EP.2 (FULL EP) | อัจฉริยะแห่งต้าหมิง (Under the Microscope) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [อัจฉริยะแห่งต้าหมิง] [ตอนที่ 2] ♫ ซูซานจากอำเภอหงถงมา ♫ ♫ พาตัวมายังหน้าถนนใหญ่ ♫ ♫ ซูซานจากอำเภอหงถงมา ♫ ♫ พาตัวมายังหน้าถนนใหญ่ ♫ ♫ มิเคยเล่าความเศร้าโศกในใจ ♫ ♫ บุรุษใคร่ผ่านมาฟังคำข้า ♫ [พ่อ 3,530] [3,530] [หมายความว่าอะไร] [เกลือแรกคลุกเคล้าเข้าไป] เกลือสองสาดให้ฟุ้ง เกลือสามและสี่ซึมเข้ากระดูก เกลือห้าและหกมั่นใจว่าทั่วถึง ถ้าหากว่าข้ามีความสามารถ เท่าพี่สักหนึ่งในสิบละก็ พี่ก็คง ไม่ต้องลำบากขนาดนี้หรอก อย่ามาพูดอ้อมค้อมกับข้า เข้าเรื่อง สินค้าเมืองเอกชุดนั้น พี่ไม่ต้องไปแล้ว ข้ากับเหล่าซ่วย ทำให้สำเร็จได้แน่นอน โตขึ้นแล้วนี่ รู้จักเห็นอกเห็นใจพี่แล้วสินะ มีความตั้งใจอย่างนี้ ก็ช่วยงานนี้ก็แล้วกัน แต่จะไปก็ต้องไปเอง ให้เจ้าทึ่มคิดเลขอยู่ที่นี่กับข้า ไม่ ไม่ได้พี่ ข้าต้องพาเหล่าซ่วย ไปเปิดโลกกว้างที่เมืองเอกด้วย เขาต้องตรวจสอบบัญชีให้ข้า ไม่ได้ ไม่มีเหล่าซ่วย ไม่มีเหล่าซ่วยไม่ได้หรอก พนันไม่ชนะใช่ไหม
ใช่ ไม่ใช่ พี่ ไม่ใช่อย่างนี้นะ คนล่ะ [ศาลาว่าการอำเภอเหรินหัว] [เจ้ามีเรื่องอะไร] ในสมุดบัญชีภาษีของอำเภอเหรินหัว มีจุดตกหล่นใหญ่มากจุดหนึ่ง ข้ามายื่นคำร้อง หวังว่าพวกท่านจะรีบแก้ไขโดยเร็ว นี่คือหนังสือยื่นคำร้อง ตกหล่น ครอบครัวของเจ้าจ่ายภาษีเกินละสิ ไม่ใช่ครอบครัวข้า เป็นภาษีของทั่วทั้งอำเภอเหรินหัว มีปัญหา ข้อผิดพลาดขนาดใหญ่มาก ข้าเขียนให้ท่านดูดีกว่า ทั่วทั้งอำเภอเหรินหัว เช่นนั้นเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยล่ะ ตัวเลขผิด ไม่ควรจะเป็นสำนักทะเบียน รับผิดชอบแก้ไขหรือ เรื่องภาษีที่นานี้ นั่นเป็นเรื่องของระดับหนึ่งดูแลอยู่ เจ้าต้องไปหาที่เบื้องบน หมายความว่าอย่างไร อย่าหาว่าข้าไม่สอนเจ้านะ ภาษีที่นาของอำเภอเหรินหัว ล้วนจ่ายให้กับเมืองจินอัน ดังนั้นหากเจ้าจะยื่นคำร้อง เจ้าต้องไปสำนักทะเบียนเมืองจินอัน เจ้าเข้าใจใช่ไหม [ศาลาที่ว่าการจินอัน] ทุกท่าน ๆ ตั้งสติขึ้นมาหน่อย วันนี้ไม่ว่าใครก็ห้าม ทำให้พวกเราเหรินหัวขายหน้า ได้ยินไหม – อีกสักครู่พอเจ้าเมืองหวงมา – ได้ยินแล้วขอรับ ก็จะปรากฏตัวจากทางนี้ มา ตีเร็วเข้า ๆ [ศาลาที่ว่าการจินอัน] เงยหน้า ยืดอก ตามองไปข้างหน้า สถานที่แห่งนี้ใครกล้าเมินเฉย เอ้อระเหยลอยชาย
ระวังก้นพวกเจ้าเอาไว้ให้ดี พวกเจ้า นายท่าน ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่งมาถึงแล้ว ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่ง ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่ง ลำบากนายอำเภอฟางแล้ว ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่ง [ผู้พิพากษาท้องถิ่นเมืองจินอัน ซ่งเหริน] หยุด หยุด ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่ง ท่านคือข้าราชการผู้ช่วย ของเมืองจินอันเรา ทำไมท่านถึงไม่มาด้วยกัน กับเจ้าเมืองหวงเล่า ล่วงหน้ามาก่อน [สำนักทะเบียน] มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่เถอะ ข้าต้องไปต้อนรับเจ้าเมืองคนใหม่แล้ว เรื่องนี้เร่งด่วนมาก ต้องพูดวันนี้ให้ได้ เรื่องอะไรล่ะ ภาษีของอำเภอเหรินหัว มีจุดตกหล่นใหญ่มากจุดหนึ่ง จำเป็นต้องรีบแก้ไข ใครใช้ให้เจ้ามา ข้าเองนี่แหละ เช่นนั้นเจ้ามียศศักดิ์หรือไม่ มียศตำแหน่งทางการหรือเปล่า ไม่มี เจ้าแค่ชาวบ้านธรรมดา วิ่งเข้ามายุ่งซี้ซั้วถึงที่นี่ได้อย่างไรเล่า หลีกไป ๆ ตัวเลขในสมุดบัญชีมีปัญหา เกี่ยวอะไรกับฐานะข้าด้วยเล่า หากยังไม่หลีกไปอีก ข้าจะเรียกคนเอาเจ้าไปโบยเสีย ท่านดูนี่ ภาษีก้อนนี้ เรียกว่าส่วยผ้าไหม ทั้งหมดรวมเป็น 3,530 ตำลึง ที่นี่คือที่ว่าการเจ้าเมือง รับยื่นคำร้องตรวจสอบบัญชี ที่ว่าการระดับหนึ่งเท่านั้น เจ้าให้อำเภอเหรินหัว เขียนหนังสือราชการมา พวกเราถึงจะรับคำร้อง สำนักทะเบียนของอำเภอเหรินหัวข้าก็ไปมาแล้ว พวกเขาบอกว่านี่คือ ปัญหาภาษีของเมืองระดับหนึ่ง
พวกเขาไม่สน ยังไงเสียที่นี่ข้า ก็รับแค่คำร้องจากศาลาว่าการอำเภอ เจ้าคิดหาวิธีเอาเอง หลีกไป ๆ [เจ้าเมืองหวงแห่งเมืองจินอัน] [ศาลาที่ว่าการจินอัน] ขอต้อนรับเจ้าเมืองหวงเข้ารับตำแหน่ง ขอต้อนรับเจ้าเมืองหวงเข้ารับตำแหน่ง นายอำเภอฟาง ไปดู ๆ ๆ ขอต้อนรับเจ้าเมืองหวงเข้ารับตำแหน่ง ถึงแล้วขอรับ ทำไมถึงไม่มีคนล่ะ – ทำไมไม่มีคนล่ะ – จริงด้วย [เจ้าเมืองจินอัน หวงหนิงเต้า] เร็ว ที่นี่ ๆ นายอำเภอฟาง เร็วเข้า ๆ ๆ จบแล้ว ขอต้อนรับเจ้าเมืองหวงเข้ารับตำแหน่ง ทุกท่าน ตามสบาย ขอบคุณเจ้าเมืองหวง ข้าน้อยผู้พิพากษาท้องถิ่นเมืองจินอัน ซ่งเหริน คารวะเจ้าเมืองหวง ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่งไม่ต้องมากพิธี ข้าน้อย นายอำเภอเหรินหัว ฟางเม่าเจิน คารวะเจ้าเมืองหวง นายอำเภอฟางตามสบาย ท่าน ท่านเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อย ลำบากแล้วจริง ๆ พวกเรารอต้อนรับอยู่หน้าประตูตลอด นึกไม่ถึงว่าเจ้าเมืองหวงกลับ มาถึงเสียก่อนแล้ว ข้าตัดสินใจเองโดยพลการ มาถึงจินอันก่อนสักสองสามวัน ไม่ได้มีความหมายอื่นใด ข้าก็แค่อยากเดินดูให้มากหน่อย
ทำความเข้าใจ สภาพดินฟ้าอากาศที่จินอันสักหน่อย คงไม่ได้ทำให้นายอำเภอฟาง ตื่นตระหนกใจหรอกกระมัง ที่ไหนกัน ๆ ข้า ข้าราชการต้าหมิง หากเป็นเหมือนท่านได้แบบนี้ เข้าถึงชาวบ้าน สังเกตการณ์ความทุกข์ยาก ของชาวบ้านด้วยตัวเอง เช่นนั้นใต้หล้าสงบสุข บ้านเมืองร่มเย็นเป็นแน่ นายอำเภอฟางชมเกินไปแล้ว ข้า ในเมื่อว่าราชการจินอันเพื่อต้าหมิง แน่นอนว่าต้องทุ่มเทสติปัญญาความสามารถ ตราบจนชีวิตจะหาไม่ ไอ้เจ้าหมอนี่ เจ้านี่ตามหลอกหลอนไม่เลิกเสียจริง เรื่องที่ว่าการ เจ้าไปยื่นคำร้องที่ที่ว่าการมาหรือ คนของที่ว่าการเมืองจินอันบอกว่า พวกเขารับแต่หนังสือราชการ ของศาลาว่าการอำเภอเท่านั้น ภาษีก้อนนี้จ่ายเกินไปเปล่า ๆ ก็ควรที่จะให้อำเภอยื่นคำร้อง งั้นใครพูดเจ้าก็ไปหาคนนั้นเอาเองสิ พวกเขาให้ข้ามาหาท่านนี่ ใครก็ได้ เอาเขาไปโบยเสีย ทำอะไรน่ะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านเลขา เสียงดังโวยวาย ไร้มารยาทเสียจริง ทำไมถึงเป็นเจ้าอีกแล้วล่ะ ท่านเลขา เจ้าทึ่มคิดเลขคนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรเข้า จะบอกว่าภาษีของอำเภอเรา มีปัญหาให้ได้ ใช่ มีปัญหา มันมีปัญหา ข้าเอาให้ท่านดู เจ้าจะบอกว่า เรื่องภาษีของอำเภอเหรินหัวเรา มีปัญหาหรือ นายอำเภออู่เจียง สวีคังส่งเทียบเชิญมา บอกว่างานราชการเยอะมาก ไม่ได้ออกไปรับด้วยตัวเอง
กรุณาลงโทษด้วย เอาเทียบเชิญพวกนั้นไปทิ้งเสียเถอะ ขอรับ ได้ ๆ ไม่เป็นไร ๆ นายท่าน เมืองจินอันสมคำร่ำลือเลยสินะ นายอำเภอพวกนี้ ข้าเข้ารับตำแหน่ง ไม่นึกว่าจะไม่เห็นหัวกันเลยสักคน นี่ตกลงกันเรียบร้อยแล้วสินะ ว่าจะวางท่าทีแสดงอำนาจต่อข้า ระวังหน่อยนะ ขอรับ นายท่าน ถ้าอย่างไรท่านไปเดินดู ในอำเภอสักรอบด้วยตัวเอง แสดงความน่าเกรงขามให้พวกเขาเห็น ไม่ว่าอำเภอใด ข้าก็ไม่อาจไปโดยพลการได้ กระทั่งบริเวณข้าง ๆ ศาลาว่าการอำเภอเหรินหัวข้าก็ไปไม่ได้ มิเช่นนั้น ผู้ตรวจการคงกล่าวโทษข้า ละทิ้งหน้าที่โดยพลการ พวกเขารู้ว่าลูบหน้าปะจมูกข้า มิเช่นนั้นทำไมถึงกล้า ทำอะไรไม่ยั้งคิดขนาดนี้ เช็ดอันนี้ให้มันดี ๆ ได้ขอรับ เมืองจินอัน ทั้งข้างบนข้างล่าง ฝุ่นสะสมมากเกินไปเสียจริง บรรยากาศอึมครึม ถึงเวลาทำความสะอาดให้ดีแล้วล่ะ ทุ่มเทสติปัญญาความสามารถ ตราบจนชีวิตจะหาไม่อะไรกัน จะมาเล่นกับข้าที่นี่ จูกัดเหลียงหรืออย่างไร เช่นนั้นนายอำเภออำเภออื่น ๆ จะไม่มาทำความเคารพจริง ๆ หรือ กำลังจะเร่งเก็บอยู่รอมร่อ ราชสำนักเรียกเก็บภาษี นั่นถือเป็นเรื่องใหญ่ จะเอาอย่างไรเล่า เจ้าเมืองหวง ท่านยังคิดหาเหตุผลมาได้ พูดถึงภาษี
ข้าน้อยกลับมีเรื่องเล็กน้อยเรื่องหนึ่ง อยากรายงานต่อท่านขอรับ พูดมา มีเจ้าทึ่มคนหนึ่ง มาก่อเรื่องที่สำนักทะเบียน จะบอกว่าตรวจสอบเจอว่าภาษีของอำเภอเรา ในสมุดบัญชีที่หอจดหมายเหตุ มีช่องโหว่ให้ได้ ช่องโหว่ ช่องโหว่อะไร บอกว่าอำเภอเรา ล้วนจ่ายภาษีเกินทุกปี อะไรนะ จ่ายเกินแล้ว ใครพูดกัน คนผู้นี้ [ศาลาว่าการอำเภอเหรินหัว] ลบหลู่ที่ว่าการ บุกเข้าเขตหวงห้าม รับคำสั่งนายอำเภอ สั่งโบยสิบที เพื่อเตือนไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง เดิมทีนี่เป็นการตกหล่นครั้งใหญ่ หุบปาก ๆ ลงโทษ ขอรับ [ศาลาว่าการอำเภอเหรินหัว] โบย จงโดนโบยเสีย ปิดปากให้สนิท หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้ ผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่ง เลขาฟาง นี่เจ้าคิดจะทำอะไร คนผู้นี้บุกรุกหอจดหมายเหตุ ข้ารับคำสั่งจากนายอำเภอฟาง ใช้การลงโทษเพื่อตักเตือน ในเมืองจินอันมีใครไม่รู้บ้างว่า เจ้าซ่วยเจียม่อนี้มีปัญหา ข้ามีไมตรีจิตกับผู้อาวุโสของเขาอยู่บ้าง ไว้หน้าแซ่ซ่งผู้นี้สักครั้งได้หรือไม่ ในเมื่อผู้พิพากษาท้องถิ่นซ่งพูดแล้ว ไม้ที่เหลือ เช่นนั้นก็ยกเลิกแล้วกัน เพียงแต่ท่านต้องโน้มน้าวเขาให้ดีหน่อย เจ้าหมอนี่พูดจาไร้สาระ จะบอกว่าภาษีของอำเภอเรา มีปัญหาให้ได้ หากเรื่องนี้รู้ไปถึง เจ้าเมืองหวงทางนั้นละก็ เช่นนั้นไม่ใช่ว่าจะทำให้นายท่านของข้า กับท่านไม่พอใจหรือขอรับ เพราะว่าเรื่องภาษี
เขาเลยบุกรุกหอจดหมายเหตุ ใช่ไหมล่ะ [ศาลาว่าการอำเภอเหรินหัว] เจียม่อ ข้าขอร้องแทนเจ้าให้แล้วนะ ไม้ที่เหลือไม่ต้องโบยแล้ว พอกลับไปแล้วก็อย่าพูดจาซี้ซั้ว เรื่องภาษีนี้ ไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างเจ้า จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ สงบเสงี่ยมเจียมตัว เจ้าเด็กโง่ เลิกพูดจาซี้ซั้วได้แล้ว [3,530] ทำไมประตูถึงเปิดอยู่ล่ะ เหล่าซ่วย เจ้าทึ่ม เจ้าทึ่ม อะไรล่ะเนี่ย แมวของบ้านเหล่าซ่วย เหล่าซ่วย เหล่าซ่วย เหล่าซ่วยตื่นสิ เจ้าทึ่ม ๆ พยุงขึ้นมา อาจจะบาดเจ็บก็ได้ – เจ้าระวังหน่อย ระวัง – มา ๆ ๆ ไป ๆ ๆ ข้าว่าเจ้าแค่ชาวบ้านธรรมดา เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าเมืองจินอันมีการตกหล่นน่ะ ในตอนแรก ข้าพบว่าที่นาที่ข้าวัด กับตัวเลขในโฉนดที่นาไม่ตรงกัน ต่อมา ตอนตรวจสอบบัญชีให้บ่อน พบว่าสถานการณ์ของพวกเขาที่นั่น ก็เป็นเหมือนกัน ดังนั้นในตอนแรกที่ข้าเข้าไปในหอจดหมายเหตุ ก็เพราะอยากดูสมุดแผนที่เกล็ดปลา ที่ทางราชการเป็นคนบันทึก ถ้าอย่างนั้นเจ้าสืบอย่างไรถึงไปสืบ ถึงส่วยผ้าไหม ของเขาเสียเล่า ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จับพลัดจับผลูเข้า
ก็ค้นเจอการตกหล่น ของส่วยผ้าไหมนี้เสียแล้ว หลักฐานที่ข้าค้นพบ และขั้นตอนการคาดเดา ล้วนเขียนอยู่ในหนังสือยื่นคำร้องฉบับนี้แล้ว มือข้ามีแต่น้ำมัน งั้นเจ้าก็พูดมาแล้วกัน พูดง่าย ๆ เลย ก็คืออำเภอเหรินหัว ทุกปีภาษีที่ส่ง ไปเมืองจินอัน ปกติจ่ายเกินไปเสียเปล่า เป็นเงิน 3,530 ตำลึง ควรจะยกเลิก เช่นนั้นหากว่า 3,530 ตำลึงนี่ มันผิด ถ้ายกเลิกมันไปเสีย ก็น่าจะเป็นเรื่องดีนี่นา ทุกคนควรจะดีใจสิ ทำไมถึงต้องโบยเหล่าซ่วยด้วยเล่า ฉายาของนายอำเภอฟางคืออะไร รูปปั้นหินฟางอย่างไรเล่า ใช่น่ะสิ ตลอดทั้งวันเขาไม่สนใจอะไร สงบเงียบไม่กระตือรือร้น ตอนนี้เจ้าเมืองคนใหม่มาแล้ว เขายิ่งไม่อยากให้ เรื่องไร้สาระอย่างนี้ มาสร้างปัญหาให้กับเขา เสร็จแล้ว ขอโทษนะ เก็บ เก็บให้หน่อย ต้องพูดให้ชัดเจน เจ้าทึ่ม พวกเราล้วนสนับสนุนให้เจ้าไปยื่นคำร้อง ที่พวกเราควรจ่าย แม้แต่แดงเดียวก็ขาดไม่ได้ ที่พวกเราไม่ควรจ่าย แม้แต่แดงเดียวก็ห้ามจ่าย ไม่สิ พี่ นี่เหล่าซ่วยก็โดนโบยมา สิบไม้แล้ว หากไปยื่นคำร้องอีก เช่นนั้นไม่ต้องถูกโบยอีกสิบไม้หรือ หกไม้ เจ้าดูอย่างพระถัง ถือบาตรจื่อจิน
ก็อัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมาได้แล้ว สามพันกว่าตำลึงนี่ เจ้ารูปปั้นหินฟางก็ควรจะได้สติได้แล้ว เจ้าทึ่ม ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง ถ้ามีโอกาสได้เจอกับนายอำเภอ เจ้าจะไปหรือไม่ ไป กลัวถูกโดนโบยไหม ไม่กลัว ได้ แต่ว่าเจ้าต้องรักษาตัวให้ดี หายดีแล้วค่อยไปด้วยกัน ไป [เป่าอวี้] [พี่สาวอย่างข้าน่ะ] ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ให้เจ้าสอบรับยศศักดิ์สูงอะไรนัก ทว่าอย่างน้อยที่สุด ก็สร้างชื่อเสียงให้กับเหรินหัวของเราบ้าง ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ที่เจ้าทึ่มคำนวณ ส่วยผ้าไหมออกมานั้น ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แน่นอน ถ้าหากแก้ไขแล้วละก็ เจ้าลองคิดดูนะ สำหรับชาวบ้าน ของเหรินหัวเราแล้ว มันเป็นเรื่องดีหรือไม่ เป็นสิ ถ้าอย่างนั้นหากชาวเหรินหัว รู้เรื่องนี้ ว่ามีส่วนของเจ้าด้วย ไม่ใช่ว่าจะรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณ ต่อสกุลเฟิงของเราหรืออย่างไรเล่า แต่ว่าเรื่องนี้เหล่าซ่วย เป็นคนเจอนี่นา เกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะ เหล่าซ่วยเจ้าเองก็รู้ เขาก็แค่เจ้าทึ่มคิดเลข เขาพูดต่อหน้าคนอื่นไม่เป็น เจ้าดูสิว่าก็ถูกที่ว่าการ โบยออกมาไม่ใช่หรือ เขาต้องการจุดเชื่อมต่อ คนที่เป็นคนสื่อสารแทนเขา แต่ว่าเรื่องนี้ แต่ว่าอะไรอยู่ได้ ข้ารู้แล้ว เจ้าจำได้ไหมว่า ตอนที่เจ้าทึ่มยังเด็ก ได้สลักตัวเลขแท่งนับ ไว้บนกำแพง จำได้สิ
จำได้ว่าเท่าไรหรือเปล่า นั่นใครจะไปจำได้ล่ะ ตอนแรกข้าก็ไม่ได้สนใจ แต่ว่าวันนี้ [ข้ายกโคมไฟนี้] [ลองดูให้ละเอียด] เจ้าทายว่าข้าเห็นอะไรเข้า อะไร [3,530] [ตัวเลขบนกำแพงนี้] [กับตัวเลขของส่วยผ้าไหม] [3,530] [มันเหมือนกัน] [คือ 3,530 ทั้งหมด] ดังนั้นเจ้าทึ่มน่ะไม่ทึ่ม เขาก็มีเป้าหมายที่เขาต้องการ [3,530] [3,530] [โจทก์เฟิงเป่าอวี้ ฟ้องร้องซ่วยเจียม่อ] รายงานนายอำเภอฟาง บัณฑิตเฟิงเป่าอวี้ ฟ้องร้องซ่วยเจียม่อทำร้ายข้า เจ้าและจำเลย ขัดใจกันด้วยเรื่องอันใด และเพราะเหตุใดถึงลงมือทำร้ายกันเล่า พูดตามความจริง รายงานนายอำเภอฟาง พวกเราสองคนทะเลาะกันขึ้นมา เพราะเรื่องการตกหล่นของภาษีขอรับ เพราะว่าอะไรนะ พวกเราสองคนทะเลาะกัน เพราะว่าภาษีของอำเภอเหรินหัว เขาเอาแต่พูดว่าอำเภอเราทุกปี จ่ายเกินไป 3,600 ให้ได้ 3,530 ตำลึง ใช่ เขาเอาแต่พูดว่าอำเภอเรา จ่ายเงินเกิน 3,530 ตำลึงทุกปี ควรจะยกเว้น แต่ว่าข้าคำนวณออกมา ได้แค่ 3,510 ตำลึง พวกเราสองคนคำนวณไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจึงทะเลาะกันขอรับ พูดสิ ทุกท่าน
เราอย่าเพิ่งสนใจว่าเป็นตัวเลขไหนเสียก่อน มันไม่ได้น้อยเลย ใช่ไหม – จริงด้วย – จริงด้วย เงินเยอะขนาดนี้ นั่นช่างเหลวไหลที่สุดจริง ๆ เอาตัวออกไปโบย ออกไปโบย ๆ รอเดี๋ยว คดีการทำร้ายร่างกายนี้ แน่นอนว่าเหตุผลก็สำคัญแล้ว ไม่พูดให้ชัดเจน จะตัดสินคดีให้เป็นธรรมได้อย่างไร ใช่ ๆ ๆ ต้องพูดให้ชัดเจน พูดชัดเจนให้ทุกคน เข้าใจตรงกันให้หมด ใช่ไหมเล่า จริงด้วย นี่เกี่ยวพันถึงเรื่องใหญ่อย่างการละเว้นภาษี ของชาวบ้านทั่วทั้งอำเภอเหรินหัว ใช่หรือเปล่า ใช่ พอแล้ว ๆ ๆ ซ่วยเจียม่อ เจ้าพูดมาสิ ตกลงว่าเจ้าค้นพบ คดีการตกหล่นภาษีอันนี้ได้อย่างไร เจ้า เจ้าพูดกับ ชาวบ้านของพวกเรา พ่อแม่พี่น้องทั้งเหรินหัวในที่นี้ ให้ชัดเจน พูดให้ชัดเจน พูด เหล่าซ่วย จะเอาอย่างไรเล่า เหล่าซ่วย เหล่าซ่วย เจ้าจะทำอะไรน่ะ จะเอาอย่างไรเล่า ไป ไปไหนล่ะนี่ ทำไมไปแล้วล่ะ ขอทางหน่อย
หลีกหน่อย ๆ ๆ หลีกหน่อย หลีกไป ๆ ๆ เหล่าซ่วย หลีกไป หลีกไป หน่วยงานบริหารเฟิ่งซิง ปกครองทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง หนึ่งในนั้น [เมืองจินอัน] กล่าวคือ จินอัน [เหรินหัว หลั่นซี ว่านเฉิง ถงหยาง ต้าเฟิง ซานสุ่ย อู่เจียง ซานผิง] เมืองจินอันปกครองทั้งหมดแปดอำเภอ แบ่งเป็นเหรินหัว หลั่นซี ว่านเฉิง ถงหยาง ต้าเฟิง ซานสุ่ย อู่เจียง ซานผิง [ภาษีเมืองจินอัน] ในทุกปีเมืองจินอันเรียกเก็บภาษี แบ่งเป็นภาษีฤดูร้อนและ การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง โดยมีแปดอำเภอแบ่งกันรับผิดชอบ ตัวเลขไม่เท่ากัน ครั้งนี้ข้าตรวจสอบสมุดบัญชีเมืองจินอัน พบว่าอำเภอเหรินหัว ในรายการภาษี มีก้อนหนึ่งเรียกว่า ส่วยผ้าไหม [ส่วยผ้าไหม] ภาษีก้อนนี้ ทั้งไม่ได้เขียนที่มา ทั้งไม่รู้มูลเหตุ ข้าพลิกดูบันทึกทั่วทั้ง อำเภอเหรินหัวทั้งหมดแล้ว ล้วนไม่ได้เขียนบอกชัดว่า ทำไมถึงต้องเก็บรายการชนิดนี้ ยอดรวมทั้งหมด ของส่วยผ้าไหมก้อนนี้
คือ 3,530 ตำลึง ทุกปี 3,530 ตำลึง ความหมายก็คือพวกเรา จ่ายเกินอย่างไม่มีเหตุผลเช่นนั้นหรือ 3,530 ตำลึงเชียวนะ [รัชศกเฉิงฮว่าปีที่ 16 ภาษีเมืองจินอันเฉลี่ยภาษีทั้งแปดอำเภอ] นี่มันมากเกินไปแล้ว ข้าหาเจอที่บันทึกไว้แรกสุด ของภาษีก้อนนี้ เริ่มจากรัชศกเฉิงฮว่าปีที่ 16 จนถึงปัจจุบันก็ครบหนึ่งร้อยปีพอดี ทุกปีเก็บเกิน 3,530 ตำลึง รวมหนึ่งร้อยปีเท่ากับ 353,000 ตำลึง 353,000 ตำลึง ทุกปีสามพันกว่าตำลึง เอาไปโบย ๆ จะเหลือเงินสักเท่าไรเล่า – จริงด้วย – จริงด้วย ใช่ ข้าถามเจ้าหน่อย ทำไมเจ้าถึงพูดว่า เหรินหัวเราจ่ายเงินเสียเปล่าก้อนนี้ ไปเปล่า ๆ เสียล่ะ ข้าตรวจสอบเมืองจินอันแล้ว ภาษีที่จ่ายให้ราชสำนัก ก็มีส่วยผ้าไหมก้อนนี้เช่นกัน ตัวเลขเหมือนกันคือ 3,530 ตำลึง หมาย…หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่า ภาษีก้อนนี้มีเฉพาะที่อำเภอเหรินหัว ในบันทึกของอีกเจ็ดอำเภออื่นที่เหลือ ไม่มีภาษีก้อนนี้ ข้าสงสัยว่านี่ ส่วยผ้าไหม
จำนวน 3,530 ตำลึง เดิมก็คือภาษีเฉลี่ย ควรให้ทั้งแปดอำเภอแบกรับร่วมกัน ตอนนี้กลับกลายเป็น ภาษีที่เก็บเฉพาะเหรินหัวแล้ว แน่นอนว่าเป็นเงินเสียเปล่า เรื่องนี้ซับซ้อนเกินไป ไม่สมควรตัดสินอย่างรีบร้อน ไม่อย่างนั้นเลิกศาลก่อน ตรวจสอบกับสำนักทะเบียนเสร็จ ค่อยดำเนินคดีใหม่ เอาละ ข้าเข้าใจแล้ว แค่นี้เองหรือ ไม่พูดอะไรหรือ เมื่อครู่ไม่น่า ไต่สวนคดีนี้ ก็ใช่น่ะสิ ไม่ใช่ว่าไม่มีเรื่องอะไรกันแล้วไม่ใช่หรือ [3,530 รัชศกเฉิงฮว่าปีที่ 16 ภาษีเมืองจินอันเฉลี่ยภาษีทั้งแปดอำเภอ] เดิมทีศาลนี้ไต่สวน คดีอะไรอยู่นะ คดีซ่วยเจียม่อทำร้ายเฟิงเป่าอวี้ ใช่ ๆ ๆ คดีซ่วยเจียม่อ ทำร้ายเฟิงเป่าอวี้ ศาลประกาศคำตัดสิน ไม่ฟ้องแล้ว ๆ ๆ ไม่ฟ้องแล้วหรือ ข้าเองก็ไม่ได้เจ็บเท่าไร ไม่ฟ้องแล้วหรือ เจ้าทุกข์ถอนฟ้องแล้ว ศาลขอประกาศ เลิกศาล ถ้าอย่างนั้นจุดที่ไม่ยุติธรรม ของส่วยผ้าไหม จะจัดการอย่างไร – จริงด้วย – จริงด้วย นั่นสิ ต้องพูดให้ชัดเจน เมื่อครู่ที่เจ้าเพิ่งอธิบายไป นั่นก็คือ แค่พยานหลักฐานของคดีทำร้ายร่างกาย
สำหรับคดีส่วยผ้าไหม นั่นคือ อีกคดีหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องมีเจ้าทุกข์ ถึงจะยื่นคำร้องได้ ถ้าอย่างนั้นข้ายื่นคำร้องตอนนี้ก็ได้ ซ่วยเจียม่อ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องครอบครัวของเจ้าคนเดียวนะ หรือว่าเจ้าอยากเป็นตัวแทน ชาวบ้านทั้งหมดของเหรินหัวพวกเรา หรืออย่างไร ทำไมจะไม่ได้เล่า สามัญชนซ่วยเจียม่อ เพื่ออำเภอเหรินหัว ยื่นฟ้องร้องให้ช่วยเหลือ เรื่องยากลำบากอย่างการเฉลี่ยภาษี ส่งหนังสือยื่นคำร้อง นี่ ส่งหนังสือยื่นคำร้องนี้น่ะ ต้องมาจากตัวเอง ผู้มียศศักดิ์ถึงจะได้ เจ้าแค่ชาวบ้านธรรมดา เกรงว่าคงไม่มีคุณสมบัตินี้เสียแล้วล่ะ พวกเรามี คนนี้ เฟิงเป่าอวี้ นั่นคือบัณฑิตของอำเภอเรานะ ไปเร็วเข้า ไปสิ บัณฑิตคือศิษย์ในสำนักศึกษา ประจำอำเภอขั้นสามของอำเภอเหรินหัว ยินดีใช้ยศศักดิ์ของตัวเองรับรอง ร่วมกับซ่วยเจียม่อ ยื่นคำร้อง – เยี่ยม – เยี่ยม ๆ เยี่ยมไปเลยจริง ๆ เป็นอย่างไร ดีหรือไม่ เอาละ ๆ ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าก็ต้องคิดให้ดีล่ะ แม้ว่าจะยื่นคำร้องสำเร็จ แม้ว่าพวกเราเหรินหัว จะได้รับการยกเว้นภาษีนี้ ก็จะไม่ถึงมือพวกเจ้า เลยแม้แต่นิดเดียว ขอแค่แก้ไขข้อผิดพลาดก็พอ เงินของครอบครัวข้า พอใช้แล้ว
ไม่ ไม่คิดดูให้ดีอีกทีแล้วหรือ ทุกท่าน แม้ว่ามีพี่น้องแปดคน สมควรที่จะเลี้ยงดูบิดามารดา ด้วยกันใช่หรือไม่ จริงด้วย สุดท้าย หนึ่งในพี่น้องนั้นพบว่า ค่าเลี้ยงดูนี้ ล้วนมีเพียงเขาคนเดียวที่จ่าย เดิมทีตกลงกันแล้วว่า คนขายเนื้อแปดคน ทุกคนแบ่งกันจ่ายหนึ่งชั่ง สุดท้ายเล่า พี่น้องเจ็ดคนที่เหลือ ไม่ได้จ่ายแม้แต่แดงเดียว สำนักศึกษาประจำอำเภอหักไปจาก เจ้าคนเดียวแปดชั่ง เจ้าว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่สมเหตุสมผล ใครกล้าแตะต้องเนื้อของข้า ข้าจะสู้กับมันให้ตายกันไปข้าง โชคดีที่ในอำเภอเรา ยังมีวีรบุรุษสองท่านที่ ลุกขึ้นมากล่าวเพื่อความเป็นธรรม [ท่านหนึ่งชื่อซ่วยเจียม่อ] [ก็คือยอดฝีมือนักคำนวณ] [เข้าใจหยินหยางทะลุปรุโปร่ง] [เชี่ยวชาญการคิดคำนวณ] อีกท่านหนึ่ง ก็คือเฟิงเป่าอวี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ หลังจากนั้นล่ะ พูดต่อสิ พูดต่อสิ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก เฟิงเป่าอวี้ผู้นี้ได้รับ การอบรมสั่งสอนตั้งแต่เล็ก จิตใจสัตย์จริงมีคุณธรรม มีใจรักความเป็นธรรม พบเห็นความอยุติธรรม เป็นต้องชักดาบเข้าช่วย นี่ก็คือ ซ่วยเจียม่อ ผู้บังเอิญตรวจสอบบัญชี เพื่อความยากลำบากของชาวบ้าน เฟิงเป่าอวี้ ผู้บังเอิญยืมบัญชี เพื่อช่วยเหลือญาติมิตร – เยี่ยม – เยี่ยม ๆ
พ่อแม่พี่น้อง มา ๆ ๆ นี่คือสิ่งที่นายน้อยของพวกเรา จัดเตรียมไว้ให้ทุกท่านอย่างดี จินอันของเรา ฉบับคัดลอกของคดีส่วยผ้าไหม เอากลับบ้านไปอ่านดูให้ดี มา ๆ มีหมด ๆ ๆ [ภาษีเมืองจินอัน] [ร้อยปี 353,000] น่าสนใจ น่าสนใจดี ที่แท้คนที่จะแก้กระดานนี้ อยู่ที่นี่นี่เอง เจ้าว่าข้างบนนี้ไม่ฟังคำแก้ต่าง ตรงกลางไม่ฟังคำแนะนำ ข้างล่างยิ่งไม่เชื่อฟัง เดิมทีข้าคิดปกครองโดยไม่ก้าวก่าย นี่ข้าไม่ก้าวก่ายมันทำได้ไหมเล่า ข้าปกครองนี่ยังปกครองได้อยู่หรือ นี่ข้า มันเกินกำลังข้าจริง ๆ นายท่าน ข้าน้อยกลับมีแผนที่ปลอดภัยอยู่วิธีหนึ่ง ท่านสามารถส่งประกาศหนึ่งแผ่น บอกว่าอำเภอนี้ได้ [เดือนพฤษภาคม รัชศกว่านลี่ปีที่เจ็ด อำเภอเหรินหัว] ยึดความผาสุกของชาวบ้านเป็นหลัก จักต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัด เพียงแต่พัวพันถึงเรื่องภาษีที่นา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นต้องพิจารณาให้มาก ต้องให้ทุกอย่างเรียบร้อย ทหารและชาวบ้านเหรินหัวอยู่ในความสงบ อย่าได้เชื่อคำใส่ร้ายป้ายสีเป็นพอ เจ้าคิดว่าอย่างไร ฟ่านเหล่า รูปปั้นหินฟางผู้นี้ถือว่าเป็น นักถ่วงเวลาฝีมือดีจริง ๆ พอพูดขึ้นมาล้วนมีแต่คำสวยหรู พอทำขึ้นมาก็คือจะไม่ให้แปดเปื้อนเลย เหมือนกับละมั่งแขวนเขา ไร้ซึ่งเบาะแส ปัญหาใหญ่อันนี้
ทั้งยังถูกเขาขายผ้าเอาหน้ารอดเสียแล้ว ข้าไม่ได้หมายถึงอันนั้น ข้าหมายถึงว่า ปกหนังสือเล่มนี้ของข้า ห่อมาเป็นอย่างไรบ้าง ฟ่านเหล่า กระทั่งปกหนังสือเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้ ท่านยังทำด้วยตัวเอง ข้าน้อย นับถือจริง ๆ ส่วยผ้าไหมนี้ ห้ามแตะต้องง่าย ๆ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้ ข้าหมายถึง ส่วยผ้าไหมห้ามไปแตะต้องง่าย ๆ ฟ่านเหล่า ข้าเข้าใจความหมายของท่านแล้วขอรับ ส่วยผ้าไหมนี้ส่งเรื่องขึ้นเจ้าเมือง เกี่ยวพันถึงทุกคนทั้งแปดอำเภอ อยากจะยกเว้น ราชสำนักไม่ทำ อยากให้แบ่งเฉลี่ย เจ็ดอำเภอไม่ทำ อยากให้จ่ายต่อไป ชาวบ้านก็ไม่ทำ เดิมทีมันก็เป็นปัญหาที่ไร้ทางแก้ ใครแตะต้องคนนั้นถึงฆาต มีเพียงถ่วงเวลาต่อไป ถึงจะเป็นทางที่ถูกต้อง ติดประกาศการสอบระดับอำเภอปีนี้ เห็นแล้วหรือยัง เห็นแล้วขอรับ ตั้งแต่ปฐมกษัตริย์เปิดการสอบเป็นต้นมา เมืองจินอันของพวกเรา จิ้นซื่อ 180 คน จวี่เหริน 437 คน โดยเฉพาะสามส่วน ล้วนเป็นคนหลั่นซีของพวกเรา ขอรับ ที่เมืองจินอันร่ำรวยเช่นนี้ ก็เพราะรากฐานอยู่ที่นี่ ใจที่เคารพรักหนังสือ ฟางเม่าเจิน เกียจคร้าน เกียจคร้านเสียจริง ฉลาด ก็ฉลาดจริง ๆ
ฟ่านเหล่า ท่านเห็นแม่น้ำใหญ่ ที่เมืองหลวงมาแล้ว แผนการในคูน้ำเล็ก ๆ นี้ ปิดบังท่านไม่ได้ ชาวบ้านในชนบท พูดถูกสองประโยคครั้งคราว ไม่นับหรอก เพียงแต่ ซ่วยเจียม่อนี้ มีเชื้อสายกับข้าอยู่บ้าง หวังว่าท่านเฉิงช่วยดูแลสักหน่อย ฟ่านเหล่า เจ้าทึ่มคิดเลขคนนี้ท่านรู้จักด้วยหรือ เรื่องเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้ว เยี่ยมจริง ข้าหมายถึงหมากนี้ ช่วงนี้น่ะ คดีส่วยผ้าไหมนั่น ดังอึกทึกครึกโครม ข้าก็แค่อยากใส่ใจสักหน่อย ไม่รู้ว่านายอำเภอฟาง สืบได้ความว่าอย่างไรบ้างแล้ว สมองของซ่วยเจียม่อนั่นมีปัญหา สิ่งที่เขาสืบออกมานะ ไม่แน่ว่าเป็นเรื่องจริง ไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมด ท่านยุ่งขนาดนั้น รอข้าน้อยตรวจสอบ ตรวจสอบชัดเจน ค่อยรายงานท่านอีกที พอแล้ว ก็ให้ซ่วยเจียม่อไปตรวจสอบ ภายในหนึ่งเดือน ข้าต้องการคำตอบ พอถึงตอนนั้นค่อย พิจารณาร่วมกับนายอำเภอฟาง เดินหมากได้ดี เดินหมากได้ดี ท่านซ่วย ข้าเข้าใจเรื่องภาษีที่นา แจ่มแจ้งเช่นกัน เจ้าคิดจะสืบอย่างไรล่ะ ที่ครั้งนี้ต้องสืบ คือคดีจดหมายเหตุของแปดอำเภอในจินอัน จะดูหมดเลยหรือ ไม่ทั้งหมด ๆ ดูทั้งหมดไม่ทันแน่ ข้ามีวิธีหนึ่ง ครั้งนี้น่ะ เริ่มจากเหรินหัว
ถงหยาง ว่านเฉิง หลั่นซี เริ่มจากสี่อำเภอนี้ก่อน ตั้งแต่ในระหว่างรัชศกเฉิงฮว่า ถึงปีแรกของรัชศกว่านลี่ บันทึกการเก็บภาษีฤดูร้อน ภาษีฤดูใบไม้ร่วงทั้งหมด เยอะขนาดนี้เลยหรือ จะดูหมดได้แน่หรือ เกรงว่าจะต้องใช้เวลามาก ได้ ไม่รีบร้อน ค่อย ๆ ทำ หนึ่งเดือนไม่พอ เช่นนั้นก็สามเดือน ถ้าสามเดือนยังไม่ได้อีกละก็ เช่นนั้นก็ครึ่งปี ห้าเดือน ภายในห้าวันต้องรู้ผลแน่ ห้า ห้า ห้าวัน