บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.27 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 27] [คนในตำหนักเซียนต่างคิดว่าตนเองถูกต้อง] [พูดว่าท่านเซียนเช่นนั้น สามพิภพเช่นนี้] [พูดคำสวยหรู] [ก็เหมือนกับข้านั่นแหละ] [ละทิ้งความปรารถนาในรักมิได้] [ช่างน่าขันเสียจริง] ไม่ใช่เรื่องของเจ้า [ท่านเซียน] [เขาซีอิ่น] เขาซีอิ่นเสถียรแล้ว หรือว่าลั่วเกอเขา… [ถูกต้อง] [เขาทำได้แล้ว] [ลั่วเกอ] [ฝากไว้ก่อนเถอะ] [เรายังได้พบกันอีก] อ๋าวอิน จะไม่มาก่อกวนโลกมนุษย์อีกแล้ว หลิ่วเซา ลั่วเกอมาแล้ว หลิ่วเซา แต่ว่าเขาจำข้าไม่ได้แล้ว หลิ่วเซา หลิ่วเซา ลั่วเกอ ราชาปีศาจ ขอบคุณ หากท่านเซียนอยากขอบคุณข้าจริง อภัยโทษให้น้องชายข้ายังดีเสียกว่า อยากให้ข้าอภัยโทษให้เขา ควรให้เขาส่งน้องสาวของข้ากลับมาก่อนหรือไม่ [ไม่ได้เรื่องเลย] [ทนรับการโจมตีของลั่วเกอยังไม่ได้เลย] [ลั่วเกอกลับไปเป็นท่านเซียน] อ๋าวอิน เขาเป็นเพียงแค่ปีศาจตนหนึ่งเท่านั้น บัดนี้ เจ้ามีวิธีการใดที่จะสู้กับเขาได้ [หุบปาก] [ลั่วเกอก็ดี] [ลู่หลีก็ดี] [ไม่ต่างอะไรกับข้าเลย] เจ้าจะทำอะไร [เจ้ายังมีของล้ำค่าอีกหนึ่งอย่าง] [ที่เอาออกมา] [จากถ้ำหยินหยางเมื่อหนึ่งพันปีก่อน] ท่านพี่ อาฝู ดูปรากฏการณ์ท้องฟ้านี้ พี่ชายของข้าผ่านด่านเคราะห์สำเร็จเป็นแน่
ที่เจ้าลอยเรือกระดาษอธิษฐานให้เขาทุกวัน ก็ไม่เปล่าประโยชน์แล้ว ขอบคุณเจ้าด้วย ที่หลายวันมานี้คอยอยู่ เป็นเพื่อนและปลอบใจข้า ทั้งยังพาข้าไปเที่ยวสถานที่สนุก ๆ มากมาย ลั่วเกอ เจ้าฟื้นแล้ว ดีขึ้นบ้างหรือไม่ ท่านคือลั่วเกอที่เป็นมนุษย์ธรรมดา หรือลั่วเกอที่เป็นเซียนชั้นสูง ล้วนเป็นข้าทั้งหมด จริงหรือ ท่านเซียนลั่วเกอ พลังเวทของท่านฟื้นตัวแล้วจริงหรือ หลิ่วเซา หลายวันนี้ที่โลกมนุษย์ ข้าอยากละทิ้งหน้าที่ไปทั้งหมดอย่างเอาแต่ใจ ให้เจ้ารับผิดชอบทุกสิ่งแทนข้า ข้าทำให้เจ้าลำบากใจแล้ว ท่านจำได้ทั้งหมดแล้วจริงหรือ ต่อให้ต้องผ่านเคราะห์อีกพันครั้งหมื่นครั้ง ข้าก็ไม่ควรลืมเจ้าไป ท่านจำได้หมดแล้ว เช่นนั้นคำสาปกลืนวิญญาณ จะยังกำเริบอยู่หรือไม่ คำสาปกลืนวิญญาณที่เกิดขึ้นเพราะรัก และน้ำตาหงส์ที่ดื่มเพื่อตัดขาดจากความรัก ปะทะต่อต้านกันอย่างคาดไม่ถึง ต่อต้านกันในร่างกายของข้า จนกระทั่งพวกมันทั้งสองสิ่ง หายสาบสูญไปโดยสิ้นเชิง จริงหรือ แต่ถ้าหากว่า… เจ้าไม่ต้องกังวลไป แต่ถ้าหากไม่สามารถ… ไม่ต้องพูดแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลอะไรอยู่ และรู้ว่า เจ้าเตรียมตัวจะไปจากเขาซีอิ่นแล้ว ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากข้ากำหนดขอบเขตไปเสียทุกอย่าง ♫ บีโกเนียสีแดง หนึ่งคำมั่นสัญญา หนึ่งการแบ่งบานและเหี่ยวแห้ง ♫ ท่านเซียนนี้เป็นแล้วจะมีประโยชน์อันใด ♫ กิ่งก้านโดดเดี่ยว ทำให้เกิดลมแรงฝนหนัก ♫
♫ พืชพรรณไม่ใช่มนุษย์ผลไม้ไร้หัวใจปลูกลึก ♫ เจ้าเก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี ห้ามทำหายอีกเด็ดขาด เหมือนเช่นคำสาปกลืนวิญญาณ และน้ำตาหงส์ ♫ ไม่อาจลืมเลือน ความไร้เดียงสาแรกพบในวัยเยาว์ ♫ สรรพสิ่งบนโลกมีทั้งส่งเสริมและหักล้างกัน ในที่สุดย่อมมีทางแก้ สิ่งที่ข้าต้องต่อต้านคือความชั่วร้าย ทั้งหมดของสามพิภพ ♫ ผีเสื้อออกจากดักแด้ ไม่อาจขึ้นสู่สวรรค์บนฟ้า ♫ ข้าต้องการเหตุผลข้อหนึ่ง ที่ทำให้ข้ายืนหยัดต่อไป ข้าอยากให้อนาคตกับเจ้า ♫ ปีกเขียว จมดิ่งลงในความฝันไร้ซึ่งร่องรอย ♫ เพื่อทำให้เจ้าสมดั่งใจหวัง ให้พรเจ้าข้อหนึ่ง ♫ โดนแผดเผาเพราะความโลภ หายไปในเขาวงกต ♫ ท่านเซียนลั่วเกอ ข้า… ♫ ช่วงเยาว์วัย เฝ้ารอลมฤดูใบไม้ผลิอย่างยากเย็น ♫ จูบท่านได้หรือไม่ ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ท่านบอกว่าลู่หลีก็คือท่าน ♫ เนรเทศนับพันปี ♫
ข้าอยากจูบก็จูบได้เลย ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫ ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง ♫ [ขอให้ทั้งยามเช้าและยามค่ำ เป็นเฉกเช่นวันนี้ ขอให้อยู่ด้วยกันตลอดกาล ไม่แยกจากกันชั่วนิรันดร์] โคมไฟอธิษฐานของคนอื่นนั้น อธิษฐานต่อท่านเซียน บัดนี้ท่านเซียนก็อยู่ข้างกายเจ้าแล้ว แล้วนี่เจ้าอธิษฐานต่อใครหรือ เมื่อก่อนท่านเซียนมักจะพูดว่า ข้าคือหนึ่งในสรรพสัตว์ สรรพสัตว์อธิษฐานข้าก็อธิษฐานด้วย ท่านเซียนก็ทำเหมือนกับฟังสรรพสัตว์ ♫ ผีเสื้อออกจากดักแด้ ไม่อาจขึ้นสู่สวรรค์บนฟ้า ♫ อธิษฐานก็พอ ♫ ปีกเขียว จมดิ่งลงในความฝันไร้ซึ่งร่องรอย ♫ ♫ โดนแผดเผาเพราะความโลภ หายไปในเขาวงกต ♫ ♫ ช่วงเยาว์วัย เฝ้ารอลมฤดูใบไม้ผลิอย่างยากเย็น ♫ ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ♫ เนรเทศนับพันปี ♫ [ข้าแต่เซียนผู้สูงส่ง] ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫
[โปรดคุ้มครองให้ลูกชายข้าราบรื่นในทุก ๆ เรื่อง] ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง ♫ [อนุญาต] [ขอท่านเซียนผู้เมตตา] [โปรดคุ้มครองให้ข้ากับสามีอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า] [อนุญาต] ♫ ปรารถนากางปีกโบยบิน ♫ [ขอท่านเซียนจงเบิกพระเนตร] [ให้โรคป่วยเรื้อรังของท่านแม่ข้า] ♫ ไฉนต้องสู้กับฟ้าดิน ♫ [หายดีเป็นปกติ] [อนุญาต] [ท่านเซียน] ♫ อยู่ร่วมโลกเพียงชั่วขณะ เป็นวันเวลาที่ดี ♫ [ข้าอยากมองดูภูผาแม่น้ำทุกที่ในโลกมนุษย์] อนุญาตแล้ว ท่านเซียน อยากจะฟังคำอธิษฐานของข้าหน่อยหรือไม่ [ขอให้ทั้งยามเช้าและยามค่ำ] [เป็นเฉกเช่นวันนี้] [ขอให้อยู่ด้วยกันตลอดกาล] [ไม่แยกจากกันชั่วนิรันดร์] อนุญาตแล้ว ทั้งยามเช้าและยามค่ำ เป็นเฉกเช่นวันนี้ อยู่ด้วยกันตลอดกาล ไม่แยกจากกันชั่วนิรันดร์ ท่านเซียนอย่างข้านั้น อนุญาตแล้ว ท่านเซียนให้สัญญา ไม่เปลี่ยนใจตลอดไป ท่านเซียนให้สัญญา ไม่เปลี่ยนใจตลอดไป บัดนี้คำขอพรของข้า อยู่ในอ้อมอกของข้าแล้ว ช่วงชีวิตที่เหลือ ขอเพียงปกป้องให้สามพิภพนี้ร่มเย็น คุ้มครองให้สรรพสัตว์นี้สงบสุข [วันนี้] [ลั่วเกอได้ยินความทุกข์สุขของสรรพสัตว์] [เข้าใจความหมายอันลึกซึ้งแห่งธรรม] [ขออธิษฐาน ณ ที่แห่งนี้]
[นับตั้งแต่บัดนี้ลั่วเกอ] [ยินดีสุขไปกับใต้หล้า] [ทุกข์ไปกับใต้หล้า] [โศกเศร้าในทุกข์ของโลก] [ปีติในสุขของโลก] [ตราบจนใต้หล้าไร้ความแตกแยก] [ไม่ได้ยินเสียงแห่งทุกข์อีกต่อไป] ♫ ข้ามผ่านดวงชะตาระหว่างสุริยันจันทรา ♫ ♫ พลิกด้านความทรงจำ แลกให้เจ้าเหลือเงาหลังไว้ ♫ ♫ ชูแก้วขึ้น การกลับชาติของโลกและกระแสน้ำ ♫ ♫ รอคอยการตอบรับทั้งชีวิตโดยไม่รู้สึกเสียใจ ♫ เซียนเวิง จู่ ๆ ก็มีดวงดารานับหมื่นดวงปรากฏขึ้น ♫ ไล่ล่าดินแดนแห่งสัญญาเพื่อเจ้า ♫ คือลางบอกเหตุอันใดหรือ หากข้าเดาไม่ผิด ♫ ข้ายินยอมเจ็บปวดหัวใจอีกสักครั้ง ♫ ลั่วเกอได้รู้แจ้งในตัวตนที่แท้จริง เข้าใจโลกอย่างถ่องแท้ พบเคล็ดลับแห่งทางเทพครั้งแรกแล้ว ♫ เมามาย เมื่อใดช่วงเวลาจากลาจะมาถึง ♫ เช่นนั้นลั่วเกอ ใกล้จะเลื่อนขั้นเป็นเทพชั้นสูงแล้วใช่หรือไม่ ♫ หากล่วงรู้โปรดอย่าได้เอ่ยถึง ตอนจบของเรา ♫ ขอต้อนรับท่านเซียน ที่ผ่านด่านเคราะห์กลับมา ข้าจุติลงจากภพเซียนไปช่วงหนึ่ง ทำให้ทุกท่านเป็นห่วงแล้ว ท่านเซียนกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ตอนนี้ความปลอดภัยของสามพิภพได้แก้ไขแล้ว สิ่งเดียวที่น่าเป็นห่วง ก็คือศิลาจารึกสี่ฤดูนี้ เซียนเวิงโปรดวางใจ
ข้าจะกลับไปเตรียมตัว เสริมความแข็งแกร่งให้ค่ายกลต่อไป ให้ศิลาจารึกสี่ฤดูมั่นคง เช่นนั้นก็ดี ทำไมถึงไม่เห็นซางอวี้หรง – ข้าไม่ไป – ไป ข้าไม่ไป ศิษย์พี่ ใช่ว่าท่านจะไม่รู้ว่าข้าทำเรื่องอะไรลงไป ลั่วเกอเขาจะถลกหนังข้าได้นะ เขากล้าหรือ ถ้าเขากล้าถลกหนังเจ้า ข้าก็จะถล่มตำหนักฉงหัวของเขา อย่างมากก็แค่ฉีกเสื้อผ้ากรุยกรายนี้ของเจ้า ไม่ได้นะ เช่นนั้นมันต่างอะไรกับการถลกหนังข้าเล่า หลิ่วเซาไม่เป็นอะไรแล้วไม่ใช่หรือ พอถึงตอนนั้นค่อยไปขอความเมตตา ข้าไม่กล้า ท่านก็ไปบอกลั่วเกอว่า ข้าเก็บตัวฝึกวิชา รอให้ข้าเก็บตัวสำเร็จ จะต้องสำเร็จวิชา… ตงหัวเผาสมุทร ค่ายกลกระบี่ต้าอิ๋ง [เจ้าจะไปโลกปีศาจจริงหรือ] เรื่องศิลาจารึกสี่ฤดูเป็นภาระใหญ่ ท่านย่อมต้องดูแลทางนี้ แต่ถ้าไม่รับตัวลั่วหนิงกลับมา ท่านวางใจได้หรือ ข้าไม่วางใจจริง ๆ ในตอนนั้นข้าไม่มีความทรงจำ มิเช่นนั้นข้าคงไม่ยอมปล่อยให้ลั่วหนิง ไปกับอาฝูจวิน อาฝูจวินผู้นี้ เป็นอันตรายเกินไป แต่อาฝูจวินก็เป็นน้องชายของเฮอน่า ข้าจะไปหาเฮอน่า คงไม่เป็นอันตรายอะไร อาฝู เจ้าเป็นอะไรไป พี่ชายเจ้ากลับถึงตำหนักเซียนแล้ว อีกไม่นานเจ้าก็กลับไปด้วยใช่หรือไม่ เจ้าเคยบอกว่า จะไปดูสถานที่ที่ข้าเติบโต ได้สิ ถ้าไม่เช่นนั้น พรุ่งนี้ เราไปพรุ่งนี้กันเลย จากนั้นเล่า
จากนั้นก็ทิ้งข้า กลับตำหนักเซียนอีกใช่หรือไม่ อาฝู ทำไม แม้แต่เจ้าก็รังเกียจข้า ที่เกิดเป็นสัตว์ประหลาดเผ่าภูตวารี ที่อยู่ห่างน้ำก็ตายใช่ไหม เจ้าไม่ใช่สัตว์ประหลาด ถึงแม้ว่า เจ้าจะไม่ใช่คนดีในสายตาคนทั่วไป แต่เจ้าไม่ใช่สัตว์ประหลาดแน่นอน [นี่น่ะหรือวังปีศาจ] [ห้องของพวกเจ้าไม่มีกำแพงหรือ] นี่คือห้องของข้า ห้องของเจ้า ที่แท้ก็ใหญ่แค่ เท่าฝ่ามือนี่เอง ข้าไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งกับข้า ปกติ ก็ชอบอยู่ตัวคนเดียว ทำไม เจ้าไม่ชอบใช่ไหม ถ้าเจ้าไม่ชอบ พรุ่งนี้ข้าจะเปลี่ยนให้เป็นห้องใหญ่ ไม่ต้องหรอก ข้าเองก็ไม่ชอบห้องที่ใหญ่เกินไป อยู่คนเดียวนาน ๆ ก็จะรู้สึกเหงาบ้างนิดหน่อย ต่อไปเจ้าจะไม่เหงาอีกแล้ว ข้าจะคอยอยู่เป็นเพื่อนเจ้า เจ้าดูสิ โหลแก้วนี้ หากนำมาใส่น้ำค้างบุปผาของข้า จะต้องดูดีมากแน่ เจ้าดูสิ มีเป็นคู่ด้วย พรุ่งนี้ เจ้าโหลหนึ่ง ข้าโหลหนึ่ง ข้าไปเก็บน้ำค้างบุปผาเป็นเพื่อนเจ้า ดีหรือไม่ อาฝู ราชาปีศาจ เทพธิดาลั่วหนิง หลิ่วเซารอท่านอยู่ด้านนอก หลิ่วเซามาหรือ หลิ่วเซา ลั่วหนิง – หลิ่วเซา – ลั่วหนิง อาฝู หลิ่วเซามาหาลั่วหนิงนะ
ทำไม ท่านพี่คิดว่าข้าก่อเรื่องอีกแล้วใช่ไหม ที่พาตัวเทพธิดาของตำหนักเซียนกลับมา เอาสิ ท่านมัดข้ากลับไปขออภัยกับตำหนักเซียน ข้าทุ่มเทปราบแดนปีศาจสุดชีวิต ก็เพื่อแลกมาซึ่งอิสรภาพของเจ้า เจ้าคิดว่าข้ายังจะส่งเจ้ากลับไป ตำหนักเซียนอย่างนั้นหรือ มือเป็นอย่างไรบ้าง เจ้ากับอาฝูจวินเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แล้ว… เจ้ากับพี่ชายข้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าเป็นเซียน เขาเป็นปีศาจ เซียนกับปีศาจรักกัน สังคมไม่ยอมรับ แต่ใคร ๆ ก็บอกว่า พลังวิญญาณของเจ้ากับพี่ชายข้าหักล้างกัน ยากที่จะอยู่ร่วมกันได้ แต่พวกเจ้าก็ยัง จะอยู่ด้วยกันให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดจนตาย หรือตายแล้วเกิดใหม่ไม่ใช่หรือ ถูกต้อง ข้ารู้สึกมาตลอดว่า ข้ามีวาสนากับต้นสาละมาก ตอนนี้เหมือนว่ามันจะชอบเจ้ามากกว่านะ เพราะอะไร ข้ามักรู้สึกคุ้นเคยกับต้นไม้นี้มาก ราวกับว่าในอดีต เคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน ดอกไม้นี้ก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าทำไม ข้าเห็นแล้วกลับอยากร้องไห้ยิ่งนัก เจ้าเคยได้ยินตำนานของต้นสาละหรือไม่ [โศกนาฏกรรมของราชาปีศาจกับเทพธิดาเจ๋อสุ่ย] ไม่ใช่เพียงเพราะความไม่ลงรอยกัน ระหว่างเซียนกับปีศาจ ที่สำคัญกว่าคือ ความรักของพวกเขาเริ่มต้นจากการหลอกลวง ลั่วหนิง พี่ชายเจ้าไม่ไว้ใจอาฝูจวิน แต่ถ้าเจ้าอยากเลือกเขา มิสู้ลองเรียนรู้สักหน่อย ว่าเขาจริงใจกับเจ้าหรือไม่ หากจริงใจ ข้าจะเกลี้ยกล่อมพี่ชายแทนเจ้าเอง จริงใจ กับข้า ก็นับว่ามีความจริงใจอยู่นะ [ลั่วเกอ] [ข้าหาลั่วหนิงพบแล้ว]
[นางอยากเที่ยวเล่นอีกสักไม่กี่วัน] [ข้าอยาก] [อยู่เป็นเพื่อนนางที่วังปีศาจระยะหนึ่ง] ข้ายุ่งงานที่ตำหนักเซียนมาก อาจดูแลพวกเจ้าได้ไม่ทั่วถึง พวกเจ้าอยู่เที่ยวได้อีกสองวัน ลั่วเกอคนหลอกลวงเห็นคนรักดีกว่าสหาย คิดไม่ถึงว่าเพื่อแก้แค้นที่ข้า เอาไข่มุกยันต์ของหลิ่วเซา ถึงกับหลอกข้ามาที่นี่ ท่านยังมีมาดของเซียนชั้นสูงอยู่หรือไม่ ทรมานข้าตั้งนาน มีธุระไหม ถ้าไม่มีข้าไปแล้วนะ ช้าก่อน ท่านยังมีอะไรจะพูดอีก พูดมา ที่จริงตอนนี้ข้าเป็นห่วงลั่วหนิงนิดหน่อย แต่องครักษ์เผ่าภูตวารีผู้นั้นทำไปเพื่อ อยู่กับลั่วหนิงของท่าน แม้แต่พี่ชายเขาก็ยังกล้าต่อต้าน ข้าว่านิสัยของลั่วหนิงเหมือนกับเขามาก ท่านยุ่งมากเกินไปหรือเปล่า ใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้ เรื่องในอดีตของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย บังอาจ อาฝู เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ ออกไป ไม่มีอะไร ก็แค่โหลแก้วที่เจ้าชอบ แตกไปเท่านั้น แต่ข้ารู้ว่าช่างฝีมือดีร้านไหนประดิษฐ์ จะต้องหาแบบที่เหมือนเดิม มาให้เจ้าแน่นอน ไม่เป็นไร กลิ่นหอมที่ข้าทำ ล้ำค่ากว่าโหลแก้วเหล่านี้เสียอีก นี่คือกลิ่นที่ข้าทำใหม่ เจ้าช่วยข้าลองหน่อย มา ระวังพี่ชายเจ้ามาเห็นนะ ท่านพี่มาเห็นแล้วจะเป็นอะไรไป ท่านพี่ไม่ให้ข้าชอบพอหญิงสาวหรืออย่างไร อาฝู เจ้าออกมานี่หน่อย รอข้าก่อนนะ คาดไม่ถึงว่า กลิ่นหอมสะกดรอยนี้ จะได้ใช้ประโยชน์เร็วถึงเพียงนี้ จะได้ไปดูพอดี สีหน้าราชาปีศาจแย่ถึงเพียงนั้น หรือว่าอาฝูจะทำความผิดอีกแล้ว อาฝู เจ้ากับลั่วหนิง
ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้นางเป็นคนของข้าแล้ว เจ้า… อาฝู วันหน้าข้าจะประกาศ มอบตำแหน่งราชาปีศาจให้เจ้า จากนั้นเจ้าก็ไปสู่ขอกับตำหนักเซียนเถอะ หากท่านพี่กล้าไม่ยอมรับ เช่นนั้นข้าจะลักพาตัวท่านพี่หลิ่วเซา ให้ท่านโมโหตายไปเลย ท่านว่าอะไรนะ ตลอดมาตำหนักเซียน ไม่ยอมเกี่ยวดองกับเผ่าปีศาจ [แต่ถ้าสู่ขอด้วยฐานะราชาเผ่าปีศาจ] [พร้อมกับความยินยอมของลั่วหนิง] [การแต่งงานนี้ใช่ว่าจะทำไม่สำเร็จ] ท่านพี่ แต่ข้าไม่ต้องการตำแหน่งราชาปีศาจของท่าน เป็นข้าที่อยากมอบให้เจ้าเอง ข้าไม่ต้องการ มันเป็นสิ่งที่ท่านแลกมาอย่างยากลำบาก [ถึงขั้นจ่ายมาด้วยมือข้างหนึ่ง] ข้าไม่ต้องการ เช่นนั้นเจ้ายังอยากแต่งงาน กับลั่วหนิงอยู่หรือไม่ ไม่อยาก [ตำหนักเซียนดูหมิ่นพวกเราตลอดมา] [อีกทั้งเทพธิดาเจ๋อสุ่ย] เป็นต้นกำเนิดของความเจ็บปวด นับหมื่นปีของเผ่าภูตวารีเรา ข้าเกลียดชังพวกมันยิ่งนัก อีกทั้งลั่วหนิง ก็เป็นหัวแก้วหัวแหวน ของลั่วเกอกับตำหนักเซียน และเป็นผู้สืบทอดของเทพธิดาเจ๋อสุ่ยอีกด้วย ดังนั้น ถ้าข้าไม่แก้แค้นนางแล้วจะไปแก้แค้นใคร [อาฝู] เทพธิดาลั่วหนิงมีความจริงใจต่อเจ้า เจ้าทำเช่นนี้กับนางได้อย่างไร นางมาอยู่ในอ้อมกอดข้า เป็นนางที่โง่เอง [หรือท่านอยากให้ข้าเป็นอย่างท่าน] แม้แต่สตรีที่มาหาถึงที่ ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ เจ้า… หากเจ้าคิดเช่นนี้จริง ๆ ข้าทำได้เพียงให้หลิ่วเซา พาลั่วหนิงกลับตำหนักเซียนเสียตอนนี้ นางไม่ไปหรอก อีกอย่าง ขอเพียงข้าทำดีกับนางต่อไป นางก็จะยิ่งไปจากข้าไม่ได้ เจ้ากำลังกลัว
เจ้ากลัวว่านางจะไป ลั่วหนิง เป็นอะไรหรือ ไม่มีอะไร แค่นึกถึง สิ่งที่เจ้าเคยพูดเมื่อก่อน หลิ่วเซา เจ้าว่า ถ้าหาก ความรักที่มีแต่ความหลอกหลวงมากมาย ยังเรียกว่ารักอยู่หรือไม่ อาฝูจวิน เขาหลอกเจ้าหรือ เปล่า หากเขากล้าหลอกข้า ข้าคงไม่ยกโทษให้เขาเป็นแน่ ช่วยข้าที ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าออกไป ช่วยข้าออกไปที เซียนเวิง เกอเอ๋อร์ ป่านนี้แล้ว ท่านยังอยู่ที่นี่หรือ อาจเพราะ ข้าอายุมากแล้ว ตั้งแต่ที่เจ้าลงมาจุติยังโลกมนุษย์ ข้าก็เป็นกังวลถึงศิลาจารึกสี่ฤดูมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ เลยต้องกลับมาดูบ่อย ๆ เจ้า มาที่แห่งนี้ทำไมหรือ เมื่อครู่ข้ารู้สึกถึง ความผันผวนที่ผิดปกติบริเวณศิลาจารึกสี่ฤดู ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เลยลงมาดู ตำหนักเซียน มีเขตอาคมที่แน่นหนา และมีเจ้าประทับอยู่ด้วย คงจะ ไม่น่ามีเรื่องอะไร แต่ศิลาจารึกสี่ฤดูนี้ยังไม่มั่นคง อย่างไรเสียข้าก็มิอาจวางใจได้ หากพูดถึงความไม่มั่นคง เหตุผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เกรงว่าจะเป็นเรื่องพลังวิญญาณหักล้างกัน ระหว่างเจ้ากับเย่าหลิงของหลิ่วเซา เซียนเวิงอย่าได้กังวล ข้ารู้จักขอบเขตดี ถ้าเช่นนั้นก็ดี ไปกันเถิด เจ้ามาจากวังปีศาจ มีเรื่องหนักใจหรือ ข้ากับลั่วเกอมีพลังหักล้างกัน
มีเพียงเรื่องนี้ที่ยังมิได้ถูกแก้ไข ข้ารู้สึกไม่สบายใจมาโดยตลอด ให้เจ้า นี่คือ ค่ายกลเมี่ยวหวาแห่งดวงดาราทั้งหก มันสามารถผนึก พลังเทพเจ้าเย่าหลิงของเจ้าได้ [ค่ายกลเมี่ยวหวาแห่งดวงดาราทั้งหก] ทำให้พลังวิญญาณของเจ้ากับลั่วเกอ หักล้างกันไม่ได้อีก แต่ค่ายกลนี้ อันตรายยิ่งนัก และอาจทำลายชีพจร ทำให้ผู้คนเสียชีวิตในครานั้นได้เลย เจ้าจะต้องระมัดระวัง มีค่ายกลเช่นนี้อยู่จริง ๆ ด้วย นี่เป็นค่ายกลอย่างหนึ่งที่ เมื่อหมื่นปีก่อนราชาปีศาจ สร้างไว้ให้เทพธิดาเจ๋อสุ่ย มันจะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อผู้ถูกผนึก เพื่อรักษาเทพธิดาเจ๋อสุ่ย ในปีนั้นราชาปีศาจ จึงนำเอาชีวิตของนางมาเดิมพัน ราชาปีศาจกล้าผนึกเทพธิดาเจ๋อสุ่ย ก็เพราะว่าเขาจะได้รับของล้ำค่าเช่นกัน มันสามารถปกป้องเทพธิดาเจ๋อสุ่ยไว้ได้ ลมปราณไม่ถึงกับได้รับความเสียหาย อะไรหรือ น้ำตาของกึ่งปีศาจ นี่คือลมปราณของไป๋เฟิ่ง นึกไม่ถึงเลยว่านางยังมีชีวิตอยู่ ทำไม ทำไมข้าถึงมองไม่เห็นสิ่งใดเลย ใคร ใคร ใครกัน อาฝูจวิน เจ้าเป็นคนช่วยชีวิตข้า นี่ข้าเป็นอะไรไป ทำไมข้าถึงมองไม่เห็น เจ้าจำไม่ได้แล้วหรือ เจ้าถูกแส้อัสนีของจั๋วชิวเสียน ทำร้ายดวงตา จนบอด ทั้งหมดก็เพราะเจ้า นั่นก็เพราะเจ้าเสี้ยมข้า เจ้าทำร้ายข้า ทั้งหมดนี่ก็เพราะเจ้า ข้าเสี้ยมอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ารู้แก่ใจอยู่แล้วหรือ แต่ผู้ที่ทำร้ายเจ้าจริง ๆ ที่ผลักเจ้าตกหน้าผาอันสูงชัน
นั่นคือหลิ่วเซาต่างหาก หากไม่ใช่เพราะข้าช่วยเจ้าไว้ ป่านนี้เจ้าคงถูกตำหนักเซียนจัดการไปแล้ว คนของตำหนักเซียนต้องคาดไม่ถึงแน่ ข้าแช่แข็งเจ้าขึ้นมา และซ่อนไว้ต่อหน้าพวกเขา ช่วยข้าหรือ เจ้ากลัวว่าข้า จะถูกตำหนักเซียนจับตัวกลับไปเสียมากกว่า ข้าจะเอาผิดเจ้า ใช้ได้ ยังไม่จัดว่าเขลานัก อาฝู ที่แท้เจ้าก็หลอกข้ามาโดยตลอด ข้าชอบเจรจากับคนฉลาด ข้าสามารถ รักษาดวงตาเจ้าให้หายได้ ทว่าเจ้าต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็น ว่าการเก็บเจ้าไว้ มันจะเกิดประโยชน์ พิสูจน์อย่างไร ลั่วเกอและหลิ่วเซา ตอนนี้พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย เจ้าเกลียดพวกเขาไหม หากความเกลียดชังนี้ เป็นความเกลียดที่ฝังลึกละก็ เช่นนั้นเจ้าก็มีประโยชน์ต่อข้า นี่คือยาไถเหล่าของปรมาจารย์ตระกูลข้า แค่เพียงสิบวัน ดวงตาเจ้าจะดีขึ้นแน่นอน ถึงเวลานั้นข้าจะมาหาเจ้าเอง ที่แท้ เจ้าก็หลอกใช้ข้ามาโดยตลอด ที่บอกห่วงใยข้า สนใจข้า เป็นเรื่องโกหกทั้งหมดงั้นหรือ หรือว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนเจ้า ไป๋เฟิ่ง แม้เจ้าจะทำบาปไว้มาก แต่ข้าก็ไม่อยากทำให้มือของข้าต้องสกปรก ยา ยาข้า คืนยาข้ามา คืนมา ใคร ใครกัน คืนข้ามา ยาของข้า ใครกัน นี่เป็นผลกรรมที่เจ้าต้องได้รับ จากนี้ก็ดูแลตนเองละ ตราประทับศิลาจารึกสี่ฤดูยังมิได้ถูกแก้ไข เขากระตุ้นคำสาปกลืนวิญญาณของข้าได้อย่างไร และปลดปล่อยบุตรของราชาปีศาจได้อย่างไรกัน
มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล นี่มัน ลั่วเกอ คิดไม่ถึงว่าพวกเราจักพบกันอีกเร็วปานนี้ เจ้าช่างสงบเสงี่ยมเสียจริง แต่ข้าประหลาดใจนัก เจ้าหลบหนีจากศิลาจารึกสี่ฤดูได้อย่างไร ตัวข้ามีชีวิตอยู่ด้วยความลุ่มหลง อยากไปที่ไหน ก็ไปที่นั่น ทำไมต้องหนีด้วยเล่า ผิดแล้ว กลิ่นอายความชั่วร้ายธรรมดา ไม่ควรมีฝีมือถึงขั้นนี้ ใช่ เก่งมาก เช่นนั้นเจ้าก็นั่งพิจารณาที่นี่ต่อไปเถิด อย่างไรเสีย ท้ายที่สุดเจ้าก็จะกลายเป็นข้าอีกคน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ดูท่าข้าจะต้องรีบหาวิธีการซ่อมแซม ศิลาจารึกสี่ฤดูเสียแล้ว เจ้าต้นสาละ ถูกทุกคนที่รักหลอกลวง ทรยศหักหลัง เป็นความรู้สึกแบบนี้สินะ ความรู้สึกนี้ ช่างแสนเจ็บปวด เมื่อหมื่นปีก่อนเทพธิดาเจ๋อสุ่ย จะรู้สึกเช่นเดียวกับข้า ณ ตอนนี้ไหมนะ ลั่วหนิง ลั่วหนิง เจ้าดูสิ ข้าเจอชุดเครื่องเคลือบถ้วยแก้วและกาน้ำชา จากนี้เจ้าอยากจะใส่ดอกไม้เท่าไรก็ทำได้ ไม่จำเป็นแล้วละ เจ้าไม่ชอบหรือ ใช่ ไม่ชอบ ฉะนั้นมันไม่จำเป็นแล้ว ลั่วหนิง เจ้าเป็นอะไรไป เปล่า แค่…ข้าบอกหลิ่วเซาไปหมดแล้ว วันนี้ ข้าจะกลับตำหนักเซียนไปพร้อมกับนาง ว่าอย่างไรนะ เจ้าบอกว่าจะอยู่อีกสองสามวันมิใช่หรือ แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากแล้ว หลิ่วเซาพูดอะไรกับเจ้าใช่ไหม เปล่า
เป็นข้าเองที่เพิ่งเข้าใจน่ะ บางที เทพกับปีศาจ ไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน อดีตของราชาปีศาจและเทพธิดาเจ๋อสุ่ย เป็นบทเรียนที่ดีที่สุดของพวกเรา ในเมื่อตอนนี้ เจ้าได้อิสระกลับคืนมา ก็อาศัยอยู่ที่วังปีศาจดี ๆ ทำหน้าที่องครักษ์เผ่าภูตวารีต่อไป ข้าก็จะกลับไปตำหนักเซียน ไปเป็นเทพธิดาน้อยลั่วหนิง จากนี้พวกเรา ต่างคนต่างเดินเถิด อย่าได้มาพบกันอีกเลย คงไม่มีทางไหนดีไปกว่านี้