บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.16 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 16] พรุ่งนี้ ข้าจะจัดเตรียมค่ายกลที่หอคอยลู่ซือ ยืมร่างของหลิ่วเซา หลอมวิชายันต์เลือด ศิษย์ยินดีช่วยเหลือท่านเซียน คุ้มกันค่ายกล ภายในสามวันนี้ ห้ามเข้าใกล้หอคอยลู่ซือ รับทราบ ไม่หรอกมั้ง ท่านเซียนลั่วเกอจะใช้เจ้าหลอมเป็นยันต์เลือด คงไม่ใช่เรื่องจริงหรอก เป็นเรื่องจริง มีสิทธิ์อะไรกัน เรื่องศิลาจารึกสี่ฤดูเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จะให้แม่นางตัวเล็ก ๆ รับผิดชอบหรือ กล่าวกันว่า ในร่างของข้า มีพลังเทพเจ้าเย่าหลิง ท่านเทพเย่าหลิงเป็นผู้ผนึกศิลาจารึกสี่ฤดู ข้าคงต้องมีส่วนร่วมไปโดยปริยาย เอาชีวิตเล็ก ๆ ของเจ้าไปมีส่วนร่วมน่ะหรือ ก็ใช่น่ะสิ ข้าก็มีเพียงชีวิตเดียวเหมือนกัน ผู้ใดจะยอม เอาชีวิตของตัวเองไปเดิมพันกันเล่า นั่นมันแน่อยู่แล้ว เดิมพันอะไรหรือ เดิมพัน… ว่าในจิตใจของลั่วเกอ ยังคงเป็นลู่หลีผู้นั้นที่รักข้า เขาจะไม่ยอมให้ข้าตาย แต่ว่า ถ้าหากว่าเขาเต็มใจ นำเจ้าไปเติมเต็มศิลาจารึกสี่ฤดูจริง ๆ เล่า หลิ่วเซา เจ้าต้องคิดให้ดีนะ มหายันต์ไข่มุกเจ็ดลูก กับพลังชีวิตของเจ้าเชื่อมโยงกัน หากข้าบอกว่าไม่ยอม ตำหนักเซียน จะเลิกใช้เลือดของข้า หรือท่านจะเลิก หลอมข้าเป็นยันต์เลือดด้วยงั้นหรือ ไม่มีทางอย่างแน่นอน

    แม้ข้าจะมีพลังเทพเจ้าเย่าหลิง แต่ก็ไม่เคยสร้างหายนะให้ผู้อื่น ตำหนักเซียนต้องการเลือดข้าไปบูชาศิลาจารึก ตำหนักเซียนต้องติดหนี้ข้า ท่านต้องการเลือดข้าไปบูชาศิลาจารึก ท่านก็ต้องติดหนี้ข้า ใช่แล้ว เป็นข้าที่ติดหนี้เจ้า ไม่ใช่ท่านเซียนที่ติดหนี้ข้า แต่เป็นท่าน บุรุษผู้ยืนอยู่ตรงหน้าข้า ไม่เพียงแต่ไม่ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในครานั้น ว่าจะปกป้องข้าไปทั้งชีวิต จนกระทั่งวันนี้ ยังทำร้ายข้า ติดหนี้ข้าอีก จะนำข้าไปบูชาแก่ศิลาจารึก ผู้ที่ให้คำมั่นสัญญาคือลู่หลี หาใช่ข้าไม่ ท่านก็คือลู่หลี ในโลกนี้ไม่มีลู่หลี เช่นนั้นข้าขออาจหาญถามท่านเซียน ลู่หลีผู้ที่มีเลือด มีเนื้อ ร้องไห้และหัวเราะได้ ผู้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตตนเอง เพราะในจิตใจมีความยึดมั่นอยู่บ้างผู้นั้น คือผู้ใดกันแน่ แม้ว่าเขาจะมีตัวตนจริง ๆ แต่ถึงวันนี้ เขาก็ตายจากไปแล้ว ลู่หลีตายไปแล้ว ข้าก็ไม่ผิดต่อคำสัญญาชั่วชีวิตนั่น จะอยู่เคียงคู่ไม่ว่าเป็นหรือตาย หนทางในยมโลกช่างยาวไกล แต่ข้าก็ยังสามารถตามเขาไปได้ สามารถเห็นดวงใจของเขา ที่ยังเต้นได้ ที่เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ลู่หลี รอข้าก่อน ศิลาจารึกสี่ฤดูเริ่มซ่อมแซมแล้ว ดูเหมือนว่า ไข่มุกยันต์จะสัมฤทธิ์ผลแล้วสิ เป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องดีทีเดียว ค่ายกลนี้ ท่านเซียนลั่วเกอเป็นผู้ควบคุมอยู่ตลอดมิใช่หรือ เหตุใดข้าจึงเพิ่งเห็นเขากลับไปยังเขาซีอิ่นได้เล่า ค่ายกลนี้สามารถโคจรได้เอง จะต้องไปควบคุมอันใดเล่า ไปกันเถิด ไปกัน กลับไปเก็บกวาดเสียหน่อย

    หลับให้เต็มอิ่มสักตื่น บุรุษผู้มีใบหน้าของลู่หลีผู้นั้น ไม่ใช่ลู่หลีผู้มีใจ และรักข้าอีกแล้ว ดูท่า ลู่หลี คงไม่อยู่แล้วจริง ๆ ที่แท้ คนทรยศก็คือท่าน รอถึงยามที่เจ้าตายครบเจ็ดวัน ข้าจะค่อย ๆ บอกเจ้า ผ่านทางกระดาษเงินกระดาษทองของโลกมนุษย์แล้วกัน ท่านเซียน เรื่องมาถึงบัดนี้แล้ว เซี่ยลิ่งฉี เจ้ายังมีสิ่งใดจะพูดอีกงั้นหรือ ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ท่านเซียน ถูกสตรีจากโลกมนุษย์ผู้นี้หลอกล่อ ข้าจึงทำลายกายเนื้อของนาง เก็บพลังเทพของนางไว้มอบให้ท่าน แม้ไม่มีกายเนื้อแล้ว แต่พลังเทพก็ยังสามารถ หลอมเป็นยันต์เลือดได้มิใช่หรือ หากไม่มีกายหยาบที่มีเลือดเนื้อ แล้วจะกลั่นยันต์เลือดได้อย่างไร เซี่ยลิ่งฉี เจ้าไม่รู้จริง ๆ น่ะหรือ หากท่านเซียนยังคงสงสัยในตัวข้า เช่นนั้น เชิญเอาชีวิตข้าไปเถอะ ใช้หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พลังปีศาจรัดรอบตัว ยังกล้าเล่นลิ้น หากเจ้าสังเกตดูดี ๆ เขตอาคมที่เจ้าบุกเข้ามา เป็นค่ายกลยันต์เลือดจริง ๆ แผ่นดินใต้เท้า ยังคงอยู่บนหอคอยลู่ซือ เกอเอ๋อร์ ไหนบอกว่าครานี้ จะจับผู้สอดแนมเผ่าปีศาจ กลับตำหนักลี่เทียนมิใช่หรือ แต่เจ้าใช้ดวงดาวเปลี่ยนทิศ เพื่อพานักพรตเซี่ยมา นี่มันเพื่อสิ่งใดกัน ท่านเซียน เซียนเวิง ข้า

    ข้าถูกใส่ความ นับตั้งแต่เขตอาคมถูกทำลาย จนโล่ม่วงถูกนำไปใช้ กระทั่ง ดนตรีปีศาจของพิณสือกู่เซ่อ มุ่งโจมตีตรงรอยแตกบนศิลาจารึกสี่ฤดู [ดังนั้น] [อ๋าวเหิ่นรู้แต่แรกแล้วว่าโล่ม่วงอยู่ที่ใด] [ทั้งยังรู้ว่าจุดใดเปราะบางที่สุด] [ใช่เจ้าค่ะ] ข้าเลยสรุปได้ว่า ตำหนักเซียนต้องมีไส้ศึกเป็นเเน่ ฉะนั้นข้าเลยตั้งใจปล่อยข่าว ว่าต้องใช้ยันต์เลือด ที่กลั่นมาจากเลือดของหลิ่วเซา มาซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู [ข้ารู้เพียงเเค่] [หลิ่วเซายอมใช้กายนางมาทำเป็นยันต์เลือด] [เพื่อมาซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดู] ก็เพื่อล่อให้เจ้าออกมา บัดนี้เจ้ามีกลิ่นอายปีศาจครอบงำอยู่ แล้วจักพูดว่าอย่างไรอีก ข้าสังหารปีศาจในสามพิภพตลอดทั้งปี ย่อมเลี่ยงไม่ได้ ที่จะมีกลิ่นอายปีศาจติดบนกายบ้าง ใช่ กับหลิ่วเซาแล้ว ข้าไม่พอใจนาง เกลียดชังนางจริง เรื่องพวกนี้ข้ายอมรับ ข้าถามท่านเซียนหน่อยเถิด ท่านไม่ควรนำแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวมาตัดสินข้า ว่าสมคบคิดกับแดนปีศาจ ทำลายตำหนักเซียนด้วยตนเอง ท่านเซียน นักพรตเซี่ยในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์ศิลาจารึก ของสามตำหนักเซียนมามากกว่าพันปี หากมีใจไม่ภักดีมาแต่แรก เหตุใดต้องรอให้ถึงวันนี้แล้วจึงลงมือเล่า พลังปีศาจแรงกล้ามาก เจ้าสมคบคิดกับเผ่าปีศาจมานานเท่าใดแล้ว ดูท่าแล้ว เกรงว่าต้องมีสักสิบปีได้ ไม่ ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำ ผู้ที่ร่วมมือสมคบคิดกับเจ้า ในแดนปีศาจคือผู้ใด ข้าไม่รู้ ทั้งที่ความอาวุโสและวรยุทธ์ของท่านอยู่เหนือข้า เหตุใดท่าน ใช่ ข้าก็อยากรู้

    ทั้ง ๆ ที่ข้าเหมาะสมกว่า เหตุใดตำแหน่งเจ้าตำหนักอู๋เสีย จึงตกเป็นของเจ้า ที่แท้ก็เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นหรือ ข้าเซี่ยลิ่งฉี ทุ่มเทเวลาและพลังทั้งชีวิต เพื่อดูแลตำหนักเซียนและสามพิภพ เพื่อรักษากฎบนสวรรค์แห่งนี้ ข้ารบในสงครามใหญ่มาพันกว่าครั้ง ในสงครามเล็ก ก็รบมามากกว่าหมื่นครา บาดแผลที่ข้าเคยได้รับ แม้แต่ตัวเองยังนับได้ไม่ถ้วน แต่สุดท้าย ข้ากลับสู้ซางอวี้หรง ที่เป็นคุณชายผู้ชอบวางท่าใหญ่โตนั่นไม่ได้เลย ยังมีท่านอีก บาดแผลใหม่นี้ของข้า ได้มาเพราะปกป้องท่านขณะที่ลั่วเกอเก็บตัว ท่านคงไม่ได้ลืมไปแล้วหรอกนะ พวกท่านแต่ละคน ยืนอยู่บนตำหนักได้น่าละอายนัก จะมีสักกี่คนที่เป็นเหมือนกับข้า เข่นฆ่าในสนามรบ ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย จึงจะได้มาซึ่งตำแหน่งนี้ ดังนั้นคนผู้นี้ จึงใช้ความเคียดแค้นในใจของเจ้า ค่อย ๆ ถ่ายทอดพลังปีศาจเข้าไปในใจเจ้า ข้าไม่สนใจว่าเจ้า จะสมคบกับคนผู้นี้ได้อย่างไร เพราะจนวันตาย เจ้าก็เป็นนักโทษของตำหนักเซียนอยู่ดี ทหาร [ขอรับ] นำตัวเซี่ยลิ่งฉีไปขังในบ่อละลายกระดูก ห้ามออกมาตลอดไป ข้าไปเองได้ ดังนั้น เรื่องทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นแผนการ ที่ท่านกับลั่วเกอร่วมกันสร้างขึ้น ชู่ว์ นับตั้งแต่พิธีสถาปนา ท่านก็เล่นละครกับลั่วเกอ ถึงแม้ลั่วหนิงจะว่าท่านจนไม่มีชิ้นดี บางทีคนที่วางแผนสร้างสถานการณ์กับลั่วเกอ ย่อมไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักขอบเขตจริง ๆ ก็ได้

    ดังนั้น ตอนนี้เจ้ารู้แล้วสินะ ว่าเจ้าได้รู้จักกับบุคคลสำคัญเข้าแล้วน่ะ คนสำคัญอย่างข้า ก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อเจ้าแย่เลยนะ ถือโอกาสเอายาบ่มพลังจำนวนไม่น้อยจากลั่วเกอ มาให้เจ้ากินเป็นถั่วเลย ดูสิ สีหน้าดูดีขึ้นไม่น้อยแล้ว นั่นเป็นเพราะมนุษย์อย่างข้ามีประโยชน์ ทั้งช่วยพวกท่านหลอมไข่มุกยันต์ได้ และยัง… เป็นเหยื่อล่อให้พวกท่านได้ เจ้าน่ะ อย่าโทษลั่วเกอไปเลย เขาน่ะ ไม่ได้ใจร้ายกับเจ้าแค่คนเดียว เขาใจร้ายกับตัวเองมากกว่านี้อีก เพื่อจุติมาเผชิญด่านเคราะห์ เขาไม่เพียงผนึกประสาทสัมผัสทั้งห้าเท่านั้น แต่ยังแยกหัวใจอีกครึ่งดวงออกมา ลงไปจุติในโลกมนุษย์อีกด้วย ซึ่งในบรรดา เคราะห์กรรมที่เขาต้องเผชิญนี้ มีมากมายกว่าที่เจ้าหลอมยันต์โลหิตอีกนะ ดังนั้นเจ้าว่า คนใจร้ายอย่างเขา เป็นคนดีหรือคนเลวกันแน่ สิ่งที่เขาได้รับคือสิ่งที่เขาปรารถนา ตอนจบที่น่าเวทนาของลู่หลี ก็เป็นแค่ด่านเคราะห์ ในการฝึกเป็นเซียนชั้นสูงของเขา ส่วนคนอื่น แม้จะตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิด ก็เป็นแค่ของประดับอันเบาบาง ที่สามารถเมินเฉยได้ตลอดเวลา ในด่านเคราะห์นี้ เขามีสิทธิ์อะไร นี่คือรีบจัดการเรื่องไส้ศึกให้เสร็จ พอรู้อาการบาดเจ็บของแม่นางหลิ่วเซา จึงกลับมาใช่ไหม ข้ากลับไปก่อนนะ หลิ่วเซา ถ้านำไข่มุกยันต์ออกมาอีกสองแขนง เจ้าจะรับไหวหรือไม่ ท่านมีสิทธิ์อะไร หัวใจดวงนี้ถูกท่านเหยียบย่ำไปแล้ว ยังต้องเอาร่างกายไปให้ท่านบดทำเนื้ออีกหรือ ช่วยรักษาชื่อเสียงอันดีงามที่ไม่มีวันดับสูญ ว่าพวกท่านพิทักษ์สามพิภพด้วยใช่ไหม พวกท่านละอายใจบ้างหรือไม่ ละอายใจ แต่ข้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ถึงอย่างไรก็ต้องมีได้มีเสีย เช่นนั้นท่านก็เสียสละตัวเองเสียสิ

    ยอมละทิ้งกระดูกแห่งเซียนไปรองศิลาจารึกสี่ฤดูนั่น มีสิทธิ์อะไรมาขอให้คนธรรมดาเช่นข้า ทิ้งทั้งกาย ทิ้งทั้งใจ แล้วยังต้องทิ้งชีวิต ท่านมีสิทธิ์อะไร [เช่นนั้นท่านก็เสียสละตัวเองเสียสิ] [ยอมละทิ้งกระดูกแห่งเซียน ไปรองศิลาจารึกสี่ฤดูนั่น] [มีสิทธิ์อะไรมาขอให้คนธรรมดาเช่นข้า] [ทิ้งทั้งกาย ทิ้งทั้งใจ] [แล้วยังต้องทิ้งชีวิต] ขอแค่มีข้าอยู่ ต่อให้ไม่มีมุกยันต์เลือด เจ้าก็อย่าได้คิดว่าจะได้ออกมาเลย เกอเอ๋อร์ ศิลาจารึกสี่ฤดูนี่ยังซ่อมแซมไม่เรียบร้อย เหตุใดเจ้าจึงนำค่ายกลออกเสียเล่า หลิ่วเซาได้นำเอามหายันต์ไข่มุกสี่ลูกออกมาแล้ว ซ่อมแซมศิลาจารึกสี่ฤดูเกินกว่าครึ่ง นางทำมาเยอะมากพอแล้ว ในเมื่อมีโอกาสซ่อมแซม ศิลาจารึกสี่ฤดูจนเสร็จเรียบร้อย เหตุใดจึงต้องยอมแพ้ด้วย เจ้าลืมไปแล้วหรือ ศิลานั่นทับอะไรไว้ด้านล่าง คือหัวใจครึ่งดวงของเทพจันทรา ครานั้น [สามพิภพวุ่นวาย] [มีแต่เรื่องโหดร้ายทารุณเกิดขึ้น] [เทพจันทรา เพื่อที่จะปกป้องโลกนี้แล้ว] [ใช้พลังของตัวเองปิดผนึก กลิ่นอายความชั่วร้าย] [แต่มิได้เคยคิดเลยว่า] [กลิ่นอายความชั่วร้าย เกิดมีจิตใจขึ้นและกลายเป็นสิ่งชั่วร้าย] [กลับกลายเป็นฝ่ายควบคุมเทพจันทรา] [เย่าหลิง จำเป็นต้องสังหารเทพจันทรา] [และนำหัวใจครึ่งดวงของเขา ที่ถูกความชั่วร้ายปนเปื้อน] [ทับอยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดูนี่] [ส่วนเจ้าก็เกิดมาจาก หัวใจอีกครึ่งดวงที่บริสุทธิ์] เจ้าน่าจะรู้ดีว่าชะตาชีวิตของเจ้าคือสิ่งใด บัดนี้ ศิลาจารึกสี่ฤดูเกิดปัญหา ปีศาจที่อยู่ใต้ศิลานั่น พร้อมจะออกมาทำร้ายผู้คนได้ทุกเมื่อ เกอเอ๋อร์ เจ้าจะปล่อยโอกาสใด ๆ ที่จะขจัดอุปสรรคไปมิได้เด็ดขาด

    หากคิดจะกำจัดอุปสรรคด้วยวิธีที่ดีที่สุด ก็ต้องรีบฝึกฝนจนได้เป็นเทพ แต่ยามที่ข้าฝึกฝนนั้นได้ทำร้ายสตรีผู้นี้ หลังฝึกฝน หากยังใช้นาง ไปเป็นหินรองใต้เท้าอีกละก็ นี่จะเป็นการทำลายจิตใจใฝ่ธรรมของข้า ไม่เป็นผลดีต่อเส้นทางการเป็นเทพของข้า แต่ว่า นางเป็นมนุษย์ธรรมดานะ มนุษย์ธรรมดาก็เป็นคน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีพลังเทพเจ้าเย่าหลิง จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไรกันเล่า เซียนเวิง ฟังคำเตือนของข้าสักคำ ท่านอย่าได้บังคับนางอีกเลย แล้วถ้านางช่วยพวกเผ่าปีศาจเล่า เกอเอ๋อร์ เจ้าอย่าลืมเชียวล่ะ จนถึงบัดนี้ นางก็ยังมิได้บอก ถึงที่มาของสายพิณปีศาจเส้นนั้น ไป๋เฟิ่งคารวะเซียนเวิง เจ้ามาถึงตำหนักเซียนหลายวันแล้วสินะ เจ้าค่ะ มาที่ตำหนักเซียนของข้าเพื่อการใด ข้าน้อยศรัทธาในตำหนักเซียนเสมอมา อยากบำเพ็ญเพียรอยู่บนตำหนักเซียน ปกป้องสามพิภพและปวงประชา วันนั้นเจ้า ช่วยศิษย์ระดับล่าง ของตำหนักเซียนข้าในหอคอยลู่ซือ ก็ทำไปเพราะปรารถนาดีสินะ เพราะฝึกฝนวิถีแห่งนักรบอยู่เสมอ การช่วยคนก็เป็นเพียงสัญชาตญาณ เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักอู่หยางโหว ศิษย์พี่ของลู่หลี เพราะหลิ่วเซา เจ้าถึงโดนริบ ตำแหน่งศิษย์สายตรง ฉะนั้น ใจจึงได้คิดอาฆาตแค้นต่อหลิ่วเซา เจ้าช่วยคนในโลกเซียน ก็ทำไปเพียงเพื่อ จะได้อยู่ตำหนักเซียนต่อ และหาโอกาสแก้แค้นหลิ่วเซา ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่ เซียนเวิง ข้า… กินยานี่เสีย รู้หรือไม่ว่าฤทธิ์ยาที่ข้าให้เจ้ากินคืออะไร เซียนเวิงย่อมมีเหตุผลเป็นของตนเอง เหตุใดข้าจึงต้องไถ่ถามให้มากความด้วยเล่า

    นั่นคือจินตาน ที่จะช่วยเพิ่มพลังในการฝึกตนเป็นเซียน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าต้องการให้เจ้าไปเขาซีอิ่น ช่วยข้าปกป้องลั่วเกอให้ดี ปกป้องท่านเซียนลั่วเกอน่ะหรือ หรือเจ้าอยากจะเห็นหลิ่วเซา รื้อฟื้นความรักในโลกมนุษย์ของลั่วเกอ จนทั้งสองได้เป็นคู่รักเซียนในที่สุดอย่างนั้นหรือ ข้าไม่ยินยอม เช่นนั้นก็ดี เรื่องนี้ยกให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน ข้าอนุญาตแต่เพียงให้เจ้า ขัดขวางพวกเขามิให้คบกัน แต่เจ้าห้ามทำอะไรตามอำเภอใจเด็ดขาด มิเช่นนั้น ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ เจ้าค่ะ หลิ่วเซา หลิ่วเซา เจ้าอย่าร้องไห้ได้หรือไม่ เจ้าดูสิ วันนี้เจ้าน่ะ เสียน้ำตาอันมีค่าไปตั้งกี่หยดแล้ว ใบไม้ของข้า ถูกเกลือในน้ำตาของเจ้า ท่วมเสียจนหงิกงอไปหมด ใครใช้ให้ท่านเดินไปเดินมา อยู่ตรงหน้าข้าเล่า ก็ข้าเป็นห่วงเจ้าอยู่นี่ไง คิดดูสิ ตำหนักเซียนนี่ไม่มีอะไรดีเลย ยังสู้หออี๋จูนั่นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อย่างน้อยแค่หลับตาลง ก็เห็นลิ่งเสวี่ยหยางยิ้มให้กับข้าแล้ว ใช่สิ ตำหนักเซียนนี่มีดีตรงไหนกัน แค่ลืมตามอง ก็เห็นคนที่มีหน้าตาเหมือนลู่หลีไม่มีผิด แต่ถ้อยคำที่พูดออกมา กลับเหมือนกับใบมีด ทุก ๆ คำล้วนแต่ทิ่มแทงลงบนใจข้า ข้าคิดได้แล้ว บางที เขาไม่ใช่ลู่หลีจริง ๆ แต่เขาเป็นคนสารเลว ที่ขโมยรูปลักษณ์ของลู่หลี หลิ่วเซา เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ เซียนในตำหนักเซียนนี่

    ชอบผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่เรื่อย [อีกเดี๋ยวข้าจะกลับมาหาเจ้านะ] ใช่น่ะสิ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเซียนชั้นสูงจากที่ไหนกัน ชอบมาแอบฟังอยู่ด้านหลังผู้อื่น ลู่หลีไม่มีทางทำแบบนี้หรอก ลู่หลี เมื่อก่อนชอบพูดว่าตัวเองคือเซียนชั้นสูง แต่เขาเป็นพวกมิจฉาชีพชัด ๆ ทั้งที่ตกลงกันแล้ว ว่าจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาภพชาติเดียว ไม่ต้องการคืนวันอันเงียบเหงา ที่ฝึกตนเป็นเซียนนับพันนับหมื่นปี พิณสือกู่เซ่อเชื่อมต่อกับสายพิณปีศาจ เกรงว่าข้าไม่อาจคืนให้เจ้าได้ ขอยกพิณสายน้ำแข็งนี้ให้เป็นการชดเชยแล้วกัน หากเจ้าว่างจริง ๆ ละก็ สามารถฝึกบทเพลง “เสียงสัมผัสทั้งหก” ได้ ช่วยให้เจ้าสุขสงบ ไม่ใส่ใจเรื่องทางโลก หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจ ข้าสามารถสอนเจ้าได้ ฉะนั้น ที่ท่านให้พิณกับข้า ให้บทเพลงกับข้า ก็เพราะอยากที่จะให้ข้าลืม ความรู้สึกระหว่างข้าและลู่หลีหรอกหรือ หากเจ้ายินดีที่จะจดจำ ก็แล้วแต่เจ้า ได้ ข้าจะลืม ข้าจะลืมเรื่องต่าง ๆ ที่ได้พบกับท่านที่นี่ จากนั้นก็จะลืมท่านเสีย จดจำแม่นมั่นอยู่ในใจ สองคนนี้กำลังเล่นพิณด้วยกัน น่าสนุกดีเหมือนกันนะ เล่นพิณด้วยกันได้แบบนี้ อีกไม่นานพิณคงช่วยประสาน รอยร้าวให้กลับมาคู่กันได้ [ข้าเคยได้ยินบทเพลงนี้จากที่ใดกัน] [นี่มัน…] [เสียงดอกต้นสาละบาน] ต้นสาละ คนของเผ่าภูตวารี

    เป็นคนช่วยเจ้าซ่อมแซมพิณสือกู่เซ่อ ใช่ หลิ่วเซา เจ้าฟื้นได้เสียที เหตุใดข้าจึงหลับไปเล่า ไม่ใช่ว่าข้ากำลังดีดพิณหรอกหรือ เมื่อครู่นี้เจ้า แฉเฮอน่าไปน่ะสิ [ราชาปีศาจอาภรณ์ขาวอยู่ที่ใด] [ข้าลั่วเกอแห่งเขาซีอิ่นขอเข้าพบ] ลั่วเกอ ข้าจะไปพบเขาเสียหน่อย เจ้าห้ามออกไปเด็ดขาด ลู่หลี เขาซีอิ่น ลั่วเกอ ลั่วเกอ เผ่าภูตวารีมักอาศัยอยู่ในน้ำ มิได้สนใจโลกภายนอก ขอบังอาจถามท่านเซียนลั่วเกอ ว่าท่านมาด้วยเหตุใดกัน ครั้งนี้ที่ข้าเดินทางมา ก็เพื่อสอบถามเจ้าให้แน่ใจเรื่องหนึ่ง สายพิณเส้นนี้ เจ้าเป็นผู้ยกให้กับหลิ่วเซา ด้วยมือตนเองใช่หรือไม่ ใช่ ทำให้ตำหนักเซียนวุ่นวาย ทำร้ายและสังหารผู้บริสุทธิ์ไปไม่น้อย ทำให้ศิลาจารึกสี่ฤดูสั่นคลอน สามพิภพมีอันตราย เฮอน่า ความผิดของเจ้าไม่อาจงดเว้นได้ อาฝูจวิน [หยุดนะ] เฮอน่า ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ข้าไม่เป็นไร ที่แท้ท่านยกพิณสายน้ำแข็งให้ข้า คุยกับข้าเรื่องอดีต ทำให้ข้าไม่ทันระวังตัว ก็เพื่อให้ข้าเป็นผู้แฉเฮอน่าด้วยตนเอง ข้าเพียงแต่ต้องการความจริง ความจริงก็คือเขาให้สายพิณกับข้าจริง ๆ แต่เขาทำไปเพื่อช่วยข้า ไม่ใช่หลอกใช้ข้า ดังนั้น เจ้าจึงยอมเชื่อคำพูดของคนเผ่าปีศาจ ใช่หรือไม่ ถ้าท่านคือลู่หลี ท่านก็คงเชื่อเขา เขาไม่เพียงแค่เคยช่วยข้า แต่ยังเคยช่วยลู่หลี ครั้งแล้วครั้งเล่า

    สายพิณปีศาจมาจากเชื้อสายราชาปีศาจของเจ้า นี่ย่อมเป็นความจริง หากบอกว่าไม่ใช่เจ้า แต่ก็คงเกี่ยวข้องกับแดนปีศาจของเจ้าอยู่ดี ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน สืบหาความจริงให้ข้า ข้าได้สร้างเขตอาคมที่วังปีศาจของเจ้าแล้ว ภายในหนึ่งวัน ไม่ว่าใคร ก็ห้ามออกจากที่นี่แม้เพียงครึ่งก้าว หากต้องการสืบหาความจริง ก่อนอื่นท่านต้องรู้ว่า ที่หอคอยลู่ซือวันนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น ปีศาจต้นไม้ หากเจ้ากล้าสั่นคลอนจิตใจใฝ่ธรรมของข้า ก็อย่าตำหนิที่ข้าทำลายรากของเจ้าเลย เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เป็นเช่นนี้ ตอนที่ซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดู ข้ารู้สึกว่าสายพิณ ไม่ได้ถูกข้าควบคุมจริง ๆ แต่ถูกผู้อื่นควบคุม ดังนั้นจึงทำให้ เขตอาคมของตำหนักเซียนถูกทำลาย ฝูงปีศาจเกิดอาละวาด ลู่หลีคุ้มครองพวกเรา แต่ข้ากลับคุ้มครองเขาไว้ไม่ได้ นึกไม่ถึงว่า ท่านเซียนผู้นี้ จะเกิดมามีหน้าตาเหมือนลู่หลีทุกอย่าง เขาก็คือลู่หลี เพียงแค่ลืมเรื่องในอดีตชาติเท่านั้น หรือบางที ลู่หลีก็คือ การมีอยู่ที่ไม่สลักสำคัญอะไร ในชีวิตการเป็นเซียนนับพันปีของเขา ซึ่งเหมือนกับฝุ่น ที่ยกมือมาปัดได้ตลอด ท่านเซียนลั่วเกอ ดูเหมือนจะเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นผู้เย็นชาไร้หัวใจ แต่ข้าไม่เข้าใจอยู่นิดหน่อย ในเมื่อท่านเซียนลั่วเกอเย็นชาไร้หัวใจ แล้วตอนที่จุติมาเผชิญด่านเคราะห์ เหตุใดถึงได้กลายเป็น ลู่หลีที่มีหัวใจมีความรู้สึกเล่า หลิ่วเซา ในบางครั้ง ความยึดติดบางอย่าง มีแต่จะทำให้ตัวเองเท่านั้นที่เจ็บปวด ข้าไม่ได้ยึดติด คนที่ข้าเป็นห่วง มีแค่ลู่หลี ไม่ใช่ลั่วเกอที่เย็นชาไร้หัวใจผู้นั้น ตอนนี้

    เขาบีบคั้นเอาความจริงจากท่าน ท่านมีเบาะแสหรือไม่ [พูดกับคนนอกได้แค่ว่า] [เราหาเส้นผมของเทพธิดาเจ๋อสุ่ยพบแล้ว] [ห้ามพูดเรื่อง] [เส้นเลือดวิญญาณของเรา สามารถทดแทนได้เด็ดขาด] [ถ้าต่อไปพิณสือกู่เซ่อเกิดเรื่องขึ้นมา] [พวกเขาต้องย้อนกลับมาหาเราแน่] [ท่านพี่น่ะช่างเถอะ] [หากเป็นข้า] [ที่ถูกดึงเส้นเลือดอีกครั้ง] [ไม่แน่ว่าแม้แต่ชีวิตก็คงรักษาไม่ได้] ในตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก ให้เวลาข้าคิดอีกสักหน่อย ที่นี่มีสุราไหม มีสิ ข้าจะสั่งให้คนเอามาให้เจ้า พิสูจน์สิ พิสูจน์อะไร พิสูจน์ว่าท่านไม่ใช่มนุษย์ลู่หลีอีกแล้ว วันนั้น ที่ใต้ต้นสาละนี้ ลู่หลีหลุดพูดความในใจหลังดื่มสุรา ให้สัญญากับข้าไปทั้งชีวิต ท่านแม่ต้นไม้ ท่านเคยออกดอกบานสะพรั่ง เพื่อเป็นพยานให้เราใช่หรือไม่ ท่านเซียนเป็นอะไรกันแน่ แม้แต่ความสุขความทุกข์ของต้นไม้ต้นหนึ่ง ท่านก็ต้องยุ่งหรือ มันเสียงดังเกินไป เป็นท่านที่ไม่กล้าเผชิญหน้า ท่านเองไม่กล้าดื่มสุรานี้ ♫ ชีวิตล่องลอยดุจทะเลหมอก จันทร์เพ็ญส่องกลางสายน้ำ ♫ ท่านกลัวว่าเมื่อดื่มมันหมด จะเปิดเผยด้านที่เป็นลู่หลี ♫ ข้าทนเฝ้ารอเงียบ ๆ ประสานฝ่ามือเป็นวงกลม ♫ ลู่หลีไม่มีอยู่อีกแล้ว ♫ เงาสะท้อนผูกพันอาลัย ถึงคราเมื่อแรกพบ ♫ เช่นนั้นก็พิสูจน์ให้ข้าเห็นสิ แม้ว่าท่านจะเป็นท่านเซียน

    ♫ ดวงตาโศกามิรู้ลมหรือฝน ♫ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ บนเส้นทางที่ท่านกลายเป็นท่านเซียน ได้เหยียบย่ำหัวใจที่จริงแท้ของข้า เพื่อได้รับความจริงที่สมบูรณ์อยู่ ♫ แม้จะมีกระบี่ยาวให้แกว่งไกว ♫ ลั่วเกอ ♫ ก็ยากตัดเศษใจสายใยรัก ♫ นี่คือสิ่งที่ท่านติดค้างข้า ♫ โชคชะตาความรักความแค้น ได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรก ♫ ♫ ข้าไร้ซึ่งหนทางเลือก ♫ ♫ เหตุใดทุกภพทุกชาติ ช่วงเวลานับแสนล้านปี ♫ ♫ ช่างไกลห่างจากข้านัก ♫ ♫ ขอยืมมือเจ้าอีกครั้ง สร้างความอบอุ่นแก่โลกใบนี้ได้หรือไม่ ♫ ♫ ใจผวาว้าวุ่นกี่ค่ำคืน ♫ ข้าบอกแล้วไงว่าลู่หลีไม่มีอยู่อีกแล้ว ตอนนี้ข้าก็ยังคงเป็นลั่วเกอ ♫ คำมั่นสัญญาและคำโกหกมากมายเท่าไร ถักทอเป็นรังไหม ♫ มิได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ♫ ความฝันสิ้นสลาย ♫ ♫ ใครกันจะยินดีหักกิ่งหลิ่ว และเหม่อมองฟ้าคราม ♫ ♫ โอบจันทราอย่างเดียวดาย ♫

    ♫ บุปผาโรยราในกระจก เฝ้ารอจันทรากลางสายน้ำ ♫ ใช่ ลู่หลีไม่มีอยู่อีกแล้ว ♫ ช่วงชีวิตที่สุขสันต์ จะเอากลับคืนได้อย่างไร ♫ ♫ มิอาจลืมสายตาคราแรกนั้น ♫ ♫ แลหันมองเพียงชั่วครู่ กลับกลายเป็นพันปี ♫ ♫ นี่คือเคราะห์หรือวาสนา ♫ [ดังนั้น] [ใบหน้าที่เหมือนกับลู่หลีหมดทุกอย่างนั้น] ♫ เขากล่าวว่าความรักและหน้าที่ ยากทำให้สมบูรณ์ไปพร้อมกัน ♫ [สายตาที่บังเอิญเหมือนกับลู่หลีนั้น] ♫ หลงเหลือเพียงสิ่งที่ติดค้าง ♫ [ล้วนเป็นของปลอม] ♫ จากกันครานี้ผ่านไปนานนับปี แต่ความรักในอดีตของข้า ♫ [แม้เขาจะมีหัวใจของลู่หลี] ♫ มิเคยลดลงไปจากเดิม ♫ [แต่กลับไม่ใช่ลู่หลี] ♫ คำมั่นสัญญาและคำโกหกมากมายเท่าไร ถักทอเป็นรังไหม ♫ [ลู่หลี] [ไม่อยู่จริง ๆ แล้ว] ♫ ความฝันสิ้นสลาย ♫ ♫ ใครกันจะยินดีหักกิ่งหลิ่ว และเหม่อมองฟ้าคราม ♫

    ♫ โอบจันทราอย่างเดียวดาย ♫ ท่านพี่เป็นอะไร ถึงได้ทำท่าทางแบบนั้น ที่แท้เรื่องหอลู่ซือเหล่านั้น เป็นเจ้าที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ตอนที่เจ้าสละดึงเอาเส้นเลือดวิญญาณออกมา ก็ได้วางแผนทุกก้าวหลังจากนั้นตั้งแต่แรกแล้ว หรือว่าท่านพี่คิดว่าข้าทำผิด หรือเจ้ายังคิดว่าตัวเอง ทำถูกต้องอย่างนั้นหรือ เจ้ารู้ไหมว่าในศึกครั้งนั้น มีคนตายไปเท่าไร ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แม้แต่จอมปีศาจหนึ่งเดียว ในแดนปีศาจที่มีฝีมือพอต่อกร กับท่านได้อย่างอ๋าวเหิ่น ก็ยังตายที่นั่น นี่เป็นผลดีกับการรวบรวมแดนปีศาจของเรา อย่างมากไม่ใช่หรือ แล้วอย่างไรเล่า ชาวเผ่าของเราขึ้นบกได้หรือ ดังนั้น… ดังนั้นเราจึงต้องถอนคำสาปอย่างไรเล่า แต่เจ้าเคยคิดไหมว่า เมื่อสิ่งชั่วร้ายใต้ศิลาจารึกสี่ฤดูนั่น ถูกปล่อยออกมาแล้ว จะมีผลตามมาอย่างไร เคยคิดสิ มันอาจทำให้สามพิภพเกิดความโกลาหล และอาจทำให้ใต้หล้าไม่สงบสุข แต่แล้วมันจะทำไมเล่า ขอแค่เราถอนคำสาป ให้เผ่าภูตวารีได้เป็นอิสระอีกครั้ง ให้พวกเราได้เดินใต้แสงตะวัน อย่างสง่าผ่าเผย แม้ต้องจ่ายด้วยอะไร ก็ล้วนคุ้มค่าทั้งนั้น ในฐานะที่เป็นราชาปีศาจ ข้านั้นอยากขจัดความเจ็บปวด ของชาวเผ่ามากกว่าใคร แต่มันไม่ควร ไปสร้างบนความเจ็บปวดของผู้อื่น ไม่ ท่านพี่ผิดแล้ว ขอแค่ชาวเผ่าไม่เจ็บปวดอีก เช่นนั้น ไม่ว่าการเสียสละใด ก็ล้วนคุ้มค่า รวมถึงชีวิตของข้า และก็… ขีวิตของท่านพี่ด้วย แต่การเสียสละเหล่านั้น ได้แลกมาซึ่งสิ่งที่เจ้าต้องการไหม

    หรือแลกมาซึ่งการเสียสละ ที่มากกว่าของชาวเผ่า หากท่านเซียนบันดาลโทสะ ทำให้วังปีศาจนองเลือด เป็นเจ้าหรือข้าที่หยุดยั้งมันได้ ได้ ในเมื่อท่านพี่คิดว่าข้าทำผิด เช่นนั้นผลลัพธ์ ข้าจะแบกรับเอง ข้าไม่ตัดสินถูกผิดในสิ่งที่เจ้าทำ อาฝู ที่เจ้าได้รับความลำบากมามาก ล้วนเป็นเพราะพี่ชายอย่างข้า ไม่ได้ดูแลเจ้าให้ดี ท่านแม่ต้นไม้ ท่านยังจำได้หรือไม่ เมื่อก่อนเขาเคยบอกข้า ข้าบอกว่า ทั้งชีวิตยาวนานมาก ถ้าข้าจ้างเจ้าไม่ไหวจะทำอย่างไร เขาบอกข้าว่า เช่นนั้นข้าก็ขายตัวให้เจ้าไงเล่า [เช่นนั้นข้าก็ขายตัวให้เจ้าไงเล่า] – เงินหนึ่งตำลึง – [เงินหนึ่งตำลึง] – ดีหรือไม่ – [ดีหรือไม่] เงินหนึ่งตำลึง