บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.25 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 25] [เท่าไรหรือ] [แม่นาง] [สร้อยข้อมือนี้ไม่ธรรมดานะ] [เม็ดไข่มุกของข้านี้] เป็นเพราะเหล่าปีศาจทะเลสาบควักลูกตาตัวเอง ออกมาข้างหนึ่งเพื่อลูกของตน [เกิดจากการเลี้ยงอยู่ในหอยแมลงภู่สีทอง] [ขจัดสิ่งชั่วร้าย] [มีประสิทธิภาพแน่นอน] [-นักต้มตุ๋นนี่ -นักต้มตุ๋นที่แต่งเรื่องขึ้นมาเอง] นักต้มตุ๋นอะไรกันเล่า ไม่รู้จักสินค้าจริง ๆ เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่า จะต้องมีคนมาซื้อมันแน่นอน ห้าพันตำลึง ข้าซื้อไว้ อย่าให้ปีศาจทะเลสาบนั้น ควักลูกตาตัวเองอีกข้างหนึ่ง เพื่อให้ลูกผ่านพ้นฤดูหนาวไปอีกเลย แม่นาง คนที่ข้ารอคอยมาตลอด คือเจ้า เจ้าไม่รู้จักข้าแล้วหรือ คงจะ จำได้กระมัง ข้าจำได้ว่าเมื่อคืน ตอนที่ข้าโดนคนอื่นช้อนขึ้นมาจากน้ำ เหมือนข้าจำได้ว่า ก่อนหน้านี้ข้าเล่านิทาน ปีศาจทะเลสาบให้ผู้อื่นฟังอยู่ที่ตรงนี้ และข้ายังมอบไข่มุกนี้ ให้กับแม่นางคนหนึ่ง แม่นางคนนี้ แม่นางคนนั้นคือข้า ข้าชื่อหลิ่วเซา เจ้าคือ ลั่วเกอ หลิ่วเซา จันทราเคลื่อนคล้อยยังยอดกิ่งหลิว [จันทราเคลื่อนคล้อยยังยอดกิ่งหลิว] [เป็นชื่อที่ดีนะ] เป็นชื่อที่ดีนะ เจ้า… เมื่อกี้นี้เรียกข้าว่าอะไรหรือ ลั่วเกอ ลั่วเกอ ♫ บทเพลงบรรเลงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ♫
เพียงแค่เจ้าลืมไปหมดแล้ว ♫ ดอกท้อโบยบินไปกับนกนางแอ่น ♫ แล้วจะถอนคำสาปกลืนวิญญาณได้เช่นไร อันนี้ข้าจำไม่ได้แน่ชัดแล้วจริง ๆ ♫ แสงไฟแห่งใดส่องแสงให้ผู้คนกลับมา ♫ เหมือนจะเห็นขณะที่ลอยอยู่ในน้ำ ข้าจำได้ว่า เหมือนจะติดค้างใคร ♫ เมฆาม้วนเกลียวอาทิตย์อัสดง ♫ ฉะนั้น ฉะนั้นข้าจึงได้จับมันเอาไว้ ♫ จันทราจุมพิตที่ปลายคิ้ว ♫ ♫ ยังรอคอยท่านเอ่ยกล่าว ♫ ♫ ในชาตินี้ ราตรีนี้ ♫ [ขอโทษด้วยนะ] ♫ ถามไถ่ธารารินรับรู้ถึงใบไม้แดง ♫ [ทำให้ของล้ำค่าที่ลู่หลีให้เจ้า] [แตกไปแล้ว] ♫ คะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ♫ ไม่สิ ♫ ยังจดจำดรุณผู้นั้น ♫ เจ้าเป็นอะไรไปหรือ ♫ รอยยิ้มที่ปรารถนาชิงชังหากต้องแก่ชราไป ♫ นี่… นี่ข้าติดค้างเจ้าจริง ๆ หรือ ♫ บุปผาเบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫ ขอโทษด้วยนะ ข้าเอาอันนี้
♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ นี้ ๆ ๆ อันนี้ให้เจ้า ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ แล้วก็อันนี้ก็ให้เจ้า ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ คิดเสียว่าข้าชดเชยให้เจ้า ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ ข้าให้เจ้าหมดเลย เจ้าอย่าร้องไห้อีกเลย ได้หรือไม่ ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫ ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น ข้าต้องการเพียงเจ้าเท่านั้น เจ้าต้องการข้าหรือ เจ้าต้องการข้าก็ได้ แต่ที่จริงแล้ว ที่จริง ที่จริงแล้วข้าไม่ได้แพงขนาดนั้น ข้าไม่ต้องการห้าพันตำลึง หนึ่งพันตำลึงก็พอแล้ว ไม่ หนึ่งอีแปะก็ได้ [หนึ่งอีแปะ] [ลู่หลีขายให้กับหลิ่วเซาแล้ว] [ไม่เปลี่ยนใจตลอดกาล] [ไม่เปลี่ยนใจตลอดกาล] ลู่หลีเจ้าคนหลอกลวง เจ้าลืมไปแล้วหรือ ข้าเคยให้เจ้าหนึ่งอีแปะแล้ว
♫ ถามไถ่ธารารินรับรู้ถึงใบไม้แดง ♫ เหตุใดถึงพูดไม่เป็นคำพูด ♫ คะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ♫ ห้ามบิดพลิ้ว ♫ ยังจดจำดรุณผู้นั้น ♫ ♫ รอยยิ้มที่ปรารถนาชิงชังหากต้องแก่ชราไป ♫ [กลับโลกมนุษย์] [ถอนคำสาปกลืนวิญญาณ] ข้าจำคำพูดเหล่านี้ไม่ได้เลย บัดนี้เจ้า เพียงแค่มาประสบเคราะห์ร้ายบนโลกมนุษย์เท่านั้น หลังจากที่ผ่านเคราะห์ร้ายครั้งนี้ไปได้แล้ว เจ้าจะยังคงเป็นท่านเซียนที่สูงส่งผู้นั้นเช่นเดิม ทุกคนต่างเคารพนับถือ ทุกคนต่างเคารพนับถือ ฟังแล้วเหมือนไม่มีความสุขเลย ♫ บุปผาเบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫ ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในความรัก ♫ ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ ข้าจำวันเวลาที่ผ่านไปไม่ได้ ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ ข้าในตอนนี้ เป็นเพียงมนุษย์ที่ธรรมดามาก ๆ ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ คนหนึ่งเท่านั้น ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ หลิ่วเซา ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫
ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ ข้า… ไม่รู้สึกโหยหา ชีวิตเทพเซียนอย่างที่เจ้าพูดมา ความสงบสุขที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ทำให้ข้ารู้สึกอิสระเป็นพิเศษ หลิ่วเซา เป็นอย่างเช่นตอนนี้ดีมากนะ เจ้าอยู่บนโลกมนุษย์เป็นเพื่อนข้าเถอะ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ [บัดนี้เกอเอ๋อร์ทุกข์ทรมานเพราะ] ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ [เศษพลังเย่าหลิงของเจ้ามากเพียงใด] [คนที่รักทุกข์ทรมานเพราะตน] ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ [หรือเจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดใจหรือ] ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ [ผู้ที่จะทำร้ายเจ้าได้] ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ [ที่แท้เป็นข้าเอง] ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫ [หลิ่วเซา] [ข้าจำเป็นต้องเผชิญหน้าต่อความรับผิดชอบของข้า] ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫
♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ [ประสบเคราะห์ร้ายใหม่อีกครั้ง] นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ พวกเราถูกกำหนดให้ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ ในเมื่อไม่อาจร้องขอได้ สู้ปล่อยมือตั้งแต่ตอนนี้ยังดีเสียกว่า [ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง] [เจ้าดูสามพิภพนี้ด้วยตัวของเจ้าเอง] [ว่าต้องการเจ้ามากเพียงใด] [ข้าไปช่วยพวกเขาก่อน] [นี่…] [ข้าควรทำเช่นไร] [นี่…] [ข้าควรทำอะไรสักหน่อยหรือเปล่า] [เหมือนว่า น่าจะเป็น…] [เช่นนี้] [ไม่มีอะไรเลยนี่] [ข้าลองใหม่อีกครั้ง] พี่ใหญ่ ช่วย ๆ ๆ ช่วยข้า เพียงแค่โบกไปสองครั้ง ส่งพวกเขาไปให้หมดสิ้น ได้ เร็วสิ เร็ว ๆ เร็ว หลิ่วเซา อย่างไรเสียก็ยังเป็นพี่สะใภ้ที่เยี่ยมยอด พี่ใหญ่ พี่ อันนี้ ข้าจำได้ว่า ใช้เช่นนี้นี่นะ พี่สะใภ้บอกว่าพี่หายไปแล้วไม่ใช่หรือ พี่อยู่ตรงนี้ได้เช่นไรกันล่ะ เมื่อวานเจ้าบอกข้าว่าจะมาปราบปีศาจที่นี่ ข้าพบเจอเขา จึงพาเขามาที่นี่ด้วย พี่สะใภ้ หลิ่วเซา ข้าเห็นเจ้าโจมตีเพียงครู่เดียว ก็ทำเอาพวกเขาถอยไปแล้ว ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ พี่สะใภ้ พี่ใหญ่เป็นอะไรหรือ เขา ไม่คล่องแคล่วแล้วหรือ
การฝึกฝนของลั่วเกอมีปัญหาเล็กน้อย จำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้แล้ว ฉะนั้น ไม่สามารถใช้วิชาได้ชั่วขณะ ใครคือพี่ใหญ่ของเจ้าหรือ ท่านไงเล่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อกี้นี้ เจ้าเกือบจะทำให้พี่ใหญ่ของเจ้าตายแล้ว ทำไม หรือเจ้า อยากให้พี่สะใภ้ของเจ้าเป็นหญิงม่ายหรือ ฟังสิ น้ำเสียงการพูดเช่นนี้ เป็นพี่ใหญ่ของข้าอย่างแน่นอนไม่มีผิด เพียงแต่ว่า นี่เกิดเหตุอันใดขึ้นหรือ หลายวันมานี้ในเมืองมีคนหายบ่อย ข้ากับพี่เจี่ยนจึงมาตรวจสอบเรื่องนี้ พบว่ามีปีศาจกำลังฆ่าคนเพื่อเอาพลังวัตร พวกเราจึงมาช่วยเหลือ คาดไม่ถึงว่าปีศาจเหล่านั้นก็เจ้าเล่ห์ ซุ่มอยู่ที่นี่แล้ว นี่ข้า… ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ดูท่าแล้ว ต้องไปเรียนวิชาอาคมบ้างแล้วละ เดิมทีคิดอยากจะปกป้องพวกเจ้า บัดนี้… ทำได้เพียงพึ่งพิงพวกเจ้าปกป้องข้าแล้วละ พี่ใหญ่ พี่ปกป้องคนมามากมายแล้ว โลกมนุษย์ทั้งโลก ต่างก็ต้องขอบคุณพี่ หลิ่วเซา เจ้าตำหนักซาง เจ้าพบเจอเขาแล้วหรือ นี่เป็นใครหรือ ถ้าเขาไม่กลับไปอีกละก็ ไม่รู้จัก จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่แล้ว -เจ้าก็ไม่รู้จักหรือ -เหมือนว่าเขาจะจำอะไรไม่ได้เลย ไม่เคยเจอนี่ รบกวนเจ้าสำนักซาง กลับไปแจ้งเหล่าท่านเซียน ข้าจะส่งท่านเซียนลั่วเกอที่ปกติดี กลับไปยังตำหนักเซียน หลิ่วเซา ผู้หยิ่งยโสนี้คือใครหรือ รูปร่างหน้าตาสุภาพมาก ใบหน้านี้คิดว่าคงจะไม่ได้ทาสีขาว หนึ่งกิโลกรัมครึ่งกระมัง ลั่วเกอ เจ้าตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว ปากยังร้ายเช่นนี้อีกหรือ
เจ้าดูให้ชัดเจนนะ พวกเจ้าดูให้ชัด ๆ นะ ข้าเจ้าตำหนัก งามแต่กำเนิด บนใบหน้ามีสีขาวหนึ่งกิโลกรัมครึ่งได้เยี่ยงไร เจ้าตำหนักซาง มาหาพวกเราเพื่อรำลึกความหลังหรือ ไม่ใช่ ข้ามีเหตุสำคัญ ขอความช่วยเหลือจากแม่นางหลิ่วเซา รบกวนตามข้าไปที่อื่น หลิ่วเซา อะไรนะ ศิลาจารึกสี่ฤดูมีกลิ่นอายความชั่วร้าย รั่วไหลออกมาอีกแล้วหรือ ใช่ ลั่วเกอไม่อยู่ มีเพียงยันต์โลหิตของเจ้าเท่านั้นแล้ว ที่ควบคุมการกำเนิดของสิ่งชั่วร้ายได้ ข้ารู้ เจ้าตั้งใจจะรับไปกี่เม็ด รับไปเม็ดเดียวก่อน สามารถป้องกันได้สามวัน หวังว่าเจ้าจะสามารถ ช่วยให้เขาสำเร็จการประสบเคราะห์ร้าย ได้ภายในสามวัน มิเช่นนั้น หลิ่วเซา ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมต่อเจ้า หากมีวิธีการอื่น ข้าก็จะไม่มาหาเจ้า ไม่มีลั่วเกอ ไข่มุกยันต์ยับยั้งไว้ได้หรือไม่ ไข่มุกยันต์หนึ่งเม็ด อย่างมากสุดก็ช่วยสามพิภพให้อยู่รอด ต่อไปได้อีกสามวัน เจ้าคอยดูเถอะ หากสามวันผ่านไป ลั่วเกอยังไม่กลับมา ศิลาจารึกสี่ฤดูก็จะไม่อาจควบคุมได้อีก สามพิภพวุ่นวายครั้งใหญ่ เจ้ารับไปหนึ่งเม็ดก่อน ข้าจะพยายามช่วยให้ลั่วเกอ นึกเรื่องราวเหล่านั้นในอดีตให้ได้ สามวันต่อจากนี้ ทำได้เพียงลำบากเจ้าแล้วสินะ ขออนุญาต [หลิ่วเซา] [หลิ่วเซา] หลิ่วเซา หลิ่วเซา [เจ้าไปไหนแล้ว] เจ้าตำหนักซาง
รบกวนเจ้า ลงวิชาอาคมความสงบเงียบให้ข้าหนึ่งบท ข้ากลัวว่าข้าจะ เจ็บปวดจนร้องออกมา เขาได้ยินเสียงร้องของข้า จะเสียใจ ได้ นี่จะเป็นการนำไข่มุกยันต์เม็ดที่ห้า ของเจ้าออกมา มันจะทำลายพลังชีวิตร่างกายของเจ้าอย่างรุนแรง หลังจากนี้เจ้า จะต้องปรับสมดุลร่างกายให้ดีโดยเด็ดขาด วางใจเถอะ หลิ่วเซา หลิ่วเซา เมื่อไม่มีพลังเวท แม้แต่หลิ่วเซาก็ปกป้องไว้ไม่ได้ คือความรู้สึกเช่นนี้เองหรือ หลิ่วเซา หลิ่วเซา เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดเจ้าจึงอ่อนแอได้ถึงเพียงนี้ เจ้าไปไหนมา ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแต่เมื่อครู่นี้ คุยกับเจ้าตำหนักซางไปสองสามคำ ไม่ทันระวังเลยลื่นล้มน่ะ ลื่นล้มหรือ ล้มโดนตรงไหนกัน ไม่ได้มีบาดแผลหรอก ไม่ได้สิ ท่านอุ้มข้าเดินไปสักพักแล้วกัน ได้ ลั่วเกอไม่ได้ทำอะไรเจ้าใช่หรือไม่ เขาน่าจะอยากถลกหนังข้าแล้วกระมัง แต่ว่า ตอนนี้เขาไม่มีพลังเวทแล้ว ทำได้เพียงยืนมองตาปริบ ๆ เจ้าก็ได้ใจไปเถอะ ระวังว่าถึงเวลาแล้วจะโดนคิดบัญชีคืน รีบปิดผนึกเถอะ ได้ คนหยิ่งยโสอะไรนั่นน่ะ เขา เขาไม่กลัวขนจะร่วงหมดตัวหรืออย่างไรกัน พาพี่สะใภ้ข้าออกไปไม่ทันไร ก็บาดเจ็บถึงขนาดนี้ได้ นั่นสิ ท่านเซียนลั่วเกอ รอให้พลังเวทท่านกลับมาเมื่อใด ท่านต้องถอนขนของเขาออกมาให้หมดเลยนะ ใช่ แล้วเอาไปแขวนไว้ที่กำแพงเมือง แขวนเขาไปเลยสามวัน
ใช่ ข้าทำแน่นอน ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าข้าเอง… คารวะศิษย์พี่ลู่ คารวะท่านเซียนลั่วเกอ หลิ่วเซา นี่พวกเขา… พวกเขากำลังขอบคุณท่าน ที่ช่วยเหลือโลกมนุษย์ไว้ ขอบคุณข้าหรือ วันนั้นสำนักอู่หยางโหว ถูกโลกปีศาจยึดครอง โลกมนุษย์หวิดจะกลายเป็นดินแดนปีศาจ แต่ท่านใช้พลังเท่าที่ท่านมี สร้างเขตอาคมของสำนักอู่หยางโหวขึ้นมาใหม่ ทำให้ผู้มีวิชาแห่งโลกมนุษย์ได้มีที่พักดูแลตน สร้างระเบียบของโลกมนุษย์ขึ้นมาใหม่ ใช่แล้ว พี่ใหญ่เป็นวีรบุรุษแห่งสามพิภพ เป็นผู้ปกป้องสามพิภพ รีบลุกขึ้นสิ นึกอะไรออกบ้างแล้วหรือยัง ไม่เลย ข้าเพียงแต่กำลังคิดว่า คู่สามีภรรยาในโลกมนุษย์ ควรจะใช้ชีวิตเยี่ยงไร หวังเจี่ยน คู่สามีภรรยาในโลกมนุษย์อย่างพวกเจ้า ใช้ชีวิตกันอย่างไรหรือ ก็ใช้ชีวิตแบบนั้นน่ะสิ สร้างกระท่อมสักหลายหลัง ทำไร่สักหลายหมู่ เลี้ยงพวกไก่เป็ดสักไม่กี่ตัว คงไม่ยากนักกระมัง [ไม่ยากเลย ไม่ยาก] เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี ไม่ยากก็ดีแล้ว [ลั่วเกอ] [เมื่อใดกันที่ท่านจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร] วันนั้นข้ามีสัญญาที่ทำไว้กับท่านเซียน รอให้ข้ากำราบเผ่าปีศาจทั้งสี่แล้ว ท่านเซียนจะคืนตัวอาฝูให้ข้า บัดนี้เผ่าปีศาจได้ถูกกำราบจนสิ้นแล้ว พร้อมทั้งสถาปนาข้าขึ้นเป็นราชา ขอให้ตำหนักเซียนโปรดทำตามสัญญาด้วย ตอนนี้ท่านเซียนกำลังเก็บตัวผ่านด่านเคราะห์ เรื่องที่เขารับปากไว้ พวกข้าตัดสินใจแทนไม่ได้ อสนีบาตฟาดลง จนเขาซีอิ่นเกิดแรงกระแทกจนทรุดลง ท่านเซียนเพียงแต่เก็บตัว เพื่อผ่านด่านเคราะห์จริงหรือ
เฮอน่า นี่คือเรื่องในตำหนักเซียนของข้า เจ้ายุ่งเกินขอบเขตแล้ว สามพิภพรวมเป็นหนึ่งเดียว หากตำหนักเซียนเกิดการเปลี่ยนแปลง เผ่าปีศาจของข้าจะไม่ได้รับผลกระทบได้หรือ ได้ ตำหนักเซียนพูดคำไหนคำนั้น เจ้าตามข้ามาเถอะ เขาไม่ใช่อาฝูจวิน เดิมที พวกเราตั้งใจจะปล่อยตัวอาฝูจวินกลับแดนปีศาจ แต่เขาหนีไป เช่นนี้ก็แตกต่างจากเดิมแล้ว นี่คือสิ่งของของลั่วหนิง หรือว่า นางถูกน้องชายเจ้าลักพาตัวไปเช่นกัน ที่แท้ก็เป็นของของเทพธิดาลั่วหนิง เจ้าตำหนักซางโปรดวางใจ ข้าจะตามหาตัวอาฝูเพื่อถามให้กระจ่าง และนำคำตอบมาให้แก่ตำหนักเซียน รีบมาเร็วเข้า รีบมาเร็ว พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พี่ใหญ่ ไก่ กระต่าย ต้นทับทิม และยังมีดอกท้อ พี่ใหญ่ สิ่งที่ท่านต้องการ เป็นแบบนี้ใช่หรือเปล่า เจ้าชอบหรือไม่ ข้าไม่เคยพักอาศัยในสถานที่เช่นนี้มาก่อน และก็ไม่เคยเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ แต่ว่า ข้าชอบมาก เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดีแล้ว พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ต่อไปพวกท่านก็อาศัยอยู่ที่นี่ อย่างสงบสุขเถอะ เสี่ยวเสวี่ย เราไปเตรียมอาหารอร่อย ๆ กัน ต้อนรับพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้คืนนี้ ไม่มีปัญหา ไปกันเถอะ เดินช้า ๆ หน่อย [ทำอะไรน่ะ]
[เจ้าเก็บผักนี่มาหน่อยสิ] เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นบ้างหรือไม่ ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่ว่า ท่านยังมีหน้าที่อีกมากที่ยังทำไม่สำเร็จ ลั่วเกอ ท่านเป็นเซียนชั้นสูง ข้าเป็นมนุษย์ธรรมดา แม้แต่วิชาอาคมข้ายังใช้ไม่เป็น หรือต่อให้ใช้เป็น สิ่งที่ข้าต้องการปกป้อง ก็ต้องเป็นคนที่ข้าใส่ใจ สามพิภพนั้นหนักเกินไป ข้าแบกรับไว้ไม่ไหวหรอก ไปกันเถอะ ไปช่วยพวกเขาทำอาหารด้วยกันดีกว่า ไป เจ้าดูสิ แพะที่จูงมาสองตัวนี้ น่ารักมากเพียงใด เร็วเข้า ตามมาสิ นี่คือสิ่งที่ท่านบอกว่า เป็นสิ่งสำคัญน่ะหรือ ก็ข้าเห็นว่าช่วงนี้ ร่างกายเจ้าดูซีดเซียวมิใช่หรือ รอเลี้ยงพวกมันจนตัวโตขึ้นแล้ว สามารถรีดนมแพะให้เจ้าดื่มได้ เราใช้ชีวิตกันอยู่ในเรือน มีความสุขไปวัน ๆ ในแบบของตัวเอง และก็ปลูกผักบางชนิดไว้ด้วย พอถึงตอนนั้นนะ ข้าจะขุดที่ดินด้านหลังออกมา เพื่อปลูกผักสวนครัว ผักที่บ้านตัวเองปลูก กินแล้วต้องอร่อยกว่าปกติแน่นอน ไม่พูดแล้วละ ต้องรีบไปกันแล้ว [เหมือนว่าท่านจะจดจำ เรื่องที่ลู่หลีรับปากข้าขึ้นมาได้] [แต่ถ้าท่านจำเรื่องที่ผ่านมา ของลั่วเกอมิได้] [แล้วจะแก้ไขคำสาปกลืนวิญญาณได้อย่างไรกัน] ก็ไม่รู้นะว่าท่านพี่ไปอยู่ที่ไหนกันแน่ โลกมนุษย์กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้าไม่รู้เลยว่าจะไปตามหาเขาที่ไหนดี ท่านเซียนลั่วเกอเป็นคนดี สวรรค์ย่อมคุ้มครอง เจ้ามีใจเป็นห่วงเขาเช่นนี้ เขาน่าจะดีใจมากแล้วละ [เชิญทั้งสองท่าน] [ดูสิว่าชอบสิ่งใด]
[ดูได้ตามสบาย] [เจ้าดูสิ] [มีอะไรที่อยากซื้อหรือไม่] เป็นอย่างไรบ้าง อาฝู ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว เช่นนั้นเราไปกันเถอะ อาฝู เจ้าดูนั่นสิ ไปตรงนั้นกัน ไปสิ รีบไปเร็ว [คุณหนู คุณหนู] [เอาของข้าเถอะ เอาของข้า] [พัดของข้างดงามนะ] [พัดด้ามนี้ของข้าเป็นของดี] [ดูของข้าเถอะ] [คุณหนู] [ดูของข้าหน่อยสิ] ข้ารู้จักประเพณีของมนุษย์อย่างพวกเจ้า การให้พัด คือการสารภาพความในใจใช่หรือไม่ น่าเสียดาย ที่ข้าสนใจก็เพียงแต่ หัวใจของพวกเจ้า อาฝู เจ้าดูสิ ตรงนี้มีพัดสวย ๆ หลายด้ามเลย เจ้าเลือกมาด้ามหนึ่งแล้วมอบให้ข้าเถอะ ดีหรือไม่ ได้สิ ข้าซื้อให้เจ้าเอง จะให้กองเป็นภูเขาก็ยังได้ ขอแค่เจ้าไม่ยอมรับของคนพวกนั้นก็พอแล้ว เจ้าคิดว่าเทพธิดาน้อยเช่นข้า จะรับของของใครก็ได้หรือ ลองดูสิ ได้สิ [มาดูได้เลย] [พัดด้ามนี้ก็สวยงามมาก] [ดูว่าเจ้าอยากได้ด้ามไหน] สวยงามจริง ๆ ชอบหรือไม่ เอ๊ะ อาฝู เจ้าดูสิ เชิญเลย นายท่าน เชิญดูได้เลย อาฝู
ถ้าสวมนี่ไว้ ก็ไม่มีใครเอาพัดมาให้ข้าแล้วละ เช่นนั้น… เช่นนั้นข้าเลือกอันนี้แล้วกัน ถ้ามีใครกล้าเอาพัดมาให้เจ้า สภาพข้าตอนนี้ จะได้ทำให้พวกเขาตกใจจนหนีไป อาฝู เจ้าสวมหน้ากากนี่แล้วน่าเกลียดจัง ให้ข้าดูเจ้าหน่อยสิ ดูนะ เทพธิดาน้อยของข้าดูดีก็พอแล้ว เช่นนั้นก็ซื้อสองอันนี้แล้วกัน ขอบคุณนายท่าน อาฝู ไปดูตรงนั้นกันต่อเถอะ ไปกัน เชิญขอรับ ยุคนี้ ยังมีคนเลือกซื้อ หน้ากากราชาปีศาจกับเทพธิดาเจ๋อสุ่ยด้วยหรือ ข้าจะไปโลกมนุษย์ด้วยตนเองเสียหน่อย และยังมี เรื่องที่อาฝูหนีออกจากตำหนักเซียน จะให้ใครรู้อีกมิได้ เกรงว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รับคำสั่ง [อาฝู] [ต้องโทษที่ข้าตามใจเจ้าเกินไป] [ทำให้เจ้าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง] [ก่อเรื่องสร้างปัญหา] [หากตำหนักเซียนยื่นมือแทรกเข้ามา] [แล้วจะทำเช่นไรดี] [โรงน้ำชาเฉียนหยวน] นายท่านทั้งสอง นี่คือน้ำ ค่อย ๆ ดื่มนะขอรับ ขอบใจมาก เจ้ารีบดื่มสิ [หอมจริง ๆ] อยากกินขนมซิ่งเล่าหรือ ยังไม่เคยชิมมาก่อนเลย ข้าจะไปซื้อให้เจ้านะ ดีเลย [ดูดวง] แม่นาง ต้องการดูดวงหรือไม่ ไม่ต้องหรอก แล้ว… แม่นางกำลังตามหา… ตามหาคนอยู่ใช่หรือไม่ ท่านทำนายสิ่งนี้ได้ด้วยหรือ
ขอแค่เจ้าจ้องที่เข็มทิศฮวงจุ้ยนี้ พร้อมระลึกถึงคนที่คิดถึงในใจ เข็มทิศฮวงจุ้ยนี้ ก็จะช่วยนำทางคนที่เจ้าระลึกถึง ให้แก่เจ้า [โรงน้ำชาเฉียนหยวน] [ดูดวง] ตามหาตั้งนาน ในที่สุดก็พบผู้ที่มีพลังวิญญาณหนึ่งคน รอให้ข้าดูดพลังเซียนนี้ออกมา เชื่อว่า นายท่านจะต้องดีใจเป็นอย่างยิ่ง กล้าแตะต้องนางหรือ เจ้ารนหาที่ตายใช่ไหม ลั่วหนิง ลั่วหนิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อาฝู ข้าเจ็บจัง เจ็บตรงไหน ลั่วหนิง ระวัง ท่านพี่ หมู่นี้ในโลกมนุษย์ มีคนตายเพราะถูกชิงพลังวัตรติดต่อกัน ข้าวของที่ล้มเกลื่อนกลาดในตลาด ดูแล้วคงเป็นฝีมือของพวกเจ้าด้วย บอกมา ใครเป็นผู้ยุยงพวกเจ้า ให้รวบรวมพลังวัตรจากทุกสารทิศ ราชาปีศาจ ข้า… [กลิ่นอายความชั่วร้ายอีกแล้ว] [หรือจะเป็นผู้ที่อยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู] [ลั่วเกอลงมาโลกมนุษย์] [บัดนี้ศิลาจารึกสี่ฤดูยิ่งตกอยู่ในอันตราย] อาฝู ท่านพี่ เจ้าไม่เป็นอะไรนะ ข้าไม่เป็นอะไร ลั่วหนิง [นี่คือ…] ลั่วหนิง ไม่เป็นอะไร อยู่นิ่ง ๆ นะ เทพธิดา อาฝู เจ้ากลับวังปีศาจไปก่อน มอบตัวเทพธิดาให้ข้า ข้าจะพานางกลับตำหนักเซียน ไม่ได้ อาฝู นางเป็นน้องสาวของลั่วเกอ
มิใช่ผู้ที่เจ้าจะสามารถนำตัวออกมาได้ ท่านพี่กลัวว่าจะล่วงเกิน ตำหนักเซียนใช่หรือไม่ ตำหนักเซียนปั่นป่วน สามพิภพไม่สงบสุข เจ้าอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายอีกเลย แต่เทพธิดาลั่วหนิง ข้าจะไม่มีวันปล่อยมือ ยิ่งไปกว่านั้นนางมีประโยชน์ ต่อเผ่าภูตวารีของเรา ข้าจะรั้งนางไว้ อาฝู อาฝู ที่แท้ ที่แท้เทพธิดาลั่วหนิง เป็นผู้สืบทอดของเทพธิดาเจ๋อสุ่ยจริง ๆ มา กินยาสิ อาฝู ข้าถูกปีศาจตนนั้น กลืนกินพลังวัตรไปครึ่งหนึ่ง ยาทั่วไปของโลกมนุษย์ เกรงว่าคงช่วยข้าไม่ได้ ข้าลองคิดดูดี ๆ แล้ว เจ้ารีบส่งข้ากลับไปที่ตำหนักเซียนดีกว่า ข้าเกรงว่า หากเกิดอะไรขึ้นขณะอยู่ข้างกายเจ้า จะทำให้เจ้าพลอยเดือดร้อนไปด้วย ข้าไม่กลัวตำหนักเซียน ข้า… ข้าหมายความว่า เป็นข้าที่พาเจ้ามาที่นี่ ข้าจะต้องรักษาเจ้าให้หายดีแน่นอน ไม่ เป็นข้าที่ยืนกรานจะออกมาตามหาท่านพี่ ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ขอแค่เพียงหาท่านพี่ให้พบ แต่ว่า ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านพี่ไปอยู่ที่ไหน เกรงว่าเวลาเพียงน้อยนิด คงไม่มีทางหาเขาให้พบได้ อย่าเพิ่งคิดถึงพี่ชายเลย รักษาตัวให้หายสำคัญที่สุด มีข้าอยู่ เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น อาฝู พลังวัตรเจ้าได้รับความเสียหาย แค่ชดเชยพลังวัตรที่เสียหายกลับคืนมา เพียงเท่านี้ก็ได้แล้ว อย่ากังวลไปเลย [อาฝูจวิน] [ไม่เจอกันนานเลยนะ]
[เป็นท่าน] [เทพจันทรา] [คิดไม่ถึงว่าท่านจะส่งเสียง ผ่านทางความคิดได้แล้ว] [เรื่องนี้ยังต้อง] [ขอขอบคุณ] [เทพธิดาน้อยที่เดินทางร่วมกับเจ้าผู้นั้น] [โชคดีที่พลังวัตรครึ่งหนึ่งของนาง] [หล่อเลี้ยงได้มากกว่า มนุษย์ธรรมดานับร้อยพัน] [เป็นท่านจริง ๆ] [ข้าขอเตือนท่าน] [ห้ามแตะต้องลั่วหนิงอีกแม้แต่ปลายเส้นผม] [อีกทั้ง] [เมื่อไรที่ท่านฟื้นฟูพลังได้] [ห้ามลืมสัญญาของท่านเด็ดขาด] [เจ้าเด็กลามปาม] [สักวันข้าจะทำให้เจ้าได้รู้] [ว่าอะไรคือที่ต่ำที่สูง] เด็กดี ยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย ก็ตื่นมาให้อาหารแพะกับกระต่ายแล้ว ข้ายังดูเมล็ดผักพวกนั้นอีกด้วย ว่างอกหรือไม่ เวลาผ่านไปช้ามาก เพิ่งจะผ่านไปสองวัน ก็ร้อนใจถึงเพียงนี้เชียว นี่มันวันที่สามแล้ว สามวันแล้ว วันแรกที่เจอกัน เราพายเรือที่แม่น้ำจันทรา จากนั้นไปที่สำนักอู่หยางโหว เมื่อวานเจ้าพาข้าไปที่สระอาบจันทร์ แล้ววันนี้เล่า วันนี้เราไปที่ไหนกัน ท่านอยากไปที่ไหน ข้าก็จะไปเป็นเพื่อนท่าน หลายวันมานี้ท่านนึกอะไรออกหรือไม่ หลิ่วเซา ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังพยายาม ให้ข้านึกเรื่องในอดีต แต่ข้าคิดอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ข้ามาที่นี่ ข้าก็คิดว่าข้ากำลังตามหาอะไร แต่ว่า ตั้งแต่ที่ข้าเห็นเจ้า ข้าก็รู้ว่าข้าหาพบแล้ว ข้าไม่อยาก เป็นท่านเซียนอะไรนั่น ข้าแค่อยากใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าไปเช่นนี้ มีอีกไหม ยังมีอีกก็คือ หวังเจี่ยนต้องการเลื่อนขั้นตบะ พัฒนาทักษะยุทธ์
จึงอยากให้ข้าช่วยเขาออกความคิด ข้ามีอยู่วิธีหนึ่ง ที่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ ได้ทั้งหมดภายในหนึ่งวัน เจ้าว่ามา ปล่อยวางความยึดมั่น และกลายเป็นท่านเซียน สามพิภพ อยู่ภายในการควบคุมของท่านทั้งหมด รื้อฟื้นความทรงจำได้แล้ว ก็ต้องกลับตำหนักเซียน แล้วเจ้าเล่า เจ้าจะไปอยู่ที่ไหน เจ้ามักให้ข้ารื้อฟื้นอดีตเหล่านั้นเสมอ แต่ผู้ที่อยู่ตรงหน้าข้าตอนนี้ ก็คือเจ้าที่ข้าต้องการ เคราะห์นี้ ข้าไม่ขอผ่านด่านแล้วก็ได้ หากไม่อยากเผชิญหน้า เช่นนั้นก็รออีกสามวัน หลังจากสามวัน ท่านค่อยตัดสินใจ อย่าว่าแต่สามวันเลย ต่อให้เป็นสามปี สามสิบปี ข้าก็ยังจะตอบเช่นเดิม ข้าไม่อยากเป็นท่านเซียนลั่วเกออะไรนั่น ข้าแค่อยากเป็นมนุษย์ธรรมดา [แต่เวลาของข้ามิได้มีมากถึงเพียงนั้น] ลั่วเกอ สามวันนะ แค่สามวัน ถ้าเกิดวันใดข้าหายตัวไป ท่านเองก็ไม่เป็นวิชาอาคม หากหาข้าไม่เจอจะทำอย่างไร เจ้ากล้าหรือ ท่านลองสิ [ขอโทษนะ] [ลั่วเกอ] [หากท่านจำไม่ได้อีก] [ก็ให้ข้าช่วยท่านทำหน้าที่ของท่านเถอะนะ] [เพิ่งผ่านไปสามวัน] [ไข่มุกยันต์ก็ต้านไม่อยู่แล้ว] [แม้แต่ประสิทธิภาพของค่ายกลก็อ่อนแอลง] ขาดตาค่ายกล ตาค่ายกลหรือ ตำแหน่งที่หลิ่วเซาอยู่ในตอนนั้น ก็คือตาค่ายกล แม้ตบะของหลิ่วเซาจะไม่สูง แต่ในกายมีพลังของเย่าหลิง จึงสามารถควบคุมทั้งค่ายกลไว้ได้ [อีกทั้งค่ายกลในตอนนั้น] [ได้ลั่วเกอเป็นผู้สร้าง] [ต่อให้ไม่มีตาค่ายกล] [ก็ทรงพลังกว่าค่ายกลนี้ของเรานัก]
[บัดนี้ค่ายกลถูกไอมารกัดกร่อน] หากผู้ที่เฝ้าตาค่ายกลนี้ ไม่ระวังแม้เพียงนิด ก็จะถูกไอมารกลืนกิน ข้าไปเอง ตำหนักเซียนแห่งนี้ ควรส่งมอบให้คนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้านานแล้ว เซียนเวิงเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง เหมาะสมที่จะรักษาการณ์ที่ตำหนักเซียน ข้าแขวนชื่อจอมปลอม ว่าเป็นผู้นำแห่งสามตำหนัก มิได้ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์นานแล้ว มีศิษย์พี่เช่นข้าอยู่ มิได้ถึงตาเจ้าเป็นตาค่ายกลหรอก ไปดูว่าลั่วเกอเป็นอย่างไรบ้าง เคราะห์นี้ มิใช่ของเขาคนเดียว เขาต้องผ่านด่านไปให้ได้ ตกลง หากเขามิอาจผ่านด่านเคราะห์นี้ไปได้ เจ้าต้องนำไข่มุกยันต์เม็ดที่หกกลับคืนมา แต่หากได้ไข่มุกยันต์เม็ดที่หกมา เกรงว่าหลิ่วเซานางจะ… ข้าจะพาผู้อาวุโสสมุนไพรและส่งผลแก้ว ไปให้นาง เจ้าตำหนักจั๋ว ต้องพึ่งเจ้าแล้วนะ