EP.2 (FULL EP) |เธอผู้สว่างสดใส(Viva Femina) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เธอผู้สว่างสดใส] [ตอนที่ 2] ตื่นได้แล้ว ตอนนี้กี่โมงแล้ว ใกล้จะเจ็ดโมงแล้ว แม่ทำงานสิบโมง แม่ไม่ต้องตื่นเช้าขนาดนั้นหรอก แต่ว่าหนูต้องไปเรียนนะคะ รู้แล้ว รู้แล้ว ๆ ๆ รู้แล้ว ลองดูเองสิคะ [ไทเฮาหยาง] พระเจ้าช่วย ฮัลโหล แม่คะ [แกเปิดวีดิโอคอล] หนีหนี พูดอะไรกับยายหน่อยเร็ว แม่ขอร้องละ ๆ ๆ เร็ว ๆ ๆ คุณยาย อรุณสวัสดิ์ค่ะ ได้ยินแล้วใช่ไหมคะ แม่ [คนสะเพร่าอย่างแก] [จะเลี้ยงลูกดีได้ยังไงกัน] [แกจัดการไม่ได้ใช่ไหม] เปล่านะคะ แม่ไม่ต้องอยู่หรอก หนูจัดการได้ หนูจัดการ จัดการได้จริง ๆ พวกเราสองคนอยู่ด้วยกัน ดีออกเนอะ จริงไหมจ๊ะ หนีหนี ดีมากเลยค่ะ คุณยาย [ช่างเถอะ] [ไว้แกก็โทรหาแม่ก็แล้วกัน] [แม่จะได้สบายใจหน่อย] [ใช่แล้ว] [หนีหนีแพ้แลคโตสนะ]

    – รู้แล้วเพคะ ไทเฮา – ถ้าดื่มนมนั่น – แม่ไม่ต้องบ่นแล้ว – หลานจะท้องเสียได้ เอาละค่ะ พวกเราต้องรีบออกจากบ้านแล้ว หนูวางก่อนนะคะ ตกใจจะตายอยู่แล้ว แม่ยังจะนอนอีกเหรอ ได้ ส่งรูปให้ยายดูสักภาพดีกว่า คุณคังคนสวย ดูดีจริง ๆ ดูดีจริง ๆ – หนูจะส่งไปแล้วนะ -แม่ผิดไปแล้ว ๆ ผิดไปแล้ว ๆ คือว่า ลูก ๆ ๆ กิน ๆ แม่ขอแปรงฟันก่อนนะ ถ้างั้นแม่ก็เร็วหน่อยนะคะ หนูจะไปเรียนสายแล้ว วันนี้แม่น่าจะ แต่งตัวดี ๆ สักหน่อย มาโรงเรียนวันแรกแบบนี้ จะต้องรักษาหน้าหน่อย คุณคังคะ คุณรีบหน่อยเถอะ ขอแค่หนูไม่สายก็รักษาหน้าได้มากแล้ว แม่จะไม่ทำให้ลูกสายแน่ ไป ๆ ๆ ลุงจ้าวเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของพ่อฉัน เห็นฉันโตมาตั้งแต่เด็ก โรคนี้ของเขาเดี๋ยวเดียวก็ได้สติเดี๋ยวเดียวก็มึนงง พ่อฉันกับฉัน ก็เลยต้องรับผิดชอบดูแลเขา พ่อครับ

    พ่อคะ เข้ามาสิ ไป ลุงจ้าวหลับแล้วเหรอคะ มา ๆ วางตรงนี้ ลุงจ้าวคะ นี่คือลูกกวาดมงคลของหนูกับเจิ้งฉง ถ้าลุงตื่นแล้วจะต้องกินให้ได้นะคะ ซานซาน มานี่หน่อยสิ คุณนั่งไป ไม่ต้องเกร็งขนาดนี้หรอก มีอะไรเหรอคะ พ่อ ซานซาน แกน่ะ อย่าเอาแต่คิดว่า พ่อจับผิดแกนะ แต่แกคิดดูสิว่าการที่ผู้หญิงแต่งงาน มันเป็นเรื่องที่ใหญ่แค่ไหน ใช่ไหม ดูงานแต่งงานแกสิ ถูกภรรยาเก่าของสามีแก ก่อเรื่องจนกลายเป็นอย่างนั้นได้ แกไม่ขายหน้าบ้างหรือไง พวกญาติของเราไม่พูด แต่พวกเขาคิดยังไง พ่อรู้หมดอยู่แล้ว แกรู้ไหม แกเมิ่งอวี่ซานกำลังแต่งงาน หรือว่าภรรยาเก่าของสามีแก กำลังแต่งงานกันแน่ ที่พ่อตั้งใจเรียกหนูออกมา ก็เพื่อพูดเรื่องนี้เหรอคะ ถ้างั้นก็ได้ หนูขอโทษพ่อได้ไหมลjะคะ หนูผิดไปแล้ว โทษที่ก่อนหน้าหนู ไม่ได้พูดคุยกับพ่อ ไม่ได้ปรึกษาพ่อ เป็นหนูเอง ที่หาผู้ชายคนหนึ่งที่เคยหย่ามาแล้ว อย่างเจิ้งฉง เป็นหนูเองที่จะจัดงานแต่งงาน ที่โรงแรมนั้นให้ได้ หนูเป็นคนสร้างละครตลก ทำให้พ่อต้องขายหน้า หนูขอโทษนะคะ แกคิดกับพ่อของแกอย่างนี้งั้นเหรอ หนูรู้ค่ะว่าพ่อเป็นห่วงหนู หวังดีต่อหนู หนูเข้าใจทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ

    หนูก็ไม่มีทางจัดงานแต่งงานนี้หรอกค่ะ เราอย่าทะเลาะกันตรงนี้เลยนะคะ ตกลงไหม เราไปเถอะ กลับกันเถอะ อยู่เป็นเพื่อนลุงจ้าวดี ๆ ไป หยุด ๆ ๆ หยุด ป้ารองของแกมีธุระเรื่องหนึ่ง ที่จะให้แกไปจัดการสักหน่อย ธุระอะไรเหรอคะ แกมีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่ชื่อว่าหวังเสี่ยวเจี๋ย แกยังจำได้หรือเปล่า [นายเหยียบหนังสือฉันทำไม] [เธอรู้ไหมว่าพ่อฉันเป็นใคร] [เธอหาเรื่องฉันได้งั้นเหรอ] [ทำไมแกถึงไปมีเรื่องกับคนอื่น] [หวังเสี่ยวเจี๋ยต่างหากที่ลงมือก่อน] [ตัวเองทำผิด] [แล้วยังจะโทษคนอื่นอีก] [พ่อโมโหแกจะตายอยู่แล้วนะ] [ผมไม่ได้อบรมลูกให้ดีเอง] [เลยทำให้อาจารย์ต้องลำบาก] [ขอโทษนะครับ] [ขอโทษ ๆ ] [พากลับไปอบรมดี ๆ เถอะค่ะ] [ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เลยว่า] [จะก่อปัญหาอะไรอีก] [ครับ ๆ ๆ ] จำได้สิคะ หวังเสี่ยวเจี๋ยคนนี้ ตอนนี้ทำธุรกิจใหญ่มาก ป้ารองของแก อยากจะขอเขาให้ช่วยทำไอ้ ธุรกิจ เกี่ยวกับเวชภัณฑ์นี้ เรื่องรายละเอียดพ่อเองก็ไม่รู้อะไรมาก แต่เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่ที่หนูไม่เข้าใจก็คือ ป้ารองของหนูอยากจะทำธุรกิจอะไร ทำธุรกิจกับใคร มันเป็นเรื่องของเขา จะบอกหนูทำไมคะ

    – เขาก็แค่อยากจะให้แก – พ่อคิดจริง ๆ เหรอคะ ว่าหนูควรจะติดต่อกับหวังเสี่ยวเจี๋ย แล้วเรื่องเมื่อก่อนจะว่ายังไง เพื่อน้ำใจครั้งหนึ่ง เรื่องเมื่อก่อน – ก็จะสามารถลบเลือนได้หมดงั้นเหรอ – แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ อีกอย่างเรื่องเมื่อก่อนนั่น แกเองก็เป็นคนผิดไม่ใช่เหรอ พ่อไม่ยุ่งไม่เข้าเรื่องหรอก ตอนนี้พ่อไม่อยากทำอะไรแล้ว แกก็รู้นี่นา ว่าตอนนี้ชีวิตของครอบครัวป้ารองของแก พึ่งลุงรองของแกหากิน คนเดียวทั้งหมด พวกเขาลำบากขนาดนั้น หรือว่าคนที่เป็นลูกหลานอย่างแก ไม่ควรจะคิดหาวิธี ช่วยพวกเขาสักหน่อยหรือไง ตกลงค่ะ หนูรู้แล้ว หนูจะลองคิดดู ขอโทษนะ ฉันมาสายอีกแล้ว พวกเธอกำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ พวกเรากำลังคุยเรื่องที่ เชียนอวี่เธอมีสามีดีทั้งคน ทั้งให้เครื่องประดับ ทั้งให้ของแบรนด์เนม แถมยังให้บริษัท บริษัทความงามทางการแพทย์บริษัทหนึ่งกับเธออีก น่าอิจฉาสุด ๆ ไปเลย ก็ใช่น่ะสิ การประชุมอุตสาหกรรมนั่นของเราเมื่อวานนี้ พวกเธอไม่รู้หรอก ว่าคำกล่าวสุนทรพจน์ของเชียนอวี่ ทั้งละเอียดและตรงจุดขนาดไหน มีพรสวรรค์นักเชียว ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นนั่นแหละ ไม่ได้เตรียมตัวด้วยซ้ำ พูดจาไร้สาระ เตรียมตัวเหรอ เธอจะเตรียมตัวอะไรกัน เธอไม่ต้องเตรียมตัวสักหน่อย ในมือเธอมีคังจื่อโหยวนี่ เขาก็เตรียมไว้ให้เธอหมดแล้วไม่ใช่หรือไง

    ถ้าข้างตัวฉัน มีใครสักคนแบบนี้ละก็ ไม่ว่าเรื่องอะไร ฉันยังจะต้องลงแรงเองอีกหรือไง ฉันจะได้เป็นคนชี้นิ้วสั่งบ้าง คังจื่อโหยวคนนี้ เธอจะต้องเฝ้าไว้ให้ดีนะ ฉันแนะนำนะว่า เธอจะต้องให้หุ้นเขาสักหน่อย เก็บคนมีฝีมือไว้ เอาละ ๆ นั่งลงก็พล่าม ๆ ๆ รินชาให้เธอหน่อยสิ ดื่มน้ำสักอึกสิ หิวน้ำไหม ทำไมวันนี้เธอถึงมาสายขนาดนี้ล่ะ แถมยังสายอีก ไม่เหมือนสไตล์เธอเลยนะ คือว่าการประชุมอุตสาหกรรมเมื่อวานนั่น มีแพทย์สองสามคน ที่สัญญาถึงกำหนดไม่ใช่หรือไง ฉันถูกใจอยู่คนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันคุยกับเขานิดหน่อย คุยดีซะด้วยนะ ถูกใจคนไหนงั้นเหรอ หมอเนี่ยไง เธอคงจะไม่ได้ถูกใจเหมือนกันหรอกนะ พวกเราคุยกันดีมากเลยนะ อีกไม่นานก็จะเซ็นสัญญาแล้ว หมอเนี่ย คนไหนเหรอ ฉันไม่เห็นจะจำได้เท่าไรเลย หมอที่มาสัมภาษณ์ที่โรงพยาบาลของเรา หลัก ๆ ในช่วงนี้เยอะจะตายไป เห็นจนตาลายไปหมดแล้ว ขอแค่เธอไม่ได้ถูกใจ ไม่แย่งกับฉัน ฉันก็วางใจแล้วละ ถ้างั้นหมอเนี่ยคนนี้ ก็นับว่าตกถึงท้องเลสมิลส์แล้วนะ พวกเธอไม่รู้หรอก ว่าหมอคนนี้น่ะ เทคนิคการแพทย์เป็นอันดับต้น ๆ จริง ๆ ต่อไปเลสมิลส์ของเราจะพึ่งเขา เพื่อยกระดับอีกระดับ พวกเธอสองคนคุยกันจะเฉพาะทางไปแล้วนะ พวกเราหาเรื่องแทรกไม่ได้เลย

    จริงด้วย ใช่ ฉันไปห้องน้ำก่อนนะจ๊ะ ถ้าคนเรามีความสุขขึ้นมาละก็ ตั้งแต่หัวจรดเท้าก็จะมีแต่ กลิ่นอายอันหอมหวานเลยนะ [มีอะไรเหรอ] [ฉันเพิ่งไปส่งลูกสาวไปเรียนมา] [วันนี้มีภารกิจหนึ่ง] [ที่สำคัญมาก ๆ มาก ๆ ] [ที่ต้องมอบให้เธอทำเท่านั้น] อย่ามาเล่นไม้นี้นะ ภารกิจสำคัญอะไรกัน [ผู้ชายคนนั้นที่เซสชันการแบ่งปันเมื่อวาน] [เธอยังจำได้หรือเปล่า] [คนนั้นที่คุยกับพวกเราไง] [คนนั้นนั่นแหละ] [เขาชื่อว่าเนี่ยอวิ๋นเจ๋อ] [ได้ยินมาว่าเป็นหมอคนหนึ่ง] [ที่เก่งมาก ๆ มาก ๆ ] [ที่เพิ่งจะหมดสัญญา] [ฉันจะบอกเธอให้นะ] [วันนี้ฉันจะต้อง] [จับเขาเซ็นสัญญาให้ได้] ว่าไงนะ วันนี้เหรอ [ฉันไม่สนหรอกนะ] [ยังไงเธอก็ต้องจับเขาเซ็น] [ให้ฉันให้ได้] [ถ้าวันนี้เราเซ็นสัญญาไม่ได้] [พรุ่งนี้ได้ถูกเติ้งเวยเวยเซ็นไปแน่] [เธอรู้ไหม] [ฝากเธอด้วยนะจ๊ะ บ๊ายบาย] ฮัลโหล คนบ้าของจริงเลย ฉันจะไปหาให้เธอได้ที่ไหนล่ะเนี่ย เทอร์มาจน่ะ คือหนึ่งในโปรแกรมที่เป็นที่นิยมที่สุด ในโปรแกรมความงามทางการแพทย์จำนวนมากมาย มันคือ การรักษากระชับสัดส่วนและต่อต้านริ้วรอย แบบไม่รุกราน ภายในประเทศ ได้กลายเป็น

    สากลมาก ๆ ไปแล้ว การปรากฏตัวของมัน ได้ลดความเจ็บปวด ของผู้ใช้เป็นอย่างมาก และจากมุมมองของผู้ใช้นั้น เทอร์มาจมีต้นกำเนิดจากในสหรัฐอเมริกา แต่ภายในประเทศ กลับมีตลาดมากกว่า เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วกว่า ผู้ใช้จึงไม่ต้องไล่ตามผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป คลาสเรียนในวันนี้ อาจารย์จะสอนถึงตรงนี้นะครับ นักเรียนคนไหนที่มีคำถามอะไรก็ตาม สามารถยกมือสอบถามได้ เชิญพูดได้ อาจารย์เนี่ยคะ อาจารย์หล่อขนาดนั้น เคยเข้าคอร์สอะไรมาบ้างหรือเปล่าคะ ขอบคุณสำหรับคำถามของนักเรียนท่านนี้นะครับ ความงานทางการแพทย์ ก็คือเวชสำอางค์ ผมหวังว่าทุกคนจะไม่ตีความมัน อย่างง่าย ๆ ว่าเป็นการเสริมความงาม เพราะการเสริมความงามทางการแพทย์ไม่ได้เป็นแค่ อาชีพที่ทำให้คนสวยขึ้น หล่อขึ้นเท่านั้น ผมหวังยิ่งกว่าว่า ความงามที่ลูกค้าของเราได้รับนั้น จะเป็นความงามจากภายในสู่ภายนอก ความงามที่ตัวเองยอมรับ ดังนั้นแล้ว ขอบคุณสำหรับการยอมรับของพวกเธอนะ อาจารย์เองก็ยอมรับในตัวเองมาก ๆ เหมือนกัน ยังมีคำถามอีกไหมครับ หมอเนี่ยคะ ฉันมีคำถามข้อหนึ่งค่ะ พวกเราทุกคนต่างก็รู้กันว่า ความงามทางการแพทย์ภายในประเทศ พัฒนาช้าไปหลายปี ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูมิหลังของบริษัท หรือในทางเทคนิค ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น ทำไมตอนนั้นคุณถึงได้เลือก มาเป็นแพทย์ศัลยกรรมมความงามในประเทศล่ะคะ แล้วก็ ถ้าคุณอยากจะ ร่วมงานกับบริษัทความงามทางการแพทย์ สักบริษัทละก็

    คุณให้ความสำคัญกับเงื่อนไขไหนที่สุดคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนักเรียนท่านนี้นะครับ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดน่ะ ก็คือความคิดครับ ผมจำได้ว่าเมื่อวาน คุณได้พูดประโยคหนึ่งว่า พวกเราควรจะ เห็นแก่ลูกค้าของพวกเรา ไม่ใช่เห็นแก่เงินทุน [เงื่อนไขแต่กำเนิดของทุกคน] [ต่างก็ไม่เหมือนกัน] [แล้วลูกค้าเอง] [ก็ไม่เข้าใจความรู้ทางวิชาชีพ] [เขาเอาสิ่งที่เป็นอุดมคติมาก ๆ ] [มาสื่อสารกับเธอ] [ความเสี่ยงของข้อพิพาททางการแพทย์] [มันสูงเกินไป] [จะทำแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ] [ฉันว่าเธอจะมองทุกปัญหา] [จากมุมมองของเงินทุนไม่ได้นะ] ผมเห็นด้วยกับความคิดนี้มาก ๆ นะ แต่เรื่องหลัง ๆ ที่คุณทำ มันก็บิดเบือนความคิดนี้อีก [การนำเข้าเงินทุน] [ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนี่] [ถ้ามีธนบัตรในมือเยอะ] [เธอก็จะสามารถไปเชิญ] [หมอที่ดีกว่านี้ได้] [ใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดได้] [มันก็เหมือนกับบอลหิมะ] [ที่กลิ้งเป็นก้อนไม่ใช่หรือไง] [ไอเดียนี้] [ประธานหลินเป็นคนเสนอ] [ฉันก็แค่รับผิดชอบในการตั้งใจปฏิบัติ] [ก็พอแล้วละค่ะ] [ประธานหลิน เยี่ยมยอดมากครับ] [ที่ไหนล่ะคะ ๆ ] [ก็คือเพื่อทำเงินเท่านั้นสินะ] ต้องบอกเลยว่าผมในตอนนั้น ผิดหวังเอามาก ๆ เลยนะ เดิมทีวันนี้ผมน่ะ แค่อยากจะอภิปราย เรื่องทางเทคนิคกับทุกคนก็เท่านั้น

    ไม่ได้คิดอยากจะหารือ เรื่องความโกลาหลระหว่างอุตสาหกรรม แต่การปรากฏตัวของคุณ ได้พิสูจน์คำพูด ที่คุณพูดเมื่อกี้แล้วจริง ๆ ต้องบอกเลยนะครับว่า ผมผิดหวังในตัวคุณยิ่งกว่าเดิมซะอีก แต่ก็ขอบคุณคุณนะครับ ที่มาเป็นบทเรียนที่สมจริงที่สุด ของนักเรียนของเรา หมอเนี่ยคะ – ฉันคิดว่ามีเรื่องบางอย่างที่ -เอาละ เลิกเรียนได้ ถ้ามีคำถาม ก็มาหาอาจารย์ด้านหน้าได้ หมอเนี่ยคะ หมอเนี่ย ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันอาจจะ รบกวนคุณสอนหนังสือ ขอโทษมาก ๆ จริง ๆ นะคะ ฉันคือคังจื่อโหยวจากลี่เจีย ยูไนเต็ด เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ หมอเนี่ย เมื่อวานที่เซสชันการแบ่งปันของอุตสาหกรรม พวกเราได้ฟังสุนทรพจน์ของคุณ พวกเราคิดว่าคุณพูดได้ดีมาก ๆ เลย มีมุมมองหลายอย่าง ที่เหมือนกับพวกเราเปี๊ยบเลยค่ะ – ดังนั้นลี่เจีย ยูไนเต็ดของเราก็เลยอยากจะ – ผมขอถามอะไรหน่อยสิ พวกเรามีมุมมองไหน ที่เหมือนกันเปี๊ยบงั้นเหรอครับ ก็มุมมองบางอย่างที่คุณมีต่อ ความงามทางการแพทย์ที่คุณพูดในเซสชันการแบ่งปัน ผมจำได้ว่าคุณไม่ได้ ฟังสุนทรพจน์ของผมนะ ก่อนที่ผมจะกล่าวสุนทรพจน์ คุณก็ออกไปอย่างรีบร้อนแล้ว ไม่ใช่หรือไงครับ คุณ คุณหมายถึงตอนเพิ่งเริ่มต้น

    สินะคะ ตอนเพิ่งเริ่มต้น ทางฉันเกิดสถานการณ์ที่พิเศษมาก ๆ นิดหน่อยจริง ๆ ดังนั้นฉันก็เลยออกไปสักพักหนึ่ง แต่ว่าเถ้าแก่ของฉัน อยู่ตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ พวกเราลี่เจีย ยูไนเต็ด มีความจริงใจมาก ๆ เลยนะคะ อย่างเช่น ผมขอถามหน่อยสิว่าความจริงใจอยู่ไหน ผมไม่เห็นความจริงใจของพวกคุณเลย ความจริงใจมันเหมือน สิ่งที่ออกจากปากคุณแบบนี้งั้นเหรอ หรือว่าคุณเองก็ใช้วิธีการประเภทนี้ เพื่อวิ่งเต้นเรียกนักลงทุนด้วย แล้วถ้าตอนที่นักลงทุน ค้นพบว่าคุณพูดต่อหน้าอีกอย่าง ลับหลังอีกอย่าง ในใจพวกเขา จะรู้สึกยังไงงั้นเหรอครับ ขอตัวนะครับ ขอโทษนะคะ ฉันเสียงดังไปหน่อย ฉัน เพราะว่าเมื่อกี้ ตอนที่คุณสอนหนังสือ ก็พูดถึงเรื่องเรื่องนี้เหมือนกัน ดังนั้นฉันถึงคิดว่าฉันมีความจำเป็น ที่จะต้องอธิบายกับคุณ เรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แทนบริษัทของฉันสักหน่อย เมื่อวานน่ะ สิ่งที่คุณเห็นก็คือ ฉันกับเพื่อนของฉันกำลังคุยกัน กับฉันกับลูกค้าของฉันกำลังสื่อสารกัน บางทีวิธีการพูดของฉัน อาจจะไม่เหมือนกันนิดหน่อย แต่นั่นก็ไม่ได้ความว่าความคิดของฉัน จะไม่เหมือนกันนะคะ เรื่องนี้คุณเข้าใจได้ใช่ไหมคะ ในเมื่อตอนที่ฉันไปสื่อสาร กับลูกค้าของฉัน ฉันกำลังเจรจาธุรกิจ ฉันเป็นนักธุรกิจ ดังนั้นเถ้าแก่ของฉัน ชื่นชมคุณมากจริง ๆ มีความจริงใจมากจริง ๆ

    ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงไม่ให้ ฉันมาหาคุณหรอกค่ะ แต่ว่า ส่วนตัวฉันน่ะเกลียด พฤติกรรมที่หยิ่งยโสโอหังเพราะถือดีว่ามีความรู้ บิดเบือนข้อมูล แล้วก็ปั้นน้ำเป็นตัวประเภทคุณมาก ๆ โอเค ผมก็แค่อยากถามคุณว่า คำพูดที่คุณพูดต่อตัวเอง คุณยอมรับมัน หรือว่าไม่ยอมรับล่ะ ดังนั้นที่ฉันสีซอให้ควายฟังเมื่อกี้ คุณก็ฟังไม่เข้าใจสักประโยคเลยสินะ ถ้างั้นฉันอยากจะถามคุณตรง ๆ ว่าทำไมคุณถึงต้องกลับประเทศด้วย ไม่ได้เป็นเพราะว่าเห็นแก่ ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ดี กับแนวโน้มการพัฒนาหรือไง ดังนั้นอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าความจริงใจ ค่าตอบแทนงาม ๆ ที่เพื่อนร่วมงานของคุณให้กับคุณไงละ ที่เรียกว่าความจริงใจ ไม่อย่างนั้นไม่ว่าจะพูดอะไรก็มีแต่คำพูดไร้สาระ ดังนั้นความจริงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลี่เจีย ยูไนเต็ด ก็คือการให้ค่าตอบแทน ที่งามยิ่งกว่าบริษัทอื่น อย่างแน่นอน พูดจบแล้วเหรอครับ พูดจบแล้วค่ะ คุณคังครับ ผมขอแก้ข้อผิดพลาดบางอย่าง ของคุณหน่อย สำหรับผมแล้วค่าตอบแทน คือสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุด ผมอยู่ในประเทศ ก็เพราะคิดว่ามันเหมาะสำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่า มีพื้นที่ ที่สามารถทำให้ทุกคนทำความรู้จักกับความงามทางการแพทย์ใหม่อีกครั้งได้ อยากจะบอกทุกคน ว่าความงามทางการแพทย์ที่แท้จริงมันคืออะไร แต่ว่าคุณวางใจได้เลย ผมจะหาคน ที่มีปณิธานและหลักการเดียวกันมาร่วมงานด้วย แต่ว่าตอนนี้ผมอยากรู้เหลือเกินว่า การที่พวกคุณใจร้อนอยากจะจับผมเซ็นสัญญาขนาดนี้ มันเพื่ออะไรกัน พวกคุณถูกใจความคิดของผม เทคนิคของผม หรือว่าอยากจะเอาผมไปเป็นป้ายร้าน เพื่อหลอกเอาเงินลงทุนที่เยอะกว่านี้

    หลอกเอาเงินลงทุนงั้นเหรอ รบกวนพวกคุณกลับไป บอกเถ้าแก่ของคุณด้วยนะ ว่าอย่ามาก่อกวนผมอีก ขอบคุณ ก่อกวนงั้นเหรอ ปกติไหมเนี่ย ก่อกวน ประหลาดคน ที่รัก ทำไมถึงโทรแล้วไม่รับ กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ บริษัทนี้น่ะ วันนี้พวกคุณ สบายดีไหม วันนี้ทำไมถึงทำงานที่บ้านล่ะคะ บริษัทไฟดับน่ะ เห็นบอกว่าเป็นการบำรุงรักษาสายอะไร ถ้าให้ฉันพูดก็ถือว่าหยุดไปเถอะค่ะ ทุกคนจะได้พักผ่อนสักหน่อย เนอะ จะหยุดได้ยังไงกัน เรื่องนี้ด่วนเอามาก ๆ ดังนั้นก็เลยต้องเปลี่ยนมาประชุมที่บ้าน แล้วคุณจะยังไปงานเลี้ยงตอนค่ำอยู่ไหมคะ จริงด้วย ตอนค่ำยังมีงานเลี้ยงอีกนี่นา ผมคงไม่ไปงานเลี้ยงตอนค่ำแล้วละ ไม่อย่างนั้นคุณก็ไปเถอะ คุณนายเสิ่น คุณกลับมาแล้วเหรอคะ เธอก็มีงานที่นี่งั้นเหรอ ประธานเสิ่นประชุมอยู่ที่นี่ ฉันก็เลยมาเป็นลูกมือน่ะค่ะ เหล่าเสิ่น คุณทำแบบนี้ไม่ถูกนะคะ คุณดูสาวน้อยเขาสิ ทั้งสาวทั้งสวย ไม่ว่างานอะไร ก็จะผูกติดกับเธอไม่ได้นะคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันจะไปเตรียมน้ำชากับขนมนิดหน่อย มาให้พวกคุณนะคะ จ้ะ พี่จง กาแฟต้มสดค่ะ พี่ไม่ต้องชงกาแฟพวกนี้ ให้เขาแล้วล่ะ พี่ไปเอาชาบำรุงตับนั่น มาดีกว่านะ ได้ค่ะ แล้วพี่ก็เอาแก้วมัค ที่มีภาพพ่อแม่ลูกสามคน ออกมาหน่อยนะ

    เขาจะใช้ แก้วใบนั้น ทำไมเหมือนว่า ฉันจะหาไม่เจอเลยนะคะ ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ที่ไหนแล้ว พี่ลองคิดดูสิ ว่าวางไว้ที่ไหน อยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ ใช่แล้ว ใบนี้นี่แหละ ทำไมถึงมาซ่อนอยู่ตรงนี้นะ หาไม่เจอเลย ครั้งก่อนที่ประธานเสิ่นใช้เสร็จ ก็เผลอวางไว้ที่ขอบโต๊ะ ฉันกลัวว่าจะชนแตก ก็เลยเก็บให้น่ะค่ะ ถ้างั้นก็ลำบากเธอแย่เลยนะ ไม่เป็นไรค่ะ ประธานเสิ่นเอง ก็ดูแลฉันดีมาตลอด แม่ไหวไหมคะเนี่ย ไหวไม่ไหวอะไรกัน คืนนี้แม่ จะทำมื้อใหญ่ให้ลูกไงจ๊ะ ที่รัก ไม่ต้องหรอกคะ ลูกคนนี้นี่ ลูกเป็นอะไรน่ะ ลูกจะต้องเชื่อแม่ของลูกสิ ลูกอย่ามัวยืนอยู่ตรงนั้น ลูกรีบไปทำการบ้านสิ ทำเสร็จมื้อใหญ่ของแม่ก็เสร็จแล้ว ฮัลโหล [ฮัลโหล จื่อโหยว] [เรื่องงานเลี้ยงคืนนี้] ฉันกับเหล่าเสิ่นติดธุระ ไปไม่ได้แล้ว แต่ลี่เจีย ลิมิเต็ดของเรา จะต้องมีใครไปออกหน้าสักคน เธอจะต้องไปนะ ฉันไม่ว่างหรอก วันนี้ฉันจะต้องอยู่บ้าน ทำกับข้าวให้หนีหนี ฝีมือทำกับข้าวอย่างเธออย่าทำเลยดีกว่า ส่งลูกมาบ้านเรา มากินข้าวเถอะ คืนนี้เธอจะต้องวางตัวดี ๆ นะ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย ตกลง ๆ ๆ

    ฉันรู้แล้ว รู้แล้ว รู้แล้ว เพื่อชดเชยให้กับลูกนะจ๊ะ วันนี้ลูก สามารถสั่งอะไร ที่ลูกอยากกินก็ได้ ลูกเลือกเองเลย แม่ต้องรีบไปอาบน้ำแล้ว ถ้างั้นหนูก็ไม่เกรงใจแล้วนะ มา กินเถอะ หยิบไปชิ้นหนึ่ง ๆ ขอบคุณค่ะประธานเสิ่น มา ๆ ๆ มา ๆ ๆ อันนี้อร่อย เธอกิน คุณนายคะ ชาบำรุงตับเสร็จแล้วค่ะ ฉันเองจ๊ะ ในประเทศดีกว่าอยู่แล้ว ตอนนี้ในประเทศกำลังขาด หมออย่างคุณอยู่เลย ผอ.คัง ประธานหวัง ทำไมเมื่อวานคุณถึงไม่ได้ไปประชุมล่ะคะ ประธานหลินของเรายังบอกอยู่เลยว่า หลังประชุมจะชวนคุณดื่มสักแก้ว เพิ่งกลับมาจากทำงานต่างจังหวัดนี่นา อยากจะดื่มสักแก้วเหรอ อีกสักพักพวกเราดื่มกันหลาย ๆ แก้วไปเลย ได้สิคะ ไม่มีปัญหา ผมขอแนะนำให้พวกคุณรู้จักสักหน่อยนะ หมอเนี่ยที่เพิ่งกลับมา ผอ.คัง จากลี่เจีย ยูไนเต็ด ประธานหวัง เราเพิ่งรู้จักกันน่ะครับ รู้จักกันเหรอ แต่ยังไม่ค่อยสนิทค่ะ ไม่สนิทค่อยจัดการง่ายหน่อย อีกสักพักดื่มสักแก้ว ก็สนิทแล้วจริงไหม ไป หมอเนี่ยผู้สูงศักดิ์แบบนี้

    ก็มาร่วมงานเลี้ยงกินเหล้า ของนักธุรกิจเป็นด้วยงั้นเหรอคะ ประธานหวังเป็นเพื่อนของอาจารย์ที่ปรึกษาผม ก่อนหน้านี้เขาช่วยผมเอาไว้เยอะมาก ดูท่าการที่เขาจะช่วยคุณได้หรือเปล่า คงจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้คุณหวั่นไหวได้มากที่สุดสินะ หนีเอ๋อร์ ลูกมาทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ พ่อคะ พระเจ้าช่วย ในที่สุดพ่อก็มา อะไรคือในที่สุดพ่อก็มาแล้ว แม่หนูให้พ่อมาใช่ไหมคะ แม่ลูกจะให้พ่อมาทำไมกันล่ะ ไม่อย่างนั้นพ่อมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ พ่อก็อยู่ในเขตนี้นี่นา ตึกหลังไหนคะ ตึกหลังนั้นไง หลังนั้นเหรอ บังเอิญจริง หนูเองก็อยู่ตึกหลังนั้นเหมือนกัน อย่างี่เง่าน่า ลูกจะไปอยู่ตึกนั้นได้ยังไงกัน จริง ๆ นะคะ แม่หนูเพิ่งย้ายมา ถ้างั้น ชั้นไหนงั้นเหรอ [เรื่องคราวก่อนที่ฉันถามแก] [จัดการเป็นยังไงบ้างแล้ว] [ถ้าแกได้รับแล้วละก็] [รีบตอบเลยนะ] หนีเอ๋อร์ แบบนี้ ลูกน่ะ อยู่ตรงประตูก่อนนะ รอพ่อแป๊บหนึ่ง พ่อจะเข้าไปพูดกับ ป้าเมิ่งสักคำ เพราะในเมื่อเรื่องนี้ของเราสองคน มันกะทันหันนิดหน่อย ให้เธอได้ เตรียมใจก่อนสักหน่อย ค่ะ หนูรู้แล้ว เป็นเด็กดีจริง ๆ คุณกลับมาแล้วเหรอคะ ในบ้านไม่มีหัวหอมแล้ว คุณไปซื้อหน่อยสิคะ เป็นอะไรไปคะ คุณวางมีดลงก่อนสิ ว่ามา ลูกสาวผม

    อยู่หน้าประตู แล้วเธอล่ะ คือว่าเธอเป็นแบบนี้ คือว่าผม ผมเองก็ไม่รู้ ว่าทำไมแม่เธอถึงออกไปข้างนอก แล้วไม่ทันไรเธอก็ ขังตัวเองไว้ข้างนอกห้องซะได้ กลับไปไม่ได้แล้ว ผมก็เลยพาเธอกลับมาบ้านเรา ให้ลูกเข้ามาสิคะ แล้วก็ แล้วก็อะไรคะ ก็ ก็ชั้นบน บ้าน บ้านนั้น ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ก็คือ พวกเธอสองแม่ลูก พวกเราไม่ได้มารวมตัวกัน นานมาก ๆ แล้วจริง ๆ นะคะ วันนี้เป็นโอกาสที่หายากมาก ๆ วันนี้นอกจากจะมีประธานหวัง ประธานเฉิน เพื่อนเก่าแบบนี้แล้ว ความจริงแล้ววันนี้พวกเรา ยังมีเพื่อนใหม่อีกท่านหนึ่ง หมอเนี่ยค่ะ ดังนั้นแล้ว ฉันขอเสนอนะคะว่า พวกเราทุกคนมาดื่มอวยพรให้กับหมอเนี่ยสักแก้วกันดีกว่า มา ๆ ๆ ยินดีต้อนรับการเข้าร่วมของเพื่อนใหม่ ดีไหมคะ ดี ๆ ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่ หมอเนี่ยฉันขอดื่มอวยพรให้คุณค่ะ ครับ มา พวกเรามาพร้อมกัน มา ขอโทษนะ ผมขอดื่มชาแทนเหล้านะครับ เสี่ยวเนี่ย เธอหมายความว่ายังไงกัน พวกเราคนตั้งเยอะแยะดื่มอวยพรให้คุณ แต่คุณจะดื่มชาเหรอคะ

    ไม่ไว้หน้ากันเลยนะ จริงด้วย ใช่ ใช่แล้ว หมอเนี่ย – ใช่ครับ – มา ๆ ๆ ถ้างั้นผมก็ขอรับน้ำใจไว้นะครับ มา พวกเราทุกคนมาดื่มอวยพรให้กับหมอเนี่ย ชนแก้ว ๆ ๆ ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่นะ อะไรกัน เม้มปากหน่อยสิคะ หมอเนี่ย ไม่ไว้หน้าทุกคนเลยจริง ๆ นะคะ แบบนี้ไม่ได้นะ หมอเนี่ย แบบนี้ไม่ไว้หน้ากันเลยนะ ขอโทษครับ ดูสิคะ แบบนี้สิถึงจะถูก เห็นชัด ๆ ว่าคอแข็ง ในเมื่อหมอเนี่ยคอแข็ง ฉันขอแนะนำคุณนะคะว่า ควรจะดื่มอวยพรให้ประธานหวังแก้วหนึ่ง – ใช่ ๆ ๆ – เมื่อกี้ตอนที่หมอเนี่ยอยู่หน้าประตู ก็พูดแล้ว ว่าประธานหวังเคย ให้ความช่วยเหลือคุณไว้เยอะมาก ดังนั้นหมอเนี่ย คุณควรจะดื่มอวยพร ให้ประธานหวังสักแก้วจริงไหมคะ ควรดื่มอวยพรครับ ๆ เธอจะต้องดื่มอวยพรนะ แต่ประธานหวังเองก็คงจะดูแล คุณคังเหมือนกันจริงไหมครับ แน่นอนค่ะ ๆ

    ถ้างั้นผมขอเสนอว่า พวกเรามาดื่มอวยพรให้ประธานหวังด้วยกันดีกว่า แล้วแก้วเดียวก็ไม่พอด้วย พวกเรามาดื่มอวยพรครั้งหนึ่งสามแก้วไปเลย ถึงจะสามารถแสดงออกถึงความเคารพของเราได้ เอาสิ ดี ผมขอดื่มหมดแก้วเพื่อแสดงความเคารพ คุณดื่มตามอัธยาศัยก็พอ ประธานหวัง คอแข็งนี่นา เกิดเรื่องแล้ว คุณคัง คุณจะยอมถูกเยาะเย้ยไม่ได้นะ จริงด้วย จริงไหม จริง คุณจะยอมถูกเยาะเย้ยไม่ได้นะ ไม่ยอมค่ะ ๆ ไม่ยอม ๆ เหล้านี้ควรดื่ม ประธานหวัง ฉันขอดื่มอวยพรให้คุณนะคะ ไม่ได้โกรธใช่ไหม ฉันจะโกรธอะไรล่ะคะ ไม่ใช่ฉันที่ขังลูก ไว้ด้านนอกสักหน่อย แล้วก็ไม่ใช่ฉันที่ปล่อยให้ลูกทนหิวด้วย แล้วฉันก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้คุณดูแลลูก ฉันจะมีเรื่องไม่สบายใจอื่น ไม่ได้เลยหรือไงคะ ทั้งโลกหมุนรอบตัวคุณหรือไงกันคะ คุณ คุณมีเรื่องไม่สบายใจอะไรเหรอ ไม่อย่างนั้นคุณก็บอกผมมาเถอะนะ หัวหอมหมดแล้ว โมโห คังจื่อโหยวคนนี้ จริง ๆ เลย กลัว กลัวว่าโลกจะไม่ยุ่งเหยิงพอหรือไง เนอะ ตอนงานแต่งเรา มาป่วนก็เรื่องหนึ่งแล้ว แถมยังย้ายมาอยู่ตึกเดียวกับเราอีก วันไหนผม ผมจะให้เธอย้ายออกไป ไม่ต้องมาไม้นี้เลยนะ คราวหน้าที่ลูกสาวคุณจะมา ก็บอกกันไว้ก่อนสิคะ ฉันจะได้เตรียมตัวสักหน่อย

    ในบ้านไม่มีอะไรเลย แล้วลูกจะกินอะไร วันนี้มันเป็นสถานการณ์ฉุกละหุกนี่นา อีกอย่าง ผมเองก็ไม่รู้ด้วยว่า เธอจะย้ายมาอยู่ด้านบน ผมรายงานก่อนไม่ได้เลย จริงไหม พอเถอะค่ะ ยกไปวางบนโต๊ะ อย่าให้ลูกสาวคุณต้องหิว สมเหตุสมผล หนีเอ๋อร์ ขอบคุณนะ ใช่แล้วค่ะ ประธานหวัง ฉันจำได้ว่า งานเลี้ยงของเรา มีกฎอยู่กฎหนึ่งนี่คะ คนไหนที่เด็กที่สุด คนนั้นก็ต้องดื่มอวยพรทุกคนคนละแก้ว หนึ่งรอบวงกลม ใช่ ๆ มีกฎนี้นี่นา มี ๆ ดังนั้นวันนี้ ในงานเลี้ยงของพวกเรา หมอเนี่ยน่าจะเป็นคนที่เด็กที่สุดนะคะ หมอเนี่ย ผมจับตาดูคุณอยู่นะ จะผิดคำไม่ได้ จะผิดคำไม่ได้อย่างแน่นอน จะผิดคำไม่ได้ ใช่ครับ สำหรับเหล้าหนุ่มสาวแก้วนี้ ผมควรที่จะดื่มอวยพรให้กับทุกท่าน เพราะว่าในที่นี้ผมอ่อนสุด แต่ว่าที่บ้านเกิดผม มีคำพูดแบบนี้ ที่ว่า ถ้าเบื้องหน้ามีผู้หญิงอยู่ด้วยละก็ พวกเราจะไม่พูดถึงอายุกันครับ เพราะว่าพวกเธอจะอายุสิบแปดตลอดไป เยาว์วัยตลอดไป ถ้าผมดื่ม เหล้าหนุ่มสาวนี้เองละก็ ผมว่ามันจะเป็นการดูหมิ่น คุณคังของพวกเราเกินไป ดังนั้นคุณคังครับ ไม่สู้ คุณกับผมมาดื่มอวยพรให้กับทุกคนกันเถอะ มาดื่มอวยพรให้ผู้อาวุโสทุกท่านดีไหม

    มาเถอะ ผอ.คัง มาเถอะครับ อย่าห่วงเลย ดื่มพร้อมกันเถอะ มาเลย ดื่มพร้อมกันเถอะ มาเลย อวยพรทุกคนค่ะ ดีมาก มา ๆ ทุกคนดื่มด้วยกัน ๆ คอแข็งมาก หนีหนี ขอบคุณค่ะป้าเมิ่ง – ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ – ลูกลองชิมเนื้อวัวนี้ที่ป้าเมิ่งทำสิ อร่อยสุด ๆ ไปเลย ทั้งนิ่มทั้งหอม แถมลูกดูสิสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ แบบนี้ ดีออกเนอะ อร่อยค่ะ ถ้าชอบกินก็กินเยอะ ๆ นะ แล้วถ้าลูกอยากดื่มเครื่องดื่มละก็ ไปเอาจากตู้เย็นเองได้เลย อะไรก็มีทั้งนั้น ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่ดื่มน้ำเย็น อีกเดี๋ยวดื่มน้ำร้อนนิดหน่อยก็ได้แล้ว หนีเอ๋อร์ ลูกกำลังโตนะ กินเยอะ ๆ หน่อย ป้าเมิ่งค่ะ กับข้าวที่ป้าทำยอดไปเลยจริง ๆ โดยเฉพาะน้ำซุปนี้ อร่อยสุด ๆ ไปเลย พอเทียบกับป้าแล้ว ที่แม่หนูทำกลายเป็นน้ำล้างหม้อไปเลย ป้าเองก็สอนวิธีทำให้หนูบ้างสิคะ ถ้าหนูชอบกินละก็

    ต่อไปหนูก็มาบ่อย ๆ ได้เลยนะ มา ดื่มอันนี้ตอนร้อน ๆ สิจ๊ะ ทำ ทำไมถึงมีแค่ชามเดียวล่ะ ของผมล่ะ อย่าหาเรื่องหน่อยเลย ขอบคุณค่ะป้าเมิ่ง ไม่ต้องเกรงใจนะ คอแข็งมาก คอแข็งมาก ดี เดี๋ยวก่อน คุณอย่าไปสิคะ ทุกคนต่างก็รู้ว่า หมอเนี่ยเป็น คนมีความสามารถที่โดดเด่น ในอุตสาหกรรมความงามทางการแพทย์ของเรา จริงไหมคะ พวกเราหวังเป็นอย่างมากว่าหมอเนี่ย จะสามารถนำพาแนวคิดใหม่ ๆ กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้พวกเราต่อไปได้ ดังนั้นฉันคิดว่า หมอเนี่ยควรที่จะ พูดอะไรบางอย่าง กับทุกคน ณ ที่นี้ใช่หรือเปล่าคะ แสดงความจริงใจ ว่าคุณอยากเข้าร่วม กับพวกเราสักหน่อย ทุกคนว่าดีไหมคะ เรื่องนี้ของมันแน่อยู่แล้ว หมอเนี่ย ๆ เนอะคะ และสำหรับทัศนคตินี้ วันนี้คุณเองก็ได้กินข้าวด้วยกันกับ เจ้าพ่อในอุตสาหกรรมของเราแล้ว ฉันคิดว่าเหล้าแก้วนี้ คุณจะไม่ดื่มไม่ได้เลยนะคะ ครับ ถ้างั้นผม ก็ขอดื่มอวยพรทุกคนอีกครั้งนะครับ ผอ.คัง ผมจำได้ว่าเมื่อสองปีก่อนคุณไป เรียนต่อเมืองนอกที่เมืองไหน ในต่างประเทศนะ

    ไม่แน่ว่าพวกคุณสองคนอาจจะเคยเจอกัน ที่ต่างประเทศก็ได้นะ จริงด้วย ประธานหวังคะ คุณล้ออะไรเล่นกัน ฉันไปแค่สองเดือนเอง อย่างฉันน่ะเหรอเรียกว่าเรียนต่อเมืองนอก มันจะไปเทียบกับของหมอเนี่ยได้ยังไง คุณคัง แค่ออกไปก็นับแล้ว ผมจำได้ว่าไปอะไร เทนอะไรนะ เทนเนสซี ใช่ รัฐเทนเนสซี มหาวิทยาลัยเทนเนสซี แคมปัสคอนเนอร์สวิลล์ คุณคัง คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเราสองคน จะมีพรหมลิขิตต่อกันขนาดนี้ มีพรหมลิขิตจริง ๆ ด้วย แก้วนี้ต้องดื่มให้ได้นะ เหล้าแก้วนี้พวกเขา จะต้องชนให้หมดแก้ว ต้องชนให้หมด มา อย่าทำเกินกำลังตัวเองนะ อย่าทำเกินกำลังตัวเอง จะต้องชนแก้ว อย่าทำเกินกำลังตัวเอง แบบนี้จะไม่ทำเกินกำลังตัวเองได้ยังไง [แม่] รับสายสิ สี่ทุ่มกว่าก็หลับแล้วงั้นเหรอ วันนี้ดื่มเหล้าไปไม่น้อยเลยจริง ๆ ประธานหวัง ระวังหน่อยนะครับ ตกลง ประธานหวัง ต่อไปเราร่วมงานกันเยอะ ๆ นะ ตกลง ประธานหวัง ผมเองก็ด้วยนะ ต่อไปบริษัทของผม ก็ขอรบกวนคุณด้วยนะครับ วางใจเถอะ ขอแค่ไม่เกินขอบเขต ความสามารถของผม ผมก็จะสนับสนุนคนหนุ่มอย่างพวกคุณอย่างแน่นอน ขอบคุณครับประธานหวัง

    คุณไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรค่ะ ไปเถอะ ทำอะไรน่ะ คุณยังดื่มไม่พอสินะ ไม่มีปัญหา ฉันจะดื่มเป็นเพื่อนคุณเอง ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าฉันจะดื่มไม่ชนะคุณ ใช่ ๆ ฉันจะบอกคุณให้นะ ข้าง ๆ นี้มีร้านเหล้าอยู่ร้านหนึ่ง โอเค ฉันรู้จักมันดีสุด ๆ โอเค ฉันพาคุณไปดื่มได้นะ บ้านคุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปส่งคุณดีกว่า อยู่ด้านหน้าไม่ไกลหรอก ฉันเคยไปมาแล้ว – ที่นั่นมันสนุกมากเลยนะ – ครับ มา ระวังนะ ความจริงแล้วคุณ ดื่มเก่งมากใช่ไหม ฮัลโหล หัวหน้าคะ เสี่ยวเมิ่ง คราวก่อนเธอบอกว่าญาติเธอ กำลังทำธุรกิจวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ใช่ไหม พอดีว่าทางฉัน มีช่องทางที่คุ้นเคยอยู่ จริงเหรอคะ เยี่ยมไปเลยค่ะ ขอบคุณนะคะหัวหน้า ขอบคุณค่ะ ทำให้คุณลำบากแย่เลย ถ้างั้นก็ตกลงค่ะ ถ้างั้นพรุ่งนี้ ค่อยคุยกันอย่างละเอียดตอนทำงานนะคะ ขอบคุณค่ะ คุณเข้านอนเร็ว ๆ นะคะ ไว้เจอกันค่ะ ที่รัก ทำอะไรน่ะ ลูกอยู่ทั้งคนนะ

    เปิดเครื่องเสียงแล้ว ไม่ได้ยินหรอก ไม่ใช่เวลานะคะ คุณดูแม่เด็กคนนี้สิ ไม่ได้เรื่องเลย เมื่อกี้ตอนที่โทรศัพท์มา ผมไม่ได้รับ แต่พอตอนนี้โทรกลับไป เธอก็ไม่รับแล้ว ไปอาบน้ำเลย เดี๋ยวผมจะอาบจนขาวจั๊วกลับมาเลย มานี่ ทนไม่ไหวขนาดนี้เลยเหรอจ๊ะ ทำอะไรน่ะ ไม่เห็นหรือไงว่าลูกปวดท้อง นอนโซฟาไม่สบายหรอก ไปอุ้มเธอเข้ามานอนบนเตียง แล้วคุณก็นอนโซฟาซะ พอ ๆ คุณทำอะไรน่ะ เป็นเด็กดี ๆ ๆ นี่ คุณทำได้ลงคอเชียวเหรอ เร็ว ๆ ๆ คุณ คุณอย่าอ้วกนะ คุณครับ พวกเราขับวนรอบโรงแรม มาห้ารอบแล้วนะครับ ยังจะวนรอบอยู่อีกไหมครับ บ้านคุณอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย คนขับ ถนนเหรินอ้าย เลขที่ 138 ขอบคุณครับ ได้เลยครับ อย่าอ้วกนะ ๆ ฉัน ฉันบ้าไปแล้วหรือไงฉัน ป้าเมิ่ง อรุณสวัสดิ์ค่ะ อรุณสวัสดิ์จ้ะ เตรียมกินข้าวเช้านะ พ่อคะ ตื่นได้แล้ว ทำไมลูก แค่ลืมตาก็ทำให้คนอดห่วงไม่ได้เลย ก็ได้

    วันนี้ลูกมีเรียนไหม มีเรียนสิคะ ตกลง พ่อไม่รู้เรื่องเลย ถ้างั้นลูกก็เตรียมตัวนะ พ่อขอเข้าไปนอนก่อนสักพัก เชื่อฟังนะ ที่รัก ผมขอนอนก่อนสักพักนะ อีกเดี๋ยวค่อยเรียกผมนะ คุณไม่กินข้าวแล้วเหรอคะ ผมขออีกสักพัก อีกสักพัก ง่วงมาก ไม่ไหวแล้ว เชื่อฟังนะ มา นั่งสิจ๊ะ รับไปสิ ป้าก็ไม่รู้ว่าหนูชอบกินอะไร ก็เลยเตรียมพวกนี้ไว้ อันนี้น่ะ คือข้าวกลางวัน พกไปนะ แล้วก็อย่าลืม พกกล่องข้าวกลับมาก็พอแล้ว พวกนี้ป้าเป็นคนทำเองหมดเลยเหรอคะ น่ากินมากเลยค่ะ แค่ต้มไข่สักพักก็ได้แล้ว ที่เหลือก็แค่เรียงลงไป เดิมทีหนูคิดว่า อาหารที่คุณยายทำ ก็ดีมากแล้วนะคะ คาดไม่ถึงเลยว่าป้าจะทำเก่งกว่ายายอีก แม่หนูทำกับข้าวเป็นไหมจ๊ะ เท่าที่จำได้ไม่ค่อยเคยทำเท่าไร ถ้างั้นตอนที่พวกหนูกินข้าวด้วยกัน ใครเป็นคนเตรียมล่ะ คุณยายเตรียมไงคะ แต่ยังไงแม่หนูก็เป็นคนประเภทนั้น ที่กินคอร์นเฟล็ค แทนข้าวได้ มิน่าละดูแล้ว เธอถึงได้หุ่นดีขนาดนั้น คนที่ไม่ค่อยแคร์หุ่นก็ดีทั้งนั้นแหละค่ะ แม่คะ หนี แม่ขอโทษนะจ๊ะ ขอโทษ คือว่า เมื่อคืนแม่ เจอเรื่องด่วนนิดหน่อย ดังนั้นแม่ก็เลย แม่ก็เลยผิดสัญญา [ตอนนี้แม่อยู่ระหว่างทางแล้ว]

    [อีกไม่นานแม่ก็กลับบ้านแล้ว] [ลูกยังอยู่ที่บ้านใช่ไหม] [แม่จะรีบ] [รีบกลับไปส่งลูกไปเรียนนะ] ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยู่บ้านป้าเมิ่ง [อีกเดี๋ยวกินข้าวเช้าเสร็จ] [ก็ไปเรียนแล้ว] [มีเรื่องอะไรกลับบ้านค่อยว่ากันนะคะ] ลูกอยู่บ้านใครนะ ไปบ้านเธอแล้วงั้นเหรอ แม่ของหนู ไม่กลับบ้านตอนกลางคืนบ่อย ๆ งั้นเหรอ ไม่รู้สิคะ หนูไม่ค่อยอยู่กับแม่ แล้วพวกหนูออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยไหม หนูต้องเรียน แม่ก็ต้องทำงาน เวลาไม่ตรงกันหรอกค่ะ แล้ววันหยุดล่ะ วันหยุดก็ไม่ออกไปไหนด้วยกันงั้นเหรอ ความจริงแล้วหนูรู้สึกว่า เรื่องนี้จะโทษแม่หนูหมดก็ไม่ได้ บางครั้ง แม่ก็มาหาพวกเราอย่างกระตือรือร้น แต่พอถูกคุณยายว่าสองสามประโยค ก็ไปแล้วละค่ะ อาจจะเป็นเพราะงานยุ่งเกินไปก็เลยไม่มีเวลาดูแล เหมือนกับป้าตอนเด็ก ๆ เลยนะ ป้าเองก็ไม่ค่อยเจอพ่อของป้าเลย แต่ป้าก็บอกกับตัวเองว่า พ่อของป้ายุ่ง ก็เพื่อป้า ดังนั้นแล้ว ป้าก็เลยคิดว่าป้าควรจะ เป็นเหมือนพ่อของป้า ขยันทำงาน ทำเงินให้ได้เยอะ ๆ แบบนี้ เขาก็จะได้ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น เหนื่อยขนาดนั้นแล้ว แม่ของหนูจะต้องรักหนูมาก ๆ แน่ ที่เธอไม่มีเวลาดูแลหนู ก็เพื่อให้ต่อไปหนู ไม่ต้องมีเรื่องกังวลอะไร หนูดูสิจ๊ะ เรื่องที่ยายของหนูไม่เข้าใจ แต่หนูกลับเข้าใจ

    หนูสุดยอดมากเลยนะจ๊ะ ดื่มจนภาพตัดสินะ คุณลุงคะ ด้านหน้านั่นมีร้านยาอยู่ร้านหนึ่ง ลุงช่วยจอดให้หนูหน่อยนะคะ หนูอยากจะซื้อของนิดหน่อย ได้ ๆ ๆ ขอบคุณนะคะ ไม่เป็นไร ๆ [ร้านยาประชาชน] ลุงรอหนูหน่อยนะคะ – ตกลง ๆ – เดี๋ยวหนูมานะคะ คุณต้องการอะไรคะ จื่อโหยว เธอมาซื้ออะไรที่นี่น่ะ