บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.12 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 12] [ตำหนักเซียน ศาลาริมน้ำซือเชียน] ลั่วหนิง เจ้าแม่หนูคนนี้ [เทพธิดาแห่งเขาซีอิ่น ลั่วหนิง] หยอกคนเฒ่าคนแก่เล่นอีกแล้ว ผู้อาวุโสเซียนเวิง ท่านลองดูเร็วเข้า นี่คือหยาดน้ำค้างจากดอกมู่หลาน ที่ข้าตั้งใจปรุงเป็นพิเศษ แก้ไข้หวัดจากพิษหนาว เปิดทางเดินหายใจ ช่วงนี้ ท่านเป็นกังวลเรื่องของพี่ชายข้า จนพิษร้อนสะสมในปอด มีอาการคัดจมูกแล้วใช่หรือไม่ ข้าตั้งใจปรุงสิ่งนี้ให้ท่านเป็นพิเศษ ท่านลองดมว่าหอมหรือไม่ ลั่วหนิงยังกตัญญูเหมือนเดิมสินะ เซียนเวิง ท่านดูสิ ลั่วหนิงยอดกตัญญูถึงเพียงนี้ ท่านพาข้าไปเยี่ยมท่านพี่ได้หรือไม่ ข้าไม่ได้เจอเขามาหลายปีแล้ว อย่าว่าแต่เจ้าเลย ข้าก็ไม่ได้เจอเขามาหลายปีเช่นกัน อย่างไรเสีย เรื่องที่สำคัญกว่าคือ การเลื่อนเป็นเซียนชั้นสูงของเขา เราไม่อาจทำให้เขาเสียเวลา เหตุผลก็เป็นเช่นนี้ แต่ข้าก็ยังคิดถึงท่านพี่อยู่น่ะสิ คิดถึงเขาทำไมเล่า คิดถึงที่ลงโทษให้เจ้าคัดพระคัมภีร์หรือ แต่ว่า… ถ้าหากท่านพี่สามารถ บรรลุการฝึกจิตภาวนาได้ในเร็ววัน เช่นนั้นข้าจะยอม คัดพระคัมภีร์เพิ่มอีกสักครั้ง ไม่แน่หรอก รอจนถึงวันที่เขาบรรลุการฝึกจิตภาวนา เราต้องเรียกเขาว่าท่านเซียนลั่วเกอแล้วละ [ท่านพี่] [ท่านจะบรรลุการฝึกจิตภาวนาตอนไหนหรือ] [เก็บตัวบำเพ็ญเพียรน่าสนใจตรงไหนกัน] [จะสนุกเท่าพรรณไม้ประหลาดได้อย่างไร] [เจ้าเข้าใจที่เซียนเวิงพูดเมื่อครู่นี้ไหม] [ไม่เข้าใจเลย] [ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจ]

    – ศิษย์น้องเล็ก – ศิษย์พี่ สวัสดีเจ้าค่ะ [ลั่วหนิงงดงามยิ่งนัก] [การกระทำอันชั่วช้าของเขา] [ต่างจากสัตว์เดรัจฉานอย่างไร] [ข้ากับท่าน] [จะไม่มีทางพบหน้ากัน] [ตราบชั่วนิจนิรันดร์] [ราชาปีศาจเมี่ยวอิน] เจ๋อสุ่ย เจ๋อสุ่ย ชิวเสียนเอ๋ย [เจ้าตำหนักอู๋เสีย จั๋วชิวเสียน] หนิงเอ๋อร์ไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแต่ภายในร่างกายของนาง อยู่ ๆ ก็มีพลังวิญญาณแขนงอื่นเพิ่มขึ้นมา ราวกับว่า มาจากอาวุธที่ทรงพลัง แต่ก็เจือปนไปด้วยกลิ่นอายปีศาจ ชั่วขณะหนึ่งนางรับไม่ไหว ดังนั้นจึงยังไม่ได้สติ หรือจะเป็นอาวุธของตำหนักเซียน ที่เร่ร่อนอยู่ในแดนปีศาจ มีอาวุธเช่นนี้หรือ มี อาวุธของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย พิณสือกู่เซ่อ พิณสือกู่เซ่อ ดูท่า พิณสือกู่เซ่อ จะถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งแล้ว พิณสือกู่เซ่อนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ถึงแม้ศิลาจารึกสี่ฤดูจะได้รับความเสียหาย ก็สามารถใช้มันซ่อมแซมได้ สิ่งของจากตำหนักเซียนของเรา จะยอมให้ตกอยู่ในมือของปีศาจร้ายได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นศิลาจารึกสี่ฤดู ก็จวนจะคืนสภาพแล้ว จะรอช้าไม่ได้ ข้าจะล่วงหน้าไปเผ่าปีศาจ เพื่อสืบหาร่องรอยของพิณสือกู่เซ่อ และจะนำมันกลับมาอย่างสมบูรณ์แน่นอน เช่นนั้นก็ลำบากเจ้าแล้ว ขอรับ ลู่หลี เจ้าเป็นอะไร ไม่เป็นไร พวกเจ้ากลับมาแล้ว ลู่หลี

    ลู่หลี ลู่หลี ลู่หลี เจ้าเป็นอะไร มันคือสิ่งใด เหตุใดร่างกายเจ้าถึงมีสิ่งเหล่านี้ คำสาปกลืนวิญญาณ คำสาปกลืนวิญญาณของเจ้ากำเริบอีกแล้ว เคยบอกว่าหากมีอะไรจะเผชิญหน้าไปด้วยกัน โดนคำสาปกลืนวิญญาณแล้วยังไม่บอกข้าอีก หลิ่วเซา เขากลัวทำให้เจ้าเป็นห่วง ดังนั้นเลยไม่ได้บอกเจ้า ข้า…ข้าไหว วิชาเวทที่ข้าร่ายให้เจ้า ระงับได้เพียงชั่วคราว จะต้องบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง และกำเริบขึ้นอีกเป็นแน่ เหมือนตอนนี้ที่ลามไปยังฝ่ามือ ภายในสามวัน หัวใจจะสึกกร่อนกินวิญญาณ จะทำให้เจ้าเลือดไหลย้อนกลับ เจ็บปวดจนตาย เฮอน่า เจ้าวางใจเถิด ลู่หลีเป็นสหายของข้าเช่นกัน ข้าจะพยายามเต็มที่ [วิธีการยับยั้งแบบทั่วไป] [ไม่เกิดประโยชน์แล้ว] [ครั้งนี้] [ข้าทำได้เพียงใช้พลังวารีของข้า] [ปิดผนึกภายในร่างกายเขา] [สะกดลวดลายของคาถา] [สั่งระงับไม่ให้ลุกลาม] [แต่ครั้งหน้าหากกำเริบขึ้นอีก] [กลัวจะทำให้ร่างกายและวิญญาณแหลกสลาย] [ไม่อาจมีวิธีช่วยเหลือได้อีก] คาถาอำมหิตเช่นนี้ คงต้องหาทางกำจัดทิ้งเสีย ข้าจะไต่ถามตำหนักเซียนในวันหลัง ดูว่ามีหนทางอื่นอีกหรือไม่ ตอนนี้พิณสือกู่เซ่ออยู่ที่ใด เกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อย สายขาดไปหนึ่งเส้น มีร่องรอยของการกำเนิดอาวุธจริงสินะ ดูจากลมปราณแล้ว หาใช่มนุษย์ไม่ แต่เป็นราชาปีศาจอาภรณ์ขาวตนนั้น เผ่าภูตวารีอย่างพวกเขา บังอาจแย่งอาวุธจากตำหนักเซียนของเรา บัดนี้ศิลาจารึกสี่ฤดูเปราะบาง ตำหนักเซียนพบวิกฤตมากมาย เผ่าภูตวารีได้พิณสือกู่เซ่อไป ทั้งยังซ่อนกระบี่โอบจันทร์เอาไว้ เมื่อถึงยามที่สามพิภพไม่สงบ

    ยังมีผู้ใด จะถ่วงดุลได้อีก ไปส่งสารถึงอู่หยางโหว พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากเขา ขอรับ [สำนักอู่หยางโหว] ลู่หลีบอกว่าจะส่งกระบี่โอบจันทร์ กลับไปในไม่ช้า นี่มิใช่ข่าวดีหรอกหรือ แต่นักพรตเซี่ยแห่งตำหนักเซียน เพิ่งส่งคนมาถ่ายทอดความว่า จะโจมตีเผ่าภูตวารี ต้องการความร่วมมือจากพวกเรา หากข้าเดาไม่ผิด พวกของลู่หลีคงกลับมาไม่ได้ชั่วคราว คงจะอยู่ในเงื้อมมือของราชาปีศาจภูตวารี เจ้าถ่ายทอดคำสั่งถึงศิษย์ทั้งหลาย ล้อมรอบสระอาบจันทร์ไว้ แต่อย่าให้ผู้ใดแตะต้องเด็ดขาด ผู้ที่ฝ่าฝืนแตะต้อง ประหารไม่เว้นโทษ ขอรับ [ลู่หลี] [อยู่ที่โชคชะตาของเจ้าแล้ว] [เผ่าภูตวารีเก็บซ่อนอาวุธ ของตำหนักเซียนโดยพลการ] [มีเจตนาร้ายแอบแฝง] [หากไม่รีบส่งคืนในเร็ววัน] [พวกข้าคงจำเป็นต้องส่งทหารไปยังวังปีศาจ] [ทำให้พวกเจ้า] [ไร้ที่หลบซ่อน] คนจากตำหนักเซียน มาที่นี่เพราะพิณสือกู่เซ่อ ส่วนคนจากสำนักอู่หยางโหว ก็เป็นห่วงเจ้าและกระบี่โอบจันทร์ พิณสือกู่เซ่อนั้น เป็นของเผ่าภูตวารีมิใช่หรือ ตำหนักเซียนยุ่งมากเกินไปแล้วกระมัง หากพูดตามจริง นั่นเป็นของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย การตายของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย เคยเป็นความเจ็บปวดของตำหนักเซียนเช่นกัน สมบัติของนาง ย่อมกลายเป็นสิ่งของของตำหนักเซียน คาดไม่ถึงเลยว่าเป็นเพราะข้า ทำให้ทั้งเผ่าภูตวารีต้องติดร่างแหไปด้วย เฮอน่า ข้าขอโทษ เรื่องนี้ไม่โทษพวกเจ้า ผู้ใดจะคิดเล่าว่า ผ่านมาหมื่นปีแล้ว พิณสือกู่เซ่อยังสามารถ พัดกระพือคลื่นยักษ์เช่นนี้ได้ เช่นนั้นก็นำพิณสือกู่เซ่อส่งคืนพวกเขา พวกเขาก็จะสามารถกลับไป

    อธิบายต่อตำหนักเซียน ให้พวกเขารีบถอนกำลังทหาร ไม่ได้ บาดแผลของเจ้าเล่า จะทำเช่นไร ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงมีโอกาสแม้สักเล็กน้อย พวกเราก็ไม่ควรยอมแพ้ ส่งพิณสือกู่เซ่อกลับไปก็ไม่มีประโยชน์ ตำหนักเซียนไม่มีทางยอมรับ พิณสือกู่เซ่อที่สายขาด และจะเอาผิดกับเผ่าปีศาจ ที่ทำลายอาวุธเช่นเคย แต่อาวุธนี้ ก็ไม่ใช่พวกท่านที่ทำพังเสียหน่อย ผู้ที่มาจากตำหนักเซียนคือเซี่ยลิ่งฉี เขาไม่ชอบเผ่าภูตวารีมาแต่ไหนแต่ไร ปักใจว่าพวกเรามีเจตนาร้ายแอบแฝง มีหรือจะยอมปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ เฮอน่า ข้าอยากพบเซี่ยลิ่งฉีสักครั้ง ข้าคิดว่า ข้าน่าจะ สามารถโน้มน้าวเซี่ยลิ่งฉีได้ ทว่าก่อนอื่น พวกเราจะต้องหาทางซ่อมพิณสือกู่เซ่อให้ได้ สายนี่ ขาดได้อย่างไร ท่านนักพรตเซี่ย บอกท่านตามจริง พิณคันนี้ เป็นข้าและหลิ่วเซานำกลับมา แต่พิณคันนี้ถูกกักขังที่แดนปีศาจนานหมื่นปี กลิ่นอายความชั่วร้ายฝั่งลึก สายจึงขาดไปเส้นหนึ่ง ระหว่างตอนที่เดิมพัน เราไปขอความช่วยเหลือจากราชาปีศาจอาภรณ์ขาว เขามีวิธีซ่อมสายพิณ เมื่อครู่ตอนข้าอยู่บนทะเลสาบปิงเหยียน สัมผัสได้ถึงลมปราณพลังวารี ของราชาปีศาจอาภรณ์ขาว นั้นเป็นเพราะ ข้าขอยืมพลังวารี จากราชาปีศาจอาภรณ์ขาวเล็กน้อย อยากถือโอกาสนี้ ตามหาร่องรอยของพิณสือกู่เซ่อ ไม่ใช่ว่าราชาปีศาจอาภรณ์ขาว อยากยืมมือพวกเจ้า เพื่อชิงพิณสือกู่เซ่อนี้ไปหรอกนะ ต่อให้พวกเขาได้พิณสือกู่เซ่อคันนี้ไปครอง ก็หาได้มีประโยชน์อันใด เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น ท่านนักพรตเซี่ย ท่านดีดดูสักหน่อยก็จะเข้าใจ

    ไม่มีเสียง นี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าแอบทำสิ่งใดใช่หรือไม่ ท่านนักพรตเซี่ย พิณสือกู่เซ่อคันนี้ เป็นอาวุธของเทพเซียนชั้นสูง เป็นสิ่งที่พวกเรา จะกระทำการใดได้อย่างนั้นหรือ หากแต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่า มีเพียงหลิ่วเซาผู้เดียว ที่สามารถบรรเลงพิณสือกู่เซ่อให้มีเสียงได้ [ในเมื่อเป็นเช่นนี้] [คงต้องพาหลิ่วเซากลับตำหนักเซียนด้วย] ตอนนี้ตำหนักเซียนของเราต้องการ พิณสือกู่เซ่อที่สมบูรณ์ และ… ผู้ที่สามารถบรรเลงพิณสือกู่เซ่อได้ เช่นนั้นก็ขอท่านนักพรตเซี่ย ยืดเวลาให้อีกหน่อย รอซ่อมสายพิณเรียบร้อยแล้ว ข้าจะวางแผนทีหลัง นี่เจ้ากำลังช่วยขอความเมตตาแทน ปีศาจภูตวารี พวกนั้นหรือ ท่านนักพรตเซี่ย หากราชาปีศาจอาภรณ์ขาวเป็นอะไรไป ยังมีผู้ใดสามารถซ่อมสายพิณนี้ได้อีก ช่างเถอะ เช่นนั้นข้าส่งพิณสือกู่เซ่อ คืนให้เจ้าก็แล้วกัน ถ้าเจ้าซ่อมแซมได้ไม่ดี ผลลัพธ์นี้ เจ้าคงรู้ดี พวกเราไปกัน [หากยังไม่รีบซ่อมแซมพิณสือกู่เซ่อ] [เรื่องตำหนักเซียนไม่เพียงทำไม่สำเร็จ] [หลิ่วเซาก็คงทนต่อไปไม่ไหวเช่นกัน] ข้าเคยบอกแล้ว หากไม่มีเรื่องสำคัญ ก็ไม่ต้องมาหาข้า พิณสือกู่เซ่อถูกลู่หลีและหลิ่วเซา นำกลับไปยังแดนปีศาจแล้ว เสียดายที่สายขาดไปเส้นหนึ่ง อีกทั้งยังร่วมมือกับตำหนักเซียนและเผ่ามนุษย์ เพื่อทำเรื่องที่เป็นภัยต่อเผ่าภูตวารีของข้า ท่านว่า นี่นับเป็นเรื่องสำคัญหรือไม่ หากเผ่าปีศาจถูกกำจัด เช่นนั้นก็เหลือเพียงแค่ตำหนักเซียนแล้ว วันนี้ที่มาก็เป็นเพียงนักพรตผู้หนึ่ง พลังพื้นฐานหมื่นปีของเผ่าปีศาจภูตวารีแห่งข้า ขอแค่อยู่ใกล้ริมน้ำ หรืออยู่ในน้ำ ข้าก็มีวิธีนับร้อยที่จัดการเขาให้ตายได้

    เพียงแค่ข้าไม่อยากเรียก คนอื่น ๆ ในตำหนักเซียนมาก็เท่านั้น บอกมา ต้องการให้ข้าช่วยอะไร หากต้องการซ่อมแซมพิณสือกู่เซ่อ ก็ต้องใช้เส้นผมของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย ข้าลองนึกดูว่าในสามพิภพ ผู้ใดที่จะมีสิ่งนี้ได้ นึกไปนึกมา ก็ต้องเป็นท่านแล้วละ กึ่งปีศาจหลูเซิง เป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง ในสามพิภพนี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้ ของสิ่งนี้ ข้าเคยเห็นมาก่อน อยู่ที่ไหน เมื่อหมื่นปีก่อน บนศีรษะของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย ลู่หลีพูดจาได้น่ารำคาญยิ่งนัก อาจารย์เป็นเช่นใด ศิษย์ย่อมเป็นเช่นนั้น แม้จะมิอาจได้เส้นผมของเทพธิดาเจ๋อสุ่ยมา แต่เมื่อพูดถึงการซ่อมแซมสายพิณ กลับมีสิ่งหนึ่งที่สามารถทดแทนได้ คือสิ่งใด เส้นเลือดวิญญาณของราชาปีศาจเผ่าภูตวารี มีความเหนียวนุ่มตามธรรมชาติ และเปี่ยมด้วยพลังวิญญาณ เส้นเลือดวิญญาณราชาปีศาจ ซึ่งก็คือเส้นเลือดวิญญาณของท่าน หรือของข้านั่นเอง สามารถนำมาใช้ ซ่อมแซมพิณสือกู่เซ่อได้ ได้ ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปก่อนเถอะ [ตำหนักเซียนถูกใจศิษย์ของข้า] [ช่างเป็นเรื่องโชคดีจริง ๆ] เชิญดื่ม ท่านนักพรต ความหมายเมื่อครู่ คือต้องการรอให้พวกหลิ่วเซากลับมา และให้หลิ่วเซา นำพิณสือกู่เซ่อ ไปยังตำหนักเซียนผู้เดียว หากซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดูได้ จึงจะสามารถ ได้ฝึกฝนอยู่ที่ตำหนักเซียนใช่หรือไหม ถูกต้อง อีกอย่างวันที่ซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดูนั้น จวนโหว สามารถเลือกศิษย์

    มาเข้าร่วมพิธีได้ ดียิ่งนัก ข้ายังมีศิษย์อีกคน ชื่อว่าลู่หลี คนผู้นี้ มีพรสวรรค์มาก เหมือนกับหลิ่วเซา ข้าเองก็ให้ความสำคัญกับเขามาก หากท่านนักพรตอนุญาต ให้ลู่หลี กับหลิ่วเซาไปฝึกฝนที่ตำหนักเซียนด้วยกันได้ เรื่องนี้ไม่ต้องหรอก เซียนเวิงกล่าวว่า เลือกหลิ่วเซาเพียงผู้เดียว ต่อไปพวกเขา จะไม่ใช่คนร่วมทางเดียวกันอีกแล้ว เชิญดื่มชา ท่านบ้าไปแล้วหรือ คิดจะดึงเอาเส้นเลือดวิญญาณ ของตัวเองจริง ๆ หรือ อาฝู สิ่งใดหนัก สิ่งใดเบา ข้าแยกได้ชัดเจน ข้าก็แยกได้ชัดเจน ท่านเป็นราชาปีศาจ เป็นพี่คนโต ท่านหนัก ข้าเบา อาฝู อาฝู ไถเหล่า ไถเหล่า อาฝู อาฝู เส้นผมของเทพธิดาเจ๋อสุ่ยเมื่อหมื่นปีก่อนนี่ เจ้ากลับหามันมาจนได้ ไม่ง่ายเลยจริง ๆ หวังว่ามันจะเป็นดั่งคำที่เขาร่ำลือกัน รักษาหลิ่วเซา ปัดเป่าเภทภัยของเผ่าข้าในวันนี้ [นี่เรียกว่าบทเพลงแห่งสาละ] [เป็นท่วงทำนองที่บันทึกจากแรงบันดาลใจ] [ขณะฟังเสียงต้นสาละออกดอก] [ความรักแห่งสาละ] [สุดแท้บริสุทธิ์] [ลึกซึ้งถึงอารมณ์] [สามารถรักษา] [และสร้างความอบอุ่น] [แก่เหล่าความเจ็บปวดที่ฝังลึกในกระดูก] ท่านแม่ทัพอาฝู ร่างกายท่านตอนนี้ไม่ควรดื่มสุรานะ

    อย่ากวนใจข้านักเลย ไถเหล่า ท่านออกไปเถอะ – หลิ่วเซา – หลิ่วเซา หลิ่วเซา หลิ่วเซา เสียงพิณเกิดผลแล้ว อาการบาดเจ็บจากพลังย้อนกลับของนาง น่าจะไม่เป็นไรแล้วละ เพียงแค่ใช้พลังวิญญาณมากเกินไปเท่านั้น จริงหรือ เช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน ดีเหลือเกิน หลังจากหลิ่วเซาฟื้น จะต้องกลับสำนักอู่หยางโหวเป็นแน่ อ๋าวเหิ่นตามหานางมาโดยตลอด น่าจะร้อนใจมากแล้วละ เจ้าฟื้นแล้ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง ยามข้านึกถึงคำสาปกลืนวิญญาณ ที่ยังไม่คลายของเจ้า ก็รู้สึกปวดใจนัก มันไม่กำเริบชั่วคราว อย่ากังวลไปเลย เรื่องที่อาจารย์เจ้า ใช้คำสาปกลืนวิญญาณกับเจ้า ทำไมถึงไม่บอกข้า หากข้าบอกเจ้า จะไม่ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงหรอกหรือ ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องปวดใจเพราะข้า แล้วที่ข้ารู้ตอนนี้ข้าไม่ปวดใจหรือ เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง เจ้าหลับตาลง ได้ยินหรือยัง ได้ยินแล้ว ข้าเกิดมามีหัวใจเพียงครึ่งดวง แต่ในตอนนี้ ข้าตามหาอีกครึ่งดวงพบแล้ว ซึ่งก็คือเจ้า แม่ทัพเผ่าปีศาจตนหนึ่ง ตกต่ำจนถึงขนาดยืมค่ายกลของข้ามาใช้รักษา คิดไม่ถึง ว่าเจ้าจะโหดร้ายกับตัวเองได้ถึงเพียงนี้ ขอเพียงแค่ชาวประชาของข้า สามารถพบแสงตะวันได้อีกครั้ง ไม่ถูกกักขังอยู่ใต้น้ำอีก อย่าว่าแต่เส้นเลือดวิญญาณ แม้แต่ชีวิตข้าก็ยอมสละได้ ข้ายังมีเรื่องสนุกอีกมากที่ต้องการดู

    ไม่มีเวลาพอที่จะเสียไปเปล่า ๆ หรอกนะ ฉะนั้น ทำได้เพียงหยิบยืมค่ายกลของท่านมาช่วยรักษา หาพลังปีศาจเพิ่มขึ้น รอดูเรื่องสนุก ๆ ข้าให้คนไปแจ้งกับอ๋าวเหิ่นแล้ว ว่าหลิ่วเซากับลู่หลี จะออกจากแดนปีศาจในสองวันนี้ กระบี่โอบจันทร์มีพลังหักล้างกับข้า ทำได้เพียงทิ้งไว้ให้เจ้าใช้แล้วละ ไว้กลับไปค่อยคิดหาวิธี ดูว่ามีวิธีไหนที่จะใช้งานมันได้บ้าง แต่ไม่ถูกพลังย้อนกลับน่ะ ถ้าข้าใช้กระบี่โอบจันทร์ได้ละก็ ข้าจะเอาไปฟันอ๋าวเหิ่นก่อนเลย แบบนี้แล้ว เราก็จะได้ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้วละ อย่างนั้นหรือ โอ้โห เจ้านี่ก็มาจริง ๆ ด้วย คุณชายอย่างข้าน่ะ พอนึกถึงครั้งก่อนที่ถูกเจ้าซัดจนหมดสภาพ ข้าก็หงุดหงิดมาก อยากจะเอาคืนมาตั้งนานแล้ว หรือไม่อย่างนั้น วันนี้เรามาสู้กันสักตั้งดีหรือไม่ นี่ฟ้ายังไม่มืดเลยด้วยซ้ำ เหตุใดจึงได้ฝันเสียแล้วเล่า อย่างนั้นหรือ ในขณะเดียวกัน ข้าก็ได้เตือนท่านพี่ของข้า ว่าอ๋าวเหิ่นหมายหัวหลิ่วเซาไว้นานแล้ว ขอแค่หลิ่วเซาออกจากแดนปีศาจเมื่อใด ก็อาจจะถูกอ๋าวเหิ่นลอบโจมตีได้ อ๋าวเหิ่น ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของเจ้า สระอาบจันทร์ก็อยู่ข้าง ๆ นี่เอง เจ้าว่าเจ้าจะรับมือ ราชาปีศาจอาภรณ์ขาวได้สักกี่กระบวนท่าเล่า ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพวกเราสองคนอยู่ด้วย คงไม่ใช่ว่า พวกเจ้าวางแผนกันไว้แต่แรก ตั้งใจลวงข้าให้มาติดกับหรอกนะ ครั้งนี้ พวกเราก็ต้องการจับลูกไก่ในกำมือนี่แหละ เจ้าคงมิใช่แค่ต้องการให้พี่ของเจ้า ต่อสู้กับอ๋าวเหิ่นหรอกนะ

    จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า ในเมื่อพี่ที่ข้ารักได้ลงมือไปแล้ว เช่นนั้นย่อมต้องได้ผลประโยชน์อยู่บ้าง ฉะนั้น ข้าจึงได้ส่งคนไปบอกเซี่ยลิ่งฉี ถิ่นของอ๋าวเหิ่น จึงไม่มีใครอยู่ อ๋าวเหิ่นได้แย่งชิง พลังวัตรและพลังปีศาจไปมากถึงเพียงนั้น ตำหนักเซียนจะยอมพลาดโอกาสนี้ได้หรือ อย่างไรก็ต้องคิดตัดไฟเสียแต่ต้นลม นักพรตเซี่ย ไม่พบอ๋าวอินขอรับ หรือเดรัจฉานน้อยนั่น จะมิได้อยู่ที่นี่ อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย เสี่ยวอิน โหดจริง ๆ ข้ายังอยากทำอะไรที่มันโหดยิ่งกว่านี้อีก ท่านจะช่วยข้าหรือไม่ เสี่ยวอิน นายท่าน นายท่าน รีบพูดมา มันเกิดอะไรขึ้น ขอรับ เป็นพวกตำหนักเซียน แม้ แม้แต่นายน้อยก็ เฮอน่า ขอบคุณท่านมากนะ เป็นเพราะท่านช่วยแท้ ๆ นี่ อะไรที่เรียกว่าเป็นเพราะได้เขาช่วย ข้าล่ะ ข้าไม่สำคัญหรือ ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณท่านจริง ๆ ไม่ต้องเกรงใจ ลู่หลี รอให้หลิ่วเซากลับไปที่จวนโหว ก็ดูแลนางให้ดี เจ้าวางใจเถอะน่า ไม่เหลือโอกาสไว้ให้เจ้าหรอก ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น หลิ่วเซา ข้าขอตัวก่อน ได้รู้จักสหายเช่นเฮอน่า ช่างเป็นโชคดีของข้าจริง ๆ

    ใช่หรือไม่ ใช่มันก็ใช่แหละ แต่ว่า เสียวเสวี่ย หลิ่วเซา หลิ่วเซา หลิ่วเซากลับมาแล้ว แล้วพี่ใหญ่ข้าล่ะ พี่ใหญ่เจ้ารอให้เจ้าเอาน่องไก่มาให้อยู่น่ะ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ยินดีต้อนรับท่านกลับมานะ ดูท่าแล้วเจ้าอ้วนจะรักเจ้าจริง ๆ นะ ขนาดน่องไก่ที่รักที่สุดยังยอมยกให้เจ้าได้ ท่านดูพวกเขาสิ มากอดกันเถอะ เจ้านี่นะ เจ้าน่ะ มือที่ถือน่องไก่ของเจ้า ท่านเจ้าสำนักได้ยินว่าทุกคนกลับมาแล้ว เรียกเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องไปรวมพล [ห้องโถงอวี้อวี่] วันนี้ ที่ข้าเรียกทุกคนมา เพราะต้องการประกาศ เรื่องที่น่ายินดีและเป็นเกียรติ แก่สำนักอู่หยางโหวของข้า หลิ่วเซา เจ้าขึ้นมานี่สิ เรียกเจ้าแน่ะ ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการ หลิงซีย่วน หลิ่วเซา ทั้งฉลาดและปฏิบัติชอบ ผ่านการคัดเลือกนับหลายด่าน ได้รับการยอมรับจากตำหนักเซียน ได้รับโอกาสในการบำเพ็ญเพียร เพื่อเลื่อนขั้นเป็นเซียนจากตำหนักเซียน หลิ่วเซา นางจะโชคดีเกินไปแล้วนะ หลิ่วเซาจะได้ไปตำหนักเซียนแล้ว ท่านเจ้าสำนัก นี่มันอะไรกัน หลิ่วเซา ถ้าข้าไม่อยากไป จะเปลี่ยนคนได้หรือไม่ โอกาสดีถึงขนาดนี้กลับไม่อยากไปเสียได้ นั่นสิ คำสั่งจากตำหนักเซียนนี้ แม้แต่ข้าเอง ก็ไม่อาจมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเข้าสู่ตำหนักเซียน เจ้าจะมิได้มีแต่เพียงโอกาสในการฝึกฝนวิชาเซียน

    แต่ยังจะสามารถ หลุดพ้นจากร่างข้อจำกัดร่างเนื้อของมนุษย์ เข้าสู่วิถีความเป็นนิรันดร์ นี่คือโอกาสที่ศิษย์ทุกคนล้วนใฝ่ฝันปรารถนาถึง เจ้าควรจะรักษาโอกาสให้ดี แต่ว่าลู่หลีเขา ลู่หลี กับลู่หลีแล้ว ข้าได้วางแผนอื่นไว้แล้ว ตำหนักเซียน กำหนดให้เจ้าไปเพียงคนเดียว แต่ว่า ข้าสามารถมีคำสั่งให้ลู่หลี อารักขาเจ้าไปส่งที่ตำหนักเซียนได้ แบบนี้ ในระหว่างทาง พวกเจ้าสองคนจะได้ดูแลกันและกันได้ ลู่หลี ศิษย์อยู่นี่ขอรับ นับแต่นี้ข้าขอมอบกระบี่โอบจันทร์ให้เจ้าใช้ อนาคตของสำนักอู่หยางโหว ขอยกให้กับเจ้า ศิษย์น้อมรับคำสั่ง [หมายความว่าอย่างไรกัน] [ความหมายของท่านเจ้าสำนักคือ] [ลู่หลีจะได้เป็นอู่หยางโหวคนต่อไปหรือ] [จริงหรือนี่] [ลู่หลีนี่สุดยอดไปเลย] เจ้ารู้หรือไม่ ตอนข้าเด็ก ๆ ก็อยากจะไปตำหนักเซียน เพื่อไปหาเซียนท่านนั้นที่อยู่เป็นเพื่อนข้าสามวัน แต่ว่าข้าในตอนนี้ กลับยินยอมที่จะอยู่ในโลกแห่งมนุษย์ปุถุชน แล้วพิณสือกู่เซ่อนั่น สำหรับข้าแล้ว มันก็ไม่จำเป็นอีกแล้วละ ก็ให้พวกเขาหาคน ส่งไปที่ตำหนักเซียนก็พอแล้ว เจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า พวกเขาต้องการคนที่สามารถบรรเลงพิณสือกู่เซ่อ และสามารถซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดูได้ เจ้าว่าเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ข้าจะส่งเจ้าไปก่อน แล้วข้าจะตามเจ้าไป รอสบโอกาสเหมาะ ๆ ดูว่าข้าจะอยู่ที่นั่นต่อได้หรือไม่ อยู่ต่ออย่างนั้นหรือ เจ้าลืมสถานะเดิมของข้าแล้วหรือ มิจฉาชีพ เอาเป็นว่า จะส่งเจ้าไปก่อน

    รอให้ถึงวันที่เจ้าบรรเพลงเพลง พวกเจ้าสำนักก็จะไปลานพิธีการ ข้าก็จะตามพวกเขาไป ถึงตอนนั้นข้าก็จะหน้าด้านหน้าทน หาวิธีหลอกล่อยื้อยุด ถ้ายื้อต่อไม่ไหวจริง ๆ ข้าจะอยู่ที่ข้างล่างตำหนักเซียน แบบนี้ ในทุกวันที่เจ้าลงมา ก็จะมองเห็นข้าแล้วใช่ไหมล่ะ จะว่าไปก็ใช่นะ ข้าจะไปหาเจ้าทุกวัน ถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ ไล่ข้าออกมา แบบนี้ ก็ตรงกับความปรารถนาของข้าพอดีใช่ไหมล่ะ หลิ่วเซาของเรา นับวันก็ยิ่งฉลาดขึ้นทุกวัน ลู่หลีของเรานับวันก็ยิ่งฉลาดขึ้นเหมือนกัน นับวันก็ยิ่งน่ารักขึ้นทุกวัน เอาละ ตอนนี้ก็เย็นแล้ว เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปปรึกษาอะไรกับท่านเจ้าสำนักหน่อย ถ้าเช่นนั้น ข้ากลับละนะ ออกมาเถอะ ลู่หลี บัดนี้ในใจของเจ้า เหลือเพียงแต่หลิ่วเซาเท่านั้น ไม่เหลือความสัมพันธ์ครั้งเก่าของเราไว้บ้างเลยหรือ เพลิงไหม้ที่หออี๋จู ได้เผาไหม้ความสัมพันธ์ครั้งนั้นจนหมดสิ้นแล้ว แผนร้ายกาจในวันดึงกระบี่นั่น การที่ข้าไม่ได้ฆ่าท่าน คือการที่ข้าเห็นแก่ท่านสูงสุดแล้ว แต่ข้าทำไปเพราะรักเจ้านะ ท่านรักใครก็เป็นเรื่องของท่าน มิได้เกี่ยวกับข้า ข้าจะรักใครก็เป็นเรื่องของข้า มิได้เกี่ยวกับท่านเช่นกัน รบกวนช่วยอยู่ห่างจากข้าที มันน่าสะอิดสะเอียน ไม่ ข้าจะปล่อยมือจากเจ้าไปไม่ได้ ในเมื่อปล่อยมือไม่ได้ อาจารย์จะสอนเจ้าเองว่าจะปล่อยได้อย่างไร อาจารย์ คุกเข่าลง ศิษย์ทรยศ ข้าเคยบอกกับเจ้าไว้นานแล้ว ห้ามทำร้ายหลิ่วเซาจนเกินเหตุ เจ้าเคยจดจำคำของอาจารย์ไว้ในใจบ้างหรือไม่ ไร้ประโยชน์

    ศิษย์ทั้งสองคนของหลูเซิงเช่นข้า แม้แต่คนเดียว ก็รั้งไว้ไม่ได้แล้ว ท่านอาจารย์ หลีเอ๋อร์ จนถึงวันนี้ เจ้ายังมองไม่ออกอีกหรือ เพื่อนางแล้ว ถึงกับยอมทิ้งสถานะเทพชั้นสูง แต่นาง กลับได้เข้าไปในตำหนักเซียน หนึ่งร้อยปีต่อมา หน้าตานางก็ยังคงงดงามราวกับดอกไม้ ส่วนเจ้า กลับแก่ลงและอ่อนแอ เหมือนขอนไม้ที่ผุพัง เจ้าเต็มใจหรือ ถ้าหากพยายามแล้ว ผลสุดท้ายยังเป็นเช่นนี้ หลีเอ๋อร์พอใจ พอใจหรือ หลีเอ๋อร์ ตอนนั้นที่อาจารย์เคยเตือนเจ้า ว่าอย่าไปรักกับนาง ก็เพราะเป็นห่วงว่าเจ้าต้องตายเพราะนาง แต่บัดนี้ เจ้าได้ครอบครองกระบี่โอบจันทร์แล้ว ขอเพียงใจแข็ง ฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะสามารถอยู่กับหลิ่วเซา เคียงคู่กันตลอดไป อาจารย์ ท่านหมายความว่า ขอเพียงแค่ข้าฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก หลิ่วเซาก็จะอยู่กับข้าตลอดไป ขอเพียงแค่ฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก เจ้าก็จะเป็นเทพจันทราโดยสมบูรณ์ เมื่อนั้น ไม่ใช่แค่หลิ่วเซา ทั้งสามพิภพ ใครจะแยกพวกเจ้าออกจากกันได้ ข้าจะพาไป๋เฟิ่งไปอบรมเอง เรื่องนี้ เจ้าลองคิดให้ดี ๆ เสีย ในเมื่อไร้ความปรานี แล้วเหตุใดจะต้องเสียใจอีกเล่า ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร ท่านยุยงให้ลู่หลีใช้กระบี่โอบจันทร์ ฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก แต่ร่างกายเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เมื่อถูกพลังเทพบังคับให้ใช้กระบี่โอบจันทร์

    พลังจะย้อนกลับจนกลายเป็นเพียงผงธุลีแน่นอน นี่ท่านยังไม่เรียกว่าไร้ความปรานีอีกหรือ ทั้งหมดที่ข้าทํา ก็เพื่อให้เทพชั้นสูงฟื้นคืนชีพ คิดจะทำการใหญ่ ก็ต้องยอมสละบางสิ่ง ถึงข้าจะไร้ความปรานี ก็ไม่เสียใจ ยาชวนเป้ยนี้ ลู่หลีเป็นคนปรุงใช่หรือไม่ เสียแล้วนี่ แล้วเหตุใดจึงวางบนโต๊ะนี้ เฝ้ามองมันทุกวันด้วยความเหม่อลอยด้วยเล่า เจ้าช่วยข้าเอาไปโยนทิ้งที จำเป็นด้วยหรือ ความโศกเศร้า ไม่ได้ขัดต่อความเหี้ยมโหดของท่าน ท่านยังมีเวลาอีกหน่อย ไปบอกลาลูกศิษย์ของท่านดี ๆ เสียเถิด [ถ้าอยากให้เทพชั้นสูงเกิดใหม่] [จะต้องมีใครบางคนยอมเสียสละ] [หลีเอ๋อร์] [อย่าโทษอาจารย์เลย]