EP.2 (FULL EP) | พารักกลับบ้าน (Take Us Home) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [พารักกลับบ้าน] [ตอนที่ 2] อาจารย์เจิ้ง สวัสดี อาจารย์เจิ้ง ทำอะไรอร่อย ๆ กินน่ะหอมจัง มะเขือเทศผัดไข่ สวัสดีครับอาจารย์เจิ้ง อาจารย์เสี่ยวเจิ้งก็มาแล้ว ซีเจวี๋ย หาที่นั่งเองนะ ขอโทษนะ ฉันไปล้างให้แกหน่อยแล้วกัน ไม่ต้องหรอกครับอาเล็ก อาเล็ก เท่าที่ผมรู้ โรงเรียนเรามีครูสองคน ที่ก็ยังโสดอยู่ แต่พวกเขาอ้างอายุงานการสอน แบ่งบ้านพักได้ไปแล้ว อาก็ไปยื่นเรื่องหน่อยเถอะ ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวก็ดีมากแล้ว อีกอย่าง คนที่นี่เป็นเจ้าหน้าที่โรงเรียนเก่าทั้งนั้น พวกเขาเจอฉันยังทักฉันอย่างจริงใจ ว่าอาจารย์เจิ้ง ดีจะตาย อาเล็ก อาเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้นะ ไม่เป็นไร คนที่อายุมาถึงเท่าพวกเราแล้วน่ะ ค่อนข้างทำอะไรตามความเป็นจริงทั้งนั้น มองกันเองแล้วไม่สบายตา นี่มันก็ปกตินี่ ผมไม่ได้พูดถึงซุนลู่ ผม ผมหมายถึงเรื่องเมื่อก่อนนั้น ผมรู้ เรื่องนั้นทำร้ายอาไว้หนักมาก แต่ทุกคนต่างก็เดินไปข้างหน้า ทุกคนในโรงเรียนมัธยมหลงเฉิงที่ 1 นักเรียน อาจารย์ ไม่มีใครจำเรื่องเมื่อแปดปีที่แล้วได้ มีแค่อาคนเดียวที่ปล่อยวางไม่ได้ แบกรับคำกล่าวหาที่โดนใส่ร้ายเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยวาง คนบริสุทธิ์ย่อมบริสุทธิ์วันยังค่ำ มีอะไรให้ปล่อยวางกัน แต่แกเองนั่นละ ถ้าแกไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

    ฉันก็นึกไม่ออกไปนานแล้ว ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตคนเดียวอยู่ที่นี่ดีมากแล้ว สบายดีออก ซีเจวี๋ย ได้ยินอาสะใภ้สามแกบอกว่า แกกับเพื่อนสมัยมหาลัยคนนั้นของแก พัฒนาไปได้ไม่เลวเลย พวกแกเหมาะกันมากนะ แล้วก็ยังพิเศษมากด้วยจริง ๆ มีอะไรพิเศษกัน อย่างเช่นตงหนี เขาก็เหมือนกับผีเสื้อกลางคืน ชอบบินเข้ากองไฟตลอดไป แต่เฉินเยียนเขาเหมือนนกย้ายถิ่นฐาน ไม่ว่าข้างนอกจะมีลมและฝนแรงแค่ไหน ก็จะโบยบินอย่างสงบไป ตามวงโคจร ดูเหมือนซีเจวี๋ยของเรา ต้องแต่งงานจริง ๆ แล้วสิ ยังไงซะบนตัวของเขา ผมก็ได้กลิ่นความเป็นหนึ่งเดียวกับบ้านอาสาม เฉินเยียนน่ะ ทำให้ผมรู้สึกได้ถึง ความสงบเสมอ การแต่งงานนี่น่ะ ง่ายมาก ถ้าแต่งงานกับคนสักคนที่ชอบ นั่นก็เป็นโชคดีที่หาได้ยาก เด็กน้อยอย่างแกต้องให้ค่ามันดี ๆ [พี่ ฉันได้ยินมาเรื่องหนึ่ง] สมัยที่อาเล็กยังวัยรุ่น เคยคบกับนักเรียนคนหนึ่งในห้องพวกเขา อาสะใภ้เล็กเลยหย่าเพราะเรื่องนี้ นี่มันจริงไหม เธอไปได้ยินใครพูดมา ฉันได้ยินมาตั้งนานแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่วันนี้ กระทู้โรงเรียนมีบทความหนึ่งออกมา พูดอย่างกับเห็นกับตาตัวเอง เหมือนจริงมาก ถ้าเธอได้ยินใครพูดไร้สาระมาอีก เธอมาบอกฉัน ฉันจะไปจัดการมัน พี่ พี่บอกฉันหน่อยสิ ฉันสาบาน ฉันจะไม่บอกใครแน่ ฉันไม่รู้จริง ๆ

    พี่พูดหน่อยสินะ ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ มีอะไรที่ฉันรู้ไม่ได้อีก จริง ๆ ที่ฉันรู้มันก็ไม่มากนัก รู้แค่ไหนบอกแค่นั้น [ปีนั้นข้าตามหาตำแหน่งขุนนางในอนาคตอันกว้างไกล ใช้ม้าหนึ่งตัวปกป้องเหลียงโจว] [ตอนนั้น] [ชีวิตทหารชายแดนราวกับฝัน ตื่นขึ้นพลันสับสนอยู่หนใด ฝุ่นปกคลุมชุดขนเตียว] [ฉันเพิ่งขึ้นมัธยมสาม] [ตงหนีเป็นนักเรียนของอาเล็ก] [คนเลวยังไม่หมดทว่าจอนกลับขาวดุจน้ำค้างแข็งฤดูใบไม้ร่วง น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลเสียเปล่า] [ใครจะคาดคิดชีวิตนี้ อยากสู้ให้สุดใจ กลับต้องตายอยู่ที่ชังโจว] ครูไม่ต้องการให้พวกเธอจำเรื่องราวเบื้องหลัง ของศัพท์นี่ทุกคำ แต่ครูหวังว่าพวกเธอ จะสามารถใช้การอ่านออกเสียงซ้ำ ๆ เพื่อสัมผัสชีวิตที่โดดเด่นที่สุดของนักกวี – ผ่านตัวอักษรได้ – ตงหนี แบบนี้ความรู้และความรู้สึก ถ้าอาจารย์เจิ้งเป็นอาเล็กของฉันก็ดีสิ หลอมรวมเข้าไปในหัวใจของพวกเธอ [อาเล็กตอนนั้น] [ยืนอยู่บนแท่นบรรยายอย่างเฉิดฉาย] ความคิดบริสุทธิ์ที่สุดของนักวรรณคดีพวกนั้น [นักเรียนทุกคนต่างก็ชอบวิชาของเขา] จะกลายมาเป็นพวกเธอ [แย่งกันดูความคิดเห็นของเขาต่อเรียงความ] เอาละ ตัวแทนชั้นส่งสมุดเรียงความหน่อยนะ คาบเรียนวันนี้พูดถึงเท่านี้แล้วกัน ลุกขึ้น ลาก่อนคุณครู เพื่อนนักเรียนทุกคน ๆ ถามเรื่องเรียงความมาต่อแถวที่ฉันนี่ ไม่ต่อแถวไม่ให้ถามทั้งหมดนะ ถังรั่วหลิน [ฉันไม่เคยเจอถังรั่วหลินนั่นมาก่อน] [รู้แค่ว่า] [เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของตงหนี] ทำไมครูเจิ้งเขียนความเห็นให้เธอเยอะอีกแล้ว ช่วงนี้มีพัฒนาการนะ

    เอาละ ๆ ๆ [การเขียนของเธอทำให้ครูรู้สึกรักและถนอม เธอมีหัวใจที่บอบบางและอ่อนไหว…] เธอไปเถอะ ๆ คนต่อไป ๆ ต่อแถว ๆ ต่อแถวทีละคน ต่อแถวทีละคน ถึงเธอแล้วหรือยัง [โรงเรียนมัธยมเมืองหลงเฉิงที่ 1] [เขามีนิสัยชอบเก็บตัว] โอเค งั้นลาก่อนนะนักเรียน ครูไปก่อนนะ [- มาจากครอบครัวที่มีผู้ปกครองคนเดียว] – ลาก่อน [มนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมห้องไม่ค่อยดี] อาจารย์เจิ้ง นี่เป็นเรียงความใหม่ที่หนูเขียน หนูอยากให้ครูช่วยดูให้หนูก่อน ได้สิ เดินไปด้วยพูดไปด้วยแล้วกันนะ [จริง ๆ แล้ว] [นั่นน่ะเป็นอาจารย์ภาษาและวรรณกรรม] [ที่โดดเด่นคนหนึ่ง] [ให้ความลำเอียงที่ธรรมชาติที่สุดในสายอาชีพ] [กับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ด้านการเขียน] [และชื่นชอบในวรรณกรรมคนหนึ่ง] เวลาจรดปากกา [ฤดูใบไม้ผลิ] ต้องถอยหลังก่อนค่อยหมุนกลับ – น่าไม่อายจริง – ทำอะไร – กลางวันแสก ๆ – นี่ทำอะไรน่ะ ในห้องทำงานนะพวกคุณ คุณยังปกป้องมันอยู่อีกใช่ไหม ทำอะไรน่ะ

    – แต่อาสะใภ้เล็กในตอนนั้น – คุณไม่กลัวคนเห็นเลยนะ – กลับยืนยันในความคิดตัวเอง -ดูซิ ครูโรงเรียนคุณน่ะ [ว่าระหว่างอาเล็กกับถังรั่วหลิน] [คือความสัมพันธ์แบบนั้น] กลางวันแสก ๆ ในห้องทำงาน คุณ [พออาสะใภ้เล็กสร้างความวุ่นวายแบบนี้] – เรื่องก็กระจายไปทั่วโรงเรียน – ถังรั่วหลิน เป็นแบบนี้ได้ไง [ไม่มีใครยอมฟังคำชี้แจงของอาเล็ก] แล้วยังเอาหน้าไปแนบกันอีก [ทุกคนต่างก็จินตนาการ] [ถึงฉากความรักระหว่างครูศิษย์] [เพราะแบบนั้นมันน่าตื่นเต้นดี] เพราะปัญหาชู้สาวในชีวิตส่วนตัว ส่งผลร้ายแรงต่อ ระเบียบการสอนของโรงเรียนโดยปกติ ส่งผลกระทบที่เลวร้ายมาก [อาเล็กหย่าแล้ว] ให้กับโรงเรียน [โรงเรียนลงโทษทางวินัยอาเล็กต่อสาธารณะ] [ยึดบ้านพักคืน] แจ้งการตำหนิอาจารย์เจิ้งหงโดยรู้ทั่วกัน [บันทึกการลงโทษ] [และออกจากตำแหน่งอาจารย์ประจำชั้น] [สั่งให้เขียนทบทวนตัวเองอย่างจริงจังลึกซึ้ง] [เด็กผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อถังรั่วหลิน] [ก็ออกจากโรงเรียนและหายตัวไป] [จากนั้นเป็นต้นไป ชีวิตของอาเล็ก] [ก็ยากขึ้นทุกวัน] ฉันรู้สึกแย่แทนพวกเขามากจริง ๆ ตอนนั้นถังรั่วหลินน่าจะอายุ ใกล้เคียงกับฉันสินะ ทุกคนไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลย ไม่ยุติธรรมกับอาเล็กมาก ๆ ด้วย ไม่ได้แล้ว ฉันต้องช่วยพวกเขา ฉันต้องช่วยอาเล็ก ช่วยยังไง ผ่านมาตั้งหลายปีขนาดนี้แล้ว

    ฉันไม่สน ฉันจะให้พี่มาด้วยกันกับฉัน ช่วยอาเล็กกู้คืนชื่อเสียง เอาความสุขคืนมา ในส่วนของถังรั่วหลิน พี่ดูสิเมื่อปีนั้นเขาโดนใส่ร้าย ต่อให้เขาชอบอาเล็กจริง ๆ งั้นฉันก็ยังเข้าใจได้ ชอบคุณไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันแค่อยากเป็นตัวเองที่ดีกว่าเดิม แต่คุณคือน้ำทะเลสาบผืนนั้นที่ส่องเข้ามาหาฉัน เจิ้งหนานอินฉันจะเตือนเธอนะ คนอื่นเป็นยังไงฉันไม่สน แต่ก่อนที่เธอจะสอบเข้ามหาลัย ไม่อนุญาตให้มีความรัก นี่เป็นคำสั่งที่อาสะใภ้สามสั่งฉันมา พี่ พี่จำตอนพี่อายุ 17 ไม่ได้แล้วเหรอ ลืมแล้ว เจิ้งซีเจวี๋ย พี่รู้ไหมเนี่ย พี่ดูท่าทางพี่ตอนนี้สิ พฤติกรรมพี่ตอนนี้ มันทรยศวัยเยาว์ของพี่ ทรยศอดีตของพี่ มิน่าทุกคนถึงบอกกัน ว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ คือการเปลี่ยนจากไข่มุกล้ำค่า ไปเป็นลูกตาปลา มันก็ยังไม่ควรเป็นแบบพี่อย่างนี้สิ เป็นลูกตาปลาตายจริง ๆ นั่นก็ว่าเธอนั่นละนะ ไม่มีผลกับฉันหรอก รายงานตัวครับ เข้ามา [สแลมดังก์] ซูหย่วนจื้อ อาจารย์ครับ เมื่อกี้ไปไหนมา เมื่อกี้ไปห้องน้ำมาครับ ขอลากับอาจารย์แล้วนะ ไป แก้โจทย์ข้อนี้หน่อย รู้ไหมทำไมต้องให้ผิด ไม่รู้ เขาทำความผิดที่ไม่ควรทำที่สุดอย่างหนึ่ง คืออะไรเหรอ ไม่รู้ครับ หน่วยวัดเป็นกิโลกรัมหรือกรัม

    ง่าย ๆ สบาย ๆ จังนะ ครืด ๆ ๆ เขียนเสร็จก็ไปแล้ว พูดง่าย ๆ เรียกว่าไม่รอบคอบ แต่ถ้านี่เป็นสนามสอบเข้ามหาลัย คือการไม่รับผิดชอบต่ออนาคตของเธอ ใช่ไหมล่ะ อาจารย์เจิ้งคะ หนูรู้สึกว่าอาจารย์ ทำให้เรื่องมันใหญ่หรือเปล่าคะ ก็แค่หน่วยวัดเองนะคะ ไม่ได้ให้คะแนนตามขั้นตอนเหรอคะ ใช่ไหม ศูนย์คะแนนก็มากไปแล้วนะ [ตอนมัธยมหก] [ผมเคยทะเลาะกับครูคณิตศาสตร์] [เพื่อเส้นช่วยหนึ่งเส้น] [เจิ้งซีเจวี๋ย เก่งนักนะ] ตอนนี้ยังจบเรื่องหนึ่งลากไปเรื่องอื่นได้ คิดว่าที่ฉันพูดมันมีปัญหา นายคิดว่าตัวเอง เก่งกว่าครูใช่ไหม ครูคะ ทำไมครูถึงคิดว่าตัวเอง เป็นฝ่ายถูกแน่นอน แล้วพี่หนูเป็นฝ่ายผิดล่ะคะ ครูเองก็เป็นแค่ บัณฑิตจากมหาลัยครู พี่หนูน่ะ จะไปเรียนที่ชิงหวาค่ะ [หนังสือทบทวนตัวเอง] [มีอารยะงดงาม รักเรียนคิดดี] [ตอนที่ผมได้หนังสือแจ้งอาจารย์มืออาชีพ] [รู้สึกว่าคนที่รู้สึกผิดด้วยที่สุด] [ก็คือเจิ้งหนานอิน] [แต่วันนี้] [เธอไปปกป้องคนอีกคนหนึ่ง] [อย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง] อาจารย์เจิ้งพูดถูกแล้ว ไม่เป็นไร จากนี้ผมจะระมัดระวัง ไม่ให้อาจารย์จับได้แล้วครับ ไม่ให้ครูจับได้เหรอ ฉันจะบอกนายให้นะ

    เล่นลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ มีแต่จะทำร้ายตัวเอง การสอบเข้ามหาลัยของนาย ไม่ใช่การสอบของฉัน [โรงเรียนมัธยมเมืองหลงเฉิงที่ 1] พี่ รอด้วยสิ พี่ หนูขอละ อย่าบอกแม่ได้ไหม ไม่มีทาง นี่มันสายตาอะไรกัน ซูหย่วนจื้อนั่นมันเล่นไร้สาระไปเรื่อย ห้ามพี่ว่าเขาแบบนี้นะ หนูรู้ ก็เหมือนที่หนูเกลียดเฉินเยียน ยังไงพี่ก็จะไม่ยอมรับซูหย่วนจื้อ ต่อให้เป็นหวังหย่วนจื้อ หลีหย่วนจื้อ โจวหย่วนจื้อก็เหมือนกันหมด ตั้งแต่พี่มีแฟน หนูก็รู้ว่าพี่ไม่ใช่ พี่ชายคนเดียวของหนูแล้ว งั้นหนูกัดฟันยอมรับเฉินเยียนได้ ทำไมพี่ต้องไปหาเรื่อง ซูหย่วนจื้อด้วยล่ะ อีกอย่างหนูน่ะชอบเขา เขาก็ไม่รู้ตัว หนูไม่ได้รักก่อนวัยอันควรซะหน่อย หรือว่าอนุญาตให้พี่เติบโตได้คนเดียวเหรอ เธอจะไปไหน หนูจะไปหาอาเล็ก อาเล็กไม่อยู่ หนูไปทำความสะอาดให้อาเล็กไม่ดีหรือไง เธออยู่บ้านยังไม่ทำความสะอาดเลย หนูปรึกษากับพี่ตงหนีดีแล้ว พวกเราจะเปลี่ยนชีวิตของอาเล็ก เธอเอากระทู้นั้นให้ตงหนีดูเหรอ ใครจะเหมือนพี่ ในสายตามีแต่เฉินเยียน ไม่มีคนในครอบครัวอย่างพวกเรา เราสองคนไม่โง่นะ วางใจเถอะ ๆ ไม่ต้องให้พี่มาช่วยหรอก พี่ไปหาเฉินเยียนที่รักของพี่เถอะ [โรงเรียนมัธยมเมืองหลงเฉิงที่ 1] เขาเป็นอะไรเหรอ ต้องไปง้อเจ้าเด็กแสบนี่หน่อย ไม่ไปเดินเล่นเหรอ

    ไปสิ ไปทำความสะอาดหอพัก ให้อาเล็กก่อนแป๊บหนึ่งได้ไหม แป๊บเดียว จากนั้นเราค่อยไป ไปกันเถอะ ๆ ๆ ยืนยัน แป๊บเดียว ไป หนานอิน เธอช้าหน่อยสิ อาเล็กของคุณอยู่ที่นี่เหรอ แต่ก่อนเขามีห้องชุดสองห้องนอนอยู่ หลังหย่าก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ อยู่ไปอยู่มาก็แปดปีแล้ว เขาไม่แต่งงานใหม่อีกเหรอ ตอนนี้แต่งงานก็ต้องมีบ้าน สถานการณ์ของอาเล็กแบบนี้ใครจะยอม หนานอินล่ะ เขาบอกว่าเขาจะไปซื้อเจ้านั่น ไม้ถูพื้นกับถังขยะ เขาลงตึกไปแล้ว ผมคุ้นที่นี่มากกว่าเขา ไม่ได้แล้ว ผมไปดูหน่อยดีกว่า คุณรอผมแป๊บนะ [ถังรั่วหลิน] [การเขียนของเธอละเอียดและจริงใจ] [ความรู้สึกปลายปากกาคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ] [ขณะเดียวกันครูก็รู้สึกเป็นเกียรติ] [ที่ได้ช่วยชี้นำแนวทางให้งานของเธอ] [ให้แสงไฟแห่งพลัง] เจ้าเด็กนี่ ออกไปก็ไม่รู้จักล็อคประตู เธอคือเฉินเยียน แฟนของซีเจวี๋ยใช่ไหม สวัสดีนะ สวัสดี ผมคืออาเล็กของซีเจวี๋ย ผมเจอซีเจวี๋ยที่ชั้นล่างแล้ว เขาบอกพวกคุณมาแล้ว เจ้าเด็กนี่ พาคุณมาก็ไม่บอกก่อนล่วงหน้า แล้วยังให้คุณมาช่วยผมทำความสะอาดอีก หลังจากนี้ ผมจะต้องดุเขาแน่นอน พอแล้ว คุณไม่ต้องทำแล้ว มา รีบออกมานั่งเถอะ อาจารย์เจิ้งคะ สองสามปีมานี้ คุณใช้ชีวิตได้ดีไหมคะ

    คุณคือ ฉันคือ ทำไมเธอ เป็นแบบนี้ ประโยคนี้หนูควรถามครูนะคะ ทำไมครูถึงเป็นแบบนี้ ฉันไปชั้นล่าง ไปเจอซีเจวี๋ยหน่อยนะ ครูเจิ้งคะ เรื่องในอดีต ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว ตอนนี้เธอคือ ฉันคือเฉินเยียน อาเล็ก พวกเรากลับมาแล้ว กลับมาแล้วเหรอ อาเล็ก แนะนำให้รู้จักหน่อย นี่คือเฉินเยียน ที่ผมเคยบอกอาเมื่อก่อน นี่อาเล็กผมเอง เฉินเยียน สวัสดีนะ สวัสดีค่ะอาเล็ก อาเล็ก นี่การบ้านนักเรียนตั้งแต่เมื่อไรเหรอ ทำไมใช้พู่กันใส่ความคิดเห็นไว้ อย่าไปจับอันนั้น บนนั้นมีแต่ฝุ่น ให้หนูดูหน่อยสิ เอามาให้พี่ เชื่อฟังสิ ใจแคบ ฉันเอาสมุดเรียงความพวกนี้ไว้ตรงนั้นแล้วนะ ได้ไหม ได้สิ เฉินเยียน ๆ เอาผ้าม่านนั่นมาให้ผมหน่อยสิ อาเล็ก เตียงนี่นอนยังไงคะเนี่ย มีแต่ฝุ่น ระวัง ๆ ข้างล่างมีขวด ระวังโหล โอเค [อาสามกับอาสะใภ้สาม] [เชิญคุณมากินข้าวที่บ้าน] [ผมรู้สึกนะ] [อาสะใภ้สามจะยอมรับ] [ลูกสะใภ้แซ่เจิ้งอย่างคุณแล้วละ] [หลงเฉิงมุ่งสู่ฤดูใบไม้ผลิ] ว่ามาเถอะ ใครให้ต้นฉบับนายมา

    ไม่มีใครครับ ผมลอกมาจากนิตยสารเล่มหนึ่งครับ [นี่มันเป็นไปไม่ได้] เจิ้งหนานอินหรือเปล่า ไม่ใช่เขาครับ จากตอนนี้ไป ภายในเวลาหนึ่งเดือน ต้องส่งเรียงความเพิ่มสองฉบับทุกสัปดาห์ ทุกฉบับห้ามน้อยกว่าหนึ่งพันตัว ไม่สิ ครูครับ ผมลอกมาสองสามท่อน… อาเล็ก เรียกฉันว่าอาจารย์เจิ้ง เรื่องนี้อย่าโทษเขาเลย หนูยุเขาเอง อาอย่าโกรธเลยนะ พวกเรารับรู้ความผิดแล้ว อาอย่าลงโทษเขาแบบนี้ได้ไหมคะ ที่ฉันทำแบบนี้ เพื่อลงโทษเขาอย่างเดียวเหรอ ก็ไม่ใช่เพราะเธอเหรอ หนูทำอะไรกัน หนูไม่ได้ทำอะไรเลยนะ สถานการณ์ของเธอตอนนี้มันเป็นยังไง ในใจของเธอเอาให้ชัดเจนนะ ไม่สิ อาเล็กคะ ทำไมอาก็พูดแบบนี้ล่ะคะ อาไม่เข้าใจหนูเลย อารู้ไหม สัปดาห์นี้หนูน่ะ หนูคิดทุกวันเลย ว่าจะช่วยแก้ไขวงจรชีวิตของอายังไงดี ให้คนพวกนั้นไม่ใส่ร้ายอาอีก อานี่แย่จริง เหมือนกับพวกหัวเก่าพวกนั้นเลย ในทางกลับกันก็ใช้อำนาจเผด็จการกับหนู นี่เธอพูดอะไรอยู่ ยังไงซะอาเล็ก ถ้ายืนกรานจะลงโทษซูหย่วนจื้อละก็ จากนี้หนูจะไม่ช่วยอาแล้วนะ หนูจะไม่เรียกอาว่าอาอีกตลอดไปเลย หนานอิน นายว่าทำไมความจำของอาเล็ก ถึงได้ดีแบบนี้กันนะ เรียงความเมื่อแปดปีที่แล้ว มองครั้งเดียวก็ดูออกว่านายลอกมา ในโลกของฉันแต่เดิมทีไม่มีแสง จนกระทั่งกลายเป็นนักเรียนของคุณ คุณเป็นผู้พาฉันสู่พระราชวังแห่งวรรณกรรม ช่วยส่องแสงทางข้างหน้าให้แก่ฉัน เพราะแสงนี้ถึงทำให้ฉันรู้ ว่าชีวิตไม่ได้มีแค่ความมืดมิด ฉันรู้แล้ว

    ฉันรู้แล้วว่าเจ้านี่ใครเป็นคนเขียน มา ๆ ๆ ยกแก้วกัน ยินดีต้อนรับนะเฉินเยียน – มา ยินดีต้อนรับ ๆ – ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะอาสามอาสะใภ้สาม ขอบคุณค่ะ มา ๆ ๆ อาหารนี่ นี่มันละลานตามากเลยนะคะ คุณ คุณพูดสักสองประโยคเถอะ คุณเป็นตัวแทนเถอะ ค่ะ เฉินเยียน ดีใจมากเลยนะที่เธอมาสู่ครอบครัวของพวกเราได้ พ่อแม่ของซีเจวี๋ยจากไปไว ต้องมีจุดที่เราดูแลได้ไม่ครอบคลุมแน่นอน เห็นพวกเธอสองคน ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ ได้พึ่งพากันและกัน ในใจของฉันและอาของเธอ ไม่ต้องพูดเลยว่าจะวางใจแค่ไหน ขอบคุณค่ะอาสะใภ้สาม แล้วก็นะเฉินเยียน ให้อาสามพูดสักประโยคนะ เธอต้องจำให้ขึ้นใจ บ้านอื่นแต่งสะใภ้อะไรที่ควรทำควรมี บ้านเราแต่งสะใภ้ก็จำเป็นต้องมี ห้ามทำให้เฉินเยียนรู้สึกน้อยใจ อีกอย่างนี่คือครอบครัวของซีเจวี๋ย ขอแค่เธอยินยอม ในอนาคตนี่ก็จะเป็นครอบครัวของเธอ ขอบคุณค่ะอาสาม เอาละ เอาละ หยิบตะเกียบ ๆ กินข้าวเถอะ เร็ว คีบอาหารให้เฉินเยียน ครับ ฉันทำเอง ๆ ไม่เป็นไร

    – คีบปลานี่สิ – ผมเอง อันนี้ผมหั่นเองนะ มา ฉันเอง ๆ เธอกินข้าวเถอะ เธออย่าสนเลย อันนี้ผมก็หั่นเอง ฮัลโหล ตงหนี พวกเขาถึงนานแล้ว พวกเรากำลังกินข้าวอยู่ ฉันจำได้ จำได้สิ พอแล้ว เธอไม่ต้องกังวลใจแล้ว ฉันรู้ โอเค แล้วเจอกันนะ พี่ผมเป็นอะไรเหรอ เฉินเยียน เธอนั่งลง นั่งลง นี่คือของขวัญที่ลูกพี่ลูกน้อง ของซีเจวี๋ย ตงหนี ส่งมาให้เธอจากประเทศเยอรมัน ทำไมเขาไม่เคยบอกผมมาก่อนเลยล่ะ สัปดาห์ที่แล้ว ๆ ฉันคุยโทรศัพท์กับตงหนี เขาเป็นห่วงสถานการณ์ของพวกเธอสองคน ฉันก็บอกว่าพวกเธอสองคน พัฒนาไปได้ราบรื่นมาก ฉันดูแล้วว่าแน่นอนแล้วละ มา ตงหนีก็บอกว่า ต้องส่งของขวัญมาให้เฉินเยียนชิ้นหนึ่ง ตงหนียังฝากฉันมาบอกเธอด้วยนะ บอกอะไรนะ ให้เธอเอาความทรงจำที่งดงามทั้งหมด เอาใส่เข้าไป พี่สาวผมพูดอะไรดี ๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอ มา พวกเรามาเปิดดูกัน อันนี้น่าจะเรียกว่ากรอบรูปดิจิตอลนะ ชอบไหม นี่ นี่ทำไมถึงมีรูปสมัยเด็ก ของจางตงหนีด้วยล่ะ

    นี่ไม่ใช่ตอนอยู่มัธยมปลายเหรอ เขาน่าจะลองใช้แล้วลืมลบละมั้ง งั้นก็ลบเถอะ ผมเอง ซีเจวี๋ย ฝากบอกลูกพี่ลูกน้องคุณหน่อยนะ ว่าขอบคุณ แต่ว่า ฉันจะไม่ใช้มัน เก็บอดีตของฉัน ฉันจะใช้มัน เก็บอนาคตของเราสองคน ใช่ ๆ ๆ งั้นเราก็เอารูปแต่งงานใส่เข้าไปเถอะ – ถ่ายชุดใหญ่ฉายวนซ้ำ ๆ ไปเลย – ใช่ ๆ โอเค ดีมากเลย ๆ มา ๆ ๆ รีบกินข้าวกันเถอะ รีบให้ คีบอาหารให้เฉินเยียน มาเร็ว แล้วก็อันนี้ด้วย มา พี่ หนูค้นพบความลับที่ใหญ่มากเรื่องหนึ่ง หนูจะบอกพี่นะ หนูกำลัง… นี่แกสร้างความวุ่นวายอะไรกัน ไม่แยกแยะเวลาเลย ทำอะไรไม่รอบคอบเลย พวกคุณเดาซิว่าหนูเจออะไร อะไร เรียงความของถังรั่วหลิน เรียงความของใครนะ ถังรั่วหลิน ถังรั่วหลินคนนั้นที่อยู่มัธยมหกห้องห้า เมื่อแปดปีที่แล้ว ดูสิ กินข้าว อย่ามาพูดไร้สาระ หนูไม่ได้พูดไร้สาระนะ จนตอนนี้อาเล็กยังเก็บเรียงความเขาไว้อยู่เลย แล้วที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ

    เขาจำได้ทุกประโยค มีเพื่อนในห้องเอาไปลอกแล้วไม่ใช่เหรอ เขาดูทีเดียวก็ดูออกเลย เขาว่าหนู ดูที่โดนฉีกนี่สิ พอแล้ว เงียบปากไปเถอะ คุณเป็นอะไรเหรอ เป็นอะไรเหรอ ฉัน อยู่ดี ๆ ก็ปวดท้องน่ะ ต้องเป็นเพราะดื่มเหล้าท้องว่างแน่เลย เธอรีบไปในห้องของซีเจวี๋ยเร็ว – ไปพักผ่อนหน่อย – เร็ว ๆ ๆ ไม่ต้องหรอกค่ะ ๆ คุณไปพักเสียหน่อย เดี๋ยวฉันหายาให้เธอหน่อยนะ ไม่เป็นไร เธอรีบไปพักสักหน่อยเถอะ ไม่เป็นไรค่ะ อาสะใภ้สาม ไม่เป็นไร รินน้ำร้อนให้เฉินเยียนแก้วหนึ่งนะ อารมณ์เปลี่ยนไวอะไรขนาดนี้ ทำไมเขามีท่าทีตอบโต้แบบนี้กัน เจ้าเด็กแสบนี่ แกมาสร้างความวุ่นวายที่นี่สินะ แกรู้ไหม หนูทำไมกันล่ะหนูน่ะ หิวจะแย่อยู่แล้ว กิน ๆ แกไปโรงเรียนเรียนเองภาคค่ำไม่ใส่ชุดนักเรียน แต่แกใส่ชุดนี้นี่แปลว่าอะไรกัน แต่งตัวประหลาดไม่เรียบร้อย ต้องไปเปลี่ยน นี่ดูดีมากนะ ดูดีอะไรกัน คุณให้เขาใส่ไปเถอะ ใช่ว่าเขาไม่เคยใส่ชุดของตงหนีซะหน่อย กระโปรงนี่ถ้าไม่ใส่ ผ่านไปสองวันก็หมดฤดูแล้ว คุณจะไปรู้อะไร เจิ้งหนานอิน ฉันจะบอกแกให้นะ แกอย่ามองคนอื่นเขาเป็นคนโง่ไปหมด ช่วงเวลานี้

    แกมองกระจกทั้งวัน กับที่แต่งตัวตัวเองนั่นน่ะ แกคิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอ แกใส่กระโปรงตัวนี้ แกจะใส่ให้ใครดูกัน หนูใส่ให้ตัวเองดู ฉันจะบอกแกให้นะ ถ้าวันนี้แกไม่เปลี่ยนกระโปรงตัวนี้ แกก็อย่าคิดจะออกจากประตูบ้านนี่ – เดี๋ยวฉันไปลาทางครูเอง – หนูไม่เปลี่ยน ใส่ชุดนักเรียนไปเถอะ พี่สาวยังมองอยู่นะ ก็จะไม่เปลี่ยนนี่ มีอะไรก็พูดให้ชัดเจนเลย ไม่ใช่มาถามว่าหนูใส่ไปให้ใครดูไหม หนูจะบอกพวกคุณให้นะ เขาชื่อซูหย่วนจื้อ หนูไม่ใช่แค่จะใส่กระโปรงให้เขาดู หนูยังอยากเข้ามหาลัยเดียวกันกับเขาด้วย หนูอยากอยู่เมืองเดียวกันกับเขา ยังจะมาพูดอยู่นี่อีก อาสะใภ้สาม คุณตีเด็กมันทำไมเนี่ย หนานอิน ซีเจวี๋ย ฉันไปเอง คุณจะไปทำไม คุณนั่นแหละ คุณนั่นแหละให้ท้ายทั้งนั้น คุณยังกล้ามาพูดอีก อาสาม ผมไปเองดีกว่า ซีเจวี๋ย คุณรอผมแป๊บนะ แป๊บเดียวครับ คุณทำอะไรเนี่ย แบบนี้คุณได้แก้ปัญหาอะไรเหรอ นี่ยังมีแขกอยู่นะ กลิ่นอะไรน่ะ ฉันตั้งหม้อเอาไว้น่ะสิ เหล่าเจิ้ง ๆ เอาไม้ถูมา ฉันไปเองค่ะ ๆ ไม่ต้อง ๆ เฉินเยียน ให้เธอต้องมาขำพวกเราแล้ว เธอนั่งเถอะ นั่ง ๆ

    ฉันเอง ๆ ๆ คุณเร็วหน่อยสิ มาแล้ว ๆ [มัธยมหกห้องห้า] พี่สะใภ้สาม รบกวนพี่เรื่องหนึ่งนะ ช่วยผมติดต่อซุนลู่นั่นอีกครั้งหน่อย ใช่ ก็ที่นัดดูตัวกันคราวก่อนละ ได้ ได้ [ฟังเธอบ่นนานขนาดนั้น] [กำลังสนทนากับหลิวหั่ว] [ถ้าเธอยังไม่พูดเรื่องอื่นฉันจะวางแล้วนะ] อย่า ๆ ๆ ฉันไม่พูดแล้วก็ยังไม่โอเคหรือไง [จริงด้วย] เฉินเยียนไปบ้านพวกเธอ คุยกับพ่อแม่เธอเป็นไงบ้าง [กำลังคุยกับคุกกี้] [อย่าพูดถึงเลย] [พี่ ไม่ใช่ว่าฉันเคยบอกพี่เหรอ] [ที่ซูหย่วนจื้อลอกเรียงความของถังรั่วหลิน] [แล้วถูกอาเล็กจับได้แล้วน่ะ] [กลับบ้านตอนกำลังบอกกับพี่ชาย] [จากนั้นถังรั่วหลินก็โอ้ย ๆ] [ปวดท้องขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ] [เขาเอาแต่จะตัวติด] [อยู่กับพี่ชายตลอดเวลา] งั้นเหรอ จริงด้วย พี่ แล้วก็ยังมีกระทู้วงในที่น่าตกใจนั่นด้วย พี่จำได้ไหม [ตอนนี้ดังในโรงเรียนเราแล้ว] [ทุกคนกำลังแสดงความเห็น] [เกี่ยวกับท่าทางของอาเล็กสมัยนั้นกัน] [แล้วก็ยังมีถังรั่วหลิน] [ตอนนั้นพวกพี่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันเหรอ] [พี่มีรูปของเขาไหม] ไม่มี ตอนพวกเราถ่ายรูปจบการศึกษา เขาออกจากโรงเรียนไปแล้ว อยากรู้จังว่าเขาหน้าตาแบบไหน เขาดูดีไหม ก็อย่างนั้นแหละ ยังไงซะก็ไม่ได้ดูดีเท่าพี่ของเธออย่างฉัน

    [นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ใครจะไปเทียบพี่ได้] [ไม่งั้นเอางี้ไหม] [อีกแป๊บเดี๋ยวฉันลงกระทู้ใหม่] [ฉันให้พวกเพื่อน ๆ ในเน็ตช่วยกันหาเขา] พี่ พี่ว่า ถ้าหาถังรั่วหลินเจอจริง ๆ อาเล็กจะเซอร์ไพรส์มากไหม ถ้าเธอหาเจอแล้วจริง ๆ เกรงว่าจะไม่ใช่แค่เซอร์ไพรส์น่ะสิ พี่ ทางพี่พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว [ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนาย ซีเจวี๋ย] [ซีเจวี๋ย เร็วเข้า] [ให้น้าซุนแกสิ] [ไม่ต้อง ๆ] ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ๆ เจิ้งหงของเรา น้องชายผมคนนี้น่ะ อยู่ที่โรงเรียน สอนหนังสือให้ความรู้คน แล้วก็ไม่ชอบพูด ปกติก็ไม่ได้พูดเก่งมาก แต่ว่าเข้ากันกับนักเรียนได้ไม่เลวเลย หม้อเดือดแล้ว มา เอาเกี๊ยวลงเถอะ ซีเจวี๋ยของเรามีโชคจริง ๆ แค่มองก็รู้ว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิง แบบที่รู้จักใช้ชีวิต จุดนี้น่ะ ตงหนีกับหนานอินสู้ไม่ได้หรอก นั่นก็เพราะพวกเขาโชคดีกว่าฉันค่ะ อะไรกัน เธออย่าว่าอานะที่ดูแลได้ไม่ดี จะว่าไปเธอก็เป็นแขก ฉันยังให้เธอมาช่วยงานอยู่นี่อีก จะเป็นไปได้ไงคะ แต่ว่าในใจฉันนะ ฉันมองเธอเป็นคนในครอบครัวนานแล้ว มา เจิ้งหง เร็ว ดูแลให้เสี่ยวซุนมากินข้าว

    ได้ มา เกี๊ยวเสร็จแล้ว เกี๊ยวสุกแล้ว คุณนั่งตรงนี้นะ คุณนั่งตรงนี้นะ ฉันช่วยเถอะค่ะ ไม่ต้อง ๆ คุณนั่งเถอะ ฉันไปหั่นผลไม้นะคะ คุณไม่ต้องทำงานแล้ว ผมไปเอง คุณพักหน่อยนะ มา นี่ใครกัน พักหน่อยนะ – แฟนของซีเจวี๋ย เฉินเยียน – มา ผมเอง มา พี่สะใภ้สาม สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ เสี่ยวซุน เกี๊ยวนี่คุณต้องลองชิมดูดี ๆ นะ นี่เป็นฝีมือของพี่สะใภ้สามผมเอง มา ชิม ๆ ชิมดู ๆ ชิมดู ๆ ชิมดู ๆ ชิม ๆ ชิม ๆ เป็นไงบ้าง อร่อยค่ะ พี่สะใภ้สามคะ คุณต้องสอนฉันเยอะ ๆ นะ ได้สิ ชอบกิน

    คราวหลังก็ให้เจิ้งหงพาคุณมาบ่อย ๆ นะ ได้ค่ะ เสี่ยวซุน เมื่อกี้บอกว่าคุณมีลูกแล้ว กี่ขวบแล้วล่ะ อายุ 10 ขวบแล้วอยู่ประถมห้าค่ะ ฉันยังกังวลใจอยู่เลย ฉันกลัวเขาเข้ามัธยมหลงเฉิงที่ 1 ไม่ได้ ตอนนี้ดีหน่อยมีเจิ้งหงอยู่ ฉันก็วางใจแล้ว งั้นก็แน่นอนแล้วละ แน่นอนแล้ว ผลไม้มาแล้ว ผลไม้ นี่เป็นผลไม้ที่เสี่ยวซุนเอามา จริงเหรอ ใช่ ๆ ๆ พี่สามพี่สะใภ้สาม พวกคุณชิมดูเยอะ ๆ นะคะ นี่เป็นผลไม้ที่ฉันตั้งใจให้ลุงใหญ่ ส่งมาให้จากไห่หนานเลยนะคะ ฉันทำใจกินไม่ได้แม้แต่คำเดียวเลย มา ๆ ๆ มา เสี่ยวเฉิน มาลองกินมะม่วงนี่ดู อย่า เขาแพ้มะม่วง เอางี้ คุณให้ผม อาเล็กครับ อารู้ได้ไงว่าเขาแพ้มะม่วง ไส้นี้ไม่เลวเลยนะ ก็แน่นอนว่าคุณเป็นคนบอกอาเล็กละ คุณจำไม่ได้แล้วเหรอ ใช่แล้ว คราวก่อนที่ฉันเจอกับซุนลู่ แกไม่ได้พูดกับฉันเรื่องของ เฉินเยียนขึ้นมาเหรอ แกลืมแล้วแน่เลย บอกว่าพี่เป็นคนแก่ก็ยังไม่ยอมนะ หนูฉลองวันเกิดรอบหน้า เดี๋ยวเอาเมลาโทนินมาให้หน่อยแล้วกัน

    เกี๊ยวยังอุดปากเธออยู่เลยนะ อร่อยมากเลยนะ คราวนี้ดีเลย จากนี้ถ้ามีเจิ้งหงอยู่ ฉันก็วางใจแล้ว ผู้หญิงคนนี้ตลกจริง ๆ เขามองอาเล็กเป็นติวเตอร์แบบไม่คิดเงินแล้ว พี่ว่าอาเล็กไปชอบอะไรเขากัน ใช่แล้ว แต่ก่อนอาเล็กไม่ได้รู้สึก อะไรกับเขาชัด ๆ กาลเวลาเป็นภัยต่อความเยาว์จริง ๆ ไม่ได้แล้ว ฉันต้องไปปรึกษาพี่ตงหนี เธอคิดจะทำอะไร ฉันจะปลุกศักดิ์ศรีของอาเล็กให้ลุกคืนมา จะให้เขาตกต่ำถลำลึกไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถ้าหาถังรั่วหลินในปีนั้นได้ ก็ดีแล้วสิ เธออย่าได้เพิ่มปัญหานะ เรื่องนี้มันผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว อีกอย่าง ต่อให้เธอหาถังรั่วหลินเจอ อาเล็กก็จะมีชีวิตจิตใจเปลี่ยนไป กลายเป็นคนใหม่ได้งั้นเหรอ ทำไมพี่พูดเหมือนแม่เลย ยังไงซะซุนลู่นั่นก็เทียบกับอาเล็กไม่ได้ อาเล็กก็ไม่ตกหลุมรักเขาหรอก งานแต่งที่ไร้รักมันไม่ถูกศีลธรรม เด็กแสบแบบเธอจะไปรู้อะไร พี่ ๆ คุยอะไรกับพี่หน่อย วันนี้ตอนเย็น… เคาะประตูก่อนแล้วบอกว่ารายงานตัว ไป รายงานตัวค่ะ เข้ามา ครูเจิ้งคะ หนูมาบอกคุณ ว่าตอนเย็นวันนี้จะต้องมาเข้าร่วม เรียนเองภาคค่ำคาบสองของพวกเรานะคะ มีการแสดงค่ะ วิชาเรียนเองคาบสองภาคค่ำของห้องพวกเธอเหรอ นี่ไม่ใช่ของอาเล็กเหรอ เจิ้งหนานอิน ฉันจะเตือนเธอนะ อย่าได้เล่นลูกไม้อะไรนะ ดังนั้นพี่ก็ต้องมาดูฉันให้ดีไง ไปละ มาประตูหลังนะอย่ามาประตูหน้า ถ้าไม่มาขาดกัน

    [เฉินเยียน] [ตอนเย็นที่โรงเรียนมีธุระชั่วคราว] [ไปรับคุณไม่ได้แล้วนะ] ตอนประชุม ฉันก็พูดชัดเจนหมดแล้วนะ ตอนแขกผู้มีเกียรติถกถึงเรื่องอยู่ดูแลเด็ก ต้องใช้วิธีถ่ายระยะใกล้แน่นอนสิ คุณให้พวกเขาลองดูเองหน่อยสิ – วิดีโอที่ตัดออกมาตอนนี้มันเป็นเหตุเป็นผลไหม – เขาบอกผมแล้ว พวกคุณเอา… ฮัลโหล อีกแป๊บผมจะไปที่มัธยมหกห้องห้า แย่แล้ว แบตหมด ห้องที่อยู่ตรงมุมชั้นสองละ คิดถึงคุณแล้วนะ ใครน่ะ ตัวแทนวิชาภาษาและวรรณกรรมของคุณไง ขอโทษนะคะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ ฉันนึกว่าคุณเป็นเพื่อนร่วมห้องเก่าฉัน ไม่เป็นไรครับ ขอโทษค่ะ ๆ พอดีเลย ขอยืมใช้มือถือคุณหน่อยได้ไหมคะ มือถือฉันแบตหมดแล้ว มีสายที่ทำงานเร่งด่วน ที่สำคัญมากอยู่สายหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ ๆ ๆ ขอบคุณ ฉันเอง ทำใหม่ให้หมด พรุ่งนี้ตอน 10 โมงเช้าฉันจะต้องเห็นราฟคัตนะ ทำไม่เสร็จเหรอ ทำไม่เสร็จเหรอ ได้สิ มากสุดพวกเราก็ลาออกด้วยกันซะ ขอบคุณนะคะ ฉันชื่อเจียงอี้ค่ะ ผมชื่อ… เจียงอี้ หลิวซินเจียง ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณนะคะ นี่เธอจำคนผิดแล้วเหรอ

    ใช่ ๆ ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว [มัธยมหกห้องห้า] เป็นอย่างนี้ได้ไง ไฟพังหมดแล้วเหรอ ♫แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู♫ ♫แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู♫ ♫แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู♫ ♫แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู♫ – อาจารย์เจิ้ง – สุขสันต์วันเกิด ขอบใจนะ ขอบใจนะทุกคน [สุขสันต์วันเกิด อาจารย์เจิ้ง] เอาละ เก็บเลยเถอะ เรามาเรียนกันต่อ วันนี้เรามาคุยเรื่องข้อสอบประจำเดือนกัน [ขอให้ครูเจิ้งหงมีความสุขในวันเกิด] สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ให้นักพรต คือความอยุติธรรมและความโสมม แต่พี่น้องของฉัน ถ้าคุณอยากกลายเป็นดวงดาวดวงหนึ่ง คนพวกนี้เธอติดต่อมาเองเหรอ คุณต้องไม่ส่องแสงให้พวกเขาโดยระลึกถึงวันวาน [ขอให้ครูเจิ้งหงมีความสุขในวันเกิด] วิถีของผู้สร้าง ครูเจิ้ง นี่คือสิ่งที่คุณเขียน ไว้หลังรูปจบการศึกษา ของห้องเราเมื่อแปดปีก่อน ที่คุณพูดแบบนี้ก็คือความหวังของคุณ ต่อเราในการเป็นมนุษย์ เธอคือ เจียงอี้ มัธยมหกห้องห้ารุ่นที่ 97 รายงานตัวค่ะ สวัสดีครูเจิ้ง ดี หลิวซินเจียง มาครับ จ้าวข่าย มาครับ อู๋ห้าวหราน หมาเสี่ยวหลง มาครับ เธอมาสายอีกแล้วนะ ครูเจิ้งคะ ได้ยินรุ่นน้องบอกว่า

    จะฉลองวันเกิดให้ครู พวกเราก็เลยติดต่อกันอีกครั้ง กลับมาเจอครูหน่อยค่ะ โอเค ปีนั้นที่ครูให้ความคิดเห็น ในเรียงความของเราทุกคน ราวกับถ้อยคำที่งดงาม วันนี้พวกเรามีโชค เอาความทรงจำเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง อยากใช้วันเกิดของครู แบ่งปันข้อความเหล่านี้ที่เต็มไปด้วย พรสวรรค์ที่อาจมีผลต่อ ชีวิตของพวกเรากับรุ่นน้องหน่อย เจียงอี้ บทบรรยายนี่เกิดความติดตามในตัวอักษร หน้าหลังรับกัน เริ่มต้นและตอนจบตรงประเด็น แนวคิดลึกซึ้ง หลิวซินเจียง ในชีวิตของมนุษย์ จะพบเจอเรื่องราวที่สวยงามมากมาย แต่ความรักคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ในอนาคตสักวันหนึ่งนายจะพบเจอคนที่ใช่ แต่ตอนนี้ นายควรจะรู้จักความเปล่งประกาย ของโลกผ่านหนังสือ สัมผัสมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมห้องให้ดี ๆ นี่เป็นความรักที่มีได้แค่ในวัยเยาว์ ที่หนูยังมีเรียงความอีกชิ้นหนึ่ง มันไม่มีชื่อ อีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่ได้มา แต่หนูก็อยากอ่านเสียหน่อย ทำไมเหรอ เพราะหนูคิดว่า นี่เป็นตัวแทนของความรักและความห่วงใย ของครูที่มีต่อนักเรียนอย่างจริงใจ การเขียนของเธอละเอียดและจริงใจ ความรู้สึกปลายปากกาคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันครูก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก ที่ได้เป็นคนช่วยชี้นำแนวทางให้งานของเธอ ให้แสงสว่างแห่งพลัง