บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.7 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 7] [อีกไม่นานก็จะถึงหนึ่งเดือนแล้ว] [ไม่รู้ว่าลู่หลีคิดวิธีการได้แล้วหรือยัง] ศิษย์พี่ไป๋เฟิ่ง เหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่ [หลิ่วเซาไว้ใจข้าขนาดนี้] [ข้าจะทำให้นางผิดหวังไม่ได้] [จะต้องช่วยนางหาหญ้าจักรพรรดิให้พบโดยเร็ว] หลิ่วเซา เป็นอะไรหรือ ไม่อยากหาหญ้าจักรพรรดิแล้วหรือ เจ้า คิดวิธีการได้แล้วหรือ ที่จริง ก็ไม่นับว่าเป็นวิธีการ แต่ถึงเวลานี้แล้ว พวกข้าทำได้เพียงไปพบท่านบูรพาจารย์อาวุโส ที่หออี๋จู ไปใช้วิธีการบางอย่าง ที่สุดโต่ง [หออี๋จู] หุบปาก เจ้ายังจะถีบข้าอีก สงบเสงี่ยมหน่อย อย่าเอาแต่ดิ้น อย่าขยับ บรรพบุรุษสมุนไพรไป๋เฉ่าใช่หรือไม่ วัน ๆ ก็เอาแต่ให้พวกข้าเล่นสนุก กับเจ้าใช่หรือไม่ ไม่ยอมบอกวิธีการปลูกหญ้าจักรพรรดิ ให้กับพวกข้าใช่หรือไม่ ใช่หรือไม่ ตอนนี้ ให้เจ้าเลือกได้สองทางเลือก สองทางเลือก ทางเลือกที่หนึ่ง ทางเลือกที่หนึ่ง จุ๊ ๆ ทางเลือกที่หนึ่ง ทางเลือกที่หนึ่ง มอบหญ้าจักรพรรดิให้พวกข้า หญ้าจักรพรรดิ ทางเลือกที่สอง ทางเลือกที่สอง เจ้าไม่พูดได้หรือไม่ ได้ ทางเลือกที่สองนี้ ยังคงมอบหญ้าจักรพรรดิให้พวกข้า ยังคงมอบหญ้าจักรพรรดิให้พวกข้า

    มิเช่นนั้นแล้ว ข้าจะเอาเจ้าไปตุ๋นเดี๋ยวนี้เลย คิดหาวิธีเอง เพื่อปกป้องชีวิตท่านบูราพาจารย์ของเจ้าได้ และยังมอบหญ้าจักรพรรดิให้พวกข้าได้ด้วย นั่นสิ พูดอะไรน่ะ พูดอะไร เขาพูดอะไรน่ะ ข้าไม่ได้ยิน พูดเสียงดังหน่อย พวกเจ้าสองตัวแสบ บังอาจปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ ข้าจะบอกเจ้าให้ หญ้าจักรพรรดินี้ ไม่ใช่แค่ตุ๋นแล้วก็กินได้เลย กินแล้วก็มีพลังวิญญาณ ข้าเป็นท่านบูรพาจารย์อาวุโส ใช้ชีวิตที่หออี๋จูมาพันปี เคยก้มหัวให้ผู้ใดเมื่อไรกัน พวกเจ้าก็กินสิ กินได้เลย สำลักจนพวกเจ้าตาย หยิ่งในศักดิ์ศรีมากเลยนะ ไม่ก้มหัว หลิ่วเซา ลุย ลุยเลยสิ พวก พวก พวกเจ้าจะทำอะไรหรือ จะทำอะไรหรือ เจ้าทายสิ อย่าดิ้น สงบเสงี่ยมหน่อย คืนให้ข้า ข้าก็ว่าปิ่นกลัดผมอันนี้ทำไมคุ้นตาเสียจริง เจ้าลืมแล้วหรือ อันนี้ก็คือภาพวาดนั้นที่อยู่ใน คัมภีร์พฤกษาศักดิ์สิทธิ์ ใช่แล้ว สาวงามที่อยู่ในภาพวาดนั้น ปักปิ่นกลัดผมอันนี้ ไว้บนศีรษะ ใช่หรือไม่ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส ข้าจะบอกพวกเจ้าให้ เจ้าเด็กน้อยทั้งสองกล้าดี ปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ หากปิ่นกลัดผมอันนี้เสียหายแม้แต่นิดเดียว ท่านบูรพาจารย์อาวุโสจะทำให้พวกเจ้า ตายในวันนี้ โมโหแล้วจริง ๆ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส

    แท้จริงแล้ว พวกข้าก็ไม่อยากบีบบังคับเจ้าเยี่ยงนี้ ใช่หรือไม่ พวกข้าก็หมดหนทางเช่นกัน พวกข้าก็จนมุมแล้ว หากพวกข้าหาหญ้าจักรพรรดิไม่เจอ เจ้าจะให้หลิ่วเซา ออกจากจวนไปเป็นอาหารให้ปีศาจจริงหรือ นั่นสิ ข้าประชันกับอ๋าวเหิ่นผู้นั้น สู้ไม่ไหว และหนีไม่ได้ เจ้าก็คงไม่ มองดูข้าตายไปหรอกใช่หรือไม่ แท้จริงแล้ว เรื่องบางเรื่อง ไม่ใช่เพียงเจ้าใช้กำลังก็ทำได้สำเร็จ อาทิเช่น อาทิเช่น หากพวกเจ้าให้ข้าออกไปจากหออี๋จูนี้ได้ ก็มอบหญ้าจักรพรรดิให้พวกเจ้า ว่าอย่างไร เพียงเท่านี้ ตกลง แต่อย่างไรเสียเจ้าต้องให้พวกข้ารู้หน่อย ว่าเจ้าเข้ามาได้เยี่ยงไร ใช่หรือไม่ ทั้งหมดนี้ ล้วนเกิดขึ้นเพราะข้ามีความเมตตามากเกินไป [หนึ่งพันปีก่อนหน้านี้] [ข้าไม่มีอะไรทำจึงมาที่โลกมนุษย์] [ไม่มีเรื่องที่น่าสนใจเลยแม้แต่เรื่องเดียว] [ข้าเห็นนางใต้แสงจันทร์] [นางดูเหมือนมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ] [ทันใดนั้นก็ดึงดูดข้าไว้] แม่นาง แม่นาง แม่นาง แม่นางเจ้าฟื้นเถอะ แม่นาง แม่นาง เจ้าฟื้นเถอะ แม่นาง อยู่ดี ๆ ไยเจ้ารนหาที่ตายล่ะ เจ้าอยากรู้ เช่นนั้นพรุ่งนี้ก่อนหมดวัน เจ้ามาหาข้าที่หออี๋จู ข้าจะบอกเล่าเรื่องราวของข้าให้เจ้าฟัง หออี๋จู ใช่แล้ว ข้านามว่าลิ่งเสวี่ยหยาง ลิ่งเสวี่ยหยาง

    แม่นางผู้นี้งามจริง ๆ ชื่อเสียงเรียงนามก็ไพเราะ เห็นทีพระเจ้าได้ยินคำร้องของข้าแล้วจริง ๆ ไม่เพียงแค่พบเรื่องราวที่น่าสนใจ ยังได้พบกับคนที่น่าสนใจอีกด้วย เจ้ายังยิ้มออกมาได้อีกหรือ ข้าต้องยิ้มออกมาได้สิ อย่างข้านั้นคือวีรบุรุษช่วยสาวงาม งามดั่งเทพนิยายเชียวนะ ในตำนานกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในการแต่งตั้งอู่หยางโหว นับครั้งไม่ถ้วน มีอู่หยางโหวหญิงท่านหนึ่งที่โดดเด่นมาก มีนามว่าลิ่งเสวี่ยหยาง เป็นถึงอู่หยางโหว กระโดดน้ำฆ่าตัวตายเยี่ยงนี้ ทั้งยังบังเอิญมาก ได้รับความช่วยเหลือจากหญ้าที่เป็นวิญญาณแล้ว เช่นนั้นแล้วทำไมเล่า อย่างไรก็ตามแต่ นี่ ๆ นี่ก็คือการเริ่มต้นที่สวยงาม พอ ๆ ๆ นั่งลงก่อน ได้ ๆ ๆ เป็นการเริ่มต้นที่สวยงาม จากนั้นเจ้าได้ไปตามนัดหรือไม่ ไปหรือไม่ แน่นอนว่าข้าก็ต้องไป [เพียงแค่คาดไม่ถึงว่า] [ไปแล้วไม่ได้กลับมา] ลิ่งเสวี่ยหยาง ข้ามาแล้ว ลิ่งเสวี่ยหยาง เจ้าหมายความอะไร ขอแนะนำอีกครั้ง ข้า ลิ่งเสวี่ยหยาง [อู่หยางโหวหญิง ลิ่งเสวี่ยหยาง] อู่หยางโหวปัจจุบัน เจ้าแห่งอาณาจักรมนุษย์ อู่หยางโหว กระโดดลงในทะเลสาบ จบชีวิตตนอะไรนั่น เจ้าตั้งใจเข้ามาสนิทกับข้าคิดร้ายกับข้า เจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่ ข้าต้องการหญ้าจักรพรรดิของเจ้า

    ไม่มี ถ้าไม่มีละก็ เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ อยู่ที่นี่ก็อยู่ที่นี่ ดูว่าใครจะแกร่งกว่ากัน อย่าเอาข้าไปตุ๋นก็เท่านั้นพอ [ด้วยเหตุนี้] [ข้าถูกเสวี่ยหยางทอดทิ้งไว้ที่หออี๋จู] [หออี๋จู] [นางมาอ่านตำราที่หออี๋จูทุกวัน] [จัดการงานหลวง] [ไม่เคยมองมาที่ข้าเลย] [ข้ามองไปที่นางทุกวัน] [น่าเบื่อจริง ๆ] [อดทนไม่ไหวจึงไปหยอกเล่นกับนาง] [นางไม่สนใจข้า] [แต่ก็ไม่โมโห] [นานวันเข้า] [ข้าก็ค่อย ๆ ชินกับหออี๋จู] [ชินกับการได้อยู่กับนางในทุก ๆ วัน] [จนกระทั่งมีอยู่คืนหนึ่ง] [ข้าตื่นมาไม่เห็นนาง] [ข้าข้ามผ่านความเหงามาหลายพันปี] [เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความอบอุ่นเช่นนี้] [ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด] [ข้าเฝ้ารอที่จะได้เจอนางได้อยู่กับนาง] [ทุกนาทีทุกวินาที] [นางก็ยังคงเย็นชา] [มีความสุขุม] [แต่พวกเราเริ่มค่อย ๆ เป็นห่วงฝ่ายตรงข้าม] ชีวิตของข้า แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีความเงียบสงบเช่นนั้น ความสุขเช่นนั้น เพราะนาง ข้าจึงมีชีวิตอย่างคนจริง ๆ และไม่เพียงเป็นแค่หญ้าต้นหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นล่ะ ท่านกลืนกินนางจนตายหรือ แม่หนูน้อยคนนี้ พูดจาเป็นหรือเปล่า พอ ๆ ๆ ท่านบูรพาจารย์อาวุโสของพวกเราก็คืออายุยืนยาว เอาเปรียบเท่านั้น แล้วไม่ใช่กลืนกินจนตายไปหรือ พูดจาอย่างไรน่ะ

    อันที่จริง ข้ากังวล อายุขัยของมนุษย์สั้นเกินไป ตอนนั้นข้าก็อยากนำหญ้าจักรพรรดิให้นางแล้ว เจ้ารู้ไหม เหตุใดข้าถึงอยากได้หญ้าจักรพรรดิของเจ้า เพราะข้าอยากจะดึงกระบี่โอบจันทร์ออก ข้าอยากได้พลังแข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ ข้าอยากให้มนุษย์ ดำรงชีวิตอย่างสง่าผ่าเผยระหว่างสวรรค์และโลก ไม่ต้องทนกับการข่มเหงรังแกของเผ่าปีศาจอีก ไม่ต้องทนกับการถ่วงความเจริญก้าวหน้า ของตำนานเซียนอีก ไม่ต้องเหมือนอย่างตอนนี้อีก ไม่มีความช่วยเหลือจากตำหนักเซียน แม้แต่ผีพรายแล้งตัวหนึ่งก็จัดการไม่ได้ ขณะนั้น ข้าก็อยากเอาหญ้าจักรพรรดิให้นาง ให้นางสบายใจสักหน่อย แต่ว่า ข้าลังเลใจครู่หนึ่ง ขณะนั้นที่ลังเลใจ กลายเป็นการแยกจากกันชั่วนิรันดร์ของพวกข้า รอให้ข้าจากไปแล้วค่อยเปิด หลังจากนั้นล่ะ เกิดอะไรขึ้นหรือ ในเรื่องเล่า ลิ่งเสวี่ยหยางอยู่ในสงครามใหญ่นั้น ประสบความพินาศกับผีพรายแล้งตัวนั้นด้วยกัน เวลานั้นหิมะตกเป็นเวลาสามวัน ประชาชนใต้หล้าร้องไห้เพื่อนางสามวัน บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ฟ้าดินสงสารนางที่ใจรักประชาชน ดังนั้นหิมะตกสามวัน เพื่อส่งศพนาง ถ้าเวลานั้นข้าให้หญ้าจักรพรรดิกับนาง ช่วยนางดึงกระบี่โอบจันทร์ออกก็คงดี ท่านบูรพาจารย์อาวุโส อย่าเศร้าใจเลย ใช่ ลิ่งเสวี่ยหยางก็ไม่ยินยอมให้เห็นท่านเป็นอย่างนี้แน่นอน พวกเรากลับก่อนเถอะ ให้ท่านบูรพาจารย์อาวุโสอยู่เงียบ ๆ พวกเราอย่าบังคับท่านบูรพาจารย์อาวุโสอีกเลย คาดไม่ถึงว่าเขาอยู่มาหมื่นปีแล้ว ไม่นึกเลยว่าก็มีเรื่องในอดีตเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ให้หญ้าจักรพรรดิกับพวกเรา พวกเราก็ทำให้เขาออกมาเถอะ หลิ่วเซา เจ้าเคยคิดหรือไม่ เหตุใดลิ่งเสวี่ยหยางถึงให้ปิ่นกลัดผมนั้นกับเขา เพราะลิ่งเสวี่ยหยางรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถกลับมาได้ใช่หรือไม่ ใช้สิ่งนี้เพื่อแสดงน้ำใจ

    อาจจะเป็นเช่นจริง ๆ แต่ข้ารู้สึกว่าไม่เพียงตั้งใจเท่านั้น ปิ่นกลัดผมน่าจะเกี่ยวข้องกับเขตอาคมนี้ ลิ่งเสวี่ยหยางรู้ว่าตนเองใกล้จะตาย เป็นไปได้อย่างไร ที่จะขังคนรักต่อไปเป็นเวลาพันปี เพียงแค่ปิ่นกลัดผมอันนี้ น่าจะเป็นของที่ระลึกหนึ่งเดียว ที่ลิ่งเสวี่ยหยางทิ้งไว้ให้เขา ถึงแม้ว่าจะช่วยเขาออกมา ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ที่ปิดกั้นเขาไว้จริง ๆ คือปมที่มีต่อลิ่งเสวี่ยหยาง ดังนั้น พวกเราไม่มีความเป็นไปได้ที่จะได้หญ้าจักรพรรดิแล้ว ลู่หลี ถ้าหากข้าโดนขับไล่ออกไป เจ้าจะเผชิญหน้ากับอ๋าวเหิ่นจอมปีศาจนั้น ด้วยกันกับข้าหรือไม่ [ข้าไม่รู้ว่าจะเดินไปกับเจ้าได้ไกลเพียงใด] [แต่ข้าจะพยามสุดกำลังข้า] [เพื่อเดินไปกับเจ้า] หลิ่วเซา ที่จริงแล้วตอนนี้ข้าเข้าใจลิ่งเสวี่ยหยางมาก ดึงกระบี่โอบจันทร์ออก ได้รับพลังที่แข็งแกร่ง ถึงจะสามารถปกป้องคนที่ตนเองอยากปกป้องได้ จากนี้ไป ข้าจะเผชิญหน้ากับทุกคนทุกเรื่อง ด้วยกันกับเจ้า ข้าหวังว่าจะมีสักวัน ที่ข้าแข็งแกร่งพอที่จะสามารถปกป้องเจ้าได้ ไม่เกรงกลัวผู้ใดและเรื่องใด ลู่หลี ขอบคุณเจ้า อ๋าวเหิ่น ออกมา ดูเจ้าก็ไม่เหมือนคนประเภทที่กลัวตาย ในเมื่อวิ่งมาตะโกนถึงที่นี่อย่างกล้า ดูเหมือนว่า เจ้าจะคิดได้แล้วใช่ไหม อ๋าวเหิ่น ข้าอยากจะทำการค้ากับเจ้า เจ้าอาจจะยินยอม ขึ้นอยู่กับเจ้า เจ้ามีคุณสมบัติอะไร กล้ามาทำการค้านี้กับข้า ตามกำลังที่มีอยู่ แน่นอนว่าข้าไม่คู่ควร แต่ข้ารู้เจ้าตามฆ่าคนคนหนึ่งมาตลอด ข้าสามารถช่วยให้เจ้าได้ตัวหลิ่วเซา ได้ ข้ากลับสงสัยเหลือเกิน

    แล้วตัวเจ้า ต้องการอะไรกันแน่ ข้าอยากกลายเป็นคนแข็งแกร่ง แข็งแกร่งเหมือนอย่างเจ้า เจ้าลองพูด ข้าแข็งแกร่งอย่างไรกันนะ สิ่งที่ต้องการพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ขอร้องผู้ใด ไม่สนว่าเขาเต็มใจหรือไม่ เอาละ ข้า ลองรับปากคำขอของเจ้าก่อน เจ้าลองบอกกับข้า เจ้าอยากได้อะไรกันแน่ เทศกาลเก้าคู่ของทุกปี เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของในสำนัก ช่วงสองสามวันนี้อากาศแห้งชื้น น้ำไหลลื่นง่าย พวกเจ้าระวังกันหน่อย ทุกมุม ทุกสถานที่ในสำนักนี้ ห้ามตกหล่น ขอรับ หวังเจี่ยน มานี่ เหตุใดเจ้าลู่หลีไม่อยู่อีกแล้วล่ะ ช่วงเวลาที่กำลังยุ่ง เขาไปทำอะไรอยู่ ในสายตาของเขา ยังมีข้าศิษย์พี่ใหญ่คนนี้หรือไม่ ศิษย์พี่ใหญ่ ใจเย็น ๆ ท่านประมุขและหัวหน้าอารักขาฟาง ไปตรวจสอบกการเคลื่อนไหวของ แดนปีศาจที่สระอาบจันทร์ไม่ใช่หรือ ศิษย์พี่ลู่หลี ทั้งต้องตะเวนตรวจไปทุกที่ และต้องคิดวิธีให้ได้หญ้าจักรพรรดิมา ขาดศิลปะแห่งการแบ่งแยกตนเองจริง ๆ หญ้าจักรพรรดิอะไรนั้น เขาหาได้จริงหรือ มีเค้าเรื่องแล้ว ก็แค่ดูว่าจะเอามาอยู่ในมือได้เมื่อใด ลงไปเถอะ ศิษย์พี่ตู้ เรื่องที่ข้ารับปาก มิดชิดจนไม่มีช่องโหว่แน่นอน เพียงแค่ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ของเจ้าเช่นนี้

    กลับทำให้ผู้คนสงสัย ศิษย์น้องไป๋เฟิ่ง แล้วในหออี๋จู หญ้าจักรพรรดิของผู้อาวุโสสมุนไพรหมื่นปี ข่าวคราวนี้ ไม่ผิดพลาด ถึงเวลานั้นอย่ายิ่งทำยิ่งเสีย กลับกระทบหนทางข้างหน้าของเจ้าและข้าในจวนโหว ศิษย์พี่ตู้ ปัจจุบันอู่หยางโหวอายุสามขวบฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ สิบขวบตระหนักในสัจธรรม ดาบสามฉื่อตัดเรื่องอยุติธรรม อายุ 16 ปีก็ถูกคนเก่าของสำนักอู่หยางโหวเลือก กลายเป็นท่านประมุข เพื่อมีพลังแข็งแกร่ง เขาไม่เสียดายสิ่งที่ต้องเสียไป ไม่มีการคำนึกถึงสิ่งใดทั้งสิ้น เดิมข้าคิดว่า ศิษย์พี่ตู้จะเหมือนท่านอาจารย์มาก มีทั้งแผนการและมีความกล้าหาญ บัดนี้ เหตุใดจะบุกไปก็ไม่กล้าจะถอยหลังก็กลัวเช่นนี้ คำพูดของศิษย์น้อง ข้าจะไม่เชื่อได้อย่างไร เพียงแต่เรื่องสำคัญ ข้ายังต้องระมัดระวังบ้าง ผู้ใดจะรู้ว่าปีนั้นในหออี๋จูที่ขาดการซ่อมบำรุง เป็นเวลานาน จะซ่อนความลับนี้ไว้อย่างไม่คาดคิด ก็โชคดีที่ศิษย์น้องบอกกล่าวข้าล่วงหน้า มิอย่างนั้น คงทำให้ลู่หลีมอบหญ้าจักรพรรดิแล้ว กลัวว่าจวนโหวนี้ ไม่มีวันของข้าตู้หมิงชงอีกแล้ว ศิษย์พี่ตู้เข้าใจก็พอ เรื่องราวต่อไป ข้าจะไปจัดการด้วยตนเอง ศิษย์พี่แค่ต้องการให้เหล่าศิษย์น้อง ไม่มีกำลังดูแลหออี๋จู นี่ทำสำเร็จแล้ว คุณงามความดีเป็นของศิษย์พี่ หากล้มเหลว ไป๋เฟิ่งก็จะไม่พัวพันกับศิษย์พี่ น้ำใจของศิษย์น้อง ศิษย์พี่รับไว้แล้ว ในวันข้างหน้า ข้าคุมสำนักอู่หยางโหวแล้ว จะตอบแทนศิษย์น้องอย่างงามแน่นอน เช่นนั้น ข้าไปก่อนละ ข้าอยากขอยืมลูกไฟปีศาจกับเจ้า ต้องสามารถเผาไหม้ไม่ดับเป็นเวลาเจ็ดวัน ได้

    ข้าให้เจ้า ลูกไฟปีศาจนี้เผาเพียงแต่สิ่งมีชีวิตเท่านั้น เผาไหม้นานไม่ดับมอด เจ้าจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ หลิ่วเซา ศิษย์พี่ไป๋เฟิ่ง โดยปกติแล้ว เป็นเจ้า ที่รับผิดชอบทำความสะอาดที่หออี๋จู เช่นนั้นตะเกียงกำจัดปีศาจเหล่านี้ ก็ขอส่งต่อให้เจ้าแล้วกัน เจ้าค่ะ [เกรงว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างนั้น] [ข้าต้องระวังให้มากยิ่งขึ้น] แต่ว่า ปกติแล้ว หออี๋จูนี้ก็ไม่มีใครไป ต้องวางตะเกียงกำจัดปีศาจมากถึงเพียงนี้ด้วยหรือ นี่ก็เพราะว่าไม่มีใครไป หากมีพวกปีศาจปะปนเข้าไป แล้วจะทำเช่นไรเล่า ศิษย์น้องหลิ่วเซา เจ้าว่าข้าพูดถูกหรือไม่ ใช่ ศิษย์พี่พูดมีเหตุผล ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส ท่านบูรพาจารย์อาวุโส พวกข้าไม่ได้สนใจที่จะมาเอา หญ้าจักรพรรดิจากเจ้าแล้ว เจ้าไม่ต้องหลบข้าแล้ว ออกมาเถิด เช่นนั้นก็ดี ข้าทำความสะอาดเสร็จก็จะไป จากนี้จะไม่มารบกวนเจ้าแล้ว แม่หนู ทำไมเจ้าไม่กินล่ะ จมูกเจ้าไม่ดี หรือว่าขนมกุ้ยฮวานี้ไม่หอมหวานล่ะ เพราะข้าอยากจะกินด้วยกันกับหมื่นปี แม่หนูน้อยคนนี้ มีมโนธรรมแบบนี้เมื่อไรกัน ทำไม ปีนี้พวกเจ้ากำจัดปีศาจ ที่หออี๋จูด้วยล่ะ ข้าคำนวณดูแล้ว ก็เป็นเวลาเกือบร้อยปี ที่ไม่มีคนมากำจัดปีศาจที่หออี๋จู ท่านบูรพาจารย์อาวุโส เจ้าพูดว่าปีที่ผ่าน ๆ มา ไม่ได้มากำจัดปีศาจที่หออี๋จูใช่หรือไหม

    ไม่มา ๆ ๆ มาแล้วก็ถูกข้าทำให้ตกใจวิ่งหนีไป ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมปีนี้ จัดวางตะเกียงกำจัดปีศาจมากถึงเพียงนี้ ทำไมหรือ นี่…นี่ไม่ใช่ที่เจ้าจัดวางหรอกหรือ มีปัญหาอะไรหรือ ลูกไฟปีศาจ หนีเร็ว ๆ เสี่ยวเสวี่ย หลิ่วเซาล่ะ หลิ่วเซาถูกศิษย์พี่ไป๋เฟิ่งเรียก ให้ไปจัดวางตะเกียงกำจัดปีศาจที่หออี๋จู ยังไม่กลับมาเลย ไป๋เฟิ่ง นางไปนานแค่ไหนแล้ว เหมือนว่าจะไปได้สักพักแล้วนะ ไฟไหม้แล้ว ไฟไหม้แล้ว หออี๋จูไฟไหม้แล้ว เอาน้ำมา หออี๋จูไฟไหม้แล้ว รีบไป ๆ รีบไปดับไฟสิ ทำไมไม่ดับล่ะ นี่เป็นอาคมของลูกไฟปีศาจ จะแผดเผาอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นเวลาเจ็ดวัน และน้ำก็มิอาจดับได้ แม่หนูรีบไป เร็ว ๆ เร็วสิ มา มานี่ เร็วหน่อย ทางนี้ เร็ว เร็วสิ ไปเอาน้ำมา เร็ว รีบไปตักน้ำมาสิ -มา ให้ข้า -ไปตักน้ำมาอีก ไม่ได้การ พวกเราต้องคิดหาวิธีแล้วรีบออกไป มิเช่นนั้น จะถูกลูกไฟปีศาจกลืนกิน ไม่มีประโยชน์ เจ้าดูช่องรับแสงที่หลังคาสิ นั่นก็คือลูกไฟปีศาจ

    ติดอยู่บนเขตอาคมของหออี๋จูแล้ว แต่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายมิอาจหลบหนีไปได้ แล้วจะทำอย่างไรดี แม่หนู ข้าบูรพาจารย์อาวุโสจะใช้พลังวิญญาณ ช่วยเจ้าหาทางออกไป หากล่าช้าจะไม่ทันการ แล้วเจ้าล่ะ ไม่ต้องสนข้า ข้าออกไปไม่ได้ แม้ข้าจะขวางลูกไฟปีศาจไว้ได้ แต่เหยียบออกจากเขตอาคมนี้ไม่ได้ แต่เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้ายังมีโอกาส นี่เจ้าจะทำอะไร ผู้อาวุโสเสวี่ยหยางมอบปิ่นกลัดผมนี้ให้แก่เจ้า เป็นเพราะว่า นี่คือกุญแจเปิดเขตอาคมของหออี๋จู เจ้ารู้มานานแล้วใช่หรือไม่ คืนข้ามา หากนางยังอยู่ นางคงไม่ต้องการให้เจ้าทำอย่างนี้ แต่นางไม่อยู่แล้ว นางไม่อยู่แล้ว ข้าเหลือเพียงปิ่นกลัดผมด้ามนี้ แม้แต่เจ้าก็จะแย่งมันไปหรือ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส นี่…นี่คือสิ่งสุดท้ายที่นางได้ให้ไว้กับข้า ไม่มีมัน ข้าคงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ หลิ่วเซา ท่านบูรพาจารย์อาวุโส เจ้าจะเก็บก็เก็บไว้เถิด แต่ พวกเราจะแพ้ไม่ได้ ทางนี้ ไปตักน้ำมาอีก ลู่หลี หลิ่วเซา หลิ่วเซา เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่ ตอบข้าสิ หลิ่วเซา ไม่พอ ไปตักมาอีก ขอรับ มาแล้ว ให้ ไปตักมาอีกถัง ลู่หลี อย่าไป อันตรายเกินไป เมื่อครู่ข้าได้ไปตรวจสอบแล้ว ข้างในไม่มี… ลู่หลี

    มาแล้ว ๆ เร็วหน่อย ๆ [หออี๋จู] เร็วเข้า หลิ่วเซา ลู่หลี พาข้าออกไปที ได้ ข้าจะพาเจ้าไป [การต้านพลังวิญญาณนี้] คาดไม่ถึงว่าพลังจะออกมามากเช่นนี้ [หออี๋จู] ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ ในที่สุดเจ้าก็เดินออกมาแล้ว ข้าไม่กล้าเดินออกไป ข้ากลัวเดินออกไปแล้ว จะไม่อาจรู้สึกถึงเจ้าได้อีก จะไม่รู้สึกถึงข้าได้อย่างไรกันเล่า เจ้าคือราชาแห่งพืชสมุนไพรไม่ใช่หรือ โลกตรงหน้าของเจ้า ก็คือสิ่งที่ข้าเคยปกป้อง ความอุดมสมบูรณ์ของดินในทุกตารางนิ้ว ล้วนเคยถูกราดด้วยจิตใจและกำลังของข้า เจ้ารู้สึกถึงหรือไม่ รู้สึกถึงแล้ว เสวี่ยหยาง ข้ารู้สึกถึงแล้ว แต่…ข้ายังคงคิดถึงเจ้ามาก หญ้าจักรพรรดิ หญ้าจักรพรรดิ ข้า ท่านบูรพาจารย์อาวุโส -ผมของท่าน -ผมของท่าน พวกเจ้ารักษาสัญญา ทำให้ข้าเดินออกจากหออี๋จูได้ ข้าก็จะรักษาสัญญา มอบหญ้าจักรพรรดิให้กับพวกเจ้า แต่ว่าท่าน… ข้า… บ่นพึมพำอะไรกัน แม้ว่าผมข้าจะผมขาวแล้ว ข้าก็ยังคงเป็นบูรพาจารย์อาวุโส หนุ่มรูปงามและมากความสามารถไม่ใช่หรือ แม่หนู ช่วยปักอันนี้ให้ข้าหน่อย ดูดีไหม ดูดี บนโลก งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ครั้งนี้

    ข้าควรไปจริง ๆ แล้ว พวกเจ้าทั้งสองไม่มีข้าอยู่เป็นเพื่อน จะต้องเบื่อแน่ ๆ ยังตัดใจจากข้าไม่ได้จริง ๆ ละสิ ถ้าตัดใจจากข้าไม่ได้ก็บอกมาตามตรง บอกแล้ว ข้าก็มิอาจอยู่ต่อได้ ท่านบูรพาจารย์อาวุโส แล้วหลังจากนี้ท่านเตรียมตัวจะไปที่แห่งใด อาจกลับไปตำหนักเซียนของข้า ก็ถือว่า มาจากไหน ก็กลับไปที่นั้น แล้วหลังจากนี้พวกเรา จะได้พบกันอีกหรือไม่ แม่หนู เจ้ามีท่านพี่ลู่หลีอยู่เป็นเพื่อนเจ้าทั้งคน เจ้ายังจะอ้างว้างอีกหรือ ตราบใดที่ยังมีโชคชะตาต่อกัน พวกเราจะได้พบกันอีก ไปแล้ว [ห้องโถงอวี้อวี่] เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าไม่อยู่แค่วันสองวันเท่านั้น เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นถึงเพียงนี้เชียว หออี๋จูตั้งอยู่ในสำนักอู่หยางโหวของข้า เป็นเวลานานนับหลายพันปี เหตุใดจึงเกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้ พูดมาสิ พูดมาสิ คิดว่าคงจะมีลูกศิษย์ บังเอิญทำตะเกียงกำจัดปีศาจหล่น นี่จึงเป็นเหตุที่เกิดไฟไหม้ ข้าได้ยินมาว่ามันคือลูกไฟปีศาจ ที่ไม่มีวันมอดดับ ท่านเจ้าสำนัก ศิษย์เป็นพยาน เป็นลูกไฟปีศาจอย่างแน่นอน แหล่งน้ำธรรมดามิอาจดับไฟได้ วันนั้นที่ลานเกิดเหตุไฟไหม้ ได้พบปีศาจตฤณหมื่นปีตนหนึ่ง น่าจะเป็นหญ้าจักรพรรดิที่ฝึกฝนมา ข้าได้ยินมาว่า ศิษย์น้องหลิ่วเซา ช่วงนี้ชอบไปที่หออี๋จู สันนิษฐานว่าเพื่อหาหญ้าจักรพรรดินั้นด้วย แล้วปีศาจตฤณหมื่นปีล่ะ? ปีศาจตฤณตนนั้น ได้หายตัวไปหลังจากไฟไหม้ ศิษย์ขอเดาว่า

    เขาเคยถูกกักขังอยู่ในหออี๋จู เพราะต้องการหลบหนีออกจากเขตต้องห้าม จึงทําให้เกิดไฟลุกโชนดังกล่าวขึ้น ศิษย์น้องไป๋คาดการณ์ได้สมเหตุสมผลมาก ศิษย์ ก็คิดเช่นนั้น น่าไม่อาย ได้ยินมาว่า ปีศาจตฤณตนนั้น มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับศิษย์น้องหลิ่วเซา ก่อนไป ได้ส่งมอบหญ้าจักรพรรดิให้กับ ศิษย์น้องหลิ่วเซาแล้ว หลิ่วเซา หลิ่วเซาได้รับหญ้าจักรพรรดิแล้วจริง ๆ กำลังรอท่านเจ้าสำนักกลับมา ขอมอบให้ท่าน ได้มาแล้วจริง ๆ หลิ่วเซาคนนี้เก่งกาจจริง ๆ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ เป็นหญ้าจักรพรรดิจริง ๆ ดูเหมือนว่าสวรรค์ไม่เอาชีวิตข้า โลกมนุษย์จะรอดแล้ว หลิ่วเซา ครานี้ เจ้าทำได้ดีมาก เรื่องเกี่ยวกับลูกไฟปีศาจ บัดนี้เราได้รับหญ้าจักรพรรดิมาแล้ว ถือว่าความดีครั้งนี้ลบล้างความผิดครั้งก่อน ข้าจะไม่ถือโทษเอาความเรื่องไฟไหม้ที่หออี๋จูอีก