บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.28 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand

    [รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 28] ข้าไม่มีอะไร เพียงแต่ข้าได้พูดคุยกับหลิ่วเซาแล้ว วันนี้ ข้าจะกลับตำหนักเซียนกับนาง เจ้าว่าอะไรนะ ไหนบอกว่าจะอยู่สักหลายวันมิใช่หรือ แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการแล้ว หลิ่วเซาพูดอะไรกับเจ้าใช่หรือไม่ ไม่ใช่หรอก แต่เป็นตัวข้าเองที่เข้าใจเรื่องกระจ่างขึ้นมา บางที เซียนกับปีศาจ ก็ไม่ควรอยู่ด้วยกันจริง ๆ ราชาปีศาจและเทพธิดาเจ๋อสุ่ยในอดีต นั่นคือตัวอย่างและบทเรียนที่ดีที่สุดของเราพวก ในเมื่อตอนนี้ เจ้าเองก็ได้รับอิสระคืนแล้ว เช่นนั้นก็อยู่ที่วังปีศาจให้ดี ทำหน้าที่แม่ทัพองครักษ์ของเจ้า ข้าก็จะกลับไปตำหนักเซียน ไปเป็นเทพธิดาน้อยลั่งหนิงแล้ว วันหน้า พวกเราต้องเดินกันคนละทาง ไม่เกี่ยวข้องกันอีก เช่นนี้จะไม่ดีกว่าหรือ ดีตรงไหนกัน ข้าไม่ยินยอม เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ เอาเป็นว่า วันหน้าข้าจะไม่มาที่วังปีศาจอีก เจ้าเองก็อย่ามาที่ตำหนักเซียนของเราอีกเลย ข้าบอกว่า ข้าไม่ยินยอม เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอะไร เลียนแบบราชาปีศาจของพวกเจ้า จับข้าขังไว้ตลอดชีวิต หรือจะสังหารข้าด้วยคมมีดในคราเดียวดีเล่า เปล่า ขอโทษด้วย ขอโทษ ในคืนเดียว ลั่วหนิงกลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หลิ่วเซา ต้องเป็นฝีมือของหลิ่วเซาเป็นแน่ ทำไมจู่ ๆ ถึงจะไปเสียได้เล่า ลั่วหนิงบอกว่าคิดถึงพี่ชายยิ่งนัก เลยจะรีบกลับไป เจ้าเองก็เป็นห่วงลั่วเกอเลยจะรีบกลับไป

    ใช่หรือไม่ เพื่อที่จะอยู่กับเขาได้ เจ้าสามารถรับไว้ซึ่งความเจ็บปวดใด ๆ ที่แม้แต่การปิดผนึกพลังเทพก็สามารถทำได้ เจ้าก็มีแต่ตอนที่ใช้งานพี่ข้าได้เท่านั้นแหละ เจ้าจึงจะนึกถึงเขา ส่วนเวลาอื่น ๆ ต่อให้เขาทำไปอีกมากเพียงใด เจ้าก็มองไม่เห็นใช่หรือไม่ อาฝู ทำไมกัน มีคำพูดไหนที่ข้าพูดผิดไปอย่างนั้นหรือ ท่านกล้าให้นางดู บาดแผลที่แขนขวาของท่านหรือไม่เล่า ผ่านมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าแขนขวาของท่านใช้การไม่ได้แล้ว เฮอน่า เมื่อครั้งปราบปีศาจ ตอนเจอศัตรูที่เก่งกาจ ก็ยากที่จะไม่บาดเจ็บได้ จริง ๆ ก็หายนานแล้วละ มิน่าเล่า เจ้าถึงได้ใช้มือซ้ายถือขลุ่ยมาโดยตลอด เป็นข้าเองที่ไม่ทันสังเกต ขอโทษด้วย เจ้าควรจะถามเขาด้วยใช่หรือไม่ ว่าบาดแผลของเขาได้มาได้อย่างไร ด้วยความสามารถของราชาปีศาจอาภรณ์ขาว แม้แต่ท่านเซียนไร้ลักษณ์ก็ยังสามารถต่อกรได้ ปีศาจตนไหนกันที่เก่งกาจถึงขนาดทำร้ายเขาได้ พอได้แล้วอาฝู ทำไมถึงพอเล่า ตอนที่ท่านช่วยนางในเตาเผา นางเคยคิดหรือไม่ ว่าเผ่าภูตวารีอย่างท่านถูกไฟแผดเผา จะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านถูกทำร้ายหนักในเตานั่น เหตุใดปีศาจภูเขาพรรค์นั้น ถึงสามารถทำลายแขนของท่านได้เล่า เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุ เดิมทีก็โทษเจ้ามิได้อยู่แล้ว อาฝู วันนี้เจ้าเป็นบ้าอะไรกันแน่ หลิ่วเซา ข้าขอถามเจ้า เจ้าไปพูดอะไรกับลั่วหนิงกันแน่ เหตุใดนางจึงต้องการจากไปกะทันหัน แล้วยังตัดขาดความสัมพันธ์จากข้าอีก ข้าต่างหากที่อยากถามเจ้า ว่าเจ้าไปพูดอะไรกับนาง

    หรือเจ้าทำอะไรลงไป ข้าไม่ได้ทำ [แล้วลั่วหนิง] [ยังเป็นคนสำคัญ] [ของทั้งลั่วเกอและตำหนักเซียน] [แล้วยังเป็นผู้สืบทอดของเทพธิดาเจ๋อสุ่ย] [ข้าไม่แก้แค้นนาง จะแก้แค้นใครเล่า] [นางเป็นฝ่ายเข้าหาเอง นั่นคือความเขลาของนาง] [หรือจะให้ข้าเป็นเหมือนกับเจ้า] [แม้แต่สตรีที่เข้าหาเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้หรือ] อาฝู [อีกาทองสามขาและวงมงกุฎ ล้วนแต่เป็นร่างแยกของเทพเจ้าเย่าหลิง] [แยกมาจากพลังเทพของเทพเจ้าเย่าหลิง] [แล้วข้ายังหาเจอพวกนี้ด้วย] เขาควบคุมพวกเราไว้ที่นี่ อ่านบันทึกโบราณทั้งคืน คิดหาวิธี ส่วนตัวเองนั่งสมาธิสบายตัวอยู่ตรงนั้น นี่มันสัตว์เดรัจฉานชัด ๆ ดูท่าแล้วเจ้าตำหนักซาง ไม่กลัวคาถาปิดปากของท่านเซียน [สินะ] นี่เจ้า เจ้าหุบปากไปเสียเถอะ [นี่เจ้าไม่ได้ค้นตำราให้ดีด้วยซ้ำ] เจ้าคงรอหลิ่วเซากับเสี่ยวหนิงหนิง กลับตำหนักเซียนมาช่วยเจ้าใช่หรือไม่ ราชาปัศาจตั้งใจเรียกข้ามาพบเป็นการส่วนตัว คงจะมีเรื่องต้องการคุยกับข้าใช่หรือไม่ เทพธิดาลั่วหนิง อาฝูพูดจากไม่รู้หนักเบา บางครั้งก็พูดอะไรไม่ทันคิด ไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น หากมีสิ่งใดที่ล่วงเกินไป ขอเทพธิดาอย่าได้กล่าวโทษไปเลย ที่ราชาปีศาจเรียกข้าไว้ ก็เพื่อจะพูดเรื่องพวกนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ เทพธิดาลั่วหนิง บางคราที่อาฝูพูดออกมา ก็พูดไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง จิตใจหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ พูดได้ดี การจะมองให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของใครสักคน ไม่ควรที่จะ มองเพียงการกระทำ มองเพียงการพูดจา จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปมิได้ ลั่วหนิง ลั่วหนิง สิ่งนี้ให้เจ้า สิ่งนี้

    ก็เหมือนกับที่พี่ข้าให้กับหลิ่วเซาไว้ สิ่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพลังปีศาจของข้า เจ้าสามารถใช้มันเพื่อเรียกตัวข้าได้ ข้าไม่ต้องการ ข้ายังแบ่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งใส่ลงไปด้วย ถ้าหากว่า เจ้าคิดว่าข้าทำสิ่งใดที่ไม่ดีต่อเจ้าไป แทงมันสองครั้ง รับรองว่าจะทำให้ข้าเจ็บปวดได้แน่นอน ถ้าเจ้ายังรู้สึกว่าไม่หายโกรธละก็ เจ้าก็บีบมันให้แหลกสลาย รับรองว่าข้าจะบาดเจ็บหนักปางตายได้ อย่างนั้นหรือ อาฝู อาฝู อาฝู ราชาปีศาจ ข้าขอตัวก่อน อาฝู นี่เจ้าทำอะไรอีกกันแน่ คำพูดเหล่านั้นที่ข้าพูดไปก่อนหน้า คิดว่านางน่าจะได้ยินจนหมดสิ้นแล้ว ถ้าหากไม่ทำแบบนี้ละก็ นางก็จะไม่อาจระบายความโกรธนี้ได้ ในเมื่อชอบนาง ก็ควรจะพูดจาด้วยความระมัดระวัง หรือการทำให้นางโกรธ จะไม่ทำให้เจ้าเสียใจหรืออย่างไรกัน แต่ท่านดูสิ นางไม่ยินดีจะทำให้ข้าเจ็บปวดด้วยซ้ำ ก็ยังเก็บมุกของข้าไว้อย่างดีมิใช่หรือ หลังจากที่ข้าออกจากตำหนักเซียน คิดจะหาข่าวคราว ของตำหนักเซียนแม้แต่นิดนั้นไม่ง่ายเลย นางพาจิตวิญญาณของข้าเข้าไปด้วย เท่ากับว่าได้ให้โอกาส ให้ข้าเข้าออกตำหนักเซียนได้อย่างอิสระ ลั่วเกอกลับมาแล้ว แดนปีศาจรวมเป็นหนึ่ง ทั้งที่เห็นแล้วว่าสามพิภพ กำลังจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เหตุใดเจ้าจึงยังต้องใช้เพทุบายเหล่านี้ด้วย ต่อให้สามพิภพสงบสุขอีกเพียงใด พวกเราก็ยังเกิดขึ้นได้ด้วยวารีอยู่ดี หรือท่านพี่จะกลัวเกรงตำหนักเซียนจริง ๆ คิดอยากจะเป็นเต่า ที่หัวหดอยู่ในกระดองเพียงอย่างเดียว ท่าน ข้าไม่เป็นอะไร เจ้ากลับไปเถอะ ได้ [วงมงกุฎแห่งเทพเจ้าเย่าหลิง สามารถหยุดยั้งปีศาจร้ายทุกประการ]

    [ใช่สิ สิ่งที่วงมงกุฎทำได้มีอยู่มากมาย] [ข้าได้ยินมาว่า] [เมื่อหมื่นปีก่อน วงมงกุฎ] [คือสิ่งที่ท่านเทพเย่าหลิง] [สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนพลังเทพ และวารีวิเศษของอีกาทองสามขา] [ได้ยินมาว่าครานั้น] หลิ่วเซากลับมาแล้ว แหม กลับมาแล้วเหรอ [หลิ่วเซากลับมา] [แต่กลับไม่ได้มาที่ตำหนักฉงหัวก่อน] ลั่วเกอ [นี่เจ้าคงจะสู้] ราชาปีศาจอาภรณ์ขาว ที่อ่อนโยนและเอาใจใส่ไม่ได้แน่นอน [น้ำตาครึ่งปีศาจมีประโยชน์ขนาดนี้จริง ๆ หรือ] [อย่างไรเสีย ข้าเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์] [ให้เจ้าแล้วกัน] [ขอบคุณเจ้ามากนะลั่วหนิง] เจ้าคิดดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม การผนึกพลังเทพไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ แต่ว่า ก็ยังดีกว่าการที่เราสองไม่อาจดูแลกันได้ ทำร้ายอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้รู้ตัวนี่นา เช่นนั้นเจ้าก็ผนึกเสียเถอะ จำไว้นะ เรื่องนี้ จะบอกพี่ชายเจ้าไม่ได้เด็ดขาด เจ้าพูดน่ะมันง่าย นี่มัน เรื่องแบบนี้มันปิดกันได้ด้วยหรือ เจ้าดูนะ ทั้งต้องเลือกวัน ทั้งต้องตั้งค่ายกล แล้วยังต้องเชิญ เจ้าตำหนักทั้งหลายมาช่วย แล้วอีกอย่าง พี่ชายข้า จะช้าหรือเร็วก็ต้องรู้อยู่ดี รู้ในภายหลัง กับการมองเห็นข้าทุกข์ทรมาน นี่ถือเป็นคนละเรื่องกัน เอาน่า เจ้าเองก็รู้ดี พี่ชายเจ้าแม้มองผิวเผินจะดูเย็นชา

    ไม่ชอบพูดจา แต่จริง ๆ แล้วให้ความสำคัญกับความรู้สึกมาก ข้าเกรงว่าเมื่อเขารู้แล้ว ข้ายังไม่ทันผนึก เขาก็จะเริ่มโทษตัวเองเสียแล้ว จนทุกข์ใจไปวัน ๆ ถึงตอนนั้นจะทำให้การบำเพ็ญเสียหายได้ หลิ่วเซา การที่พี่ชายข้าได้เจอกับเจ้า คือโชคดีของเขาจริง ๆ คนสองคนที่มีใจปรารถนาต่อกัน ได้อยู่เคียงกัน เดิมก็มิใช่เรื่องง่าย ถนอมสุข สองคำนี้ ข้าเข้าใจดี จู่ ๆ เจ้าก็ให้พวกเราค้นตำราโบราณ ก็เพื่อที่จะหาวิธี เลื่อนเป็นเทพโดยเร็วใช่หรือไม่ เจ้าไปเตรียมสิ่งที่ควรต้องเตรียมไว้ให้พร้อม ข้าทำไปก็เพื่อช่วยหลิ่วเซา เติมเต็มพลังวิญญาณให้แก่นาง ทำทีเป็นตัดขาดจากข้าถึงเพียงนี้ แล้วเหตุใดจึงได้ กอดพลังวารีของข้าร้องไห้กันเล่า เดินคนละทาง ไม่เกี่ยวข้องกันอีก เจ้าฝันกลางวันมากเกินไปแล้ว ข้าไม่มีทางให้เจ้าหนีได้หรอก ให้เวลาข้าอีกหน่อยเถิด เพื่อตัวเจ้า เพื่อชาวเผ่า ข้ามีเรื่องที่ข้าควรต้องทำ เจ้าเคยรับปากว่าจะช่วยศิษย์น้องข้า บัดนี้ยังรออะไรอยู่อีกเล่า เจ้าจะใจร้อนไปไย เรื่องนี้ยกให้ข้าขัดการก็พอแล้ว [ออกมาเถอะ อาฝูจวิน] [เซี่ยลิ่งฉีถูกข้าควบคุมไว้ได้แล้ว] [ตกลงว่าสิ่งใดกันแน่ที่สำคัญถึงเพียงนั้น] [จึงต้องให้ข้าเสี่ยงมาเอาด้วยตัวเองถึงขนาดนี้] สมบัติชิ้นหนึ่งของเทพจันทรา [ข้าใช้พลังเทพจันทราที่ข้ามีอยู่น้อยนิด] [นำออกมาฝึกหลอมไปเสียหน่อย] [สมบัติของเทพจันทรา] [ใช่] เจ้าเองก็รู้ ของสิ่งนี้เป็นของเซี่ยลิ่งฉี

    มาจากถ้ำหยินหยาง [ข้าเข้าใจแล้ว] [ส่วนเจ้าที่คอยใช้ของของเซี่ยลิ่งฉี] [แบบไม่จบไม่สิ้นเช่นนี้] [สักวันลั่วเกอก็ต้องค้นพบ] ข้าต้องรู้อยู่แล้ว เจ้าคิดว่าข้ากลัวเขาอย่างนั้นหรือ [เจ้านี่ช่างบ้าจริง ๆ] [บ่อละลายกระดูก] ท่านเซียนลั่วเกอ [เจ้าตามหาข้าอยู่มิใช่หรือ] [เป็นอย่างไร] ตกใจหรือไม่ เจ้าจงใจเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ของตนเอง ตกลงว่าคิดวางแผนอันใดอยู่กันแน่ ข้าก็คิอเจ้ามิใช่หรือ แม้แต่ข้าคิดอะไรอยู่เจ้าก็ไม่รู้อย่างนั้นหรือ [ถึงแม้พลังที่หนีออกมาได้ของเจ้าเทียบเท่านักพรต] [แต่อย่าได้กำเริบเสิบสานต่อหน้าข้า] [พอดีเลย ร่างนี้ข้าเองก็อยู่จนเบื่อแล้ว] ช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ แม้แต่ยาก็เฝ้าไว้ไม่ได้ เสียเวลาข้ามากมายถึงเพียงนี้ ว่ามาสิ ว่าเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำ เหมือนว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้หญิง ยามนั้นข้าได้กลิ่นบุปผา [สิ่งที่ขโมยยาขวดนี้ไป เยือกเย็น] [เหมือนจะเป็นมุกน้ำแข็ง] [หรือว่า] [จะเป็นลั่วหนิง] [นั่นก็หมายความว่า] [กลิ่นอายความชั่วร้ายรั่วไหลออกมาแล้ว] [ซ่อนอยู่ภายในร่างของเซี่ยลิ่งฉี] [เพื่อปิดบังสายตาผู้คน] ข้าได้กำจัดกลิ่นอายความชั่วร้ายในร่างของเซี่ยลิ่งฉีแล้ว [แต่ข้าสงสัยว่าในตำหนักเซียน] [จะยังซ่อนไว้ซึ่งกลิ่นอายความชั่วร้ายอื่นอีก] [หากจะกล่าวว่าซ่อนไว้ซึ่งกลิ่นอายความชั่วร้าย] ภายในตำหนักเซียนนี้ [คาดว่าก็คงมีแต่เพียงถ้ำหยินหยางแล้ว] [ถ้ำหยินหยาง] ที่นั่น เป็นที่ที่เคยผนึกบิดาของข้าเอาไว้ [ภายในมีกลิ่นอายความชั่วร้ายเล็กน้อยอยู่มาก] [เมื่อรวมกับการคุ้มครองเขตอาคมแล้ว] [เดิมก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล] แต่ว่า หากกลิ่นอายความชั่วร้ายก่อตัวเกินขนาด

    ก็จะทำให้กลิ่นอายความชั่วร้าย ของศิลาจารึกสี่ฤดูรั่วไหลออกมา [ตอนนั้น] [ข้าเคยได้รับบาดเจ็บจากกลิ่นอายความชั่วร้าย] เมื่อห้าร้อยปีก่อนข้าก็ฝึกฝนเป็นตงหัวเผาสมุทรแล้ว แต่จะเป็นเช่นใดเล่า กลิ่นอายความชั่วร้ายนั่น ได้ทำลายเส้นกำเนิดเซียนของข้าไปแล้ว หากไม่เปิดค่ายกลวันเพ็ญเพื่อกำจัดมัน ทั้งชีวิตของข้า คงไม่อาจบำเพ็ญเป็นเซียนชั้นสูงได้ แต่เจ้าเองก็รู้ หากคิดจะเปิดค่ายกลวันเพ็ญ ต้องแลกมาด้วยสิ่งใด การแลกเปลี่ยนนี้ยิ่งใหญ่นัก ข้าแลกไม่ไหว หากเจ้าสามารถบอก เรื่องนี้กับจั๋วชิวเสียนได้เร็วกว่านี้ ข้าเชื่อว่า นางจะไม่บีบบังคับเจ้าบำเพ็ญเป็นเซียนชั้นสูง แต่ความปรารถนาของศิษย์พี่ข้าตั้งแต่พันปีก่อน ก็คือการให้ข้าบำเพ็ญเป็นเซียนชั้นสูงนี่นา หากนางต้องเปิดใช้ค่ายกลวันเพ็ญ เสียสละตัวเอง ถึงยามนั้น ข้าจะทำอย่างไรเล่า ดังนั้นเจ้าก็เลย ยินยอมฟังนางบ่น ยอมโดนนางทุบตี ก็ไม่ยอมบอกกับนางอย่างนั้นหรือ ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า นั่นเป็นศิษย์พี่ของข้านี่นา ซางอวี้หรง ไสหัวไป เจ้าคนลั่วเกอไร้หัวใจนี่ เจ้าตำหนักซาง ท่านเซียนลั่วเกอทำอะไรอีกเหรอ เจ้าถึงได้พูดว่าเขาไม่มีหัวใจอีกแล้ว ต้องให้เจ้ายุ่งด้วยหรือ ดูสภาพเจ้าที่บ่นคนไปเรื่อยแล้ว มิน่าเล่า เจ้าตำหนักจั๋วถึงได้หน้าเสียขนาดนั้น เจ้าเลิกเอาศิษย์พี่ข้ามาพูดเสียที นางอยู่ที่ใด นางอยู่ที่ใดกัน [ศิษย์พี่] [ศิษย์พี่] [ข้าไม่ดีเอง] ข้าควรจะฝึกฝนให้ดีอยู่ในตำหนักเยวียนจิ้ง แต่ลั่วเกอนั่นแหละที่บังคับให้ข้ามา [เล่าเรื่องเก่า ๆ ให้เขาฟัง] ศิษยพี่ ข้าทำผิดอะไรไปหรือ

    เจ้าบำเพ็ญเป็นตงหัวเผาสมุทร ได้นานแล้วมิใช่หรือ เจ้าใช้พลังสิ เหตุใดถึงไม่ใช้พลังกันเล่า เป็นใบ้แล้วหรือ ปกติเจ้าพูดกับข้าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็พูดเก่งอยู่มิใช่หรือ [จั๋วชิวเสียน] [พอได้แล้ว] นี่คือเรื่องระหว่างข้ากับซางอวี้หรง ไม่ต้องให้ท่านยุ่งหรอก นี่เจ้าคิดจะตีเขาจนตายจริง ๆ หรือ [เข้ามาคุยกันเถอะ] [ข้าได้ชงชาชั้นดีเอาไว้แล้ว] [หากเขาคิดจะบำเพ็ญเป็นเซียนชั้นสูง] [ก็ต้องเสียสละชีวิตของคนที่มีตบะ] [สูงกว่าระดับนักพรต] เขาไม่อาจเลื่อนขั้นเป็นเซียนชั้นสูงได้ แล้วเขาก็กลัวว่าเจ้าจะเสียสละเพื่อเขา ยินยอมที่จะหลอกเจ้าไปชั่วชีวิต ให้เจ้าโกรธเขา ที่เขาไม่ยอมพัฒนาตน หนึ่งพันปีมานี้ เขาแบกรับความลับนี้ไว้กับตัวเอง ต่อให้ถูกคนอื่นพูดถึง วาเป็นเจ้าแห่งสามตำหนัก ที่ไม่ได้เรื่องที่สุดก็ตาม เขาเพียงแต่ไม่ต้องการเสียสละใครไป และยิ่งไ่มต้องการ ให้เจ้าทุกข์ทรมานใจเพราะเขา เจ้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าข้าจะมา อีกทั้งยังเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่เช่นนี้ไว้ให้ข้า หากข้าไม่ได้เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่นี้ไว้ให้เจ้า ยังไม่รู้ว่า เจ้าจะเห็นข้าเป็นคนโง่ถึงเมื่อไหร่ ข้าไม่ได้เห็นเจ้าเป็นคนโง่ ข้า.. ข้า… มีบางเรื่องที่ข้าปิดบังเจ้าจริง ๆ อย่างเช่นข้าช่วยไป๋เฟิ่ง แต่นั่นไม่ใช่เพราะข้าอยากทำเช่นนี้ เป็นเพราะก่อนหน้านี้นางหลอกใช้ข้า และข้าก็เห็นถึงคุณค่าที่จะใช้นางให้เป็นประโยชน์ ฉะนั้นข้าถึงช่วยนาง เรื่องราวไม่ได้เป็นเช่นนั้นอย่างที่เจ้าคิด จริงหรือ ไป๋เฟิ่งลอบฆ่าเซียนเวิง เกือบจะฆ่าท่านพี่ข้าและหลิ่วเซา ตอนที่เจ้าช่วยนาง เจ้าเคยไตร่ตรองถึงข้าสักนิดหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องราวของเมื่อก่อนแล้ว แต่เจ้าก็ลองคิดดู

    สิ่งเหล่านั้นที่ข้าทำดีต่อเจ้าไม่ได้หรือ เจ้าไร้ยางอาย ลั่วหนิง ลั่วหนิง เจ้าอย่าโกรธข้าเลย ถ้าหากเจ้าอยากจะระบายออกมา เจ้าตีข้าดีหรือไม่ เจ้าด่าข้าดีหรือไม่ เจ้าอย่าเสแสร้งไม่จริงใจกับข้าอีกเลย ตั้งแต่แรก เจ้าก็โกหกข้ามาโดยตลอด แม้กระทั่ง แม้กระทั่งคืนนั้นก็ด้วย [ทำไม] [แม้แต่เจ้าก็รังเกียจข้า] [ที่กำเนิดในภูตวารี] [สัตว์ประหลาดที่ต้องตายหากห่างจากน้ำหรือ] เจ้าแสดงอาการอ่อนข้อกับข้ามาตลอด เจ้าฉกฉวยความเห็นใจของข้า ♫ บีโกเนียสีแดง หนึ่งคำมั่นสัญญา หนึ่งการแบ่งบานและเหี่ยวแห้ง ♫ โฉมหน้าแท้จริงหลังจากที่ถูกข้าเปิดโปง เป็นเช่นนี้หรือ เดิมที ♫ กิ่งก้านโดดเดี่ยว ทำให้เกิดลมแรงฝนหนัก ♫ ข้าไม่อยากฉีกหน้าเจ้า แต่ที่ข้ารอมา ♫ พืชพรรณไม่ใช่มนุษย์ผลไม้ไร้หัวใจปลูกลึก ♫ กลับเป็นเม็ดนี้ของเจ้า ไข่มุกวารีที่เต็มไปด้วยความคิดสกปรก ♫ ไม่อาจลืมเลือน ความไร้เดียงสาแรกพบในวัยเยาว์ ♫ เจ้าสารภาพด้วยตัวเอง เจ้าอาศัยไข่มุกเม็ดนี้ เข้ามาตำหนักเซียนกี่ครั้งแล้ว ข้ายอมรับ ♫ ผีเสื้อออกจากดักแด้ ไม่อาจขึ้นสู่สวรรค์บนฟ้า ♫ ข้าเคยมาจริง ๆ แต่ว่ามาเยี่ยมเจ้าเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย

    ♫ ปีกเขียว จมดิ่งลงในความฝันไร้ซึ่งร่องรอย ♫ แม่ทัพอาฝู ตั้งแต่แรกเจ้าก็โกหกข้า ♫ โดนแผดเผาเพราะความโลภ หายไปในเขาวงกต ♫ เจ้าคิดว่าข้าจะยังเชื่อเจ้าได้อีกกี่ครั้ง หรือเจ้า ♫ ช่วงเยาว์วัย เฝ้ารอลมฤดูใบไม้ผลิอย่างยากเย็น ♫ มั่นใจว่าข้าโง่ใช่หรือไม่ นำไข่มุกวารีของเจ้ากลับไป ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ แล้วออกไปทันที ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ อย่ามาตำหนักเซียนของพวกข้าอีก ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ลั่วหนิง ♫ เนรเทศนับพันปี ♫ ลั่วหนิง ข้าขอร้องเจ้า ถือว่าข้าขอร้องเจ้า ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫ ถึงแม้ว่าข้าจะทำผิดอีกมากเพียงใด แต่ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าไม่เคยเสแสร้ง ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง ♫ ข้าไม่มีทางปล่อยมือจากความรู้สึกของพวกเรา และข้าก็ไม่อนุญาตให้เจ้าปล่อมือความรู้สึกของพวกเรา ขอร้อง เก็บสิ่งนี้ไว้ ให้ข้ามาเยี่ยมเจ้าที่ตำหนักเซียนอีกดีหรือไม่ มาเยี่ยมเจ้าเท่านั้นจริง ๆ

    เจ้าฝันหรือ บัดนี้เจ้ารีบออกไปเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น ข้าก็จะเปิดเขตอาคมในห้องนี้ ให้คนโยนเจ้าลงบ่อละลายกระดูก ♫ ผีเสื้อออกจากดักแด้ ไม่อาจขึ้นสู่สวรรค์บนฟ้า ♫ เจ้าไม่มีทางทำเช่นนี้ ♫ ปีกเขียว จมดิ่งลงในความฝันไร้ซึ่งร่องรอย ♫ ใช่ ข้าไม่มีทางทำ ♫ โดนแผดเผาเพราะความโลภ หายไปในเขาวงกต ♫ เจ้ากำหนดชัดแล้ว ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าเป็นของจริง ตั้งแต่แรก ♫ ช่วงเยาว์วัย เฝ้ารอลมฤดูใบไม้ผลิอย่างยากเย็น ♫ ความรู้สึกทั้งหมดที่ข้ามีต่อเจ้า ล้วนอยู่ในแผนการของเจ้า ใช่หรือไม่ ไม่ใช่ ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ เป็นเพราะ… ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ♫ เนรเทศนับพันปี ♫ ข้าประคองเจ้าไว้ในอุ้มมือหัวใจ ข้าเห็นเจ้าสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫ เจ้าทำเช่นนี้ไม่ลง

    ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง ♫ แม่ทัพอาฝู ♫ ปรารถนากางปีกโบยบิน ♫ เจ้าพูดถูก ♫ ไฉนต้องสู้กับฟ้าดิน ♫ ข้าทำลายเจ้าไม่ลงจริง ๆ ♫ อยู่ร่วมโลกเพียงชั่วขณะ เป็นวันเวลาที่ดี ♫ แต่ตลอดชีวิตนี้ของข้า ไม่อยากพบหน้าเจ้าอีก ♫ ลงสู่โลกมนุษย์หลายครา ♫ ♫ แลกมาซึ่งการกลับมาพบเจอบนโลก ♫ ♫ ดื่มความเศร้าอันขมขื่น ♫ ♫ กลับตาลปัตรฝันที่ถูกต้องและผิด ♫ ♫ เนรเทศนับพันปี ♫ ♫ รอให้หัวใจลุกเป็นไฟจากกองขี้เถ้า ♫ ♫ ในช่วงที่เย็นที่สุดก็ยังพบเห็นบีโกเนียสีแดง ♫ แม่ทัพอาฝู ผู้ใดทำให้จิตวิญญาณของเจ้าบาดเจ็บเช่นนี้ เป็นเทพธิดาลั่วหนิงหรือ ไถเหล่า ข้าจะโค่นล้มฟ้าและดินนี้ ข้าจะกักขังลั่วหนิง ไว้ในวังปีศาจภูตวารีนี้ ให้นางอยู่กับข้าชั่วนิรดันดร์ ไม่มีทางทิ้งข้าไป แม่ทัพอาฝู แต่เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านเซียนลั่วเกอ และไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านประมุข ถ้าหากข้า.. ข้าเอาพลังปีศาจของราชาปีศาจมาได้ พลังปีศาจของราชาปีศาจที่ตกทอดนี้

    หนุนโลกของเผ่าภูตวารีขึ้น ถ้าหากเจ้าเอามาได้ ก็จะมีความสามารถเหนือกว่าราชาปีศาจ แต่เผ่าภูตวารีนี้ ก็จะ… เจ้าคิดจริง ๆ หรือ ด้วยกำลังของข้าสองพี่น้อง ไม่มีทางทำสงครามสักครั้งกับตำหนักเซียนหรือ นั่นก็เพียงแค่ท่านพี่ข้าเมตตา ไม่เห็นด้วยเท่านั้น แม่ทัพอาฝู เช่นนั้นความหมายของเจ้าคือ ถ้าเขาไม่เห็นด้วย ข้าจำเป็นต้องบังคับให้เขาลงมือ เหตุใดเวลานี้ก็เข้านอนแล้วล่ะ ช่วงนี้เทพธิดาค่อนข้างโหยหาการนอน จะให้ข้าปลุกนางตื่นหรือไม่ ไม่ต้องแล้ว ข้าแค่รู้สึกว่าช่วงนี้นางเงียบเกินไปแล้ว เป็นห่วงว่าทางด้านนี้มีเรื่องอันใด เจ้าดูแลนางให้ดี ให้นางพักผ่อนให้ดี ๆ แล้วก็ การบ้านที่ท่านพี่นางเก็บไว้ให้ ข้าช่วยนางซ่อนไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ที่เหลือน่ะ เจ้าบอกนาง ถ้าท่องจำได้ก็ท่อง ท่องจำไม่ได้ ก็แกล้งป่วยเถอะ เจ้าค่ะ [เจ้าชอบข้าขนาดนี้] [น่าจะเต็มใจ] [ช่วยข้าท่องจำการบ้านเดือนนี้ให้หมดใช่หรือไม่] [คาถาฉานซิน] [คาถาฉานซิน] ♫ บทเพลงบรรเลงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ♫ [ทำไม] [ไม่ท่องจำหรือ] [ท่อง] [เต็มใจช่วยเจ้าท่องจำแน่นอน] ♫ ดอกท้อโบยบินไปกับนกนางแอ่น ♫ ♫ แสงไฟแห่งใดส่องแสงให้ผู้คนกลับมา ♫ [ข้าเป็นท่านพี่เจ้าเป็นอย่างไร] [แล้วก็…]

    ♫ เมฆาม้วนเกลียวอาทิตย์อัสดง ♫ ♫ จันทราจุมพิตที่ปลายคิ้ว ♫ [และอยากปกป้องเจ้า] ♫ ยังรอคอยท่านเอ่ยกล่าว ♫ [ให้เจ้าเป็นเทพธิดาน้อยที่มีความสุขต่อไป] ♫ ในชาตินี้ ราตรีนี้ ♫ [ลั่วหนิง] [ข้าขอบคุณมากจริง ๆ] ♫ ถามไถ่ธารารินรับรู้ถึงใบไม้แดง ♫ [ที่ได้พบเจ้าที่ตำหนักเซียน] ♫ คะนึงหาไม่มีที่สิ้นสุด ♫ [อย่ามาตำหนักเซียนของพวกข้าอีก] ♫ ยังจดจำดรุณผู้นั้น ♫ [ลั่วหนิง] [ลั่วหนิงข้าขอร้องเจ้า] ♫ รอยยิ้มที่ปรารถนาชิงชังหากต้องแก่ชราไป ♫ [แม้ว่าข้าทำผิดมากเพียงใด] [ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าไม่เคยเสแสร้ง] ♫ บุปผาแบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫ [ข้าเห็นเจ้าสำคัญยิ่งกว่าชีวิต] ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ [เจ้าทำเช่นนี้ไม่ลง] ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ [อะไรบ้างกันแน่ที่เป็นเรื่องจริง]

    ♫ มองดูห่านฟ้าบินข้ามภูผามหาสมุทร ♫ [อะไรบ้างที่เสแสร้ง] ♫ พุ่งทะยานสู่ความฝัน ♫ ♫ วาสนาสามชาติภพ ♫ ♫ จับมือมุ่งหวัง ♫ ♫ บุปผาเรียงราย มากมายมหาศาล ♫ อาฝู [เจ้าโกหกข้ามาเท่าไร] [ข้ายังสามารถเชื่อเจ้าได้แค่ไหน] [ใจของข้า] ♫ บุปผาแบ่งบานโดดเดี่ยว ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ ♫ [มอบให้ผิดหรือ] ♫ ทอดมองลำธารมวลดารา ♫ ♫ เข้าใจความว้าวุ่นในรัก ♫ ♫ สายลมทักษิณมาหักเหแต่งแต้มสีแดง ♫ ♫ ส่งท่านสู่ซีโจว ♫ ให้ข้านำเผ่าปีศาจก่อความวุ่นวาย เผ่าภูตวารีจะเชื่อฟังข้าหรือ ทางด้านวังปีศาจข้าจัดการเอง เจ้าแค่ก่อกวนโลกมนุษย์ รอข้าคอยชี้แนะก็พอ ก่อกวนโลกมนุษย์ ทำเช่นนี้เชื่อถือได้หรือ ข้าเกรงว่าราชาปีศาจ นี่จะเหมือนกันได้หรือ เบื้องหลังเจ้าไม่เพียงแต่มีข้า ยังมีสิ่งนั้น [คนที่สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลลั่วเกอ] [ชำระจิตใจ] [ลั่วเกอ] [จิตใจวุ่นวายแล้วใช่หรือไม่] [ข้าก็คือเจ้า] [เจ้าจะขจัดทิ้งได้อย่างไร]

    [ถึงแม้ว่าเจ้าจะสามารถล้างสตินี้ให้หมดคราบได้] [แต่ข้า…] [เกินขอบเขตที่เดียวนี้อีก] [ลั่วเกอ] [ทุกแห่งหนในสามพิภพก็คือข้า] [ไปดูหน่อยสิ] [เวไนยสัตว์ที่เจ้าปกป้องต่างแสวงหาอะไร] [จอมปลอม] [ปรารถนาความรัก] [หลงผิด] [โลภ] [หลอกลวง] [เห็นแก่ตัว] [ต่อสู้] [อำนาจ] [อิจฉา] [ไม่ยอม] [อคติ] [หลงระเริง] [ทุกแห่งหนก็คือข้า] [ข้าจะมาแล้ว] [ระวัง] ผู้ใด ผู้ใดกำลังทำลายเผ่าภูตวารีของข้า [สำนักอู่หยางโหว] เร็ว เร็ว [รีบขอความช่วยเหลือจากตำหนักเซียน] ไม่ได้ ๆ เจ้าไปไม่ได้ เจ้าไปไม่ได้จริง ๆ ท่านเซียนให้เจ้าบำเพ็ญเพียรอย่างสงบจิตสงบใจ หรือจะให้ข้าเห็นคนตายแล้วไม่ช่วยหรือ ว่านอู๋เซียนเวิงบอกแล้ว จะส่งลูกศิษย์ตำหนักเซียนไปช่วยเหลือ ข้าคุ้นเคยกับสำนักอู่หยางโหวที่สุด ข้าสามารถช่วยลูกศิษย์เหล่านั้นอยู่ห่าง ๆ ให้ข้าไปเถอะ โอ้ย ช่วยด้วย พื้นแยกออกเป็นสองส่วนแล้ว ช่วยด้วย ตั้งให้มั่นคง ทุกคนตั้งให้มั่นคง เมื่อถูกโยนไปบนพื้นผิวน้ำ ทุกคนก็จะกันตายแน่ ท่านประมุขสามารถช่วยพวกเรา ตั้งให้มั่นคง ท่านพี่กำลังทำให้แดนปีศาจมั่นคงแข็งแรง ข้าน้อยไปดูสักหน่อย ท่านประมุข เป็นท่านประมุขอาศัยพลังของตนเอง

    ให้แดนปีศาจตั้งมั่นคง อาฝูล่ะ [ชุงหลิงหยู่ซิ่ว] [คือเทพธิดา] [เป็นเทพธิดาที่มาช่วยพวกเราแล้ว] [สำนักอู่หยางโหว] [หลิ่วเซา] [ข้ารู้ว่าอย่างไรเจ้าก็จะมาช่วยพวกเรา] หวังเจี่ยน เสี่ยวเสวี่ย พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่ พวกเราไม่เป็นไร เพียงแต่กลุ่มปีศาจที่พุ่งมาอย่าโหดเหี้ยม ทำร้ายคนธรรมดาไปทั่ว บัดนี้ พวกเราก็วิตกกังวล และไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร เซียนเวิง ส่งลูกศิษย์ตำหนักเซียนมาช่วยเหลือไม่ใช่หรือ น่าจะมีเรื่องอันใดทำให้ล่าช้าระหว่างทางกะมัง ไม่มีผู้ใดเคยมาที่นี่ แล้วเฮอน่าล่ะ เขาเป็นราชาปีศาจ ไม่มีทางไม่สนใจเรื่องนี้แน่นอน พวกเราเคยส่งคนไปส่งข่าวที่สระอาบจันทร์ แต่เหมือนว่าเผ่าภูตวารีก็เกิดเรื่องเช่นกัน และไม่มีคนตอบรับ โลกมนุษย์ และโลกปีศาจเกิดเรื่องพร้อมกัน นี่จะบังเอิญเกินไปแล้ว ทางด้านสำนักอู่หยางโหว เจ้ามิต้องเป็นห่วง ข้าส่งลูกศิษย์ไปตรวจสอบที่โลกมนุษย์แล้ว ส่วนอันตรายที่เกิดขึ้นในแดนปีศาจ เผ่าภูตวารีทั้งเผ่า แต่ไหนแต่ไรก็แก้ปัญหาเอง เจ้าก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียร อย่าให้ปัญหาเหล่านี้ทำให้สับสนวุ่นวาย อีกสักครู่ข้าจะไปตรวจสอบศิลาจารึกสี่ฤดูสักหน่อย เจ้าอยู่ที่นี่ ฝึกฝนต่อไป ไม่เป็นไร ข้าไปกับเจ้าด้วย [หลิ่วเซา] [ข้ามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง] [ราวกับว่าจะมีพลังอะไร เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำลึก] [และไม่รู้ทางด้านเฮอน่า] [จะเกิดเรื่องหรือไม่] [ข้าใช้พลังปีศาจมากเท่าที่จะมากได้แล้ว] [ถึงจะฝืนทนคุ้มแดนปีศาจไว้ได้] [ดูเหมือนว่ายังจะต้องคิดหาวิธีอื่น] [เจ้าสามารถมองเห็นความผิดได้] [ขอถามข้ามีความผิดอย่างไร] เจ้าขโมยเอาพลังปีศาจของราชาปีศาจ

    เกือบจะทำลายรากฐานหมื่นปีของเผ่าข้า รากฐานหมื่นปี ท่านพี่ ลืมจริง ๆ แล้วหรือ รากฐานของพวกเราอยู่บนธรณี ในอดีตเผ่าปีศาจต่างจะต้องฟังคำสั่งโยกย้ายของข้า หากไม่ฟันศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก ขอท่านเทพแก้คำสาปของเผ่าข้า ถึงจะไม่มีโอกาส กลับขึ้นธรณีไปใหม่ ท่านพี่ไม่รู้ใช่หรือไม่ ได้ยินว่าบัดนี้สวรรค์เป็นนิมิตมงคล บัดนี้ลั่วเกอผนึกเทพแล้ว ท่านยังรอถึงเมื่อไหร่กัน ถึงจะเผชิญความเป็นจริง ข้าถามคำถามนี้กับคนเผ่าพวกเรา คืออยู่ไปวัน ๆ หรือต่อสู้จนสุดชีวิต ท่านลองฟังคำตอบของเผ่าข้า ข้ารอรบอย่างสุดชีวิต ไม่ขออยู่ไปวัน ๆ ก้าวเทียบเท่าตำหนักเซียน กลับคืนธรณีอีกครั้ง ไถเหล่า แม้แต่เจ้าก็คิดเช่นนี้หรือ ได้โปรดท่านประมุขไปยังตำหนักเซียน ทำลายศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก ปลดปล่อยเทพจันทรา ลบล้างคำสาปให้เผ่าเรา ปลดปล่อยเทพจันทรา ลบล้างคำสาปให้เผ่าเรา พวกเจ้ารู้หรือไม่ ท่านที่อยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดูนั้น ได้รับมลทินจากความเป็นปรปักษ์มานานแล้ว ไม่ใช่เทพจันทราที่บริสุทธิ์อีกต่อไป เมื่อกำเนิด คงจะเป็นภัยพิบัติและวุ่นวายสามพิภพแน่ สิ่งมีชีวิตจบสิ้นชีวิต ตอนที่ข้าอยู่ตำหนักเซียน ท่านเทพเคยมาเข้าฝันข้า ยิมยอมลบล้างคำสาปให้เผ่าเรา หลังจากปลดปล่อย สิ่งอื่น อยู่ที่เผ่าข้าจะทำเช่นไร ได้โปรดท่านประมุขไปยังตำหนักเซียน ทำลายศิลาจารึกสี่ฤดูให้แยกออก ปลดปล่อยเทพจันทรา ลบล้างคำสาปให้เผ่าเรา ปลดปล่อยเทพจันทรา ลบล้างคำสาปให้เผ่าเรา