EP.3 (FULL EP) |เธอผู้สว่างสดใส(Viva Femina) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เธอผู้สว่างสดใส] [ตอนที่ 3] [ร้านยาประชาชน] คนขับคุณรอฉันแป๊บนะคะ – ได้ครับ ๆ – ฉันจะรีบค่ะ คุณต้องการอะไรเหรอคะ จื่อโหยว เธอมาซื้ออะไรที่นี่เหรอ ทำไมถึงไม่ล้างหน้า ไม่แต่งหน้าล่ะ นี่ไม่เหมือนสไตล์ปกติของเธอเลยนะ เมื่อคืนดื่มเยอะไปใช่ไหม อาเจียนหรือยัง เหลวไหล เธอว่าฉันอาเจียนหรือยัง พอเธอเจอดื่มหนักแบบนี้ เธอก็ผลักไสฉันไป มีมโนธรรมสักนิดบ้างไหม ฉันอาเจียนจนปวดหัว ปวดท้องไปหมดแล้วจริง ๆ ยาแก้เมาค้างที่บ้านนั่นก็ไม่มีแล้ว ฉันกำลังมองหายาแก้เมาค้างอะไรนะ ยาแก้เมาค้างอันนี้ดี อันนี้ดี มา มา ๆ ยาแก้เมาค้างอันนี้ดี ฉันมักจะให้เหล่า… มาสิ ทุกครั้งฉันจะซื้อ อันนี้ไปให้เหลาเสิ่น ดีมาก ๆ เลย แถมยังป้องกันตับอีกด้วย ป้องกัน แถมยังป้องกันตับด้วย แต่ว่า เมื่อวานเธอไม่เลวเลยนะ อาหารมื้อเมื่อวานนี่ จัดการเรียบร้อยทั้งหมดเลย เมื่อคืน หมอเนี่ยโทรหาฉัน เอาแต่พูดถึงเธอตลอดเลย เขายังตอบตกลง มาโรงพยาบาลของเราด้วย ทำไมกัน

    ไม่ ๆ ไม่ใช่ ฉันหมายความว่า ทำไมเขาถึงได้ตอบตกลง มาโรงพยาบาลของเราเร็วขนาดนี้ล่ะ นั่นไม่ได้เป็นเพราะเธอหรือไง เดี๋ยวเขามาคุยกับฉันเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทนอะไรที่โรงพยาบาล ฉันจะกดดันเขา เธอต้องอยู่ตรงนั้นด้วยนะ ไม่สิ เขาคุยกับเธอเรื่องค่าตอบแทน ฉันจะไปอยู่ตรงนั้นทำไมล่ะ วันนี้เธอเป็นอะไรเนี่ย เอาแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ใครอ้อม ๆ แอ้ม ๆ กัน ความหมายของฉันคือ อย่าไปฟังเขาพูดจาไร้สาระ เขา เขาจะพูดจาไร้สาระเรื่องอะไรได้เหรอ งั้น เขาพูดกับเธอว่ายังไงบ้างล่ะ เขาบอกว่า เธอแสดงออกได้ไม่เลวทีเดียว ประธานหวังก็โทรมาหาฉันแล้ว ฮัลโหล ประธานหวัง ฉันอยู่ค่ะ ๆ ไม่ยุ่งค่ะ ไม่ยุ่ง ๆ คุณว่ามาเลยค่ะ คุณว่ามาเลย ๆ คิดเงิน ๆ มา เร็วหน่อยนะคะ นี่เป็นเรื่องที่ดีขนาดไหน ยินดีกับคุณด้วยนะคะ เร็วหน่อย ๆ

    เมื่อไหร่จะทานข้าวคะ ทานข้าวดื่มเหล้าได้หมดเลยค่ะ คิดที่ฉันหมดเลย สวัสดีครับผอ.คัง ♫ข้ามผ่านความวุ่นวายของฝูงชนที่แสนแออัด♫ อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่จื่อโหยว ♫ความเหงาปกป้องฉันยามกลับบ้าน♫ อรุณสวัสดิ์ ♫การพึ่งพาก่อกำเนิดขวากหนามที่แหลมคม♫ ♫แผลเป็นสมานกลายเป็นเกราะ♫ ♫ความเข้าใจผิดงอกเงยเป็นแขน ซับน้ำตาให้แห้งเหือด♫ ♫โอบกอดฉันเบา ๆ♫ ผอ.คัง อรุณสวัสดิ์ค่ะผอ.คัง ♫คำโกหกเต็มปาก ฉันยิ้มโดยไม่ตอบ♫ อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์ค่ะผอ.คัง อรุณสวัสดิ์ ♫ไม่ว่ามันจะกำลังต่อรองอยู่ก็ตาม♫ จำได้แล้วนะ ♫เสียงหัวเราะเพียงเล็กน้อยถือเป็นการต้านทานของฉัน♫ อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์ผอ.คัง ♫หลังข้ามผ่านเลือกที่จะลืมเลือน♫ งั้นฉันไปตรวจสอบรายชื่อสักครู่นะคะ ไปเถอะ อรุณสวัสดิ์ค่ะผอ.คัง ♫ความเจ็บปวดก็จุดประกายความหวังได้♫ ♫ถู ๆ ไถ ๆ ไปก็ไม่วายเป็นเช่นเดิม♫ ♫ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ผจญเหล่านั้น♫ ♫ที่ได้กลายมาเป็นแสงเปล่งประกายในตัวฉัน♫ ได้ยินมาว่าวันนี้บริษัทจะมีหนุ่มหล่อมาคนหนึ่ง ใครเหรอ คุณยังมีหัวใจของสาวน้อยอยู่สินะ คังคัง สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วนะครับ พวกเธอสองคนฉันไม่จำเป็นต้องแนะนำมากมายแล้วนะ เชื่อว่าเมื่อคืนพวกเธอสองคน คงคุยกันค่อนข้างทะลุปรุโปร่งแล้ว ถือว่าหมอเนี่ย ได้เข้าร่วมลี่เจีย ยูไนเต็ดของเรา อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อครู่ขั้นตอนที่เกี่ยวกับ การเข้ารับตำแหน่งบางส่วน ที่ต้องจัดการ ฝ่ายบุคคลกำลังดำเนินการแล้ว

    แน่นอนว่า การเข้าร่วมของหมอเนี่ยในครั้งนี้ ผอ.คังมีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก มา พวกเรามาต้อนรับ การเข้าร่วมของหมอเนี่ยด้วยกันเถอะ ยินดีต้อนรับหมอเนี่ย นั่นก็เป็นเกียรติของผมเช่นกันครับ เดี๋ยวฉันหาเพื่อนร่วมงาน พาคุณไปเดิมชมในแต่ละชั้น – เพื่อทำความคุ้นเคยสถานการณ์นะคะ – ประธานหลิน ๆ ฉันได้ค่ะ ฉันได้ค่ะ รบกวนให้ผอ.คังพาผมไปเดินชมละกันครับ ถึงยังไงพวกเราก็ถือว่าเป็นคนคุ้นเคยกันแล้ว โอเค ได้สิ ได้เลย งั้นคังคัง เธอพาเขาไปเดิมชมก็เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเดี๋ยวเซี่ยหลิงจะมา เธออย่าลืมนะ เขาระบุชื่อแค่ว่าจะคุยกับเธอเท่านั้น จากนั้นเธอก็ ตั้งใจแนะนำบริการให้เขา บอกเขาว่า โรงพยาบาลของเรา มีหนุ่มหล่อคนใหม่มา เป็นหมอที่ดี ไปเดินดูเถอะ บ๊ายบาย สู้ ๆ ผอ.คัง คุณพาผมไปเดินชมเถอะครับ ตรงนี้ก็คือ ห้องชากาแฟของโรงพยาบาลเรา ครับ พวกเราเอาใจใส่พนักงานมาก ๆ ของกินเครื่องดื่มของจำเป็นมีพร้อมสรรพ ด้านนั้นเป็นพื้นที่ทำงานของพนักงาน หมอเนี่ยเชิญด้านนี้ค่ะ หล่อขนาดนี้ นั่นสิ ด้านนี้คือพื้นที่รักษา นี่เป็นห้องวีไอพี และเป็นห้องตรวจวิเคราะห์รูปหน้า ห้องวินิจฉัยและห้องรักษา สวัสดีค่ะผอ.คัง สวัสดีค่ะผอ.คัง

    ด้านนี้เป็นห้องน้ำ ผู้ชายอยู่ทางซ้าย ผู้หญิงอยู่ทางขวา ด้านนี้คือห้องผ่าตัด ด้านนี้คือห้องเก็บของ ด้านนี้คือห้องประชุม ตรงนี้คือเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของชั้นสอง ด้านนี้คือออฟฟิศของประธาน สวัสดีค่ะหมอเจิง ผอ.คัง ด้านนี้คือพื้นที่ต้อนรับ ผอ.คัง ชั้นนี้ หลัก ๆ คือพื้นที่สำนักงาน ฝ่ายบุคคลกับฝ่ายการเงินอยู่ข้างหน้า ออฟฟิศของคุณ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะจัดให้อยู่ ในชั้นนี้ ทางนี้ค่ะ ตรงนี้คือพื้นที่จัดแสดง ผลิตภัณฑ์ของโรงพยาบาลเรา หมอเนี่ยก็ลอง ศึกษาดูสักหน่อยละกันค่ะ ถ้าสะดวกก็เสนอ คำแนะนำบางอย่างให้กับพวกเราได้เลย สิ่งที่ควรต้องแนะนำ ฉันเองก็แนะนำไปพอสมควรแล้ว งั้นหมอเนี่ยก็ค่อย ๆ ดูไปนะคะ ฉันไปทำงานของฉันก่อนแล้วนะคะ เมื่อวานผอ.คังนอนไม่ค่อยหลับใช่ไหมครับ ถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วคุณสนุกเหรอ ฉันหมายถึงพวกเราสองคน ไม่ได้สนิทสนมกัน จนถึงขั้นที่พูดเรื่องส่วนตัวได้หรือเปล่า ก็ไม่จริง ๆ เป็นผมที่ล่วงเกินแล้ว ขอโทษนะครับ หมอเนี่ย ฉันจำได้ว่าเมื่อวานคุณบอกว่า คุณไม่มีทางมา [ใช่ไหม] [ผอ.คัง] [เรื่องเมื่อวานคุณเหมือนจะ…] [เมื่อคืน] [ฉันดื่มมากไปหน่อยจริง ๆ] [เพราะงั้นฉันคิดว่า] [พวกเราต้อง]

    พูดบางเรื่องให้กระจ่างกันต่อหน้า – ขอโทษครับ – ขอ… ผมอยากจะพูดขอโทษ กับคุณจริง ๆ ครับ เพราะผมทำให้คุณ ต้องดื่มเหล้าเยอะขนาดนี้ แล้วก็ผมเองก็ไม่คิดว่า พอคุณดื่มเหล้าเยอะ ๆ จะสูญเสียการควบคุมไปทั้งตัวแบบนี้ [นี่ที่ไหน] [บ้านผม] [คุณพาฉันมาบ้านคุณทำไม] [คุณให้แขกนอนโซฟาได้ยังไง] [บ้านพวกคุณไม่มีเตียงเหรอ] [แน่นอนว่าบ้านของเรามีเตียงอยู่แล้ว] [อยู่ไหนล่ะ] [อยู่ชั้นบน] [คังจื่อโหยว] [คังจื่อโหยว] [คังจื่อโหยว] [ถึงแล้ว] สูญเสียการควบคุม หมอเนี่ยคือแบบนี้นะ ถ้าวันนี้คุณมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เพราะเรื่องนี้ ฉันต้องขอโทษคุณอย่างจริงจัง แอลกอฮอล์เป็นตัวบงการ ไม่ใช่ความตั้งใจเดิม ฉันว่าหมอเนี่ย คงไม่มีทางให้เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ มากระทบกับการตัดสินใจอย่างมืออาชีพ ของคุณใช่ไหมคะ ใช่ครับ เพราะงั้น ที่คุณตัดสินใจเข้าร่วมลี่เจีย ยูไนเต็ด ได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วใช่ไหมคะ ใช่ครับ แต่ที่ผมเข้าร่วมลี่เจีย ยูไนเต็ด ส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นเพราะคุณ ฉัน ฉันเหรอ มีข่าวด่วน ต้องบอกพวกคุณค่ะ เพราะคุณพูดความจริงจากใจบางอย่าง ชวนให้ผมสนใจ เพราะงั้นผมก็เลยมาเข้ารับตำแหน่ง

    คุณล้อเล่นมากเกินไปหรือเปล่า หลังดื่มเหล้า มีคำพูดจริงจากใจที่ไหนกัน ใช่ไหม ถ้าคุณไม่เชื่อละก็ ที่ผมมีวิดีโอด้วย คุณ คุณมีอะไรนะ [ฉันหน้าเลือดยังไง] [คุณเป็นหมอ ฉันไม่ใช่หมอ] [ฉันเป็นคนทำธุรกิจ] [ฉันทำธุรกิจ] [หรือว่าไม่ต้องโฆษณาเหรอ] [ฉันอยากให้คนอื่นรู้] [ว่ามีโรงพยาบาล] [ที่สามารถเสนอบริการดี ๆ] [มีเทคโนโลยีดี ๆ] [ให้กับพวกเขาได้ขนาดนี้ด้วย] [ฉันมีปัญหาอะไรเหรอ] [ฉันเรียกร้องให้โรงพยาบาลของฉัน] [ไม่เพียงแค่เทคโนโลยีต้องดี] [การวินิจฉัยความงามต้องเยี่ยม] [จุดสำคัญคือต้องมีใจรับผิดชอบ] [ต้องให้เวชศาสตร์ความงาม กลับสู่ศาสตร์การแพทย์] [คุณเข้าใจไหม] [เพื่อนร่วมอาชีพของฉันต่างเคารพฉันกันทั้งนั้น] [ลูกค้าของฉันล้วนเป็นเพื่อนของฉัน] [เพราะฉันช่วยพวกเขา] [อย่างแท้จริง] [ทุกครั้งตอนที่ฉันเห็นพวกเขา] [ยิ้มอย่างมีความสุข] [เพราะดูอ่อนเยาว์ขึ้น สวยขึ้น] [แล้วก็มั่นใจขนาดนั้น] [ฉันมีความสุขมาก ๆ] [ฉันหวังให้พวกเขาดีเลิศ] [อย่างจริงใจ] [แล้วก็ฉันหาเงินของฉัน] [อย่างตรงไปตรงมา] [ฉันหน้าเลือดตรงไหน] [ถ้าคุณยังใส่ร้ายป้ายสีฉันอีก] [ฉันจะแบนคุณในธุรกิจของเรานี่ซะ] [คุณเข้าใจแล้วหรือยัง] [เข้าใจแล้วครับ] [ขอโทษพี่ซะ] [ขอโทษครับ พี่] เพราะงั้นเมื่อคืนพวกเรา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น [นั่งลง]

    [เป็นอะไรเหรอ] [ผมประคองคุณเอง ผมประคองคุณเอง] [คุณออกไป] [คุณจะทำอะไรน่ะ] [คุณจะทำอะไรน่ะ] [คุณ] [คุณทำไม] [คุณทำไม] [นี่] [นี่ นี่ นี่] [นอน ๆ] [นอน ๆ] ดูเหมือนว่าบางเรื่อง คุณจะลืมไปหมดแล้วจริง ๆ [ทำยังไงดี] [ทิชชู่] [มา] [พระเจ้า] [มา น้ำ] [บ้วนปาก บ้วนปาก] [บ้วนเลย บ้วนเลย] [บ้วนทิ้งเลย] [คังจื่อโหยว] [คุณมาทำอะไรที่นี่เนี่ย] [นี่แปรงสีฟันของผม] [ทำไมล่ะ] [- นี่แปรงสีฟันของผม] [- ไปได้แล้ว] [ออกไปสิ] เอามาให้ฉัน ทำไมคุณลบไม่ได้ล่ะ คุณถ่ายนี่มันชั่วร้ายมาก ๆ เลยนะ คุณพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจสิ คุณพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจให้ฉันเห็นก็พอแล้ว งั้นคุณก็ลบสิ ทำไมคุณถึงไม่ลบล่ะ ผมลบได้อยู่แล้ว แต่การขอร้องให้คนอื่นลบ ไม่ใช่ท่าทางแบบนี้ของคุณหรือเปล่า หมอเนี่ย คุณรูปหล่อขนาดนี้

    จิตใจต้องมีเมตตาแน่ ๆ เมื่อวานคุณได้พิสูจน์แล้ว ว่าคุณมีความรู้ความสามารถมาก ๆ แถมยังมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ เพราะงั้นคุณอย่าเก็บ วิดีโอแบบนี้ ให้เปลืองหน่วยความจำโทรศัพท์ของคุณเลยดีไหม ฉันขอร้องคุณละ คุณลบแล้วใช่ไหม มีความจริงใจมาก ๆ มาก ๆ มาก ๆ มาก ๆ เอาเถอะ งั้นผมลบก็ได้ หรือว่าผมแชร์ให้คุณดีไหม คุณจะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ไม่ ไม่ ๆ แค่หนึ่งวินาทีของเมื่อวาน ฉันก็ไม่อยากจดจำไว้ คุณลบไปก็พอแล้ว ฉันขอร้องคุณละ โอเค โอเค ผมลบแล้ว ลบทิ้งไปแล้ว คุณดูเหมือนอันที่จริง ไม่เหมือนการแสดงออกปกติ ของคุณแบบนั้นเลย คุณดูคุณตอนนี้สิ น่ารักขนาดไหน น่ารักกับยายคุณสิ คงไม่สำรองข้อมูลหรอกใช่ไหม พี่เซี่ยหลิง ที่รัก ไม่เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้คุณสบายดีไหม สบายดี ๆ รีบนั่งเร็ว รีบนั่งเร็ว มา ก็นั่นแหละ งานคั่งค้างเยอะมาก ๆ นี่พอลาคลอดนะ

    ก็วุ่นวายไปหมด งานน่ะทำทั้งชีวิตก็ไม่เสร็จหรอกค่ะ แต่ตอนนี้เป็นช่วงที่คุณ ควรพักผ่อนให้เต็มที่ที่สุด จริงสิ คือว่า สถานการณ์ของฉัน ก่อนหน้านี้ซินดีบอกเธอแล้วใช่ไหม พี่เซี่ยหลิงคืออย่างนี้นะคะ คุณเป็นลูกค้าของฉัน แต่ฉันยิ่งคิดว่า คุณคือเพื่อนของฉัน เพราะงั้นฉันเลยจำเป็นต้องเตือนคุณนะคะ ก็ เวชศาสตร์ความงามน่ะ เรื่องที่เป็นข้อต้องห้ามที่สุดก็คือ การใฝ่หาความสมบูรณ์แบบ เพราะพวกเราเคยเห็น กรณีแบบนี้มามากมาย หลายคนเขา หลังจากได้ลงมือทำจุดหนึ่งแล้ว เขาก็จะคิดว่าตรงไหน ก็ไม่ถูกต้องแล้ว ตรงไหนก็อยากลงมือทำ จากนั้นในระหว่างกระบวนการนี้ ก็อาจจะค่อย ๆ สูญเสีย ความเป็นตัวเองไปทีละน้อย ฉันคิดว่า คุณอย่ากดดัน ตัวเองมากเกินไปเลยนะคะ แต่ฉันกลับคิดว่าตอนนี้ สภาพของตัวฉันไม่ดีเอาซะเลย เธอดูสิ เธอดูสีหน้าของฉันสิ ก็ไม่ถูกใช่ไหม ยังปกติดีนะคะ เดิมทีฉันคิดอยากจะมาหาพวกเธอ ทำแค่การบำรุงรักษาง่าย ๆ แต่ฉันมักจะคิดว่า การบำรุงรักษาง่าย ๆ นี้ ก็แก้ปัญหาเดิมของฉันไม่ได้ เพราะงั้นไม่มีหนทาง เลยทำได้แค่มาหาเธอคนที่ฉันเชื่อมั่นมากที่สุด มาให้คำแนะนำฉันสักหน่อยแล้วละ ขอโทษนะ ฉัน ฉันขอตัวไปห้องน้ำสักหน่อยนะ ฉันไปเป็นเพื่อนคุณนะคะ ไม่ต้องหรอก ครู่เดียวฉันก็กลับมาแล้ว

    ซินดี คุยเป็นเพื่อนผอ.คังหน่อยนะ คุยกับผอ.หน่อยนะ คือว่า พี่หลิงกลับมาจากลาคลอด ก็มักจะเป็นแบบนี้ค่ะ จำนวนครั้งในการไปเข้าห้องน้ำ ก็ถี่ขึ้นเล็กน้อย หลังพักผ่อนลาคลอดเสร็จ ก็มักจะเป็นแบบนี้เหรอคะ ใช่ค่ะ ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเป็นอะไรไป ผอ.คัง มีอะไรเหรอคะ ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลรู้กันหมดแล้ว ร้ายกาจมาก ๆ เลยนะคะ นี่เพิ่งจะเริ่มคุยกัน ยังไม่ทันได้เริ่มอะไรเลยนะคะ ทำไมทั้งโรงพยาบาลรู้กันหมดแล้วล่ะคะ ความคืบหน้าของพวกคุณนี่ เร็วเกินไปหรือเปล่าคะ คนรู้จักมักคุ้นกัน ใช่ว่าไม่รู้จักกันสักหน่อย ก่อนหน้านี้พวกคุณรู้จักกันเหรอคะ ไม่น่าล่ะ รู้จักกันอยู่แล้วสิคะ พวกเราร่วมงานกันมานานขนาดนี้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ตรงดิ่งมาหรอกค่ะ ที่แท้คุณกับหมอเนี่ยก็รู้จักกันนี่เอง ไม่น่าล่ะ ไม่สิ คุณกำลังพูดเรื่องอะไรเหรอคะ พี่จ้าว ก็คุณกับหมอเนี่ยน่ะสิ ฉันกำลังพูดถึงเซี่ยหลิง หมอเนี่ยอะไรกัน เรื่องของคุณกับหมอเนี่ย ทั้งโรงพยาบาลต่างรู้กันหมดแล้ว ไม่ รู้… รู้อะไรเหรอคะ พี่จ้าว คุณอย่าให้ต้องบีบเหมือนยาสีฟัน เค้นทีละประโยคได้ไหมคะ ก็คือว่า เมื่อวานคุณทำให้หมอเนี่ย ต้องดื่มจนเมาหัวราน้ำ หมอเนี่ยตามมาจีบคุณถึงที่นี่ ก็เลยเข้ารับตำแหน่งที่ศูนย์ของเราไม่ใช่เหรอคะ ทั้งหมดนี่ใครพูดคะเนี่ย พี่จ้าวเป็นคนพูด ผอ.คัง มาที่ห้องทำงานฉันหน่อย

    คุณ คุณพูดจาซี้ซั้วอะไรเนี่ย ไป ไป ๆ ต่อไป ต่อไปจะไม่สนใจพวกเธอแล้ว เซี่ยหลิงมาหาเธอทำไมเหรอ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนั่นเหรอ เขาคิดว่าสภาพของเขาช่วงนี้ย่ำแย่ หวังว่าพวกเราจะมีวิธีอะไร ที่ทำให้สภาพเขาดีได้ขึ้นมาบ้าง แล้วรีบจัดโปรแกรมให้เขา แล้วเมื่อวานเธอเกิดเรื่องอะไรขึ้น เธอนี่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเร็วจังเลยนะ เธอว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะ ไม่ใช่เพราะเธอ ที่พอมีการดื่มเหล้าหนัก ๆ ทุกครั้ง ก็จะผลักไสฉันออกไป จากนั้น ก็เลยบังเอิญเจอเนี่ยอวิ๋นเจ๋อนั่นไม่ใช่เหรอ ฉันรำคาญตาคนนั้นมาก ชอบแสร้งทำเป็นหมาป่าอวดหาง เดิมทีฉันคิดอยากจะพูดมอมเหล้าเขาเยอะ ๆ ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้ดูทึ่ม ๆ ไหวพริบจะเยอะมาก ๆ แผนฉันเลยผิดพลาด ฉันดื่มหนักไป ภาพก็เลยตัด ภาพตัดเลยงั้นเหรอ แล้วเพราะงั้น เธอไปบ้านเขาจริง ๆ เหรอ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เธอนี่ใช้ไม่ได้เลยนะ เขาเป็นหน้าเป็นตา เป็นไพ่คิงที่ดีที่สุด ของโรงพยาบาลเรา เธอต้องล่อลวงให้คนเขาดีใจสิ ไปอีกด้านหนึ่งเลยเธอน่ะ ฉันขายให้เธอแล้วหรือไงฉันน่ะ เล่นมุกตลกให้สนุกหรือไง ฉันเป็นขอทานเลือกกินไม่ได้หรือไง ไม่ได้บอกว่าเธอเป็นขอทาน เลือกกินไม่ได้ซะหน่อย แต่ว่า ฉันขอเตือนเธอสักประโยคนะ กระต่ายไม่กินหญ้าข้างรัง เธอรู้ไหมว่าประโยคต่อไปคืออะไร

    อะไรเหรอ ข้างรังมีหญ้า จะต้องวิ่งเต้นไปทั่วทำไมกัน คังจื่อโหยว ฉัน เธอว่าชีวิตส่วนตัวของเธอ ฉันควรให้กำลังใจเธอ ยุยงเธอ ให้เธอกล้าหาญ เธอเป็นคนกล้าหาญขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย ฉันเปล่าซะหน่อย ฉันแกล้งเธอเล่นต่างหาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เขาไม่ใช่สเป็กของฉัน นี่ไม่ใช่เพราะฉันเป็นห่วงเธอเหรอ ฉันแค่หวังว่า เธอจะได้เจอกับ ความรักที่มั่นคง มีความมั่นคงที่ไหนกัน ผู้ชายตอนนี้ ใครเชื่อถือได้บ้าง เธอบอกฉันมาสิ นี่เธอใจแคบไปแล้วหรือเปล่า ชีวิตคนเรามีเรื่องที่ไม่สมปรารถนาแปดเก้าเรื่อง เธอคบกับคนที่แตกต่างกัน ก็จะต้องมีเรื่องไม่สมปรารถนา ที่แตกต่างกันออกไป เธอต้องเรียนรู้ เอาความไม่สมปรารถนาพวกนี้ ไปแก้ไข ไปย่อยสลาย ถ่ายทอด ฉันพูดกับเธอ เธอต้องตั้งใจฟังสิ ฉันก็ฟังอยู่นี่ไง เธอบอกว่าจางเหว่ยนั่น เขาค่อนข้างเป็นคนดีไม่ใช่เหรอ เธอเลิกพูดถึงคนคนนี้กับฉันได้ไหม เธออยากพูดกับฉันว่า อะไรนะ ผู้หญิงไม่ใช่เครื่องประดับของผู้ชาย ผู้หญิงต้องมี บุคลิกภาพที่เป็นอิสระในตัวเอง มีจิตวิญญาณแห่งความเสรีภาพใช่ไหม ฉันขอบอกเธอเลยนะ นั่นคือคำพูดติดปาก ของเด็กสาววัย 17-18 ปี เธอเองทำไมไม่ดู ว่าพวกเราอายุอานามปาไปกันเท่าไรแล้ว ชีวิตกับความรัก ให้ความลำบากกับพวกเรา มากมายขนาดนั้น

    ยังไม่ลำบากจนทำให้เธอเข้าใจอีกเหรอ คุณพี่ คนคนนั้นไม่ใช่คนรัก ที่ฉันอยากจะแต่งงานด้วย ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใช่ คนรักที่เธออยากแต่งงานด้วย ฉันขอบอกเธอเลยนะ คังจื่อโหยว เธอน่ะย้อนแย้งเรื่องการแต่งงาน เธอก็แค่ไม่อยาก รับผิดชอบในการแต่งงาน ฉันยังไม่เข้าใจเธอหรือไง ฉันจะบอกเธอให้นะ เธอเป็นแบบนี้มันใช้ไม่ได้ เธอต้องเรียนรู้จากฉัน การแต่งงานนี้เธอดูฉันกับเหลาเสิ่น ก้าวไป ๆ ยิ่งก้าวไปก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ ใช่ไหม ใช่ค่ะ เถ้าแก่หลิน เธอคือไอดอลในชีวิตของฉัน ฉันจะบอกเธอให้นะ พูดถึงการแต่งงาน ฉันต้องยกประสบการณ์การแต่งงานของฉัน ถ่ายทอดให้เธอฟัง การแต่งงานคืออะไร ผู้ชายหนีไม่พ้น ชอบผู้หญิงอ่อนโยน มีจิตใจเมตตา ออดอ้อนเป็น จัดการเรื่องราวเป็น เธอทำให้เขาเห็นก็เรียบร้อยแล้ว ง่ายจะตายไป งั้นเธอทำได้แล้ว เขาเห็นแล้ว การแต่งงานนี้ก็ดำเนินต่อไปได้แล้ว เธอว่าใช่ไหม เธอลองคิดดูสิ เธออยู่ตัวคนเดียวไม่เหงาเหรอ ไม่โดดเดี่ยวเหรอ ตอนที่ดื่มเยอะ ๆ ตอนที่ปวดหัวเป็นไข้ ไม่หวังว่าจะมีใครสักคน มาอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนเธอเหรอ ใช่ไหม เธอดูสิ เพราะงั้นฉันว่านะ บั้นปลายสุดท้ายของผู้หญิงนี้ ก็ยังเป็นการแต่งงานมีครอบครัว เธอต้องหา คนที่ควรค่าแก่การเชื่อมั่น ร่วมจับมือกับเธอใช้ชีวิตที่เหลือให้เสร็จสิ้น

    จากนั้นก็สร้าง ครอบครัวของการแต่งงานที่มีความสุขและน่าพอใจ การแต่งงานน่ะ ย่อมดีกว่าการอยู่ตัวคนเดียว ดีกว่าการอยู่ตัวคนเดียวเยอะเลยนะ ไม่เชื่อก็ตามใจ แม่ดูสิ อันนี้ แม่ดูอันนั้นที่อยู่ข้าง ๆ พวกเราสิ นั่นไม่ใช่ซะหน่อย กินให้มันน้อย ๆ หน่อย เย็นขนาดนั้น ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ เป็นอะไรไปเหรอครับ เชิญค่ะ หมอเมิ่งคะ รายการนี้ต้องให้คุณเซ็นชื่อค่ะ ได้ค่ะ วันนี้เลิกงานตรงเวลา แล้วไปดูการแข่งขันบอลเหรอคะ ไปดูเป็นเพื่อนสามีของฉันน่ะค่ะ คุณดีกับสามีของคุณมากจริง ๆ นะคะ งั้นคุณเร่งมือหน่อยเถอะค่ะ นี่ถ้ามีการแข่งขันบอลละก็ ต้องฝ่ารถติดอีกครึ่งชั่วโมงนะคะ คุณพูดถูกค่ะ นี่ค่ะ สวัสดีค่ะหัวหน้าหลัว สวัสดีครับ เสี่ยวเมิ่ง หัวหน้า มาหาฉันมีธุระเหรอคะ ฉันนัดทานข้าว กับหัวหน้าบรรณาธิการของวารสารสองท่าน ไปด้วยกันเถอะนะ บทความของเธอ ฉันเองก็ส่งขึ้นไปแล้ว แล้วก็ต้องผ่านทางพวกเขาด้วย ทำไมเหรอ ถ้าเธอมีตารางนัดอื่น งั้นก็ไว้วันหลัง ดีไหม ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ คุณออกแรงนัดไปแล้ว

    ถ้างั้น ฉันจะลองติดต่อกับเจิ้งฉง ดูว่าพวกเราพอเปลี่ยนวันได้ไหม งั้นก็ดี งั้นอีกห้านาที เจอกันที่ประตูทางเข้านะ ค่ะ คุณนายคะ ตอนนี้ให้ตั้งโต๊ะอาหารเลยไหมคะ ฉันจะเอาอาหาร ไปอุ่นใหม่อีกรอบ ถ้ายังปล่อยให้เย็นอีก น่าจะไม่อร่อยแล้ว คุณโทรศัพท์หาเขาหน่อยค่ะ ค่ะ ไม่ได้ แม่อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ที่รัก ถ้าไม่อย่างนั้น พวกเราขายห้องนี้ แล้วเปลี่ยนห้อง ลูกคิดว่าโอเคไหม แม่ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอคะ เพราะพ่อของหนูอยู่ชั้นล่างเหรอคะ ลูกไม่รู้ ว่าแม่ขายหน้า ในงานแต่งพ่อของลูกขนาดไหน ที่สำคัญคือพ่อของลูก บีบแม่ไม่ว่าจะพูดออกมาหรือไม่ ว่าเหมือนแม่ซื้อห้องนี้ เพราะเขาซื้อที่นี่ แม่ก็เลยซื้อ ตอนที่แม่พอใจห้องนี้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ที่ไหน นี่อธิบายได้ว่า ถึงแม้พ่อกับแม่สองคนจะไปต่อด้วยกันไม่ได้ แต่วิสัยทัศน์ในการเลือกห้อง ก็ยังเป็นเอกฉันท์ทีเดียว ห้องนั้นพ่อของลูกไม่ได้เป็นคนซื้อ ภรรยาของเขาเป็นคนซื้อ พูดตามคำโบราณละก็ แบบนี้พ่อของลูกเรียกว่าแต่งเข้า เขายัง… จริงสิ ห้องนี้แม่ซื้อมา ด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรงของแม่เอง ห้องนั้นของเขา เขาไม่ได้เป็นคนซื้อ อาศัยอะไรที่แม่ต้องย้าย ถ้าจะย้ายก็ต้องให้เขาย้าย แม่คะ แม่คะ ๆ

    พอแล้ว พอแล้ว ๆ แม่ทะเลาะกับพ่อหนูไม่สำคัญ แต่แม่ไปทะเลาะกับป้าเมิ่งเขาทำไมคะ อีกอย่างหนูคิดว่า ป้าเมิ่งก็ดีนะคะ เดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้ เขาก็แค่อยู่ต่อหน้าลูก ลูกเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เขาจะแสดงความคิดเล็กคิดน้อย ออกมาต่อหน้าลูกได้ยังไง ในใจไม่รู้ว่าจะอาฆาตแค้นแม่ขนาดไหน ลูกลองคิดดูนะ คนปกติทั่วไป อาศัยอยู่ในตึกเดียวกันกับ ภรรยาเก่าของสามีตัวเอง ชั้นบนชั้นล่าง ก็ต้องบังเอิญเจอกันอยู่บ่อย ๆ เรื่องนี้คนทั่วไป เขารับไม่ได้จริง ๆ แต่หนูคิดว่าสะดวกมากเลยนะคะ อย่างน้อย ถ้าหนูเจอสถานการณ์แบบเมื่อวานนั้นอีก หนูก็ไปบ้านพ่อได้เลย คุณหนูคัง ลูกอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาขู่แม่สิ ลูกไปบ้านเขา แม่ก็จะไปหาลูก แม่ไปหาลูก แม่ก็จะเจอภรรยาของเขา ลูกว่า แม่กระอักกระอ่วนจะตายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่แม่ไม่กระอักกระอ่วน คนที่กระอักกระอ่วนก็จะเป็นคนอื่น แม่ให้พวกพ่อหนูเขากระอักกระอ่วนไปเถอะค่ะ ลูกนี่เป็นสาวน้อยผู้มีพรสวรรค์จริง ๆ ลูกพูดถูกต้องสุด ๆ ไปเลย ให้ตัวเขากระอักกระอ่วนไปเอง ของขวัญของแม่มาแล้ว มาแล้วค่ะ ไว้ใจได้ไหมเนี่ย เสี่ยวเมิ่งจ๊ะ พวกเราสองคนมีวาสนาต่อกัน พอผมเห็นคุณ ก็คิดว่าพวกเราสองคนมีวาสนาต่อกัน มา ผมจะรินให้คุณ

    – ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ๆ – มา มา ๆ ฉัน ฉันดื่มเหล้าไม่ได้ค่ะ ดื่มไม่ได้จริง ๆ ค่ะ พวกเราสองคนดื่มแลกแก้วกัน ไม่ค่ะ ๆ ไม่ ๆ อย่าค่ะ อย่าค่ะ อย่า ๆ ถ้า ถ้าอย่างนั้นดื่มแบบนี้เถอะค่ะ ดื่มแบบนี้เถอะค่ะ ดื่มแบบนี้ละกัน ผมหมดแก้วก่อนแแล้วนะ ผมขอส่งให้คุณอีกหนึ่งแก้ว ได้ค่ะ ฉันดื่มหมดแก้วแล้วนะคะ เยี่ยม ลูกชาย พ่อครับ พ่อขออุ้มลูกหน่อย พ่อจะดูซิว่าลูกโตขนาดไหนแล้ว พ่ออุ้มลูกไม่ไหวแล้ว ลูกกำลังเล่นอะไรอยู่เหรอ รถครับ พ่อครับ จะทานข้าวได้กี่โมงเหรอครับ หมายความว่าอะไรน่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ เชียนอวี่ นั่นไม่ใช่เพราะว่ารอคุณเหรอคะ ผมโทรหาพี่จงแล้ว บอกว่าวันนี้ที่บริษัทมีเรื่อง ให้พวกคุณทานข้าวกันก่อนไม่ใช่เหรอ ฉันให้เขาทานรองท้องไปแล้ว งั้นหนึ่งวันสามมื้อ หนึ่งวันสามมื้อ มื้อเย็นนั้นเป็นมื้อหลัก แล้วลูกน่ะคุณต้องใส่ใจสุขภาพสิ ตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุเท่าไรเอง

    – มา – ซินซินมา สามทุ่มแล้วยังไม่ทานข้าวอีก รีบไปทานข้าว มา เร็ว เร็ว ๆ พี่จงมา – รีบพาเด็กน้อยไปทานข้าวเร็ว – ได้ค่ะ หิวแล้วใช่ไหม เลิกเล่นได้แล้ว เลิกเล่นได้แล้ว มา ไปทานข้าว เพราะคุณกลับมาช้ามาก ๆ ไม่ใช่เหรอ คุณบอกไว้แล้ว ว่าจะกลับมาทานข้าวด้วยกัน พวกเราต่างก็รอคุณกันทั้งนั้น ซินซินเข้าเรียนเช้าขนาดนี้ ตอนเที่ยงก็ไม่ได้กลับมาบ้าน ข้าวมื้อเย็น ก็กินกันไม่พร้อมหน้า ทำไม จะแยกทางกันเหรอ นี่คุณ นี่คุณเป็นอะไรไป นี่คุณ ทำไมวันนี้คุณถึง โกรธเดือดดาลขนาดนี้ล่ะ ที่บริษัท กำลังเจอเรื่องว้าวุ่นใจอะไรใช่ไหม เปล่า ถ้าคุณคิดว่าในใจว้าวุ่นมาก ๆ งั้นเอาแบบนี้ คุณก็นัดเพื่อนสนิทของคุณคนนั้น ไปเดินเล่นที่ห้าง ดูหนัง ดื่มชายามบ่ายอีกสิ อยากซื้ออะไรก็ได้ทั้งนั้น ฉันดูเหมือนคนที่ชอบ เดินเล่นที่ห้างขนาดนั้นเลยเหรอ อีกอย่างนะ ศูนย์เวชศาสตร์ความงามมีเรื่องมากมายขนาดนั้น ฉันยังจะทรมานเขาอีก คุณก็ไม่สนใจหรอก งั้นหรือคิดว่า

    สามีของคุณมีปัญหา หรือว่าบ่นที่ผมอยู่กับคุณน้อยลง อยู่กับลูกน้อยลง ใช่ไหม ผมรู้อยู่แล้วเชียว ภรรยาของผมช่วงนี้ลำบากแย่เลย สามีของคุณคนนี้ เข้าใจคนอื่นเก่งขนาดไหน นี่เป็นการขอขมาและยอมรับผิดไม่ใช่เหรอ ดูสิ นี่อะไรเหรอคะ เปิดดูสิ ให้ฉันเหรอ ถ้าไม่ให้คุณแล้วจะให้ใครล่ะ เปิดสิ ใช้ได้เลยนะ ชอบไหม แบบใหม่ล่าสุดใช่ไหม ตาถึงมาก คุณซื้อวันนี้เหรอ ใช่แล้ว ซื้อวันนี้ ไม่คิดเลยว่าที่ตอนบ่ายคุณไม่ไปทำงาน เพราะไปซื้อสร้อยให้ฉัน ใช่ เมื่อตอนบ่ายเพราะใครนะ ประธานหวังที่บริษัทนั่น โทรมาหาผมไม่ใช่เหรอ บอกว่าส่วนเล็กน้อยท้ายสัญญานั่น ต้องเคาะให้เป็นที่แน่นอน ให้ผมนัดเขาไปที่บริษัทของเขา ผมก็เลยไปที่บริษัทของเขา พอผมดูสัญญา คุยกันได้พอสมควรแล้ว นี่ นั่นไม่ต้องหาเงินเหรอ แล้วเงินนี้ก็ไม่ต้อง ซื้อของดีสักเล็กน้อย ให้ภรรยาของตัวเองก่อนเหรอ ซื้อจากห้างไหนเหรอ ก็ห้างที่อยู่ข้าง ๆ ที่ประธานหวังนั่นไง เดิมทีพวกเราสองคนเคยไปมาไม่ใช่เหรอ คุณรู้ได้ยังไง ว่าวันนี้ตอนบ่ายผมไม่ได้ไปทำงาน – คุณหาใช่ไหม – ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันหิวแล้ว ฉันอยากทานข้าวแล้ว คุณหิวแล้วเหรอ พี่จง อุ่นซุปหน่อย

    หม้อไฟหม่าล่า เยี่ยมไปเลย สะใจไหม สะใจค่ะ ต้มอีกหน่อย – แล้วแม่ค่อยต้มเนื้อวัวให้ลูกสองชิ้นนะ – ได้ค่ะ แม่คะ นี่ถ้าถูกคุณยายรู้เข้า เดาว่าต้องดุพวกเราสองคนอีกแน่ โดยเฉพาะแม่ เพราะงั้น จะให้ยายของลูกรู้ไม่ได้ ตกลงแล้วนะ แต่ว่ายายของลูกน่ะ ชอบให้พวกเราสองคนกิน พวกไขมันต่ำ โซเดียมต่ำนั่น แม่กินไม่อิ่มจริง ๆ ลูกกินอิ่มไหม ทุกครั้งที่แม่กลับมา จากกินข้าวที่บ้านเขาเสร็จ แม่ต้องกินเพิ่มอีกมื้อ ที่ร้านขนม หน้าทางเข้าบ้านเขานั่นตลอด ยายของหนูบอกว่า แม่กินดิลิเวอรีมากเกินไป กินจนปากติดรสชาติของผงชูรสแล้ว อันที่จริงยายของหนู ทำอาหารอร่อยมาก ๆ มียายของหนูคอยประคับประคองเลี้ยงดู ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ตัดเรื่องยุ่งยากไปได้ตั้งเท่าไร ทำงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงอะไรอยู่ข้างนอก ไม่มียายของหนู แม่ทำได้เหรอ พอแล้ว ลูกเลิกบ่นแม่ได้แล้ว ลูกเป็นแม่ หรือแม่เป็นแม่กันแน่ หนูเป็นแม่ นีนี ตลอดมายายเป็นคน เลี้ยงดูลูกซะส่วนมาก แม่ซะส่วนน้อย ลูกมีบางเวลา ที่เกลียดแม่บ้างไหม ไม่เคยเลยค่ะ อีกอย่าง แม่ออกไปหาเงินไม่ใช่เหรอคะ หนูเองก็ต้องกินข้าวต้องใช้จ่าย ถ้าแม่อยู่บ้านทำงานบ้านอย่างเดียวละก็

    งั้นหนูก็คงไม่มีจะกินแล้ว ลูกสาวของแม่นี่ช่างเป็น สาวน้อยแสนสวยที่รู้เหตุรู้ผล ที่สุดบนโลกใบนี้เลย แม่คะ หม้อไฟนี่ยิ่งกินยิ่งเผ็ด นมวัวช่วยแก้เผ็ดที่สุด มา แพ้แล็กโทส แม่รู้ รู้ ขอโทษ ขอโทษ ๆ กุ้งสุกแล้ว แกะกุ้งลายเสือให้ลูกสักตัวละกัน แม่คะ ตอนที่หนูเจ็ดขวบ ผลตรวจร่างกายออกมาว่าหนูแพ้กุ้ง หนูไม่ได้บอกแม่ใช่ไหมคะ ลูกบอกแม่แล้ว แม่จำไม่ได้เอง เอาละ เอาละ ๆ คราวนี้จำได้แล้ว จำได้แน่นอน เรื่องนี้จะให้ผิดพลาดไม่ได้ แม่ยังไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จะผิดได้ ลูกชอบกินมันมาตั้งแต่เล็ก ๆ มาสิ คุณหนูคัง แฮมกระป๋องลูกก็แพ้เหรอ ตั้งแต่เด็ก ๆ ลูกชอบกินที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ หนูไม่ชอบกินซอสนี้ ซอสทำไมเหรอ มีผักชี หนูไม่ชอบกินผักชี แพ้แล็กโทส แพ้กุ้ง ไม่ชอบกินผักชี แม่จะจำไว้จนตายเลย แม่จะไม่มีทาง ทำผิดแบบนี้อีก เนื้อวัว เปิดอีกกล่องละนะ มาสิคะ นี่คุณเป็น… นี่คุณเป็นอะไรเหรอ นี่ นี่คุณเป็นอะไรเหรอ นี่คุณดื่มเหล้าไปมากขนาดไหนเนี่ย

    นี่คุณไหวไหม ให้ผมพาคุณไปโรงพยาบาลไหม ที่รัก ขอโทษนะคะ สิ้นเปลืองตั๋วไปใบหนึ่งเลย ไม่เป็นไร พวกเรายังมีเวลาอีกเหลือเฟือ ไม่ต้องให้ความสำคัญแค่วันนี้หรอก แต่ว่า วันนี้หัวหน้าของพวกคุณ ไม่ควรเลยจริง ๆ ไม่โทษหัวหน้าของเราหรอกค่ะ วันนี้ไปทานข้าว เป็นบรรณาธิการของวารสารคนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่หัวหน้าของเรา ตาลุงพวกนั้น คงมอมเหล้าฉันไปตั้งนานแล้ว ผมคบกับคุณมานานขนาดนี้แล้ว ผมยังไม่เคยเห็นคุณ เคยดื่มเหล้าเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย คุณว่าพวกเราสองคน ถ้าตอนนี้กำลังเตรียมตัวตั้งครรภ์อยู่ล่ะ นั่น นั่นไม่ยุ่งเหยิงไปหมดหรอกเหรอ คุณคิดซะสวยงามเลย ผมพูดจริงจังนะ ถ้าไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ ผมจะไปหาหัวหน้าของพวกคุณ พูดว่ากล่าวสักหน่อย ช่างเถอะ หัวหน้าของพวกเราเองก็เจตนาดี ก็แค่ทานข้าวกับบรรณาธิการนั่นหนึ่งมื้อ เรื่องบทความของฉัน ก็รับประกันแล้วไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง หัวหน้าของเรา ก็ช่วยดื่มเหล้าแทนฉันไปไม่ใช่น้อย อย่านอนที่นี่เลย ถ้าคุณจะนอนนี่ ไปนอนในห้องเถอะ มา มา ๆ อย่า อย่า ๆ อย่าถูกตัวฉัน ฉันกำลังทรมานอยู่ ขอนอนสักเดี๋ยว ผมขอบอกคุณนะ คุณต้องระวังหัวหน้าคนนั้นของคุณหน่อย ผมคิดว่าเขามีเจตนาที่ไม่ดี คิดมากเกินไปแล้ว นั่นเรียกว่าผมคิดมากเกินไปก็ได้

    ผมขอบอกคุณนะ ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง รู้ไหม นี่มอมเหล้าผู้หญิงเยอะขนาดนี้ บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยเหล้า ต้องมีความคิดอะไรแน่ ๆ เอาแต่ไม่ยินยอมฟังผม ผม นีนีจ๊ะ ไม่อย่างนั้น พวกเราสองคนเดินลงบันไดกันไหม เดินลงบันไดเหรอคะ ชั้น 12 เดินลงไปแบบนี้ หนูจะสายเอานะคะ ไปเถอะค่ะ ไม่สิถ้าเกิดเจอกันเข้า จะกระอักกระอ่วนขนาดไหน ขอแค่แม่ไม่กระอักกระอ่วน คนที่กระอักกระอ่วนก็คือคนอื่น จำไว้นะคะ ฉันไม่กระอักกระอ่วน คนที่กระอักกระอ่วนก็คือคนอื่น คงไม่บังเอิญขนาดนี้หรอกใช่ไหม เมียจ๋า เมียจ๋า เร็ว เร็ว ๆ ลิฟต์มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว ๆ ขอโทษนะครับ รอ ๆ พวกคุณรอ รอ พวก พวกเรารอรอบถัดไปเถอะ รอรอบถัดไปอะไรกัน ไม่สิ พวกเรารอรอบถัดไป ฉันบอกคุณกี่รอบแล้ว กุญแจรถของคุณ ไม่เคยจะวางบนชั้นรองเท้าเลย พ่อ เข้ามาสิคะ อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าเมิ่ง อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์ สวัสดีค่ะ

    อรุณสวัสดิ์ ๆ บังเอิญจัง เร็ว ๆ หลีกทางหน่อย คือว่า ก็ ครั้งที่แล้วขอโทษนะคะ ลำบากคุณแย่เลยที่ต้องช่วยฉันดูแลคังนี ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว คังนีก็เป็นลูกสาวของเจิ้งฉงเหมือนกัน ล้วนเป็นสิ่งที่คนเป็นผู้ปกครองควรทำค่ะ ขอบคุณนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันได้ยินเจิ้งฉงบอกว่า คุณเองก็เป็นหมอ ฉัน ฉันไม่ใช่หมอค่ะ ฉันทำนั่นน่ะค่ะ ความงามทางการแพทย์ ก็คือเวชศาสตร์ความงามนั่นแหละ ไม่ใช่ระบบเดียวกันกับคุณ คือว่า ฉันทำเกี่ยวกับให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตน่ะค่ะ คุณก่อนเลยค่ะ คือว่า ได้ค่ะ คือ ใกล้จะสายแล้ว พวกเราไปแล้วนะคะ ไปเถอะ ๆ มา พ่อคะ ป้าเมิ่งคะเจอกันนะคะ เจอกันนะ เมื่อกี้ไม่เคยเห็นแม่รีบขนาดนี้เลย สายแล้ว เจอกันค่ะพ่อ เดี๋ยวก่อนค่ะ ๆ ฉันขอแนะนำให้คุณนึกดูหน่อยนะคะ ว่าคุณ มีของอะไรตกบ้างหรือเปล่า หรือว่าที่บ้านมีอะไรที่ไม่ได้ปิด ฉันรู้สึกว่า คุณมีความวิตกกังวลแฝงอยู่นิดหน่อยน่ะค่ะ ฉันวิตกกังวลเหรอคะ ที่ม้วนผมของแม่ยังเสียบปลั๊กอยู่ แม่ ไม่สิ ๆ ลูกรอแม่เดี๋ยวนะ

    หนูจะไปเข้าเรียนสายแล้วนะคะ รอแม่เดี๋ยวเดียวนะ พระเจ้า แม่ แม่เจ้า คุณวิเคราะห์ออกมาได้ยังไงเนี่ย เทพสุด ๆ สัญชาตญาณน่ะ จะไปเข้าเรียนสายแล้ว พ่อคะ ไปส่งหนูหน่อยนะ ให้พ่อ ให้พ่อไปส่งลูกเหรอ พ่อ ๆ ได้แน่นอน ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา ไป รถของพ่ออยู่ทางนั้น ทำไมทุกครั้งที่ฉัน เจอผู้หญิงคนนี้ ถึงชอบแสดงออกได้โง่ขนาดนั้นนะ ขายหน้าจะตายอยู่แล้ว [คุณผู้หญิง ต้องการความช่วยเหลือเหรอครับ] คือว่า เปล่าค่ะ เปล่าค่ะ ๆ ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่ต้องการ ขอบคุณค่ะ ฉัน ฉันกดผิดแล้ว ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ [แม่ แม่วางใจเถอค่ะ] [พ่อของหนูกับป้าเมิ่ง] [ไปส่งหนูเข้าเรียนแล้ว] ฉันเหมือนตัวตลกตัวหนึ่งเลย กระบวนการพื้นฐาน พวกเราก็ไม่แตกต่างอะไร กับโรงพยาบาลอื่น ลูกค้าจะทำการปรึกษา กับตัวแทนของโรงพยาบาลก่อน หลังจากยืนยันความต้องการพื้นฐานของเขาแล้ว หมอก็จะทำการตรวจวิเคราะห์รูปหน้า แต่ก็จะมีลูกค้าวีไอพีบางท่าน ที่ต้องการให้ตัวแทนกับหมอ ร่วมกันให้คำปรึกษาแก่พวกเขา คนที่อีกเดี๋ยวเรากำลัง จะไปพบนี้ก็คือ

    เซี่ยหลิง ใช่ไหมครับ เป็นยังไงบ้าง ไม่เลวเลยใช่ไหม เขาเป็นลูกค้าเก่าแก่ ของโรงพยาบาลของเรา ยังไงเหรอครับ เขามีชื่อเสียงมากเหรอครับ ขอโทษที ฉันลืมไปว่า คุณเพิ่งกลับมาจากต่างเมือง ฉันจะแนะนำเขาอย่างง่าย ให้คุณก็แล้วกันนะคะ เขาเป็นบรรณาธิการหญิงของนิตยสารแฟชั่น ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง รสนิยมเสื้อผ้าดี มีความสามารถสูง มีหลายคนบนเน็ต ที่ชื่นชอบเขา เพราะงั้นอิทธิพล อาจจะแข็งแกร่งกว่าดาราหลายคนด้วยซ้ำ อายุ 45 สูง 165 ซม. น้ำหนัก 43.5 กิโลกรัม ค่อนข้างผอมนิดหน่อยนะครับ หมอเนี่ยคือแบบนี้นะคะ คุณเซี่ยคนนี้ คุณดูแล้วท่าทางเขาเหมือนจะอบอุ่นมาก อัธยาศัยดีมาก ๆ ประเภทนั้น แต่มีบางคำ ที่เขาได้ยินไม่ได้ อย่างเช่นอายุที่คุณเพิ่งพูดถึงเมื่อกี้ แล้วก็คำประเภท คล้ายกับวัยชราแบบนี้ อายุไม่ใช่หนึ่งใน ปัญหาที่พวกเราต้องพิจารณา เป็นอันดับแรกเหรอครับ นี่ทำไมถึงพูดไม่ได้ล่ะครับ พูดจากประสบการณ์ ผู้หญิงที่อายุถึงวัยนี้ จะมีความหวาดกลัวบางอย่าง เรื่องนี้คุณคงเข้าใจได้ใช่ไหม สรุปว่าคุณไม่ต้องพูดถึงก็พอแล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าคุณพูดถึงแล้ว อาจจะทำให้คนเขาหมดอารมณ์ได้ จะพยายามละกันครับ ไม่ใช่จะพยายาม ต้องรับรองว่าจะทำให้ได้

    คุณเซี่ยล่ะ เพิ่งไปห้องน้ำน่ะค่ะ พี่จื่อโหยว วางน้ำให้พี่ตรงนี้แล้วนะคะ โอเค ขอบคุณ หมอเนี่ย น้ำของคุณค่ะ ขอบคุณครับ คุณไปต้อนรับเขาสักหน่อยเถอะค่ะ ได้ค่ะ ท้องไม่ค่อยดี ดื่มน้ำอุ่น ๆ หน่อยเถอะครับ ขอบคุณค่ะ ให้ผมยืมแขนคุณหน่อยได้ไหมครับ คุณเชื่อว่าผมเป็นหมอมืออาชีพใช่ไหมครับ แน่นอนค่ะ ตรงนี้คือจุดเน่ยกวน อาจจะเจ็บเล็กน้อย คุณทนหน่อยนะครับ ค่ะ แต่กดหลาย ๆ ครั้ง อาการท้องไม่ดีของคุณ ก็จะบรรเทาลงได้บ้าง ตอนที่หมอเนี่ยเรียนอยู่ ยังเคยเรียนแพทย์แผนจีนด้วยเหรอคะ สนใจน่ะครับ อันที่จริงตอนที่คุณกลับไป ยังกดตรงนี้ได้ด้วยนะครับ ตรงนี้เรียกว่าจุดจู๋ซานหลี่ กด ๆ ไปก็จะทำให้ค่อนข้างสบาย เป็นยังไงบ้างครับ สบายขึ้นบ้างไหมครับ