บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.24 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 24] [ลั่วเกอเป็นเช่นนี้] [ล้วนเป็นเพราะข้า] [เพราะพลังเทพเย่าหลิง] [การที่ข้าอยู่ข้างกายเขา] [มันผิดจริง ๆ หรือ] เจ้ามากับข้า [หลายมาวันนี้] เกิดภัยร้ายมากมาย เจ้าอาจจะไม่ได้สังเกต เขาซีอิ่น มีแสงอุษาปรากฏติดต่อกันมาหลายวันแล้ว แสงอุษาเป็นลางร้าย ♫ บีโกเนียสีแดง หนึ่งคำมั่นสัญญา หนึ่งการเบ่งบานและเหี่ยวแห้ง ♫ หมายถึงอันตรายหรือความหายนะ ในเมื่อปรากฏขึ้นที่เขาซีอิ่น ♫ กิ่งก้านโดดเดี่ยว ทำให้เกิดลมแรงฝนหนัก ♫ หมายความว่าจะเกิด เรื่องบางอย่างที่ไม่ดีขึ้นกับลั่วเกอ ♫ พืชพรรณไม่ใช่มนุษย์ผลไม้ไร้หัวใจปลูกลึก ♫ เกอเอ๋อร์เขา เป็นท่านเซียนเพียงผู้เดียวของตำหนักเซียนเรา ข้าไม่อยากให้ เขาโดนผู้อื่นมีโอกาสใช้ประโยชน์จากเขาอีก ♫ ไม่อาจลืมเลือน ความไร้เดียงสาแรกพบในวัยเยาว์ ♫ [เจ้าก็ควรจะเข้าใจ] [บัดนี้เกอเอ๋อร์เจ็บปวดทรมาน] [จากชิ้นส่วนเย่าหลิงของเจ้ามากเพียงใด] ♫ ผีเสื้อออกจากดักแด้ ไม่อาจขึ้นสู่สวรรค์บนฟ้า ♫ [คนที่รักต้องมาทุกข์ทรมานเพราะตนเอง] เจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างนั้นหรือ ♫ ปีกเขียว จมดิ่งลงในความฝันไร้ซึ่งร่องรอย ♫

    ♫ โดนแผดเผาเพราะความโลภ หายไปในเขาวงกต ♫ ♫ ช่วงเยาว์วัย เฝ้ารอลมฤดูใบไม้ผลิอย่างยากเย็น ♫ รบกวนเซียนเวิง ตัดขาดความกังวลของเขาไป ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ ข้าไม่อยากกลายเป็น ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ ความกังวลของเขา ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ♫ เนรเทศนับพันปี ♫ ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫ ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง ♫ ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ♫ เนรเทศนับพันปี ♫ [คนหนึ่งเมตตาโปรดสวรรค์] [คนหนึ่งปั่นป่วนสามพิภพ] [เจ้าไม่ใช่เขาตั้งนานแล้ว] ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫ [หากเจ้าไม่เชื่อละก็]

    [เจ้าดูด้วยตนเองได้] [ต่อให้โดนกระบี่โอบจันทร์ย้อนทำร้ายจนถึงตาย] ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง♫ [ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้า] อาฝูจวิน นี่เจ้าคิดจะไปไหนหรือ หากข้าบอกว่าเผ่าของข้าเกิดเรื่องขึ้น เจ้าเชื่อหรือไม่ เหตุผล ไม่มีเหตุผล มันเป็นสถานที่ที่ข้าเติบโตมา หากมีเหตุการณ์ผิดปกติ ข้ากับท่านพี่จะต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน เช่นนี้เองหรือ ข้ายังสามารถห่างจากน้ำได้หนึ่งชั่วยาม แต่ชาวเผ่าของข้า ห่างจากน้ำก็ตายสถานเดียว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ พวกเขาไม่มีแม้แต่ที่จะหลบหนี เช่นนั้นหลังจากที่เจ้าไปแล้ว ยังจะกลับมาอีกหรือไม่ ขอเพียงมั่นใจว่าวังปีศาจไร้ความกังวล ข้าจะรีบกลับมาทันที ไปจากทางนี้เถอะ น้ำเหล่านี้ เป็นน้ำทะเลของเขาซีอิ่นเรา ที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรของโลกมนุษย์ เจ้าซ่อนตัวหนีไปกับน้ำ ผู้อื่นในตำหนักเซียน คงจะไม่สังเกตเห็นกันหรอก แต่ว่านะ ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เจ้าจะต้องกลับมา หากข้าไม่กลับแล้วละ หากเจ้าไม่กลับมาแล้ว เหมือนว่า… ข้าก็ไม่สามารถทำอย่างไรกับเจ้าได้ แต่ว่า ไม่ว่าเจ้าจะเลือกเช่นไร การตัดสินใจของข้า ย่อมไม่เสียใจในภายหลังแน่ ลั่วหนิง ขอบคุณนะ อาฝูจวิน แท้จริงแล้วเจ้าควรค่าแก่การเชื่อใจหรือไม่ อีกไม่นานก็จะได้รู้กัน [ข้าเห็นหลิ่วเซา บาดเจ็บสาหัส] [ฉะนั้น] [จึงอนุญาตให้นางพักรักษาตัว ที่เรือนเล็กเฝ่ยยวนสองสามวัน] [เกอเอ๋อร์]

    [ครั้งนี้พลังวิญญาณของเจ้า เสียหายอย่างหนัก] [อาจเสียหายถึงแก่นของวิญญาณได้] [อย่าไปพบเจอกับนางอีกเลย] บางครั้ง… ข้ารู้แล้ว ข้าจะไม่ไปเจอกับนางอีกแล้ว ยังหาไม่เจออีกหรือ วันนี้แดดแรงเช่นนี้ ตามหาคนแค่คนเดียว ยากขนาดนี้เลยหรือ เรียนท่านเจ้าตำหนัก หากคนผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราจะต้องตามหาลมปราณเจออย่างแน่นอน นางจะต้องตายไปแล้วเป็นแน่ เพียงเกรงว่าได้ฝังร่างไว้ในท้องปลาไปแล้ว ตายง่ายเช่นนี้เลยหรือ ข้าไม่เชื่อหรอก หากตายแล้วจริง ๆ จะต้องมีลมปราณพลังปีศาจ กระจายอยู่บริเวณรอบ ๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเบาะแสใด ๆ เพียงเกรงว่า มีคนช่วยนางไปจากเขาซีอิ่นแล้ว หรือใช้วิธีการอะไร ซ่อนลมปราณของนางเอาไว้ เช่นนั้น ตอนนี้… รีบส่งคนมาช่วยตามหาเพิ่มเดี๋ยวนี้ ห้ามหละหลวม ขอรับ [ท่านพี่] [ท่านได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่] ได้ยินแล้ว ท่านพี่ หลิ่วเซาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนท่านมีอะไรไม่ดี ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดถึงไม่ให้นางพบเจอท่านเล่า ท่านพี่ ท่านไม่รู้สึกว่า นับตั้งแต่ที่นางมาเขาซีอิ่นของเรา ท่านถึงจะนับว่ามีชีวิตชีวาขึ้นมาไม่ใช่หรือ ฉะนั้น ที่ผ่านมาพันปีนี้ ไม่นับว่าข้ามีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ ไม่นับ เช่นนั้น… มีแสงเปล่งประกายในดวงตา มีรอยยิ้มบนใบหน้า ถึงจะนับว่ามีชีวิตยู่จริง ๆ ท่านพี่

    กระพรวนวันเพ็ญนี้ท่านมอบให้ หลิ่วเซาไปแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงนำกลับมาอีกเล่า สิ่งของที่มอบให้ผู้อื่นไปแล้ว แท้จริงแล้วไม่ควรรับกลับมา เจ้าช่วยข้านำไปให้นางเถอะ ข้าไม่ไป ท่านจะไป ท่านไปเองเถอะ เจ้าจะไปหรือไม่ ข้าไม่ไป ราชาปีศาจ ท่านเซียน กระพรวนวันเพ็ญนี้ ข้าสามารถนำไปให้แทนได้ นี่คือชาดอกไม้ของสวนดอกไม้เขาซีอิ่น หมื่นปีบอกว่า มันสัมผัสพลังวิญญาณฟ้าดิน ดื่มแล้ว สามารถพัฒนาวรยุทธ์ได้ วันนั้นท่านจากไปอย่างรีบเร่ง ไม่เป็นอะไรนะ ข้าเป็นห่วงท่านอยู่ตลอดเลย ข้าไม่เป็นอะไร สบายดีมาก มือท่านเป็นอะไรหรือ ไม่เป็นอะไร ตรงไหนเป็นอะไรหรือไม่ เหตุใด… ท่านใช้มือซ้ายยกน้ำชา นั่นเป็นเพราะ ช่วงนี้ข้าฝึกฝนวิชา ขณะที่เป่าขลุ่ย บ่อยครั้งรู้สึกว่ามือซ้ายไม่คล่องตัวพอ ฉะนั้นไถเหล่าจึงให้ข้าฝึกฝนมือซ้าย หลังจากนี้เจ้า มีแผนการอะไรหรือไม่ กลับบ้านสิ ข้าคิดถึงบ้าน คิดถึงท่านพ่อท่านแม่ที่รักข้า วางใจเถอะ นี่คือสิ่งที่ท่านเซียนให้ข้ามอบแก่เจ้า นี่คืออาวุธเซียนประจำตัวของเขา ในเมื่อข้าตัดสินใจจะจากไปแล้ว ก็ไม่อาจรับไว้ได้ เจ้ายังโกรธแค้นเขาอยู่หรือไม่ ไม่โกรธแค้น ข้าเป็นผู้ตัดสินใจจากไปเอง ข้าหวังเพียง เขาจะมีชีวิตที่ปลอดภัยดี ดังนั้นเจ้ารับกระพรวนวันเพ็ญนี้ไว้ได้ เช่นนี้ บางทีเขาก็จะได้ไม่ทุกข์ใจนัก หากวันหน้าเจ้ารู้สึกโดดเดี่ยว ก็ไปหาข้าที่วังปีศาจ

    จะว่าไปแล้ว วังปีศาจของข้านั้น ยังขาดตำแหน่งราชินีปีศาจมาตลอดนะ เฮอน่า ข้า… หยอกเล่น สรุปคือเจ้าจำไว้ เจ้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว อย่างน้อยที่วังปีศาจ มีข้าที่เป็นสหายผู้นี้อยู่เสมอ ท่านพี่ รู้สึกได้ว่าในเผ่าเกิดเรื่อง ทำให้ข้าตกใจไม่เบาเลยนะ แต่ดูเหมือนข้าจะกังวลมากไปแล้ว อย่างไรเสียมีท่านพี่อยู่ ปีศาจน้อยเหล่านั้นจะนับประสาอะไร ข้าเดาอยู่แล้วว่าเจ้าต้องเป็นห่วง พอเหตุการณ์สิ้นสุดลง ก็ไปหาเจ้าที่ตำหนักเซียนทันที อยากให้เจ้าวางใจ คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะกลับมาเองเสียแล้ว ส้มตันแก่ที่อยู่หน้าประตูต้นนั้นออกผลพอดี ข้านึกได้ว่าเจ้าชอบกิน จึงเก็บมาให้เจ้าหลายลูก อย่างไรเสียกลับบ้านรู้สึกดี สถานที่ที่กักขังเจ้าไว้ มีเขตอาคมของลั่วเกอ เจ้าหนีออกมาได้อย่างไรหรือ หากข้าคิดอยากจะหนีจริง ๆ ไม่มีเขตอาคมใดที่กีดขวางข้าได้ ข้ากับตำหนักเซียนมีข้อตกลงกัน รอให้ข้ากอบกู้สี่เผ่าใหญ่ของปีศาจได้ ก็จะพาเจ้ากลับบ้านได้แล้ว วันนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว เจ้าอย่ามุทะลุ และอย่าก่อเรื่องอีก ฉะนั้นหากข้าพูดว่า ข้าไม่กลับตำหนักเซียนแล้ว ท่านจะเอาตัวข้ากลับไป ด้วยตนเองอีกใช่หรือไม่ กินส้มของเจ้าสิ มือเป็นอะไรหรือ เส้นเลือดวิญญาณเสียหาย เส้นลมปราณแตกซ่าน เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้ หรือว่าเป็นปีศาจเหยี่ยวตัวนั้นในวันนี้ เป็นไปไม่ได้ มันไม่น่าจะเป็นคู่ปรับของท่านนี่ เพียงแค่ชะล่าใจไปหน่อย ไม่เป็นไร อาฝู แม้ว่ามือข้างนี้จะเสียหายไปแล้ว ข้าก็ยังสามารถพาเจ้ากลับมาได้อย่างเดิม ข้าจำได้ว่าท่านพี่ก็ชอบกินอันนี้เช่นกัน

    แต่ว่าทุกปี ท่านก็จะเก็บลูกที่ใหญ่ และหวานที่สุดไว้ให้ข้า หากท่านต้องการให้ข้ากลับตำหนักเซียน ข้าก็จะกลับไป ปีศาจน้อยที่เหลือเพียงไม่กี่ตัวนั้น ข้าไปทักทายพวกมันก่อน และใครที่ทำให้แขนของท่านบาดเจ็บ ข้าจะต้องตรวจสอบให้กระจ่างอย่างแน่นอน [เขายังจะกลับมาไหมนะ] ♫ ชีวิตล่องลอยดุจทะเลหมอก จันทร์เพ็ญส่องกลางสายน้ำ ♫ ฆ่ามันเลย ♫ ข้าทนเฝ้ารอเงียบ ๆ ประสานฝ่ามือเป็นวงกลม ♫ ♫ เงาสะท้อนผูกพันอาลัย ถึงคราเมื่อแรกพบ ♫ ♫ ดวงตาโศกามิรู้ลมหรือฝน ♫ ♫ แม้จะมีกระบี่ยาวให้แกว่งไกว ♫ ♫ ก็ยากตัดเศษใจสายใยรัก ♫ ♫ โชคชะตาความรักความแค้น ได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรก ♫ ♫ ข้าไร้ซึ่งหนทางเลือก ♫ ♫ เขากล่าวว่าความรักและหน้าที่ ยากทำให้สมบูรณ์ไปพร้อมกัน ♫ ♫ หลงเหลือเพียงสิ่งที่ติดค้าง ♫ ♫ จากกันครานี้ผ่านไปนานนับปี แต่ความรักในอดีตของข้า ♫

    ♫ มิเคยลดลงไปจากเดิม ♫ ♫ คำมั่นสัญญาและคำโกหกมากมายเท่าไร ถักทอเป็นรังไหม ♫ [ไว้เจ้ากลับมาแล้ว] [เจ้าได้เห็นดีแน่] ♫ ความฝันสิ้นสลาย ♫ ♫ ใครกันจะยินดีหักกิ่งหลิ่วเหม่อมองฟ้าคราม โอบจันทราอย่างเดียวดาย ♫ ♫ ชีวิตล่องลอยที่ไร้ซึ่งความหมาย ♫ ♫ จุดเปลวไฟที่อยู่ในใจให้ลุกไหม้ ♫ ♫ เผากายเพียงเพื่อต้องการได้ยินประโยคหนึ่ง ไม่เคยแปรเปลี่ยน ♫ ราชาปีศาจ อย่าฆ่าข้า อย่า… ♫ เหตุใดทุกภพทุกชาติ ช่วงเวลานับแสนล้านปี ♫ [อาฝูเจ้าคนโกหก] [ยังไม่กลับมาอีกใช่ไหม] ♫ ช่างไกลห่างจากข้านัก ♫ ♫ ขอยืมมือเจ้าอีกครั้ง สร้างความอบอุ่นแก่โลกใบนี้ได้หรือไม่ ♫ ♫ ใจผวาว้าวุ่นกี่ค่ำคืน ♫ [ถ้าข้ายังไม่กลับมาอีก] ♫ คำมั่นสัญญาและคำโกหกมากมายเท่าไร ถักทอเป็นรังไหม ♫ เจ้ากลัวว่าพลังวารีนั่นจะแตกซ่านใช่หรือไม่ ♫ ความฝันสิ้นสลาย ♫ มิใช่เสียหน่อย

    ก็แค่ไม่แน่ว่า ♫ ใครกันจะยินดีหักกิ่งหลิ่วเหม่อมองฟ้าคราม โอบจันทราอย่างเดียวดาย ♫ ข้าอาจฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนลงไปเป็นอาหารปลาในสระข้า ถึงเจ้าจะให้อาหารปลามากมาย แต่ก็ไม่มีตัวใด ที่ช่วยเจ้าท่องการบ้านได้ เจ้าพูดเช่นนี้ มันก็มีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ว่า เจ้าก็ยังกลับมาช้าไปหนึ่งชั่วยามอยู่ดี บอกมา จะให้ข้าลงโทษเจ้าอย่างไรดี ลงโทษตามใจเจ้าได้เลย ข้าไม่ตอบโต้หรอก ทำไม เดิมทีเจ้าคิดอยากตอบโต้ด้วยอย่างนั้นหรือ มิกล้า มิกล้า มา เอาของดีมาให้เจ้านิดหน่อย มือเจ้าเป็นอะไร เจ้านี่นะ แอบหนีออกไปไม่พอ ยังจะต่อสู้กับคนอื่นอีก ต่อสู้กับคนอื่นไม่พอ ยังจะถูกเขาต่อสู้มาจนบาดเจ็บอีก ดูเจ้าสิใช้ได้ที่ไหนกัน ครั้งหน้าจะไม่เป็นเช่นนี้แล้ว ครั้งหน้าข้าจะต้องปราบคนอื่นให้แพ้ราบคาบ จะไม่ให้คนอื่นมีโอกาสทำร้ายข้าได้ พูดเหลวไหลอะไรน่ะ ข้าหมายถึงเวลาเจ้าออกไปข้างนอก ห้ามต่อสู้กับคนอื่น ใครใช้ให้เจ้าออกไปแข่งแพ้ชนะกับพวกเขากัน ได้ ไม่สู้แล้ว มา กินส้มตันสิ ต้นส้มตันนี้ คือต้นไม้ที่ท่านพี่ข้า ช่วยข้าปลูกกับมือเมื่อเก้าร้อยปีก่อน ผลที่ออกมาครึ่งหนึ่ง ก็จะส่งมาที่ห้องของข้า ที่แท้ เจ้าชอบกินส้มลูกน้อย ๆ แบบนี้นี่เอง ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าข้าชอบหรอกนะ คืออย่างนี้ เมื่อนานมาแล้ว

    ท่านพี่ข้าเคยกลืนไข่มุกเพลิงคุโชนเพื่อข้า ได้รับความทรมานมาก กินอะไรก็ไร้รสชาติ แต่มีอยู่วันหนึ่ง ข้าเห็นเขากินส้มตันทั้งลูก ในใจข้ารู้สึกดีใจมาก จึงออกไปตามหา แล้วพบสวนผลไม้แห่งหนึ่ง จากนั้นบังคับ ให้พวกเขาตัดต้นผลไม้ทั้งหมด เพื่อปลูกส้มตันโดยเฉพาะ แล้วอย่างไรต่อ จากนั้นพี่ชายข้าก็สั่งสอนข้าไปยกหนึ่งน่ะสิ นับจากนั้น จึงเข้าใจผิดว่าข้าชอบกินส้มตัน และยังตั้งใจปลูกไว้ที่บ้านข้าต้นหนึ่งด้วย เจ้าต้องรู้ไว้ว่า หากต้องการปลูกต้นผลไม้ในแดนปีศาจเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใครเล่าจะรู้ว่าเบื้องหลังเขา ทุ่มเทแรงใจไปเท่าไร ถึงทำให้ต้นผลไม้ที่บ้านของเรา เติบโตออกผลเช่นนี้ เจ้าเองก็แปลกนะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่อธิบายกับพี่ชายเล่า เขาสั่งสอนข้านะ จะยอมอ่อนข้อให้ได้อย่างไร แต่ข้าไม่เหมือนกับเจ้า หากพี่ชายสั่งสอนข้า ข้าจะยอมให้เขาทันที จากนั้นข้าก็ออดอ้อนเขา เช่นนี้ เขาก็จะตามใจทุกอย่างแล้ว พี่ชายเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินว่าวันนี้ตำหนักฉงหัว เกิดเรื่องอย่างนั้นหรือ ก็ใช่น่ะสิ แม้แต่หลิ่วเซา ยังถูกไป๋เฟิ่งขังไว้ในเตาหลอมเลย แต่ว่า โชคดีที่พี่ชายเจ้ามาช่วยหลิ่วเซา ได้ทันเวลา พลิกเหตุร้ายให้กลายเป็นดี พี่ชายข้าหรือ [ที่แท้] [ท่านพี่ได้รับบาดเจ็บ จากอัคคีวิญญาณที่ตำหนักเซียน] [จึงได้ถูกปีศาจเหยี่ยวลอบทำร้าย] [ลั่วเกอ] [หลิ่วเซา] [ข้าจะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ แน่] ท่านคือ…

    [ผู้ที่เคยลงโทษเผ่าของเจ้า] [และคือผู้ที่สามารถช่วยเผ่าเจ้าได้] เทพจันทรา อาฝูจวินแห่งเผ่าภูตวารี ขอคารวะท่านเทพ [ข้ารู้ว่าเจ้าไม่พอใจและโกรธเคืองมาก] [ข้าเองก็เช่นกัน] หากท่านเทพสามารถถอนคำสาปของเผ่าข้าได้ อาฝูจวินยินดีทำทุกอย่างสุดความสามารถ เพื่อลบล้างความไม่พอใจ และความโกรธเคืองของท่านเทพ [ดีมาก] [ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำพรุ่งนี้พอดี] [จึงอยากยืมสิ่งของเล็กน้อยจากเจ้า] คิดไม่ถึงว่าจะดูดพลังปีศาจข้าไปสามส่วน แต่หากเขาสามารถ สร้างความโกลาหลให้ตำหนักเซียนได้จริง ๆ เช่นนั้นก็คุ้มค่าแล้ว [หากท่านเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาอย่างลู่หลี] [หากวันที่พบกันครั้งแรกนั้น] [สามารถตราตรึงไปชั่วนิรันดร์] [หากข้ามิได้มีหน้าที่แก่สรรพสิ่งในใต้หล้า] [หากเรามิได้ถูกกีดกันด้วย พลังวิญญาณที่หักล้างกัน] [จะดีสักเท่าไรกัน] [ระหว่างเราทั้งสอง] [ถูกคั่นด้วยกำแพงแห่งโชคชะตา] [หากครองรักกันได้] [ข้ายอมเป็นปฏิปักษ์ต่อโชคชะตาสามพิภพ] [แต่ว่า…] [มันจะทำร้ายท่านได้] [คิดไม่ถึงว่าข้านั้น] [ช่างน่าขันสิ้นดี] [ว่าผู้ที่ข้าทำร้ายนั้น] [จะเป็นรักแท้ของข้าในชาตินี้] [ทำได้เพียงหลีกไปให้ห่างไกล] [ตำหนักเซียนแห่งนี้] [ข้าเคยชิงชัง] [และเคยรัก] [นับจากนี้ไปเราจากลากัน] [ลืมเลือนและอยู่ให้ห่างไกลกัน] เจ้าเป็นใคร [ข้าก็คือเจ้าในแบบที่สมบูรณ์] ศิลาจารึกสี่ฤดูยังอยู่ ทุกสิ่งล้วนคือภาพมายา เช่นนั้นข้าควรต้องบอกว่า ภาพมายาเกิดจากใจตน เหตุใดเจ้ายังไม่ยอมแพ้เล่า ไยข้าต้องยอมแพ้ เพื่อฝึกฝนเป็นเซียนชั้นสูงแล้ว เจ้าไม่ยินดียินร้ายในสุขทุกข์ เมื่อพบกับคนที่ตนชอบ กลับมิกล้าพูด มิกล้ารัก

    เจ้าฝึกฝนเป็นเซียนประสาอะไร ฝึกฝนเป็นเทพประสาอะไรกัน ใจข้าแสวงสู่ทางธรรม ทำไปเพื่อสรรพชีวิต ทำไปเพื่อสามพิภพ ความเห็นแก่ตัวของตนผู้เดียว เป็นสิ่งไม่มีประโยชน์ ใจแสวงสู่ทางธรรมอย่างนั้นหรือ หากเป็นเช่นนี้จริง แล้วบนฝ่ามือเจ้าคืออะไรกัน สิ่งที่ข้าหนีไม่พ้น เจ้าเองก็หนีไม่พ้น สิ่งที่ข้าไม่ได้มา เจ้าเองก็ไม่ได้มา สิ่งที่ข้าเผชิญ เจ้าเองก็จะได้เผชิญ ในที่สุดเจ้าจะกลายเป็นข้า เป็นไปไม่ได้ [ทำตามเส้นทางฝึกฝนเป็น เทพเซียนของเจ้าแล้วอย่างไร] [สิ่งที่สำเร็จคือบรรพดาสรรพชีวิต] [สิ่งที่สูญเสียไปคือจิตใจดั้งเดิมของเจ้า] [สิ่งที่ทำร้าย] [คือรักแท้ของเจ้า] [นี่คือ…] [หลูเซิง] [ยันต์คำสาปนี้ชื่อว่ากลืนวิญญาณ] [ข้าจะปลูกมันไว้ในกายเจ้า] [หากเจ้าเกิดความรักต่อหลิ่วเซา] [ก็จะทำให้ยันต์คำสาปกำเริบ] [หากเจ้าตัดใจจากหลิ่วเซามิได้] [ก็จะทำให้หลอดเลือดเจ้าขยาย] [เจ็บปวดแทบขาดใจ] [คำสาปกลืนวิญญาณ] [นี่คือความทรงจำของลู่หลี] [เป็นไปไม่ได้] [คำสาปกลืนวิญญาณนี้] [ข้าจะไร้ซึ่งหนทางแก้ไขจริง ๆ หรือ] [ก็แค่คำสาปกลืนวิญญาณธรรมดาเท่านั้น] [เหตุใดถึงได้…] ลั่วเกอ [เขาซีอิ่นกำลังร่วงลงมา] [ลั่วเกอเกิดเรื่องแล้ว] [สิ่งที่ข้าเผชิญ] [เจ้าเองก็จะได้เผชิญ] [ในที่สุดเจ้าจะกลายเป็นข้า] ท่านพี่ ลั่วเกอ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ท่านไม่เป็นอะไรนะ หลิ่วเซา ลั่วเกอ หลิ่วเซา

    ลั่วเกอ [เทพจันทรา] [เจ้าสร้างคำสาปกลืนวิญญาณนี้ในสภาพอารมณ์ใด] [ไม่อนุญาตให้ผู้คนกำเนิดความรัก] ลั่วเกอ ลั่วเกอ ลั่วเกอ [ลั่วเกอ] [เจ้ามีความรับผิดชอบมากเหลือเกิน] [คำสาปกลืนวิญญาณนี้เริ่มขึ้นเพราะข้า] [เดิมก็ควรเป็นข้าที่มารับ] เซียนพี่ทุกท่าน ปีที่แล้ว ๆ มาเคยมีเรื่องราวเหมือนกันเกิดขึ้น เคยเกิดเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน อีกทั้งก่อให้ตำหนักเซียนเกิดความผิดปกติ เรื่องนี้เป็นภัยต่อสามพิภพ จัดการปัญหาเช่นไร เล่ากันว่า สามารถตามท่านเซียนกลับมาได้ หรือตำหนักเซียนสามารถมีเซียนชั้นสูงอีกหนึ่งท่าน เซียนเวิง ภัยพิบัติของลั่วเกอครั้งนี้ เป็นเคราะห์ร้ายจริง ๆ แต่หากเขาสามารถ เอาชนะปีศาจในใจมนุษย์กลับมาได้ จะสามารถก้าวไปสู่ชั้นต่อไปได้ แต่เวลาใดเขาถึงจะสามารถกลับมาได้ เขาไม่กลับมาหนึ่งวัน เขาซีอิ่นผิดปกติแล้วผู้ใดกอบกู้ได้ หากเขาจะลงไปเกิดเป็นมนุษย์อีก 20 ปี กลัวเพียงว่าสามพิภพจะปั่นป่วนไม่เป็นระเบียบแล้ว เจ้าตำหนักซางมีการบำเพ็ญตนมานาน ให้เขาเปิดค่ายกลพระจันทร์เต็มดวงดีเสียกว่า ก็สามารถก้าวขั้นเป็นอมตะ แค่เพียงมีท่านเซียนประทับ สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้เหมือนกัน ค่ายกลพระจันทร์เต็มดวงอันตรายและน่ากลัว ค่ายกลในสายตามนุษย์จะเปลี่ยนเป็นหิน แข็งได้ทุกเวลา จะเปิดง่ายอย่างนั้นเลยหรือ ส่งข่าว กราบทูลเจ้าตำหนัก รอยแตกศิลาจารึกสี่ฤดูรุนแรงขึ้น ใต้ศิลามีวิญญาณชั่วร้ายเพิ่มออกมา ศิษย์พี่ เซียนเวิง เซียนพี่ทุกท่าน บัดนี้ไม่ใช่เวลาที่จะโต้เถียงเรื่องอื่น รวมพลังของทุกคนเป็นหนึ่งเสียก่อน ปิดผนึกวิญญาณชั่วร้ายชั่วคราวเป็นสิ่งสำคัญ

    ได้ เจ้าคิดว่าเจ้าลงมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ก็จะทำอะไรเจ้าไม่ได้หรือ ทารกนี้อยู่ที่นี่จริง ๆ [ในเมื่อพวกเจ้าไม่ปล่อยข้าออกมา] [รอข้าใช้ลูกชายราชาปีศาจเก็บรวบรวมพลังเทพ] [ฟื้นคืนพละกำลัง] [ข้าจะทำให้พวกเจ้าผนึกให้ข้าหมื่นปี] [จ่ายเงินเพื่อผลประโยชน์] [ลูกชายอ๋าวเหิ่น อ๋าวอิน] [ลั่วเกอ] [เจ้าอยู่ที่ใดกันนะ] [เหตุใดข้าตามหาไปทั่วทุกหนแห่งแล้ว] [ก็หาไม่เจอร่องรอยของเจ้า] [อะไรนะ] [สำนักอู่หยางโหว] พี่ใหญ่ [ใช่] [เขาเคยมาที่นี่หรือไม่] ไม่นะ [ข้ารู้] [มีระฆังพระจันทร์คอยคุ้มครอง] [เจ้าจะต้องปลอดภัยแน่นอน] ลั่วเกอเขาไม่ได้เคยมา ข้าจะส่งคนไปช่วยตามหาเขา [ลั่วเกอ] [ข้าจะต้องตามหาเจ้าจนเจอแน่นอน] [ไม่ว่าครั้งนี้เจ้าจะกลายเป็นผู้ใด] [ข้าจะจำเจ้าได้แน่นอน] [รอข้า] [เทพจันทราท่านนี้] [ช่างน่าทึ่งจริง ๆ] เพียงแค่อาศัยพลังปีศาจสามส่วนของข้า ก็ทำให้ลั่วเกอเป็นเช่นนี้ ขณะนี้ตำหนักเซียนก็ตกอยู่ภายใต้ความ กดดันเพราะศิลาจารึกสี่ฤดู ลั่วหนิง ลั่วหนิงเกิดอะไรขึ้นหรือ ผู้ใดรังแกเจ้า อาฝู ท่านพี่ข้าสาบสูญไร้ร่องรอยนานเช่นนี้แล้ว เขาจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ เจ้าอย่าเพิ่งเป็นกังวล ลั่วเกอเป็นถึงท่านเซียน ไม่มีปัญหาใดที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ไม่มีข่าวคราวของเขาแม้แต่นิดเดียว บัดนี้เร่ร่อนอยู่โลกมนุษย์ ก็ไม่รู้ทิศทางที่ไป ตำหนักเซียนจะต้องส่งคนไปตามหาเขาอยู่แล้วนี่ ไม่ ข้าจะไปตามหาท่านพี่ข้าเอง

    ไม่ได้ เจ้าไม่เคยออกจากตำหนักเซียน จะรู้ได้เช่นไรว่าโลกอันตรายและน่ากลัว หากท่านพี่เจ้ารู้ละก็ บัดนี้ก็ไม่อนุญาตเจ้าให้ออกไปอย่างเด็ดขาด แล้วถ้าหากว่าพี่ชายท่านเกิดเรื่องล่ะ ข้า… ลั่วหนิง ข้าไปกับเจ้าด้วย อวี้หรง วันนี้ลำบากแล้ว ไม่เป็นไร เพียงแต่ว่าพวกเราเวียนกันซ่อมแซมเช่นนี้ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว หากลั่วเกอไม่กลับมาอีก สถานการณ์เช่นนี้ นับวันยิ่งทรุดหนักขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเกอเอ๋อร์ไม่กลับมา ตำหนักเซียนนี้ ก็ยังไม่สามารถหยุดให้ร่วงลงได้ ศิลาจารึกสี่ฤดูก็ไม่หยุดที่แตกร้าว ก็ยังไม่มีวิธี ที่สามารถหยุดสิ่งชั่วร้ายนี้ให้กำเนิดได้ ด้านล่างเขาซีอิ่นก็คือโลกมนุษย์ เมื่อจมลง จะทำให้ทั่วทั้งโลกมนุษย์ประสบภัยพิบัติ ยิ่งกว่านั้น ภายใต้ศิลานี้ หมื่นปีก่อนเคยทำให้สามพิภพเลือดนองเป็นสายน้ำ วันนี้แม้แต่คนที่ยังยั้งเขาก็ไม่มี เมื่อปล่อยออกมา ไม่รู้ว่าจะทำลายชีวิตอีกมากเพียงใด ตอนนั้นที่ลั่วเกอกำหนดค่ายกลนี้ เคยรวบรวมไข่มุกยันต์จ็ดเม็ดในร่างกายของหลิ่วเซา ตอนนั้นใช้ไปแล้วสี่เม็ด ตอนนี้ยังเหลือสามเม็ดกระจายอยู่ในร่างกายนาง ถ้าหากอาศัยวิชาเวทถอดออกมา น่าจะสามารถถ่วงเวลาไว้ระยะหนึ่ง แต่ว่าหลิ่วเซา ตามลั่วเกอไปที่โลกมนุษย์แล้วไม่ใช่หรือ ก่อนหลิ่วเซาจากไป ข้าทิ้งรอยประทับไว้บนตัวนาง [น่าจะสามารถตามหานางเจอได้] [เอาพัดของข้า ไม่มีผิดหวัง] [พวกเจ้ายังอยู่ที่นี่หรือ] [เสี่ยวหง] [เอาของข้า] [ที่แม่น้ำจันทรามีเจ้าทึ่งคนหนึ่งกำลังขายไข่มุก] [น่าสนใจ] [ไป ข้าพาเจ้าไปดู] [อยู่ทางด้านนั้น] [แม่น้ำจันทรา] [เป็นไปได้หรือไม่]

    ♫ ไถ่ถามเมฆาที่เคลื่อนคล้อย แลบุปผาที่ลอยลม ♫ ♫ ทำเช่นใดจึงจะคลายความคิดถึงได้ ♫ ♫ เดินข้ามผ่านกาลเวลาจนสุดทาง ♫ ♫ จะเป็นนิรันดร์ได้หรือไม่ ♫ ♫ คะนึงหาถึงรักเช่นนี้ ♫ ♫ อาชาสีขาววิ่งข้ามผ่าน แปรเปลี่ยนเป็นบทกวี ♫ ♫ ย้อนระลึกถึงรักอันลึกซึ้ง รักมิได้หยุดลง ♫ ♫ ฟ้าครามอันกว้างใหญ่ ลำเอียงรักไล่ตามจันทร์ ♫ [ทำไมถึงเป็นเจ้าเล่า] [งมดวงจันทร์ในแม่น้ำจันทรา] ♫ ท่านจะรู้หรือไม่ ♫ [เจ้าไปหรือไม่] ♫ โคมนับพันที่ส่องสว่างดุจทิวากาล ♫ [นี่ก็คืองมดวงจันทร์ที่เจ้าพูดหรือ] [แน่นอนว่าไม่ใช่] [เจ้าหลับตาลงก่อน] ♫ ดั่งใจของข้าที่คะนึงหามิเลิกรา ♫ [หลับตาลง] ♫ เฝ้ารอ จันทราเคลื่อนคล้อยยังยอดกิ่งหลิว ♫ [สร้อยข้อมือนี้] [ราคาเท่าไรหรือ] [แม่นาง] ♫ ปรารถนาเพียงได้กุมมือ ถวิลหาเพียงเจ้า ♫

    [กำไลลูกปัดนี้ไม่ธรรมดานะ] [กำไลลูกปัดของข้านี้] ♫ คุ้มครอง หันหลังมองเพียงหนึ่งครา ♫ [นั่นเป็นปีศาจทะเลสาบหูเพื่อเลี้ยงลูกตนเอง] [ควักลูกตาของตัวเองข้างหนึ่ง] [เลี้ยงไว้ในหอยแมลงภู่สีทอง] ♫ เพื่อแลกกับการได้ครองคู่กันทุกภพชาติในทุกคืนวัน ♫ [ขับไล่วิญญาณชั่วร้าย] [มีประสิทธภาพอย่างแน่นอน] ♫ รักยังเป็นดั่งวันวาน ♫ กี่ตำลึงเงินหรือ ไม่แพง ๆ หนึ่งพันตำลึง [คุยโวโอ้อวดนี่นา] [หลอกคนโง่หรือ] [แต่งนิทานขึ้นก็หลอกคนอื่นงั้นหรือ] [ถูกต้อง] คุณชายลู่ พวกเราไปกัน คุณชายเซ่า ไป ๆ ๆ นักต้มตุ๋นอะไรกัน ไม่รู้จักสินค้าจริง ๆ เหตุใดข้ารู้สึกว่า จะต้องมีคนซื้อมันกันนะ [หนึ่งพันตำลึง ไม่คุ้มน่ะ] ♫ ท่านจะรู้หรือไม่ ♫ ห้าพันตำลึง ♫ เป็นดั่งใจของข้าที่คะนึงหามิเลิกรา ♫ ข้าซื้อ ♫ เป็นดั่งใจของข้าที่คะนึงหามิเลิกรา ♫ ♫ เฝ้ารอ จันทราเคลื่อนคล้อยยังยอดกิ่งหลิว ♫

    ♫ ปรารถนาเพียงได้กุมมือ ถวิลหาเพียงเจ้า ♫ อย่าให้ปีศาจทะเลสอบหูนั้น เพื่อให้ลูกของตนเองผ่านฤดูหนาว ♫ คุ้มครอง หันหลังมองเพียงหนึ่งครา ♫ อย่าควักลูกตาอีกข้างเลย แม่นาง ♫ เพื่อแลกกับการได้ครองคู่กันทุกภพชาติในทุกคืนวัน ♫ คนที่ข้ารอมาโดยตลอด ♫ รักยังเป็นดั่งวันวาน ♫ คือเจ้า