พรหมลิขิตรักพันธนาการ (Divine Destiny) | EP.1 ( FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [พรหมลิขิตรักพันธนาการ] [ตอนที่ 1] [ที่พำนักของเหล่าเซียน] [คือชิงหมิงที่อยู่ชั้นสูงสุด] [เซียนผู้ตรวจตราแม่น้ำเทียนเหอ] [เนื่องจากอ่านตำราสวรรค์ ที่ชายแดนริมแม่น้ำเทียนเหอ] [จึงทำให้หินชิงสือที่อยู่ด้านข้าง บรรลุและมีร่างเซียน] [ต่อมาเซียนชิงสือทำปีศาจสวรรค์หลุดไป] [ผิดต่อกฎสวรรค์] [เพราะเซียนผู้ตรวจตราพรมแดน เต็มใจรับโทษด้วยกัน] [ทั้งคู่จึงถูกขับให้มาเกิดยังแดนมนุษย์] [เซียนชิงสือนัดพบเซียนผู้ตรวจตรา] [ใช้หินชิงสือเป็นคำมั่น จะไม่มีวันทอดทิ้ง] [บำเพ็ญเพียรครบร้อยชาติ จึงจะได้กลับไปยังแดนเซียน] [หลังดูแลกันมาเก้าสิบเก้าชาติ] [ชาติสุดท้ายของเซียนผู้ตรวจตราตกสวรรค์] [นึกถึงตอนอ่านตำราสวรรค์ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ริมแม่น้ำเทียนเหอ] [ย้อนนึกถึงนัยน์ตาดำขลับคู่นั้น] [จึงรีบมุ่งไปคุนหลุน] [ตามหาเซียนชิงสือ] [เพื่อปฏิบัติตามสัญญาร้อยชาติ] [ตอนนี้] [เนื่องจากพลังฮุ่นตุ้น ที่รักษาสมดุลของสามโลก] [อ่อนแอลงเรื่อย ๆ] [ภัยพิบัติร้ายแรงอยู่ตรงหน้าแล้ว] [จากการเปิดเผยของสวรรค์] [มีเพียงเซียนตกสวรรค์ที่มีหินเซียนสีเขียว] [ถึงจะช่วยให้ผ่านภัยพิบัตินี้ได้] [บรรดาสำนักต่าง ๆ ในใต้หล้า] [ได้ยินข่าวลือนี้จึงเคลื่อนไหว] [ออกตามหาร่องรอยของหินเซียนไปทั่วทุกแห่ง] ในตำราบอกไว้แล้ว เซียนตกสวรรค์ถือกำเนิด ผู้ที่ได้จักรุ่งเรือง ผู้ที่สูญเสียจักมรณา แต่มารปีศาจพวกนั้นไหนเลยจะรู้จักเซียน จึงคิดว่าเซียนตกสวรรค์เป็นคนธรรมดา [บันทึกบำเพ็ญเซียน] นี่ก็คือเรื่องในอดีตที่ เซียนตกสวรรค์กำจัดมารปราบปีศาจ ต้องมีสักวันที่ข้าจะบำเพ็ญตบะให้สำเร็จ เหมือนกับเซียนตกสวรรค์ ช่วยบ้านเมืองและชาวบ้าน
เจ้าคุยโวโอ้อวดไม่พอ ยังจะเลียนแบบเซียนตกสวรรค์อีก ข้าถามเจ้าหน่อย เจ้ารู้ไหมว่า เซียนตกสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไร จะถามเรื่องนี้น่ะหรือ เซียนตกสวรรค์ก็ต้องหน้าตาเหมือนข้าอยู่แล้ว เจ้านี่นะ เจ้าก็แค่เสี่ยวเอ้อร์ประจำร้านไม่ใช่หรือ ยังจะมาเซียนตกสวรรค์ ข้าว่านะ เจ้าถือรองเท้า ให้เซียนตกสวรรค์ยังไม่คู่ควรเลย ใช่ – ล้ม – ใช่แล้ว พวกเจ้าสองคนอย่าโทษข้าเลยนะ นี่เป็นภารกิจของฮวาเหนียง ฮวาเหนียงให้ข้าทำแบบนี้ แล้วก็เจ้า เจ้าต้องจำไว้นะว่าเป็นฮวาเหนียง ฮวาเหนียง เจ็บจะตายอยู่แล้ว ข้าก็ว่าทำไมช่วงนี้ลูกค้าน้อยลงเรื่อย ๆ ที่แท้ก็เพราะปากของเจ้า พูดจนลูกค้าหนีไปหมด นิทานบำเพ็ญเซียนบ้าบอนี่ มีอะไรดี เจ้าอ่านไปรอบที่ร้อยแล้ว รำคาญจะตายอยู่แล้ว ขอยึด เดี๋ยวสิ ฮวาเหนียง นี่ ฮวาเหนียง ช่วงนี้ท่านไปกินอะไรมาหรือ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าผิวท่านขาวผ่องมาก แถมดวงตาก็ยัง เป็นประกายขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย แม้ตอนโกรธ ก็ยังดูดีขนาดนี้ เจ้าเด็กบ้า ปากดีจริง ๆ เลยนะ จางว่านไฉ เจ้าไปตายอยู่ที่ไหนกัน ยังไม่ออกมาทำงานอีก ฮวาฮวา
เจ้าบ้า ทำงาน เดี๋ยวฟื้นขึ้นมาได้วุ่นวายกันพอดี ได้ เหล่าจาง เรื่องที่ข้าให้ท่านทำ ท่านทำหรือยัง ทำแล้ว เกือบถูกฮวาเหนียงของเจ้าตีตาย ถ้าจะถามก็ไปถามเอง เจ้ามันไร้มโนธรรม ตอนนั้นในทะเลทรายถ้าไม่ใช่เพราะพวกข้า เจ้าก็ตายไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นผู้เป็นคนแล้ว คิดจะทิ้งเราสองคนแล้วหนีไปหรือ ยังคิดจะบำเพ็ญเซียน ถือกระบี่ท่องไปทั่วแดน รีบตัดใจเสียเถอะ ถ้ามีเวลาว่างมาฝันเพ้อเจ้อ สู้มาตั้งใจทำงานกับข้าดีกว่า อย่าฉีกนะ บันทึกบำเพ็ญเซียนของข้า บันทึกบำเพ็ญเซียนของข้า ฮวาเหนียง ทำไมท่านต้องฉีกบันทึกบำเพ็ญเซียนของข้าด้วย บันทึกบำเพ็ญเซียนของข้า เห็นสัตว์ประหลาดสีดำตัวหนึ่ง ผ่านมาที่นี่หรือไม่ ข้า ข้าเคยเห็น เมื่อครู่เพิ่งพุ่งออกไป ใช่หรือไม่ ท่านดูสิ ใช่ ๆ ๆ ยังชนสองคนนี้บาดเจ็บด้วย ถ้าตอนนี้ท่านวิ่งออกไปทางนั้น ยังตามมันทันอยู่นะ ใช่ ๆ ๆ ยังไปไม่ไกลแน่นอน [ที่นี่มีสิ่งผิดปกติ] [หรือว่าเป็นภาพลวงตา ที่สัตว์ประหลาดสร้างขึ้น] กระหายน้ำนิดหน่อย มีอะไรแก้กระหายบรรเทาความเหนื่อยล้าได้บ้าง นายท่าน ดูท่านพูดเข้า ถ้าของพวกนี้ร้านข้าไม่มี ยังจะเปิดโรงเตี๊ยมไปทำไมล่ะ เจ้ายังยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น รีบไปเอานารีแดงชั้นดีมา ขอรับ
เหล้าอย่าดีกว่า น้ำชาก็พอแล้ว ได้เลย นายท่าน ชาของท่านมาแล้ว นายท่าน หรือจะรังเกียจ ว่าชาของร้านเราไม่ดีพอ เป็นไปได้อย่างไร ข้ากลัวว่าพวกเจ้าจะวางยาสลบต่างหาก ที่แท้นายท่านก็กลัวเรื่องนี้นี่เอง ดูนะ นี่เป็นชาหนึ่งถ้วย แบบนี้ท่านวางใจได้แล้วใช่ไหม แค่ล้อเล่นเท่านั้น เหตุใดน้องชายต้องคิดเป็นจริงเป็นจังด้วย ข้าเปล่าสักหน่อย นายท่าน วันนี้ข้างนอกพายุทรายรุนแรงมาก ท่านต้องระวังอย่าทำเสื้อผ้าของท่านสกปรก มา ๆ ๆ [ข้ามีพลังเซียนคุ้มกาย] [เขาเป็นมนุษย์ธรรมดา] [เข้ามาใกล้ตัวข้าได้อย่างไร] เจ็บนะ เจ้าหัวขโมย กล้าเปิดร้านทำผิดกฎหมาย ฆ่าคนหวังชิงทรัพย์ หากไม่ใช่เพราะข้าผ่านมาที่นี่ ไม่รู้ว่าจะมีคนบริสุทธิ์ต้องตายอีกเท่าไร พวกเราแค่ชิงทรัพย์ ไม่ได้คร่าชีวิตสักหน่อย ท่านรีบปล่อยข้านะ เหล่าจาง ฮวาเหนียง ท่านรีบปล่อยแม่ข้านะ โจรอย่างพวกเจ้า โลกมนุษย์ก็เพราะมีพวกเจ้า ถึงได้แปดเปื้อนเช่นนี้ วันนี้ข้าจะลงโทษแทนสวรรค์ คืนความบริสุทธิ์ให้กับโลกใบนี้ ที่แท้ท่านก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียน ท่านรีบปล่อยแม่ข้านะ ช่วยด้วย เสี่ยวเอ้อร์ ท่านแม่ ช่วย ช่วยด้วย ตายซะเถอะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเป็นแบบนี้ เหนื่อยจังเลย
ทางนี้ ๆ หยุด ๆ ๆ นักพรตท่านนี้ ท่าน ท่านอย่าโทษข้าเลยนะ ท่านก็ไปเกิดใหม่เสียเถอะ ตั้งใจเป็นคนดีเถอะ มา ๆ ๆ ใส่มันซะ ข้าไม่เอา ท่านเอามาให้ข้าทำไม หายไปเสียดายแย่ มา ถือเสียว่าแม่ให้เจ้า ข้าไม่เอา ท่านแม่ – ใส่ ใส่ซะ – ข้า… ยืนให้มันดี ๆ หน่อย เร็วเข้า เรียบร้อย ไปเถอะ [โรงเตี๊ยมหลงเหมิน] มา ๆ ๆ มา ดื่มเหล้า ๆ ดื่ม นายท่านทุกท่าน เมื่อครู่พวกท่านเห็นว่า มีคนนอนอยู่ตรงนั้นหรือไม่ เมื่อครู่คนนั้นตื่นขึ้นมาแล้วเสียงดังมาก รบกวนดาบของข้า เกรงว่าตอนนี้คงกำลังประคองลิ้นของตัวเอง ตระเวนหาหมอให้ต่อกลับไปเหมือนเดิมอยู่ เช่นนั้นพวกท่านจะกินอาหาร หรือว่าค้างแรมล่ะ มาหาเขา มาหาข้าทำไม ข้าไม่เคยรู้จักพวกท่านมาก่อน พวกเราไม่รู้จักกัน เจ้าเด็กนี่กับคนที่อาจารย์พูดถึง ต่างกันลิบลับ
เขาต้านทานควันคร่าวิญญาณของข้าได้ ก็น่าจะเป็นเซียนตกสวรรค์ที่ตามหาอยู่ เจ้าหนู ไปกับข้า – ไปกับพวกเรา – ไปกับพวกเรา น้องชายหน้าตาดีนัก ไม่ต้องกลัว พี่สาวจะพาเจ้าไปที่ที่ดี ๆ ทั้งงดงามทั้งสนุก ดีกว่าที่ทรุดโทรมนี่ ร้อยเท่าพันเท่า ข้าขอบคุณพี่สาวที่ให้ความสำคัญ แต่ว่าข้าโชคไม่ดีไร้วาสนา ข้า ข้าอยู่ที่นี่ของข้า ก็พอแล้ว ไม่รู้จักแยกแยะ กระบี่โบราณเทียนเฉวียน คนผู้นี้ข้าเล็งไว้แล้ว ถ้าจะไป ก็ต้องเป็นข้าที่พาไป ขอบคุณพี่สาวทั้งสองที่เมตตา ข้ารู้สึกหวาดระแวงนิดหน่อยจริง ๆ ถ้าอย่างไรพวกท่านสองคนปรึกษากันก่อน อวิ๋นอู่หัว ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องดูลำดับก่อนหลังสิ เหล่าจาง ฮวาเหนียง รีบมาช่วยข้าที [โรงเตี๊ยมหลงเหมิน] เหล่าจาง รีบมาช่วยข้าด้วย นางแพศยา ถ้ากล้าเดินเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะฆ่าเขาซะ อาจารย์บอกแค่ว่าให้พาคนกลับไป ไม่ได้บอกว่าต้องการคนเป็นหรือคนตาย เจ้าจะฆ่าเขา ก็ลงมือตามสบาย คนเขาไม่เต็มใจ พวกเจ้าก็ยังจะฝืนใจ ถุย หน้าไม่อาย เด็กเหลือขอจากที่ไหนกัน บอกชื่อมา ทำไม กระบี่เซียนชิงมู่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เจ้าไม่รู้จักหรือ กระบี่เซียนชิงมู่ ดูท่าสำนักซีเสวียนก็จะมาสอดด้วยสินะ
[สำนักซีเสวียนหรือ] [จำได้ว่าบันทึกบำเพ็ญเซียนเขียนไว้] [ซีเสวียนเป็นสำนักบำเพ็ญเซียนอันดับหนึ่ง] [ก็มาหาข้าด้วยหรือ] [เกิดอะไรขึ้น] เจ้ากล้าแย่งคนกับข้าหรือ ขอบคุณท่านเซียนคนสวยที่ยื่นมือช่วยเหลือ ยังไม่อยากตายก็หลบไป ไป ท่านเป็นคนของซีเสวียน ทำไมท่านต้องช่วยข้าด้วย ไป สวรรค์ย่อมมีทางออกให้เสมอ ข้านับถึงสามเจ้าก็จับข้าไว้ให้แน่น เดี๋ยวก่อน ท่าน ท่านชื่ออะไร ขืนรออีกก็ได้ตายกันพอดี นี่มันเวลาไหนแล้วยังจะมาพิธีรีตองอีก ข้าก็ไม่อยาก ข้าก็ไม่อยากจะพิธีรีตองกับท่าน ข้าเป็นแค่คนธรรมดา ท่านให้ข้ากระโดดลงไป จากที่สูงขนาดนี้ ถ้าข้าตายไปจะทำอย่างไร ข้าไม่รู้เลยว่าผู้มีพระคุณช่วยชีวิต ชื่ออะไรแซ่อะไร นั่นไม่เสียใจไปตลอดชีวิตหรือ เช่นนั้นเจ้าฟังให้ดี ข้าคือศิษย์เอกของตำหนักไท่เสวียน แห่งสำนักซีเสวียน จางอินอิน จางอินอิน – ข้าจำได้ – ไป ท่านกอดข้าให้แน่นดีกว่า เจ้าจะทำอะไร ใครให้เจ้ากระโดดกัน ท่านบอกเองไม่ใช่หรือ หนึ่ง สอง สาม แล้วกระโดดไม่ใช่หรือ ข้าหมายถึงนับหนึ่ง สอง สาม ให้เจ้าจับข้าไว้ให้แน่น ข้าจะใช้พลังวิเศษพาเจ้าเหาะ เหาะหรือ เช่นนั้นท่านก็รีบพูดสิ เซียนตกสวรรค์พิบัติกาลอะไรกัน ข้าว่าเจ้าก็เป็นแค่เจ้าทึ่ม
ข้าจางอินอินเป็นถึงศิษย์เอกสำนักซีเสวียน เคยอัปยศแบบนี้ที่ไหนกัน วันนี้ถือว่าข้ามีเคราะห์ สมน้ำหน้าที่โชคร้าย ข้า… ส่งคนมา ฝันไปเถอะ เขาถูกลิขิตไว้แล้วว่า จะเข้าสำนักซีเสวียน อยากได้คน ก็ใช้ความสามารถแย่งไปสิ เซียนน้อย ตามข้ากลับวัดหนานไห่เถอะ ครั้งนี้หนีไม่ได้แล้วจริง ๆ ข้าขอบอกท่านนะ จะช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ท่านจะไม่สนข้าไม่ได้นะจางอินอิน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ตกลงตามนี้ ต่อไปเจ้าก็เป็นคนของข้าแล้ว เจ้าเข้าสำนักซีเสวียน ข้าจะปกป้องเจ้าให้ปลอดภัย เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ออดอ้อนกันอยู่ได้ พูดอะไรน่ะ ไม่ทันไรก็รักใคร่กันแล้ว ท่านแม่ ข้าหาผู้ที่จะมารับทัณฑ์ของสำนักเราเจอแล้ว หุบปาก กล้าลงเขามาชิงคนโดยพลการแล้วหรือ นักพรตทั้งสามมาเยือน ดินแดนรกร้างนี้ก็กลายเป็น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาเซียน ข้าน้อยฮุ่ยไห่ คารวะท่านนักพรต ได้ข่าวมานานแล้วว่า นักพรตจื่อเวยเก็บตัวฝึกฝน มาสามสิบกว่าปี วันนี้ละเมิดกฎออกมา หรือว่าจะมาเพราะเด็กหนุ่มผู้นี้ ท่านเจ้าสำนักออกจากการเก็บตัวฝึก เพราะตั้งใจจะหาคนที่มีวาสนารับช่วงต่อ นี่เป็นความปรารถนายิ่งใหญ่เดียว ก่อนที่ข้าจะบรรลุเซียน หวังว่าทุกท่านจะให้อภัย [ที่แท้ตาเฒ่าคนนี้ก็มาเลือกผู้สืบทอด] [หากชาตินี้ได้เข้าซีเสวียน] [ฝันบำเพ็ญเซียนของข้าก็จะสมปรารถนาแล้ว] นักพรตมีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ แต่พวกข้าก็ลำบากใจเหมือนกัน เหตุใดสำนักท่านไม่ใจกว้างหน่อย ยกเด็กหนุ่มผู้นี้ให้พวกข้า อาจารย์ฮุ่ยไห่กล่าวได้ถูกต้อง แต่ละพรรคและสำนักล้วนมีเรื่องลำบาก
แม้ว่าสำนักซีเสวียนของข้าจะเจริญรุ่งเรือง แต่ไม่เคยใช้อำนาจมากดขี่ผู้อื่น เอาแบบนี้ก็แล้วกัน พวกเรามาถามเด็กหนุ่มผู้นี้ ว่าเขาจะอยากไปอยู่สำนักไหน เช่นนี้ยุติธรรมหรือไม่ พูดมาได้เลย พวกข้าจะเป็นพยานให้เจ้า ข้า คนของข้า แน่นอนว่าข้ายินดีเข้าสำนักซีเสวียน อาจารย์ โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วย ในบันทึกบำเพ็ญเซียนบอกว่า สามารถขี่นกวิเศษได้ นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว ก็แค่ขี่นกเอง ต้องดีใจขนาดนี้เลยหรือ ก็ต้องดีใจสิ ตรงนั้นคือโรงเตี๊ยมหรือ ท่านเซียนอินอิน ท่านให้นกวิเศษหยุดก่อนได้หรือไม่ ข้าอยากทักทายฮวาเหนียงกับเหล่าจางสักหน่อย ต่อไปเข้าซีเสวียนแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไร จะได้เจอพวกเขาอีก นกวิเศษสยายปีก ใช่ว่าจะหยุดก็หยุดได้เลย อีกอย่าง พวกอาจารย์กำลังรอเจ้าเข้าสำนักอยู่ จะชักช้าไม่ได้ หากวาสนาที่มีกับพวกเขายังไม่สิ้น วันหน้าจะต้องได้พบกันแน่นอน หลังจากเข้าเขาซีเสวียนแล้ว ข้าก็คือศิษย์พี่ของเจ้า เจ้าก็คือศิษย์น้องของข้า ข้าพูดอะไรเจ้าก็ต้องเชื่อฟัง เข้าใจหรือเปล่า ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะฟังท่านทุกอย่าง เจ้านี่ทำอะไรไม่เอาไหนสักอย่าง แต่เรื่องยอมแพ้นี่ที่หนึ่ง ต่อไปถ้ามีใครกล้ารังแกเจ้าละก็ เจ้าก็บอกชื่อข้าไป ข้าจางอินอินจะปกป้องเจ้าเอง ตกลง ข้าก็บำเพ็ญเซียนได้เหมือนกันแล้ว ข้าบินได้แล้วด้วย ดูท่าทางเจ้าสิ นี่ก็คือภูเขาซีเสวียนหรือ งดงามมากเลย เจ้ามีชื่อว่าอะไร ข้าจำได้แค่ว่าข้าเป็นเด็กกำพร้า ข้าแซ่จี้ ข้าไม่มีชื่อ
หลังจากที่ข้าถูกเถ้าแก่รับเลี้ยง เขาก็ตั้งชื่อให้ข้า ชื่อจี้เสี่ยวเอ้อร์ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าก็แล้วกัน แม้ว่าเจ้าจะเคยล้ำลึกดั่งมหาสมุทร แต่ตอนนี้ยังต้องผ่านความทุกข์ยาก แผ่นดินกว้างใหญ่ สรรพสิ่งดุจฝุ่นผง ตั้งชื่อว่ารั่วเฉินก็แล้วกัน ขอบพระคุณท่านมาก ไม่เห็นน่าฟังเท่าเสี่ยวเอ้อร์เลย ท่านพี่ ทำไมข้ารู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ ไม่เหมือนเซียนตกสวรรค์ที่พวกเราตามหา อินอินจับผิดคนหรือเปล่า ฮูหยินอย่าเพิ่งร้อนใจ ดูว่าเจ้าสำนักจะตัดสินอย่างไรก็แล้วกัน หินชิงสือที่คอของเจ้าได้มาอย่างไร ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจ เหมือนว่าข้าจะใส่มาตั้งแต่เด็กแล้ว เช่นนั้นให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่ ข้า อาจารย์ รั่วเฉิน เจ้ามานี่ จื่อหยางหวาดระแวงมากกว่าพวกเราเสียอีก ถึงกับใช้กระจกส่องวิญญาณมาทดสอบเขา เจ้ามายืนตรงนี้ กระจกนี้สามารถพิสูจน์ว่าเป็นมนุษย์ เซียนหรือปีศาจได้ คนธรรมดาส่องแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เทพเซียนส่องแล้วจะเป็นสีแดงทั้งตัว ถ้าเป็นมารปีศาจที่ส่อง ก็จะมีพลังแห่งความชั่วร้ายสีดำ แผ่กระจายออกมา เรื่องนี้ข้าว่า น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วละ ศิษย์พี่ เหตุใดกระจกส่องวิญญาณนี้ ไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย [หรือกระจกนี้ ควรมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างนั้นหรือ] [หากเจ้าทึ่มนี่เป็นตัวปลอม] [ข้าต้องถูกทุกคนหัวเราะเยาะตายแน่] เจ้ายืนไกลเช่นนั้นแน่นอนอยู่แล้วว่าไม่ได้ เข้าไปยืนใกล้ ๆ หน่อยสิ อินอิน อินอิน
– อินอิน – อินอิน – อินอิน – ศิษย์พี่อินอิน ท่านเจ้าสำนัก ทุกท่าน เมื่อครู่ลูกสาวข้าปวดหัวเพราะโรคเก่ากำเริบ เสียมารยาทเกินไปจริง ๆ ไม่เป็นไร เรื่องวันนี้โชคดีที่มีอินอิน ทุกท่านเองก็เห็นแล้ว เพราะร่างเซียนเข้าไปในกระจกส่องวิญญาณนี้ รัศมีจึงส่องประกายทันที ตอนนี้คงเชื่อแล้วว่ารั่วเฉิน คือเซียนตกสวรรค์พิบัติกาล อย่างไม่ต้องสงสัยแล้วนะ [เซียนตกสวรรค์พิบัติกาลหรือ] [เขาเป็นเซียนตกสวรรค์อย่างนั้นหรือ] [ที่แท้ก็เป็นเพราะหินชิงสือนี่] [จึงเข้าใจผิดคิดว่าข้าเป็นเขา] แต่เมื่อครู่กระจกส่องวิญญาณ ไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อยจริง ๆ ความลับสวรรค์ยากที่จะคาดเดา ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะเข้าใจได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่าว่าแต่กระจกส่องวิญญาณนี้เลย แม้แต่หินชิงสือบนคอของเขาที่ห้อยอยู่ ก็มีจิตวิญญาณเช่นกัน มันจำเจ้าของได้ รั่วเฉินไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ ไม่จำเป็นต้องถกเถียงกันอีก ตอนนี้ควรกำหนดว่าจะให้เขา เข้าร่วมสำนักไหนดีกว่า ในเมื่อเจ้าสำนักให้ความสำคัญกับ เซียนตกสวรรค์ที่ผ่านด่านเคราะห์มาเช่นนี้ และตำหนักไท่เสวียนของข้า มีคุณงามความดีมากที่สุด ให้ข้ามาสั่งสอนรั่วเฉินจะเป็นการดีที่สุด นักพรตจิ่งเซียว วิชากระบี่ห้าธาตุของท่านน่าเกรงขามจริง ๆ แต่การบำเพ็ญจินตัน ตามหลักของซานชิง ยังคงเป็นสำนักของข้าจื่อหยาง ที่จัดอยู่ในอันดับแรก สำนักของข้าเหมาะกับการวางรากฐาน ให้ศิษย์ที่อายุน้อยมากที่สุด ถึงแม้ว่ารั่วเฉินจะเป็นเซียนตกสวรรค์ แต่วันนี้พื้นฐานอ่อนแอ
ให้ข้าเป็นคนสั่งสอนย่อมเหมาะสมที่สุด ข้าว่าคงไม่เหมาะสมที่สุดแล้วกระมัง สำนักของท่านมีศิษย์สตรีมากมาย อีกทั้งจี้รั่วเฉินดวงตาของเขาก็ช่างมีเสน่ห์ อันตรายเสียจริง ศิษย์ยี่สิบหกคนในสำนักจิ่งเซียว ไม่มีสตรีเลยหรืออย่างไร เซียนตกสวรรค์ไม่ช้าก็เร็ว ต้องโบยบินกลับสวรรค์อยู่ดี นักพรตไท่เวยพูดเช่นนี้ ไม่น่าขำหรือ เจ้า เจ้า ข้าคิดว่าเขาไม่เหมาะกับพวกเจ้าที่สุด พวกท่านว่าใช่หรือไม่ ทุกท่าน ที่ทุกท่านพูดก็มีเหตุผล จี้รั่วเฉินผู้นี้จะไปอยู่ที่สำนักไหน ทั้งเหมาะสมและไม่เหมาะสม ทว่าการช่วยให้เขาได้กลับไปแดนเซียนอีกครั้ง เป็นเรื่องใหญ่อันดับหนึ่ง ของสำนักซีเสวียนของข้า จะมองข้ามมิได้ อย่างนี้ก็แล้วกัน ให้รั่วเฉินไปอยู่ ตำหนักไท่ฉางของจื่อหยางชั่วคราว แต่ละสำนักที่เหลือทุกเดือน สับเปลี่ยนกันมาสั่งสอนเขาสองวัน รออีกสามปีหลังจากนี้เมื่อมีการสอบใหญ่ แล้วให้เขาตัดสินใจอีกทีว่าจะเข้าร่วมสำนักไหน เช่นนี้ก็ดี แทนที่จะแย่งชิงกันไปมา ไม่สู้มาสอนเขาด้วยกันดีกว่า รั่วเฉิน เช่นนั้นเจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร ท่านอาจารย์ทั้งหลาย ได้โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วย กระบี่เซียนชื่ออิ๋ง กระบี่ชื่ออิ๋งเล่มนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่กระบี่เซียนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กลับเป็นสิ่งที่ข้ารัก วันนี้ข้าขอมอบมันให้เจ้าแล้วกัน ขอบคุณท่านอาจารย์ กระบี่ชื่ออิ๋งเล่มนี้เดิมทีควรเป็นของข้า จะให้เจ้าคนนั้นใช้ประโยชน์ได้อย่างไรเล่า อินอิน พอแล้ว อินอิน ไปกันเถอะ ใช่แล้วละ ศิษย์พี่อวิ๋นเฟิง ที่นี่สวยกว่าในบันทึกบำเพ็ญเซียน ที่เขียนเอาไว้มากเลยนะ ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกมากมาย ในเขาซีเสวียน
วันหน้าเจ้าจะค่อย ๆ ค้นพบเอง ค่อย ๆ เข้าใจด้วยตัวเอง อ้อ ใช่แล้ว ศิษย์พี่อวิ๋นเฟิง เมื่อครู่อินอินนางอยู่ที่ตำหนักใหญ่ อาการปวดหัวและโรคเก่ากำเริบ โรคของนางนี้ เป็นโรคที่อันตรายมากหรือไม่ อินอินมีปัญหา ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายตั้งแต่เด็ก บางครั้งเมื่ออาการกำเริบ ก็จะปวดหัวเวียนหัว แต่โชคดีที่มีพลังชีวิตของสามีภรรยา จิ่งเซียวมาปกป้องร่างกาย ดังนั้นจึงไม่เป็นอะไรมาก ทางนี้ ทั้งสองด้านเป็นห้องที่อยู่ข้างห้องโถงใหญ่ ตรงนี้คือลานบ้านของพวกเรา ที่นี่ใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ รั่วเฉิน มานี่ รั่วเฉิน ที่นี่คือที่อยู่ของเจ้า ต่อไปต้องการอะไร ก็บอกข้าได้เลย สถานที่ใหญ่โตขนาดนี้ ข้าอาศัยอยู่คนเดียวเลยหรือ ใช่ แค่เจ้าคนเดียว เช่นนั้นสำนักซีเสวียนของพวกท่าน เป็นสำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้าจริง ๆ ช่างมีเงินและอิทธิพลมากเสียจริง พวกท่านมีศิษย์ตั้งมากมาย พวกท่านต้องเตรียมที่พักไว้กี่แห่งหรือ ไม่ใช่อย่างนั้น ศิษย์ส่วนใหญ่ล้วนแต่นอนรวมกัน เจ้าเป็นเซียนตกสวรรค์ของสำนักข้า เจ้าคือส่วนสำคัญในการพัฒนาสำนัก พวกเราไม่สามารถเทียบกับเจ้าได้หรอก มิน่าเล่า เช่นนั้นพวกท่านกำลังรอข้า ขึ้นสวรรค์ไปเป็นเซียนอยู่ใช่หรือไม่ แต่ท่านวางใจได้ มิตรภาพของซีเสวียนน่ะ ข้าจดจำไว้ในใจตลอด หากวันใดที่ข้าได้บรรลุเป็นเซียน ข้าจะไม่ลืมพวกท่านอย่างแน่นอน เจ้าคงจะเหนื่อยแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ
ตกลง ขอตัวก่อน น่าแปลก เมื่อครู่ร้อนจะตายอยู่แล้วแท้ ๆ เหตุใดตอนนี้ถึงไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ เจ้าก้อนหินเส็งเคร็งนี่ เจ้าอย่ามาเล่นมุก หินชิงสือจำเจ้าของได้อะไรนั่นอีกเลย จากนี้ไปข้าก็คือเจ้าของของเจ้า ได้ยินหรือไม่ ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้นะ เจ้าก็พิจารณาตัวเองอยู่ข้างในก็แล้วกัน การสำรวจความลับของสวรรค์ในครั้งนี้ ข้าออกจากการบำเพ็ญเพียรมาก่อน โชคดีที่เซียนตกสวรรค์เป็นของสำนักเรา เรียกได้ว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิต ผ่านด่านเคราะห์มาได้ จะต้องช่วยซีเสวียน ข้ามผ่านอุปสรรคได้เป็นแน่ ศิษย์พี่พูดถูกต้องที่สุด ศิษย์พี่ใหญ่ ตั้งแต่ท่านเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ท่านก็ให้ข้ารับหน้าที่เป็นเจ้าสำนักแทน แต่นี่ก็หลายสิบปีมาแล้ว การบำเพ็ญเพียรของข้าล่าช้าเกินไปแล้ว สำนักของเราก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มิเช่นนั้นท่านให้จิ่งเซียวทำเถอะ ข้ากลัวว่าจะเป็นการเนรคุณ ต่อความไว้วางใจของท่านน่ะสิ ศิษย์น้องเอ๋ย เจ้าอย่าดูถูกตัวเองเกินไป ตอนนี้จี้รั่วเฉินเข้าไปในสำนักเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางที่ถูกหรือผิด หรือเป็นการทำลายซีเสวียนของข้า หรือจะเป็นใหญ่ในสามภพ พวกเขาจะคิดหาทุกวิถีทางที่ไม่ดีต่อเขา ศิษย์น้อง ต่อไปเจ้าจะทำอะไรต้องระวังด้วยนะ อย่าให้คนผ่านด่านเคราะห์ ในสำนักข้าเกิดความเสียหายเป็นอันขาด น้อมรับคำบัญชาท่านเจ้าสำนัก ในที่สุดข้าก็สามารถเข้าฌานบำเพ็ญเพียร ได้อย่างสบายใจแล้ว แต่เรื่องในสำนัก ก็ต้องให้พวกศิษย์น้องดูแลอีกแล้วละ อินอิน – ลูกสาว – อินอิน – ลูกสาว – ไม่เป็นไรใช่หรือไม่
เจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง มา อินอิน ข้าดีขึ้นมากแล้ว แต่วันนี้ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวง เหตุใดโรคปีศาจของข้าถึงกำเริบรุนแรงเช่นนี้ เจ้ายังจะพูดอีก เจ้ารู้อยู่แล้วว่าในร่างกายตัวเอง มีต้นหล่อเลี้ยงปีศาจ แล้วยังจะดันทุรังเข้าใกล้ กระจกส่องวิญญาณนั่นอีก กระจกบานนั้นสามารถแยกแยะมนุษย์ ปีศาจและเซียนได้ เป็นเพราะมันสัมผัสกับพลังปีศาจในร่างเจ้า จึงทำให้เลือดลมของเจ้าย้อนกลับไป ข้าก็ร้อนใจเพราะจี้เสี่ยวเอ้อร์คนนั้น จึงไม่ทันได้สนใจอะไรมาก เจ้าน่ะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าถ้าวันนี้ไม่มีจี้รั่วเฉิน ได้พลังเซียนของเขามาบังไว้ เกรงว่าเจ้าจะปรากฏกายปีศาจออกมาน่ะสิ จะปรากฏก็ให้ปรากฏออกมาเถอะ หลายปีขนาดนี้แล้ว หลบ ๆ ซ่อน ๆ มาโดยตลอด อกสั่นขวัญหาย ข้าทนมามากพอแล้ว ถ้าแค่ความเจ็บปวดบนร่างกาย ข้าแค่อดทนก็เท่านั้นเอง แต่ฝึกวรยุทธ์เหมือนกัน คนอื่นฝึกหนึ่งเดือน แต่เป็นเพราะการรบกวนของพิษปีศาจ ข้าจึงต้องฝึกมากกว่าหลายเท่า ไม่สู้กลายเป็นปีศาจ คงจะมีความสุขกว่า ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด เจ้าต้องรู้ไว้นะ ตั้งแต่สมัยโบราณซีเสวียน อยู่ร่วมโลกกับปีศาจไม่ได้ หากเจ้ากลายเป็นปีศาจ อย่างน้อยที่สุดก็ขับไล่ออกจากสำนัก หนักสุดก็ถูกประหารชีวิต นั่นน่ะเอาชีวิตพ่อกับแม่เจ้าได้เลยนะ ต้องโทษจิ้งจอกพันปีนั่น ลูกเอ๋ย เจ้าลำบากแล้ว พ่อกับแม่ไม่ได้ปกป้องเจ้าให้ดี ท่านแม่ ท่านอย่าเสียใจไปเลย ปากข้าก็แค่พูดระบายความโกรธเท่านั้น พวกท่านอย่าเสียใจเพราะข้าอีกเลย
อย่างนี้แล้วกัน ข้ารับปากพวกท่าน วันหลังข้าจะตั้งใจฝึกวรยุทธ์ ปฏิบัติตามกฎสำนัก ช่วงชิงและรักษาตำแหน่งสูงสุดเอาไว้ให้ได้ ดี ดี ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า ดีขึ้นหรือยัง ดีขึ้นมากแล้วละ สวัสดีศิษย์พี่ คารวะศิษย์พี่ทุกท่าน เจ้าเป็นใครน่ะ ศิษย์พี่เรียกมั่วซั่วไม่ได้นะ เจ้ายังไม่รู้สินะ ท่านนี้คือผู้บำเพ็ญเพียรที่มีความสามารถ พบเจอยากในรอบพันปี เซียนตกสวรรค์พิบัติกาล จี้อะไรแล้วนะ จี้รั่วเฉิน เป็นเซียนตกสวรรค์พิบัติกาลได้อย่างไร ข้าว่าเหมือนเด็กรับใช้เสียมากกว่า ข้าน่าจะมีวาสนาลึกซึ้งกว่าคนอื่น ที่นี่คือหอคัมภีร์ เป็นสถานที่สำคัญของสำนัก เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ข้าแค่มาดูเฉย ๆ น่ะ เช่นนั้นเจ้าก็เข้าไปดูตามสบายเถอะ คงไม่ได้กระมัง ข้ากำลังรอป้ายผ่านทาง ของศิษย์พี่อวิ๋นเฟิงอยู่ ไม่จำเป็นหรอก กฎเหล่านี้น่ะ ใช้สำหรับศิษย์ธรรมดาอย่างพวกเราเท่านั้น ตัวตนของเจ้าไม่ธรรมดา ไม่ต้องเคร่งกับเรื่องนี้หรอก เข้าไปได้เลย จริงหรือ ขอบคุณพวกท่านมาก [หอคัมภีร์] นี่มันตัวอะไร เจ้า เจ้า อย่าเข้ามานะ น่าขยะแขยงอะไรเช่นนี้ พวกเจ้าทั้งสองอย่าเข้ามานะ ศิษย์พี่อินอิน รีบมาช่วยข้าเร็ว ศิษย์พี่