เล่ห์รักวังคุนหนิง( Story of Kunning Palace) | EP.2 (FULL EP) | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [ขอแค่ให้ได้เข้าไปอยู่ในตำหนักหนิงอัน] [ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกสิ่งข้าก็ยอม] [ตำหนักหนิงอัน] [กำจัดคนชั่ว ลงโทษคนทรยศ] [พู่กันชาดแดงของฮ่องเต้ กำหนดความเป็นความตาย] [ทุกอย่าง] [คล้ายดั่งความฝัน] [ข้าเคยติดค้างผู้คนมากมาย] [จางเจอ เจ้าช่วยข้าด้วย] [ต่อจากนี้ไปข้าจะเป็นคนดี] [คนที่ข้าทะนุถนอมออกมา ข้าก็ต้องแต่งงานกับนางอยู่แล้ว] [มีบางอย่าง] [ที่เจ้าให้ข้าไม่ได้] [แต่เขาให้ได้] [เสวี่ยหนิงอยากมีชีวิตรอด] [มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่สามารถช่วยข้าได้] [ใต้หล้านี้ใครก็ล้วนวิ่งหนีได้] [มีเพียงข้าเท่านั้นที่ทำไม่ได้] [ข้าอยากกอบกู้อดีตที่เคยเสียดาย] [ที่เคยผิดพลาดไปอย่างสุดกำลัง] [ใต้เท้าจางเชื่อเรื่องชะตา ที่ถูกลิขิตไว้เมื่อชาติก่อนหรือไม่] [ข้าน้อยเชื่อในสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า] ถวายบังคมองค์หญิง ถวายบังคมองค์หญิง กลับสู่มาตุภูมิ กลับสู่เมืองหลวงเก่า คุณหนูรองหนิงเจ้ากลัวอะไรอยู่กันแน่ [แต่ในความมืดมิด] [มักจะมีมือที่มองไม่เห็นคู่หนึ่ง] [จัดทุกอย่างให้กลับเข้าที่เดิม] [มีแค้นต้องชำระ มีหนี้ต้องสะสาง] [สุดท้ายแล้ว เจ้าเป็นใครกันแน่] [โลกที่รุ่งโรจน์ สนามรบ] [ทั้งชีวิตที่ไร้แก่นสาร เต็มเปี่ยมไปด้วยความผิดพลาด] [เล่ห์รักวังคุนหนิง] [ตอนที่ 2] เซี่ยเวย เหตุใดท่านถึงทำผิดต่อสวรรค์และคุณธรรม เห็นชีวิตคนเป็นผักปลาได้เช่นนี้ ฮองเฮาไม่ใช่สวรรค์สักหน่อย จะรู้ได้อย่างไรว่าข้า ทำผิดต่อสวรรค์และคุณธรรม แต่ไม่ได้ผดุงธรรมแทนสวรรค์ ส่วนฮองเฮา
มีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ ก็เป็นความปรานีอย่างที่สุด ของข้าแล้ว ตอนนั้นข้าป่วยหนักเลอะเลือน เคยพูดคำพูด เนรคุณอย่างใหญ่หลวงกับฮองเฮา โชคดีที่ฮองเฮาความจำไม่ดี ในใจก็ไม่มีแผนที่ชัดเจน กลับเมืองหลวงมาก็ลองเชิงอยู่หลายครั้ง แต่ฮองเฮากลับจำไม่ได้เลย นี่ถึงได้ยอมให้ฮองเฮามีชีวิตเพิ่มขึ้นหลายปี มิเช่นนั้น วันนั้นที่ข้าได้ตำแหน่งเส้าซือ ฮองเฮา ก็คงหัวหลุดจากบ่าไปแล้ว [เซี่ยเวยเข้าเมืองหลวงมาแล้วไม่ได้ฆ่าข้า] [เป็นเพราะข้าจำไม่ได้แล้วยังโง่เง่า] [แต่การกระทำวันนี้ถูกเขาเห็นเข้า] [ถ้าเขารู้สึกถึงความผิดปกติ] [จะกำจัดข้าโดยทันทีหรือไม่] คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือ ข้าถามพวกเจ้านะ ใต้เท้าเซี่ยในวันนี้ มาที่บ้านบ่อย ๆ หรือ เหตุใดข้าจำไม่ได้เลย ใต้เท้าเซี่ยกับนายท่าน ล้วนเป็นขุนนางในราชสำนัก คบหากันเป็นปกติ แล้วยังเป็นเพราะ ตอนนั้นที่ร่วมเดินทางกับคุณหนู ก็เลยสนิทสนมกันมาก แต่ว่า ก็ไม่ได้มาเที่ยวเล่น ที่จวนหลายปีแล้วจริง ๆ ใต้เท้าเซี่ยเป็นคนตระกูลเซี่ยแห่งจินหลิง ในเมืองหลวงมีชื่อเสียงด้านความอ่อนโยน ต่อให้คุณหนูล่วงเกินไปบ้าง ก็ไม่ต้องกังวลใจเกินไปนัก อ่อนโยนหรือ [จวนตระกูลเซี่ย] [ร้านฉีฉิน] เรื่องในวันนี้ ในความเห็นของเจ้า นิสัยของคุณหนูรองหนิงเป็นอย่างไรบ้าง คุณหนูรองเจียงฉลาดหลักแหลมนัก ถึงกับใช้หนังสือกลอนหลอกผู้คน พูดสองสามคำก็จัดการบ่าวเลวทรามได้ ไม่ค่อยเหมือนกับคำร่ำลือ ที่ว่าใช้อำนาจบาตรใหญ่เลย แม้แต่เจ้าก็รู้สึกได้ แต่เยียนหลินกลับไม่รู้สึกสักนิด
ไม่รู้สึกประหลาดหรือ วันนี้ท่านไปจวนตระกูลเจียง เพื่อเจียงซื่อจื่อหรือ เยียนหลินมีน้ำใจไมตรี คนที่ทำร้ายเขา จะต้องเป็นคนที่เขาให้ความสำคัญแน่ คุณหนูรองหนิงนี่มีความคิดลึกซึ้ง แล้วยังปิดบังเก่ง ต้องป้องกันเอาไว้ ความคิดลึกซึ้งหรือ ข้ายังแทบจะมองไม่เห็น ก็เป็นแค่สตรีในเรือนมิใช่หรือ คุณชาย นี่ท่านไม่เกินไปหน่อยหรือ สี่ปีก่อน นางกลับมาเมืองหลวงกับข้า [สี่ปีก่อน] [ข้าไม่เคยสังเกตเลยว่า] [นางยังมีด้านเช่นนี้อยู่ด้วย] [แม้แต่ข้ายังปิดบังเอาไว้ได้] ดูเหมือนว่าคนคนนี้ จะไม่ใช่คนธรรมดานะ อีกทั้ง ตอนนั้นที่เดินทางมาเมืองหลวงมีหิมะตกหนัก เกรงว่านางจะรู้เรื่องที่ ข้าเป็นโรคประสาทหลอนแล้ว อีกทั้งคำพูดเพ้อพกตอนอาการกำเริบ นางก็อาจจะสังเกตเห็นแล้ว มีเรื่องนี้จริงหรือ เช่นนั้นถ้าถูกคนมีจิตมุ่งร้ายรู้เข้า จะต้องพยายามสืบค้นตัวตนที่แท้จริงของท่านแน่ เดิมทีคิดว่า นางเป็นแค่เด็กน้อยที่หยาบคาบและโง่เขลา ตอนนี้ดูไปแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าแกล้งโง่แกล้งบ้าหรือไม่ ส่งคนจับตาดูจวนตระกูลเจียงเอาไว้ ถ้าคุณหนูรองหนิงมีอะไรผิดปกติ ให้รายงานทันที ขอรับ คุณชาย เช่นนั้น ต้องเตือนทางด้านเยียนซื่อจื่อด้วยหรือไม่ ความสัมพันธ์ของข้ากับตระกูลเยียน ยังเปิดเผยต่อภายนอกไม่ได้ ส่วนเรื่องคุณหนูรองหนิง ไม่ต้องบอกเยียนหลิน ขอรับ [เซี่ยเวย] [คราวที่แล้วคิดแต่จะขึ้นครองตำแหน่งฮองเฮา] [ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเท่าไรนัก] [มองข้ามรายละเอียดอื่น ๆ มากเกินไปจริง ๆ] [จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้เบื้องหลังของเซี่ยเวย]
[แล้วก็ไม่รู้ว่าเขากับเยียนหลิน] [มีความสัมพันธ์เช่นไรกันแน่] [สถานการณ์ตอนนี้ควรจะทำอย่างไรดี] [ฝืนทำเป็นแกล้งโง่ต่อไปหรือ] [ปัญหาก็คือ] [เซี่ยเวยจะเชื่อหรือไม่] [มิเช่นนั้น] [สวามิภักดิ์กับเซี่ยเวย] [แต่ข้ามีความสามารถกับเงื่อนไขอะไร] [ที่จะทำให้เขามองเห็นได้ล่ะ] [หรือว่า] [จะทำให้ถึงที่สุด] [เป็นศัตรูกับเซี่ยเวยไปซะเลย] ฮองเฮามีอะไรจะพูด พวกท่านคิดจะขังข้าไปจนถึงเมื่อใด ตำหนักหนิงอันนี่เดิมทีก็เป็นตำหนักของฮองเฮา ฮองเฮาลำบากดูแลมาหลายปี แก่งแย่งกันไปมา แม้ความจริงใจก็ยังหลอกใช้และทอดทิ้งได้ ก็เพื่อครองตำแหน่งฮองเฮาอย่างมั่นคง ได้ชีวิตอยู่ที่นี่มิใช่หรือ บัดนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าต้องการ ยังมีอะไรไม่พอใจอีก กักบริเวณฮองเฮาเป็นโทษหนัก ฝ่าบาทประชวรสั่งให้ข้าดูแลบ้านเมือง พวกท่านกล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร ดูแลบ้านเมืองหรือ ฮองเฮาคิดว่า ใช้แค่ตราลัญจกรหยกอย่างเดียว ราชโองการฉบับเดียว ก็จะทำให้ทั้งแผ่นดินภักดีหรือ ตอนนั้นฮองเฮาเพิ่งเข้าวัง ก็เคยเป็นสหายร่วมเรียนกับองค์หญิง ข้าก็เคยเป็นอาจารย์สั่งสอนท่าน ดูเหมือนวิชาการเมืองในตอนนั้น จะสอนเสียเปล่าซะแล้ว ท่านกับเยียนหลิน มีความสัมพันธ์เช่นไรกันแน่ ถึงได้ยกทัพเป็นกบฏร่วมกัน ระหว่างพวกท่าน ต้องไม่ธรรมดาแน่ ฮองเฮารู้เพียงแค่ว่า ทำสิ่งใด ก็ต้องได้รับสิ่งนั้น ทั้งตระกูลเซวียไม่ใช่ผู้ไร้ความผิด ส่วนเจ้า ก็ไม่ได้ไร้ความผิดเช่นกัน [ช่างดีกว่า] [แต่ว่าจริง ๆ แล้ว] [ถ้าเขามาเป็นขุนนางภายใต้อำนาจของข้าได้] [ไม่] [จะมีความคิดที่น่ากลัวเช่นนี้ไม่ได้] [ไม่ว่าอย่างไร]
[ครั้งนี้] [ข้าจะต้องคว้าโอกาสให้ได้ก่อน] [เปลี่ยนร้ายให้เป็นดี] ซื่อจื่อ เจ้าออกไปก่อนเถอะ ท่านพ่อ เจ้ากลับมาพอดีเลย [เยียนมู่ หย่งอี้โหว] นี่เป็นขั้นตอนพิธีสวมหมวกของเจ้า ดูหน่อยสิ เรื่องนี้ไม่รีบร้อน ยังเหลือเวลาตั้งสองเดือนกว่า [ขั้นตอนพิธีสวมหมวก] ข้ามีเรื่องอื่นอยากจะบอกกับท่านพ่อ เพื่อนังหนูตระกูลเจียงนั่นใช่หรือไม่ ท่านรู้หมดแล้วหรือ จิตใจของลูกชายข้าไปอยู่ที่ใด คนที่เป็นพ่อจะไม่รู้หรือ เจ้าวางใจเถอะ พอจบพิธีสวมหมวกแล้ว ข้าก็จะไปสู่ขอกับตระกูลเจียงให้เจ้า ท่านพูดจริงหรือ ท่านพ่อท่านจะกลับคำไม่ได้นะ ในใจลูกมีเพียงหนิงหนิงคนเดียว ต้องแต่งกับนางเท่านั้น จะไม่เปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต ดี ซื่อตรงต่อความรู้สึก ถึงจะเป็นลูกชายแห่งตระกูลเยียนของข้า เพียงแต่ว่า เจ้าเคยถาม ความเห็นของคุณหนูรองตระกูลเจียงหรือไม่ เจ้าอย่าคิดเองเออเองเด็ดขาด เดี๋ยวถึงเวลาจะดีใจเปล่านะ ข้าคิดเอาไว้ตั้งนานแล้ว รอให้ถึงเวลา ข้าก็สารภาพความในใจกับนาง ท่านพ่อเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่เอาไว้เถอะ จะให้หนิงหนิงเสียเปรียบไม่ได้นะ การตรวจสอบวันนี้ของคุณหนูรอง จับขโมยได้ไม่น้อยเลย ในเรือนของนาง ควรจะจัดการตั้งนานแล้ว สกปรกโสมม ยุ่งเหยิงรุงรัง เจ้านายไม่เหมือนเจ้านาย บ่าวไม่เหมือนบ่าว จริง ๆ เลย แต่นางก็มีสมองอยู่บ้างนะ นางไม่ได้คะยั้นคะยอนายท่าน บอกว่าข้า
ดูแลไม่เข้มงวด ควบคุมไม่ดีใช่หรือไม่ ไม่ได้ยินนะเจ้าคะ ที่จริงอย่างไรคุณหนูรองก็ต้องโตขึ้น ท่านก็ลองคุยกับนาง อย่างใจเย็นดูนะเจ้าคะ บางทีอาจจะแก้ปมในใจได้ก็ได้ หลายปีนี้คำที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว ก็ยังต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่มิใช่หรือ ยังจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไม ขอแค่ข้าเห็นนาง ไม่ว่าจะเป็นคำที่นางพูด หรือว่าสายตา น้ำเสียง ท่าทาง ก็ทำให้ข้าอดไม่ได้ ที่จะคิดถึงนังคนต่ำช้าหว่านเหนียงนั่น ในใจข้าอึดอัดยิ่งนัก [ยาทาแผลเป็น] เจ้าว่ายาทาแผลเป็นนี่ จะมีประโยชน์อะไร ทามาสี่ปีแล้ว ทำไมไม่ได้ผลเลยสักนิด ฮูหยิน ท่านหมอบอกแล้ว ยังต้องทายาอยู่ จะรีบร้อนไม่ได้ ฮูหยิน – นายท่าน – นายท่านมาแล้วหรือ เจ้าออกไปเถอะ ฮูหยิน วันนี้ข้าดีใจมากเลย เรื่องอะไรทำให้นายท่านดีใจเช่นนี้ จวีอันน่ะ ถึงแม้จะ อายุน้อยมีความสามารถ แต่ฝีมือเดินหมากก็ยังไม่เด็ดขาดมากพอ ทำให้ข้าหาจุดอ่อนเจอ เลยชนะเขาไปครึ่งตัวหมาก ดูท่านดีใจสิ เซี่ยเวยคนนี้ ก็เป็นแค่เส้าซือขององค์รัชทายาทเท่านั้น เหตุใดนายท่านถึงให้ความสำคัญกับเขา สนิทสนมกับเขาเช่นนี้ล่ะ นี่เจ้าคิดอย่างสตรีจริง ๆ เลย ฝ่าบาทในตอนนี้ไร้รัชทายาท [ตำแหน่งเส้าซือขององค์รัชทายาท] [ก็จะเป็นผู้วางกลยุทธ์ของฝ่าบาท] [คอยวางแผนให้ฝ่าบาทมากกว่า]
ตอนนี้จวีอันอายุยังน้อย ก็ได้รับความเชื่อใจจากฝ่าบาทแล้ว ยังต้องห่วงเรื่องอนาคตอีกหรือ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง นายท่านฉลาดนัก ใช่แล้ว จวีอันยังบอกข้าอีกว่า ไทเฮาจะเลือกสหายร่วมเรียนให้องค์หญิงใหญ่ ขุนนางในเมืองหลวงที่มีลูกสาวในวัยเหมาะสม ก็ให้เลือกคนที่มีนิสัยดีแล้วรายงานขึ้นไป ให้ในวังเป็นผู้คัดเลือก องค์หญิงใหญ่เล่อหยาง เป็นคนที่ฝ่าบาทกับไทเฮาทรงโปรดปรานมากที่สุด ถ้าได้เป็นสหายร่วมเรียนของนาง เช่นนั้นแต่ละตระกูลก็จะได้หน้าไม่น้อยเลยนะ ถ้าหากลูกฮุ่ยของพวกเราได้รับเลือกในครั้งนี้ งั้นก็จะมีประโยชน์กับเรื่องแต่งงาน ในอนาคตของนาง ขึ้นมากจริง ๆ นะ คิดว่าในอนาคตถ้าแต่งงาน ก็จะต้องใหญ่โตโอ่อ่ามากแน่ มิน่ายัยหนูหนิงถึงบอกว่า เจ้าลำเอียง นิสัยอย่างนางท่านยังกล้าส่งนางเข้าวังหรือ ยัยหนูหนิงนี่ นางดื้อรั้นไม่เชื่อฟังเช่นนี้ ถ้าหากไปก่อเรื่องอะไรในวังเข้า ตระกูลเจียงของพวกเราก็จะติดร่างแหไปด้วยนะ ฮูหยินก็พูดถูก ที่จริงถ้าจะพูดถึงมารยาท ความรู้ การจัดการเรื่องต่าง ๆ แล้ว แน่นอน ยัยหนูฮุ่ยจะเหมาะสมกว่า ก็แน่นอนอยู่แล้ว แต่ว่า นิสัยของยัยหนูหนิง เจ้าก็รู้ดี ถ้านางรู้ว่าพวกเราสองคน แอบตัดสินลับหลังนางเช่นนี้ นางโวยวายขึ้นมา ก็จะไม่หยุดหย่อนนะ จะทำตามใจนางได้อย่างไร พ่อแม่เป็นผู้ตัดสินใจ จะให้สมใจนางทุกครั้งได้อย่างไร ได้ ๆ ๆ ฮูหยิน เจ้าให้เวลาข้าสักหน่อย ให้ข้าคิดดูอีกนิด
หาโอกาสดี ๆ หาเหตุผลที่ดี ๆ แล้วค่อย ๆ บอกนาง เจียงเสวี่ยหนิง เจ้ามันเป็นคนโกหกจริง ๆ [คนตาบอดคนไหนกัน] [เยียนซื่อจื่อ] [เหตุใดถึงขึ้นไปตรงนั้นอีกแล้วล่ะเจ้าคะ] [ระวังจะถูกนายท่านของข้าเห็นเข้านะเจ้าคะ] เยียนซื่อจื่อ ท่านรีบลงมาเถอะ ระวังนายท่านมาเห็นเข้านะเจ้าคะ คุณหนู หนิงหนิง ในที่สุดเจ้าก็ออกมาแล้ว คุณหนู เยียนซื่อจื่อไม่เข้าทางประตูใหญ่ก็ช่างเถอะ แล้วยังโยนหินใส่บ่าวอีก ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับบ่าวด้วยนะเจ้าคะ ยัยเด็กโง่ คุณหนูของพวกเจ้าต้องเข้าข้างข้าอยู่แล้ว ถูกหรือไม่หนิงหนิง คิดอะไรอยู่หรือ เจ้ามาได้อย่างไร มีเรื่องจะคุยกับเจ้า อีกสองวันก็จะเป็นเทศกาลฉงหยางแล้ว ในเมืองหลวงมีงานโคมไฟ ข้าอยากพาเจ้าไปดู งานโคมไฟในวันเทศกาลฉงหยาง [เป็นครั้งแรก] [ที่ข้าได้เจอกับเสิ่นจื่ออีไม่ใช่หรือ] รีบดูสิ ไฟไหม้แล้ว เกิดอะไรขึ้น โคมไฟของนางตกพื้นไฟเลยไหม้เสื้อผ้า เกิดอะไรขึ้น ติดไฟได้อย่างไร [ตอนนั้นที่งานโคมไฟในเทศกาลฉงหยาง] [องค์หญิงใหญ่เสิ่นจื่ออีเข้าใจผิด] [เสิ่นจื่ออี องค์หญิงใหญ่ฉางเล่อ] [แอบมีไมตรีต่อข้า] [ต่อมาเมื่อเข้าไปเป็นสหายร่วมเรียนในวัง] [นางพบข้าว่าเป็นสตรีแต่งเป็นชาย] [อับอายจนโมโห] [คอยหาเรื่องข้าตลอด] [ครั้งนี้จะให้เจออีกไม่ได้] เจ้าจะไปหรือไม่ ครั้งนี้ข้าไม่ไปจะดีกว่า คราวหน้าเจ้าอยากไปงานโคมไฟอะไร
ก็มาหาข้าก็แล้วกัน ข้าค่อยไปกับเจ้า นี่เจ้าพูดประหลาดนัก ครั้งนี้กับครั้งหน้ามีอะไรต่างกัน ก็แค่โคมไฟแต่ละครั้ง ไม่เหมือนกันเท่านั้น หรือเทศกาลฉงหยางเจ้ามีนัดอย่างอื่นแล้ว เลยไปไม่ได้ หลายวันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย อยากจะพักผ่อนที่บ้านสักสองสามวัน สีหน้าเจ้าดูไปแล้วก็ไม่ดีจริง ๆ เช่นนั้นก็ได้ สองสามวันนี้ เจ้าก็พักผ่อนที่บ้านให้ดี ๆ ส่วนข้า ก็จะไปสืบข่าวงานโคมไฟครั้งหน้า ว่าจะมีขึ้นเมื่อไร ครั้งหน้าจะพาเจ้าไปนะ เจ้าเด็กบ้านี่ ปีนกำแพงเข้ามาอีกแล้วใช่หรือไม่ ถูกข้าจับได้แล้ว เจ้าไม่ต้องคำนับแล้ว เจ้าเป็นถึงซื่อจื่อแห่งจวนโหวนะ แต่ละวันเอาแต่ปีนกำแพงบ้านคนอื่น นี่เหมาะสมแล้วหรือ ใต้เท้าเจียง กำแพงนี่สร้างมาเพื่อให้คนปีนไม่ใช่หรือ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ท่านโหวน้อย จวนตระกูลเจียงของพวกเราไม่ได้มี ลูกสาวแค่หนิงเอ๋อร์คนเดียวนะ แต่ทุกครั้งที่ข้ามา ก็เห็นแค่หนิงหนิงคนเดียว เจ้า… มานี่ เจ้าเล่นลิ้นชัด ๆ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ต่อไปไม่ต้องปีนกำแพงแล้ว มันเหมาะสมที่ไหนกัน เอาละ เจ้ารีบไปได้แล้ว ท่านลุง ข้าพูดแค่สองประโยคเท่านั้น – หนิงหนิง ข้า… – พูดหรือ พูดอะไรกัน หนิงหนิง ไป เจ้าไม่ไปใช่หรือไม่
ท่านใจเย็นก่อน จะไปหรือไม่ไป ท่านอย่าลงไม้ลงมือกับข้าสิ จะไปหรือไม่ไป – ไม่ไปข้าจะตีแล้วนะ – ข้าเป็นคนที่ฝึกยุทธ์มานะ ไปเลย ท่านลุง ยังจะหลบอีก ข้า… ท่านลุง ท่านพ่อระวัง เป็นอะไรหรือไม่ วันนี้เริ่มต้นได้ไม่ดี วันหลังค่อยมาหาเจ้าใหม่นะ เจ้าเด็กบ้า ห้ามปีนกำแพงเข้ามาอีกนะ ต่อให้จะมา เจ้าก็ไปเข้าทางประตูใหญ่สิ จำไว้แล้วขอรับ เจ้าเด็กบ้า ถือว่าเจ้าวิ่งเร็ว – ลุกขึ้นเถอะ – เอวของข้า เจ้าว่า… เจ้า… เจ้านี่นะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านพ่อ ถ้าท่านยังไม่เข้าวังอีก เกรงว่าจะไปสายแล้วนะเจ้าคะ ใช่แล้ว เอาละ เจ้ารีบกลับห้องไปเถอะ [ครั้งที่แล้วเข้าวังไปเป็นสหายร่วมเรียน] [ไม่เพียงแต่ถูกพวกเสิ่นจื่ออีกลั่นแกล้ง] [ในเหล่าอาจารย์ก็ยังมีเซี่ยเวย] [ครั้งนี้] [ข้าจะเจอกับเขาอีกไม่ได้แล้ว] ในฎีการ้องเรียนนี่บอกว่า องครักษ์ซิงอู่เว่ยตามจับ เหล่ากบฏผิงหนานอ๋องทั่วเมือง โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดกฎหมาย ใช้ศาลเตี้ยตามอำเภอใจก็ยิ่งผิดต่อกฎหมาย เฉินอิ๋ง กรมอาญาของเจ้าคิดว่าข้าใช้คนไม่เหมาะสมหรือ ฝ่าบาทประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ ขุนนางเล็ก ๆ ในกรมอาญา
ถวายฎีกาโดยพลการ กระหม่อม ขัดขวางไม่ทันจริง ๆ [เฉินอิ๋ง รองเจ้ากรมอาญา] ไม่ใช่ความคิดของกระหม่อมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ เหลวไหล หรือว่าเจ้าควบคุมกรมอาญาไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตำแหน่งรองเจ้ากรมอาญา เจ้าก็ไม่ต้องเป็นแล้ว ฝ่าบาทประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ตามความเห็นของกระหม่อม กบฏผิงหนานอ๋องเป็นภัยร้ายต่อบ้านเมือง [เซวียหย่วน ติ้งกั๋วกง] ในอดีต ก็มีองครักษ์ซิงอู่เว่ยคอยตรวจสอบ อีกทั้งคดีที่องครักษ์ซิงอู่เว่ยสืบ ล้วนอันตรายยิ่งนัก ทุกเรื่องจะรอให้อนุญาตก่อน แล้วค่อยดำเนินการคงไม่ได้ คนที่รายงานครั้งนี้ก็คือ จางเจ๋อเสมียนต้อยต่ำ ถ้าไม่ลงโทษให้หนัก เช่นนั้น ทุกคนก็ล้วนล้มล้างกฎหมายเก่า ไม่เชื่อฟังคำสั่งเบื้องบนได้อย่างนั้นหรือ เยียนโหว มีอะไรจะพูดหรือ ฝ่าบาท เป็นเพราะราชสำนักเปิดกว้างมาโดยตลอด ถึงได้มีราชสำนักที่ใสสะอาด อย่างเช่นทุกวันนี้ ถ้าไล่จางเจอออกเพราะเหตุนี้ เกรงว่าจะทำให้เหล่าขุนนางผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ เซี่ยเส้าซือคิดว่า เรื่องนี้ควรจะทำอย่างไร ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่า จางเจอลบหลู่เบื้องสูง ควรจะปรับเงินถอดตำแหน่ง แต่องครักษ์ซิงอู่เว่ยสืบคดีกบฏมาหลายปี ก็ยังไม่มีผลลัพธ์อะไร อีกทั้งช่วงนี้เมืองหลวง ยังมีกบฏลักลอบเข้ามาไม่น้อย ไม่สู้มอบคดีนี้ให้กรมอาญารับผิดชอบ ถ้าหากกรมอาญาสืบคดีมีประสิทธิภาพ ค่อยให้คนคนนี้กลับมารับตำแหน่งใหม่ เช่นนี้คนทั่วไปก็วิจารณ์อะไรไม่ได้ ทั้งยังสร้างสมดุลให้กับองครักษ์ซิงอู่เว่ย ถ้าหากกรมอาญาทำงานไม่ราบรื่น พลาดโอกาสในการจับโจรกบฏขึ้นมา
เช่นนั้นจะทำอย่างไร ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริง เช่นนั้นทุกคนในราชสำนัก ก็ไม่มีใครขัดขวางองครักษ์ซิงอู่เว่ยทำคดีอีก เบื้องบนเบื้องล่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว พวกกบฏก็จะเป็นดั่งไม้ที่ไร้ราก ไม่ช้าก็เร็วต้องถูกกำจัดแน่ เมื่อนั้น ค่อยไล่จางเจอผู้นี้ออกจากเมืองหลวง แล้วไม่ให้รับราชการอีกตลอดชีวิต เซี่ยเส้าซือพูดถูกต้อง ทำตามที่เซี่ยเส้าซือบอกก็แล้วกัน เฉินอิ๋ง เจ้าฟังให้ชัดเจนนะ ถ้าเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาอีก ข้าจะจัดการเจ้าเป็นคนแรก ขอบพระทัยฝ่าบาท เบี้ยตัวนั้น ข้าชนะได้เพราะโชคดีจริง ๆ ใต้เท้าเซี่ย ใต้เท้าเจียง วันนี้ขอบคุณเซี่ยเส้าซือที่ออกหน้าช่วยเหลือ ข้าน้อยเตรียมสุราอาหารเล็กน้อย ไว้ที่หอเฉิงเซียว ใต้เท้าจะต้องไปนะขอรับ ใต้เท้าเฉินดูแลกรมอาญามาหลายปี ต่อให้ไม่มีข้า คิดว่าก็คงผ่านด่านนี้ไปได้แน่ งานเลี้ยงก็ไม่ต้องแล้ว ขอให้ใต้เท้าเฉินจับโจรกบฏได้ในเร็ววัน ทำให้เมืองหลวงสงบสุข กั๋วกง เซี่ยเวยนี่พูดนิดหน่อย ดูเหมือนจะยุติธรรม แต่กลับยึดอำนาจขององครักษ์ซิงอู่เว่ยไปได้ ท่านว่า เขาจะเป็นคนของตระกูลเยียนหรือไม่ ใช่แล้วจะอย่างไร ไม่ใช่แล้วจะอย่างไร ภายใต้พระบาทฮ่องเต้ ใครก็ก่อเรื่องอะไรขึ้นไม่ได้หรอก กั๋วกงพูดถูกแล้วขอรับ จวีอันรู้พระทัยของฝ่าบาทยิ่งนัก ทั้งไม่คบหาสมาคมกับผู้อื่น เป็นวิธีของวิญญูชนจริง ๆ ตอนนั้นผิงหนานอ๋องก่อกบฏ [ยกทัพเข้ามาในเมืองหลวง] [ฆ่าฟันผู้คนมากมาย] [ต่อให้ผ่านไปหลายปีแล้ว] [เรื่องนี้] [ก็ยังเป็นโรคร้ายในใจของฝ่าบาทอยู่] ใช่แล้ว โชคดี
ที่มีตระกูลเซวียและตระกูลเยียนร่วมมือ กันปราบกบฏ ถึงได้มีแผ่นดินที่สงบสุขอย่างในวันนี้ ใต้เท้าเจียง หลายวันก่อน องครักษ์ซิงอู่เว่ยบุกรุกเข้าไป ในจวนทหารของตระกูลเยียน บอกว่าจับกบฏได้หนึ่งคน ตอนนี้กำลังสอบปากคำอยู่ เกรงว่าในเมืองหลวง จะต้องมีเหตุนองเลือดอีกแล้ว ดูจากวันนี้แล้ว ตระกูลเยียนกับตระกูลเซวียแบ่งแยกกันชัดเจน ใต้เท้าเจียงก็ควรวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เกรงว่าเรื่องในอนาคต ใครก็ยากที่จะตัดช่องน้อยแต่พอตัวได้ จวีอันพูดเช่นนี้หมายความว่าอะไรหรือ เรื่องนี้ เดิมทีข้าไม่ควรเป็นคนพูด แต่คุณหนูรองของท่านสนิทสนมกับตระกูลเยียน ปากคนละลายทองได้ คำคนนั้นน่ากลัว ถ้าหากไม่อยากให้เกิดเรื่อง แล้วเหตุใดต้องเข้าไปร่วมวงด้วยล่ะ จวีอันพูดถูกแล้ว เชิญ ได้ยินว่าวันนี้เยียนซื่อจื่อ ปีนกำแพงมาหาเจ้าอีกแล้วหรือ กลายเป็นอย่างไรแล้ว พวกเจ้าสองพี่น้องอายุเท่าไรแล้ว จะระวังหน่อย คิดเพื่อพี่สาวเจ้าบ้างไม่ได้หรือ ได้หรือไม่ ถ้าหากท่านแม่เรียกข้ามาเพราะเรื่องนี้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าไม่อยากควบคุมเยียนหลิน แล้วก็ไม่มีคุณสมบัติไปควบคุมเขา เจ้า… ท่านแม่ไม่ต้องกังวลใจไป มีเยียนซื่อจื่ออยู่ การแต่งงานของน้องหญิงในอนาคตจะต้องเหมาะสมแน่ ไม่แน่ว่า ข้าก็อาจจะได้พึ่งใบบุญไปด้วย ข้ากลับมาแล้ว ข้าก็ว่าในจวนเงียบขนาดนี้ ที่แท้พวกเจ้ามารวมตัวกันที่นี่เอง มา ๆ ๆ นั่ง ๆ ๆ นั่งสิ นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ
ข้าไม่มีเวลาว่างเช่นนั้นหรอก ป้าหยาง วันนี้ติ้งกั๋วกงจากจวนตระกูลเซวีย กับตระกูลโหยวแห่งจวนชิงหย่วนป๋อ ส่งเทียบเชิญไปชมดอกเบญจมาศ ในเทศกาลฉงหยางมาพร้อมกันสองฉบับ ทั้งสองตระกูลจัดงานในวันเดียวกันพอดี ข้าอยากจะพายัยหนูสองคนนี้ ไปงานเลี้ยงที่จวนตระกูลเซวีย ไม่ทราบนายท่านคิดว่าอย่างไร [จวนชิงหย่วนป๋อหรือ] ฮองเฮา ท่านใส่ชุดนางกำนัลของฟางอิ๋น แล้วไปที่ประตูหัวเหมินทางตะวันตก ข้าเตรียมคนเอาไว้ จะต้องส่งพระองค์ออกจากวังได้แน่ ฟางอิ๋นจะอยู่รั้งพวกเขาที่นี่ ไม่ต้องเสียแรงเปล่าแล้ว เซี่ยเวยโหดเหี้ยมที่สุด เยียนหลินก็เกลียดข้าเข้ากระดูกดำ ครั้งนี้ข้าหนีไปได้ แล้วข้าจะหนีได้ตลอดชีวิตหรือ ถ้ามิได้ฮองเฮาช่วยพาเข้ามาในวัง [โหยวฟางอิ๋น นางกำนัลส่วนตัวของฮองเฮา] วันนี้ข้าก็ยังเป็นลูกอนุในจวนตระกูลป๋อ ที่ควบคุมชีวิตตัวเองไม่ได้ พระองค์มีบุญคุณต่อข้า ข้าจะทนเห็นพระองค์ ตายอยู่ในตำหนักหนิงอันได้อย่างไร [ใช่แล้ว] [ฟางอิ๋นเป็นลูกสาวของอนุในตระกูลโหยว] บัดนี้ตระกูลเซวียครึกครื้นยิ่งนัก ในราชสำนักก็มีหน้ามีตายิ่งนัก ข้ากำลังคิดว่า ตระกูลเจียงของเราจะต้องไปร่วมวงนี่ด้วยหรือ นายท่าน ท่านไม่รู้อะไร งานชมดอกเบญจมาศของจวนตระกูลเซวียนี่ ตลอดมา ก็เป็นที่ที่ตระกูลสูง ๆ ในเมืองหลวง ไปพบปะหาคู่กันทั้งนั้น ตอนนี้ ลูกฮุ่ยก็จะอายุสิบแปดแล้ว ถ้ายังไม่ทำอะไรอีก เกรงว่าจะช้าไปแล้ว ช่างเถอะ ตระกูลเจียงของพวกเรา ไม่คบค้าสมาคมหาพวกมาตลอด เพียงแต่หลายปีมานี้ ก็สนิทสนมกับตระกูลเยียนไปหน่อย ยากที่จะไม่เป็นที่ครหา ในเมื่อเป็นเช่นนี้
เช่นนั้นยัยหนูทั้งสองพวกเจ้าก็… ก็แยกกันไปกันคนละงานเถอะ ท่านพ่อ ลูกอยากไปตระกูลโหยว ผู้ใหญ่พูดกันอยู่ เจ้ามาสอดอะไร ท่านแม่ไปตระกูลเซวียเพื่อจะหาลูกเขย ถ้าหากข้าที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่ด้วย ก็ยากที่จะไม่ส่งผลกระทบกับคนข้าง ๆ ถึงตอนนั้นก็จะถูกท่านแม่ดุด่าอีก มิสู้ข้าไม่ไปจะดีกว่า เอาละ ๆ หนิงเอ๋อร์ เพียงแต่ตอนนี้ งานชมดอกเบญจมาศของพวกเขาจัดในวันเดียวกัน คิดว่าถึงวันนั้น ตระกูลโหยวจะต้องเงียบเหงาแน่ ยัยหนูหนิง ปกติเจ้าชอบความครึกครื้น เมื่อถึงเวลาคงจะไม่… อย่างไรทั้งสองตระกูลก็ส่งเทียบเชิญมาแล้ว ทั้งไม่ได้บอกว่าเลือกได้แค่ที่เดียว ลูกเป็นตัวแทนตระกูลเจียงไปที่จวนตระกูลโหยว ก็ถือว่าเป็นการแสดงน้ำใจ เช่นนั้นก็ดีเลย ฮูหยินเจ้าดูสิ หนิงเอ๋อร์โตขึ้นแล้วจริง ๆ รู้ความขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว รู้จักเห็นใจความลำบากของพ่อแม่แล้ว ใช่หรือไม่ฮูหยิน นี่เป็นพันธุ์ที่มาใหม่เลยนะ นั่นสิ บานได้งดงามมากเลย บานได้งดงามจริง ๆ เจ้าดูสิ ยังมีสีนี้ด้วย เสื้อของเจ้าวันนี้เข้ากันมากเลย จริงด้วย [โหยวเยว่ บุตรสาวคนรองของชิงหย่วนป๋อ] เหตุใดมีคนมาแค่นี้เอง จะอย่างไรตระกูลของเราก็เป็นจวนป๋อ บรรพบุรุษก็เคยสร้างความดีความชอบมาก่อน แต่ละคนล้วนเห็นแก่ความร่ำรวย ของตระกูลเซวียในตอนนี้ เพราะต่ำต้อยเลยเหยียดคนอื่น คุณหนูรองจวนตระกูลเจียงมาถึงแล้ว นางมาได้อย่างไร นั่นสิ
นางก็คือยัยคนป่าเถื่อนที่จวนตระกูลเจียง เลี้ยงไว้ที่บ้านนอกน่ะหรือ ข้าได้ยินว่านิสัยไม่ดีนะ แต่ว่าดูท่าทางแล้วก็ไม่เลวเลย เจ้าว่า ข้ากับนางใครสวยกว่ากัน ต้องเป็นคุณหนูอยู่แล้ว ที่โฉมสะคราญ คุณหนู คุณหนูรองตระกูลโหยวอยู่ที่นั่น พวกเราจะไปทักทายหน่อยหรือไม่ ไม่รีบร้อน ข้าจะไปหาคนก่อน นางตั้งใจใช่หรือไม่ นังเด็กป่าเถื่อนที่มาจากบ้านนอก ข้าให้เกียรตินางนิดหน่อย นางกลับไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา คุณหนูไม่จำเป็นต้องไปเจ้าคิดเจ้าแค้นกับนาง ใช่แล้ว ขังนังคนชั้นต่ำโหยวฟางอิ๋น ไว้ดีแล้วใช่หรือไม่ [ปกติก็ช่างเถอะ] [แต่งานอย่างในวันนี้] [อย่าปล่อยให้นางออกมาทำตัวน่าอับอายเชียว] คุณหนูวางใจเถอะ ขังเอาไว้ในห้องแล้วเจ้าค่ะ เมื่อครู่พวกป้า ๆ สั่งสอนนางอีกแล้ว เหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บด้วย นางก็เหมือนแม่ของนางนั่นแหละ คนชั้นต่ำมีชีวิตต่ำ ๆ ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย [โหยวฟางอิ๋น บุตรสาวจากอนุของชิงหย่วนป๋อ] คุณหนูสาม กินข้าวได้แล้ว อย่าหนีนะ ห้ามไป – ห้ามไปนะ – ให้ข้าไปเจอแม่เล็กหน่อยเถอะ ใกล้จะทำพิธีฝังนางแล้ว แค่แม่เล็กตายไปคนหนึ่งเท่านั้น ทางหมู่บ้านจะจัดการเอง วันนี้ที่จวนจัดงานเลี้ยง เจ้าจะออกไปก่อเรื่องไม่ได้ รีบตามคนมาเร็ว คุณหนูสามหนีไปแล้ว รีบตามคนมาเร็วเข้า
เร็ว ๆ ๆ ปลดออก ๆ ขอรับ ท่านอ๋อง เร็วเข้า ๆ ๆ ถ้ายังไม่ออกเดินทางอีก งานเลี้ยงจวนตระกูลเซวียก็จะจบแล้ว จบก็จบไปสิ หนิงหนิงไม่ได้ไปสักหน่อย จะได้ไม่ต้องเจอเซวียเย่ให้อารมณ์ขึ้น ซื่อจื่อ ซื่อจื่อ ท่านอ๋อง [ชิงเฟิง องครักษ์ของเยียนหลิน] ซื่อจื่อ ข้าเห็นคุณหนูรองไปที่จวนชิงหย่วนป๋อแล้วขอรับ อะไรนะ เจ้าเห็นชัดแล้วหรือ จริงแท้แน่นอนขอรับ ผู้น้อยทำตามที่ซื่อจื่อกำชับ ไปส่งยาให้คุณหนูรองที่จวนตระกูลเจียง ได้เจอคุณหนูรองออกมาพอดี ผู้น้อยติดตามไปตลอดทาง เห็นว่านางเข้าไปที่จวนชิงหย่วนป๋อ ข้าเชิญนางไปดูงานโคมไปวันที่เก้าเดือนเก้า นางบอกไม่ไป คนอื่นเชิญนางไปชมดอกเบญจมาศในเทศกาลฉงหยาง นางกลับไปอย่างง่ายดาย จวนชิงหย่วนป๋อนี่กระจอกแค่ไหน นางจงใจจะให้ข้าโมโหใช่หรือไม่ บางทีอาจจะนัดคนเอาไว้แล้วก็ได้ ข้าว่านะ พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ ถ้ายังไม่ไปอีกเดี๋ยวจะไม่ทันแล้วจริง ๆ ท่านอ๋อง เจ้าไปทางนั้นเองก็แล้วกัน ข้าจะไปดูที่จวนตระกูลโหยวสักหน่อย ดูว่านางจะอ้างอะไรเพ้อเจ้อมาหลอกข้าได้ ข้า… นิสัยซื่อจื่อของเจ้านี่นะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไปดูที่จวนชิงหย่วนป๋อบ้าง ไปกัน อย่าหนีนะ นังคนต่ำช้านี่ เจ้าหนีหรือ ๆ เจ้าหนีหรือ
หนีสิ หนีอีกสิ เจ้าเป็นลูกใครก็ยังไม่รู้ คนในจวนเลี้ยงเจ้ามาตั้งหลายปี หนีไปอีกสิ เจ้าวิ่งเร็วนักนะ เหิมเกริมเหรอ ให้ข้าไปเจอท่านแม่เล็กเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ ไม่ทันแล้ว เจ้าจะโวยวายอะไรกัน ถ้าคุณหนูรองรู้ว่าเจ้าวิ่งไปทั่ว ทุกคนก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่สบายเลย ให้นางมีสติหน่อย มีสติหน่อย ไป พวกเจ้าดูสิ รีบดูสิ เยียนซื่อจื่อ เขาเดินมาทางพวกเราแล้ว เหมือนเขากำลังหาคนอยู่นะ ต้องมาหาคุณหนูตระกูลโหยวของพวกเราอยู่แล้ว พวกเจ้าอย่าพูดเหลวไหลนะ จวนของพวกเรา ไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้เยียนซื่อจื่อ บางที เขาอาจจะแค่ผ่านทางมาก็ได้ หลินจืออ๋องก็มาด้วยเช่นกัน พี่หญิงโหยว ท่านมีหน้ามีตามากเกินไปหน่อยแล้วนะ เยียนหลิน ทำไมเดินเร็วขนาดนั้น รอข้าด้วยสิ มาก็มาแล้ว รีบช่วยข้าหาเร็ว คารวะท่านอ๋อง คารวะ เอาละ ไม่ต้องมากพิธีหรอก ข้าถามเจ้านะ เจียงเสวี่ยหนิงอยู่ที่ใด ให้เจ้าได้บทเรียนซะบ้าง นังคนชั้นต่ำ หยุดนะ เยียนซื่อจื่อมาหาเจียงเสวี่ยหนิงหรือ ทั้งสองคนคงไม่ใช่… อย่าพูดเหลวไหล เยียนซื่อจื่อจะไปชอบนางได้อย่างไร ใช่ ๆ ๆ ดูท่าทางแล้วก็ไม่เหมือนนะ แย่แล้ว มีคนตกน้ำ แย่แล้ว ตกน้ำเหรอ
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ไป รีบไปดูสิ นังคนชั้นต่ำ ข้าจะจับกดน้ำให้ตายไปเลย หลีกไป ฟางอิ๋น ๆ เจ้าเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับเรื่องของจวนพวกเรา ฟางอิ๋น ๆ ๆ เกือบทำให้มีคนตายอยู่แล้ว ยังจะบอกว่ายุ่งไม่เช้าเรื่องอีกหรือ เกี่ยวอะไรกับเจ้าล่ะ นี่… เร็ว รีบไปดูสิ ตกน้ำเหรอ เหตุใดเจ้าถึงมีสภาพเช่นนี้ แม่นางของจวนไหนกัน ข้าไม่เป็นไร ช้าก่อน คุณหนูรองตระกูลเจียงมีอะไรอีกหรือ มาเป็นแขกที่บ้านคนอื่น แต่กลับวิ่งวุ่นไปทั่ว เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกจริง ๆ อย่างไรก็มาจากบ้านนอก ดักดานไม่เคยเห็นโลก บ่าวเฒ่าสั่งสอนคุณหนู เรื่องที่บ่าวไพร่รังแกเจ้านาย ข้าได้เห็นเป็นครั้งแรกจริง ๆ เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน ก็แค่บ่าวไพร่ล้อเล่นกัน เลยพลาดพลั้งเกิดปัญหาขึ้นเท่านั้น แม่นางคนนี้เป็นคุณหนู จากอนุในจวนเจ้าชัด ๆ กลายมาเป็นบ่าวไพร่ตั้งแต่เมื่อไร เช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง เรื่องในตระกูลข้าข้าจะจัดการเอง ข้าเป็นคนจะช่วยนาง ข้าก็ต้องปกป้องอยู่แล้ว โหยวเยว่ ถ้าหากให้ข้าเห็นเจ้าใช้ศาลเตี้ย รังแกน้องสาวอย่างโหดเหี้ยมอีกครั้ง อย่าโทษที่ข้าจะสั่งสอนเจ้าว่า อะไรคือสิ่งที่สุดโต่งมากกว่านี้ เจียงเสวี่ยหนิงนี่ป่าเถื่อนจนชินแล้ว กลับไปยุ่งเรื่องในบ้านของคนอื่น แต่ดูการแต่งตัวของแม่นางคนนี้แล้ว ก็น่าจะเป็นลูกอนุของตระกูลโหยวนะ
คิดไม่ถึงว่ากฎของตระกูลโหยว จะเป็นเช่นนี้ ถ้าวุ่นวายต่อไปทุกคนจะดูไม่ดีนะ เกลี้ยกล่อมให้แม่นางเจียง เปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะ เอาละ แม่นางคนหนึ่งตกน้ำ คนทั้งกลุ่มมามุงดูอยู่ เหมาะสมแล้วหรือ แยกย้ายกันไปเถอะ ไปเถอะ ๆ เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร มีเรื่องอะไรเปลี่ยนเสื้อแล้วค่อยว่ากัน คุณหนู คุณหนู นี่ท่านเป็นอะไรหรือ ต้องโทษบ่าวที่เหม่อจนตามท่านไม่ทัน คุณหนูรอสักครู่ ข้าจะไปเอาเสื้อผ้าบนรถม้ามาเดี๋ยวนี้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็ขอยืมห้องของคุณหนูสามใช้หน่อยนะ เจ้า… ทำไม หรือคุณหนูรอง อยากเห็นข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่ คุณหนูรองตระกูลเจียงเชิญตามสบาย บุรุษไม่สะดวกจะเข้าไปในเรือน ข้ารอเจ้าที่สวนด้านหน้านะ ไปเถอะ สหายเจียงเป็นวีรบุรุษจริง ๆ ข้าเข้าใจแล้ว หนิงหนิงมาที่จวนตระกูลโหยว เกรงว่าจะเป็นเพราะคุณหนูสามตระกูลโหยวแน่ พวกนางรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร เหตุใดข้าไม่รู้ล่ะ ทำไม กับสตรีเจ้าก็หึงด้วยหรือ ไปเลย คนเยอะ ๆ ไว้หน้ากันบ้าง ขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ลุกขึ้นเถอะ ลุกขึ้น ต่อไปอย่าก้มหัวให้ใครมั่วซั่ว นั่งลงซะ มา ขอบคุณมาก เหมือนเมื่อครู่ข้าได้ยินเจ้าพูดว่า เจ้าจะไปส่งแม่เล็กหรือ ที่จริง ไม่ทันตั้งนานแล้ว ข้าแค่อยากจะเห็นนางเป็นครั้งสุดท้าย
เรียกนางว่าแม่สักคำ เคยรู้ว่าเจ้าลำบาก แต่ไม่รู้ว่า ลำบากถึงเพียงนี้ จะอย่างไรเจ้าก็เป็นคุณหนูสามแห่งตระกูลโหยว บ่าวพวกนั้นกล้าทำเช่นนั้นกับเจ้าได้อย่างไร พวกเขาใส่ร้ายว่าแม่ข้ามีชู้ แล้วยังบอกว่าข้าเป็นลูกนอกสมรส ทั้ง ๆ ที่พวกเรา ก็ใช้ชีวิตอย่างระวังมากแล้วแท้ ๆ พวกเราแค่มีชีวิตอยู่ก็ผิดอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าไม่ผิด ข้ามองออกว่า เจ้าเป็นคนที่ไม่อยากตาย วันนี้ก็ถือว่าเกือบได้ ตายไปครั้งหนึ่งแล้ว ต่อไปยังมีอะไรต้องกลัวอีก ยากแค่ไหนก็ต้องอดทนต่อไป อย่างน้อยใช้ชีวิตให้เหมือนคน ถึงไม่เสียแรงที่ได้เกิดมาบนโลกสักครั้ง ข้าจะรับเงินของคุณหนูไม่ได้หรอก ในช่วงเวลาลำบาก ก็ไม่ต้องใช้มุกอวดเก่งหยิ่งผยอง อะไรพวกนั้นหรอก เงินพวกนี้เจ้ารับเอาไว้ ทำหลุมศพให้แม่เจ้าดี ๆ แล้วก็ดีกับตัวเองให้มาก ๆ [คุณหนู] [เอาเสื้อผ้ามาแล้วเจ้าค่ะ] [สะดวกเปิดประตูหรือไม่] คุณหนู เหตุใดคุณหนูดีกับฟางอิ๋นถึงเพียงนี้ ข้าก็เคยถูกมองเป็นลูกของอนุเช่นกัน [ส่งไปอยู่ที่บ้านนอกหลายปี] [ถูกคนดูถูก] [ข้ารู้รสชาติของความยากจนดี] อีกทั้ง เมื่อนานมาแล้ว พวกเราเคยเจอกันมาก่อน ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นสตรีที่ดี ต่อไป ก็ใช้ชีวิตให้ดี ๆ เถอะนะ [จวนชิงหย่วนป๋อ] เร็ว ๆ ๆ รีบเรียนฮูหยิน องค์หญิงใหญ่มาถึงแล้ว
– เร็ว ๆ – ขอรับ หลินจืออ๋องล่ะ ไปดื่มสุราชมดอกไม้แล้วน่ะสิ อารมณ์สุนทรีดีจริง ถังเอ๋อร์ พวกเราก็ไปชมดอกไม้กันเถอะ เจ้าไม่มีอะไรจะอธิบายหรือ อะไรหรือ เจ้าบอกข้าเองว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย จะพักผ่อนอยู่ที่บ้านสองสามวันมิใช่หรือ แล้วอย่างไร มาชมดอกไม้ที่จวนคนอื่น คิดจะทำให้ข้าโมโหใช่หรือไม่ ข้าก็เพิ่งรู้ว่าจวนตระกูลโหยวมาเชิญ หลังจากเจ้ากลับไปเนี่ยแหละ ก็เลยตัดสินใจกะทันหัน อีกอย่าง ตอนนี้เจ้าก็มาแล้วมิใช่หรือ เจียงเสวี่ยหนิง ข้าผิดไปแล้ว ค่อยใช้ได้หน่อย เช่นนั้นคุณหนูสามตระกูลโหยวเป็นอย่างไรบ้าง พวกเจ้าสองคนรู้จักกันหรือ เคยได้เจอกันครั้งหนึ่ง ตอนนี้นางไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ว่าเมื่อครู่เจ้าจะใจกล้าเกินไปหน่อยนะ มีคนมองอยู่มากมายขนาดนั้น เจ้าก็ถอดเสื้อคลุมให้ข้า ก็ไม่รู้ว่า พวกเขาจะแพร่ข่าวลือเช่นใดออกไป ก็ให้พวกเขาแพร่ไปสิ เมื่อก่อนข้ายังมีเวลา ตั้งหลายปีกว่าจะสวมหมวก กลัวว่าระหว่างนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แล้วเจ้าพลอยถูกนินทาไปด้วย ตอนนี้เหลืออีกสองเดือน ก็จะถึงพิธีสวมหมวกของข้าแล้ว ข้าอยากจะให้คนทั้งใต้หล้าได้รู้ [พิธีสวมหมวก] ในเมื่อวันนี้เจ้าออกมาแล้ว ก็ไม่ต้องรีบกลับไปหรอก รอตอนบ่ายพวกสาว ๆ กลับไปแล้ว เจ้าก็ไปรอข้าที่หอเฉิงเซียวนะ เดี๋ยวข้าจะตามไปหาเจ้า แล้วพาเจ้าไปดูงานโคมไฟ เยียนหลิน ที่จริงแล้วข้า… คุณหนูรองตระกูลเจียง
ซื่อจื่อ ในสวนมีแขกสตรีสูงศักดิ์มา ฮูหยินให้มาตามท่านไปเจ้าค่ะ เอาละ เจ้ารีบไปเถอะ ท่านอ๋องก็กำลังรอข้าไปดื่มสุราอยู่เช่นกัน ตอนบ่ายอย่าลืมหอเฉิงเซียวนะ แต่ว่าข้า… [ศาลาชิ่นหลัน] เยว่เอ๋อร์ เรื่องเข้าวังเป็นสหายร่วมเรียน ก็ดูวันนี้แล้วนะ เยว่เอ๋อร์เข้าใจเจ้าค่ะ องค์หญิงใหญ่เล่อหยางมาถึงแล้ว คารวะองค์หญิงใหญ่ [นางมาได้อย่างไรกัน] [คราวนี้แย่แล้ว] [คิดไม่ถึงว่าหลบแล้วหลบอีกก็ยังหลบไม่พ้น] คุณหนู ทุกคนลุกขึ้นเถอะ [เสิ่นจื่ออี องค์หญิงใหญ่เล่อหยาง] ไม่ได้อยู่ในวังสักหน่อย ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก เหตุใดบนหน้านางถึงมีแผลเป็นล่ะ ไม่รู้สิ ข้ากับองค์หญิงบังเอิญได้ยินว่า [เซวียซู บุตรสาวของติ้งกั๋วกง] คุณหนูโหยวจัดงานชมดอกเบญจมาศขึ้นมา ก็เลยมาดู ทุกคนสนุกให้เหมือนปกติเถอะ ถ้าหากเป็นเพราะพวกข้าสองคนทำให้ทุกคนหมดสนุก ก็จะทำให้องค์หญิงผิดหวังนะ เมื่อครู่พวกนางกำลังคุยกันว่า จะแข่งวาดภาพอยู่เลย องค์หญิงกับแม่นางเซวียมาได้เวลาพอดี ก็ลองแข่งกับพวกนางสักหน่อยสิ [ชิงหย่วนป๋อฮูหยิน] อาซูวาดรูปเก่ง ถ้านางลงแข่งแล้วคนอื่นจะทำอย่างไร เอาเถอะ พวกเจ้าวาดก็พอแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แม่นางทุกท่านก็ใช้ดอกเบญจมาศเป็นหัวข้อ แล้ววาดรูปให้องค์หญิงเถอะ บัดนี้แม่นางใหญ่ตระกูลโหยวก็แต่งงานออกไปแล้ว โหยวฮูหยินก็เริ่มคิดแผนการให้คุณหนูรองอีก โหยวเยว่นี่ไม่มีความสามารถอะไร แต่วาดภาพได้ไม่เลว จงใจพูดเรื่องการแข่งวาดภาพ เกรงว่าจะทำเพื่อให้นาง ได้แสดงฝีมือต่อหน้าองค์หญิงน่ะ คุณหนู ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร
นั่งตรงนั้น เดี๋ยวค่อยฉวยโอกาสออกไป หืออะไรกัน คิดว่าข้าทำได้ทุกอย่างจริง ๆ หรือ ถ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องหนี จะให้อยู่อับอายขายหน้าหรือ องค์หญิง เชิญเจ้าค่ะ เจ้าก็คือเจียงเสวี่ยหนิงหรือ เงยหน้าขึ้นสิ วันนี้ ข้ามาเพราะเจ้าเลยนะ มิน่าเยียนหลินที่จองหองเช่นนั้น ถึงได้ยอมศิโรราบกับเจ้า งดงามเช่นนี้ แม้แต่ข้าเห็นแล้วยังหวั่นไหว ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก ดูเหมือนเรื่องของคุณหนูรองตระกูลเจียง กับเยียนซื่อจื่อ จะไม่ได้มีพวกเราที่รู้นะ นี่รู้ไปถึงองค์หญิงเลยเชียว ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าในนิยายอีก เยว่เอ๋อร์ ข้าพูดผิดไป แม่นางเจียงเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ ต้องให้ความสำคัญกับชื่อเสียงอยู่แล้ว จะเป็นคนเช่นนี้ได้อย่างไร องค์หญิง เชิญ มา ๆ ๆ มา ดื่ม มา ๆ ๆ ไม่ต้องมากพิธี ๆ มา นั่งลงก่อน ๆ นั่ง ๆ ๆ มา นั่ง [ศาลาชิ่นหลัน] เยียนหลิน
ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ต่อหน้าสาธารณชน เป็นการกระทำของวิญญูชนที่ไหนกัน น้องสาวที่รักของเจ้านี่ก็จริง ๆ เลย ไปงานเลี้ยงที่จวนตระกูลเซวีย กับองค์รัชทายาทมิใช่หรือ มาร่วมวงอะไรที่นี่กัน คำพูดนี้แม่นางเจียง ก็คงอยากจะถามเจ้าเหมือนกันแหละ เจ้าดูเซวียซูนั่นสิ แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นยัยตัวแสบ อย่ามาทำให้หนิงหนิงของข้าตกใจนะ ไม่ได้ข้าต้องไปดูสักหน่อย เจ้าพอได้แล้วน่า วันนี้ยังวุ่นวายไม่มากพอใช่หรือไม่ สตรีท่องกลอนวาดภาพ เจ้าไม่ต้องไปหรอก ที่นี่มีเจ้ากับข้าอยู่ ไม่มีใครทำอะไรหนิงหนิงหรอก ไป ๆ ๆ ดื่มสุรา ๆ ๆ มา ๆ ๆ [ศาลาชิ่นหลัน] เหตุใดถึงไม่ขยับ วาดภาพไม่เป็นหรือ เด็กบ้านนอกคนหนึ่งจะทำอะไรเป็น [เสิ่นจื่ออีอารมณ์แปรปรวนมาตลอด] [ครั้งนี้อย่าได้ล่วงเกินนางจะดีกว่า] ข้าให้เจ้าวาดก็วาดสิ แม้แต่คำพูดของข้าเจ้าก็ไม่ฟังหรือ