันนี้บอกว่าของในหีบ มันหายไปก็คือหายไป มากขึ้นก็คือมากขึ้น อาศัยแค่คุณหนูพูดเพียงฝ่ายเดียวหรือ นั่นสิ เช่นนั้นเจ้าหมายความว่า ข้ากำลังรีดไถพวกเจ้าสินะ คำพูดนี้บ่าวไม่กล้าพูดเจ้าค่ะ เพียงแต่บ่าวไพร่แต่ละคนมีชาติกำเนิดต่ำต้อย ไม่มีเงินจะไปเติมให้ท่านจริง ๆ เจ้าค่ะ นั่นสิ ขอให้นายท่านจัดการด้วยเจ้าค่ะ ขอให้นายท่านจัดการให้พวกเราด้วยเจ้าค่ะ พวกเราถูกปรักปรำเจ้าค่ะ นายท่านจัดการด้วยเจ้าค่ะ นายท่าน ยัยหนูหนิง ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ท่านพ่อ พวกนางมั่นใจแล้วว่า ข้าเอาหลักฐานออกมาไม่ได้ ถึงได้กล้ากลับผิดเป็นถูกเช่นนี้ พวกเจ้าคิดจริง ๆ ว่า ตัวข้าเองไม่มั่นใจใช่หรือไม่ ถังเอ๋อร์ เอาบัญชีมา มีบัญชีจริง ๆ หรือ จากชั้นหนังสือของข้านับจากชั้นบนลงมา ชั้นที่สามนับจากซ้ายมาเล่มที่หก ไปสิ บัญชีอะไรกัน ไม่รู้สิ เจ้ารู้หรือไม่ บัญชีอะไร ไม่รู้สิ เจ้าค่ะ [กลอนเล่มที่ห้า] มีบัญชีจริง ๆ ด้วย ข้าดูสิ วันเกิดข้าตอนอายุสิบแปด ท่านพ่อให้ป้ายห้อยหยกแดงมาหนึ่งอัน ปิ่นปักผมเตี่ยนชุ่ยหนึ่งคู่ ท่านพ่อท่านดูสิเจ้าคะ ข้าจดไว้ผิดหรือไม่ ข้าดูสิ

    ไม่ผิด ยังมีอีกนะ เยียนซื่อจื่อให้แจกันเครื่องเคลือบมาหนึ่งคู่ ไข่มุกราตรีที่มาจากแคว้นต้าสืออีกหนึ่งเม็ด แล้วก็ยังมีหยกขาวหยางจืออีกหนึ่งชิ้น ที่แกะสลักเป็นห่วงเก้าห่วง ของนี่เป็นของทางการเชียวนะ ถ้ามีคนตาเซ่อคนไหน เอาไปจำนำ เกรงว่าคงต้องส่งทางการแล้ว ป้าหวัง เจ้าว่าใช่หรือไม่ เอาสิ ตอนนี้มีหลักฐานชัดเจน ถ้าตอนนี้พวกเจ้ายังไม่ยอมรับ ตามคนมา นายท่าน ไปค้นหาแต่ละห้องซะ เมื่อถึงเวลาถ้าค้นออกมาได้ ข้าจะลงโทษให้หนักเลย ขอรับ นายท่านไว้ชีวิตด้วยเจ้าค่ะ นี่จะทำยังไงดี นายท่านไว้ชีวิตด้วย นายท่าน – นายท่านอภัยด้วย – นายท่านอภัยด้วย ข้าบอก ข้าจะบอกทั้งหมดเจ้าค่ะ เป็นเพราะบ่าว เลอะเลือนเองเจ้าค่ะ นายท่าน ข้าก็สารภาพเจ้าค่ะ คุณหนู ปราณีด้วยเจ้าค่ะ นายท่าน ข้าก็สารภาพเจ้าค่ะ ๆ ข้าผิดไปแล้ว ในที่สุดก็ยอมเปิดปากแล้วนะ ไม่ต้องร้อนใจ วันนี้ถือโอกาสที่ท่านพ่ออยู่ที่นี่ พวกเจ้าแต่ละคนค่อย ๆ บอกมา ทีละเรื่อง พวกเราสารภาพเจ้าค่ะ ๆ พวกเราจะสารภาพทั้งหมดเจ้าค่ะ ยัยหนูหนิงของข้าโตขึ้นแล้วจริง ๆ นะ คราวนี้พ่อวางใจได้แล้ว

    เพียงแต่เรื่องบัญชีในวันนี้ เจ้าคิดอุบายนี่ ออกมาได้อย่างไร แล้วยังจำได้ชัดเจนขนาดนั้นด้วย ท่านพ่อล้อเล่นแล้ว ลูกจะมีความสามารถนั้นได้อย่างไร ทั้งหมดเยียนหลินเป็นผู้สอนเจ้าค่ะ เจ้าเด็กบ้านั่นอีกแล้วหรือ ต่อให้เล่นกันถูกคอ จะอย่างไรพวกเจ้าก็โตกันหมดแล้ว จะอยู่ด้วยกันตลอดไม่ได้นะ ใช่แล้วท่านพ่อ บ่าวไพร่พวกนั้น ท่านคิดจะลงโทษอย่างไรหรือ แล้วเจ้าว่า ควรจะลงโทษอย่างไรดี โบราณว่าไว้ คนมิใช่นักบุญ ใครบ้างไม่เคยทำผิด พวกนางเดิมทีเป็นบ่าวไพร่ในจวน ที่วันนี้เป็นเช่นนี้ สืบสาวราวเรื่องแล้ว ก็เป็นเพราะลูกละเลยมากเกินไป ในเมื่อทั้งสองฝ่ายล้วนทำผิด ลูกก็ไม่อยากบีบคั้นคนอื่นให้มากเกินไป กำจัดพวกที่เถียงสองสามคนนั่นไป คนที่เหลือก็โบยคนละห้าครั้ง ปรับเงินเดือนสองเดือน ต่อไปถ้าตั้งใจปรนนิบัติ ไม่ทำผิดอีกก็ช่างเถอะ ถ้าทำผิดอีก ก็จับออกมา คิดทั้งบัญชีเก่าบัญชีใหม่ แล้วขายออกไปซะ ท่านพ่อคิดว่าอย่างไร เหตุใดท่านพ่อมองข้าแบบนี้ล่ะ เดิมทีข้าคิดว่า จากนิสัยของเด็กอย่างเจ้า จะต้องวุ่นวายใหญ่โตแน่ ใช่แล้ว คำพูดพวกนี้ เยียนซื่อจื่อนั่นก็เป็นคนสอนเจ้าหรือ ดูเหมือนว่าจวนหย่งอี้โหวนี่ จะมีผู้สืบทอดแล้วนะ ในเมื่อท่านพ่อพูดเช่นนี้แล้ว เช่นนั้นเรื่องที่ท่านแม่กักบริเวณข้า – เรื่องนี้น่ะ – ใต้เท้าเจียง จวีอัน ท่านดูข้าสิ เดิมทีนั่งจนเบื่อแล้ว เลยออกมาชมวิว คิดไม่ถึงว่าคุณหนูรองหนิงก็อยู่ที่นี่ด้วย

    ล่วงเกินแล้ว ข้าไม่ดีเองจวีอัน ให้ท่านรอนานแล้ว ยัยหนูหนิง เจ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถอะ อย่าลืมนะ ตอนเย็นไปทักทายแม่ของเจ้าด้วย ตั้งแต่จากกันคราวที่แล้ว ก็หลายปีแล้วนะ ความทรงจำที่ข้ามีต่อคุณหนูรอง ยังหยุดอยู่ที่ตอนนั้นอยู่เลย วันนี้ได้เจอกัน ก็หนักแน่นสุขุมขึ้นแล้ว ใช่แล้ว ยัยหนูหนิง ตอนนั้นเจ้าเข้าเมืองหลวงมาผู้เดียว ข้าได้ยินว่าเป็นทางเดียวกับจวีอันพอดี ก็เลยฝากฝังให้เขาเดินทางมาพร้อมกับเจ้า จะได้คอยดูแลกัน เจ้ายังจำได้หรือไม่ ข้าน้อยเซี่ยเวย [สี่ปีก่อน] ได้รับน้ำใจจากใต้เท้าเจียง รบกวนแล้ว ยัยหนูหนิง เด็กคนนี้ทำไมมัวเหม่ออยู่ล่ะ ต่อหน้าแขก จะเสียมารยาทไม่ได้นะ ไม่เป็นไรขอรับ เมื่อครู่เห็นคุณหนูรองหนิงกำลังวางแผนอยู่ คิดว่าคงเหนื่อยแล้ว รีบกลับห้องพักผ่อนซะ ก็ดีเหมือนกัน ใช่แล้ว ๆ มา พยุงคุณหนูกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน – เจ้าค่ะ – มา ๆ ๆ จวีอัน พวกเรามาทางนี้ เชิญที่ห้องหนังสือนะ มา ๆ ๆ